ข่าวมอนิเตอร์ 31 มกราคม 2550

ผู้เชี่ยวชาญอินโดนีเซียวิตกเกี่ยวกับการระบาดของเชื้อไวรัสไข้หวัดนกในสัตว์อื่นที่มิใช่สัตว์ปีก, "กรีนพีซ" แนะไทยปฏิวัติแผนพลังงาน เตือนให้ความสำคัญระบบหมุนเวียน เตรียมรับมือสถานการณ์"โลกร้อน", นศ.ไทยในแดนจิงโจ้กว่าครึ่ง ภาษาอังกฤษแย่, รัฐบาลเตรียมจัดงานพิธีสยามมงคล 31 ม.ค.-11 ก.พ.นี้, สวีเดนยกไทยเป็นที่สุดของแหล่งท่องเที่ยวปี 49, เศรษฐกิจไทยยังคงขยายตัวอยู่ในระดับร้อยละ 4.0-5.0 ได้ หากความเชื่อมั่นของประชาชนและนักธุรกิจเริ่มกลับคืนมาในช่วงไตรมาสที่สองของปีนี้

คุณภาพชีวิต-สิ่งแวดล้อม

ผู้เชี่ยวชาญอินโดนีเซียวิตกเกี่ยวกับการระบาดของเชื้อไวรัสไข้หวัดนกในสัตว์อื่นที่มิใช่สัตว์ปีก

กรมประชาสัมพันธ์ -- ผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุขของอินโดนีเซียเรียกร้องให้มีการตรวจตราอย่างใกล้ชิดเกี่ยวกับการระบาดของเชื้อไวรัสไข้หวัดนก เอช 5 เอ็น 1 ในสัตว์อื่นๆ ที่ไม่ใช่สัตว์ปีก หลังนักวิทยาศาสตร์ตรวจพบแมวหลายตัวที่อาศัยอยู่ใกล้ตลาดค้าสัตว์ปีกในบางพื้นที่ของประเทศติดเชื้อไข้หวัดนก ทำให้เกิดความวิตกว่า การที่เชื้อไวรัสไข้หวัดนกระบาดในสัตว์ชนิดอื่นได้ ก็จะสามารถแพร่ระบาดระหว่างคนสู่คนได้ง่ายยิ่งขึ้น โดยก่อนหน้านี้ก็พบการระบาดในสุกรและสุนัขด้วย

 

"กรีนพีซ" แนะไทยปฏิวัติแผนพลังงาน เตือนให้ความสำคัญระบบหมุนเวียน เตรียมรับมือสถานการณ์"โลกร้อน"

เว็บไซต์แนวหน้า --นายธารา บัวคำศรี นักรณรงค์ด้านพลังงาน กลุ่มกรีนพีซเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เผยถึงรายงานเรื่อง ปฏิวัติพลังงาน : เส้นทางอันยั่งยืนสู่อนาคตพลังงานสะอาด โดยสภาอุตสาหกรรมพลังงานหมุนเวียนแห่งยุโรปและกรีนพีซ โดยระบุว่ารายงานดังกล่าว แสดงให้เห็นถึงความเป็นไปได้ทางเศรษฐกิจในการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ของโลกลงเกือบครึ่งหนึ่งภายใน 43 ปีข้างหน้าด้วยพลังงานยั่งยืนในราคาถูก และที่สำคัญยังช่วยในการพัฒนาเศรษฐกิจโลกต่อไป ไม่เพียงเฉพาะกลุ่มประเทศองค์กรความร่วมมือทางเศรษฐกิจเท่านั้น แต่ยังรวมถึงประเทศกำลังพัฒนา อย่าง ประเทศไทย ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย เวียตนาม มาเลเซีย จีน อินเดียและบราซิล โดยเน้นไปที่ผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจจากแผนการปฏิวัติพลังงาน

 

