กมธ. เปิดช่อง "คณะบุคคล" แก้ปัญหายามบ้านเมือง "วิกฤต"

ประชาไท - 29 มี.ค. 2550 วานนี้ (28 มี.ค.) เวลา 13.30น. ที่รัฐสภา มีการประชุมคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ โดยมีน.ต.ประสงค์ สุ่นศิริ ประธานคณะกมธ. ดำเนินการประชุมพิจารณายกร่างรัฐธรรมนูญรายมาตราต่อจากเมื่อ 27 มี.ค. ในหมวด 3 สิทธิและเสรีภาพของปวงชนชาวไทย

 

ประเด็นในที่ประชุม มีการแก้ไขเพิ่มเติมในมาตรา 47 ให้รัฐคุ้มครองและส่งเสริมการจัดการศึกษาอบรมขององค์กรวิชาชีพ เอกชน การศึกษาทางเลือกของประชาชน การเรียนรู้ด้วยตนเองและการเรียนรู้ตลอดชีวิต และแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 59 ให้สิทธิของบุคคลซึ่งเป็นผู้บริโภคได้รับความคุ้มครองในการรับข้อมูลที่เป็นความจริง และมีสิทธิร้องเรียนเพื่อให้ได้รับการแก้ไขเยียวยาความเสียหาย รวมทั้งมีสิทธิรวมตัวกันเพื่อพิทักษ์สิทธิของผู้บริโภค โดยให้มีองค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค ซึ่งประกอบด้วยตัวแทนผู้บริโภคทำหน้าที่ให้ความเห็นเพื่อประกอบการพิจารณาของหน่วยงานของรัฐในการตราและบังคับใช้กฎหมาย และให้ความเห็นในการกำหนดมาตรการต่างๆ เพื่อคุ้มครองผู้บริโภค

 

นอกจากนี้ยังเพิ่มมาตราใหม่ ได้แก่ มาตรา 53 ซึ่งบัญญัติให้บุคคลที่ไร้ที่อยู่อาศัยและไม่มีรายได้เพียงพอมีสิทธิได้รับความช่วยเหลือจากรัฐ และมาตรา 60 บุคคลย่อมมีสิทธิติดตามและร้องขอให้มีการตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองและเจ้าหน้าที่ของรัฐ และบุคคลผู้ให้ข้อมูลแก่องค์กรตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐหรือหน่วยงานของรัฐเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง หน่วยงานของรัฐ หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ ย่อมได้รับความคุ้มครอง

 

 

 

เปิดช่อง "คณะบุคคล" แก้ปัญหายามบ้านเมือง "วิกฤต"

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในส่วนที่ 13 เรื่องสิทธิพิทักษ์รัฐธรรมนูญนั้น ในส่วนของมาตรา 67 ที่ระบุว่า "บุคคลย่อมมีสิทธิต่อต้านโดยสันติวิธีซึ่งการกระทำใดๆ ที่เป็นไปเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจในการปกครองประเทศโดยวิธีการซึ่งมิได้เป็นไปตามวิถีทางที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญนี้

 

ในกรณีที่ประเทศตกอยู่ในภาวะวิกฤต ภาวะคับขันหรือเกิดสถานการณ์จำเป็นอย่างยิ่งในทางการเมือง ให้มีการประชุมร่วมกันระหว่างนายกรัฐมนตรี ประธานรัฐสภา ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ประธานศาลรัฐธรรมนูญ ประธานศาลฎีกา ประธานศาลปกครองสูงสุด และประธานองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ เพื่อพิจารณาหาทางป้องกันหรือแก้ไขปัญหาดังกล่าว

 

มติของคณะบุคคลตามวรรคสอง ให้มีผลบังคับใช้ได้โดยชอบด้วยกฎหมายโดยคณะบุคคลตามวรรคสองและผู้ปฏิบัติตามมติดังกล่าวย่อมได้รับความคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญนี้" นั้น ที่ประชุมได้อภิปรายกันอย่างกว้างขวาง

 

