อดีต ส.ว. เอ็นจีโอ

ชูวัส ฤกษ์ศิริสุข


 


 


เครื่องยืนยันว่า ส.ส.ร. หรือสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญไม่เป็นอิสระ และไม่สามารถจะเป็นตัวกลางที่จะร่างกฎหมายสูงสุด กติกาที่ซึ่งคนทุกฝ่าย ทุกขั้ว ทุกชนชั้นยอมรับได้ ก็คือการพลิกมติ จากเดิมที่จะให้ประธานคณะกรรมาธิการทุกคณะจะต้องเป็นสมาชิก ส.ส.ร. (ซึ่งมาจากการคัดสรรจากหลากหลายสาขาอาชีพ อย่างน้อยก็ดีกว่าการแต่งตั้ง) ให้กลายมาเป็นใครก็ได้ เพื่อเปิดทางให้กับ กมธ. ยกร่างรัฐธรรมนูญ ที่คณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) แต่งตั้ง


 


มีอะไรต้องสงสัยหรือว่า ทำไม น.ต.ประสงค์ สุ่นศิริ จึงได้ดำรงตำแหน่งประธาน ไม่มีเลย เพราะความพยายามผลักดัน กดดันจากสื่อบางแห่ง และจากนักเคลื่อนไหวสายพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยนั้นชัดเจนเสมอมา จนกลายเป็นแรงกระเพื่อมหลายครั้ง ตั้งแต่ครั้งเลือกประธานสภานิติบัญญัติมาแล้ว


 


บทบาทของ คมช. (และคนที่อยู่เหนือ คมช.) ไม่ใช่แค่ชี้นิ้วสั่งได้กับ ส.ส.ร. 100 คนเท่านั้น ยังสั่งชี้ถูกชี้ผิดได้ด้วย เพราะกระบวนการยุติธรรมไทยมีอันต้องเป๋ไปเรียบร้อย เมื่อประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน พลันที่เดินทางกลับมาจากประเทศจีน นัยว่าคงไปสืบสวนสวนคดีระเบิดกลางกรุง 9 จุด คืนวันที่ 31 ธันวาคม2549 กระมัง จึงได้กลับมาแล้วชี้ได้ทันทีว่า "ทหารไม่ได้ทำ" แถมขู่พนักงานสอบสวนด้วยว่า ถ้าจับ "แพะ" ต้องรับผิดชอบ


 


ตอนต้นสัปดาห์ พล.อ.สพรั่ง กัลยาณมิตร ผู้กุมบทบาทตัวจริงใน คมช. ก็เพิ่งได้ตำแหน่งประธานบริษัททีโอที จำกัด (มหาชน) อีกแห่ง


 


ทั้งหมดที่ว่ามานี่สัปดาห์เดียวนะครับ แต่เป็นสัปดาห์ที่ 17 ของการรัฐประหารแล้ว


 


จากสัปดาห์18 เป็นต้นไป จะได้เห็นกันล่ะว่า การเอื้อประโยชน์โดยใช้ข้ออ้างว่า เพื่อกีดกันระบอบอำนาจเก่า จะกลายเป็นการเอื้อประโยชน์ถาวรกันในระดับโครงสร้างด้วยการตราเป็นรัฐธรรมนูญหรือไม่ แต่โดยตรรกะนั้น หากเขาทำอย่างนี้ได้แม้แต่ในเรื่องเล็กๆ ว่าด้วยใครจะมาดำรงตำแหน่งประธาน กมธ. หรือใครจะได้ประโยชน์อะไร  แล้วทำไมเขาจะแทรกแซงการเขียนรัฐธรรมนูญให้เป็นไปอย่างที่ต้องการซึ่งเป็นเรื่องใหญ่กว่าสำคัญกว่าไม่ได้


 


บกระแสดูนะครับ สื่อบางแห่งที่มีธง ก็ปักธงเอาไว้แล้ว แล้วก็เริ่มหล่อหลอมให้ผู้อ่านยอมรับเรื่อง "นายกฯไม่จำเป็นต้องมาจาก ส.ส." มากขึ้นเรื่อยๆ


 


อย่าประมาทกันไปเชียว การตื๊อ ย้ำ ผลิตซ้ำแนวคิดเหล่านี้มีผลสำเร็จมาแล้วในกรณีล้มคุณทักษิณ ชินวัตร และเรื่องนายกฯมาจากไหน ว่าไปก็สำคัญกว่าเรื่องตัวบุคคลอย่างคุณทักษิณเสียอีก


 


อีกปมก็คือเรื่อง ส.ว. - พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกฯจากการรัฐประหาร ให้ความเห็นว่า อยากให้มี ส.ส. จำนวนน้อยลง และ ส.ว.สัก 100 คน แต่ที่มา ยังไม่มีใครกล้าฟันธงลงไป กระนั้นได้รับการคาดหมายว่า อาจจะไม่ได้มาจากการเลือกตั้งเหมือนเดิมแล้ว เหตุผลคืออะไรยังไม่มีใครพูดถึง แต่สีที่ใส่ ปีศาจที่วาดให้ คือวาทกรรมว่าด้วย "สภาผัวสภาเมีย" แค่นี้คนชั้นกลางก็กลัวพอที่จะยอมให้มาจากการแต่งตั้งแล้ว


 


ที่แน่ๆ ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียต่อการยกร่างฯ นั้น มีอคติต่อ "การเลือกตั้ง" และ "คนที่มาจากการเลือกตั้ง" อย่าลืมนะครับว่า การร่างรัฐธรรมนูญที่มีเวลาไม่มาก เหตุผลก็จะหยิบยกออกมาถกกันน้อย เอาหรือไม่เอา จึงเป็นเรื่องทัศนคติของแต่ละคนเป็นสำคัญ


 


อย่างไรก็ตามเหตุผลสำคัญที่สุดก็คือ หาก ส.ว. ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง จะง่ายกว่าที่จะดำรงคงอำนาจ คมช. และผู้บงการไว้ต่อไป หลังจากที่มีรัฐบาลและสภาจากการเลือกตั้งแล้ว


 


มาถึงตรงนี้ ผมคิดถึง อดีต ส.ว. ทั้งหลาย โดยเฉพาะสายเอ็นจีโอและสายนักวิชาการที่เคยออกมาด่าว่าเรื่องการแทรกแซงองค์กรอิสระของรัฐบาลก่อน คิดถึงองค์กรประชาธิปไตยที่ต่อสู้เรื่องรัฐธรรมนูญ คิดถึงองค์กรปกป้องสิทธิฯทั้งหลาย


 


ผมอยากให้คนเหล่านี้เลิกกลัวอำนาจเก่า และเชื่อมั่นได้แล้วว่า บทเรียนที่ผ่านมาเพียงพอที่จะสร้างวุฒิภาวะให้เกิดขึ้นกับนักการเมืองไทย  ผมอยากให้คนเหล่านี้กลับมาทำหน้าที่ที่เขาเคยทำได้ดี มาด่าว่าการแทรกแซงองค์กรอิสระ มาด่าว่าคณะรัฐประหารแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม อย่างใจเป็นธรรม ไม่เช่นนั้น ลูกหลานของเราจะตอบไม่ได้ว่า ทำไมท่านจึงด่าว่ารัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง แต่ไม่ด่าว่าคณะทหารที่จับอาวุธซึ่งประชาชนซื้อให้มายึดอำนาจประชาชนเอง


 


ไม่เช่นนั้น ลูกหลานของเราจะไม่รู้ว่าอะไรถูก อะไรผิด ในยุคที่กำลังรณรงค์เรื่องคุณธรรมกันหนักขนาดนิ้


 


ครับ หันมองทางไหน อ้าว...พวกท่านเหล่านั้นเข้าไปรับใช้คณะรัฐประหารทั้งตรงๆ และอ้อมๆ หมดแล้วนี่นา

คนไทยรักประชาธิปไตย

พวกก่อนรัฐประหารก็คือเผด็จการวันยังค่ำ ปากก็ว่าประชาธิปไตยปลายกระบอกปืน ใครเชื่อก็......แล้ว ประเทศไทยกำลังก้าวไปข้างหน้า ปัจจุบันสะดุดหยุดนิ่งถอยหลังลงไปหลายก้าว เรากำลังจะเป็นผู้นำในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แล้ว แต่กรรมมาบดบัง โดยบัง... แต่เบื้องหลังยังมี...แล้วจะให้คนไทยอยู่อย่างไร ปัจจุบันมันเป็นยุกโลกาภิวัฒน์แล้ว จะกลับไปใช้ม้าและนกพิราบสื่อสารหรือ โดยเฉพาะคนชื่อสพรั่ง คำพูดแต่ละคำแสดงถึงอำนาจบาตรใหญ่ ยิ่งพูดยิ่งได้ตำแหน่งเพิ่มขึ้นเงินก็ไหลเข้าเพิ่มขึ้น ระวังสักวันตามพุทธศาสนา ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว

tigertic

ตามที่สื่อและประชาชนที่ได้เฝ้าจับตาดูว่าสิ่งที่พวกเค้าได้คาดไว้จะเกิดขึ้นจริงหรือไม่ และแล้วก็เกิดขึ้นจนได้แม้ว่ากระแสค้านจากนักวิชาการ(ดีๆ)ได้ออกมาให้ความเห็นและแนะนำก็ตามที
การวางแผนสืบทอดอำนาจด้วยวิธีต่างๆนาๆจะมีการต่อต้านหนักขึ้นจากหลายๆองกรณ์และประชาชนเจ้าของประเทศ ยกเว้นพวกที่ได้รับผลประโยชน์ไม่ว่าจากระยะสั้นหรือยาว
รัฐธรรมนูญฉบับนี้รูปแบบจะออกมาตามคำชี้นำไม่ว่าจากฝ่าย คมช , นายก สุรยุทธ และ แน่นอน ฝ่ายพันธมิตร
หวังว่าเหตุการณ์ต่อต้านจะไม่พาไปสู่ความรุนแรง

hiseewho

ต้องขออภัยเป็นอย่างยิ่ง
น่ะครับ บรรดาท่านนายพล
ต้องขออนญาต NO VOTE ให้แก่รัฐธรรมนูญฉบับ คมช.เป็นผู้กำกับ
ทำใจไม่ได้จริงๆ
คือมันอินกับ"ประชาธิปไตย" อ่ะ

