ข่าวมอนิเตอร์ประจำวันที่ 23 มีนาคม 2550


 





การเมือง

แฉกลุ่มป่วนใต้รับจ้างอำนาจเก่าบึ้มกรุง ระบุรู้ตัวคนสั่งการแต่ยังหาหลักฐานมัดไม่ได้

เว็บไซต์เดลินิวส์ - พล.อ.วัธนชัย ฉายเหมือนวงศ์ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ออกมาระบุว่าแนวร่วมก่อการร้ายในภาคใต้มีส่วนร่วมในการก่อเหตุวางระเบิดเมื่อวันที่ 31 ธ.ค. 2549 ที่ผ่านมา ว่า ประเด็นดังกล่าวทิ้งไปไม่ได้ เพราะว่าลักษณะของการวางระเบิดและวิธีการใช้ระเบิดเป็นรูปแบบเดียวกันกับที่ใช้ในพื้นที่ภาคใต้ที่มีส่วนประกอบเป็นนาฬิกาดิจิตัล ดั้งนั้นเทคโนโลยีอันนี้มันต้องมาจากทางใต้แน่นอน  ได้หลักฐานนี้จากระเบิด 2 ลูกที่ไม่ทำงาน  รวมทั้งบันทึกจากกล้องวงจรปิดก็สามารถจับภาพบุคคลที่มีรูปร่างลักษณะเหมือนคนในพื้นที่ภาคใต้ได้  ดังนั้นประเด็นนี้จึงต้องคงไว้ ว่าต้องมีส่วนเกี่ยวข้องกับทางใต้แน่นอน 

 

ทั้งนี้มองว่าการกระทำดังกล่าวต้องการดิสเครดิตรัฐบาลอย่างเดียว และมองว่ามีกลุ่มที่หวังผลทางการเมืองไปจ้างกลุ่มผู้ก่อการร้ายมาก่อเหตุแน่นอน เพราะต้องการดิสเครดิตรัฐบาลทำให้เกิดเรื่องวุ่นวายขึ้นมา เนื่องจากเทศกาลปีใหม่เป็นช่วงเวลาของความสนุกสนานแต่การก่อเหตุดังกล่าวก็เพื่อแสดงให้เห็นว่ารัฐบาลป้องกันเหตุไม่ได้

 

ในระดับปฏิบัติเรารู้ตัวผู้กระทำ มีการนำตัวมาสอบและได้ข้อมูลจำนวนมาก ถึงระดับโครงสร้างปฏิบัติการ  แต่ตัวผู้สั่งการหรือให้เงินว่าจ้างนั้นยังไม่ทราบตัว ต้องมีการพิสูจน์กันว่าเชื่อมโยงกันอย่างไร แต่คนในกลุ่มอำนาจเก่าที่ทำนั้น ก็หวังผลอย่างอื่น ไม่ได้หวังผลในเรื่องการล้มล้างหรือแบ่งแยกดินแดนแต่อย่างใด แต่อาศัยว่าเคยทำมาตรงนี้และมีความรู้ทาง

 

" เราพอรู้ระดับคนสั่งการแล้วว่าเป็นพวกไหน และอยู่ตรงไหน เป็นเครือข่ายเดิมที่ทำงานกันอยู่ ให้คุณไปรวมพวกเสียประโยชน์ทั้งหมดในอดีต ณ วันนี้ว่ามีใครบ้าง ขณะนี้ทุกคนที่เสียประโยชน์ตรงนั้นก็ต่างคนต่างจะทำรัฐบาลนี้เจ๊งไป แต่เป็นในแบบต่างคนต่างคิด  รัฐบาลยังไม่สามารถทำอะไรกับคนกลุ่มนี้ได้ ได้แต่เฝ้าระวังเท่านั้น ให้ทุกคนไปช่วยกันดู ผู้สูญเสียอำนาจจากรัฐบาลใหม่ หลายๆ คนหายไปอยู่ที่ไหนกันบ้าง ที่กร่างๆ สมัยก่อน ไปอยู่ไหนกัน ให้ไปช่วยกันดูว่าเขาไปซ่องสุมอยู่หรือเปล่า พวกนี้เป็นพวกที่มีศักยภาพทั้งนั้น ส่วนเป็นคนในเรื่องแบบหรือไม่นั้น ก็ไม่รู้ แต่เป็นกลุ่มที่เงิน และอำนาจอยู่แล้ว " ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี กล่าว

 

พีทีวี ยืนยันเปิดเวทีสนามหลวงศุกร์นี้

เว็บไซต์สำนักข่าวเนชั่น- ประธานบริหารสถานีพีทีวี วีระ มุสิกพงศ์ ยืนยันว่า วันที่ 23 มี.ค. สถานีพีทีวี มีความพร้อมจะจัดรายการสดที่ท้องสนามหลวง แม้กทม.จะไม่อนุญาตให้ใช้สถานที่ก็ตาม โดยจะเริ่มเวลา 16.30 น. แสดงดนตรี เวลา 17.00 น. คณะผู้บริหารสถานีจะผลัดเปลี่ยนการจัดรายการปราศรัย 6 เดือนของ คมช. และอาจหลีกไม่พ้นที่ต้องพูดถึง พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ด้วย

 

"อภิสิทธิ์" จี้ คมช.ชี้ชัดทางออก หากร่าง รธน.ปี 50 ไม่ผ่านประชามติ

ผู้จัดการออนไลน์- นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกระแสข่าวที่มีการตั้งธงล่วงหน้าจะคว่ำรัฐธรรมนูญปี 2550 ว่า พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ หรือ คมช. ควรให้ความชัดเจนกับประชาชนว่า จะนำรัฐธรรมนูญใดมาประกาศใช้ หากร่างรัฐธรรมนูญปี 2550 ไม่ผ่านประชามติ เพื่อให้ประชาชนทราบว่า หากไม่เห็นด้วยกับรัฐธรรมนูญที่ สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ กำลังร่างอยู่แล้วจะต้องพบกับสิ่งใด

         

ส่วนกรณีที่กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ จะตราบทเฉพาะกาลเพื่อนิรโทษกรรม คมช. ในรัฐธรรมนูญนั้นเห็นว่า ควรพิจารณาว่าจะร่างรัฐธรรมนูญอย่างไรให้เป็นประชาธิปไตยมากที่สุดมากกว่าเพราะถือเป็นประเด็นหลัก

 

อดีตส.ส.สงขลาฮึ่มกลุ่ม 19 กย.เลิกป้ายสี"ป๋า"

