การเมืองเรื่องกระโปรง: ใครขายข่าว...ใครขายตัว?

ยังดี โดมพระจันทร์

 


เมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา การแต่งกายของคุณเอมี่ นักศึกษาธรรมศาสตร์ ในงานรับรางวัลด้านภาพยนตร์ประจำปีกลายเป็นประเด็นฮ็อตทุกสื่อ โดยเฉพาะสื่อโทรทัศน์ พิธีกรรายการอ่านข่าวออกมาวิพากษ์วิจารณ์อย่างเผ็ดร้อน แถมโชว์ภาพ "หวิว" แบบซูมอินยั่วน้ำลายเสือป่า

 

การกระทำของสื่อเช่นนี้ ตีความง่ายๆ ว่าเป็นการขายข่าว สร้างกระแสชี้นำสังคม พร้อมทั้งตัดสิน พิจารณาลงโทษคุณเอมี่เสร็จสรรพ ข้อหาสำคัญคือ เธอเป็นถึงนักศึกษามหาวิทยาลัยชื่อดังของไทย แต่งตัวไม่พอเหมาะ "พอดี" แต่ไม่ได้บอกว่าพอเพียงรึเปล่า แถมยังผิดกาละเทศะ ต่อหน้าอนุสาวรีย์ย่าโม เมื่อผนวกกับกระแส ส่งเสริมเสื้อคลุมจริยธรรม คุณธรรมนำหน้ากระบอกปืนและรถถังของคณะรัฐประหารเมื่อ 19 กันยา ทำให้เรื่องราวยิ่งบานปลายใหญ่โต ทั้งๆ ที่การแต่งกายทำนองนี้ ก็เหมือนทุกปีที่ผ่านมา และดาราหญิงทั้งใหม่เก่าอีกหลายคนในงานเดียวกันก็ไม่ได้น้อยหน้าคุณเอมี่เลย... เพราะคุณเธอรู้กาละเทศะว่า ไปงานโชว์ตัวของค่ายบันเทิง ไม่ได้ไปงานบวชนาคหรืองานศพ

 

หากจะวิเคราะห์เจาะให้ลึก เรื่องนี้ต้องมีใบสั่งอย่างแน่นอน เมื่อสื่อพากันโหมโรง อาจารย์ปริญญา เทวานฤมิตกุล อดีตแกนนำนักศึกษาในเหตุการณ์พฤษภา 35 ก็ออกมาร่ายรำ รับคำสั่งอธิการบดี เปิดเวทีแถลงข่าวบอกกล่าวกับบรรดาจิ้งจอกข่าวแบบโหนกระแสทันท่วงที ที่ซ้ำร้ายก็คือการซ้ำเติมคุณเอมี่ให้ตกเป็นเป้าของการทำลายจริยธรรมประเพณีอันดีงามของไทย ต้องเอาชุดชั้นในออกมายืนยันว่าใส่จริงภายใต้กระโปรงหรูที่เจาะรูเป็นโพลงในค่ำคืนนั้น พร้อมกับสาธยายในรายละเอียดโดยมีอาจารย์หญิงชายนั่งขนาบเสมือนมาสารภาพบาปเป็นอาชญากรก็ไม่ปาน แล้วอาจารย์ปริญญา รองอธิการบดีฝ่ายการนักศึกษาก็ยังสำทับว่าคุณเอมี่ทำผิด ต้องถูกลงโทษให้ไปบำเพ็ญประโยชน์ อ่านหนังสือให้ผู้พิการฟังถึง 15 วัน

 

หากเราท่านยังจำได้ย้อนหลังไปเมื่อ 5 ปีที่ผ่านมา "กรณีอาจารย์นิด้า ใช้ไม้กอล์ฟฟาดเมียจนตาย" โทษคือศาลสั่งให้บำเพ็ญประโยชน์ด้วยการสอนหนังสือ 50 ชั่วโมงในโรงเรียนใน กทม. การฆ่าเมียกับนุ่งโป๊.... บทลงโทษ....นี่มันอะไรกัน ตลกร้ายของสังคมไทยที่ขำไม่ออก!

 

นอกจากผู้หญิงจะถูกควบคุมร่างกาย และขาดเสรีภาพในเรื่องพื้นฐานการแต่งกายยังไม่พอ อาจารย์ผู้บริหารมหาวิทยาลัยที่อ้างว่าเป็นดินแดนแห่งเสรีภาพยังกล้าที่จะรังแกผู้หญิงตัวเล็กๆ โดยอ้างการกู้ศักดิ์ศรี กู้หน้าสถาบัน เพื่อปัดป้องความรับผิดชอบที่พวกศิษย์เก่าอนุรักษ์นิยม สถาบันนิยมคับแคบพากันก่นด่า และกดดัน

 

ขอถามหน่อยว่า ศักดิ์ศรีของธรรมศาสตร์ไม่ใช่ "ศักดิ์ศรีเสรีชน" ดอกหรือ ไม่ใช่เพราะจิตวิญญาณธรรมศาสตร์ หมายถึงจิตวิญญาณของนักต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยดอกหรือ?

 

นับแต่หลังเหตุการณ์ 6 ตุลา 2519 แนวคิดต่างๆ ในสังคมไทยที่หลากหลายแตกต่าง และเบ่งบานในยุคประชาธิปไตย ก็ค่อยๆเลือนหาย อุดมการณ์รับใช้มวลชนถูกนิยามให้เป็นเพียงตะกอนที่นอนก้น ไร้ค่า หมดราคา ขบวนการนักศึกษาประชาชนผู้ใฝ่ฝันถึงสังคมที่เท่าเทียม ปราศจากการเอารัดเอาเปรียบถูกตราหน้าว่าเป็นเพียงพวกเพ้อฝัน ขบวนการฝ่ายซ้ายกลับถูกเยาะเย้ยถากถาง

 

หรือว่ากระแสสำนึกของประชาคมธรรมศาสตร์ทุกวันนี้ เปิดรับเสรีทางการค้า ขายใบปริญญาและกระดาษแผ่นเดียว?

สถาบันที่น่าจะเป็น "ปัญญาแห่งสังคม" เป็นมหาวิทยาลัยของรัฐสำหรับสามัญชนกลับต้อนรับ ปืน รถถัง รัฐประหาร อำนาจอมาตยาธิปไตย และ การหมอบคลานอย่างช่ำชอง... เสมือนจิ้งจก ทั้งยังเตรียมตัวนำมหาวิทยาลัยออกนอกระบบเพื่อตักตวงกำไร โดยไม่ต้องห่วงหน้าพะวงหลังอย่างระบบราชการ อยากถามดังๆว่า... มีครั้งใดที่ผู้บริหารมหาลัยธรรมศาสตร์แถลงข่าวเอาพวกมือเปื้อนเลือดจากการสังหารหมู่นักศึกษาเมื่อ 6 ตุลามาลงโทษ...ไม่มีเลย มีครั้งใดที่ผู้บริหารมหาลัยธรรมศาสตร์ประกาศถอดถอนปริญญาพวกพ้องนักการเมืองที่โกงบ้านโกงเมือง ทรยศหักหลังประชาชน ... ไม่มีเลย

 

ยุคสมัยเปลี่ยนไป อุดมการณ์เปลี่ยนแปลง ผมยังหวังว่าปัญญาชน คนหนุ่มสาวธรรมศาสตร์รุ่นใหม่จะไม่ขายตัว ขายวิญญาณเหมือนพวกอาจารย์ และผู้บริหารมหาลัยบางคนในยุคนี้ !

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์