เสม

อ้าว คุณจำลอง ศรีเมือง ว่าไง ไหนบอกว่านายกต้องมาจากการเลือกตั้ง ถ้าไม่เลือกตั้งก็จะประท้วง แสดงว่าปี สองห้าสามห้า หลอกน่ะซิ ขำจริงๆ ทำไปได้ ฮ่าๆๆๆๆๆ อ้าวเจ้าของประเทศอย่านิ่งเฉย รอฝ่ายชนะแต่เพียงอย่างเดียว ออกมาพูดบ้างน่ะ

รอคอย

ผมรอวันที่มันจะสุกงอม ประชาชนออกมาเรียกร้องประชาธิปไตย ผมจะรอวันนั้น วันที่ได้เข้าร่วมในการเรียกร้อง เอาประชาธิปไตยคืนมา ถึงแม้นมันจะนำมาซึ่งความรุนแรงและเสียเลือดเนื้อก็ตาม

YSOSTUPID

หากการร่างร้ฐธรรมนูญยังหวังต่อท่ออำนาจให้กับชนขั้นสูง โดยไม่ใส่ใจต่อคำทักท้วงแต่ต้นๆของประชาชน นั่นหมายความว่า พวกเขาไม่สนใจว่าจะเกิดการนองเลือด เพราะทุกครั้งที่เกิดนองเลือด พวกเขาก็ยังเป็นผู้มีพระคุณต่อประเทศชาติ แต่พวกเขาลืมไปแล้วว่ายุคสมัยเปลี่ยนไป ความไม่เป็นธรรมจะเป็นชนวนให้ความคิดของประชาชนพัฒนาเปลี่ยนไปจนยากที่จะหยั่งถึงมหันตภัยที่จะตามมาถึงชนชั้นของพวกเขา หยุดคิดที่จะกดขี่ประชาชนได้แล้วมิเช่นนั้นผลกรรมจะตามมาอย่างคาดคิดไม่ถึง ขอเตือนแล้วเตือนอีก อย่าลองดีเด็ดขาด รัฐธรรมนูญฉบับนี้อย่าให้เป็นรัฐธรรมนูญเลือดเลย มันไม่คุ้มที่จะเสี่ยง ประเทศชาติก็เสี่ยง ประชาชนก็เสียง ชนชั้นสูงก็เสี่ยง ทุกสถาบันกำลังเสี่ยง อย่าลองดี อย่าลองดี

th

this is really bad. we must do something to warn them.

NGO.เชียงราย

นางเตือนใจ ดีเทศน์ NGO อดีต สว.ผู้เคยมีบทบาทมากมายทำไมเงียบ หรือ คมช.เขาตั้งให้เป็นสมาชิก สนช.เลยไม่มีปาก นี่หรือนักอุดมการณ์ในที่สุดเนื้อแท้ก็ถูกเปิดเผย

noreform

ผลประโยชน์ ด่าคนที่ไม่ให้ผลประโยชน์
ยินดีทำงานกับคนที่ให้ผลประโยชน์ คำตอบง่ายๆ ของทุกคำถาม และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

เอือมชวน

ผลประดยชน์มันอุดปาก พูดไม่ออก

t

This government!! ebsolute !Thicks) Thais!! can^*t do any things!! because!! old gay and the red carpet controling!! everythings!! how fuckiinngg sad!!

war

Anti coup government.
Bad government.
Mr.Paem should go to hell because he is in Thailand and relate to Thai politic for 40 years but he manage Thailand backward to Dinosaur era.
[emo5.gif][emo5.gif][emo5.gif][emo5.gif][emo5.gif][emo5.gif][emo5.gif][emo5.gif][emo5.gif][emo5.gif][emo5.gif][emo5.gif]

Huge conflict in my brain

I hate myself.
I hate my country now.
I hate that why I can not do the better thing....

คนไทยจริงๆ

เคยเตือนตั้งร้อยหนแล้วเรื่องรบ.นี้ มันทำจริงทุกอย่างที่เตือนไว้ บอกตรงๆนะไอ้ที่ว่าขอเวลาแก้ไขรธน หนื่งปีนะไม่มีทางใครจะยอมอำนาจได้มาอย่างง่ายดายที่สุดคนที่อ้างว่าเป้นปัญญาชนคนชั้นสมองก็ยอมตาม พาประเทศล่มจมแน่ พูดอย่างเดียว NO Hope For Thailand. สงสารแต่ลูกหลานต้องลำบากกันอีก นับวันยิ่งแสดงออกมาให้เห็นอย่างหน้าด้านๆๆๆไม่รู้ท่านปัญญาชนทั้งหลายทนอยู่ได้อย่างไรหรือมีส่วนได้ส่วนเสีย มืดบอดกันจริงๆ งิ้วท้องสนามหลวงออกมาเล่นหน่อยซิ บวงสรวงให้เจ้าพ่อลิ้มทรพีหน่อยจะไดมองดูความพินาจอย่างสะใจจริงๆ

หนุงหนิง

"...บทเรียนที่ผ่านมาเพียงพอที่จะสร้างวุฒิภาวะให้เกิดขึ้นกับนักการเมืองไทย ..."

คุณชูวัส สรุปจาก อะไรไม่ทราบคะ...

ดิฉันกลับเห็นว่า การรัฐประหารที่ผ่านมา นักการเมืองไทย ไม่มีการพัฒนาเชิงคุณภาพเลยสักค่ายเดียว อย่างมากได้แต่เป็นนักเลือกตั้ง ภายใต้วิถีเดิมๆ ทั้งสิ้น...

Ganesha

จะเอาทหารเผด็จการมาเขียนกฏหมายรัฐธรรมนูญทำไมกัน หรือแม้แต่ชุดนี้ที่เต็มด้วยความรู้และประสบการ แต่ก็นั่นแหละก็ยังเป็นชุดที่ถูกตั้งขึ้นจากเผด็จการทหาร ซึ่งก็ไม่ผิดอะไรกับสมัยแม้วเอื้ออาทร เจ้าจอมกำไรไร้ภาษี ที่สามารถมีนายวิษณุ เครืองาม นักกฏหมายที่เก่งที่ร่วมทำงานด้วย

สิ่งที่น่าจะกระทำและมีหลายประเทศที่เป็นแม่แบบประชาธิปไตยในยุโรปได้ทำแล้ว นั่นคือ ห้ามผัวเมียมีตำแหน่งหน้าที่ใน ครม. ชุดรัฐบาลนั้นๆ และรวมทั้งในระบบ สว. ด้วย และรวมทั้งระบบการเมืองท้องถิ่นด้วย

ห้ามทหารทำการปฏิวัติปล้นประชาธิปไตย หากทำต้องถือว่าเป็นกบฏ และเป็นภัยต่อแผ่นดินไทยด้วย

ไม่มีปัญหากับคนเอ็นจีโอที่ทำงานกับชุดทหารในการร่างกฏหมายรัฐธรรมนูญใหม่ เพราะคิดว่าเป็นเรื่องสว่นบุคคลแล้ว

ธีระ โรจนาเปรมสุข

ประสงค์ สุ่นศิริ เล่าการวางแผนรัฐประหาร 19 กันยา 2549

ดู รายงานสัมภาษณ์ ประสงค์ ที่ Asia Times Online

http://www.atimes.com/atimes/Southeast_Asia/HL22Ae01.html(หน้า 1)

http://www.atimes.com/atimes/Southeast_Asia/HL22Ae02.html(หน้า 2)

ประสงค์ ซึ่งตามรายงานกล่าวว่าเป็น "หนึ่งในห้านายทหารระดับสูงในราชการและนอกราชการที่ซุ่มวางแผนโค่นทักษิณไว้ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม" (one of five serving or retired senior military figures who hatched plans to oust Thaksin as early as July) เปิดเผยถึงแผนการรัฐประหาร ตามรายงานดังนี้

Interestingly, the five original plotters, while obviously including army commander Sonthi, did not include former prime minister, army commander and now chief of the Privy Council Prem.

The highly respected Prem was widely regarded by the media as the backbone of the September 19 coup, though he is now quite active with the new military rulers. Nor did the original five coup makers include Surayud, who was only informed that he would be appointed interim prime minister by the coup makers about a week before he took office "somewhat reluctantly", as he later told the Thai press.

"The coup was the only way we could see to rid Thailand of Thaksin - our only option," Prasong said. "It was not planned because we thought Thaksin was planning his own coup to bolster his military status, but just to stop him. We considered other options, but this was the only way we could think of to stop him."

Prasong and other military sources have also painted a picture of the events leading up to the September 19 coup. First, the commanders of all the armed services - army, navy and air force - were summoned to a meeting with King Bhumibol at his Hua Hin palace, his normal residence, south of Bangkok. Strangely, Supreme Commander Ruengroj Mahasaranont failed to show up for the meeting. Ruengroj was suspected of being too close to Thaksin, and later appeared to teeter on the brink of loyalty to both sides as the coup started.

He was known to be in telephone contact early that evening with Thaksin, who at the time was in New York for a United Nations General Assembly meeting and was contacting his classmates from defense army pre-cadet school Class 10 warning that something was being hatched. It was Ruengroj whom Thaksin chose to head the military in his botched plan to declare a state of emergency shortly before Sonthi launched his coup.

Only two army region commanders - the key Bangkok-based 1st Army^*s Lieutenant-General Anupong Paochinda and the northern 3rd Army^*s Lieutenant-General Saprang Kalyanamitr - were trusted commanders involved in the coup. Anupong was regarded by some as a Thaksin man, but sources say he is also close to Queen Sirikit, and that in the end persuaded him to go along with the coup. Saprang sent troops to Bangkok to back the coup, along with Lopburi-based soldiers from the Special Forces Command - once commanded by Sonthi, and Surayud before him.

The sources say that just before moving out the troops in Bangkok on that evening, Sonthi sent tanks to the gates of the 1st Army Division, 4th Cavalry Command, in Bangkok, and 2nd Cavalry Command, based just north of Bangkok. All were commanded by Thaksin^*s Class 10 classmates, and had to be neutralized to preempt a possible pro-Thaksin counteraction, the sources say.

ธีระ โรจนาเปรมสุข

ประสงค์ สุ่นศิริ เล่าการวางแผนรัฐประหาร 19 กันยา 2549

ดู รายงานสัมภาษณ์ ประสงค์ ที่ Asia Times Online

http://www.atimes.com/atimes/Southeast_Asia/HL22Ae01.html(หน้า 1)

http://www.atimes.com/atimes/Southeast_Asia/HL22Ae02.html(หน้า 2)

ประสงค์ ซึ่งตามรายงานกล่าวว่าเป็น "หนึ่งในห้านายทหารระดับสูงในราชการและนอกราชการที่ซุ่มวางแผนโค่นทักษิณไว้ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม" (one of five serving or retired senior military figures who hatched plans to oust Thaksin as early as July) เปิดเผยถึงแผนการรัฐประหาร ตามรายงานดังนี้

Interestingly, the five original plotters, while obviously including army commander Sonthi, did not include former prime minister, army commander and now chief of the Privy Council Prem.

