คำแถลงศาลอาญา กรณีอนุมัติฝากขัง 9 แกนนำ นปก.

เวลาประมาณ 20.00 น. นายธันว์ บุณยะตุลานนท์  เลขานุการศาลอาญาได้แถลงข่าวต่อสื่อมวลชนเพื่อชี้แจงถึงผลการพิจารณาการฝากขังแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการ (นปก.) ทั้ง 9 คน รายละเอียดคำแถลงมี ดังนี้

 

000

 

ตำรวจนครบาล นำโดย พล.ต.ต.เจตต์ มงคลหัตถี ได้ยื่นคำร้องขอออกหมายจับแกนนำ นปก.จำนวน 9 คน เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2550 ขณะที่มายื่นเป็นเวลา 14.30 น. ทางศาลได้รับคำร้องที่จะไต่สวนออกหมายจับบรรดาแกนนำจำนวน 9 คน ในขณะนั้นมีแกนนำ 1 คน คือ ท่านมานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ ได้มายื่นคำร้องที่จะคัดค้านการขอออกหมายจับไว้ ศาลก็ได้เปิดรับไต่สวนโดยให้ทางฝ่ายท่านมานิตย์ จิตต์จันทร์กลับได้มีการถามซักค้านได้ เนื่องจากเราเห็นว่าการออกหมายจับเป็นการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชน ทำให้มีการไต่สวนคำร้องกัน จนถึงเวลาประมาณ 21.30 น. จึงไต่สวนได้ 2 ปาก ก็เลยเลื่อนมาเป็นเมื่อวานนี้คือ วันที่ 25 กรกฎาคม โดยนัดเวลา 9.00 น.

 

พอวันที่ 25 กรกฎาคม ปรากฏว่ามีแกนนำมาศาลจำนวน 7 ราย ขาด นายวีระ มุสิกพงษ์ และคุณจรัล ดิษฐาอภิชัย ไม่ได้มา ขณะที่จะเริ่มการไต่สวน ทางฝ่ายผู้ร้องบอกว่าเตรียมพยานหลักฐานมาพร้อมจะสืบพยานต่ออีก 5 ปาก ทางฝ่ายผู้คัดค้านซึ่งมีแกนนำจำนวน 7 ท่านนั้นก็แถลงว่าพร้อมจะนำวีซีดีมาฉายให้ศาลดูเช่นกันในการคัดค้านการขอออกหมายจับ ซึ่งกระบวนการดังกล่าวนี้ ท่านผู้พิพากษาและองค์คณะก็ได้สอบถามว่า ทางฝ่ายผู้คัดค้าน คัดค้านประเด็นไหน  ทางผู้คัดค้านก็ได้แจ้งว่าจะคัดค้านในการออกหมายจับ แต่ถ้าเกิดมีการเรียก หรือขอให้มามอบตัวก็จะดำเนินการได้ ทางศาลจึงถามทางผู้ร้องซึ่งเป็นพนักงานสอบสวนว่าถ้ามีการเข้ามอบตัวจะรับตัวได้เลยไหม ที่ไม่ใช่เป็นการออกหมายจับ ทางฝ่ายผู้ร้องก็ยืนยันว่าพร้อมจะรับตัวฝ่ายผู้คัดค้าน ดังนั้น เมื่อวานนี้ศาลก็เลยได้มีการจดรายงานกระบวนพิจารณา ศาลถามผู้ต้องหาที่มาศาล ผู้ต้องหาทั้งหมดแถลงว่าเขาจะรับแจ้งข้อกล่าวหาจากพนักงานสอบสวนตามคำร้องขอหมายจับ ถามผู้ร้องก็แถลงเช่นกันว่าถ้าเข้าพบพนักงานสอบสวนก็ไม่ประสงค์จะขอออกหมายจับแล้วก็จะขอถอนคำร้องการออกหมายจับไป โดยมีเงื่อนไขว่าผู้ต้องหาต้องมารายงานตัวตามที่แจ้ง

 

เมื่อเป็นดังนั้น ศาลก็เลยนัดทั้งสองฝ่ายให้มาศาลในวันที่เวลา 10.00 น.เพื่อรับแจ้งข้อกล่าวหากัน โดยศาลได้จดโดยชัดเจนว่า "จึงมีคำสั่งให้ผู้ต้องหาทั้ง 9 เข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อรับแจ้งข้อกล่าวหาที่ห้องประชุมใหญ่ ศาลอาญา ชั้น 10 เวลา 10.00 น. ทั้งนี้ ให้เลขานุการศาลอาญาเป็นผู้ประสานงานกับทั้งสองฝ่าย เมื่อผู้ต้องหาคนใดรายงานต่อพนักงานสอบสวนแล้ว ให้แถลงต่อศาลเพื่อให้มีผลเป็นการถอนคำร้องขอออกหมายจับผู้ต้องหานั้นเด็ดขาด แต่หากผู้ต้องหาคนใดไม่มาในวันดังกล่าวก็ให้ยกคดีตามคำร้องขอหมายจับเฉพาะผู้ต้องหาคนนั้นขึ้นไต่สวน

 

เพราะฉะนั้นที่มาในวันนี้ คำร้องขอออกหมายจับยังไม่มีการยก หรือมีการประณีประนอมไกล่เกลี่ยแต่อย่างใด เป็นเพียงว่าฝ่ายผู้ต้องหาต้องการพร้อมที่จะเข้ามอบตัว และฝ่ายผู้ร้องก็จะรับตัวของฝ่ายผู้ต้องหาในการแจ้งข้อกล่าวหา ซึ่งเป็นที่แคลงใจของบรรดาประชาชน หรือนักกฎหมายทั้งหลายว่า ศาลมาไกล่เกลี่ยในการออกหมายจับได้อย่างไร ไม่ใช่เช่นนั้นนะครับ ความจริงแล้ว เรายังไม่มีการจำหน่ายคำร้องออกหมายจับแต่อย่างใด เราเพียงแต่ให้ทั้งสองฝ่ายมารับทราบข้อกล่าวหาและรับแจ้งข้อกล่าวหากัน

 

พอมาถึงวันนี้เวลา 10.00 น. ทางฝ่ายแกนนำทั้ง 9 ท่านก็ได้มารายงานตัวกับศาล มารายงานตัวกับผม ผมก็นำตัวทั้ง 9 ท่านนี้ขึ้นไปยังห้องประชุมเพื่อส่งมอบให้พนักงานสอบสวน พนักงานสอบสวนก็เตรียมพนักงานสอบสวนมาเพื่อรับแจ้งข้อกล่าวหาแก่บรรดาแกนนำทั้ง 9 ท่าน เมื่อแจ้งข้อกล่าวแก่แกนนำทั้ง 9 ท่านเสร็จแล้ว ผมก็ได้แจ้งให้กับทางท่านเจ้าของคณะนี้ตามที่ท่านได้แจ้งไว้ว่าให้ผมดำเนินการให้ทั้งสองฝ่ายมาเจอกันแล้วรับทราบข้อกล่าวหากัน ผมก็ได้แจ้งไปเรียบร้อย ท่านก็เลยแจ้งว่าเมื่อทุกฝ่ายพร้อม ผู้ถูกกล่าวหาก็มาที่ศาลทั้ง 9 คนพร้อมก็เลยให้จำหน่ายคำร้องขอออกหมายจับทั้ง 9 คนออกไป

 

ต่อมาในวันนี้เมื่อพนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าวหา และทางฝ่ายแกนนำทั้ง 9 ได้ตกเป็นผู้ต้องหาแล้ว ทางฝ่ายพนักงานสอบสวนก็ได้ยื่นคำร้องขอฝากขังตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 134 กรณีที่ว่าเมื่อได้รับตัวแล้วก็เห็นว่าไม่ควรปล่อยตัวไป ควรที่จะเอาตัวมาฝากขัง เนื่องจากอาจจะไปก่อภยันตรายต่อไป โดยมีการนัดที่จะไปกล่าวปราศรัยอีก จึงขอฝากขังที่ศาลเลย โดยขออนุญาตเข้าควบคุมตัว ทางศาลก็อนุญาตให้ควบคุมตัวไป โดยการยื่นคำร้องขอฝากขังวันนี้ก็ขอให้ศาลควบคุมตัวไว้ 12 วัน เนื่องจากว่าต้องมีการสอบพยานถึง 200 ปาก อีกทั้งจะขอกลับไปควบคุมตัวในช่วงนี้เนื่องจากต้องไปพิมพ์ลายนิ้วมือ และจะต้องไปสอบประวัติอีกเล็กน้อย อีกทั้งจะต้องไปลงบันทึกประจำวันในการเข้ารับตัว จึงขอนำไปควบคุมตัวที่สถานีตำรวจนครบาลสามเสนอีก 12 วัน

 