ผู้จัดการออนไลน์-วันนี้(22 มี.ค.) นายวิรัตน์ กัลยาศิริ อดีต ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีการเคลื่อนไหวกลุ่มเครือข่าย 19 กันยา ต้านรัฐประหาร ชุมนุมต่อต้านและกล่าวโจมตี พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ว่า ในฐานะเป็นชาวสงขลาคนหนึ่งมีความไม่สบายใจต่อการเคลื่อนไหวชุมนุมของกลุ่มเครือข่าย 19 กันยา ที่ออกมากดดัน และพาดพิงกล่าวหาในทางที่เสื่อมเสียถึงประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ขอยืนยันว่า พล.อ.เปรม เป็นคนดี เป็นบุคคลที่สังคมไทยยกย่องให้ความเคารพนับถือ อีกทั้งยังมีตำแหน่งหน้าที่เป็นถึงประธานองคมนตรี ไม่เคยเข้ามายุ่งเกี่ยวกับการเมือง แต่สิ่งที่เกิดขึ้นนี้น่าจะเป็นเพราะกลุ่มอำนาจเก่าสูญเสียอำนาจ จึงได้มีความพยายามโยงให้ พล.อ.เปรม เข้าไปเกี่ยวข้องกับปฏิวัติรัฐประหารเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2549 ที่ผ่านมา

 

ด้าน นายเจือ ราชสีห์ อดีต.ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า สิ่งที่เกิดขึ้นในเรื่องนี้ทำให้คนจังหวัดสงขลามีความรำคาญอย่างมาก พล.อ.เปรม ถือว่าเป็นสัญลักษณ์แห่งความดี การที่มีผู้ออกมาเคลื่อนไหวกล่าวหาคนดีว่าเป็นคนไม่ดี จึงอยากถามว่าผู้ที่ออกมาเคลื่อนไหวนั้นเป็นคนดีหรือไม่ ในฐานะคนจังหวัดสงขลาขอเรียกร้องให้กลุ่มที่ออกมาเคลื่อนไหวควรจะหยุดการกระทำ เวลาที่ผ่านมา 5 ปีประเทศชาติได้รับความเสียหายมามากพอแล้ว และจะนำไปสู่ปัญหาและความขัดแย้งของคนในสังคมมากขึ้น

 

หญิงอ้อมั่นใจสู้คดีเลี่ยงภาษีได้ เมื่อเข้าสู่การพิจารณาชั้นศาล

คมชัดลึก - (22มีค.) เวลา 11.00 น. นายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษากฎหมาย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีและครอบครัวชินวัตร แถลงข่าวถึงการทำงานของคมช.และคตส.รอบ 6 เดือน ว่า ช่วงเวลาที่ผ่านมาจะพบว่าคมช.เอาเวลาส่วนใหญ่ไปหาเหตุผลของการยึดอำนาจ 4 ข้อ มากกว่าทำอย่างอื่นที่เป็นปัญหาสำคัญๆ ส่วนที่คตส.แสดงความดีใจ หลังจากนำคดีการเลี่ยงภาษีของคุณหญิงพจมาน ชินวัตร ภริยาอดีตนายกฯ และนายบรรณพจน์ ดามาพงศ์ เข้าสู่ขั้นตอนของศาลได้นั้น ตรงนี้ถือเป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น เพราะศาลยังไม่มีคำตัดสิน กระบวนการยังอีกยาวไกล ฉะนั้นจึงไม่อยากให้คมช.และคตส.ดีใจมากนัก ซึ่งคุณหญิงพจมานและนายบรรณพจน์ มั่นใจว่าต่อสู้คดีได้เมื่อเข้าสู่ศาล เพราะการเมืองจะแทรกแซงกระบวนการตรงนี้ไม่ได้ โดยขณะนี้ทีมทนายอยู่ระหว่างการหารือกัน และในวันส่งตัวจำเลยให้รายงานตัวต่อศาล คุณหญิงพจมานและนายบรรณพจน์ จะเดินทางไปด้วยตัวเอง

 

นอกจากนี้นายนพดลยังกล่าวว่าอยากให้พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ประธานคมช.และผบ.ทบ.มีสมาธิแก้ไขปัญหาภาคใต้อย่างเต็มที่มากกว่า สำหรับประเด็นเรื่องการสืบทอดอำนาจของคมช.นั้น ส่วนตัวคิดว่าถ้าหลังวันที่ 30 ก.ย.2550 พล.อ.สนธิเกษียณไปแล้ว จะเข้าสู่ระบบการเมืองด้วยวิถีทางประชาธิปไตย อย่างนั้นคงไม่มีปัญหา ไม่มีอะไรเคลือบแคลง เรายังเชื่อว่าอำนาจรัฐนั้นมาจากปลายปากกาไม่ใช่กระบอกปืน

 







ผู้ จัด การ

----

การเมือง

 

 "สนธิ"อัด ธปท.กอดตำราทำผิดซ้ำซาก - คาดเงินบาททะลุ 32 ภายใน พ.ค.

นายสนธิ ลิ้มทองกุล ผู้ก่อตั้งหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ กล่าวในรายการ "ยามเฝ้าแผ่นดิน" ออกอากาศทางเอเอสทีวี วันที่ 22 มี.ค. ถึงกรณีที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะให้ผู้ส่งออกถือครองเงินดอลลาร์ได้นานขึ้นจากที่ได้ขยายเวลามาเป็น 15 วัน เพื่อลดแรงกดดันต่อการแข็งค่าของเงินบาท ว่า เคยฟันธงไว้ล่วงหน้าแล้วใช่หรือไม่ว่า เดือน เม.ย.ถึง พ.ค.จะเห็นเงินบาทอยู่ที่ 33 บาทต่อ 1 ดอลลาร์ และที่สำคัญการที่ค่าเงินบาทในตลาดต่างประเทศแข็งกว่าในประเทศทำให้มีการค้าเงินกันอย่างเป็นขั้นตอน โดยมีผลกำไรต่อวันที่มหาศาล และเท่าที่ทราบมีการค้าเงินในลักษณะแบบนี้มาตั้งแต่เดือน ธ.ค.2549 แล้ว

 

นายสนธิ กล่าวว่า วันนี้ ธปท.กำลังดำเนินนโยบายผิดพลาดไม่ต่างอะไรกับสมัยวิกฤติค่าเงินบาทเมื่อปี 2540 สมัยนั้นนักค้าเงินต้องการให้เงินบาทอ่อนตัวลง แต่ตรงกันข้าม วันนี้ผู้ค้าเงินทั่วโลกรวมหัวกันโจมตีโดยหวังให้ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้น เป็นการให้บทเรียนกับ ธปท. ยิ่ง ธปท.พยายามไล่ซื้อเงินดอลลาร์มากเท่าไหร่ ธปท.ประเทศชาติก็จะเสียหายมากขึ้นเท่านั้น

