"อังคณา"ชี้คนใต้"อารยะขัดขืน" "พัลลภ" ระบุสถานการณ์ขั้นอัฟกานิสถานแล้ว

11 พ.ค.50 - คณะอนุกรรมาธิการติดตามอำนวยความยุติธรรมและการเยียวยาปัญหาภาคใต้สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติที่มีนางจิราพร บุนนาค รองเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เป็นประธานได้จัดประชุมเพื่อติดตามการดำเนินงานของกรรมาธิการ โดยมีนาง<?xml:namespace prefix = st1 ns = "urn:schemas-microsoft-com:office:smarttags" />อังคณา นีละไพจิตร นายชาญเชาว์ ไชยยา นุกิจ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม นายสมเกียรติ บุญชู ผู้อำนวยการ สมช. นายสหการ เพรชนลิล หัวหน้าสำนักนโยบายและแผนสำนักงานปลัดกระทรวงยุติธรรม และแพทย์หญิงเพชรดาว โต๊ะมีนา อดีตคณะกรรมการอิสระเพื่อความสมานฉันท์แห่งชาติเข้าร่วม ประชุม  


 


นางอังคณา นีละไพจิตร กล่าวว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นในภาคใต้นับวันยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้น โดยเฉพาะกรณีที่เกิดขึ้นกับทหาร 7 นายที่ถูกลอบวางระเบิดที่ถนนดุซงญอ-เจาะไอร้อง บริเวณบ้านบองอ หมู่ 4 ต.บองอ อ.ระแงะ จ.นราธิวาส ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าแปลกที่ชาวบ้านอยู่ในละแวกนั้นทั้งๆ ที่บ้านติดกับถนนที่เกิด เหตุแต่ไม่มีใครออกมาช่วยเหลือหรือให้ข้อมูลใดๆ กับเจ้าหน้าที่รัฐ บางคนบอกว่า พูดภาษาไทยไม่ได้ฟังภาษาไทยไม่รู้เรื่องแต่ตนก็ทราบมาว่าข้อเท็จจริงทุกคนพูดภาษาไทยได้ ฟังภาษาไทยรู้เรื่องแต่ทำไมถึงไม่ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่รัฐ ซึ่งประเด็นตรงนี้ต้องกลับมาทบทวนว่าเกิดอะไรขึ้นกับกระบวนการยุติธรรมของไทยหรือไม่ ซึ่งตนมองว่าการกระทำของชาวบ้านไม่ใช่เรื่องผิดแต่เป็นการแสดอารยะขัดขืนที่ต้องการส่งสัญญาณให้เจ้าหน้าที่รัฐรู้ว่า การดำเนินการบางอย่างของเจ้าหน้าที่รัฐไม่ถูกต้อง


 


นางอังคณากล่าวอีกว่า ในการที่ตนได้ลงไปทำงานในพื้นที่เห็นว่ากระบวนการยุติธรรมของไทยมีปัญหาหลายด้าน การจับกุมคุมขังการห้ามญาติเข้าเยี่ยมผู้ต้องหา ยังมีให้เห็นอยู่ตลอดรวมถึงเรื่องที่ร้ายแรงที่สุดคือการซ้อมผู้ต้องขังที่ไม่น่าจะเกิดขึ้นแล้วในยุคนี้แต่ก็ยังมีเกิดขึ้นอีก จึงอยากให้อนุกรรมาธิการของเรา ทำงานในเชิงรุก ลงไปสร้างความรู้และความเข้าใจให้กับชาวบ้านในพื้นที่ อย่างไรก็ตามสถานการณ์การเมืองของประเทศเราอยู่ในช่วงไม่ปรกติการใช้อำนาจจึงมีความเหลื่อมล้ำกันอยู่มาก โดยเฉพาะการใช้อำนาจของทหารผ่านทางกฎอัยการศึก หรือ พรก.ฉุกเฉินก็ยังใช้ได้โดยไม่มีขีดจำกัด บางครั้งจับกุมผู้ถูกกล่าวหามาแล้ว ถึงเวลาต้องปล่อยตัวก็กลับใช้อำนาจของกฎหมายอื่นมากักตัวเขาไว้อย่างซ้ำซ้อน เรื่องนี้ก็ยังไม่มีใครพูดถึงและก็ยังไม่ได้รับการแก้ไขปัญหา


 


