รายงาน : แม่สาย-ท่าขี้เหล็ก...แผ่นดินที่มิอาจแบ่งแยกความสัมพันธ์ (1)

"อารีรักษ์"

 

 

แม่สายวันนี้

 

 

"แม่สาย" อำเภอเหนือสุดยอดในสยาม ชายแดนเขตติดต่อระหว่างประเทศ เป็นอำเภอหนึ่งของจังหวัดเชียงราย ตามประวัติศาสตร์มีชื่อเดิมเรียกกันว่า "เวียงสี่ตวง หรือ เวียงพางคำ" มีพระมหากษัตริย์พระองค์แรก ที่เป็นมหาราชแห่งอานาจักรล้านนา ขึ้นกับแคว้นโยนกนคร ปรากฎหลักฐานตามประวัติศาสตร์ (ตำนานสิงหนวัต) เมื่อปี พ.. 1462 พระเจ้ามังคราช เจ้าผู้ครองแคว้นโยนกถูกขอมดำ รุกราน จึงอพยพราษฎรมาอยู่ริมแม่น้ำสาย ต้องส่งส่วยให้ขอมดำเป็นทองคำปีละ 4 ตวง หมากพินลูกเล็ก (มะตูม) จึงได้ชื่อ "เวียงสี่ตวง"

 

ต่อมาพระเจ้าพรหมมหาราช พระราชโอรสของพระเจ้ามังคราช ได้เปลี่ยนชื่อเมือง "เวียงสี่ตวง" เป็น "เวียงพานคำ" อันหมายถึง พานคำที่ใช้ตีเชิญช้างคู่บารมีของพระองค์ขึ้นจากน้ำของ (แม่น้ำโขง) จนสามารถกอบกู้แคว้นโยนกนคร จากขอมดำได้สำเร็จ ต่อมาเวียงพานคำ ได้เพี้ยนเป็นเวียงพางคำ คือ พื้นที่ตำบลเวียงพางคำในปัจจุบัน

 

ภาพถ่ายแม่สายปี พ..2488 บริเวณสะพานมิตรภาพ

 

ก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 แผ่นดินที่อยู่ด้านเหนือแนวเขตแดนแม่น้ำที่เรียกว่า "รัฐฉาน"ของพม่าในปัจจุบัน ก็เหมือนกับผืนแผ่นดินเดียวกัน ความสัมพันธ์ระหว่างผู้คนบนแผ่นดินวิถีชีวิต ที่ต่างผูกพันแนบแน่น พึ่งพาอาศัยต่อกันมานานหลายศตวรรษ จนความสัมพันธ์ระหว่างรัฐสยามความสัมพันธ์ของผู้คน แถบนี้ก็เหมือนกับครอบครัวเดียวกัน ที่ไม่ต่างไปจากพี่น้อง และต่อมาเมื่อมีการสถาปนารัฐชาติ แม่น้ำสายนั้นเสมอเหมือนเส้นพรมแดนที่ขวางกั้นสองฟากฝั่งระหว่างสองแผ่นดินที่ถูกตราไว้ ฝั่งทางด้านเหนือที่เรียกว่ารัฐฉาน คนไทยเรียกว่าฝั่งท่าขี้เหล็ก อีกด้านหนึ่งทางใต้ที่เรียกว่าประเทศไทยหรือว่าประเทศสยาม

 

 

"แม่สาย" ในวันนี้ คือแหล่งผลประโยชน์อย่างมหาศาล ทั้งในทางด้านมืดและสว่าง !

เสน่ห์ของแม่สายอยู่ที่ความงดงามของภูมิประเทศ มีหุบเขาเชิงดอยและลุ่มน้ำหลายสายมีความอุดมสมบูรณ์ มีพืชผักด้วยผลไม้ พืช ผักต่างๆของชาวเมืองและผู้คนที่นำมาขายตลอดสองข้างทาง เป็นแหล่งชื้อขายอัญมณีล้ำค่า และมีสีสันแห่งเมืองชายแดนทีเต็มไปด้วยความเคลื่อนไหวของ นักท่องเที่ยว พ่อค้าวาณิช และชาวต่างประเทศ ตลอดทั้งชาวชนเผ่าต่างๆ แม่สายจึงได้ชื่อว่าเป็น "ประตูบานแรก" ที่เปิดออก ก่อนที่เราจะก้าวต่อไปยังเป้าหมายที่ต่างออกไปยังสถานที่อื่นๆ

 

ผู้คนที่เดินขวักไขว่ไปมาที่นี่ ส่วนใหญ่มีหลากหลายเชื้อชาติหลากหลายภาษา หลากหลายชาติพันธุ์ อาจเรียกได้ว่าแม่สายและท่าขี้เหล็กฝั่งพม่าเกือบจะเป็นเมืองหลวงของรัฐฉานทางด้านตะวันออกเลยก็ว่าได้ เพราะแม่สายสามารถเชื่อมติดต่อประเทศต่างๆ อย่างกว้างขวาง ไม่ว่าจะเป็น ไทย พม่า ลาว จีน อินเดีย หรือจะเดินทางต่อไปยังประเทศเวียตนาม