 

"หาก ธปท.มัวแต่คิดที่จะแก้ไขไปตามตำรา หรือหลักการที่วางไว้ โดยที่ไม่ยอมพิจารณาข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น เชื่อว่า เราจะเสียเงินไปกับการแก้ไขของ ธปท.อีกจำนวนมหาศาล ผมออกปากเตือนมาหลายต่อหลายครั้งแล้ว คนก็ชอบหัวเราะ แต่หากคิดให้ดี ทุกครั้งที่ผมพูดนั้นถูกต้องหมด ผมไม่อยากต่อว่า การแก้ไขปัญหาของ ธปท. ที่มัวแต่คิดว่า ตัวเองนั้นเก่ง มีความสามารถ แต่ผมอยากให้ ธปท.กลับมาสู่โลกความจริง ยอมรับว่ามีการเก็งกำไรค่าเงินบาท อย่ามัวแต่พูดแต่เรื่องทฤษฏี เพราะพูดทีไรก็เจ๊งทุกทีไป"

 

นอกจากนี้นายสนธิ ยังกล่าวตำหนิการทำงานของ ธปท.อีกว่า ธปท.ทำตัวเหมือนพวกอภิสิทธิ์ชน ทำผิดก็ไม่เคยถูกตำหนิหรือโดนเล่นงาน ที่แห่งนี้ยิ่งกว่าแดนสนธยา ไม่ยอมรับความจริงที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะการฟ้องร้องเอาผิดกับนายเริงชัย มะระกานนท์ อดีตผู้ว่า ธปท.ในข้อหานำทุนสำรองไปปกป้องค่าเงินบาทจนขาดทุนท่วมท้น ธปท.ก็ควรเอาผิด ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล กับนางธาริษา วัฒนเกส อดีตผู้ว่า และผู้ว่า ธปท.คนปัจจุบันด้วย เนื่องจากบุคคลทั้งสองก็มีส่วนเกี่ยวข้องในการการทำผิดลักษณะเดียวกันกับนายเริงชัยด้วย

 

ส่วนกรณีที่ นายสมหมาย ภาษี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ออกมาระบุว่า ธปท.ได้ใช้เงินทุนสำรองของประเทศในการแทรกแซงค่าเงินบาทจำนวน 1 ล้านล้านบาท ด้วยการรับซื้อเงินดอลลาร์สหรัฐฯและมีการซื้อฟอร์เวิร์ดอีกจำนวนมากนั้น นายสนธิ กล่าวว่า ถึงแม้ว่านายสมหมายจะบอกว่าเป็นแค่การคาดการณ์ แต่เชื่อว่าน่าจะเป็นตัวเลขจริง เพราะคนที่เป็นถึงรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังจะต้องรู้ข้อมูลพวกนี้ดี

 

 อย่างไรก็ตาม เรื่องแบบนี้ต้องเป็นความลับ ไม่มีที่ไหนออกมาแถลงและทำกันอย่างนี้ พูดไปต่างชาติก็รู้ทันทีว่าเราไม่มีเงินแล้ว เชื่อว่าหากเป็นเช่นนี้ เราอาจจะเห็นเงินบาทแข็งค่าขึ้นถึง 32 บาทต่อ 1 ดอลลาร์ ในเดือน พ.ค.2550 อย่างแน่นอน ดังนั้นหากเศรษฐกิจแย่ลงไปกว่านี้อีก พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ในฐานะนายกรัฐมนตรีต้องออกมารับผิดชอบด้วย

 

บอร์ด ทอท.เคาะแล้ว สัญญา "คิงเพาเวอร์"โมฆะ!

พล.อ.สพรั่ง กัลยาณมิตร ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะประธานคณะกรรมการบริษัทท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. เปิดเผยภายหลังการประชุมเมื่อช่วงเย็นวันที่ 22 มี.ค.ว่า ที่ประชุมมีมติให้สัญญาสัมปทานบริหารพื้นที่ร้านค้าปลอดภาษีและพื้นที่เชิงพาณิชย์ของสนามบินสุวรรณภูมิของบริษัท คิงเพาเวอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เป็นโมฆะ ทั้ง 2 ส่วน หลังจากกฤษฎีกามีคำวินิจฉัยแนะนำในส่วนที่เกี่ยวข้องกับ พ.ร.บ.ว่าด้วยการให้เอกชนเข้าร่วมงานหรือดำเนินการในกิจการของรัฐ พ.ศ.2535 ซึ่งต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ส่วนบุคคลที่เกี่ยวข้องกับสัญญาดังกล่าว จะต้องดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายทุกอย่างเช่นกัน โดยจะรายงานมติบอร์ด ทอท. ต่อ พล.ร.อ.ธีระ ห้าวเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมทันที เพื่อเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรีรับทราบ เพื่อความรอบคอบ

         

แหล่งข่าวจากบอร์ด ทอท.กล่าวว่า กรรมการบอร์ด ทอท.บางส่วนไม่พอใจ เพราะเกรงว่าจะไม่สามารถหาข้อสรุปในการแก้ไขปัญหาสัญญาร้านค้าปลอดภาษีและพื้นที่เชิงพาณิชย์ของกลุ่มบริษัทคิงเพาเวอร์ ได้ เพราะเป็นเรื่องที่ตัดสินใจลำบาก เนื่องจากมีกรรมการ 6 ใน 15 คน เป็นกรรมการที่อยู่ในบอร์ดชุดเดิมและได้มีการอนุมัติสัญญาสัมปทานทั้ง 2 ฉบับให้กับคิงเพาเวอร์ ฯ โดยเฉพาะนายวุฒิพันธ์ วิชัยรัตน์ ผู้อำนวย การสำนักงบประมาณเป็นกรรมการบอร์ดทั้งชุดเดิมและชุดปัจจุบัน อีกทั้งยังเป็นประคณะกรรมการพิจารณาอนุมัติให้การดำเนินโครงการทั้งสองไม่ต้องปฏิบัติตาม พ.ร.บ.ร่วมทุน 2535 ด้วย

 

"สนธิ"หวั่น "บิ๊กแอ้ด"แอบจับมือ"แม้ว" จี้แสดงจุดยืนให้ชัดเจน

 รายการ "ยามเฝ้าแผ่นดิน" ออกออากาศทาง เอเอสทีวี คืนวันที่ 22 มีนาคม 2550 นายสนธิ ลิ้มทองกุล ผู้ก่อตั้งหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ ได้สนทนากับ นางสาวสโรชา พรอุดมศักดิ์ ผู้ดำเนินรายการ ถึงประเด็นที่นายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษากฎหมาย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ข้อกล่าวหาในกรณีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ของ พ.ต.ท.ทักษิณ โดยยกตัวอย่างก่อนหน้านี้ที่อัยการสั่งไม่ฟ้องแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยคนหนึ่ง โดยอ้างความสมานฉันท์ แต่วันนี้อดีตนายกฯ กำลังถูกดำเนินคดี