สรุปคือพลังงานหมุนเวียนเป็นตัวจักรสำคัญของเศรษฐกิจโลก การปฏิวัติพลังงาน คือ การวิเคราะห์อย่างครอบคลุมถึงการเปลี่ยนแปลงระบบพลังงานของโลก โดยคำนึงถึงกระบวนการเติบโตทางเศรษฐกิจในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา ไม่ได้กระทบต่อสถานการณ์โลกร้อน นายธารา กล่าวด้วยว่า รัฐบาลไทยอยู่ระหว่างการปรับแผนการพัฒนาพลังงาน และนักวางแผนด้านพลังงานของไทย ควรคำนึงถึงแผนการปฏิวัติพลังงานนี้ ซึ่งผนวกกับอัตราการเติบโตที่สูงกว่าสำหรับพลังงานหมุนเวียน และมาตรฐานการประหยัดพลังงานที่สูงขึ้น นี่เป็นโอกาสที่ประเทศไทยจะเลิกใช้พลังงานถ่านหินที่สร้างมลพิษและพลังงานน้ำมันกำลังหมดไปอย่างรวดเร็ว ด้านอาร์ทูรอส เซอร์วอส ประธานสภาอุตสาหกรรมพลังงานหมุนเวียนแห่งยุโรป กล่าวว่า ตลาดสำหรับพลังงานหมุนเวียนทั่วโลกสามารถเติบโตเป็นสองเท่าได้ในปี 2593 และเทียบเท่ากับปริมาณของอุตสาหกรรมน้ำมันในปัจจุบัน ธุรกิจพลังงานลมและพลังงานแสงอาทิตย์มีมูลค่าถึง 38 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ และจะเพิ่มขึ้นเท่าตัวในทุกๆสามปี การเจริญเติบโตเป็นไปแนวทางเดียวกับอินเตอร์เน็ตและโทรศัพท์มือถือ เพราะฉะนั้นเราจึงเรียกร้องให้ผู้มีอำนาจในการตัดสินใจจากทั่วโลก ทำแนวคิดนี้ให้เป็นจริง การตัดสินใจทางการเมืองในไม่กี่ปีจากนี้จะส่งผลถึงสภาวะสิ่งแวดล้อมและสถานการณ์ทางเศรษฐกิจในอีกหลายทศวรรษต่อมา พลังงานหมุนเวียนสามารถ และจะต้องเป็นผู้นำของพลังงานโลกในอนาคต มิใช่ปัญหาทางด้านเทคโนโลยีที่ขัดขวางความเป็นไปได้นี้ แต่กลับเป็นปัญหาทางการเมือง

 

นศ.ไทยในแดนจิงโจ้กว่าครึ่ง ภาษาอังกฤษแย่

ผู้จัดการรายวัน-- เอเอฟพี - นักศึกษาต่างชาติซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวเอเชีย ที่จบจากมหาวิทยาลัยในออสเตรเลีย จำนวนมากกว่า 1 ใน 3 มีทักษะภาษาอังกฤษที่แย่มากถึงขนาดที่ว่า ไม่ควรจะได้รับเข้ามหาวิทยาลัยเสียด้วยซ้ำ งานวิจัยชิ้นล่าสุดที่ออกเผยแพร่เมื่อวันที่ 29 ระบุ

 

งานศึกษาโดย บ็อบ เบอร์เรล ผู้เชี่ยวชาญด้านประชากรศาสตร์จากมหาวิทยาลัยโมนาช ในเมืองเมลเบิร์น พบว่า นักศึกษาไทยและเกาหลีใต้มากกว่า 50% ไม่มีทักษะภาษาอังกฤษที่เพียงพอต่อการทำงานอย่างมืออาชีพในออสเตรเลีย เช่นเดียวกับบัณฑิตชาวจีนมากกว่า 43%

 

นักศึกษาประมาณ 17% ที่มาจากสิงคโปร์และอินเดีย ซึ่งเป็นประเทศที่พูดภาษาอังกฤษอย่างกว้างขวางกว่า ก็มีทักษะไม่ถึงระดับที่กำหนดไว้

 

โดยรวมแล้ว นักศึกษาต่างชาติซึ่งกำลังจะจบการศึกษาและได้รับวีซ่าผู้มีถิ่นที่อยู่ถาวรในปี 2006 จำนวน 34% มีทักษะภาษาอังกฤษที่ไม่แข็งแรง

