พายุร้อนถล่มเหนือ บ้านพังยับนับพันหลัง - ฝนหลวงพระราชทานลดฝุ่นได้ผล

เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 21 มี.ค. ร.ท.กิตติรัตน์ สอนซื่อ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.เชียงราย สั่งการให้เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายเร่งออกสำรวจความเสียหายจากเหตุวาตภัยที่เกิดขึ้นในพื้นที่ หลังจากช่วงคืนที่ผ่านมาจนถึงเช้ามืดเกิดเหตุฝนตกหนัก พายุลมกระโชกแรงทั่วทุกอำเภอของจ.เชียงราย ผลการสำรวจพบว่ามีบ้านเรือนชาวบ้านในเขตอ.แม่สรวยทุกตำบล นอกจากนี้มีต.บัวสลี อ.แม่ลาว, ต.เวียงชัย และ ต.ผางาม อ.เวียงชัย, ต.ป่าอ้อดอนชัย อ.เมือง, ต.ดงมหาวัน และต.ป่าซาง กิ่งอ.เวียงเชียงรุ้ง มีบ้านเรือนได้รับความเสียหาย 1,000 หลังคาเรือน

 

พื้นที่ที่ได้รับความเสียหายมากที่สุดคือต.ป่าอ้อดอนชัย มีบ้านเรือนเสียหายกว่า 15 หมู่บ้าน จำนวน 177 หลังคาเรือน ชาวบ้านเดือดร้อน 800 คน ส่วนที่อ.เวียงชัย และกิ่งอ.เวียงเชียงรุ้ง ลมพายุทำลายฝาบ้าน หลังคาบ้านจนปลิวเสียหาย ไม่มีผู้บาดเจ็บ

 

ส่วนที่ อ.พบพระ จ.ตาก เกิดพายุพัดกระหน่ำในพื้นที่ 2 หมู่บ้านทำให้บ้านเรือนพังเสียหายหลายหลังคาเรือน มีต้นไม้ใหญ่ล้มทับสายไฟแรงสูงทับบ้านเรือนพังเสียหาย ไฟฟ้าดับตลอดทั้งคืน ทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก โดยในพื้นที่ ต.วาเลย์ มีบ้านเรือนชาวบ้านได้รับความเสียหายไม่ต่ำกว่า 20 หลังคาเรือนคือ บ้านวาเล่ย์เหนือ หมู่ 2 ได้รับความเสียหาย 9 หลังคาเรือน ศาลาการเปรียญวัดอีก 1 หลัง บ้านวาเล่ย์ใต้ หมู่ 3 จำนวน 11 หลังคาเรือน ส่วนชาวบ้านไม่ได้รับอันตรายแต่อย่างใด

 

ด้านกรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศเตือนภัย ฉบับที่ 19 เรื่อง พายุฤดูร้อนบริเวณประเทศไทยตอนบน ว่า ความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังปานกลางจากประเทศจีนที่ปกคลุมประเทศไทยตอนบนมีกำลังอ่อนลง ลักษณะเช่นนี้จะทำให้ด้านตะวันตกของภาคเหนือมีฝนฟ้าคะนอง กับมีลมกระโชกแรงบางพื้นที่ในระยะ 1-2 วันนี้ ซึ่งได้แก่บริเวณ จ.แม่ฮ่องสอน เชียงราย เชียงใหม่ ส่วนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออกกลับสู่สภาวะปกติของฤดูร้อน ขอให้ประชาชนบริเวณจังหวัดที่กล่าวมาระมัดระวังอันตรายจากลมกระโชกแรง โดยดูแลบ้านเรือน สิ่งปลูกสร้าง และป้ายโฆษณาให้มั่นคงแข็งแรง และไม่ควรใส่เครื่องประดับที่เป็นโลหะนำไฟฟ้า ในบริเวณที่โล่งแจ้งในขณะที่เกิดฝนฟ้าคะนอง สำหรับภาคใต้ยังคงมีฝนต่อไปอีก 1-2 วัน ขอให้ประชาชนเก็บกักน้ำไว้ใช้เพื่อการอุปโภคและบริโภค ส่วนคลื่นลมในอ่าวไทยบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองจะมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ชาวเรือควรเพิ่มความระมัดระวังอันตรายในการเดินเรือ

 

ส่วนกรณีหมอกควันที่ปกคลุมภาคเหนือ นายสมพล สุปการ หัวหน้าสถานีอุตุนิยมวิทยาเชียงราย เปิดเผยว่า เมื่อคืนที่ผ่านมาเกิดฝนตกในหลายอำเภอในเขตจ.เชียงราย และจังหวัดใกล้เคียง เนื่องจากความชื้นในอากาศเริ่มมีปริมาณเพิ่มมากขึ้น ทำให้เกิดฝนตก ชะล้างหมอกควันที่ลอยอยู่บนอากาศจางหายไปเป็นจำนวนมาก ทำให้ทัศนวิสัยดีขึ้น ที่ท่าอากาศยานเชียงรายมองเห็นในระยะ 7,000-8,000 เมตร ถือว่าอยู่ในขั้นปลอดภัยแล้ว

 

วันเดียวกัน เวลา 11.00 น. นางสันทนีย์ ไชยเชียงพิณ เวรพยากรณ์อากาศ ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคเหนือ จ.เชียงใหม่ รายงานว่า ที่จ.เชียงใหม่ เกิดฝนตกที่อ.แม่แตง, ฝาง, เชียงดาวล สันทราย และไชยปราการ ทำให้ปริมาณฝุ่นควันในอากาศลดลงมาก คุณภาพอากาศดีขึ้นตามลำดับ