The highly respected Prem was widely regarded by the media as the backbone of the September 19 coup, though he is now quite active with the new military rulers. Nor did the original five coup makers include Surayud, who was only informed that he would be appointed interim prime minister by the coup makers about a week before he took office "somewhat reluctantly", as he later told the Thai press.

"The coup was the only way we could see to rid Thailand of Thaksin - our only option," Prasong said. "It was not planned because we thought Thaksin was planning his own coup to bolster his military status, but just to stop him. We considered other options, but this was the only way we could think of to stop him."

Prasong and other military sources have also painted a picture of the events leading up to the September 19 coup. First, the commanders of all the armed services - army, navy and air force - were summoned to a meeting with King Bhumibol at his Hua Hin palace, his normal residence, south of Bangkok. Strangely, Supreme Commander Ruengroj Mahasaranont failed to show up for the meeting. Ruengroj was suspected of being too close to Thaksin, and later appeared to teeter on the brink of loyalty to both sides as the coup started.

He was known to be in telephone contact early that evening with Thaksin, who at the time was in New York for a United Nations General Assembly meeting and was contacting his classmates from defense army pre-cadet school Class 10 warning that something was being hatched. It was Ruengroj whom Thaksin chose to head the military in his botched plan to declare a state of emergency shortly before Sonthi launched his coup.

Only two army region commanders - the key Bangkok-based 1st Army^*s Lieutenant-General Anupong Paochinda and the northern 3rd Army^*s Lieutenant-General Saprang Kalyanamitr - were trusted commanders involved in the coup. Anupong was regarded by some as a Thaksin man, but sources say he is also close to Queen Sirikit, and that in the end persuaded him to go along with the coup. Saprang sent troops to Bangkok to back the coup, along with Lopburi-based soldiers from the Special Forces Command - once commanded by Sonthi, and Surayud before him.

The sources say that just before moving out the troops in Bangkok on that evening, Sonthi sent tanks to the gates of the 1st Army Division, 4th Cavalry Command, in Bangkok, and 2nd Cavalry Command, based just north of Bangkok. All were commanded by Thaksin^*s Class 10 classmates, and had to be neutralized to preempt a possible pro-Thaksin counteraction, the sources say.

A Thai

@ +_+ ! ประชาไทขอทำการปิดความคิดเห็นนี้ เนื่องจากพิจารณาแล้วเห็นว่าไม่เหมาะสม @

ทุเรศ

สำราญ รอดเพชร เคยต่อต้านเผด็จการ ตอนนี้เก็บอุดมการณ์ใส่ลิ้นชักไว้ ถอดหน้ากากได้เห็นกันชัดแจ้ง
อุดมการณ์ หรือ อุดมกิน กันแน่.

ต้องตายทีหลัง คมช.

ยังมีเรื่องทุเรศเกิดขี้นอีกมาก ภายใต้ปากกระบอกปืน นับจากนี้

ทหารไม่น่าเลย

เสียดายโอกาสของประเทศไทย

wow

เป็นเวรเป็นกรรมของประเทศไทย...

คนไทยในLA

ชื่นชมในข้อความของชาวมาเลเชียท่านหนิ่งซิ่งเขียนได้ดีมากนั่นแหละครับสิ่งที่เขาเขียนมันออกมาจากใจและความเป็นจริงทุกอย่างถิงแม้เขาจะไม่ใช่คนไทยแต่ความคิดของเขาชั่งสุดยอดและลิกซิ้งคนเอามาคิดและปฏิบัติให้มันเกืดประโยชย์กับประเทศและประชาชาวไทยให้มากที่สุดอย่าไปยิดติดกับสิ่งเดิมๆ

M79

Sprung and Sonthi Lim take over Donmuang airport, Sonthi Bung take over Arms Deal with China,because American cut of at lease thousans million Us $ in commission, they all making super Big money now that why they give away a little thing to their helper, without this small people they would not get to this point, now King power duty free licking ass Sonthi lim otherwise they are going to be Limtongool power duty free, Just wait and see, all shop and cafeteria in Donmuang airport belong to one of my friend he is big Army too, that what he told me 2 months ago, this is for real not rumour.all landlord around Donmuang area who has lots of apartment put the money together to pay Limtongool and Sprung, now they having party everynight quite happy now.

คนแก่ ๆ

ปากก็บอกว่าไม่สืบทอดอำนาจ

แค่พฤติกรรมมันไม่ใช่

เคยบอกว่าไม่ปฎิวัติเพราะทหารเป็นประชาธิปไตย

นายสนธิ บัง ไม่น่าเชื่อถือ แต่อดสังเวชไม่ได้ที่นัวิชาการ เอ็นจีโอ ที่เชิดชูคุณธรรม ท่านไปรับใช้เผด็จการกันหมด

ดีครับ รู้จักธาตุแท้ มันจะได้มาหลอกเราไม่ได้อีกแล้ว

So sad

เหตุการณ์ทำให้สังคมสามารถแยกแยะว่า จุดยืนของใครเป็นอย่างไร เริ่มตั้งแต่ นักการเมือง นักวิชาการ องค์กรอิสระ สื่อ เอ็นจีโอ จนถึงประชาชนทั่วไป และเมื่อถึงเวลาต้องตัดสินใจ เราจะได้ตัดสินใจบนข้อมูลที่ถูกต้อง ตอนนี้ เห็นหน้าก็รู้ว่าใจคิดอย่างไร โดยเฉพาะเวลาให้สัมภาษณ์สื่อ ก็สามารถเลือกจะรับหรือไม่รับข้อมูลนั้นได้

ยิ่งสูงยิ่งชั่ว

ทุกอย่างที่กำลังดำเนินการอยู่ในขณะนี้ มีขึ้นและเป็นไปเพื่อคนครอบครัวเดียวและขี้ข้าใต้ฝุ่นละอองซ่งติงส่วนน้อย ไม่ใช่เพื่อคนส่วนใหญ่ของประเทศ ถ้าจะหวังว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น ขอฟันธงว่า เหมือนเดิมและจะเลวร้ายลงจนประชาชนทนไม่ได้ เป็นไปตามหลักพุทธที่ว่า มีขึ้น ตั้งอยู่และดับไป สัตว์โลกเป็นไปตามกรรม แต่กรรมไม่ควรขี่เกวียนมา ควรจะนั่งเครื่องบินมา คนที่จะขับเครื่องบินให้กรรมนั่ง ตอนนี้อยู่ที่ไหน อยู่ที่คนไทยส่วนใหญ่ต้องช่วยกัน ปากต่อปาก เลิกนับถือกราบไหว้ซาตานในร่างนักบุญและสมุนบริวารเมื่อใด เจ้ากรรมนายเวรก็พร้อมจะทำงานทันที

tpp

ลดจำนวน สว สส และสวมาจากรการแต่งตั้ง

ประชาธิปไตยมันก็เหมือนไม้บอนไซ ในกระถาง เพื่อความสวยงามเท่านั้น

ลองคิดดูว่าถ้าให้มีการเลือกตั้ง ๔ ปีครั้งแล้วเลือกตั้ง สส เพียง ๕๐ คน การเลือกตั้ง มันจะคึกคักได้อย่างไร

พวกที่จะมีบทบาทชี้เป็นชี้ตาย ก็จะมีแต่พวก คมช ที่อยู่เบื้องหลัง นักวิชาเกิน

เสม

คห ห้า ครับ ผมก็รอคอย

kkk

the war is not over!

จำเรียง

พวกเราจะเฝ้าจับตาดูบทบาท พล.ต.จำลอง ศรีเมือง กับการร่างรัฐธรรมนูญ เพราะที่ผ่านมาบทบาทของท่านเข้มข้นมาก รัฐธรรมนูญต้องอย่างนั้นต้องอย่างนี้มิฉะนั้นจะประท้วงอดอาหาร จะระดมพลเดินขบวน อะไรต่อมิอะไร ไม่รู้ว่าที่ทำลงไปนั้น เป็นวิถีทางประชาธิปไตยหรือเผด็จการ หรือว่าผลประโยชน์ส่วนตัว ว่าไหงครั้งนี้หาก นายกรัฐมนตรีมาจากใครก็ได้ ท่านจะว่าไหงขอฟังเสียงชัด ๆ

ยามเฒ่าฯ

สว.มาจากการแต่งตั้ง 100 คน ครม.ลดจำนวนลงให้เหลือไว้เท่าที่่จำเป็น และอำนาจ สว.สามารถลงมติไว้วางใจหรือไม่ไว้วางใจรัฐบาลได้ เพิ่มขึ้นจาก รธน.ปี40ที่่ขอเปิดอภิปรายได้แต่ลงมติไม่ได้ ส่วนนี้จึงเพิ่มขึ้นมา และที่่สำคัญไม่ได้กำหนดคุณสมบัติของนายกฯไว้ใน รธน.ว่านายกฯจะต้องเป็น สส.หรือมาจาก สส.เพราะให้เป็นดุลพินิจของพรรคการเมืองที่่เป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลมีสิทธิที่่จะเลือกสรรคัดคนดีมาเป็นนายกฯเองเพื่อป้องกันปํญหาภายภาคหน้าเช่นในอดีตที่่ผ่านมา จาก หน.พรรคที่่เป็นนายทุนใหญ่สามารถชี้เป็นชี้ตายลูกพรรคจนไม่มีใครกล้า และอีกปัญหาที่่จะเกิดขึ้นใน รธน.ฉบับใหม่คือ สส.ไม่จำเป็นต้องสังกัดพรรคภายใน 90 วันก่อนการเลือกตั้ง และเสียงที่่จะขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ นายกฯจะลดจำนวนลงจาก รธน.ปี 40 นี่่แหละที่่คนแก่ๆอย่างเราคิดไว้ แต่ไม่รู้ว่าจะออกมาตรงกี่่ข้อก็คอยติดตามกันดูต่อไปเพราะ รธน.ฉบับซีไอเอเมืองไทยอาจมีอะไรให้ตื่นเต้นมากกว่านี้ก็ได้ ตามแบบฉบับสายเหยี่่ยวครับ

เศร้าใจ

พูดได้คำเดียวว่าเศร้าใจกับพฤติกรรม นักการเมืองที่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัวบางคนน่านับถือแต่เมื่อได้รับประโยชน์จากเผด็จการ ก็นิ่ง ไม่ต่อต้าน เช่า ท่านมหา ห้าขัน ตอนนี้ก็เงียบ สงบนิ่ง รอผลประโยชน์มหาสารในรัฐบาลหน้า นี่แหละเขาเรียกว่านักการ้มืองโสมม ของ
เมใองไทย

tk

I think Thailand would be better if there is no 5 people. Sonthi Lim,Prem,Sonthi Bun,Jamlong. I curse them to go to hell very very soon.

