สัมภาษณ์ "ทัศนะคู่ชีวิต" อาจารย์สมปอง เพ็งจันทร์ : ภรรยาของอาจารย์ ประมวล เพ็งจันทร์






ขอให้พูดถึงการใช้ชีวิตคู่ สมมุติถ้าไปเดินทางด้วยกันในแบบ "เดินสู่อิสรภาพ" โดยเปรียบเหมือนการใช้ชีวิตคู่ร่วมกัน จะไปแสวงหา "เดินสู่อิสรภาพด้วยกัน" หรือไม่

 

คงไม่หรอกค่ะ เพราะว่าความสามารถหรือคุณสมบัติเฉพาะเรื่องเนี่ย มันขึ้นอยู่กับของแต่ละคน แต่สิ่งที่เรามีร่วมกัน ก็คือความคิด หรือความเข้าใจตรงกัน เหมือนกับที่อาจารย์ประมวลจะเขียนหนังสือ ถ้าเราจะให้..พูดง่าย ๆ ถ้าจะให้อาจารย์ ประมวล อยู่ที่บ้าน ทำหน้าที่สามี เช้าขับรถมาด้วยกัน เย็นขับรถกลับด้วยกัน ถ้าเรามองอย่างนั้น ก็เหมือนกับคนที่ดึงเขาไว้ เพื่อที่จะให้เขาทำหน้าที่ ซึ่งความเป็นจริง เราสามารถทำได้ง่าย หรือแก้ปัญหาได้ แต่ตัวอาจารย์ประมวล มีความสามารถที่จะทำสิ่งอื่นที่ครูทำไม่ได้ คือ การแสดงความคิดผ่านการเขียน จึงเป็นผู้ให้การสนับสนุนให้อาจารย์ประมวลได้ทำสิ่งนี้ อย่างเช่น ที่บ้านเรามีลักษณะที่ไม่เหมาะสม ในการที่จะใช้ความสงบเพื่อทำงาน ก็มาคิดกันว่าจะหาที่ไหน เพราะฉะนั้นก็หาพื้นที่ ไม่ว่าจะเขียนหนังสือเล่มแรกในการทำวิจัย (เดินสู่อิสรภาพ) ก็ไปลงตัวที่วัดผาลาด เพราะฉะนั้นการไปทำงานของอาจารย์ โดยส่วนตัว ก็ไม่ได้ไปร่วมไปในการกระทำนั้นด้วยว่าจะไปอยู่ด้วยกัน ก็แค่ไปหาที่เหมาะสมที่สุดในการหาที่ทำงาน ในการเดินก็เช่นเดียวกัน การเดินอาจารย์ประมวลเดินทางไป แต่สิ่งที่ทำก็ คือ คิด ที่จะยอมรับอาจารย์เดินทางไปที่จะให้ความรู้สึกยินดีพอใจที่จะให้ทำ

 

จากมุมมองแนวทางสตรีนิยมแล้ว เปรียบชีวิตคู่เป็นเช่น "การเดินสู่อิสรภาพ" แล้วถ้ามีแต่ผู้ชายเดิน โดยไม่มีผู้หญิงเดินไปด้วย จะถือเป็นความไม่เท่าเทียมกันหรือเปล่า และถ้าผู้หญิง เกิดต้องการเดินขึ้นมา จะทำได้หรือไม่อย่างไร

 