 

นักการค้าและนักการลงทุนจึงดูเหมือนจะให้ความสำคัญต่อต่อแม่สายเป็นอย่างมาก ธุรกิจและสินค้าต่างๆจึงไหลบ่าเข้ามาทั้งจากกรุงเทพฯและสินค้าจากประเทศเพื่อนบ้านจากประเทศพม่า จากประเทศจีน สินค้าและของพื้นเมืองต่างๆอย่างมากมาย แม่สายจึงเป็นอำเภอที่มีการค้าชายแดนสูงสุดของภาคเหนือ ในแต่ละปีมีมูลค่าการส่งออกสินค้านับพันล้านบาทเท่าที่ทราบ

 

จึงไม่แปลกเลยว่าแม่สายวันนี้เป็นแหล่งผลประโยชน์อย่างมหาศาล ทั้งในทางด้านมืดและสว่าง !

 

ในแต่ละวัน รถยนต์ที่วิ่งขนส่งสินค้าเข้าออกผ่านด่านทั้งสองประเทศ มีทั้งมันเชื้อเพลิง ปูนซีเมนต์ อุปกรณ์ก่อสร้าง เครื่องจักร อุปกรณ์ไฟฟ้า ผ้าทอ,ผ้าผืน,เครื่องดื่ม,รถยนต์,ยางรถยนต์,น้ำมันหล่อลื่น,น้ำมันพืช,ยารักษาโรค ฯลฯ และที่ขาดไม่ได้คือผงชูรส และสินค้าเบ็ดเตล็ดอื่นๆ ต่างทยอยกันเข้าไป

 

           

           ภาพถ่ายน้ำแม่สายสะพานข้ามพรมแดน เมื่อปี พ..2508 ผู้คนยังเดินข้ามลำน้ำไปมาหาสู่กันปกติ

 

ในตลาดแม่สาย

 

ผู้ที่มาขายสินค้าส่วนใหญ่ที่เป็นคนเชื้อสายคนจีน ที่เพิ่งเข้ามาในช่วงของการเปลี่ยนแปลงการปฎิวัติในประเทศจีนแผ่นดินใหญ่ ซึ่งทำให้จีนคณะชาติหรือก๊กมินตั๋งส่วนหนึ่งต้องอพยพโยกย้ายแผ่นดินเข้ามาอยู่ในดินแดนแถบทางตอนเหนือของไทย

 

และหากเราย้อนมองเมืองไตในรัฐฉานการต่อสู้ของชาวไตใหญ่ ทางการพม่าส่งทหารเข้ามาเพื่อเข้ามาผลักดันกองทหารจีนคณะชาติในรัฐฉาน เป็นเงื่อนไขที่สำคัญของพม่าในการเข้ายึดครองเมืองไตโดยปริยาย และจีนคณะชาติบางส่วนอพยพหนีเข้ามาในประเทศไทยอาศัยอยู่ในอำเภอแม่สาย บ้านถ้ำ บ้านผาจม บ้านสันลมจอย จนถึงกองพล93 ที่อ.แม่จันดอยแม่สลอง จังหวัดเชียงราย

 

ปัจจุบัน แม่สายจะมีอาคารพาณิชขึ้นอยู่สองฝากฝั่งยาวไปตามฝั่งถนนพหลโยธิน จนถึงสะพานมิตรภาพไทย-พม่า ผู้คนที่ทำมาค้าขายหาบเร่แผงลอยที่ขายของอยู่ตามสองข้างทางส่วนใหญ่เป็นคนไตใหญ่ ไตเขิน ไตลื้อ คนไทยเราส่วนใหญ่โดยทั่วไปหรือนักท่องเที่ยวในต่างจังหวัด ที่เดินทางเข้ามาแม่สาย บางคนยังเข้าใจว่าพี่น้องคนไตกลุ่มต่างๆที่มาขายของริมทางเท้า บ้างก็เดินไปมาว่า คนพวกนี้เป็นชาวพม่า

 

ความเข้าใจที่ไม่ได้ตั้งใจหรือความเข้าใจที่ไม่เข้าใจ ซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องอย่างยิ่ง กับการให้ข้อมูลข่าวสารกับคนไทยด้วยกัน

 

เมื่อหันไปมอง "ตลาดสดแม่สาย" อยู่ฝั่งทางทิศตะวันตกถนนพหลโยธิน เป็นที่จับจ่ายใช้สอยกับผู้คนที่อยู่แม่สวายและมีความสำคัญกับวิถีชีวิตของผู้คนที่อาศัยอยู่ในฝั่งท่าขี้เหล็ก การจับจ่ายใช้สอยเครื่องอุปโภคบริโภคในชีวิตประจำวัน รวมถึงการทำมาค้าขายคนทั้งสองฟากฝั่ง ตลาดสดแม่สายจึงเป็นเสมือนแหล่งซื้อขายสินค้ามีมีมาตั้งแต่อดีตและปัจจุบัน

 

 