เบื่อ

เมื่อ ประสงค์เข้ามาร่างรัฐธรรมนูญ มันก็ต้องไปตามแผนลูกพี่ป๋าเปรม คือ นายกฯสามารถมาจากคนนอกได้ และคนนั้นก็คือคนที่คุมเกมกำลัง พลอ. สนธิ บุญรัตนกลิน รองนายกฯก็ อภิสิทธิ์ รมว.เกษตรก็ เทพ เทือก ผู้บริหารดูแลแผนเศรษฐกิจทั่วไป คือ สนธิ ลิ้มทองกุล คนรู้ไต๋ทักษิณ โดยมี พลอ.สะพรั่งเป็นเกราะให้ รับรองว่า สนธิ ลิ้มฯกะล่อนแต่ก็คงไม่กล้าเบี้ยวพวกทหารหรอก ว่ากันไปการเมืองไทยๆ น้ำเน่า

14 ต.ค.

พวกเราประชาชนของชาติไทย จะยอมให้พวก คมช.ทั้งหลาย ครอบงำ และร่างรัฐธรรมนูญ กันตามอำเภอใจหรือครับ พวกที่อ้างรักประชาธิปไตยทั้งหลายหายไปไหนกันหมด ทำไมถึงไม่ออกมาคันค้านการโยนหินถามทางของพวก คมช.กันบ้าง กลัวอะไรกันนักหรือช่วยบอกหน่อย 14 ต.ค.และ 19 พ.ค.เราก็ต่อสู้กันมาแล้ว ถ้าคราวนี้ต้องสู้อีกจะเป็นไรไป คราวนี้ก็ต้องเปลี่ยนอำนาจกันอย่างสุดขั่วเลย กูไม่กลัวมึงหรอกไอ้พวก คมช.ทั้งหลาย บางทีอาจจะยืมวิธีการของทางใต้มาใช้กับพวกมันทังหลาย

เขี่ยคำว่านักวิชาการลงโถส้วมไปนานแล้ว

"รัฐประหารที่ไม่เสียเลือดเนื้อครั้งนี้ได้ทำลายสถานะภาพของประเทศในสายตาของประชาคมนานาชาติอย่างย่อยยับ....."

และการที่คนที่เรียกตัวเองว่านักวิชาการหลายต่อหลายคนหน้าระรื่นเดินจูงมือกับกลุ่มที่ "ทำลายประเทศชาติให้ย่อยยับ" นี้แสดงให้เห็นชัดเจนแล้วว่า..........

ประเทศไทยไม่มี นักวิชาการ ตัวจริง[emo7.gif]
มีแต่ขยะวิชาการที่มุ่งหาประโยชน์เพื่อตัวเองเท่านั้น[emo16.gif]

คนรุ่นใหม่ไม่หูเบา

รัฐประหารแล้วมีอะไรดีขึ้นบ้าง? วันๆ เอาแต่โจมตีรัฐบาลเก่า หวาดระแวงจนไม่เป็นอันจะทำงาน ความจริงพวกนี้ก็ทำงานไม่เป็นอยู่แล้วครับ ด่าเป็นอย่างเดียว ถึงแม้จะมีทั้งอำนาจ มีทั้งปืน และพวกสื่อขายตัวมากมายคอยรับใช้ ยังไม่มีน้ำยาจะทำให้คนคล้อยตามได้ ดันหวาดระแวงประชาชนตาดำๆ ที่ไม่มีอาวุธอะไร มีเพียงหัวใจและความคิดที่ไม่มีวันเห็นด้วยกับพวกก่อการรัฐประหาร พวกเราจะเป็นเหมือนมดที่ไม่มีวันกลัว และยอมแพ้ ก้มหัวให้ท่านอย่างแน่นอน ขอเป็นกำลังใจและยืนอยู่ข้างผู้รักและหวังดีกับประเทศชาติตัวจริงนะครับ

นายกในอนาคต

ผมอยากเห็นรัฐธรรมนูญที่เข้มแข็งเหมือนปี 40 ถึงตอนนี้จะเก็บไปแล้ว ตอนนี้ผม อายุ 16 ปี ผมชอบการเมืองมากมีแต่ดูมีแต่ถามพ่อว่า ถ้า รัฐธรรมนูญปี 40 มันดีทำไมเข้าไม่นำมาใช้ ท่านทหารก็บอกว่าดีหลายคนก็บอกว่าดี ในอีก 20 ปีข้างหน้าถ้ามีโอกาสลงสมัครรับเลือกตั้งผมจะนำมันมาปัดฝุ่นและลองใช้มัน ขอบคุณครับ

newfreedom

ขอเห็นต่าง พวกสว มันหมายถึงสวะ ngo มันหมายถึง รวมความ สว-ngo ก็หมายถึง พวกสวะโคตรโง่ ไงล่ะ และพวกนักวิชาการทั้งหลายที่เลียเผด็จการเขาเรียก พวกไร้วิชาการไร้มันสมอง นี่ขนาดว่า คมช มันโง่แล้วนะยังมีคนโง่ยิ่งกว่าพวก คมช เสียอีก ไม่ว่าจะเป็นนายกเป็ดเทศ(อ้ายแอ้ดเขายายเที่ยง) พวกสวะโคตรโง่และพวกทาสมันทั้งหลาย ส่วนเราขอแหกด่านขอตั้งป้อมมือเปล่าสู้กับเหล่าลิ่วล้อเผด็จการ สักวันมันต้องไปหางจุกตูดแน่

รู้ทัน

เว็บประชาไท ทำหน้าที่เป็นกระบอกเสียงให้ทักษิณนักกินบ้านกินเมืองกับลูกสมุน ที่กำลังดิ้นรนอย่างจนตรอกเพื่อจะกลับมามีอำนาจ หนีการลงโทษสำหรับความผิดที่ทำไว้ต่อประเทศชาติ อย่ามาอ้างว่าต่อต้านเผด็จการ รักประชาธิปไตยเลย เพราะทักษิณและแก๊งไทยรักไทย ก็เป็นเผด็จการ ที่ทำลายประชาธิปไตย ก่อนทหารออกมาขับไล่ แต่ได้รับการเทิดทูน ไม่พูดถึงการทุจริต ที่เห็นกันอย่างชัดเจน ไม่ต้องมาอ้างว่ายังไม่มีคำพิพากษา หรือกระบวนการยุติธรรมถูกครอบงำ สนามบินสุวรรณภูมิเป็นหลักฐานหนึ่งที่ชัดเจนอยู่แล้ว หรือยังจะอ้างสาเหตุจากธรรมชาติ

Anticoupdotthai

เอาประชาธิปไตยคืนมา เอากฏอัยการศึกคืนไป เอาทักษิณคืนมา ไล่ อีเปรม อ้ายแอ้ด อ้ายบังและลิ่วล้อทั้งหลายออกไป
เราจะไล่พวกมันตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ใครจะร่วมมือด้วยช่วยส่งต่อข่าวสาร นับจากวันที่1 กุมภาเริ่มโหมโรง และทุกๆสัปดาห์เราจะหนักขึ้นเรื่อยๆ จาก1 เป็น2 จาก2 เป็น 4 เรามาช่วยกันนะครับแล้วเราก็จะมีชัยก่อนพฤษพาแน่นอน

==

ขอความกรุณาทุกท่านช่วย

copyบทความนี้เอาไปแปะทุกที่ๆเรา

ตระเวนไปด้วยก็จะดี

รัฐประหารกี่หนๆก็ซ้ำๆซากๆ

ทำไมไม่เข็ดกันซะที

ตาประสงค์ความจริงนะหลงๆลืมๆแล้วด้วย

โอ้ย..เด็กป๋าจะครองประเทศไปอีกนานแค่ไหน

เมื่อไหร่ทหารจะเป็นทหารอาชีพจริงซะที

มันก็แค่อาชีพหนึ่งเท่านั้น

เสม

แล้วมึงเข้ามาทำไม ทำไมไม่ไป เวปผู้จัดการล่ะ ผมยังไม่ไปโจมตีเวปผู้จัดการซักกะหน่อย แล้วมึงจะมาเวปนี้ทำไม? ไอ้พวกเวรทำลายชาติ ทำลายระบอบประชาธิปใตร ยากคุมประเทศโดยไม่สนใจว่ามีฝีมือหรือเปล่า เข้ามาเป็นบอร์ดทุกแห่ง เวรจริงๆ ต่อไปไม่พอใจใครก็ทำการโค่นล้มเหรอ? ประชาชนอยู่อย่างไรไม่สนใจขอให้พวกมึงสบายก็พอใช่เปล่า? ทำไมตอนประเทศชาติล้ม เปิดท้ายรถขายของ ถนนว่างไม่มีรถวิ่ง ธนาคารไม่มีคนเข้า ฯลฯ ทำไมพวกมึงไม่เข้ามากู้ชาติล่ะ ทำไมทักษิณเข้ากู้ได้ล่ะ? ทำไมไม่ปราบยาเสพติดล่ะ ไอ้พวกเวรฆ่าลูกหลานไทยทั้งหลาย หยุดเถอะ ทำตัวเยี่ยงสัตว์ กันหลายสถาบันเลยล่ะเดี๋ยวนี้ ประชาชนรู้นะ อย่ามัวเสวยสุขอยู่บนความลำบากของประชาชนเลย ออกมาแสดงตัวเหอะ เวรกรรมจริงๆ

นวก.ม.๗ ต้านรัฐประหาร

คนพวกนี้ ต่างก็พยายามแสวงหาอำนาจ เพราะอำนาจเป็นที่มาของลาภยศ ชื่อเสียง
การต่อสู้ว่าแนวคิดต่างๆ ที่จริงมันไม่มีอะไรที่ถูกผิดร้อยเปอร์เซ็นต์หรอก มันขึ้นขึ้นอยู่กับว่าชื่อมั่นมาจากแนวคิดไหน
การไล่ อดีตนายกฯ ก็มีที่มาจากฐานความเชื่อหนึ่ง เรียกว่าเป็นการปะทะกันทางความคิด