         

นายสนธิ กล่าวถึงประเด็นนี้ว่า เป็นสิทธิ์ที่นายนพดลพูดได้ แต่หากนำเรื่องที่ตนถูกฟ้องร้องคดีลักษณะเดียวกันนี้มาเปรียบเทียบกับ พ.ต.ท.ทักษิณ นั้นคงไม่ได้ เนื่องจากตนมีข้อพิสูจน์ได้อย่างชัดเจน โดยได้ส่งเทปบันทึกเสียงที่ไม่ได้ตัดต่อไปให้อัยการพิจารณา เพราะฉะนั้น คดีดูเหมือนคล้ายกันแต่มันไม่ใช่ เพราะพ.ต.ท.ทักษิณ มีทั้งการพูดจาและพฤติกรรมที่สามารถนำสืบข้อเท็จจริงได้

 

นายสนธิ ยังตั้งข้อสังเกตอีกว่า วันนี้มีความรู้สึกว่า พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี จะรู้ถึงความเคลื่อนไหวของ พ.ต.ท.ทักษิณ มากกว่านายนพดล เสียอีก โดยเฉพาะที่บอกว่าสัปดาห์หน้า พ.ต.ท.ทักษิณจะไปบรรยายที่สหรัฐอเมริกา ซึ่งแม้แต่นายนพดลก็ไม่รู้ละเอียดถึงขนาดนั้น รวมทั้งการออกมายอมรับว่าได้โทรศัพท์คุยกับพ.ต.ท.ทักษิณ และบอกว่าพ.ต.ท.ทักษิณจะเดินทางกลับในช่วงปลายปีนี้หลังจากมีการเลือกตั้ง

 

นอกจากนี้ นายสนธิกล่าวว่า การที่พล.อ.สุรยุทธ์ให้สัมภาษณ์ว่านายกฯ ไม่ควรจะเป็นคนนอกนั้น ก็เป็นเรื่องที่ผิดปกติ เพราะพล.อ.สุรยุทธ์เคยออกตัวไว้แล้วว่าจะไม่ให้ความเห็นในเรื่องดังกล่าว เพราะกลัวว่าจะเป็นการกดดันสภาร่างรัฐธรรมนูญ แต่จู่ๆ พล.อ.สุรยุทธ์ก็พูดออกมา เหมือนกับแสดงให้เห็นว่ากำลังปกครองประเทศนี้ไว้รอหลังเลือกตั้ง ให้พ.ต.ท.ทักษิณกลับมา ดังนั้นอยากฝากเตือนนายกรัฐมนตรีว่า หากยังทำอะไรให้มีความเคลือบแคลงอยู่อย่างนี้ต่อไป ประชาชนจะไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่นายกรัฐมนตรีทำอย่างแน่นอน

 

"ผมอยากให้ พล.อ.สุรยุทธ์ แสดงท่าทีทางการเมืองออกมาให้ชัดเจน ในเมื่อท่านแสดงให้เห็นในวันนี้แล้วว่า ท่านมีจุดยืนทางการเมืองที่ชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นการแสดงความคิดเห็นถึงที่มาของนายกรัฐมนตรี ท่านก็มีความคิดเห็นออกมา ดังนั้นท่านก็สมควรแสดงจุดยืนที่แท้จริงให้กับประชาชนเห็น หลายต่อหลายครั้งแล้วที่นายกรัฐมนตรีมักจะทำอะไรที่แอบแฝงอยู่ ผมจึงอดตั้งข้อสงสัยไม่ได้ว่า พล.อ.สุรยุทธ์ แอบจับมือกับ พ.ต.ท.ทักษิณ เพื่อเปิดทางให้ระบอบทักษิณ กลับมาหรือไม่"นายสนธิ กล่าว

 

คมช.หวั่นม็อบต้านรวมตัว - ส่งซิก ผู้ว่าฯ กทม.งดให้ "พีทีวี" ใช้สนามหลวง

แหล่งข่าวระดับสูงจากกระทรวงกลาโหม เปิดเผยกับ "ผู้จัดการออนไลน์" ว่า ภายหลังการประชุมสภากลาโหม พล.อ.บุญรอด สมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้เชิญ พล.อ. สนธิ บุญยรัตกลิน ผู้บัญชาการทหารบก และประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) เข้าหารือกว่า 1 ชั่วโมง ภายในห้องทำงานของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม

 

แหล่งข่าวคนเดิม เปิดเผยว่า ทั้งนี้ ได้มีการหารือถึงมาตรการสกัดกลุ่มผู้ชุมนุมที่จะทยอยเข้ามาชุมนุมในกรุงเทพฯ โดยเฉพาะในวันที่ 23 มีนาคมนี้ ที่จะมีกลุ่มผู้ชุมนุมสนับสนุนสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมพีทีวี และวันที่ 24 มีนาคม จะมีผู้ชุมนุมเครือข่าวต่อต้านการทำรัฐประหาร เมื่อวันที่ 19 กันยายน และวันที่ 25 มีนาคมนี้ จะมีกลุ่มผู้ชุมนุมเกษตรกรภาคอีสานเข้ามาเรียกร้องรัฐบาลให้ช่วยเร่งรัดปลดหนี้เกษตรกร

 

รายงานข่าวแจ้งด้วยว่า ภายหลังการหารือ พล.อ.สนธิ ได้ประสานกับทาง กอ.รมน.ภาคที่ 1 เพื่อประสานกับผู้ว่าราชการจังหวัดกรุงเทพฯ เพื่อไม่ให้ใช้พื้นที่สนามหลวงในการชุมนุมของกลุ่มพีทีวี เนื่องจากต้องมีการเปิดมหกรรมการแข่งขันว่าว ประจำปี 2550 ที่บริเวณเดียวกัน ทั้งนี้ คมช. และรัฐบาล ประเมินว่า กลุ่มที่เคลื่อนไหวขณะนี้มี 3 กลุ่มใหญ่ คือ กลุ่มฐานอำนาจเก่า กลุ่มไม่เอาเผด็จการ และกลุ่มเกษตรกรที่ได้รับความเดือดร้อน ซึ่งรวมแล้วมีม็อบประมาณ 14-15 กลุ่ม ดังนั้น คมช.และรัฐบาล จึงมีความเป็นห่วงว่ากลุ่มผู้ชุมนุมต่างๆ ที่เข้ามาเรียกร้องปัญหา รวมตัวกันจนขยายวงกว้างเป็นจำนวนมาก และจะไม่สามารถควบคุมได้ จนนำไปสู่การปะทะกันระหว่างผู้ชุมนุมกับเจ้าหน้าที่







เศรษฐกิจ


บอร์ด ทอท.มีมติให้การทำสัญญากับคิงพาวเวอร์เป็นโมฆะ

เว็บไซต์สำนักข่าวเนชั่น - พล.อ.สพรั่ง กัลยาณมิตร ประธานบริษัท ท่าอากาศไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการ มีมติเห็นชอบ ว่าการทำสัญญากับ บริษัท คิงพาวเวอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ซึ่งเป็นผู้สัมปทาน บริหารโครงการร้านค้าปลอดภาษี ภายในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เป็นโมฆะ ซึ่งจากนี้จะรายงานให้กระทรวงคมนาคมรับทราบเกี่ยวกับมติดังกล่าว

 

 

คลังเผยหนี้สาธารณะสิ้น ม.ค.50 อยู่ที่ 37.43%ของจีดีพี

กรุงเทพธุรกิจออนไลน์----- นายพงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ เปิดเผยถึงยอดหนี้สาธารณะคงค้าง ณ 31 ม.ค.50 อยู่ที่ 3,158,167 ล้านบาท หรือ 37.43% ของ GDP ลดลงจากระดับ 40.47% ของ GDP ณ สิ้น ธ.ค.49 สาเหตุสำคัญเนื่องมาจากการปรับฐาน GDP ในปี 50 สูงขึ้นจากปี 49 ตามประมาณการของคณะกรรมการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เมื่อ 6 มี.ค.50

 

ทั้งนี้ เป็นหนี้ที่รัฐบาลกู้โดยตรง 1,968,749 ล้านบาท หนี้ของรัฐวิสาหกิจที่ไม่เป็นสถาบันการเงิน 904,944 ล้านบาท หนี้สินของกองทุนเพื่อการฟื้นฟู และพัฒนาระบบสถาบันการเงิน 232,269 ล้านบาท และหนี้องค์กรของรัฐอื่น 52,205 ล้านบาท เมื่อเปรียบเทียบกับเดือนก่อนหนี้สาธารณะลดลง 3,896 ล้านบาท

 

โดยหนี้ที่รัฐบาลกู้โดยตรงเพิ่มขึ้น14,666 ล้านบาท หนี้ของรัฐวิสาหกิจที่ไม่เป็นสถาบันการเงินลดลง 9,588 ล้านบาท หนี้สินของกองทุนเพื่อการฟื้นฟูฯ เพิ่มขึ้น 288 ล้านบาท และหนี้องค์กรของรัฐอื่นลดลง 9,262 ล้านบาท

 

หนี้สาธารณะจำแนกได้เป็นหนี้ต่างประเทศ 462,740 ล้านบาท หรือ 14.65% และหนี้ในประเทศ 2,695,427 ล้านบาท หรือ 85.35% และเป็นหนี้ระยะยาว 2,670,683 ล้านบาท หรือ 84.56% และหนี้ระยะสั้น 487,484 ล้านบาท หรือ 15.44% ของยอดหนี้สาธารณะคงค้าง

 

รมว.คลังเร่งแบงก์รัฐปล่อยสินเชื่อ กระตุ้นเศรษฐกิจ

เว็บไซต์สำนักข่าวเนชั่น-นายฉลองภพ สุสังกร์กาญจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้เรียกประชุมผู้บริหารธนาคารของรัฐ ทั้งธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ธนาคารออมสิน ธนาคารกรุงไทย ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เอสเอ็มอีแบงก์ เพื่อให้ช่วยเร่งปล่อยสินเชื่อออกสู่ระบบให้เร็วขึ้น โดยให้ได้ตามเป้าหมายในแต่ละช่วงเวลา ด้วยการใช้แนวทางของแต่ละธนาคารที่มีอยู่ เพื่อให้เกิดการใช้จ่ายและการลงทุนในระดับฐานราก

        

 รมว.คลังกล่าวว่าในอีก 1-2 เดือนข้างหน้า อัตราดอกเบี้ยจะลดลง ดังนั้น จึงชะลอการบริโภคเพื่อรอดูแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยจะลดลงในอนาคต เพราะจะทำให้มีต้นทุนถูกลง ทำให้ในช่วงนี้การบริโภคจึงชะลอลงมาก

 

นอกจากนี้ ได้กำชับให้เร่งปล่อยสินเชื่อ ต้องคำนึงถึงคุณภาพของสินเชื่อ เพราะจะเน้นเพียงปริมาณอย่างเดียวคงไม่ได้ เพื่อให้การใช้จ่ายในการลงทุนมีผลต่อระบบเศรษฐกิจ โดยกระทรวงการคลัง และธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ก็จะพยายามดำเนินนโยบายทางการเงินและนโยบายทางการคลังให้สอดคล้องไปในทิศทางเดียวกัน เพื่อให้เศรษฐกิจขับเคลื่อนต่อไปได้

 

 

รมว.คลังแย้มเล็งเลิกประชานิยมบางโครงการ

ไอ.เอ็น.เอ็น- นายฉลองภพ สุสังกร์กาญจน์ รัฐมนตรีฯคลัง เปิดเผยว่าโครงการที่เข้าข่ายประชานิยมบางโครงการอาจจะไม่สานต่อหากไม่มีความจำเป็นขณะที่บางโครงการหากมีประโยชน์กับประชาชนระดับฐานราก และไม่เป็นการอัดฉีดเม็ดเงินเกินความสามารถในการชำระคืนก็ถือว่าจำเป็นต้องดำเนินต่อไป แต่ทั้งนี้โครงการประชานิยมจะต้องไม่ดำเนินการเพื่อหวังคะแนนนิยม ส่วนโครงการธนาคารประชาชนของธนาคารออมสินที่มีหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ หรือ เอ็นพีแอลจำนวนมากนั้น ควรหามาตรการที่รองรับการปล่อยสินเชื่อที่เหมาะสมและไม่มากจนเกินไป

 