โดยนายจรัญ กล่าวว่า วรรคสองและสามนั้นมีที่มาจากคณะนักวิชาการกลุ่มหนึ่งเสนอให้มีกลไกกระบวนการหรือคณะบุคคลเพื่อแก้ไขปัญหาของประเทศในภาวะวิกฤติ แต่ไม่สามารถหาทางออกได้ จึงเสนอให้มีการตั้งองค์กรถาวร แต่ทางคณะอนุกรรมาธิการเห็นว่าไม่น่าที่จะเป็นองค์กรประจำ แต่น่าจะให้ผู้ใหญ่ในบ้านเมืองมาหารือกัน และให้คนที่ทำตามก็ได้รับความคุ้มครอง และขอให้เพิ่มเติมด้วยว่า  หากไม่มีบุคคลตำแหน่งใด หรือทำงานไม่ได้ ให้ประกอบด้วยบุคคลที่เหลืออยู่

 

นายสมคิด เลิศไพฑูรย์ เลขานุการคณะกรรมาธิการ แย้งว่าในวรรคสามนั้นอาจจะมีปัญหาเพราะ หากจะมีมติ ต้องชอบด้วยกฎหมายและรัฐธรรมนูญ ขณะที่นายจรัญแย้งว่า จำเป็นที่จะต้องเขียนรับรองเอาไว้ เพราะภาวะเช่นนั้นเป็นภาวะเสี่ยงแล้วคณะบุคคลที่เข้ามา เขาเป็นผู้ใหญ่ที่เราเชื่อว่าสุจริต เราก็ควรมีกฎหมายคุ้มครอง ไม่เช่นนั้นประเทศจะไม่มีใครพาผ่านพ้นวิกฤติไปได้

 

ด้านนางสดศรี สัตยธรรม กมธ. กล่าวว่า คณะบุคคลดังกล่าวเป็นพลเรือนทั้งนั้น แต่วิกฤตที่เกิดขึ้นมักเกิดจากการยึดอำนาจของทหาร หากไม่อยากให้เกิดทำไมจึงไม่เอาทหารมาปรึกษาด้วย โดยหากนำทหารสามเหล่าทัพมาช่วยแก้ การรัฐประหารล้มรัฐธรรมนูญก็จะไม่เกิดขึ้น ให้ทหารมาช่วยพลเรือนแก้วิกฤตด้วย จะได้ไม่ต้องขนรถถังมาช่วยแก้อีก เราต้องยอมรับว่าทหารเป็นส่วนหนึ่งของการเมืองการปกครองของเรา

เป็นที่น่าสังเกตว่า หลังจากที่นางสดศรีให้ความเห็นเสร็จ น.ต.ประสงค์ได้กล่าวสนับสนุนแนวความคิดของนางสดศรีว่า  เรื่องแนวคิดของนางสดศรีนั้นเป็นเรื่องที่น่าสนใจ ควรเก็บไว้พิจารณาด้วย

 

ด้านนายสุพจน์ กล่าวว่า ต้องยอมรับความจริงว่าคนที่ก่อรัฐประหารคือ ทหาร โดยที่ผ่านมา เอกชน พลเรือนไม่เคยก่อปฏิวัติรัฐประหารเลย ยกเว้นแต่เพียงคณะราษฎร์ ดังนั้น จึงควรมีบุคคลเหล่านี้ (ทหาร) มาร่วมด้วย ต้องคุยกับทหารเลยว่าต้องการอะไร อึดอัดอะไร ไม่ต้องอายต่างประเทศเพราะเป็นรัฐธรรมนูญแบบไทยๆ เป็นวิธีแก้ปัญหาแบบไทยๆ  ส่วนตัวเขาเห็นว่า วรรค 2 ของมาตรา 67เป็นการตอบสนองมาตรา 7 โดยตรง

 