ความเท่าเทียมกันโดยส่วนตัว ไม่ได้มองในแง่ของการจะต้องทำอะไรตรงกัน เหมือนกันทั้งหมดถึงจะเท่าเทียม เพราะมันเป็นเรื่องคุณสมบัติเฉพาะบางเรื่อง เราห้ามไม่ได้ เราห้ามสังคมไม่ได้ เช่น ผู้หญิง จะเดินทางคนเดียว ถ้าผู้หญิงคนนั้นอดทน เดินก็ได้ ทนหิว ทนความลำบากได้ แต่ถามว่าสังคมจะให้โอกาสเขาไหม เราอาจจะประกาศว่าเราต้องการความเท่าเทียม แล้วเราทำสิ่งนั้นเหมือนกับผู้ชาย แต่สังคมคงจะให้สิ่งนั้นกับเราได้ไม่ตรงกัน เพราะฉะนั้นมีบางเรื่องเราต้องยอมรับว่า ประเพณี ความเชื่อบางอย่าง มามีผลต่อภาคปฏิบัติของเราเหมือนกัน เพราะถ้าเราทำอย่างนั้นอันตรายย่อมเกิดกับผู้หญิงสูง ความเข้าใจที่คิดว่าเราอยากจะปฎิบัติตน เพื่อจะขัดเกลา อะไรต่อมิอะไรเรา ต้องหาวิธีอื่น เอาง่าย ๆ ถ้าเราอยากเท่าเทียม ถ้าผู้ชายยืนฉี่ได้ ผู้หญิงยืนฉี่ได้ไหม ในทางกายภาพก็ให้ยาก ในการขอก็ต้องดูว่าอะไรที่เป็นไปได้ และอะไรที่เป็นไปไม่ได้ ในความเป็น.. ความเท่าเทียมกัน ในการมีสิทธิ มีเสียงได้ และเรารับฟังซึ่งกันและกัน แต่การปฏิบัติในบางอย่าง โดยส่วนตัว ตนเองนั้นจะอ่อนด้อยในเรื่องความเท่าเทียม แต่อะไรคือความเหมาะสมในการที่เราได้รับปฏิบัติต่อสังคม ตามเพศที่ควรจะเป็น แต่ไม่ใช่เพราะเราขาดความเท่าเทียม

 

มองประเด็นสังคม ผ่านประสบการณ์ชีวิตคู่แล้ว อาจารย์มีความเห็นอย่างไรกับการใช้ความรุนแรงของชีวิตคู่ จำพวก "ผัวตีเมีย"?

 

ประสบการณ์ชีวิตคู่ ความรัก ถ้าเรารักใคร ความรักนั้น ต้องเป็นการแชร์ แน่นอนคือเราจะต้องรักเขา และเขาก็รักเรา และในช่วงของการแชร์ สองคนจะต้องหาจังหวะที่ลงตัวกันว่า เราจะให้อะไรเขา และเขาจะให้อะไรแก่เรานั้น การให้นั้นเราจะเป็นฝ่ายให้ และเขาก็จะเป็นฝ่ายให้ แต่ถ้าเรียกร้องว่า เธอทำไมไม่ให้ฉัน แล้วอีกฝั่งหนึ่งก็จะเรียกร้องที่จะเอาด้วย เพราะฉะนั้น การเริ่มต้นของการมีชีวิตคู่ที่ดี คือ"คิดที่จะให้"เพราะฉะนั้น เมื่ออีกคนคิดที่จะให้ แล้วอีกฝั่งก็คิดที่จะให้ เราจะได้รับโดยได้รับในสิ่งที่เราขาดมาชดเชย เช่น ผู้ชายอาจจะมีความแข็งแรง ก็ให้ความแข็งแรงมาแก่ผู้หญิง และผู้หญิงมีความอ่อนโยน เค้าก็ให้ความอ่อนโยนกับผู้ชาย และผู้ชายก็จะไม่กระด้าง คือไม่ ประทุษร้ายกับผู้หญิง เพราะเห็นผู้หญิงอ่อนแอ แต่ในขณะเดียวกัน ผู้หญิงที่มีความนุ่มนวล ก็น่าให้ความอ่อนโยนแก่ผู้ชาย ต่างฝ่ายต่างให้สิ่งที่ตนเองมี และก็คือขาดอะไร ตัวเองมีก็ให้สิ่งนั้นกับอีกฝั่งหนึ่ง ถ้าคิดได้อย่างนี้ มันก็จะไม่มีปัญหา ในประเด็นที่ว่าเราจะเอาอะไรจากเขา ถ้าเขาไม่ให้แก่เรา แล้วเกิดความรู้สึกว่าอีกฝั่งหนึ่งบกพร่องกับเรา ถ้าคิดที่จะเอาเราจะไม่ได้ ถ้าคิดจะให้เราจะได้ตลอด ในทุกเรื่อง

 

การที่ครอบครัวอาจารย์ไม่มีลูกทำให้อาจารย์มึความรู้สึกแตกต่างจากสังคมบ้างหรือเปล่า แล้วถ้าสมมุติอาจารย์มีลูก และเห็นลูกคนหนึ่ง เป็นผู้หญิง แต่งตัวโป๊ ๆ วับ ๆ แวมๆ จะทำอย่างไร ในฐานะที่เป็นแม่

 

มันสมมุติยาก มันเกิดจากความไม่เป็นจริง แล้วเราไปจินตนาการความคิด และอารมณ์ มันคงไม่ถูก แต่หลักที่จะทำ หากเรามีลูก เราคงรักลูก เพราะฉะนั้นความรักแม่มีแก่ลูก เรารักเขา และเขาควรที่จะรักเรา การพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิด หรือการสั่งสอนอะไรต่อมิอะไร มันคงเป็นด้วยการแชร์ความคิด ซึ่งกันและกัน เด็กจำนวนหนึ่ง ที่ทำอะไรอย่างนั้น ไม่ได้ปุ๊บปั๊บก็ทำอะไรขึ้นมาเลย มันจะต้องสั่งสมอารมณ์ความคิดทั้งจากครอบครัว และสังคมด้วย ต้องถามว่าพ่อแม่แต่ละคน ได้บ่มเพาะหรือเปล่า ปลายทางจึงออกมาอย่างนั้น แล้วถ้าออกมาอย่างนั้น ถ้าเราเป็นแม่ และเราสั่งสอนบอกกล่าวแล้วยังเป็นอย่างนั้น เราก็คงต้องยอมรับการกระทำของเค้า เราดูแลเขาได้เพียงเท่านั้น เราไม่มีอำนาจเหนือกว่าเขาที่จะเบี่ยงเบนความคิดของเขาได้ แต่ถ้าเราไปมองครอบครัวที่อบอุ่น แล้วเขาอยู่กับลูก ถ้าเขาจะเป็นอะไรก็พ่อแม่ยอมรับเขา เขาก็มีความสุข เพราะฉะนั้นสิ่งที่พ่อกับแม่ลูกคิดและทำก็จะตรงกัน มันจะเป็นทางบวกหรือทางลบ หรืออะไรก็ตาม ถ้าทั้งสองฝ่ายยอมรับ และมีความสุขกันได้ เราก็ต้องถือว่าสิ่งนั้นเราก็ต้องยอมรับ

 

แม้ว่าลูกจะเลวร้าย ติดยา หรือเป็นนักเลง อาจารย์ก็ยังคิดว่าพ่อแม่ก็ควรจะยอมรับลูกอย่างที่เป็น หรือเปล่า

 

มันขึ้นอยู่กับพ่อแม่ได้ให้อะไรแก่เขาตั้งแต่เริ่มต้นหรือตั้งแต่เกิดหรือเปล่า อย่างที่บอกไม่มีการเกิดอะไร ปุ๊บปั๊บ แต่การที่เราอยู่กับเขาและเราไม่สามารถดึงความคิด หรือ แชร์ความคิด ความรู้สึกอะไรกับเขาไม่ได้ ก็เป็นความผิดของพ่อแม่เหมือนกัน แต่ถ้าเผื่อเราเต็มที่กับเขา แล้วเขาเข้าใจเรา สิ่งปลายทางที่บอกว่ามันเกิดผลร้าย มันก็ไม่น่าจะเกิด เนื่องจากว่าเราได้เรียนรู้ทุกสิ่งทุกอย่างมาพร้อม ๆ กัน เหมือนกับการที่พ่อแม่ลำบากหรือจน หากพ่อแม่เป็นคนที่สามารถอธิบายความคิดหรือความเป็นตัวเองกับลูกได้ ลูกก็จะไม่อายความจนของพ่อแม่ แต่ลูกจะต้องเห็นใจความจนและความลำบากของพ่อแม่ แล้วก็พยายามที่จะผ่อนคลาย ความทุกข์ ความลำบากของพ่อแม่ เพราะฉะนั้น มันขึ้นกับว่าพ่อแม่ว่าได้สอนอะไรกับเขา ได้คิด และทำให้เป็นแบบอย่างแก่เขาอย่างไร แต่ถ้าคิดเพื่อจะบอกว่าสิ่งนี้น่าภาคภูมิใจ เราต้องยอมรับมัน แล้วลูกก็จะยอมรับ ลูกก็จะภูมิใจ แต่ถ้าพ่อแม่คิดว่าสิ่งนี้น่าอับอาย แล้วปิดบังเอง พ่อแม่เป็นฝ่ายผิด เพราะฉะนั้นลูกจะเป็นอะไรก็ตาม ก็เป็นเหมือนกระจกสะท้อนพ่อแม่เหมือนกัน.

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์