หญิงสาวข้ามชายแดน : วิถีนกน้อยที่โบกบินคว้างไกล

ก่อนนั้นประมาณ 10 ปีที่แล้วมา "บ้านเกาะทราย" ซึ่งหลายคนรู้จักในตัวเมืองแม่สาย อยู่ทางทิศตะวันออกของสะพานมิตรภาพติดกับฝั่งน้ำสาย บ้านเกาะทรายได้ขึ้นชื่อว่าเป็น "สถานที่ของนักท่องราตรี"ของหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่ทั้งหลาย

 

ตรงบริเวณนี้ที่เรียกว่าศาลหลักเมือง ซึ่งล้อมรอบเป็นแหล่งที่พักพิงของเยาวชนหญิงสาวชาวไตใหญ่ ไตยอง ไตลื้อ จำนวนมากที่เดินทางมาจาก หมู่บ้านต่างๆในรัฐฉาน บ้างเดินทางมาจากสิบสองปันนา ก่อนพวกเธอจะถูกส่งไปยังกรุงเทพมหานคร หาดใหญ่ สงขลา มาเลเซีย หรือต่างจังหวัดอื่นๆ

 

ชีวิตของพวกเธอเหล่านี้ที่ต้องระหกระเหินพลัดพรากจากบ้าน จากอ้อมอกของพ่อแม่พี่น้อง ถนนที่เธอเดินพวกเธอไม่เคยรู้ไม่เคยเห็นไม่เคยได้ยิน ภาษาพูดที่ไม่คุ้นเคยและรับรู้ หากต่างต้องแสวงหาชีวิตที่ดีกว่าให้กับครอบครัว กว่าที่เธอแต่ละคนจะก้าวเข้ามาที่แห่งนี้ พวกเธอต้องพบกับเรื่องราวที่แตกต่างกันออกไป

 

ที่พักพิงของหญิงสาวเหล่านั้นจะเปิดบริการเป็นบ้านหรือร้านอาหาร ร้านเสริมสวยบ้าง เปิดบริการให้กับนักเที่ยวหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่ทั้งหลาย ซึ่งมีให้เห็นเรียงกันอยู่ทั่วไป

 

ในเวลากลางวัน จะดูเหมือนกับบ้านพักอาศัยทั่วๆไป แต่เวลากลางคืน "เกาะทราย" จะเปลี่ยนเป็นหมู่บ้านที่มีชีวิตและคึกคักไปด้วยผู้คนสีสันที่หลากหลาย

 

หญิงสาวจำนวนมากที่จากบ้านเกิดเมืองนอน ต้องเข้ามาเผชิญกับเรื่องราวในสิ่งที่ไม่อาจคาดคิด บ้างพบความสมหวัง และบ้างต้องพบกับผิดหวังที่แตกต่างกัน บ้างตกอยู่ในความทุกข์ทรมานที่ไม่อาจจะเยียวยาได้ !

 

 






 

               แม่สาย

 

สายฝนสาดลาดกระเซ็นเป็นฝอยฟุ้ง น้ำสายไหลคละคลุ้งเป็นขุ่นข้น

สมพัดพลิดปลิวทิวยอดสน ฟ้าเบื้องบนตะเบ็งเปรี้ยงเสียงคำราม

 

เพียงรั้วห่างขวางกั้นเห็นกันได้ เหนือสุดไทยคือไตใครใคร่ถาม

เหนือแผ่นดินคือดินถิ่นคนงาม คนเย้ยหยามเหยียดหยันทุกวันคืน

 

มา "แม่สาย" ห่างหายมิวายคิด หนี้ชีวิตของคนจนทนต้องฝืน

น้ำสายสาดชอกช้ำจำกล้ำกลืน เสียงสะอื้นเคล้าฝนหล่นอาบสาย

 

เจ็บแสนเจ็บเหน็บแน่นแค้นขื่นขม ซมซานซมขมขื่นหื่นกระหาย

สละสวยรวยร่างต่างผู้ชาย พลีร่างกายทอดเอาเท่าที่มี

 

เปลี่ยนผ้าถุงนุ่งกางเกงแต่งตัวโก้ แฟชั่นโชว์นำสมัยไม่หน่ายหนี

สังคมดังคลั่งไคล้ในทีวี                               ไฟแสงสีสลับสลัวจนมัวตา

 

คิดถึงแม่ที่แก่เฒ่าแกเฝ้าบ้าน                       ทรมานหัวใจแทบจะบ้า

สงสารน้องตัวน้อยคอยตั้งตา                        รอปีหน้าหวังว่าได้พบกัน

 

ล่วงเลยวันเวลาลูกลาแล้ว                            แม่น้องแก้วน้องหล้าอย่าเดียจฉันท์

หากชาติหน้ามีจริงคงพบกัน                         พร่ำรำพันคือเสียงจากฝากคำรพ

 

เจ้านกเขาน้อยบินข้ามเขาผ่านชายทุ่ง เมืองเชียงตุงเขตแค้วนแดนสงบ

ฝนสั่งฟ้าลาบางเลือนล้างลบ เก็บซากศพของเธอคือ "นกกลับนา"

 

 รัชนี รัตติกาล

 

 


 

 

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai