ข่าวมอนิเตอร์ ประจำวันที่ 7 เมษายน 2550





การเมือง

 

PTV ยันชุมนุมสนามหลวงอาทิตย์นี้ เตรียมแฉ ครม.ยกชุด

เว็บไซต์สำนักข่าวเนชั่น - นายจตุพร พรหมพันธุ์ รองประธานกรรมการสถานีโทรทัศน์พีทีวี กล่าวว่า เครือข่ายพีทีวีจะกลับไปชุมนุมที่ท้องสนามหลวงในวันที่ 8 เมษายนนี้ ซึ่งจะเริ่มชุมนุมตั้งแต่เวลา 16.30 น.เป็นต้นไป สำหรับการชุมนุมครั้งนี้จะพิเศษกว่าครั้งที่ผ่านมา โดยใช้ชื่อการชุมนุมว่า "เวทีกระชากหน้ากาก -คุณธรรม" ซึ่งจะมีการเปิดประเด็น รวมทั้งข้อมูลหลักฐาน และพฤติกรรมความไม่ชอบมาพากลเอื้อประโยชน์ให้พวกพ้องของรัฐบาลชุดนี้ ตั้งแต่ พล.อ.สุรุยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี, พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ประธาน คมช. ไปจนถึงรัฐมนตรี ว่ามีเบื้องหลังและมีพฤติกรรมเอื้อ -ประโยชน์ให้พวกพ้องอย่างไร แต่จะไม่หยิบยกประเด็นส่วนตัวมาพาดพิง เช่น การจดทะเบียนสมรสซ้อนของ พล.อ.สนธิ เพราะได้ตรวจสอบไปบางส่วนแล้ว

 

รองประธานกรรมการสถานีโทรทัศน์พีทีวี เชื่อว่าการชุมนุมในวันที่ 8 เมษายน จะมีประชาชนมาร่วมชุมนุมมากกว่า 2 ครั้งที่ผ่านมา เพราะครั้งนี้จะเป็นการชุมนุมที่มีเหตุมีผล มีหลักฐานและจะเปิดประเด็นใหม่ๆ เกี่ยวกับเบื้องหลังของรัฐบาลชุดนี้ มากกว่าเดิม

 

พงศ์เทพร้องขอพรรคทำกิจกรรม

ไอ.เอ็น.เอ็น. - นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รองหัวหน้าพรรคไทยรักไทย กล่าวถึง กรณีที่ พรรคไทยรักไทย ทำหนังสือถึง พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ หรือ คมช. เพื่อเรียกร้อง 3 ข้อในการขอเปิดทำกิจกรรมเตรียมพร้อมเข้าสู่การเลือกตั้ง และขอจัดประชุม เพื่อเลือกหัวหน้าพรรคนั้น

 

นายพงษ์เทพกล่าวว่าหาก คมช. ไม่อนุญาตตนเห็นว่า เรื่องนี้ควรเป็นอำนาจหน้าที่ของรัฐบาลที่จะจัดประชุมและพิจารณาตัดสินได้โดยตรง ซึ่งรัฐบาลไม่ควรอ้างว่าขึ้นอยู่กั บคมช.ด้วย เพราะการห้ามพรรคการเมืองดำเนินกิจกรรมทางการเมืองนั้น เสมือนถูกละเมิดความเป็นประชาธิปไตย

 

รองหัวหน้าพรรคไทยรักไทย ระบุด้วยว่า หากยังไม่ได้รับการตอบรับจากทั้งรัฐบาลและ คมช. พรรคไทยรักไทยจะยังคงไม่เรียกร้องใดๆ แต่ขอให้เร่งพิจารณา เพื่อให้เกิดความยุติธรรมด้วย

 

ชุมนุม "คนรักป๋า" ที่โคราชและสงขลา

เว็บไซต์คมชัดลึก - วันที่ 6 เมษายน เวลา 8.30 น. ที่ลานพระราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 โรงเรียนมหาวชิราวุธสงขลา คณะศิษย์เก่าโรงเรียนมหาวชิราวุธสงขลา ผู้ปกครองนักเรียนฯ อาจารย์ นักเรียนและพลังมวลชน กว่า 1,000 คน รวมตัวกันเพื่อแสดงพลังมวลชนคนรัก พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ โดยมีนายอุทิศ ชูช่วย นายกเทศมนตรีเทศบาลนครสงขลา ในฐานะศิษย์เก่าโรงเรียนมหาวชิราวุธสงขลาเป็นแกนนำในการรวมพลังมวลชนในครั้งนี้

