"นิธิ" ชี้สมานฉันท์ต้องกระจายอำนาจ สร้างเขตปกครองพิเศษ

เมื่อวันที่ 26 ก.พ.50 ที่วิทยาลัยอิสลามศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี สถาบันสมุทรรัฐเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ร่วมกับวิทยาลัยอิสลามศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ โครงการเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และคณะทำงานวาระทางสังคม สถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้จัดเวทีวิจารณ์หนังสือเรื่อง "ความเป็นมาของทฤษฎีแบ่งแยกดินแดนในภาคใต้ไทย" ที่เขียนโดย "ธเนศ อาภรณ์สุวรรณ" อาจารย์โครงการเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มีผู้เข้าร่วม 200 กว่าคน

 

รศ.ดร.ธเนศ เปิดเผยว่า ในเวทีวิจารณ์ได้มีการอภิปรายอย่างกว้างขวางเกี่ยวกับทฤษฎีแบ่งแยกดินแดนในภาคใต้ไทย โดยส่วนใหญ่เห็นว่าภาครัฐต้องปรับบทบาทและทำความเข้าใจเกี่ยวกับการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้มากขึ้น ซึ่งผู้นำศาสนาอิสลามหลายคนในพื้นที่มีความเข้าใจดีว่าภาครัฐควรต้องทำอย่างไร

 

นอกจากนี้ศ.ดร.นิธิ เอียวศรีวงศ์ นักวิชาการมหาวิทยาลัยเที่ยงคืน ได้อภิปรายทำความเข้าใจเกี่ยวกับการแบ่งแยกดินแดนซึ่งเกิดจากหลายปัจจัย ได้แก่ ความเป็นชาติที่เกิดขึ้นในรัฐไทยนั้นไม่เปิดพื้นที่ให้กับความหลากหลาย เช่น มลายูมุสลิม ขณะเดียวกันในสมัยรัชการที่ 5 ได้เกิดช่องว่างระหว่างศูนย์กลางอำนาจกับรัฐมลายูที่ถูกล้มล้างโดยรัฐไทย ด้วยการไม่ทุ่มทรัพยากรอย่างเพียงพอในการดูแล จึงทำให้เกิดขบวนการก่อความไม่สงบขึ้นมา ขณะเดียวกันพื้นที่ทางสังคมของรัฐไทยแคบจึงทำให้เกิดขบวนการต่อสู้นอกระบบกฎหมายมากขึ้น ซึ่งเกิดขึ้นหลายแห่งทั่วประเทศ เช่น กรณีเขื่อนปากมูล เป็นต้น

 

รศ.ดร.ธเนศ กล่าวอีกว่า นายนิธิยังได้อภิปรายเรื่องอัตลักษณ์มลายูมุสลิมซึ่งชัดเจนมากในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพราะมลายูกับมุสลิมแยกออกจากกันไม่ได้ จึงทำให้ความเป็นมุสลิมที่ดำรงอยู่ในรัฐไทยมีความลำบาก เพราะรัฐไทยเป็นรัฐโลกียวิสัย หมายถึงแยกศาสนาออกจากการเมือง จึงมีทั้งมลายูมุสลิมที่รับได้และรับไมได้ ขณะเดียวกันความหลากหลายในโลกมลายูเองก็มีมาก มีความขัดแย้งกันเองภายใน ทั้งเรื่องศาสนา การปฏิบัติหรือเรื่องทางโลก จึงทำให้การหาฉันทามติจากผู้นำมุสลิมมีความลำบาก และการเคลื่อนไหวไม่เป็นเอกภาพ แต่คนทั่วไปกลับไปเหมารวมว่ามุสลิมเหมือนกันทั้งหมด

 

"อาจารย์นิธิบอกว่า ปัญหาความไม่ยุติธรรมที่เกิดขึ้นในรัฐไทยได้ส่งผลให้ประชาชนลุกขึ้นสู้ด้วยตัวเองนั้นกลับไม่ต้องการชัยชนะ แต่ต้องการให้รัฐได้เห็นการต่อสู้ ในขณะที่รัฐเองก็ไม่สามารถแก้ปัญหาได้ เพราะไม่พร้อมที่จะมองจุดอ่อนของตัวเอง และสังคมไทยก็ไม่ทำความเข้าใจปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ สังคมโลกก็ไม่ให้ความสำคัญกับปัญหาในพื้นที่มากนัก ยิ่งทำให้คนในพื้นที่เองต้องขึ้นมาแก้ปัญหา" รศ.ดร.ธเนศ กล่าว

 

"สำหรับแนวคิดเรื่องสมานฉันท์นั้น อาจารย์นิธิบอกว่า จะเกิดขึ้นได้นั้นต้องให้ทุกฝ่ายพูดความจริง ใครถูกผิดอย่างไรก็ต้องยอมรับความจริง และต้องทำให้คนในชาติมีความเสมอภาคกัน ต้องกระจายอำนาจไปสู่ท้องถิ่น และอาจต้องยอมให้บางพื้นที่มีลักษณะเป็นเขตปกครองพิเศษขึ้นมา" รศ.ดร.ธเนศ กล่าว

 

รศ.ดร.ธเนศ กล่าวด้วยว่า ส่วนอาจารย์มาร์ค ตามไท จากสถาบันเพื่อการศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยพายัพ ได้วิเคราะห์ให้เห็นสถานการณ์ปัจจุบัน โดยชี้ให้เห็นว่าการแบ่งแยกดินแดนมี 2 อย่าง คือ คนมีความเป็นอิสระอยู่แล้ว แต่ต้องการให้มีอิสระมากขึ้น เช่น รัฐควิเบก ประเทศแคนาดา อีกอย่างคือคนไม่มีอิสระ จึงต่อสู้ แต่ไม่ใช่เพื่อจุดมุ่งหมายของการเป็นอิสระ แต่ต้องการหนีออกจากความไม่เป็นธรรม ซึ่งการต่อสู้ของคนในพื้นที่จะทำอย่างไรให้ตอบคำถามได้ว่ากำลังมุ่งไปสู่จุดใด การใช้ความรุนแรงจะนำไปสู่จุดหมายที่ต้องการหรือไม่ เพราะฉะนั้นปมเงื่อนสำคัญของการแก้ปัญหานี้นี้คือ ต้องทำให้คนส่วนใหญ่เห็นจุดหมายร่วมกัน คือ ไม่ใช้ความรุนแรง

 

ในวันเดียวกันที่โรงแรม บีพี แกรนด์ ทาวเวอร์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา พ.อ.อัคร ทิพโรจน์ หัวหน้าศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองบัญชาการผมพลเรือน ตำรวจ ทหาร เปิดเผยระหว่างการปฐมนิเทศผู้เข้าร่วมฝึกอบรมโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในระดับตำบล จังหวัดชายแดนภาคใต้ว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ก่อเหตุไม่สงบเมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2550 ได้แล้ว 23 คน แยกเป็นจังหวัดปัตตานี 11 คน นราธิวาส 7 คนและยะลา 5 คน รวมทั้งได้ออกหมายจับเพิ่มอีก 3 คน

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์