แต่นั่นมันก็มีกติกาที่เดินได้ ทำได้ ภายใต้กฎหมาย
ตรงกันข้าม การยึดอำนาจ นี่ซิ มันเป็นอะไรที่กักขะฬะ ผิดกฎหมาย ผิดกติกาของสังคม
แล้วเราจะยอมรับมันได้อย่างไร

มีนักกฏหมาย นักวิชาการด้านต่างๆ บอกว่า การรัฐประหาร คือการสอนประชาธิปไตยแก่ประชาชน และประชาชนจะได้เรียนรู้ว่า ตัวเองควรเลือกนักการเมืองอย่างไร และตราบใดที่ประชาชนคนต่างจังหวัดยังเลือกนักการเมืองแบบนี้ (ซื้อเสียงได้) มันก็ต้องมีรัฐประหารต่อไป

ความคิดดังกล่าว ดูเหมือนว่าจะถูก แต่ความเป็นจริงแล้ว มันคนละเรื่อง เป็นแต่พวกหอคอยงาช้าง คิดว่าตัวเองเป็นเทวดา เป็นคนเก่ง แล้วพวกตัวเองที่เก่งๆ เหล่านี้ควรได้เป็น ส.ส. เป็น สว. เป็นรัฐมนตรี แต่คำตอบมันอยู่ตรงที่ว่า "ระหว่างพวกที่อย่แต่ในตำรา ทำงานออฟฟิศ เคยให้อะไรกับชาวบ้านบ้าง ที่เป็นรูปธรรม หรือใช้สอยได้จริงๆ....สิ่งที่พวกเขาได้รับเบื้องหน้า คือการแลกเปลี่ยนและต่อรองผลประโยชน์ที่ได้รับ ซึ่งมันเป็นปกติของระบอบประชาธิปไตย คือใครให้มาก ทำงานที่เขาเห็นกับตัวมากเขาก็เลือก ที่จริงนักการเมืองนั้น ในการเลือกตั้งแต่ละครั้ง มิใช่ว่าคนเดิมๆ จะถูกเลือกเสมอ เพราะหากไม่ทำงาน ไม่ลงพื้นที่ ชาวบ้านก็ไม่เลือก ก็เท่านั้นเอง
...บรรดาบอกที่บอกว่าชาวบ้านโง่ ซื้อได้ นี่แหละตัวดี ต้องถามว่า คุณธรรมอะไรที่ชาวบ้านส่วนใหญ่ได้บ้าง

.

สาเหตุที่มีความสับสนทั้งในสภาร่างรัฐธรรมนูญ และ สสร. เป็นเพราะยังไม่มีเป้าหมาย(Aim/Purpose)ที่ชัดเจนในการร่างรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป้าหมายในการปฏิรูปการเมือง

ทั้งนี้เป็นเพราะผู้มีอำนาจคือ คมช.(คณะที่ปรึกษา)เองก็ยังสับสนไม่รู้ว่าเป้าหมายของการปฏิรูปการเมืองอยู่ที่ไหนเช่นเดียวกัน

หากไม่รู้เป้าหมายของการปฏิรูปการเมืองหมายถึงความล้มเหลว...ความล้มเหลวของการปฏิรูปการเมืองทำให้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ไร้ค่าทันที ที่ไม่มีค่าเพราะเป็นรัฐธรรมนูญที่ล้าสมัยไม่ทันการบริหารของโลกที่เปลี่ยนแปลงไป

เป้าหมายของการปฏิรูปการเมืองของโลกอยู่ที่ "การบริหารระบบที่ดี" (Quality Managenent System) ซึ่งองค์การสหประชาชาติ UN. เรียกการบริหารระบบที่ดีนี้ว่า Good Governance และแนะนำให้นานาชาติทั่วโลกปฏิรูปการเมืองในทิศทางนี้ ในการประชุมที่เกาหลีเมื่อปลายเดือนพฤษภาคม 2548

การที่จะโยนการตั้งเป้าหมายให้ประชาชนมีส่วนร่วมหรือประชามตินั้นทำไม่ได้ ในเมื่อคนระดับนักปราชญ์เช่นที่ปรึกษา คมช.ยังสับสน...เป็นความรับผิดชอบของ คมช.ที่จำเป็นต้องชี้เป้าหมายของการปฏิรูปการเมืองให้ผู้ที่เกี่ยวข้องให้เห็นอบ่างชัดเจนซึ่งทำได้ไม่ยาก

"การบริหารระบบที่ดี" (Quality Management System หรือ Good Governance) คืออะไร ?

1. จัดองค์กรให้เป็นระบบ ได้แก่การทำงานเป็นทีม( Performing System.)

2. ให้มีระบบแสดงขั้นตอนวิธีปฏิบัติงวน(Procedures)ในทุกเรื่อง.

"ระบบ"ของการบริหารสมัยใหม่นี้ ยังเป็นพื้นฐานสำคัญของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ที่สามารถยกระดับระบบ(Breakthrough Improvement)ช่วยขจัดความยากจนของชาติได้ด้วย.
.

เป้าหมายอันเป็นพื้นฐานสำคัญในการปฏิรูปการเมืองของโลกตามการชี้นำขององค์กรมาตรฐานสากลอยู่ที่การบริหาร"ระบบที่ดี" (Quality Management System)

.

การปฏิรูปการเมืองตามรัฐธรรมนูญจำเป็นต้องปฏิรูปให้รัฐบาลมี"การบริหารระบบที่ดี" (Quality Management System หรือ Good Governance)โดยสภาร่างรัฐธรรมนูญจะหลีกเลี่ยงการบริหารระบบสมัยใหม่นี้มิได้ เพราะเป็นข้อกำหนดของมาตรฐานสากลและตามคำแนะนำของ UN.

ประเด็นสำคัญของการบริหารระบบที่ดีดังกล่าวมีเพียง 2 ประเด็นเท่านั้น คือ
1. การทำงานเป็นทีม(Performing System)ซึ่งมีประสิทธิภาพสูงมากที่สามารถขจัดความล้าสมัยของโครงสร้างการบริหารสมัยเก่าหลายลำดับชั้น(Multi-layered organization structure) เช่น โครงสร้างตาม พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน 2545

2. มีระบบแสดงความชัดเจนในวิธีปฏิบัติงาน(Procedures)ลดความสับสนจนต้องอาศัยการ"ตีความ"เหมือนการบริหารสมัยเก่า

การบริหารทั้ง 2 ดูง่ายๆ แต่ลึกซึ้งมาก เพราะโครงสร้างทีมช่วยลดสายการบังคับบัญชาระดับต่างๆจนนายกรัฐมนตรีหรือคณะรัฐมนตรีสามารถบริหารสั่งการโดยตรงไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั่วประเทศได้
ในทางปฏิบัติจริง จะมีผู้ทำการแทน(Sponsor)นายกฯหรือคณะรัฐมนตรี.
ซึ่งเป็นการกระจายอำนาจที่อย่างแท้จริงให้ท้องถิ่นทั่วประเทศ เพราะการบริหารสมัยใหม่ไม่รวมศูนย์อำนาจ แต่ให้อำนาจบริหารระดับล่าง(Empowerment)

สำหรับระบบแสดงขั้นตอนวิธีปฏิบัติงาน(Procedures) นอกจากแสดงความชัดเจนให้การทำงานง่ายไม่สับสนจนต้องตีความแล้ว "ระบบ"นี้ยังเป็นหลักประกันความเป็นประชาธิปไตยของชาติ...เป็นหลักประกันการเลือกตั้งที่บริสุทธิ์ยุติธรรม...เป็นหลักประกันพระราชอำนาจพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข...เป็นหลักประกันสิทธิ เสรีภาพ และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของประชาชนได้ด้วย ฯลฯ

หากคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญไม่สามารถปฏิรูปการเมืองในทิศทางนี้...นั่นหมายถึงความล้มเหลวของรัฐธรรมนูญฉบันนี้...ซึ่งอนาคตจะหาผู้มีผู้ที่สามารถ การบริหารสมัยใหม่(Good Governance)เข้ามาช่วยร่างรัฐธรรมนูญที่ถูกต้องสอดคล้องกับการปฏิรูปการเมืองของโลกได้ไม่ยากนัก..โดยไม่จำเป็นต้องมีที่ปรึกษาต่างชาติแต่ประการใด

ชิดชัย

นานๆผมจะเข้ามาประชาไทสักครั้งแต่ละครั้งพบว่ามีบทความทำนองนี้แทบทุกครั้ง หากมองด้วยใจเป็นธรรมผมชาวประชาไทน่าจะเข้าใจว่าระบบการใช้ตัวแทน สส. สว. ที่มาจากการเลือกตั้งปัจจุบันได้พัฒนาไปเป็นกลุ่มมาเฟียมีผลประโยชน์และนำผลประโยชน์มาหลอกล่อชาวบ้านที่เป็นฐานเสียงแทบจะทุกพื้นที่ในประเทศไทย อย่างกระไรเลยหากระบบตรวจสอบไม่ดี ข้าราชการไม่อยากมีปัญหากับนักการเมือง/ผู้มีอำนาจ/รัฐบาล ซึ่งเป็นอย่างนี้มานาน(สันดานคนไทยนิ่งเสียตำลึงทอง) แล้วชาวประชาไทมีทางออกให้กับสภามาเฟีย สภาผัวเมียอย่างไรครับ กรุณาคิดหาคำตอบด้วยสมองและหัวใจที่มีธรรมละกัน

YSOSTUPID

คุณ คห.๔๙ สภามาเฟีย สภาผัวเมีย มันไม่ดีแน่ แต่สภาทหาร หรือ สภาองคมนตรี ย่อมอัปลักษณ์กว่า

คนยากรู้

ประชาไท ช่วยลงบทความเกี่ยวกับสนามบินสุวรรณภูมิ ผลงานอันน่าภาคภูมิใจของชาวสิงคโปร์ด้วย