 

เบอร์เรลกล่าวว่า บัณฑิต 12,000 คนที่เข้าทดสอบให้ผลสำรวจชิ้นนี้ เกือบทั้งหมดเป็นชาวเอเชีย เพราะนักศึกษาเหล่านี้มักยื่นขอวีซ่าผู้มีถิ่นที่อยู่ถาวรขณะศึกษาอยู่มากที่สุด

 

จากผู้ที่เข้าทดสอบ นักศึกษาจากเกาหลีใต้เป็นผู้ทำคะแนนได้แย่ที่สุด โดย 55.5% ไม่ผ่านมาตรฐานภาษาอังกฤษที่กำหนดไว้

 

ตามมาด้วยนักเรียนไทย 50.9%, เนปาล 47.9%, ไต้หวัน 47.4%, จีน 43.2%, ฮ่องกง 42.9%, บังกลาเทศ 42%, ญี่ปุ่น 36.8%, เวียดนาม 32.9%, อินโดนีเซีย 32%, ศรีลังกา 25.1%, ปากีสถาน 24.8%, มาเลเซีย 23.5%, สิงคโปร์ 17.8% และอินเดีย 17.3%

 

อย่างไรก็ตาม เบอร์เรลกล่าวว่าเขาเชื่อว่างานศึกษาชิ้นนี้ เป็นตัวแทนของนักศึกษาต่างชาติทั้งหมด ส่วนหนึ่งเป็นเพราะชาวเอเชียเป็นนักเรียนต่างชาติกลุ่มใหญ่ที่เสียค่าเล่าเรียนให้แก่มหาวิทยาลัยของออสเตรเลีย

 

"มันเป็นการสร้างข้อกังขาเกี่ยวกับมาตรฐานของมหาวิทยาลัย" เบอร์เรลกล่าวกับเอเอฟพี

 

ทางด้าน จูลี บิชอป รมต.กระทรวงศึกษาธิการของออสเตรเลีย โต้แย้งว่า งานศึกษาดังกล่าวเป็น "การโจมตีมหาวิทยาลัยของเราด้วยวิธีแปลกประหลาดของอาจารย์เบอร์เรล"

 

"นักเรียนต่างชาติต้องผ่านเกณฑ์มาตรฐานสากลด้านภาษา จึงจะเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยในออสเตรเลียได้" เธอระบุ

 

งานศึกษาชิ้นดังกล่าวพบว่า บัณฑิตที่เข้าทดสอบทั้งหมดมีความรู้ภาษาอังกฤษมากพอที่จะรับมือกับสถานการณ์เกือบทั้งหมด

 

"แต่คนที่ผ่านเกณฑ์นี้ก็ยังไม่สามารถสนทนาอย่างลึกซึ้งในระดับมืออาชีพได้" งานศึกษาระบุ

 

มหาวิทยาลัยในออสเตรเลียต้องพึ่งพานักเรียนต่างชาติเป็นอย่างมาก เพราะพวกเขาเป็นแหล่งสนับสนุนเงินทุน 15% ของมหาวิทยาลัย ทำให้เกิดข้อชวนคิดว่า มหาวิทยาลัยยอมเอามาตรฐานทางวิชาการเข้าแลกกับผลตอบแทนทางการเงินหรือเปล่า

 

เบอร์เรลกล่าวในรายงานของเขาว่า มีตัวอย่างหลักฐานมากมายที่ชี้ให้เห็นว่า นักเรียนต่างชาติจำนวนมากกระเสือกกระสนให้ตนมีคุณสมบัติตามข้อกำหนด และมหาวิทยาลัยก็ช่วยเหลือด้วยการลดระดับมาตรฐานภาษาอังกฤษของรายวิชาต่างๆ

 

