นักเคลื่อนไหวราว 200 คน นัดรวมพล ค้านพ.ร.บ.ความมั่นคงหน้าทำเนียบ

ประชาไท - 3 ก.ค. 50 วันนี้นักกิจกรรมรวมตัวกันเคลื่อนไหวคัดค้านการผลักดันกฎหมายที่มีผลต่อสิทธิเสรีภาพของประชาชน โดยคณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน (กป.อพช.) นำทีมประชาชนราว 200 คน คัดค้านร่างพ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร โดยนัดชุมนุมกันที่หน้าทำเนียบรัฐบาล เวลา 8.30 น.

 

นายจอน อึ๊งภากรณ์ กล่าวว่า การชุมนุมครั้งนี้จะมีนักเคลื่อนไหวมารวมตัวกันคัดค้านร่างพ.ร.บ.ดังกล่าว เพราะกฎหมายฉบับนี้ จะทำให้ประชาธิปไตยของไทยถอยหลังไปอีกมากกว่าเดิม

 

หลังจากนั้น คณะกรรมการรณรงค์เพื่อการปฏิรูปสื่อ (คปส), เครือข่ายเสรีภาพต่อต้านการเซ็นเซอร์แห่งประเทศไทย (FACT), เครือข่ายรณรงค์เพื่อเสรีภาพของภาพยนตร์ (Free Thai Cinema Movement)

 ก็นัดรวมตัวกันที่หน้าทำเนียบเช่นกัน โดยนัดกันในเวลา 9.30 น. เพื่อร่วมกันแถลงเจตจำนง คัดค้านการรวบรัดผลักดันร่างกฎหมายสื่อที่ลิดรอนสิทธิเสรีภาพในการสื่อสาร เสรีภาพการแสดงออก และสิทธิพลเมืองของประชาชน โดยรัฐบาลและสมาชิกสภานิติบัญญัตแห่งชาติ (สนช.)


 


เช่น ร่างพ.ร.บ.ภาพยนตร์และวีดิทัศน์ พ.ศ....  ที่กำลังจะเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของ สนช., ร่างพ.ร.บ.การประกอบกิจการวิทยุและโทรทัศน์ พ.ศ... ที่กำลังจะเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีในวันที่ 3 ก.ค. 50 และพระราชบัญญัติการกระทำความผิดเกี่ยกวับคอมพิวเตอร์ ที่จะมีผลบังคับใช้กลางเดือนนี้


 


พิมพกา โตวิระ ผู้ประสานงานเครือข่ายรณรงค์เพื่อเสรีภาพภาพยนตร์ เปิดเผยว่า สมาชิกเครือข่ายรณรงค์เพื่อเสรีภาพภาพยนตร์จะเดินทางไปยังทำเนียบรัฐบาล เพื่อแสดงเจตนารมณ์ต่อรัฐบาล และแถลงการณ์คัดค้านร่างพ.ร.บ.ภาพยนตร์ฉบับใหม่ ที่คณะรัฐมนตรีเห็นชอบเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว โดยคาดว่า ในวันพรุ่งนี้ จะมีคนในแวดวงภาพยนตร์เดินทางมาอย่างพร้อมเพรียง


 


พิมพกากล่าวถึงเนื้อหาในร่างกฎหมายนี้ว่า เช่น มาตรา 7 ที่กำหนดให้คณะกรรมการภาพยนตร์และวีดีทัศน์แห่งชาติ มีสัดส่วนตัวแทนจากภาครัฐมากกว่าครึ่งหนึ่ง ทำให้การพิจารณาภาพยนตร์ไม่แตกต่างจากปัจจุบัน ที่ภาครัฐมีอำนาจเด็ดขาดในการตัดสินใจ และยังมีมาตรา 26 ว่าด้วยการกำหนดเรท หรือ แบ่งกลุ่มประเภทผู้ชม ทั้ง 4 ประเภท ได้แก่ 1. ภาพยนตร์ที่เหมาะสมกับผู้ชมทั่วไป 2. ภาพยนตร์ที่เด็กอายุต่ำกว่า 15 ปีต้องชมร่วมกับผู้ปกครอง 3. ภาพยนตร์ที่ห้ามเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปีเข้าชม และ 4. ภาพยนตร์ที่ห้ามเผยแพร่ในราชอาณาจักรไทย ที่แม้จะเห็นด้วยกับการจัดเรทภาพยนตร์ แต่ไม่เห็นด้วยกับเกณฑ์ดังกล่าว ที่ยังไม่ครอบคลุมตามหลักสากล

นอกจากนี้ ยังมีมาตรา 29 ที่กำหนดให้คณะกรรมการภาพยนตร์และวีดีทัศน์แห่งชาติตามมาตรา 7 มีอำนาจตัดทอนหรือเซ็นเซอร์ภาพยนตร์ ซึ่งมาตรานี้ ระบุชัดให้เห็นว่า ร่าง พ.ร.บ.ภาพยนตร์ฉบับใหม่ มีการตรวจสอบภาพยนตร์ที่ซ้ำซ้อนทั้งเซ็นเซอร์และจัดเรท


 


ทางตัวแทนเครือข่ายฯ ได้ยื่นเอกสารคัดค้านร่าง พ.ร.บ. ฉบับดังกล่าวเมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน แต่กลับไม่ได้รับการเหลียวแลจากภาครัฐ ซึ่งไม่เคยเปิดรับฟังความคิดเห็นของผู้ที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมภาพยนตร์ โดยเฉพาะประชาชนที่ถูกลดเสรีภาพในการเลือกชมสื่อ

ด้านนายปรัชญา ปิ่นแก้ว นายกสมาคมผู้กำกับภาพยนตร์ เจ้าของผลงาน "ต้มยำกุ้ง" และ "องค์บาก" เปิดเผยว่า การเคลื่อนไหวครั้งนี้เพื่อต

้องการแสดงให้เห็นว่าภาครัฐไม่เคยรับฟังความคิดเห็นจากผู้ที่ได้รับผลกระทบจาก ร่าง พ.ร.บ.ฉบับดังกล่าว และคาดว่าในวันพรุ่งนี้จะมีพี่น้องในอุตสาหกรรมภาพยนตร์ เดินทางมาร่วมแสดงเจตนารมณ์กันอย่างพร้อมเพรียง โดยไม่การแบ่งค่ายหรือแบ่งสังกัด


 


 


 


ข้อมูลบางส่วนจากสำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์


 

แสดงความคิดเห็น

ข่าวรอบวัน

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์