"ปัญหาเดิมก็ยังไม่ได้รับการแก้ไข ซ้ำร้ายรัฐกลับสร้างปัญหาเพิ่มขึ้นมาอีก โดยเตรียมที่จะแต่งตั้งนายทหารที่เคยออกคำสั่งฆ่าคนเป็นร้อยลงไปปฏิบัติงานในพื้นที่อีก คราวนี้ปัญหาจะยิ่งบานปลายไปกันใหญ่ เราพยามแก้ปัญหาในเรื่องความรุนแรงรายวัน แต่เราไม่เคยแก้ปัญหาที่เป็น ความขัดแย้งทางด้านความคิดเลย" นางอังคณากล่าว


 


ขณะที่ พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี ที่ปรึกษาผู้อำนวยรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) เตรียมลงพื้นที่ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ในพรุ่งนี้ (12 พ.ค.) เพื่อให้คำแนะนำในลักษณะเป็นที่ปรึกษากับหน่วยในพื้นที่ แต่คงจะไม่ลงไปทำงานด้านยุทธศาสตร์โดยตรง พร้อมกันนี้ เตรียมเสนอขอคำสั่งเพิ่มในส่วนงานด้านมวลชน ที่จะเข้าไปคลุกคลีกับประชาชนกว่า 18,000 หมู่บ้าน ซึ่งขณะนี้ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ถือได้ว่าเป็นสงครามกองโจรเกือบเต็มรูปแบบของพวกกบฏแบ่งแยกดินแดน ที่ลอกเลียนแบบมาจากอัฟกานิสถาน ซึ่งเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายตั้งรับทำให้เสียเปรียบฝ่ายตรงข้าม เนื่องจากขณะนี้ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ มีพื้นที่สีแดง จำนวน 300 หมู่บ้าน


 


สำหรับสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ยังคงเกิดขึ้นไม่หยุด โดยเวลา 10.30 น.วันที่ 11 พ.ค. 50 คนร้ายได้ขับรถกระบะตอนเดียวกราดยิงรถฮอนด้าซีวิคสีฟ้า 4 ประตู ทะเบียน กข 4909 นราธิวาส ขณะแล่นอยู่บนถนนสายนราธิวาส-ระแงะบ้านทุ่งขนุน ม.3 ต.ลำภู อ.เมืองนราธิวาส คนขับถูกกระสุนปืนเสียชีวิต คือ นายเจ๊ะมุ สะมะแอ อายุ 54 ปี ผู้ใหญ่บ้าน ม.8 ต.บาโงสะโต อ.ระแงะ ผู้บาดเจ็บ 2 คน สามารถวิ่งหนีเอาชีวิตรอดได้หวุดหวิด คือ นายอัมรี อุมา รองนายก อบต.บาโงสะโต และนายอับดุลรอนิง จาเงาะ สมาชิก อบต.บาโงสะโต


 


เวลาประมาณ 11.30 น. กลุ่มคนร้ายขับรถกระบะขว้างระเบิดมือใส่จุดตรวจสามแยกน้ำตกซีโป เขตเทศบาลตำบลตันหยงมัส อ.ระแงะ จ.นราธิวาส จากนั้นใช้อาวุธปืนสงครามกราดยิงซ้ำจนตำรวจชีวิต 2 นาย คือ ส.ต.ต.วิทยา ขุนทอง และ ส.ต.ต.สถาพร นุ่นแจ้ง สังกัดหน่วยปฏิบัติการพิเศษ แล้วราดน้ำมันเบนซินใส่ร่างทั้ง 2 นายแล้วจุดไฟเผาจนไหม้เกรียม ก่อนหยิบอาวุธปืนหลบหนีไป


 


ต่อมาเวลา 13. 00 น. คนร้ายได้ขี่รถจักรยานยนต์ตามประกบยิงนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา ที่บริเวณถนนเทศปฐม เขตเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก จนนายสะอารี ตะยาตี อายุ 21 ปี ได้รับบาดบาดเจ็บ ส่วนนายมูฮำหมัด ยูโซ๊ะ อายุ 35 ปี เสียชีวิตที่โรงพยาบาลสุไหงโก-ลก เหตุเกิดขณะที่ทั้ง 2 คนขับรถจักรยานยนต์กลับจากทำพิธีละหมาดที่มัสยิด


 