ถึงความเห็น 45

wfถึง พลพรรค ไทยรักไทย ที่แฝงตัวอยู่ใน ขบวนการเรียกร้อง ประชาธิปไตยจอมปลอม

พวกคุณ คงคุ้นเคย แต่กับผู้มีความคิดที่ถอดมาจากพิมพ์เดียวกัน บางคนพอได้เจอผู้ที่คิดต่างกัน จึงออกอาการดิ้นพราดๆ เหมือนโดนน้ำร้อนลวก หารู้ไม่ว่าเจอแผนขุดล่อปลา ให้เปิดโปงโฉมหน้าอันแท้จริงของตนเองออกมา อ้างตัวเป็นนักประชาธิปไตย ต่อต้านเผด็จการ ที่แท้ก็หามีจิตใจเป็นประชาธิปไตยพอที่รับฟังความเห็นที่ต่างออกไปของผู้อื่น และโต้แย้งด้วยเหตุผล ในประเด็นที่ผู้อื่นหยิบยกมา กลับใช้วาจาหยาบคาย ด่าว่าผู้ที่เห็นต่างออกไป เบี่ยงเบนประเด็น เพราะจับประเด็นไม่ถูกหรือจิตใจคับแคบแบบเผด็จการ หลักการประชาธิปไตยขั้นพื้นฐานยังปฏิบัติไม่ได้ แล้วจะเรียกร้องประชาธิปไตยที่แท้จริงให้แก่ประเทศชาติได้อย่างไร

คิดว่าจะใช้สื่ออินเทอร์เน็ตเป็นเวทีต่อสู้ทางการเมือง ไม่ได้ผลหรอก พวกคุณทำได้แค่รอให้มีการเลือกตั้ง แล้วเอาเงินหว่านเพื่อจะได้กลับเข้ามากอบโกยผลประโยชน์กันต่อไป เท่านั้น แต่ตอนนี้ก็เชิญดิ้นรนกระเสือกกระสนหนีกระบวนการยุติธรรมเพื่อจะลากคอพวกคุณมาลงโทษจากการปล้นชาติ ปล้นประชาชนต่อไปเถิด ลูกสมุนที่เหลืออยู่ในหน่วยราชการต่างๆ อาจช่วยให้รอดได้ แต่อย่าลืมกฎแห่งกรรมไม่ปราณีใคร ใครก็ติดสินบนไม่ได้

อยากให้คนไทยรักกัน

1)ปัญหาของประเทศอยู่ตรงไหนครับ

สำหรับผมสรุปได้คือระบอบการเมืองของอภิชนครับ

เจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ 2540 มีด้านอคติ 2 ประการคือ ประการแรก การแยกนักการเมืองออกจากการบริหาร โดยเปิดช่องให้อภิชนผู้ไม่ใช่นักการเมืองเดินเข้าสภาแล้วก้าวต่อเป็นรัฐบาลได้ แต่ช่องนี้ผิดคาดเพราะเป็นการเปิดช่องให้นายทุนแทน

ประการสอง เปิดช่องให้ประชาชนมีสิทธิเสรีภาพมากขึ้น แต่ต้องผ่านช่องทางตัวแทนองค์กรอิสระที่ตั้งขึ้น คือประชาชนทำได้แค่ริเริ่มแต่เสนอด้วยตัวเองไม่ได้ นอกจากนี้วิธีการเลือกตั้งของ ส.ว. ยังเปิดช่องให้อดีตข้าราชการและนักการเมืองเข้ามาได้มากที่สุดด้วย ดังนั้นอภิชนยังหวังควบคุมนักการเมืองโดยอ้อมได้ แต่กลับถูกนายทุนซื้อตัวไปได้ส่วนใหญ่

2)ทำไมนักการเมืองจึงไร้คุณภาพครับ

ผมสรุปได้ว่ามีสาเหตุ 2 ประการคือ

ประการแรก นักการเมืองรุ่นหลัง 14 ตุลาคม 2516 ทั้งหมดมีรูปแบบเป็นเพียงตัวประกอบในรัฐเปรมาธิปไตยครับ เมื่อมีนักการเมืองที่ชี้นำข้าราชการได้จะจบลงด้วยการปฏิวัติทั้งชาติชายและทักษิณ คือรัฐอำมาตยาธิปไตยในรอบกว่าสามทศวรรษไม่ยอมให้นักการเมืองประสบความสำเร็จในการบริหารประเทศได้เลย

สำหรับประเด็นการทุจริตนั้นผมเชื่อว่ามีการทุจริตในทุกรัฐบาลครับ ผมขอแยกไปเป็นอีกปัญหาหนึ่งซึ่งโดยสรุปต้องพัฒนาการตรวจสอบ ถอดถอนที่มีประสิทธิภาพกว่าเดิม และไม่ใช่ปัญหาของนักการเมืองที่แยกขาดจากข้าราชการประจำแต่อย่างใด หรือถ้าจะว่ามีนักการเมืองโกงก็ต้องยอมรับว่ามีข้าราชการประจำร่วมโกงด้วยเสมอในปริมาณที่มากกว่าทุกครั้งไป

ประการที่สอง นักการเมืองคือผู้เชื่อมช่องว่างระหว่างชนบทกับเมืองครับ หรือระหว่างคนจนกับอภิชนครับ ซึ่งมีการใช้เงินนอกระบบเพื่อการลดช่องว่างดังกล่าวตลอดเวลา ทางแก้ปัญหานี้มีทางเดียวคือการลดช่องว่างนี้ลง ให้ประชาชนพึ่งพาตนเองได้ ซึ่งรัฐอภิชนจะไม่ยอมครับ การเลิกกองทุนหมู่บ้านเป็นการบีบให้ชาวบ้านต้องกลับไปขอความเมตตาจากอภิชนใหม่อีกครั้งหนึ่ง ซึ่งจะมีการให้กันเป็นครั้งคราวเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและสร้างภาพผู้อุปถัมภ์รายใหญ่ที่สุดที่นักการเมืองพยายามแย่งชิงไป

3) ทางออกอยู่ตรงไหนครับ

ผมเห็นมีทางออก(แต่ไม่ใช่จะทำได้ง่าย ถ้าไม่อาจก้าวข้ามการเมืองอภิชนไปได้)อยู่ตามแนวทาง 3 ข้อครับ

แนวทางแรก การกระจายอำนาจจากรัฐบาลกลางไปสู่การคานอำนาจระหว่างหน่วยราชการต่าง ๆ เพื่อให้ลดอำนาจของทั้งนักการเมืองและข้าราชการประจำครับ และเปิดช่องทางให้ประชาชน และตัวแทนประชาชนมีส่วนร่วมที่มากกว่าการริเริ่ม แต่ต้องมีสิทธิเสียงจนครบวงจร ตัดองค์กรนายหน้าอภิชนอย่างองค์กรอิสระและวุฒิสภาทิ้งไป ถ้าคงอยู่ต้องไม่ใช่ผู้คอยรับคำร้องจากประชาชนไปทำงานต่อ โดยอาจทำหรือไม่ทำก็ได้อีกหรือไม่ขัดกับการใช้สิทธิเสรีภาพด้วยตนเองจนถึงที่สุด ไม่ใช่แค่เสนอเรื่องรอความเมตตาจากท่านอภิชนทั้งหลาย

แนวทางที่สอง การดำเนินนโยบายเศรษฐกิจที่ลดช่องว่างระหว่างอภิชนกับชาวบ้าน ซึ่งต้องแก้ไขความได้เปรียบของอภิชนในโครงสร้างกฎหมายและภาษี ตลอดจนนโยบายรัฐที่ส่งผลให้เกิดผลได้ผลเสียโดยปราศจากการมีส่วนร่วมจากสาธารณชน

อย่างไรก็ตามการค้าต่างประเทศและความมั่นคงและการพึ่งพาเศรษฐกิจในประเทศหรือพอเพียงก็จำเป็นต้องจัดการให้เหมาะสม

แนวทางที่สาม สังคมต้องการความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน และความพอใจและเข้าใจในชีวิตตนเองและในการอยู่ร่วมกัน ระหว่างศาสนาวัฒนธรรมกับวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี ซึ่งการมีอยู่ของอภิชนนั้นต่างหากที่กลับทำลายความมั่นใจในการอยู่อย่างพอเพียง เพราะบางคนมีมากจนล้นฟ้า แต่บางคนขาดแคลนไม่เคยมีเพียงพอจะกินจะอยู่ แต่ผู้ใหญ่ในบ้านเมืองนั้นปากพูดอย่างแต่ตัวทำอีกอย่าง ถึงบางคนจะดีแต่ญาติบริวารก็ทำกันเอิกเกริกรู้กันไปทั่วก็มากมาย

ถ้าชาวบ้านไม่อาจพึ่งตนเองได้ ปราศจากหลักประกันในชีวิต ต้องรอขอส่วนบุญการบริจาคจากอภิชนอยู่ร่ำไป หน้าไหนก็ไม่มีสิทธิโทษว่าเด็กเยาวชนที่ยึดติดกับวัตถุนิยม เพราะเขาก็เพียงอยากดูจากวัตถุว่าเป็นอภิชนคนหนึ่ง หรือรอหวังแต่งงานกับอภิชนสักคนหนึ่ง

สำหรับผม ปัญหาของประเทศยังรวมศูนย์อยู่ที่การเมืองแบบอภิชนในรอบกว่าสามทศวรรษของประเทศนี้ ที่ระบอบอำมาตยาธิปไตยยังไม่ยอมปล่อยมือ ยอมแต่เพียงให้มีเปลือกประชาธิปไตย

ประชาชนคนรักไท

ถึงคุณ คห.52 โปรดมองอีกด้าน ที่พยามมองว่าไทยรักไทยซื้อเสียง ผมว่าเป็นการองที่ข้อมูลไม่ครบถ้วน ผมเป็นคนหนึ่งที่ไม่เคยถูกซื้อเสียง แต่ผมก็เลือกพรรคไทยรักไทย เพราะผมเชื่อมมั่นพรรค และผมไม่เคยต่อต้านรัฐบาลทหาร คุณเชื่อผมซิ ซึ่งแนวความคิดข้อนี้คงไม่อยู่ในสมมติฐานของคุณ ตั้งสมมมติฐานใหม่เถิด เพราะผมเชื่อว่าคนที่ก่อความไม่สงบอยู่ในขณะนี้ อาจจะเป็นเสียงสะท้อนของประชาชนส่วนหนึ่งที่ไม่ชอบ การกระทำของรัฐบาลก็ได้นะครับ โปรดตั้งสมมติฐานไว้หลาย ๆ สมมติฐานด้วยนะครับ หากตั้งสมมติฐานแต่เพียงว่า พวกก่อความไม่สงบเป็นฝีมือของพวกอำนาจเก่า คิดดูให้ดี ไม่งั้นอาจจะแก้ไขเหตุการได้ไม่ถูกจุด ถ้าหากเป็นอย่างที่ผมว่า รัฐบาลควรเร่งคืนอำนาจให้แก่ประชาชนโดยเร็ว