วันนี้ทางท่านผู้พิพากษาก็ได้ออกไต่สวน เกี่ยวกับคำร้องขอฝากขังในวันนี้ โดยศาลก็ได้วิเคราะห์คำขอฝากขัง และได้สอบถามทางผู้ต้องหาทั้ง 9 ท่านว่ามีข้อคัดค้านประการใด ก็ได้จดรายละเอียด พิเคราะห์แล้วเห็นว่า กรณีดังกล่าวนี้มีเหตุอันสมควรที่จะรับฝากขังไว้ แต่ที่พนักงานสอบสวนขอนำกลับควบคุมตัวที่สถานีตำรวจนครบาลจำนวน 12 วันนั้น ศาลเห็นว่าเป็นการเกินสมควร เพราะเอาไปควบคุมตัวเพื่อจะพิมพ์ลายนิ้วมือ และลงบันทึกการควบคุมตัวเท่านั้น จึงอนุญาตเพียง 2 วัน

 

ส่วนเหตุการณ์ในวันนี้ เมื่อซักครู่เพิ่งจะได้เดินทางออกจากศาลกันไป ผู้ต้องหาทั้ง 9 ท่านก็พยายามจะยื่นคำร้องขอศาลว่าให้ยกคดีการพิจารณาการขอออกหมายจับครั้งแรกขึ้นมาใหม่ ซึ่งศาลพิเคราะห์แล้ว โดยผู้พิพากษาได้สั่งว่าเมื่อทุกฝ่ายได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขตามรายงานกระบวนพิจารณาที่มีการส่งมอบตัวให้พนักงานสอบสวนเรียบร้อยแล้ว จึงให้จำหน่ายคดีในการขอหมายจับดังกล่าวไปเรียบร้อยแล้ว จึงไม่อาจที่จะนำคำร้องดังกล่าวขึ้นมาไต่สวนใหม่ ซึ่งตอนนี้ทางแกนนำทั้งหมดก็ได้เดินทางไปที่สถานีตำรวจนครบาลสามเสนเรียบร้อยแล้ว

 

ก็ขอฝากทุกๆ ท่านว่าอยากจะให้ศึกษาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสำนวนก่อน อย่าเพิ่งวิพากษ์วิจารณ์อะไรออกไป เพราะทางศาลเองก็พิจารณาอยู่ภายใต้กฎหมายเหมือนกัน ไม่ใช่ว่าจะทำโดยนอกเหนือกฎหมายแต่อย่างใด

 

------------------------

 

ผู้สื่อข่าวถามว่า รวมแล้วมีการแจ้งข้อกล่าวหาทั้งหมดเท่าไร เลขานุการศาลอาญากล่าวว่า มีการแจ้ง 2 ข้อหา เหมือนกันคำร้องขอหมายจับ วันนี้ก็ได้แจ้งไปเรียบร้อย

 

ผู้สื่อข่าวถามว่า ผู้ต้องหาทั้ง 9 คนไม่ได้เซ็นชื่อรับทราบคำสั่งของศาลใช่หรือไม่ เลขานุการศาลอาญากล่าวว่า ในใบคำร้องนี้ท่านไม่เซ็น เพราะท่านว่าท่านไม่ได้ตกเป็นผู้ต้องหา เรื่องนี้ศาลก็ได้บันทึกไว้ในรายงานเรียบร้อยแล้ว

 

ผู้สื่อข่าวถามว่า หากมีการเคลื่อนไหวใดๆ เกี่ยวกับผู้ต้องหาทั้ง 9 ไม่ว่าที่โรงพักหรือที่ใดๆ เลขานุการศาลอาญากล่าวว่า ขณะนี้เนื่องจากมีบุคคลมาก่อความรบกวนบริเวณศาล เราได้ขอความร่วมมือไปแล้ว และก็ได้รับความร่วมมือที่ดีจากประชาชนเมื่อเขาได้ทราบข้อเท็จจริงต่างๆ ก็ได้สลายตัวกลับไปแล้ว ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรในส่วนของศาล

 

ผู้สื่อข่าวถามว่า มีการวิจารณ์ศาลต่างๆ นานาในทางลบจะทำอย่างไร เลขานุการศาลอาญา กล่าวว่า ถ้าวิจารณ์ในทางหลักกฎหมายคงไม่มีปัญหา สามารถจะวิพากษ์วิจารณ์ได้  แต่ประชาชนบางคนอาจไปฟังข้อมูลที่ยังไม่ครบถ้วนก็นำไปวิจารณ์ ถึงได้ฝากเรียนทุกท่านก่อนถึงวิจารณ์ ไม่เช่นนั้นแล้วความผิดพลาดต่างๆ มันจะเกิดขึ้นมาก และทำให้เข้าใจศาลผิดไปได้

 