คลังจะออกพันธบัตรรัฐบาล 8.7 หมื่นล้านบาท ใน Q3/50

อินโฟเควสท์ (22 มี.ค. 50)--นายพงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ เปิดเผยว่า ในไตรมาสที่ 3 ของปีงบประมาณ พ.ศ.2550 กระทรวงการคลังจะดำเนินการออกพันธบัตรรัฐบาลจำนวนทั้งสิ้น 87,000 ล้านบาท ประกอบด้วย พันธบัตรรัฐบาลเพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2550 จำนวน 24,000 ล้านบาท, การแปลงตั๋วเงินคลังเป็นพันธบัตรรัฐบาล จำนวน 58,000 ล้านบาท และการปรับโครงสร้างหนี้เงินกู้ต่างประเทศ เป็นพันธบัตรรัฐบาลสกุลเงินบาท อายุ 3 ปี(อายุคงเหลือ 2.15 ปี) จำนวน 5,000 ล้านบาท

 

ทั้งนี้ พันธบัตรดังกล่าวข้างต้น ส่วนหนึ่งเป็นการออกพันธบัตร Benchmark Bond อายุ 7 และ 10 ปี ต่อเนื่องจากไตรมาสก่อน ซึ่งเป็นการดำเนินการตามแผนการพัฒนาตลาดตราสารหนี้ในประเทศ

 

สำหรับไตรมาสที่ 1 และ 2 ของปีงบประมาณ พ.ศ.2550 ที่ผ่านมา กระทรวงการคลังได้ดำเนินการออกพันธบัตรไปแล้วทั้งสิ้น จำนวน 169,200 ล้านบาท วัตถุประสงค์เพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณ ประจำปี พ.ศ.2550 จำนวน 76,000 ล้านบาท การแปลงตั๋วเงินคลังเป็นพันธบัตรรัฐบาล จำนวน 32,000 ล้านบาท การปรับโครงสร้างหนี้เงินกู้ตาม พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินและจัดการเงินกู้เพื่อช่วยเหลือกองทุนฟื้นฟู(FIDF 1) การกู้เงินเพื่อชดเชยความเสียหายให้กับกองทุนเพื่อการฟื้นฟู(FIDF 3) และการปรับโครงสร้างหนี้เงินกู้ต่างประเทศ รวมแล้วจำนวน 61,200 ล้านบาท โดยการออกพันธบัตรดังกล่าว ประกอบด้วย พันธบัตรรัฐบาลที่เป็น Benchmark Bond และพันธบัตรรัฐบาลอายุอื่นๆ ทั้งระยะสั้นและระยะยาว เช่น อายุ 3 ปี  15 ปี และ 20 ปี เป็นต้น 

 

ประธานโอเปกยืนยันผลิตน้ำมันเพียงพอต่อความต้องการในตลาดโลก

อินโฟเควสท์ -โมฮัมเหม็ด อัล-ฮามิลี ประธานกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมันหรือโอเปก ให้คำมั่นว่าจะผลิตน้ำมันเพียงพอกับการบริโภคทั่วโลก

 

"โอเปกรับรองว่าผู้บริโภคทุกรายจะมีน้ำมันดิบในปริมาณที่เพียงพอและในราคาที่เหมาะสมทั้งปัจจุบันและอนาคต" ประธานโอเปกกล่าว

 

นายอัล-ฮามิลี ยืนยันว่า น้ำมันสำรองในขณะนี้มีเพียงพอ แต่ปฏิเสธที่จะแสดงความเห็นถึงความเป็นไปได้ที่โอเปกอาจเพิ่มกำลังการผลิตในการประชุมครั้งหน้า

 

ทั้งนี้ รายงานประจำเดือนของโอเปกซึ่งเผยแพร่เมื่อวันที่ 15 มีนาคม ระบุว่า อุปสงค์น้ำมันในตลาดโลกจะเติบโต 1.5% ในปี 2550 จากระดับเมื่อปีที่แล้ว สอดคล้องกับคาดการณ์ในเดือนมกราคมและกุมภาพันธ์

 

นอกจากนี้  อัล-ฮามิลี ซึ่งเข้าร่วมการประชุมด้านพลังงานเอเชียที่กรุงเทพมหานคร กล่าวว่า โอเปกจะผลิตน้ำมันรองรับตลาดโลกเพิ่มขึ้นเกือบ 60% ภายในปี 2573

 


 

มอนซานโตจับมือบีเอเอสเอฟพัฒนาพืชจีเอ็มโอ

กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ : มอนซานโต บริษัทผลิตเมล็ดพันธุ์ตัดต่อพันธุกรรมหรือจีเอ็มโอรายใหญ่ที่สุดของโลกในสหรัฐและบีเอเอสเอฟ เอจี บริษัทเคมีภัณฑ์รายใหญ่ที่สุดของโลกในเยอรมนี จับมือเป็นหุ้นส่วนทางธุรกิจเพื่อพัฒนาพืชจีเอ็มโอ ที่เพิ่มผลผลิตได้มากขึ้น และต้านทานปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม เช่น ความแห้งแล้งและสภาพดินเสียได้ดีขึ้น

 

ทั้งนี้ ทั้งสองบริษัทจะลงทุนร่วมกันเป็นมูลค่า 1,500 ล้านดอลลาร์ โดยจะแลกเปลี่ยนข้อมูลที่ได้จากการวิจัยของแต่ละฝ่ายเพื่อจะทำให้สามารถพัฒนาพืชจีเอ็มโอได้เร็วขึ้น และจะมุ่งเน้นพัฒนาข้าวโพด ถั่วเหลือง และฝ้าย ซึ่งคาดว่าจะสามารถจำหน่ายพืชจีเอ็มโอใหม่ออกสู่ตลาดได้หลังปี 2553 และจะทำให้ตลาดมีพืชจีเอ็มโอเพิ่มขึ้นเป็นกว่า 20% ในอีก 10 ปีข้างหน้า

 

ปัจจุบัน ทั่วโลกมีการใช้พืชจีเอ็มโอเพิ่มขึ้นถึง 60 เท่าในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะในสหรัฐ ซึ่งเป็นแหล่งเพาะปลูกสำคัญ และในขณะที่ชาติอุตสาหกรรมกำลังมีความต้องการใช้พลังงานจากเชื้อเพลิงชีวภาพแทนน้ำมันมากขึ้น ทำให้คาดว่าปริมาณความต้องการข้าวโพดและพืชชนิดอื่นเพื่อผลิตเอทานอลจะเพิ่มสูงขึ้น และผู้บริหารของบีเอเอสเอฟ มองว่า เทคโนโลยีชีวภาพและการตัดต่อพันธุกรรมจะเป็นทางออกที่ดี

 

นายฮิวจ์ แกรนท์ หัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่บริหาร(ซีอีโอ) ของมอนซานโต เปิดเผยว่า ที่ผ่านมา ทั้ง 2 บริษัทได้ทำการวิจัยถึงวิธีการต่างๆ เพื่อพัฒนาพันธุ์พืชต่างๆ และว่าการแบ่งปันข้อมูลที่ได้จากการวิจัยจะช่วยเร่งกระบวนการปรับแต่งพันธุกรรมพืชใหม่ๆ ที่ต้องใช้เวลาหลายปีในการพัฒนา

ขณะที่บีเอเอสเอฟ จะได้ประโยชน์ในเรื่องเจาะตลาดธัญพืชของสหรัฐได้ครอบคลุมทั่วประเทศผ่านตัวแทนจำหน่ายเมล็ดพันธุ์พืชของมอนซานโตที่มีกระจายอยู่ทั่วสหรัฐ

 

 







ภาคใต้


 

รมช.พม. เสนอ เชิญนักประวัติศาสตร์ ให้ข้อมูลที่แท้จริงเรื่องรัฐปัตตานีกับคนใน3จชต.