ด้านนายวิชา มหาคุณ  กล่าวว่า วิธีนี้นำมาจากประเทศฝรั่งเศส และให้คณะตุลาการรัฐธรรมนูญเป็นผู้วินิจฉัย และในระหว่างนั้นก็ห้ามยุบสภา ซึ่งหากเราบัญญัติเช่นนี้ก็จะเป็นรัฐธรรมนูญฉบับแรกที่บัญญัติเรื่องการแก้วิกฤต โดยไม่ต้องให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวต้องสละพระวรกายมาแก้วิกฤต

 

"แนวทางนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวก็เคยทรงสอนเอาไว้ในตอนที่มีกระแสพระราชดำรัสแก้ปัญหาคราวแล้ว ท่านสอนเราแท้ๆ ว่าแก้อะไรไม่ได้ทำไมไม่ใช้ศาล หกาเราไม่เชื่อองค์กรนี้ก็ควรเลิกร่างรัฐธรรมนูญเถอะครับ" นายวิชา กล่าว

 

อย่างไรก็ตาม ผู้ที่ไม่เห็นด้วยก็อภิปรายแย้งเช่น นายประพันธ์ นัยโกวิท กล่าวว่า  หลักการที่เพิ่มรูปแบบไม่ชัดเจน เป็นการตั้งองค์กรใหม่ สามารถเปลี่ยนนายกฯ ได้ เปลี่ยนอะไรก็ได้ กลไกที่บัญญัติมาตรานี้สามารถล้มล้างทั้งอำนาจ บริหาร นิติบัญญัติ และตุลาการ คิดว่ารัฐธรรมนูญจะอยู่หรือไม่ อยู่ที่ประชาชน หากเราร่างให้ดี ประชาชนจะปกป้องรัฐธรรมนูญเอง ร่างแบบนี้ไม่ได้เป็นการป้องกัน แต่เป็นการทำให้เกิดความสับสน และทำให้หลักการประชาธิปไตยที่ร่างเอาไว้ล้มไปทั้งหมด

 

ส่วนนายปกรณ์ ปรียากร กล่าวว่า เกรงว่าการเขียนไว้จะไม่มีผลทางปฏิบัติ ในขณะเดียวกัน ถ้าคนเหล่านี้เป็นคนดี ไม่ลุแก่อำนาจก็จะแก้ปัญหาได้ แต่ก็ไม่แน่ใจว่าเมื่อเราให้อำนาจเช่นนี้ก็จะทำให้ความสมดุลของรัฐธรรมนูญเสียไป เป็นนวัตกรรมที่ผิดเพี้ยน และทำให้ระบบการถ่วงดุลในรัฐธรรมนูญเสีย และอาจทำให้เกิดแรงกระเพื่อมในสังคมมากกว่าที่คิด ทั้งนี้ นายปกรณ์ได้เสนอให้ถามประชาชนก่อนเนื่องจากยังไม่เคยถามถึงมาตรานี้

 

จากนั้น น.ต.ประสงค์ สุ่นศิริ ประธาน กมธ. จึงให้นายสมคิดสรุป ซึ่งนายสมคิดก็ระบุว่าส่วนใหญ่อยากให้คงวรรคสองไว้ ตัดวรรคสาม และให้นำมาตราดังกล่าวไปฟังประชาพิจารณ์  และไปเพิ่มตำแหน่งในคณะบุคคลให้ประธานวุฒิสภาเข้ามาส่วนร่วมด้วยดังนั้นสรุปว่าคณะบุคคลมีทั้งสิ้น 11 คน

 

 

ให้ผู้หญิงเกณฑ์ทหาร

ในการอภิปรายหมวดหน้าที่ของชนชาวไทย โดยที่ประชุมได้พูดถึงการรับราชการทหารซึ่งนายสุพจน์ได้ถามต่อที่ประชุมว่าการรับราชการควรจะให้สิทธิเท่าเทียมกันทั้งหญิงและชายหรือไม่ ซึ่งนางสดศรีกล่าวว่าเรื่องนี้ควรบัญญัติไว้ทั้งหญิงและชายที่สามารถรับราชการทหารได้ ซึ่งควรกำหนดให้ผู้หญิงต้องเกณฑ์ทหารด้วย

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์