"ปัญหาภาษาอังกฤษเป็นที่รู้กันดี" เบอร์เรลกล่าว แต่มหาวิทยาลัยค่อนข้างลังเลที่จะบังคับให้นักศึกษาเหล่านั้นเรียนภาษาเพิ่ม เพราะจะทำให้เสียค่าใช้จ่ายแพงขึ้นอีก และจะกลายเป็นว่า มีเสน่ห์ดึงดูดใจน้อยกว่ามหาวิทยาลัย

 

กระนั้นก็ตาม อาจารย์ เจอราร์ด ซัตตัน ประธานคณะกรรมาธิการรองอธิการบดีของออสเตรเลีย แย้งว่า นักเรียนต่างชาติส่วนมากมีทักษะภาษาอังกฤษด้านการอ่าน เขียน และฟัง "ผมคิดว่า สิ่งที่เห็นเด่นชัดก็คือ การขาดทักษะด้านการพูด" เขากล่าวกับเอเอฟพี และบอกด้วยว่า การขาดทักษะด้านนี้จะไม่เป็นอุปสรรคต่อการสำเร็จวิชาในมหาวิทยาลัย

 

รัฐบาลเตรียมจัดงานพิธีสยามมงคล 31 ม.ค.-11 ก.พ.นี้

ผู้จัดการออนไลน์ -- พล.อ.วัธนชัย ฉายเหมือนวงศ์ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี แถลงข่าวการจัดงานพิธีสยามมงคล ตามโครงการสามัคคีธรรมนำสันติสุข ระหว่างวันที่ 31 มกราคม - 11 กุมภาพันธ์ ที่ท้องสนามหลวง โดยจะมีการประกอบพิธีกรรมทุกศาสนา จึงขอเชิญชวนประชาชนให้เข้าร่วมงานเพื่อแสดงความจงรักภักดี และถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ซึ่งงานนี้เป็นคนละงานกับการทำบุญประเทศที่จะมีขึ้นในวันที่ 24 กุมภาพันธ์

 

สวีเดนยกไทยเป็นที่สุดของแหล่งท่องเที่ยวปี 49

ผู้จัดการออนไลน์ --ประเทศไทยได้รับเลือกจากผู้อ่านนิตยสารท่องเที่ยวของประเทศสวีเดนให้เป็นที่สุดของแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมในปี 2549 ส่วนอันดับ 2 เป็นของประเทศออสเตรเลีย

 

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เผยผลการสำรวจความคิดเห็นเกี่ยวกับความนิยมในแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ทั่วโลก ประจำปี 2549 จากผู้อ่านนิตยสาร Res ซึ่งเป็นนิตยสารท่องเที่ยวรายเดือนของประเทศสวีเดน มียอดผลิต 30,000 ฉบับต่อเดือนว่า ชาวสวีเดนต่างลงคะแนนให้ประเทศไทยได้รับรางวัลยอดนิยมเกี่ยวกับการท่องเที่ยวเป็นอันดับ 1 ในหลายรางวัล ได้แก่ แหล่งท่องเที่ยวยอดนิยม อาหารยอดนิยม และแหล่งช้อปปิ้งยอดนิยม ส่วนจังหวัดภูเก็ต เป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมอันดับ 1 ของกลุ่มผู้โดยสารทีเดินทางด้วยเที่ยวบินเช่าเหมาลำ (Charter Flight) ส่วนอันดับ 2 คือ เกาะลันตา จังหวัดกระบี่ ส่วนประเทศออสเตรเลียเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมอันดับ 2 อาหารอิตาลี เป็นอาหารยอดนิยมอันดับ 2 และสหรัฐอเมริกา เป็นแหล่งช้อปปิ้งยอดนิยมอันดับ 2

 

ผลสำรวจดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของการท่องเที่ยวไทย ที่แม้จะเกิดเหตุการณ์พิบัติภัยคลื่นยักษ์สึนามิเมื่อปลายปี 2547 แต่ประเทศไทยก็ยังสามารถครองใจนักท่องเที่ยวไว้ได้

 

ต่างประเทศ

 

ปากีสถานประกาศเคอร์ฟิวในเมืองทางภาคตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศหลังเกิดเหตุรุนแรงขึ้น

