เราขัดแย้งและแตกต่างกัน…มานานแล้ว

แทนที่จะวุ่นวายกับการประณามคนอื่น...บางทีสังคมของเราน่าจะหันกลับมาตรวจสอบตัวเองบ้าง...

 

 ปฏิทินประชาไทxไข่แมว2020


ม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจอะไรเลย...ที่วลี "คนชั้นล่าง-ไม่มีการศึกษา-อิจฉาคนรวย" หลุดออกมาจากปากของคนที่มีฐานะเป็น "ไฮโซ" ตามการอุปโลกน์ของสื่อและแวดวงสังคม (1)

 

เพราะถึงแม้ว่าในทางทฤษฎี ประเทศไทยของเราจะอยู่ภายใต้ "ระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข" แต่ในทางปฏิบัติ "ระบบอุปถัมภ์" และการเรียงลำดับขั้นของผู้คนตาม "ฐานะสังคม" หยั่งรากลึกเสียจนใครๆ หลายคนเห็นว่า "สิทธิเสรีภาพและความเท่าเทียม" ไม่ใช่เรื่องที่เหมาะสมกับ ประชาธิปไตยแบบไทยๆ

 

เราจึงยังคงพายเรืออยู่ในอ่างใบเดิมมานานหลายสิบปี เพื่อที่จะรับรู้ว่า คนบางกลุ่ม ได้รับการยอมรับให้มีอำนาจ "เหนือกว่า" คนอีกเป็นจำนวนมากเสมอ

 

ที่น่าแปลกใจก็คือว่า...ทำไมปฏิกิริยาของสังคมที่ตอบรับกับการหลุดปากเผย "ชุดความคิด" ที่ "ไฮโซ" คนหนึ่ง มีต่อ "คนชั้นล่าง" จึงได้เกรี้ยวกราดและสุดโต่งขนาดนั้น

 

คอลัมนิสต์จากบางสื่อตั้งฉายา "ไฮโซตีนผี" และ "คุณพ่อปากคัน" ให้กับพ่อลูกตระกูลปัจฉิมสวัสดิ์ ในขณะที่ชาวเน็ตอีกเป็นจำนวนมาก ตั้งคำถามถึงความ "สูง-ต่ำ" ของระดับทางจิตใจ พร้อมกล่าวว่า "ศักดิ์ศรีของความเป็นคน" ไม่ได้วัดกันด้วยชนชั้น, การศึกษา หรือว่าฐานะทางสังคม

 

การที่คนส่วนใหญ่เป็นเดือดเป็นแค้น เมื่อได้ยินคำว่า "คนชั้นล่าง-ไร้การศึกษา" ซึ่งเป็นเพียง "อคติ" ส่วนบุคคลของนายกัณฑ์เอนก ปัจฉิมสวัสดิ์ เป็นเพราะสังคมของเรา "ตื่นตัว" และ "สนับสนุน" เรื่อง "ความเท่าเทียมกัน" ของบุคคลอย่างนั้นหรือ?

 

ถ้าคนไทยตื่นตัวเรื่องสิทธิ-เสรีภาพ และความเท่าเทียมกันจริงๆ เราจะหาเหตุผลชุดไหนมาอธิบายเรื่องการต่อต้านชาวบ้านที่มาเคลื่อนไหวเรื่องเขื่อนปากมูลที่ทำเนียบเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา?

 

เพราะอะไรสื่อกระแสหลักจึงลงข่าวการสลายผู้ชุมนุมเขื่อนปากมูลเพียงข่าวเล็กๆ สั้นๆ ราวกับไม่เห็นว่าเรื่องนี้มีความสลักสำคัญ?

 

เพราะอะไรเจ้าหน้าที่รัฐจึงเอ่ยปากกับผู้ชุมนุมอย่างหน้าตาเฉยว่า "18 ปีสู้กันมายังไม่จบ จะให้จบคืนนี้ได้อย่างไร พรุ่งนี้ มะรืนนี้ยังมี ก็ต้องค่อยๆ คุยกันไป" (2)

 

เหมือนอย่างที่คนส่วนใหญ่ ไม่รู้สึกเดือดร้อน หรือเห็นว่าการกระทำของฝ่ายรัฐเป็น การละเมิด "ศักดิ์ศรีความเป็นคน" ของชาวบ้านปากมูล ที่เรียกร้องให้มีการเปิดเขื่อน เพียงเพื่อพวกเขาจะได้เลี้ยงชีพและดำเนินชีวิตต่อไปตามวิถีดั้งเดิมของตัวเอง...

 

หรือในกรณีที่คนงานบริษัท "ไทยศิลป์อาคเนย์ อิมปอร์ต เอ็กซ์ปอร์ต" จำกัด รวมแล้ว 5 พันกว่าคน ถูกเลิกจ้างกะทันหัน จนบรรดาคนงานต้องชุมนุมกันเรียกร้องความรับผิดชอบของผู้ประกอบการ และหาข้อตกลงร่วมกันจนได้ความว่าจะมีการเปิดโรงงานให้คนงานกลับไปทำงานอีกครั้ง (3)

 

เพราะอะไรกระแสความเห็นอกเห็นใจหรือการแสดงความคิดเห็นในเหตุการณ์ 2 อย่างหลังถึงได้เงียบงันและแทบจะปราศจาก "เสียงตอบรับ" จากสังคมส่วนใหญ่...