กรมประชาสัมพันธ์- นายพลเดช ปิ่นประทีป รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กล่าวถึงกรณีกลุ่มสตรีใน3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ใช้ผ้าปิดหน้า ก่อม็อบกดดันเจ้าหน้าที่รัฐให้ปล่อยตัวผู้ต้องสงสัยบ่อยครั้ง ว่ารัฐบาลได้พยายามปราบปรามกลุ่มก่อความไม่สงบโดยใช้พลังมวลชน ขณะเดียวกันกลุ่มก่อความไม่สงบก็ต่อสู้โดยดึงมวลชนมาเช่นกัน ซึ่งมองว่าหากฝ่ายก่อการร้ายยังใช้วิธีนี้ไปเรื่อยๆ และยังใช้ความรุนแรงก่อเหตุ สร้างความหวาดกลัวให้คนในพื้นที่ เชื่อว่า คนในพื้นที่เมื่อเกิดความกลัวจะกลายเป็นความเกลียด และอาจพัฒนาเป็นความกล้าในที่สุด ขณะที่ท่าที่รัฐบาลที่หนักแน่น สุดท้ายแล้วพลังมวลชนก็จะกลับมาอยู่ข้างรัฐบาล

               

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กล่าวด้วยว่า ความคิดในเรื่องประวัติศาสตร์รัฐปัตตานี การต่อสู้เพื่อศาสนาที่ว่ารัฐปัตตานีถูกสยามยึดครอง มุสลิมต้องต่อสู้เพื่อนำรัฐปัตตานีคืนมา สิ่งนี้รัฐบาลยังไม่สามารถปลดล็อคความคิดเหล่านี้ได้ ดังนั้นจึงต้องเร่งทำความเข้าใจ ว่าแท้จริงรัฐปัตตานี ไม่ใช่รัฐอิสลาม แต่เป็นรัฐมุสลิม ที่มีทั้งคนที่มีความเชื่อในศาสนาอิสลาม ฮินดู และพุทธ อยู่ร่วมกันมาก่อน จึงน่าจะมีการเชิญนักประวัติศาสตร์มาทำความเข้าใจและให้ข้อมูลในเรื่องนี้ให้ชัดเจน

 

"อังคณา" ระบุ ม็อบสตรีเป็นของกลุ่มการเมืองเก่าจัดตั้ง พร้อม เสนอตั้ง คกก.ร่วมในพื้นที่

แนวหน้า - นางอังคณา นีละไพจิตร สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ในฐานะนักวิชาการภาคสังคม กล่าวภายหลังการเข้าพบ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรีที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล ได้หารือถึงแนวทางในการแก้ไขปัญหา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้แบบสันติวิธี โดยเสนอให้ภาคประชาชนมีส่วนร่วมเพื่อขจัดความหวาดระแวง อีกทั้งเสนอให้เจ้าหน้าที่มีการทำงานเป็นเอกภาพ ซึ่งตนในฐานะที่มีโอกาสลงไปในพื้นที่ อ. สะบ้าย้อย จึงเสนอให้มีการตั้งคณะทำงานขึ้นมาหนึ่งคณะประกอบด้วย ผู้นำชุมชน ผู้นำท้องถิ่น ทหาร ตำรวจที่ปฏิบัติในพื้นที่จริงที่ประชาชนไว้วางใจ เพื่อรองรับการทำงานเพราะถ้าหากเราคุยกันได้ รู้เรื่อง เรื่องยากก็ จะกลายเป็นเรื่อง ซึ่งประเด็นนี้ท่านนายกรัฐมนตรีรับฟังและเห็นดีด้วยว่าควรจะมีส่วนร่วมของประชาชน นอกจากนี้ได้เสนอให้มีการตรวจบันทึกอาวุธปืนทั้งของประชาชนและเจ้าหน้าที่ เพราะเมื่อเกิดเหตุแล้วจะได้ตรวจสอบอาวุธปืนได้

 

นางอังคณา กล่าวอีกว่า ได้มีการพูดถึงการทำงานของเจ้าหน้าที่ว่าจะต้องให้นโยบายอย่างชัดเจน และอย่าปฏิบัติกับประชาชนเหมือนโจร ทั้งนี้เป็นปัญหามาจากความไม่เข้าใจกันระหว่างเจ้าหน้าที่และชาวบ้านจึงไม่ได้รับความร่วมมือ ซึ่งตรงนี้ชาวบ้านได้ขอให้ส่งทหารหลักลงไปปฏิบัติหน้าที่แทนทหารพรานได้หรือไม่ เพราะชาวบ้านเขาเจอปัญหากับทหารพราน

 

นางอังคณา กล่าวอีกว่า ส่วนกลุ่มสตรีที่มักจะมีขัดขวางการทำงานของเจ้าหน้าที่ตนก็ได้มีการหาข้อมูล ซึ่งตนยอมรับว่ามีการจัดตั้งขึ้นมาจริง เป็นคนมาจากนอกพื้นที่ ที่ไม่ใช่ญาติของผู้เสียหาย  ที่เขาจะไม่ยอมพูดคุยกับเรา เป็นกลุ่มๆหนึ่งที่จะสามารถเคลื่อนไหวไปในทุกพื้นที่เมื่อมีการก่อเหตุหรือจับกุมที่ไหน

 "ซึ่งเราก็เรียนให้ท่านนายกทราบว่า บางครั้งเราก็พบว่ามีกลุ่มที่เป็นนักการเมืองที่มีอำนาจในสมัยรัฐบาลที่แล้วให้การสนับสนุน ที่มีสังกัดพรรค แต่ไม่รู้ระดับไหน ที่ไม่อยากให้เหตุการณ์สงบ ให้รู้ว่ารัฐบาลแก้ไขไม่ได้ ให้รู้ว่ารัฐบาลไม่มีความสามารถ ดังนั้นต้องให้กำลังใจรัฐบาล" นางอังคณา กล่าว

 

รมว.กลาโหมเตรียมเสนอ ครม. อนุมัติยุทโธปกรณ์ลงไปสนับสนุนการแก้ปัญหาภาคใต้

กรมประชาสัมพันธ์- พลตรีพิชษณุ ปุจฉาการ โฆษกกระทรวงกลาโหมแถลงผลการประชุมกลาโหมว่า พลเอกบุญรอด สมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้เสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรีขอให้มีการอนุมัติยุทโธปกรณ์พิเศษลงไปสนับสนุนการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ 3  จังหวัดชายแดนภาคใต้ อาทิ เครื่องตัดสัญญาณโทรศัพท์มือถือ ชุดทำลายวัตถุระเบิดกล้องตรวจการณ์ในเวลากลางคืน อุปกรณ์ช่วยเหลือตัวประกันและอุปกรณ์อื่นๆ ที่จำเป็น  และหากความต้องการดังกล่าวไม่อยู่ในแผนงานประจำปีของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน หรือ  กอ.รมน. ก็ให้ กอ.รมน. สามารถเสนอความต้องการเพิ่มเติมจากรัฐบาลได้โดยตรง

        

โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวด้วยว่า ในที่ประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในภาคใต้  ได้เสนอให้เพิ่มกรรมการควบคุมการใช้วัตถุระเบิดในธุรกิจเหมืองแร่ให้เข้มงวดรัดกุมป้องกันการลักลอบนำไปก่อเหตุความไม่สงบได้







คุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อม

"ไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม"  ยืนยันเดินหน้าโครงการบ้านเอื้ออาทรต่อ

กรมประชาสัมพันธ์ - นายไพบูลย์  วัฒนศิริธรรม  รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์  กล่าวว่าในวันจันทร์ที่  26  มีนาคมนี้จะมีการประชุมร่วมระหว่างคณะกรรมการของการเคหะแห่งชาติกับคณะกรรมการชุดพิเศษ เพื่อพิจารณากรณีคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ หรือ  คตส. ไต่สวนคดีการทุจริตบ้านเอื้ออาทรว่าจะดำเนินการอย่างไร  ซึ่งจะมีการยกเลิกสัญญาสัมปทานกับบริษัทเอกชนที่เกี่ยวข้องหรือไม่นั้น  ก็ได้มอบหมายให้นายคัมภีร์  แก้วเจริญ  อดีตอัยการสูงสุด  ศึกษาข้อกฎหมายอย่างไรก็ตามยืนยันจะเดินหน้าโครงการบ้านเอื้ออาทรต่อไป   แต่จะปรับเปลี่ยนกระบวนการให้สามารถตอบสนองความต้องการของประชาชนได้ตรวจจุดประสงค์อย่างแท้จริง

 







ต่างประเทศ


เนปาลประกาศเคอร์ฟิวกลางวัน หลังปะทะเดือด ตาย 26 ราย

กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ - นายตำรวจระดับสูงในเขตราวตาฮัต ห่างจากกรุงกาฐมาณฑุไปทางตอนใต้ 90 กิโลเมตร กล่าวว่า ได้มีการขอกำลังตำรวจสนับสนุนจากพื้นที่ใกล้เคียง คาดว่าจะมีการส่งกำลังมาเสริมและว่าสถานการณ์ในขณะนี้อยู่ภายใต้การควบคุมแล้ว

         

เหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้นในเมืองกาอูร์ ใกล้พรมแดนติดต่อกับอินเดีย และอยู่ภายใต้การควบคุมของชนกลุ่มน้อย ซึ่งมีการประท้วงอย่างรุนแรงมาแล้วหลายครั้ง นับแต่เดือนมกราคมที่ผ่านมา คร่าชีวิตผู้คนไปราว 60 ราย

 

สหรัฐวิจารณ์รัฐบาลอิตาลีที่ใช้นักโทษตอลีบานในอัฟกันแลกกับการปล่อยตัวนักข่าว

เว็บไซต์ศูนย์ข่าวแปซิฟิก- ารปล่อยตัว ตัวนาย ดาเนียล มัสโตร-เกียโคโม นักข่าวชาวอิตาลี เพื่อแลกกับการปล่อยตัวนักโทษที่เป็นสมาชิกของกบฏตอลีบาน ที่ถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำของอัฟกานิสถานเพื่อเป็นการแลกเปลี่ยน ส่งผลทำให้สหรัฐได้ออกมาวิจารณ์การกระทำดังรัฐบาลอิตาลี โดยเจ้าหน้าที่ระดับสูงในกระทรวงต่างประเทศสหรัฐได้กล่าวว่า แม้จะยินดีที่ นักข่าวชาวอิตาลีได้รับการปล่อยตัวแต่ก็เป็นห่วงสิ่งที่จะเกิดขึ้นตามมาและแม้นโยบายของสหรัฐ จะทำทุกวิถีทางที่เหมาะสมเพื่อให้ตัวประกันได้รับการปล่อยตัวอย่างปลอดภัย แต่ก็จะไม่มีการแลกเปลี่ยนนักโทษ

         

นอกจากนี้ การกระทำดังกล่าวของรัฐบาลอิตาลี อาจต้องทำให้กองกำลังขององค์กรสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือหรือนาโต้ ,ทหารและพลเรือนอัฟกานิสถาน อาจต้องประสบกันอันตรายมากยิ่งขึ้น

 

ด้านโฆษกของประธานาธิบดี ฮามิด คาไซ ผู้นำอัฟกานิสถาน ระบุว่า การปล่อยตัวกลุ่มกบฏตอลีบาน เพื่อแลกเปลี่ยนกับการปล่อยตัวนักข่าวชาวอิตาลีนี้ มีจุดประสงค์เพื่อแก้ไขวิกฤตการณณ์การลักพาตัวและกระชับความสัมพันธ์อันดีกับอิตาลี ส่วนความคิดเห็นของชาวอิตาลี มีทั้งที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยต่อการแลกเปลี่ยนตัวนักข่าวกับการปล่อยตัวนักโทษตอลีบาน

 

สำหรับ นายแดเนียล มัสโตร-เกียโคโม ผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์ลา รีพับลิกา ของอิตาลี ถูกกบฏตอลิบานในอัฟกานิสถาน ลักพาตัวไปเป็นเวลากว่า 2 สัปดาห์ ได้เปิดเผยว่า ในระหว่างที่ถูกควบคุมตัวอยู่ กลุ่มกบฏตอลีบานได้บังคับเขาให้ดูการสังหารคนขับรถของเขาด้วยวิธีตัดคอ

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์