ที่มา : เว็บไซต์แนวหน้าและผู้จัดการออนไลน์

ปลาร้า

@ +_+ ! ประชาไทขอทำการปิดความคิดเห็นนี้ เนื่องจากพิจารณาแล้วเห็นว่าไม่เหมาะสม @

บังวิน

ใจเย็นๆครับคิดกันให้รอบคอบ ค่อยๆแก้ปัญหาโดยใช้เหตุใช้ผล เอาใจเขามาใส่ใจเรา ทั้งพุทธทั้งมุสลิม อย่าเอาแต่ใจตัวเอง อย่าเอาแต่พวกตัวเอง อย่าเอาแต่ความสะใจ สงสารประชาชนตาดำๆครับ ตาสี ตาสา ดอเลาะ สาและ ไม่รู้อีโหน่อีเหน่อะไร
ทุกฝ่ายอย่าพยายาม หาโอกาส ฉวยโอกาสทำตัวเป็นฮีโร่ ในสถานการณ์อย่างนี้ครับ เปิดใจกันให้กว้างมาร่วมกันแก้ปัญหาด้วยความจริงใจ ถ้าไม่อย่างนั้น เหตุการณ์อย่างอัฟกานิสถาน อิรัก เลบานอน มีให้เห็นอย่างแน่นอน ซึ่งไม่เป็นผลดีกับประชาชนเลย คนจะตาย จะพิกลพิการ กันอีกเยอะ หาความสุขสงบกันไม่ได้ละครับ

สุดหล่อ

@ +_+ ! ประชาไทขอทำการปิดความคิดเห็นนี้ เนื่องจากพิจารณาแล้วเห็นว่าไม่เหมาะสม @

เพทาย

ขอให้พลเอกพัลลภฯเป็นแพะตัวสุดท้ายนะครับที่หลงกลและจงกลับกลายเป็นเสือให้ได้นะครับเพื่อคนไทยส่วนใหญ่ของประเทศ ครับเอาใจช่วยเฉพาะเรื่องแก้ปัญหาในภาคใต้นะครับ ส่วนเรื่องอยู่กับพวกบ้าอำนาจปฏิวัติก็ยังบอกว่าไม่สมควรอยู่ครับ

eq

เราติดตามข่าวสาม จว ใต้ แล้วก้เห็นใจ และพยายามเข้าใจ
แต่ด้านหนึ่งที่ชัดคือเรามาผิดทางแน่เพราะมันหนักหนาขึ้นทุกวัน
เราว่าการที่เป้าหมายเราต้องการที่จะรักษาดินแดนด้วยวิธีเดิมๆๆคือครอบครองแต่ไม่เข้าใจและไม่ให้เสรีภาพในแต่แรก เพื่อนๆๆอย่าเพิ่งว่าเรานะ
หมายถึงว่าการที่จะครองใจแบบเครือข่ายต้องเข้าใจมิใช่บังคับ
เราไม่เคยถามคนในท้องถิ่นหรือเปล่าว่าต้องการเช่นไร
ถ้าท้องถิ่นต้องการอืสระจริงเราจะเดินหน้าในรูปใด
เราไม่ค่อยจะมีความผูกพันกับการแสดงออกของคุณอังคณาแต่คร้งนี้เราว่าคุณพูดดีและพูดถูก
คุณอังคณาก็จะแสดงอะไรได้อีกไม่กี่ครั้งหมากตัวนี้ก็จะหมดความหมายเพราะขาดการใหว้วางใจอีก
เราใช่บุคคลากรดีๆๆให้หมดความหมายไปเรื่อยๆๆสักวันคงขาดสะบั้น
อยากให้หยุดคิด จริงๆๆๆๆๆเถอะอย่าเป็นการแสดงแบบประจบ เอาชนะแต่ไม่ชนะใจหรือบ้าคลั่งรุนแรงแบบที่พัลลภเคยกระหน่ำใจเค้ามานานแล้ว
ฟังสักครั้งเถอะ
เรามาผิดทางแล้ว

มนุษย์คนหนึ่ง

คห.๑ คห.๓นี่ "ใจบอด" มากๆเลย
สงสารคนรอบข้างคุณจัง

อับดุลเลาะห์

จะไปจับเขามาทำไมกันครับ 3 คน ที่วางระเบิดฆ่าหน่วยรบพิเศษทหารน่ะ เพราะเดี๋ยวเขาก็ต้องมาปิดถนน แล้วก็ต้องปล่อยไป ทำให้คนเดินทางเดือดร้อนเปล่าๆ อย่าไปจับดีกว่าเรามาถูกทางแล้ว [emo2.gif]