ผู้สื่อข่าวถามว่ากรณีที่อุ้มคุณมานิตย์ นั่นคือเขาไม่ยอมรับกระบวนการพิจารณาของศาลใช่หรือไม่ เลขานุการศาลอาญากล่าวว่า ทุกๆ ท่านแกนนำก็ให้ความร่วมมือที่ดี โดยคุณวีระ มุสิกพงศ์ ก็ได้กล่าวกับแกนนำว่าเราต้องอยู่ภายใต้กฎหมาย เมื่อกติกาทางสังคมและกฎหมายเป็นอย่างนี้ ทุกๆ ท่านก็ต้องยอมรับ แต่ท่านมานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ ท่านบอกว่า ท่านยังไม่ยอมรับ เราก็เลยต้องเชิญท่าน โดยไม่ให้ท่านเดิน ท่านก็นั่งเก้าอี้แล้วก็ยกท่านไป

 

ผู้สื่อข่าวถามว่า ด้วยคดีนี้เป็นที่สนใจของต่างประเทศมากจึงอยากให้ศาลช่วยชี้แจงให้ชัดเจนกรณีที่ชาวบ้านได้พูดกันไปแล้วว่าศาลเป็นเครื่องมือของพนักงานสอบสวน เลขานุการศาลอาญากล่าวว่า ต้องชี้แจงว่านี่ไม่ใช่คดีทางการเมือง ตรงนี้เป็นคดีที่มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา ไม่ใช่ว่าศาลเป็นเครื่องมือ เพราะเมื่อทุกฝ่ายมาขอหมายจับที่ศาลเพื่อจับบุคคลดังกล่าว บุคคลดังกล่าวก็แจ้งต่อศาลว่าถ้าออกหมายจับเขาจะสู้เพราะไม่มีเหตุที่จะออกหมายจับ  แต่ถ้าเรียกเขามาหรือให้เขามอบตัวเขายินดี ทางศาลก็ได้ถามผู้ร้องว่าอย่างนี้จะรับไหม ทางผู้ร้องก็ว่าจะรับ เมื่อรับแล้วก็ตกเป็นผู้ต้องหาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 134 ซึ่งก็มี 2 กรณีคือ รับแจ้งขอหาแล้วก็ปล่อยตัวไป หรือกรณีถ้าเห็นว่าจะไปก่อกวนหรือไปทำยุ่งเหยิงต่อพยานหลักฐานก็สามารถที่จะนำตัวมาฝากขังต่อศาลได้เลย ซึ่งมีประมวลกฎหมายอาญารองรับอยู่แล้ว ศาลจึงได้แจ้งแต่ต้นว่าพิจารณาตามประมวลกฎหมาย ไม่ได้นอกเหนือจากนี้ ดังนั้น ศาลไม่ได้เป็นเครื่องมือของใคร เราก็ทำภายใต้กฎหมายเช่นเดียวกัน เมื่อเขาทำถูกต้อง ขอนำตัวมาฝากขังที่ศาลต่อ ศาลไม่รับก็คงไม่ได้

 

ผู้สื่อข่าวถามว่าพรุ่งนี้จะต้องมีการทำอะไรต่อไป เลขานุการศาลอาญากล่าวว่า ต้องเอาตัวมาส่งศาลเพราะพนักงานสอบสวนหมดอำนาจ อนุญาตให้ควบคุมตัวได้ 2 วันก็ต้องนำมาส่ง เขาต้องดำเนินการพิมพ์ลายนิ้วมือหรืออะไรให้เสร็จสิ้น

 

ผู้สื่อข่าวถามว่าทำไมจึงมีการเปลี่ยนองค์คณะช่วงบ่ายนี้ เลขานุการศาลอาญากล่าวว่า เป็นองค์คณะที่เป็นเวรฝากขังวันนี้

 

ผู้สื่อข่าวถามว่าในคำร้องของพนักงานสอบสวนระบุว่าผู้ถูกกล่าวหาให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา แต่นพ.เหวงยืนยันว่า ไม่เคยได้ให้การใดๆ ทั้งสิ้น เลขานุการศาลอาญากล่าวว่า เมื่อพนักงานสอบสวนแจ้งข้อหาว่าคุณทำผิด คุณจะให้การอย่างไร เขาบอกเขาไม่ให้การก็เหมือนให้การปฏิเสธ หรือให้การปฏิเสธหรือไปให้การชั้นศาลก็มี ก็เป็นขั้นตอนหนึ่ง

 

ผู้สื่อข่าวถามว่าการขัดขืนของคุณมานิตย์จะมีผลต่อการประกันตัวไหม เลขานุการศาลอาญากล่าวว่า ไม่มีผล นี่ก็เป็นขั้นตอนที่ขอตัวไป ถ้าไปไปตำรวจก็ต้องจัดการ

 

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

แสดงความคิดเห็น

ข่าวรอบวัน

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์