 

หรือบางทีมันเป็นเพราะว่า...เราขัดแย้งและแตกต่างกันมาตั้งนานแล้ว แต่เรามักปฏิเสธและมองข้ามความจริงที่เป็นอยู่ด้วยการวางเฉยกับสิ่งที่เป็นปัญหาระดับโครงสร้างจริงๆ

 

ด้วยเหตุนี้ เราจึงเชื่ออย่างไม่เคยตั้งคำถาม เวลาที่สื่อใหญ่ๆ บอกกับเราว่า "คนจนที่มาชุมนุมส่วนใหญ่ ถ้าไม่ "ถูกหลอก" ก็มักจะ "รับเงินมา" โดยที่คนเหล่านั้นหาได้มี "อุดมการณ์" หรือ "เจตนา" ที่คิดคำนึงถึงส่วนรวมแต่อย่างใด"

 

เช่นเดียวกับที่ "ชนชั้นกลาง" บางส่วน ถูกกรอกหูโดยคนบางกลุ่มว่าพวกเขาคือ "ผู้มีบุญคุณ" ต่อชนชั้นล่าง ในฐานะผู้เสียภาษีเพื่อเอาเงินไป "ปลดหนี้" ให้รากหญ้า

 

บางทีชนชั้นกลางผู้มีบุญคุณอาจลืมไปว่า ผลิตผลที่บริโภคอุปโภคอยู่ทุกวันนี้ มาจากการทำงานของ "คนชั้นล่าง" ที่เหน็ดเหนื่อยสายตัวแทบขาดเพื่อแลกกับค่าแรงขั้นต่ำ (ที่ไม่ค่อยจะเป็นธรรม) รวมถึงสวัสดิการที่กะพร่องกะแพร่ง เพื่อรองรับความต้องการดื่ม-กิน-ใช้ ของคนทุกชนชั้น...

 

ภาพของ "คนชั้นล่าง" ที่ออกมาเคลื่อนไหวในเรื่องต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นม็อบปากมูล ม็อบเหมืองแร่โปแตซ ม็อบหินกรูด-บ่อนอก ม็อบไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ หรือแม้กระทั่ง "ม็อบไข่แม้ว" ที่บางสื่อตั้งฉายาให้อย่างไม่ต้องคำนึงถึงคำว่าจรรยาบรรณ ถูกฉายให้เห็นเพียงแง่มุมเดียว คือภาพของ "คนจน-ไร้การศึกษา" ที่ไม่เข้าใจเรื่องการพัฒนา ถูกเสี้ยมมาโดยเอ็นจีโอ และทำทุกอย่างเพื่อให้ได้เงินเพียงจำนวนน้อยนิด หรือไม่ก็ถูก "แปะฉลาก" ว่าพวกเขาออกมาเคลื่อนไหวเพื่อปากท้องของตัวเอง โดยไม่เคยคิดคำนึงถึง "ส่วนรวม"

 

ตรรกะเดียวที่คนในสังคมกำลังใช้เป็นมาตรวัดการกระทำของ "ชาวบ้าน" ต่างกันกับสิ่งที่นายกัณฑ์เอนกคิดและพูดออกมาดังๆ ตรงไหน?

 

ในเมื่อทุกวันนี้ ใครหลายคนก็กำลัง "ตัดสิน" คนที่คิดต่างจากเราและบังเอิญมีฐานะทางสังคมต่ำกว่าว่าเป็นผู้ไม่มีการศึกษา และเป็นแค่ "เครื่องมือที่ถูกคนบางกลุ่มหลอกใช้" ไปเรียบร้อยแล้ว

 

เรื่องศักดิ์ศรีความเป็นคนที่เท่าเทียม, เรื่องการตัดสินคนจากเหตุผลและการกระทำแทนที่จะวัดกันแค่ฐานะหรือการศึกษา รวมถึงการยืนยันว่าคนที่ขาดโอกาสทางสังคมก็เป็น คนมีความคิด ได้ กลายสภาพไปเป็นเพียงลมปากที่ผ่านเลย...ไม่ค่อยจะเคยเห็นใครหยิบประเด็นเหล่านี้มาใช้เป็นหลักในการถกเถียงกันอย่างมีเหตุผลกับคนที่เห็นต่างสักเท่าไหร่…

 

ถ้าเราไม่เคยยอมรับหรือมองว่าชาวบ้านที่มาเคลื่อนไหวมีเหตุผลอันชอบธรรม เราจะมีสิทธิ์อะไรไปชี้นิ้วด่า "คนรวย" บางคนที่เผลอแสดงอาการ "เหยียดชนชั้น" ออกอากาศว่าเป็นคนจิตใจต่ำ?

 

เป็นไปได้ไหมว่า แทนที่จะวุ่นวายกับการประณามคนอื่น...บางทีสังคมของเราน่าจะหันกลับมาตรวจสอบตัวเองบ้าง...

 

เผื่อว่าเราจะมองเห็นโครงสร้างที่บิดเบี้ยวชัดเจนขึ้น

 

 

 

ข้อมูลอ้างอิง:

(1) พ่อหนุ่มเบนซ์ยัวะลูกถูกรุม-ด่าออกทีวี "จะไปเชื่ออะไรกับคนชั้นล่าง" สังคม-เวบรุมประฌาม

(2) เรื่องที่ต้องใช้หัวใจอ่าน: บันทึกผู้สังเกตการณ์ นาทีระทึก ดันชาวบ้านปากมูนพ้นรั้วทำเนียบฯ

(3) พนักงานไทยศิลป์เฮ! บริษัทเปิดทำงานตามปกติ

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์