นายอุทิศ กล่าวว่า การรวมตัวกันครั้งนี้เพื่อแสดงจุดยืนและเจตนารมณ์ ในการยกย่องเชิดชูเกียรติ พล.อ.เปรม ในฐานะนักเรียนมหาวชิราวุธ เลขประจำตัว 167 ซึ่งเป็นผลผลิตอันสำคัญยิ่งของสถาบันและเป็นผู้มีคุณค่ายิ่งต่อสังคม เกื้อกูลและบำเพ็ญประโยชน์แก่ชาติบ้านเมืองนานัปการ เป็นคนดีศรีมหาวชิราวุธและเอกบุรุษชาวมหาฯ เป็นตัวอย่าง แบบอย่างที่ดีแก่ศิษย์ปัจจุบันและอนุชนรุ่นหลังที่จะดำเนินรอยตาม "ป๋าเปรม"

"เพราะฉะนั้น เพื่อพิทักษ์ "คนดีศรีมหาวชิราวุธและเอกบุรุษชาวมหาฯ" และความเป็นศรีสง่าของสถาบัน พวกเราชาวมหาวชิราวุธ และชาวสงขลา ขอปกป้องเกียรติภูมิ เกียรติยศ เกียรติศักดิ์ ด้วยชีวิต" นายอุทิศ กล่าว

ผู้ชุมนุมได้มีพิธีถวายราชสักการะพระราชนุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 เพื่อขอให้อำนวยพรให้กับ พล.อ.เปรม มีความสุข เพิ่มพูนความศรัทธา บารมี ความภาคภูมิใจให้กับชาวมหาวชิราวุธและประชาชนชาวสงขลา รวมทั้งขอบารมีแห่งคุณความดีที่เกิดมาเพื่อตอบแทนบุญคุณแผ่นดิน ช่วยปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายต่างๆ ออกไปด้วย

ผู้ชุมนุมเคลื่อนขบวนออกจากโรงเรียนมหาวชิราวุธสงขลาไปตามถนนสายต่างๆ โดยถือแผ่นป้ายผ้าให้กำลัง พล.อ.เปรม มีข้อความว่า "หยุดพาดพิง....ป๋า" "ชาวสงขลารักและภูมิใจในตัวป๋า" "การเมืองอย่ายุ่งกับป๋า" "เกิดมาต้องทดแทนบุญคุณแผ่นดิน" "ป๋าเปรม ร่ำรวยคุณงามความดี" "ป๋าเปรม รักชาติ รักแผ่นดิน" เพื่อแสดงพลังให้คนทั้งประเทศรู้ว่า ชาวมหาวชิราวุธและประชาชนชาวสงขลา จะปกป้องคนดีศรีมหาวชิราวุธและเอกบุรุษของชาวสงขลา

ที่ จ.นครราชสีมา กลุ่มคนโคราชรักป๋าเปรม เปรม นำโดยนายไพบูลย์ ผู้บริหารโรงแรมราชพฤกษ์ จ.นครราชสีมา รวมตัวกันกว่า 50 คน ที่ลานหน้าอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี ถนนราชดำเนิน อ.เมือง จ.นครราชสีมา ออกแถลงการณ์ในนามกลุ่มคนโคราชรักป๋าเปรม ที่มีความรักความห่วงใย และปรารถนาดีต่อ พล.อ.เปรม กรณีถูกกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งกระทำการลบหลู่ดูหมิ่น ให้ร้ายและจาบจ้วง

 

ผู้ชุมนุมเรียกร้องให้กลุ่มคนที่กระทำการที่ไม่บังควรดังกล่าวหยุดการกระทำให้ร้าย จาบจ้วง ผู้มีบุญคุณต่อแผ่นดิน หันมาร่วมกันสร้างระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข พร้อมเรียกร้องให้ชาวโคราชร่วมลงชื่อเพื่อเป็นกำลังใจให้กับพลเอกเปรม มีกำลังใจรับใช้ประเทศชาติต่อไป

 

สพรั่งบอก "เว้นโทษตาย" คนทุจริตหลายคน

บ้านเมือง - เมื่อวันที่ 5 เม.ย. พล.อ.สพรั่ง กัลยาณมิตร ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบกและผู้ช่วยเลขาธิการคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) กล่าวถึงสถานการณ์การเมืองในขณะนี้ว่า เราเฝ้าติดตามดูอยู่ แต่ที่เห็นว่าเงียบ จะมีอยู่ 2 อย่างคือ ต่างคนต่างเงียบ กับเงียบเพื่อรอ เหมือนพายุจะมา ทะเลก็จะเงียบก็เป็นได้ ส่วนกรณีที่นายนพดล ปัทมะ ทนายความตระกูลชินวัตร เรียกร้องให้รัฐบาลเข้าไปตรวจสอบการทุจริตในสนามบินสุวรรณภูมิ โดยระบุว่ามีการตบทรัพย์นักธุรกิจหลายรายว่า หากมีการพาดพิงถึงบุคคลอื่น การเป็นทนายความก็สิ้นสุดลง

 

ถ้าเป็นพระก็ปาราชิก เพราะที่พูดไม่มีหลักฐาน ไม่มีเหตุผล แล้วใส่ความคนอื่น ต้องถอดถอนวิชาชีพ จรรยาบรรณไม่มี เสียดายที่ได้รับทุนหลวง แต่กลับมีพฤติกรรมของการใช้ความรู้ทางกฎหมายไปในทางที่ไม่เป็นประโยชน์ต่อสังคม เป็นการกล่าวหาคนอื่น แต่หากนายนพดลพูดแบบกว้างๆ เป็นลักษณะของการกล่าวหานั้น มีสิทธิที่จะกล่าวหา และต้องรับผลของการกล่าวหาด้วย ทั้งนี้ ผมถูกสังคมเฝ้ามองดูอยู่ ถ้าโง่คิดทำในสิ่งที่เข้าทางคนที่จ้องอยู่ ก็ไม่ควรเข้ามาดูแลชาติบ้านเมือง ฉะนั้น คนที่กล้ากล่าวหาผู้อื่นกว้างๆ เป็นคนที่ใช้วิชามารกล่าวหาผู้อื่น

 

ผู้สื่อข่าวถามว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี สู้ไม่ได้ใช่หรือไม่ จึงต้องใช้วิธีดิสเครดิตคนอื่น พล.อ.สพรั่ง กล่าวว่า บางครั้งลูกน้องก็ทำเกินคำสั่ง หวังจะให้นายเห็นว่าตัวเองยังมีความจงรักภักดี จึงเดือดร้อนแทน อย่างไรก็ตาม กรณีที่ออกมากล่าวหาผู้อื่น โดยใช้วิชามารหรือวิธีสกปรก หากสังคมไทยยอมรับก็น่าเป็นห่วง เพราะสังคมคนเลวอยู่ได้ ทั้งนี้ ไม่ได้ห่วงตัวเองแต่ห่วงประเทศชาติ

 

สำหรับการดูแล ไม่ใช่เรา ทุกคนที่ทำหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อย มีอยู่ทุกภาคส่วนของสังคมอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นตำรวจ อัยการ ถือเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้อง เป็นเครื่องวัดอย่างหนึ่งว่า เชื้อโรคอยู่ได้หรือไม่ ถ้าภูมิต้านทานอ่อนแอ ผมเป็นห่วงสังคมไทยมากกว่าที่จะเป็นห่วงตัวผม ตัวผมไม่น่าที่จะต้องห่วง เพราะมีหน้าที่ที่จะต่อสู้กับเชื้อโรคอยู่แล้ว

 