 

ขณะที่นายพลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี เดินทางมาที่มณฑลทหารบก 33 (มทบ.33) ค่ายกาวิละ จ.เชียงใหม่ เพื่อขึ้นเฮลิคอปเตอร์ไปตรวจเยี่ยมสถานีเกษตรหลวงตามโครงการพระราชดำริในพื้นที่ อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ พร้อมตรวจสภาพอากาศในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ หลังจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงห่วงใยสถานการณ์ที่เกิดขึ้น

 

นายพลากร กล่าวว่า หลังจากขึ้นเฮลิคอปเตอร์สำรวจพื้นที่หลายอำเภอใน จ.เชียงใหม่ในช่วง 2 วันที่ผ่านมา พบว่า สภาพอากาศเริ่มดีขึ้นปัญหาฝุ่นควันเบาบางลง เนื่องจากในหลวงทรงมีพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ ให้ทำฝนหลวงโปรยละอองน้ำหลายร้อยตันบนท้องฟ้า ประกอบกับมีฝนตามธรรมชาติตกลงมา ทำให้ปัญหาหมอกควันไฟทุเลา อย่างไรก็ตามจากการบินสำรวจบริเวณพื้นที่ อ.เวียงแหง จ.เชียงใหม่ ไม่พบเห็นการเผาป่าของชาวบ้านในพื้นที่แม้แต่จุดเดียว ซึ่งถือว่า เป็นสิ่งที่น่าดีใจ โดยปัญหาหมอกควันในปีนี้คงหมดไป แต่ปีหน้าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเตรียมป้องกันเพื่อแก้ปัญหาฝุ่นล่วงหน้าต่อไป

 

ด้าน นายสมชัย เรืองสุทธินฤภาพ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยปฏิบัติการฝนหลวงภาคเหนือ กล่าวว่า จากการปฏิบัติการในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมาถือว่าได้รับผลดีเกินคาด เนื่องจากฝนตกกระจายในพื้นที่ต่างๆ ทำให้สถานการณ์หมอกควันคืนสู่ภาวะปกติแล้ว แต่ในส่วนของการปฏิบัติงานทำฝนหลวงจะดำเนินการต่อเนื่อง เพราะมีภารกิจสำคัญในการทำฝนเทียม เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนจากภัยแล้งให้แก่ราษฎรในภาคเหนือด้วย

 

ขณะที่ นายอภิวัฒน์ คุณารักษ์ ผอ.สำนักงานสิ่งแวดล้อมที่ 10 เชียงใหม่ กล่าวว่า ปัญหาฝุ่นควันในพื้นที่ จ.เชียงใหม่เริ่มเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว แต่ต้องจับตาดูในช่วงเดือนเมษายนนี้อีกครั้ง เนื่องจากเป็นฤดูกาลที่ชาวเขาที่ราบสูงเริ่มเผาไร่เพื่อเพาะปลูก ซึ่งจะส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ประสานกับผู้นำชุมชนขอให้งดการเผา ทั้งนี้อาจต้องใช้มาตรการพิเศษ เช่น จ่ายค่าชดเชยต่างๆ ให้แก่ชาวบ้าน พร้อมผลักดันส่งเสริมให้นำวัชพืชทางการเกษตรไปทำเป็นปุ๋ยอินทรีย์แทนการกำจัดด้วยการเผา

 

วันเดียวกัน นายไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ในฐานะประธานศูนย์อำนวยการแก้ปัญหาหมอกควัน (ศค.) ภาคเหนือ แถลงข่าวการแก้ไขปัญหาหมอกควันภาคเหนือว่า จากความร่วมมือของทุกหน่วยงาน ทำให้สถานการณ์ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะ จ.เชียงใหม่ เชียงราย และลำปาง กลับเข้าสู่สภาวะปกติแล้ว

 

นายไพบูลย์ กล่าวต่อว่า ข้อมูลจากศูนย์ราชการรวมฯ อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ ค่ามาตรฐานคือ 120 ไมโครกรัม แต่ฝุ่นควันลดลงจาก 91 ไมโครกรัม เป็น 64 ไมโครกรัม คุณภาพอากาศดีขึ้นจาก 82 เป็น 65 ถือว่าไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ส่วนข้อมูลจากสำนักงานการประปา อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง ฝุ่นควันลดลงจาก 62 ไมโครกรัม เป็น 55 ไมโครกรัม คุณภาพอากาศดีขึ้นจาก 63 เป็น 60 ขณะที่ จ.เชียงราย เครื่องตรวจวัดฝุ่นควันขัดข้องเพราะฝนตกหนัก แต่สภาพอากาศดีขึ้นมาก เหลือเพียง จ.แม่ฮ่องสอนเท่านั้นที่ฝุ่นควันลดลงจาก 284 ไมโครกรัม เป็น 166 ไมโครกรัม คุณภาพอากาศดีขึ้นจาก 171 เป็น 120 ซึ่งขณะนี้เครื่องบินของกองทัพอากาศ ยังบินพ่นน้ำจนกว่าสถานกาณ์จะกลับสู่สภาวะปกติ

 

 

---------------------------------------

 ที่มา : เว็บไซต์ข่าวสด และ เว็บไซต์แนวหน้า

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์