ประชาชนคนรักไท

เอาอาวุธมาปล้นอำนาจประชาชน ยังไม่อายต่างประเทศเขาเลย แล้วจะไปบอกให้คนอื่นเขาอายต่างประเทศได้ไงครับ

คนเมืองดอกคูณ

ขอเรียกร้องคนไทยทุกคน ร่วมใจต้านภัยเผด็จการ เราอย่าอดทน และให้โอกาสพวกมันอีกต่อไป บ้านนี้เมืองนี้เป็นของเราทุกคน มันกำลังสร้างความเสียหายให้กับประเทศไทย อย่างใหญ่หลวง เกียรติภูมิของประเทศเรา ตกต่ำที่สุดในสายตาชาวโลก

ทหารแก่

พวกคุณว่าอังกฤษเป็นประชาธิปไตยไหม
1) สภาขุนนางหรือสภาสูงของอังกฤษไม่ได้มาจากการเลือกตั่ง แต่มาจากอภิสิทธิชน และขุนนางต่างๆ บางส่วนมาจากการเสนอแนะของรัฐบาล เมื่อ100กว่าปีที่แล้วมีอำนาจมาก คานกับสภาผู้แทน แต่อำนาจก็ลดลงเรื่อยๆ ตามการเรียนรู้ที่เปิดกว้าง ความเข้าใจทางการเมืองของคนอังกฤษ ไทยเราน่าจะมีสภาในลักษณะนี้ เพื่อคานอำนาจกับนักการเมืองที่มาจากการเลือกตั่งแบบซื้อเสียง และมีที่เล่นให้กับ ทหาร ข้าราชการ คนชั้นกลางและคนรวยต่างๆที่เสียงดัง มีอำนาจอิทธิพล เมื่อไม่พอใจรัฐบาลจะได้ไม่ต้องมาฉีกรัฐธรรมณูญ
2) การแต่งตั่งนายกรัฐมนตรีของอังกฤษเป้นพระราชอำนาจโดยเด็ดขาดที่จะเรียกใครก็ได้ให้ไปตั่งรัฐบาลในสมเด็จพระราชินี และใครก็ได้ให้เป็นผู้นำฝ่ายค้านในสมเด็จพระราชินี (ซึ่งแน่ละมีประเพณีอยู่เบื้องหลัง)
เรื่องแบบนี้ น่าจะทำความเข้าใจ และศึกษาว่าเขามีวิวัฒนาการมาอย่างไร ของเราจะให้ได้แบบเขา แต่ประชาชนทั่วประเทศยังไม่มีความเข้าใจในเรื่องสิทธิ์และหน้าที่แบบเขา เดินหน้าทีไร ก็กลับหลังตกคลองทุกที

rre

คนเราลองได้ขี่หลังเสือแล้วมันลงไม่ได้หรอก ลงก็ตายลูกเดียวเพราะเสือมันดุ

GG.

การบริหารระบบที่ดี Good Governance สามารถใช้กับปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงได้เป็นอย่างดี โดยช่วยพัฒนายกระดับความอยู่ดีกินดีเพื่อปิดช่องว่างคนรวยกับคนจนที่ห่างไกลกันมากในปัจจุบัน

เพราะการบริหารระบบสมัยใหม่ GG.ดังกล่าวมีการทำงานเป็นทีมและมี"ระบบ"เพื่อการปรับปรุงยกระดับความอยู่ดีกินดีอย่างต่อเนื่อง(Continuous Improvement)

อย่างไรก็ตาม การบริหารดังกล่าวมันทันสมัยเกินไปไม่เหมาะกับนักบริหารราชการระดับขุนนาง(ก.พ.ร.)ที่ทำหน้าที่ที่ปรึกษา คมช.ปัจจุบัน

อย่าหวังว่าขุนนาง ก.พ.ร.จะสามารถบริหารเศรษฐกิพอเพียงด้วย Good Governance เลย
แค่แปลคำดังกล่าว นักบริหารขุนนางดังกล่าวก็ออกนอกลู่นอกทางไปคนละเรื่องแล้ว

สำนักนายกรัฐมนตรี และ ก.พ.ร. แปลคำ Good Governance ว่า "วิธีบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี" และมั่วปฏิรูปการเมืองด้วยวิธีนี้ที่พวกตนถนัดมาโดยตลอด..ปฏิรูปการเมืองมันถึงได้ล้มเหลวติดต่อกันมาถึง 5 ปี สูญงบประมาณประชาชนไป 1.5 แสนล้านบาท

นอกจากไม่สามารถบริหารเศรษฐกิจพอเพียงได้แล้ว รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่กำกับโดยพวกที่ปรึกษา คมช. (ก.พ.ร.)ก็ล้มเหลวในการปฏิรูปการเมืองอีกครั้งอย่างแน่นอน

เมื่อปฏิรูปการเมืองล้มเหลว การบริหารตามรัฐธรรมนูญก็ไม่มีคุณภาพ เพราะระบบ Good Governance คือหลักประกันคุณภาพ(Quality Assurance)

รัฐธรรมนูญ 2550 ไร้คุณภาพ..ย่อมเป็นรัฐธรรมนูญที่ไร้ค่า

เบื่อสื่อไร้จรรยาบรรณ

ขณะนี้สื่อส่วนใหญ่ไร้จรรยาบรรณทําตัวเป็นสุนัขรับใช้คมช.และรัฐบาลโจร บางคนพยายามพูดให้รู้สึกว่าไม่มีรัฐบาลไหนเลวร้ายเท่ารัฐบาลทักษิณ โดยอ้างว่าเป็นรัฐบาลที่ทําให้ประชาชนแตกแยกมากที่สุด ที่จริงเราต้องกลับมาวิเคราะห์ว่ารัฐบาลก่อนหน้าทรท.ทุกรัฐบาลที่ถูกต่อต้านหรือถูกโค่นล้มโดยรัฐประหารจะไม่ทําให้เกิดความแตกแยกเพราะประชาชนส่วนใหญ่ไม่ใส่ใจว่าใครจะมาเป็นรัฐบาล เพราะเขารู้สึกว่าไม่ว่าใครจะมาเป็นรัฐบาลก็ไม่มีผลต่อเขาเพราะทุกรัฐบาลก็ไม่ค่อยใส่ใจเขา ต่างจากทรท.ที่ทําให้เขามีความเป็นอยู่ดีขึ้นอย่างชัดเจนเขาจึงไม่พอใจต่อความพยายามที่จะโค่นล้มทรท.ด้วยวิธีที่ไม่เป็นประชาธิปไตย ความแตกแยกจึงเกิด เรื่องนี้ไม่ใช่ความผิดของทักษิณแต่เป็นความผิดของพวกที่เกลียดทักษิณและพยายามใช้วิชามารในการล้มเขาจนกองเชียร์รับไม่ได้

เบื่อสื่อไร้จรรยาบรรณ

ขณะนี้สื่อส่วนใหญ่ไร้จรรยาบรรณทําตัวเป็นสุนัขรับใช้คมช.และรัฐบาลโจร บางคนพยายามพูดให้รู้สึกว่าไม่มีรัฐบาลไหนเลวร้ายเท่ารัฐบาลทักษิณ โดยอ้างว่าเป็นรัฐบาลที่ทําให้ประชาชนแตกแยกมากที่สุด ที่จริงเราต้องกลับมาวิเคราะห์ว่ารัฐบาลก่อนหน้าทรท.ทุกรัฐบาลที่ถูกต่อต้านหรือถูกโค่นล้มโดยรัฐประหารจะไม่ทําให้เกิดความแตกแยกเพราะประชาชนส่วนใหญ่ไม่ใส่ใจว่าใครจะมาเป็นรัฐบาล เพราะเขารู้สึกว่าไม่ว่าใครจะมาเป็นรัฐบาลก็ไม่มีผลต่อเขาเพราะทุกรัฐบาลก็ไม่ค่อยใส่ใจเขา ต่างจากทรท.ที่ทําให้เขามีความเป็นอยู่ดีขึ้นอย่างชัดเจนเขาจึงไม่พอใจต่อความพยายามที่จะโค่นล้มทรท.ด้วยวิธีที่ไม่เป็นประชาธิปไตย ความแตกแยกจึงเกิด เรื่องนี้ไม่ใช่ความผิดของทักษิณแต่เป็นความผิดของพวกที่เกลียดทักษิณและพยายามใช้วิชามารในการล้มเขาจนกองเชียร์รับไม่ได้

เบื่อสื่อไร้จรรยาบรรณ

ขณะนี้สื่อส่วนใหญ่ไร้จรรยาบรรณทําตัวเป็นสุนัขรับใช้คมช.และรัฐบาลโจร บางคนพยายามพูดให้รู้สึกว่าไม่มีรัฐบาลไหนเลวร้ายเท่ารัฐบาลทักษิณ โดยอ้างว่าเป็นรัฐบาลที่ทําให้ประชาชนแตกแยกมากที่สุด ที่จริงเราต้องกลับมาวิเคราะห์ว่ารัฐบาลก่อนหน้าทรท.ทุกรัฐบาลที่ถูกต่อต้านหรือถูกโค่นล้มโดยรัฐประหารจะไม่ทําให้เกิดความแตกแยกเพราะประชาชนส่วนใหญ่ไม่ใส่ใจว่าใครจะมาเป็นรัฐบาล เพราะเขารู้สึกว่าไม่ว่าใครจะมาเป็นรัฐบาลก็ไม่มีผลต่อเขาเพราะทุกรัฐบาลก็ไม่ค่อยใส่ใจเขา ต่างจากทรท.ที่ทําให้เขามีความเป็นอยู่ดีขึ้นอย่างชัดเจนเขาจึงไม่พอใจต่อความพยายามที่จะโค่นล้มทรท.ด้วยวิธีที่ไม่เป็นประชาธิปไตย ความแตกแยกจึงเกิด เรื่องนี้ไม่ใช่ความผิดของทักษิณแต่เป็นความผิดของพวกที่เกลียดทักษิณและพยายามใช้วิชามารในการล้มเขาจนกองเชียร์รับไม่ได้

