สกน.รับพอใจหลังครม.ชะลอหนี้ ติงยังขาดกลไก-หน้าที่กก.แก้ปัญหา

ตามที่วานนี้(16 ม.ค.) นายธีรภัทร์ เสรีรังสรรค์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุม ครม.กรณีการแก้ปัญหาหนี้สินเกษตรกรว่า ที่ประชุมมีมติแก้ไขปัญหา 3 ประการ คือ 1.ให้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร(ธ.ก.ส.) และหน่วยงานภายใต้ ธ.ก.ส. รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินคดีเกษตรกรให้ดำเนินการดังนี้ คือหากยังไม่มีการฟ้องร้องให้ชะลอการฟ้องร้องไปก่อน ส่วนคดีที่มีการฟ้องร้องและคดีถึงที่สุดแล้วให้ชะลอการบังคับคดีไว้ก่อน สำหรับคดีที่มีการบังคับคดีไปแล้ว และต้องนำทรัพย์สินการขายทอดตลาด ก็ให้ชะลอการขายทอดตลาดก่อน โดยให้พิจารณาถึงอายุความในการฟ้องร้องการดำเนินคดีและการบังคับคดี

 

2.ให้กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร เจรจากับธนาคารพาณิชย์ สถาบันการเงิน และนิติบุคคลอื่นที่เป็นเจ้าหนี้เกษตรกร เพื่อให้ปฏิบัติตามข้อตกลงหรือเอ็มโอยู ให้เกิดผลปฏิบัติอย่างจริงจัง โดยให้คำนึงถึงการแก้ปัญหาหนี้สินและความยากจนของเกษตรกรเป็นสำคัญ และ 3.ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวมถึงกองทุนฟื้นฟูฯ และกองทุนหมุนเวียนเพื่อการกู้ยืมแก่เกษตรกรและผู้ยากจน ปรับปรุงกลไกการทำงานเพื่อแก้ปัญหาหนี้สินเกษตรกรอย่างยั่งยืน

 

ซึ่งมติทั้ง 3 ข้อ เป็นไปตามข้อตกลงที่ตน และ พล.อ.สพรั่ง กัลยาณมิตร ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก และผู้ช่วยเลขาธิการคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) แม่ทัพภาคที่ 2 ได้เจรจาร่วมกับแกนนำกลุ่มเกษตรกรจากทั่วประเทศจำนวน 30 คน ที่ค่ายอดิศร จ.สระบุรี เมื่อวันที่ 15 ม.ค.ที่ผ่านมา โดยในการดำเนินการนั้นจะมีการวางกลไกติดตามปัญหาหนี้สินเกษตรกรอย่างใกล้ชิดโดยการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาดูแล และจะประเมินผลเพื่อรายงานต่อสาธารณชนทราบต่อไป

 

นายสมศักดิ์ โยอินชัย กรรมการสหพันธ์เกษตรกรภาคเหนือ(สกน.) ซึ่งได้รับมอบหมายจาก สกน.ในการติดตามแก้ไขปัญหาหนี้สินเกษตรกร กล่าวว่า มติที่ผ่านการพิจารณาของ ครม.ทั้ง 3 ข้อเป็นผลมาจากข้อเสนอของตัวแทนเกษตรกรทั้ง 4 ภาคที่ได้เจรจากับตัวแทนรัฐบาลเมื่อวันที่ 15 ม.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งตนได้เข้าร่วมประชุมในฐานะตัวแทนเกษตรกรจากภาคเหนือตอนบนด้วย อย่างไรก็ตามผลที่ออกมาเช่นนี้ก็นับว่าน่าพอใจในระดับหนึ่ง ซึ่งหากมีการดำเนินการกันอย่างจริงจังก็สามารถแก้ปัญหาได้

 

นายสมศักดิ์ กล่าวต่อว่า ที่น่าเสียดายคือรายละเอียดกลไกการแก้ปัญหาตามที่มีการเจรจาหารือกันกลับไม่มีการนำมาบรรจุไว้เพื่อเป็นกลไกการดำเนินการภายใต้มติ ครม.ที่ออกมา โดยเฉพาะประเด็นการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาดูแลเรื่องกฎหมายและกลไกต่างๆในกองทุนฟื้นฟูฯ ว่าตรงไหนเป็นปัญหาอุปสรรคในการแก้ปัญหาเกษตรกร คณะกรรมการที่ตั้งขึ้นมาก็จะเข้าไปจัดการและเสนอแก่รัฐบาลเพื่อดำเนินการแก้ไข

 

ส่วนอีกประเด็นหนึ่งคือว่าด้วยระเบียบการบริหารกองทุนหมุนเวียนกู้ยืมและช่วยเหลือเกษตรกร ตรงนี้คณะกรรมการที่ตั้งขึ้นมาต้องเข้าไปดูด้วยว่ากลไกตั้งแต่ระดับจังหวัดไปจนถึงส่วนกลางตรงไหนไม่เดินหน้า ตรงไหนมีปัญหาก็จะต้องเข้าไปจัดการเร่งรัดให้มีการดำเนินการ ระเบียบตรงไหนเป็นอุปสรรคก็ต้องปรับปรุงแก้ไข เหล่านี้คือรายละเอียดที่หารือกันในที่ประชุมเมื่อวันที่ 15 ม.ค.ที่ผ่านมา แต่ประเด็นเหล่านี้ไม่อยู่ในรายละเอียดของมติ ครม.ที่ออกมา เพียงระบุคร่าวๆแค่ว่าให้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาดูแลอย่างใกล้ชิดเท่านั้น แต่อย่างไรก็ตามผลที่ออกมาเช่นนี้ก็ถือว่าเป็นที่พอใจในระดับหนึ่ง

 

"มติ ครม.ออกมาเช่นนี้สิ่งที่เราทำได้คือการชะลอคดี ในส่วนของกองทุนฟื้นฟูฯก็ต้องไปเจรจากับ ธ.ก.ส.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะกรมส่งเสริมสหกรณ์ซึ่งก็ต้องให้สหกรณ์ชะลอคดีของสมาชิกสหกรณ์ที่ถูกฟ้อง ส่วนกรณีของธนาคารพานิชทางกองทุนฟื้นฟูฯก็ต้องไปเจรจากับทางสมาคมธนาคารไทยในการชะลอคดีของเกษตรกรที่เป็นหนี้กับธนาคารพานิชที่เป็นสมาชิกของสมาคมธนาคารไทยต่อไป เพื่อขอให้มีการชะลอคดีอาจจะประมาณ 1 ปีจนกว่าการแก้ไขปัญหาเกษตรกรจะแล้วเสร็จ" นายสมศักดิ์ กล่าว

 

กรรมการ สกน.กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีของสหกรณ์ก็มีกรมส่งเสริมสหกรณ์เป็นนายทะเบียนของสหกรณ์ตามกฎหมายอยู่แล้ว สามารถจะเรียกคณะกรรมการชุมนุมสหกรณ์ไปประชุมเพื่อหาข้อยุติว่าจะชะลอคดีให้กับสมาชิกได้เป็นเวลาเท่าไร เรื่องนี้สามารถเจรจากับสหกรณ์ได้เลย เช่น จ.เชียงใหม่ กองทุนฟื้นฟูสาขา จ.เชียงใหม่ สามารถไปเจรจาในการชะลอคดีเป็นรายสหกรณ์ได้เลย ขณะที่ส่วนของ ธ.ก.ส.ก็คงต้องไปเจรจากับบอร์ดของ ธ.ก.ส.ได้เลย.

 

ที่มา สำนักข่าวประชาธรรม

 

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์