กรมประชาสัมพันธ์ -- เจ้าหน้าที่ปากีสถานประกาศเคอร์ฟิวห้ามออกจากเคหะสถานในยามวิกาลในเมืองฮังกู ทางภาคตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศวันนี้ หลังมีผู้เสียชีวิต 2 คน และบาดเจ็บ 15 คน เนื่องจากกระสุนปืนครกถูกยิงมาตกใส่ในขบวนแห่ของชาวมุสลิมนิกายชีอะห์ ระหว่างพิธีอาซูร่า จนเป็นชนวนให้เกิดเหตุรุนแรงทางศาสนาแพร่ขยายออกไป

 

เศรษฐกิจ

 

แนวโน้มเศรษฐกิจไทยในไตรมาสที่ 1 ปี 2550

ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจม.หอการค้าไทย-- จากเดิมศูนย์พยากรณ์ฯ ได้คาดการณ์ภาพรวมเศรษฐกิจในไตรมาสที่ 1 ไว้ที่ระดับอัตราการขยายตัว 4.0 ซึ่งเป็นการขยายตัวจากภาคการผลิตร้อยละ 3.2 และอัตราการขยายตัวจากนอกภาคเกษตรกรรมร้อยละ 4.1 สำหรับในส่วนของภาคการใช้จ่ายยังคงมีอัตราการขยายตัวจากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา โดยการบริโภคมีอัตราการขยายตัวประมาณร้อยละ 3.6 และการลงทุนมีอัตราการขยายตัว

 

แต่จากสถานการณ์ระเบิดที่เกิดขึ้นส่งผลกระทบต่อปัจจัยความเชื่อมั่นในระบบเศรษฐกิจ ทางศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจฯ จึงได้ทำการปรับค่าคาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจไทยในไตรมาสแรกอาจปรับตัวลดลงจากเดิมประมาณร้อยละ 0.4 จากเดิมคาดว่าเศรษฐกิจไทยในไตรมาสแรกขยายตัวร้อยละ 4.0 เป็นร้อยละ 3.5 (หากไม่มีเหตุการณ์ระเบิดหรือเหตุการณ์ไม่สงบเกิดขึ้นซ้ำซ้อน )

 

สำหรับผลกระทบจากการระเบิดที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ จากการประเมินเบื้องต้นของศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ พบว่า ภาคการท่องเที่ยวจะได้รับผลกระทบโดยตรงในระยะสั้น ซึ่งคาดว่าหากไม่มีสถานการณ์ที่แย่ลงกว่านี้ ภาวะเศรษฐกิจน่าจะเริ่มคลี่คลายได้ในไตรมาสที่สองของปีนื้

 

สำหรับผลกระทบที่เกิดขึ้นคาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวจะลดลงในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้ ส่งผลให้รายได้จากนักท่องเที่ยวลดลงประมาณ 20,000 ล้านบาท และการบริโภคและการลงทุนของภาคเอกชนลดลงประมาณ 20,000 - 30,000 ล้านบาท หรือคิดเป็นผลกระทบข้างต้นประมาณ 40,000 - 50,000 ล้านบาท ซึ่งส่งผลกระทบต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจลดลงจากคาดการณ์เดิมประมาณร้อยละ 0.2-0.5

 

หากสถานการณ์ยืดเยื้อและมีผลกระทบในระยะยาว จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยในไตรมาสที่สองและสาม ซึ่งนอกจากจะส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวและการบริโภคแล้ว ยังจะส่งผลกระทบต่อการลงทุนระยะยาวด้วย ซึ่งส่งผลกระทบต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจลดลงจากคาดการณ์เดิมประมาณร้อยละ 0.5-1.0 อย่างไรก็ตาม ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจฯ ยังเห็นว่าในปีนื้ เศรษฐกิจไทยยังคงขยายตัวอยู่ในระดับร้อยละ 4.0-5.0 ได้ หากความเชื่อมั่นของประชาชนและนักธุรกิจเริ่มกลับคืนมาในช่วงไตรมาสที่สองของปีนี้

 

 

 

 

 

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น