ลีกวนโอ๊ย

ถูกต้องไม่เคยมีนายกคนไหนดีเท่าคุณทักษิณ ไม่มีพรรคไหนดีเท่า ทรท ชาวสิงคโปร์อย่างผมก็ไม่พอใจ ผู้ที่โค่นล้มคุณทักษิณ และทรท
ผมขอชื่นชมพวกคุณที่ต่อต้านระบอบเผด็จการทหาร และเคลื่อนไหวให้คุณทักษิณกลับมามีอำนาจอีกครั้งหนึ่ง เพราะท่านเป็นหมามิตรที่ดีกับประเทศของผม เมื่อท่านสูญเสียอำนาจไป ประเทศผมก็เสียหายไปด้วย หุ้นบริษัทต่างๆ ในเครือชินคอร์ปร่วงระเนระนาด ทำให้เทมาเส็กของประเทศผมที่รับซื้อหุ้นมาขาดทุนย่อยยับ ผมจึงขอสนับสนุนให้พวกคุณช่วยกันเคลื่อนไหวทุกวิถีทางให้คุณทักษิณกลับมามีอำนาจโดยเร็ว เพื่อหุ้นชินคอร์ปจะได้ถูกปั่นให้ราคาสูงขึ้นอีก ไม่อย่างนั้นเทมาเส็กของประเทศผมที่ไปรับซื้อหุ้นไว้จะขาดทุนป่นปี้ นอกจากนี้คุณทักษิณจะได้กลับมาช่วยแก้ภาพพจน์ให้ประเทศผม สินค้า บริการของประเทศผมในประเทศไทย จะได้มีกำไรมากขึ้น คุณทักษิณจะได้ลงทุนสร้างเมกกะโปรเจ็กใหม่ๆ แบบเดียวกับสุวรรณภูมิ แล้วสื่อสิงคโปร์จะช่วยประโคมข่าวให้ หลังจากผลงานของท่านเสร็จ เหมือนอย่างที่เราช่วยลงข่าวผลงานของท่านที่ฝากไว้ที่สนามบินสุวรรณภูมิ ที่ชาวสิงคโปร์ภาคภูมิใจยิ่งกว่าชาวไทยเสียอีก

คนเมือง

และแล้วภาพของอดีต สว. บางคน
ภาพของนักวิชาการบางคน
ก็เปิดเปลือยออกมาอย่างเด่นชัด
"ปากประชาธิปไตย ใจเผด็จการ"

อย่าเพียงแค่กำจัดสิ่งขั่วร้ายไป
แต่ทดแทนไว้ด้วยคุณความดี

ลูกหลานไทยคงมึนงงกับเส้นทาง
ที่ผู้ใหญ่ ณ วันนี้วาดหวังให้พวกเขา

ถึงความเห้นที่ 60-62

ความแตกแยกระหว่างประชาชน เกิดจากประชาชนที่คัดค้านทักษิณมองเห็นว่าทักษิณ เครือญาติและสมุนไทยรักไทย ทุจริต หาประโยชน์โดยมิชอบ แต่ทักษิณและสมุนก็ปลุกระดมหัวคะแนน และประชาชนบางส่วนที่หลงนิยมชมชอบนโยบายแจกเงิน และบางส่วนก็เป็นนักเลงอันธพาลที่จ้างมา ให้มาปะทะกับประชาชนที่คัดค้าน ฝ่ายไหนเป็นการแสดงออกตามสิทธิในระบอบประชาธิปไตย ฝ่ายไหนใช้วิชามาร ใครทำให้เกิดการแตกแยก ฝ่ายไหนก่อความรุนแรง วางระเบิดพรรคฝ่ายค้าน ผู้คัดค้าน หรือผู้ที่ตนเห็นว่าเป็นฝ่ายตรงข้าม ยกกำลังไปปิดล้อมสื่อ ปิดล้อมก่อกวนการอภิปรายของฝ่ายค้านหรือผู้คัดค้าน ใช้อันธพาลต้องคดียาเสพติดทำร้ายร่างกายผู้คัดค้าน

Toy

ชอบความเห็น 53 ที่จำแนกวิเคราะห์ได้อย่างชัดเจน

ชอบหนัง

นี่คือเสียงตอบจากพวก NGO
ไอ่อ้างอับ ออนอี้เอียอีนอะอารอู่
อากเอยไอ่อ้างอูดเอื่องเออีอาพอับอะอาอิปอะไตยอับ

ใครแปลไม่ออกผมแปลให้
ไม่ว่างครับ ตอนนี้เลียตีนทหารอยู่
ปากเลยไม่ว่างพูดเรื่องเสรีภาพกับประชาธิปไตยครับ

นกเอี้ยง

สำราญ รอดเพชรเอาตัวรอดได้ตลอด ไหนว่าต่อต้านเผด็จการ อย่าไปพูดให้ลูกหลานฟังนะครับ เหม็นขี้ฟันเปล่า ๆ ช่วยกันกระพือว่าระบอบทักษิณเลวร้าย ลองหันมามองดูพวกตัวเองบ้างนะครับ เลวยิ่งกว่าหลายร้อยเท่า ระบอบทักษิณช่วยให้ชาวบ้านมีความเป็นอยู่แบบพอเพียงอย่างแท้จริงอย่างที่ไม่เคยมีรัฐบางไหนทำมาก่อน อิจฉาเขาใช่ไหมล่ะ ตอนนี้ชาวบ้านกำลังจะอดตายแล้ว เงินทองไหลออกไปจากตลาด หนี้สินเริ่มกลับมาจนไม่รู้ว่าจะหาเงินที่ไหนมาใช้หนี้แล้ว บังคับคดีก็เริ่มไล่บี้คนจนอีกแล้ว นายทุนที่อยู่ข้างหลังรัฐประหารชอบใจกันใหญ่ ชาวบ้านกำลังจะตายครับ ไหนว่าโค่นระบอบทักษิณแล้วจะดี ชาวบ้านงงงง...........

คห 53

ขอบคุณ คห 66 คุณ Toy

ขอแลกเปลี่ยนความเห็นกับคุณทหารแก่ คห 57 สักนิดครับ

ข้อแรก ผมไม่มีปัญหาอะไรกับการมีสภาขุนนาง (House of Lord) แต่ผมเห็นว่าประเด็นสำคัญอยู่ที่ในการเมืองอังกฤษตั้งแต่ศตวรรษที่ 17 นั้นชัดเจนว่าสภาผู้แทนฯ (House of Common) ที่มาจากการเลือกตั้งจากประชาชนที่เสียภาษีถึงเกณฑ์นั้นมีอำนาจมากกว่าสถาบันกษัตริย์และสภาขุนนาง และทุกฝ่ายยอมรับการปกครองประเทศตามหลักกฎหมายและกติกาประชาธิปไตย

แต่ไม่ทราบว่าคุณทหารแก่คิดอย่างไรกับที่ โอลิเวอร์ ครอมเวลล์ ประหารพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 2 ในศตวรรษที่ 18 ก่อนหน้าความขัดแย้งระหว่างกษัตริย์กับรัฐสภาอังกฤษจบลงด้วย Glorious Revolution

และสื่ออังกฤษมีเสรีภาพในการเสนอข่าวสารพระราชวงศ์ได้โดยเสรีเมื่อเทียบกับบางประเทศ นอกจากนี้ ในปัจจุบันยังมีการเสนอให้เก็บภาษีพระราชินีและพระราชวงศ์ซึ่งมีรายได้จากหลายทางโดยได้รับประโยชน์ในเรื่องภาษีอยู่ และผลการสำรวจความเห็นของประชาชนอังกฤษเห็นว่าภายหลังรัชสมัยของสมเด็จพระราชินีองค์ปัจจุบัน ควรยกราชบัลลังก์ให้กับเจ้าชายวิลเลียมหรือไม่ก็ยกเลิกสถาบันกษัตริย์ของอังกฤษไปเลย เนื่องจากไม่นิยมที่เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ไปแต่งงานกับนางคามิลลา ปาร์กเกอร์ โบล์ว

ผมเห็นว่าการพิจารณาเรื่องสภาขุนนางของอังกฤษเป็นตัวแบบนั้นก็ดีครับ และควรพิจารณาเรื่องอื่น ๆ ด้วยเหมือนกัน แล้วเราต้องย้อนกลับไปลองผิดลองถูกตามอังกฤษไกลถึงศตวรรษที่ 18 หรือครับ น่าจะมองจากกระแสปัจจุบันก็น่าสนใจได้อีกมุมหนึ่งเหมือนกัน

ข้อสอง พระราชอำนาจสิทธิ์ขาดของพระราชินีอังกฤษในการตั้งนายกฯ และผู้นำฝ่ายค้านนั้น เป็นลักษณะพิธีการมากกว่าครับ ระบบรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งของอังกฤษลงตัวในอำนาจนายกรัฐมนตรีมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 18 แล้ว แล้วสิทธิ์ในการเลือกตั้งก็ขยายสู่ประชาชนทั่วไปตั้งแต่ศตวรรษที่ 19 แล้ว การนำเอาลักษณะพิธีการมาถือเป็นข้อเท็จจริงนั้น จะทำให้สับสนเสียเปล่า

ถ้าเราจะย้อนวิวัฒนาการอังกฤษกันจริง ผมเสนอว่าการบังคับให้กษัตริย์ทรงลงกฎบัตร Magna Carta ตั้งแต่ศตวรรษที่ 13 ก็ไม่เลว แต่อังกฤษไม่มีทหารมายึดอำนาจหลังโอลิเวอร์ ครอมเวลล์ในศตวรรษที่ 17 นี่สิครับ

ผมเห็นต่างกับคุณทหารแก่ แต่ผมชอบท่าทีในการเสนอความเห็นที่มีเมตตาและหวังดีต่อประเทศชาติของคุณทหารแก่ครับ

ถือว่าแลกเปลี่ยนความเห็นกันสักนิดก็แล้วกันครับ ถ้าผมแสดงความเห็นแรงไปบ้าง คงเพราะยังอาวุโสไม่พอจึงขาดความใจเย็น ชอบตรงและเร็วไปบ้าง

คห 53

ขออภัย พิมพ์ผิดครับ ครอมเวลล์ประหารกษัตริย์อังกฤษในศตวรรษที่ 17 ครับ

xxx

Most of your editorials read like rubbish, pal.

เอกสิทธ์

- หากท่านต้องการประชาธิปไตย และต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย ท่านต้องไม่นิ่งดูดาย หากว่านักการเมือง มีการทุจริต คอรัปชั่น หรือในการเลือกตั้งแต่ละครั้งต้องออกมาต่อต้าน รณรงค์ ไม่ให้มีการซื้อสิทธิขายเสียง พวกท่านต้องทำอย่างต่อเนื่อง ไม่เลือกฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด แต่ต้องอยู่ฝ่ายประชาชน เท่านั้น ให้ข้อมูลที่ถูกต้องเป็นจริงกับประชาชน อย่าแอบแฝง หรือไปหวังผลประโยชน์เสียเอง