ผู้สื่อข่าวถามว่า มองอย่างไรกับกรณีที่ฝ่ายตรงข้าม คมช. ใช้วิธีดิสเครดิต พล.อ.สพรั่ง กล่าวว่า การดิสเครดิตขึ้นอยู่กับสร้างเรื่องขึ้นมาแล้วใช้เทคนิคให้เกิดความน่าเชื่อถือ ด้วยการใส่คำพูด และพูดให้กำกวมดูเหมือนน่าเชื่อถือ ซึ่งเป็นศิลปะของคนเจ้าเล่ห์ เวลานี้ไม่ใช่สงครามน้ำลาย แต่เป็นสงครามข่าวสาร เมื่อถามว่า ยืนยันใช่หรือไม่ว่า ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตที่เกิดขึ้น พล.อ.สพรั่ง กล่าวว่า น้องอย่าถามแบบนี้ การที่ถามแบบนี้เท่ากับว่าผมเป็นจำเลย ดังนั้น อย่าถามว่ายืนยัน แต่ถ้าว่ามีคนกล่าวหาพอตอบได้ แต่ถ้าถามว่ายืนยันไม่ได้ เพราะคำพูดของผม เป็นเกียรติภูมิ เกียรติศักดิ์ผม ไม่ได้เลย น้องต้องตั้งคำถามใหม่

 

เมื่อถามว่าจะตรวจสอบหรือไม่ที่มีกล่าวหาว่า มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริต พล.อ.สพรั่ง กล่าวว่า ขอดูก่อนว่า มีการเอ่ยชื่อหรือไม่ ถ้ามีจัดการแน่นอน สำหรับตนถ้าจะชน ก็ชนแหลก และจะแฉให้หมดเลย และว่า นี่อุตส่าห์เมตตาแล้วนะ เว้นโทษตายไว้ตั้งหลายคน

 





เศรษฐกิจ

 

ธนาคารแห่งประเทศไทย ขู่จะปิด "นอนแบงก์" หากร่วมมือปล่อยกู้นอกระบบ

กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ - นายวีระชาติ ศรีบุญมา ผู้อำนวยการฝ่ายคดี ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ตนเชื่อว่าขณะนี้มีสถาบันการเงินที่ไม่ใช่ธนาคาร (นอนแบงก์) ที่ได้รับอนุญาตบางแห่งให้ความร่วมมือในการปล่อยสินเชื่อส่วนบุคคลในรูปแบบที่ทางการไม่อนุญาตให้ทำได้ ซึ่งแม้ว่าขณะนี้จะยังไม่สามารถหาหลักฐานได้ว่านอนแบงก์ใดบ้างที่มีส่วนเกี่ยวข้องแต่หากสามารถหาหลักฐานได้แล้วตนก็พร้อมจะดำเนินการอย่างเต็มที่กับนอนแบงก์ดังกล่าว

 

โดยหาก ธปท.ตรวจพบนอนแบงก์ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการปล่อยสินเชื่อที่ไม่ได้รับอนุญาตจะดำเนินการปราบปรามอย่างเด็ดขาดโดยขั้นตอนเริ่มตั้งแต่การยึดเครื่องรูดบัตรอิเล็กทรอนิกส์ของนอนแบงก์ แล้วตั้งข้อหาเป็นนอนแบงก์ที่เป็นตัวการให้ความร่วมมือในการปล่อยสินเชื่อผิดกฎหมาย และขั้นสุดท้าย ฝ่ายคดีของ ธปท.จะส่งหนังสือถึงผู้ช่วยผู้ว่าการสายกำกับสถาบันการเงินให้รับทราบซึ่งอาจจะถึงขั้นสั่งปิดนอนแบงก์ที่ให้ความร่วมมือในการกระทำผิดได้

 

"หลักฐานยังหายากแต่เชื่อว่ามีนอนแบงก์ให้ความร่วมมือซึ่งหากมีหลักฐานพบว่านอนแบงก์ไหนมีส่วนร่วม สรรพากรก็จะเรียกภาษีย้อนหลังได้ พวกนอนแบงก์เถื่อนจะต้องปราบให้หมดเพราะพวกนี้ขาดความรับผิดชอบต่อสังคมทำให้ประชาชนเดือดร้อนมาก" นายวีระชาติ กล่าว

 

สำหรับนอนแบงก์ที่ปล่อยสินเชื่อผิดกฎหมาย นายวีระชาติ กล่าวว่าขณะนี้มีจำนวนหลายพันรายซึ่งนอนแบงก์บางแห่งก็มีนักศึกษาร่วมมือในการปล่อยสินเชื่อด้วย อย่างไรก็ตามสำหรับนอนแบงก์ที่ ธปท.ได้ดำเนินคดีไปแล้วขณะนี้มีจำนวน 32 ราย โดยศาลชั้นต้นได้พิจารณาลงโทษไปแล้ว 31 คดี และอีก 1 คดีอยู่ในระหว่างการพิจารณาของอัยการ โดยคดีทั้ง 32 คดีนั้นเป็นนอนแบงก์ที่พบในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลถึง 6 คดี เชียงใหม่ ขอนแก่น และ สงขลา จังหวัดละ 5 คดี 

 





คุณภาพชีวิต

 

พบน้ำสีดำผุดขึ้นเกาะพีพีส่งกลิ่นเหม็น หวั่นนักท่องเที่ยวรู้จะไม่มาเที่ยว

ผู้จัดการออนไลน์ - นายชาย พานิชพรพันธ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ กล่าวว่า จากที่ได้ลงไปตรวจราชที่เกาะพีพี ต.อ่าวนาง จ.กระบี่ ซึ่งเป็นแหล่งเที่ยวที่ขึ้นของจังหวัดและของโลกได้รับการร้องเรียนจากนักท่องเที่ยวจากชาวต่างประเทศว่า บริเวณอ่าวโละดาลัม บริเวณใต้พื้นทรายลงไปด้านล่าง พบเม็ดทรายได้เปลี่ยนสภาพกลายเป็นสีดำและมีน้ำสีดำผุดขึ้นมาด้วย โดยมีสภาพกลิ่นเหม็นมาก คลายกับน้ำเน่าเสีย ซึ่งได้ทำการตรวจสอบพบว่า สาเหตุที่เกิดเม็ดทรายสีดำ และน้ำที่ผุดขึ้นมามีกลิ่นเหม็น เกิดจากน้ำเสียจากสถานประกอบการที่แอบปล่อยออกมา แต่ก็ไม่ได้บอกนักท่องเที่ยว

 

นายชาย กล่าวต่อว่า สำหรับอ่าวดังกล่าวโดยสภาพทั่วไปเป็นเวิ้งอ่าวกว้าง ประกอบกับการขึ้นลงของน้ำทะเลมีการเคลื่อนไหวน้อย เมื่อมีการปล่อยน้ำเสียลงไปในอ่าว น้ำก็ไม่ได้ไหลออกไปนอกทะเลยังคงวนเวียนอยู่ภายในอ่าว เมื่อกระแสน้ำขึ้นก็ถูกพัดมาขึ้นมาสะสมที่บริเวณชายหาด เมื่อนานเข้าก็กลายเป็นน้ำเสีย ตนเชื่อว่าหากไม่มีการจัดการที่ดี และแก้ไขอย่างทันท่วงที นักท่องเที่ยวคงจะหายไปจากเกาะพีพีอย่างแน่นอน เพราะนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวที่จังหวัดกระบี่และเกาะพีพี ต้องการเข้ามาพักผ่อนและชมความงามของธรรมชาติ

 

 "หากปล่อยไว้โดยที่ไม่รีบดำเนินการแก้ไข ผมเชื่อว่าอีกไม่นานสิ่งต่างๆที่ซ่อนเร่นอยู่ใต้พื้นทรายก็คงจะโผล่มาฟ้องนักท่องเที่ยว แล้วเมื่อนั้นนักท่องเที่ยวคงจะหนีหายไปจากเกาะพีพี ทางที่ดีผู้ประกอบการเองก็ควรจะมีจิตสำนึกให้มาก เพราะผลเสียที่จะตามมาไม่เฉพาะจังหวัดที่เสียหาย แต่ธุรกิจของพวกท่านก็คงจะเจ๊งอย่างแน่นอน เนื่องจากไม่มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาท่องเที่ยว" นายชายกล่าว

 

ด้านนายสมเกียรติ กิตติธรกุล ผู้ประกอบการโรงแรมชื่อดังเกาะพีพี กล่าวว่า ผมยอมรับเรื่องดังกล่าว ที่ทางรองผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่พูดเป็นเรื่องจริง ไม่เฉพาะแต่อ่าวโละดาลัมเท่านั้น ในส่วนของอ่าวต้นไทร ซึ่งอยู่ตรงข้ามกันก็เกิดมีน้ำเสียไหลลงทะเลเช่นเดียวกัน โดยที่บริเวณใต้สะพานท่าเทียบเรือเกาะพีพี เมื่อน้ำลงต่ำสุดก็สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน และยังไม่ได้รับการแก้ไข โดยสถานประกอบการบางแห่งแอบปล่อยลงทะเลในเวลากลางคืน ยามปลอดคน และก็ได้มีการพูดคุยกับผู้ประกอบการด้วยกันแล้วหลายครั้งก็ไม่ได้รับการแก้ไข

 

นายสมเกียรติ กล่าวต่อว่า สำหรับเหตุการณ์น้ำเสีย ใต้ทราย ไม่ใช่เป็นเรื่องใหม่ที่เพิ่งเกิดขึ้น แต่เหตุการณ์ดังกล่าวได้เกิดขึ้นมาก่อนเกิดเหตุการณ์คลื่นยักษ์สึนามิ และได้มีการพูดคุยกันมาตลอด แต่ก็ไม่ได้รับการตอบรับจากผู้ประกอบการด้วยกัน ซึ่งตนมองว่า ทางแก้ที่ดีที่สุดก็คือต้องเอากฎหมายมาบังคับใช้อย่างจริงจัง โดยเฉพาะหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้านสิ่งแวดล้อมต้องเข้ามาควบคุมดูแลอย่างใกล้ชิด ไม่ใช่ปล่อยให้เกิดเหตุการณ์ โดยไม่มีการเหลียวแล ก่อนที่เกาะพีพีจะเน่าเหม็นไปมากกว่านี้

 

ผอ.ศูนย์กระเหรี่ยงชี้กรณีเค็มโกจะเป็นบรรทัดฐาน แต่กังขารัฐไม่ลงดาบเค็มโก

เว็บไซต์มติชน - กรณีศาลจังหวัดกาญจนบุรีตัดสินให้บริษัทตะกั่วคอนเซนเตรทส์ (ประเทศไทย) จำกัด ชดใช้ค่าเสียหายให้ชาวบ้านผู้ได้รับผลกระทบจากการกระทำผิดกฎหมายของเหมืองคลิตี้ ที่ปล่อยสารตะกั่วจากโรงแต่งแร่ จนทำให้น้ำในลำห้วยคลิตี้มีตะกั่วปนเปื้อนเกินค่ามาตรฐาน เป็นจำนวนเงินกว่า 4 ล้านบาทนั้น

 

นายสุรพงษ์ กองจันทึก ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษากะเหรี่ยงและพัฒนา กล่าวว่า คดีนี้น่าจะเป็นบรรทัดฐานให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาดูแลในการฟื้นฟูลำห้วยให้กลับคืนสู่สภาพบริสุทธิ์ตามธรรมชาติดังเดิม แต่กลับไม่มีหน่วยงานของรัฐเข้าไปฟื้นฟูสภาพแวดล้อมเลย

"ที่สำคัญเหมืองเค็มโกเปิดดำเนินการตั้งแต่ปี 2535-2545 เป็นเวลาถึง 10 ปี โดยมิได้รับอนุญาตจากกรมป่าไม้ แสดงให้เห็นชัดเจนว่าเป็นเหมืองเถื่อน แต่จนถึงปัจจุบันหน่วยงานของรัฐยังคงเพิกเฉยที่จะดำเนินคดีกับผู้ประกอบการ" นายสุรพงษ์กล่าว

 

สสส.-นายกเทศมนตรีตรวจคูเมืองเชียงใหม่ พบวัยรุ่นลงเล่นน้ำคูเมืองแล้ว

สำนักข่าว กรมประชาสัมพันธ์ - นายบุญเลิศ บุรณุปกรณ์ นายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่นำคณะเจ้าหน้าที่เทศกิจ ตำรวจและเจ้าหน้าที่จากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ออกตรวจตราบริเวณคูเมืองเชียงใหม่ ซึ่งขณะนี้เริ่มมีนักท่องเที่ยวออกมาเล่นน้ำในคูเมือง เนื่องในบรรยากาศสงกรานต์กันแล้ว  โดยได้ร้องขอให้วัยรุ่นไม่ดื่มสุรา ไม่ลงเล่นในคูเมืองเพราะน้ำลึก อีกทั้งไม่ก่อเรื่องทะเลาะวิวาท เพราะจะมีโทษตามกฎหมาย เนื่องจากปีนี้ทางเทศบาลนครเชียงใหม่ไม่อนุญาตให้จำหน่ายสุรารอบคูเมืองเชียงใหม่ และจะทำให้สงกรานต์นี้ปลอดสุราเป็นสงกรานต์ย้อนยุคล้านนาอย่างแท้จริง

อย่างไรก็ตาม จากการออกตรวจพื้นที่พบว่า วัยรุ่นได้นำเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มาดื่มริมคูน้ำ และยังพบวัยรุ่นจำนวนมากที่ลงเล่นน้ำในคูเมือง  บางรายมาเป็นกลุ่มใหญ่อยู่ในลักษณะเมาสุรา ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ได้เข้าไปตักเตือน และจะวางมาตรการควบคุมไม่ให้เกิดเหตุวุ่นวายในช่วงเทศกาลสงกรานต์ต่อไป

 

สถานการณ์ภัยแล้ง บุรีรัมย์ประกาศพื้นที่พิบัติ 20 อำเภอ - ตาก 8 อำเภอ 1 กิ่งอำเภอ

ไอ.เอ็น.เอ็น./เว็บไซต์สำนักข่าวเนชั่น - วันนี้ (6 เม.ย.) นางพรเทพ แสงทอง ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.บุรีรัมย์ ระบุว่า สถานการณ์ภัยแล้งยังทวีความรุนแรงอย่างต่อเนื่อง

 

ล่าสุด จ.บุรีรัมย์ ได้ประกาศเป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติฉุกเฉิน จากภาวะภัยแล้ง ใน 20 อำเภอ 2 กิ่งอำเภอรวม 157 ตำบล 1,442 หมู่บ้าน 106,940 ครัวเรือน ราษฎร เดือดร้อนร่วม 5 แสนคน ส่วนใหญ่จะประสบปัญหาขาดแคลนน้ำอุปโภค-บริโภค ซึ่งอำเภอที่ประสบภัยแล้งหนักที่สุด คือ อ.ระหานทราย อ.บ้านใหม่ไชยพนจ์ และอ.พุทธไธสง ส่วนที่เหลืออีก 1 อำเภอ คือ อำเภอเมือง ขณะนี้ยังไม่ประกาศเป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติกำลังอยู่ระหว่างสำรวจราษฎรที่ได้รับผลกระทบปัญหาความเดือดร้อนดังกล่าว ทางศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้งในทุกอำเภอได้ระดมออกแจกจ่ายน้ำราษฎรไปแล้วกว่า 7 ล้านลิตร เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับราษฎรที่ขาดแคลนน้ำอุปโภค-บริโภค

 

หลังจากจังหวัดตาก ประกาศพื้นที่ภัยพิบัติแห้งแล้งทั้ง 8 อำเภอ 1 กิ่งอำเภอ ซึ่งพื้นที่ประสบภัยแล้งส่วนใหญ่ อยู่นอกเขตพื้นที่ชลประทาน ล่าสุดพบว่า 70 หมู่บ้านขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภค โดยเฉพาะเขตอำเภอเมืองตาก, บ้านตาก, สามเงา และกิ่งอำเภอวังเจ้า

 

นายสุข แก้วโน นายกองค์การบริหารส่วนตำบลแม่สลิด อำเภอบ้านตาก กล่าวว่า ปัญหาภัยแล้งส่งผลให้ชาวบ้านในพื้นที่ประสบภัย 7 หมู่บ้าน กว่า 500 ครัวเรือน ต้องงดเล่นน้ำสงกรานต์ เพราะจะต้องเก็บไว้ใช้อุปโภค-บริโภคในยามจำเป็น อย่างไรก็ตามได้นำน้ำประปาดื่มได้ เข้าไปช่วยเหลือราษฎรในเบื้องต้น เฉลี่ยวันละ 2-3 เที่ยว แต่ยังไม่เพียงพอ เพราะปริมาณความต้องการมีมากขึ้นทุกวัน

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์