ใจบอด

คห.ที่ 6 ก็คุณลองให้ญาติโก โหติกา คุณไปอยู่สิ แล้วยังจะพูดอย่างนี้หรือเปล่า คุณนะเห็นแก่ตัวสุดๆ ไม่โดนไม่รู้ ไม่ออกความคิดเห็นแผ่นดินก็ไม่ทรุดนะ มีปากเหมือนมีตูด ไร้สาระประโยชน์ ไอ้คนใจบอด

สิงโต

เฮ้อ แรกๆ ก็เห็นใจชาวมุสลิม 3 จังหวัดอยู่หรอก แต่ตอนหลังๆรู้สึกจะทำรุนแรง ไร้มนุษย์ธรรมหนักข้อไปหน่อย เช่นระเบิดแล้วจ่อยิงหัวซ้ำ อย่างนี้เป็นต้น

ก็เลยคิดว่า ไม่ถูกที่จะใช้คำว่า อารยะขัดขืน เพราะอารยะก็ต้องทำแบบอารยะ

งานนี้จึงไม่เห็นด้วยกับคุณอังศนา (ทั้งๆที่โดยส่วนตัวแล้วชื่นชมมาตลอดนะ แต่ความรุนแรงที่มันทวีขึ้นในตอนนี้ ประเภทฆ่าไม่เลือกนี่ขอบอกเลยว่า ทำให้ความชอบธรรมในคำพูดของคุณอังศนาถอถอยไปเยอะ

เราในฐานะที่ว่า เห็นใจคน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้มาตลอด ตอนนี้ชักไม่ค่อยเห็นใจแล้ว ตั้งแต่เห็นม็อบผู้หญิงปิดหน้า แล้วก็อีกตอน ตอนที่ผู้หญิงรวมตัวกันไปลากตัวครูจูหลิงไปขัง...นั่นแหละ

เรื่องผู้หญิงๆ นี่แหละ อยากถามคุณอังศนาว่า มันเกิดอะไรขึ้น โดยปกติแล้วในสงครามผู้ชายจะเป็นตัวทำลาย แล้วผู้หญิงจะเป็นตัวประสาน (อ่อนโยน มีมนุษย์ธรรม มีความสงสารต่อทุกฝ่าย) ทำไมชาวปิดหน้าไม่มีความรู้สึกเช่นนี้บ้าง

ถ้าใครปิดหน้าเข้ามาอ่าน ก็ขอให้ตอบให้ด้วยนะ เพราะไม่เข้าใจสิ่งที่พวกคุณคิด หรือทำอยู่จริงๆ

มุกดาวรรณ

สิ่งที่คุณอังคณาตั้งข้อสังเกตไว้นั้น เพื่อที่จะให้เกิดการขบคิดว่า เพราะเหตุใดชาวบ้านจึงปฎิเสธที่จะให้ความร่วมมือกับภาครัฐ

ตามปกติ เมื่อเราเชื่อในเรื่องการมอบอำนาจให้กับรัฐ เพื่อตอบแทนกับการที่รัฐจะปกป้องคุ้มครองสิทธิของเรา เรามักจะยอมกระทำตามระเบียบกฎหมาย และยอมให้รัฐจำกัดสิทธิบางอย่าง เพื่อการอยู่ร่วมกันในสังคม

แนวคิดเรื่องอารยะขัดขืน เกิดขึ้นเมื่อประชาชนผู้มอบอำนาจและความไว้วางใจให้กับรัฐ หมดสิ้นซึ่งความศรัทธาและไว้วางใจในผู้ที่เป็นตัวแทนของรัฐเสียแล้ว

สาเหตุของการเสื่อมศรัทธาในกรณีเหตุการณ์ในภาคใต้ เกิดจากอะไรกันแน่ ในความคิดของประชาชนในพื้นที่ (ซึ่งข้าพเจ้าไม่แน่ใจนักว่าเป็นส่วนใหญ่หรือไม่) เห็นว่า เกิดจากการกระทำของเจ้าหน้าที่ของรัฐ

เรื่องนี้เท็จจริงหรือไม่อย่างไร เป็นเรื่องที่น่าขบคิด การมองประเด็นด้วยสายตาที่พยายามทำความเข้าใจ และวิเคราะห์สาเหตุในเชิงโครงสร้างทางสังคม การเมือง และวัฒนธรรม ตลอดจนประวัติศาสตร์ความเป็นมาของจังหวัดชายแดนภาคใต้ อาจจะทำให้เราเข้าใจเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในภาคใต้ได้ดีขึ้น และลดละอคติ ที่เป็นม่านบังตาและบังใจของเรามานาน

เป็นที่น่าเสียดายว่า ความพยายามของคนในพื้นที่ ที่พยายามนำเสนอข้อมูลความรู้ในอีกด้านหนึ่ง กลับไม่นำไปสู่การค้นคว้าทำความเข้าใจของคนโดยส่วนใหญ่ในประเทศ หากกลับยึดมั่นถือมั่นอยู่ในสิ่งที่เคยเรียนรู้รับรู้มาในระบบโรงเรียน เชื่อมั่นอยู่ในความเที่ยงแท้ของประวัติศาสตร์ที่อ้างว่าเป็น"ของชาติ" โดยที่ไม่พยายามศึกษาวิเคราะห์ดูว่า คำอ้างประเภทดังกล่าวนั้น เขียนขึ้นหรือกำหนดขึ้นมาโดยใคร และในกระบวนการกำหนดความเป็นมาเป็นไปของ"ประวัติศาสตร์แห่งชาติ" นั้นเพื่อตอบสนองผลประโยชน์ของใครกันแน่ และในกระบวนการเช่นว่านั้น มันได้กีดกันใครออกไปบ้าง

การเกิดขึ้นของการศึกษาขั้นพื้นฐานทั่วประเทศ ก็เพื่อตอบสนองต่อวัตถุประสงค์ที่ต้องการจะเผยแพร่แนวคิดเรื่อง "ประวัติศาตร์แห่งชาติ" ที่คนบางกลุ่มกำหนดขึ้นมานั่นแหละ

ประกอบกับสื่อมวลชนต่างๆ และพวกคนในชาติด้วยกันเอง ก็ช่วยกันส่งเสริมตอกย้ำแนวความคิดความเชื่อเรื่องประวัติศาสตร์ที่อ้างความเป็นแห่งชาตินี้ ให้ลงหลักปักฐานแน่นแฟ้นขึ้นไปอีก

หากแต่ในปัจจุบัน เรามีความรู้ที่มากขึ้น และการถกเถียงโต้แย้งเรื่องนี้ ก็มีผู้ที่ศึกษาบันทึกไว้อย่างมากมายทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ รอให้ผู้ที่สนใจที่พร้อมจะเปิดหูเปิดตาไปอ่านและทำความเข้าใจอยู่ตลอดเวลา

สิ่งที่คุณอังคณาแสดงความคิดเห็น เราอาจจะไม่เห็นด้วยก็ได้ แต่ถ้าจะให้เป็นธรรมกับเธอ เราควรจะเสนอว่าเราไม่เห็นด้วยกับเธออย่างไร

ไม่เป็นธรรมและไม่ถูกต้องอย่างยิ่งที่เอาความเกลียดชัง อารมณ์คั่งแค้นส่วนตัว ไปกล่าวหาโจมตีคุณอังคณาและสามีของเธอ หนำซ้ำยังแสดงความเห็นในเชิงสนับสนุนการกระทำความรุนแรงกับคุณสมชายสามีของคุณอังคณา ยังไม่พอยังแสดงความประสงค์ร้ายที่จะให้คุณอังคณาต้องประสบชะตากรรมที่ผู้แสดงความเห็นเองก็คงไม่อยากให้เกิดขึ้นกับใครๆ ไม่ต้องพูดถึงคนในครอบครัวของตัวเอง

คุณความเห็นที่ 1 อิสลาม หรือ ศาสนาใดๆ ไม่เคยสนับสนุนความรุนแรง การฆ่าฟัน การเอาชีวิต หรือ การทำร้ายใดๆ ทั้งทางกาย วาจา และใจ

ผู้แสดงความเห็นทุกคน ขอได้โปรดอย่าทำร้ายผู้อื่นในนามของความเชื่อที่ต่างกันเลย

คนไทยคนหนึ่ง

@ +_+ ! ประชาไทขอทำการปิดความคิดเห็นนี้ เนื่องจากพิจารณาแล้วเห็นว่าไม่เหมาะสม @

คนไทยคนหนึ่ง

คนไทยทุกคนไม่ว่าจะคิดว่าตัวเองรุจริงหรือไม่ก็ตาม ควรอ่านบทความกระเทาะปัญหาภาคใต้ ของ สอาด จันทร์ดี เป็นข้อมูลประกอบด้วยจะดมากครับ
เชื่อ/ไม่เชื่อแล้วแต่เหตุผลเฉพาะบุคคล ครับผมมองเป็นข้อมูลที่ควรรับไว้....

ถ้าเราเดินโดยไม่มีข้อมูลใดๆ อาจหลงทางได้ ใครมีข้อมูลอะไร ก็ต้องแบ่งเติมปัญญาให้คนไทยนะครับ

คนไทยฯ

การเรียกร้องขออิสระภาพ....จากอะไรครับ

ถ้าขออิสระจากรัฐบาล ..ไม่ได้ครับ...จะกระทบต่อความเป็นรัฐ(ประเทศไทย) การแก้ปัญหาใดๆ อย่าลืมกรอบ/จุดที่ถอยไม่ได้อีกแล้วด้วยครับ (ปท.เราเป็นรัฐเดี่ยวครับ และสิ่งที่ขอบังเอิญเป็นเป้าหมายอันสอดคล้องกับโจรโดย บังเอิญ...หรือ ..อย่างไร..

ผมยังมีความเชื่อว่ามาตรฐานการถูกปกครองโดยรัฐ(หลัก...รัฐมาจากประชาชน) ของพี่น้องใต้เป็นมาตรฐานเดียวกันกับคนไทยทั่วราชอาณาจักรแหลละครับ

สามัญชน

จำได้สมัยเด็กๆ องค์การสหประชาชาติมีประเทศต่างๆ รวมกันไม่ถึงร้อย ปัจจุบันมีกว่าสองร้อยประเทศ เขาพระวิหารแต่ก่อนเป็นของไทย เดี๋ยวนี้เป็นของใคร ทำไมไม่เห็นมีใครเดือดร้อน ถ้าคิดว่าทุกสิ่งทุกอย่างเปลี่ยนแปลงแก้ไขไม่ได้ต้องตายกันไปข้างหนึ่ง อยากเชิญผู้รักชาติทั้งหลายประกาศตนผ่านหน้าหนังสือพิมพ์ว่าบัดนี้ตนทนไม่ได้แล้วที่ตำรวจทหารถูกฆ่ารายวัน จะลงไปทำหน้าที่แทน นั้นแหละจึงจะได้ชื่อว่ารักชาติอย่างแท้จริง แต่สำหรับคนที่คิดว่าแผ่นดินไทยเป็นเพียงที่ๆตนเองเกิดมาอาศัยเพียงช่วงอายุหนึ่ง ได้ทำประโยชน์พอสมควร ไม่คิดเบียดเบียนผู้อื่นที่เขามีบ้านอยู่มีอู่นอนเช่นเดียวกับเรา แต่เขาถูกกระทำย่ำยีมีข้อมูลข่าวสารมีพยานหลักฐานแพร่หลาย แม้เพียงคำพูดที่สะท้อนมุมมองของเขาก็ทนไม่ได้ คุณอังคณาครับ ผมเห็นใจและเข้าใจครับ ขอเป็นกำลังใจสู้ต่อไปนะครับ

dfd

ผู้หญิงคนนี้ไม่ช่วยประเทศไทยจริง

Divad

จริงๆ แล้วที่คนในพื้นที่ไม่ให้ความร่วมมือกับรัฐ เพราะไม่ไว้วางใจคนของรัฐ หรือกลัวพวกโจร หรือ ทั้งสองอย่าง ปัญหานี้ต้องตีให้แตกครับ

tim

ไม่น่าเชื่อ ลองเข้าไปดูล่ะกันนะที่ love99goodjobs.us.tf แค่มีเวลาว่างวันละ2-3ชม. เราก็มีตังใช้เพิ่มเดือนล่ะ 10,000-30,000 ต่อเดือน แค่พอใช้อินเตอร์เน็ทได้ ตอนนี้เค้ากำลังต้องการคนที่สนใจทำงานเพิ่มถ้าสนใจอยากมีตังใช้อย่างเราก็ลองเข้าไปดูล่ะกันนะ