อีกฉบับที่ผ่าน "พ.ร.บ.ภาพยนตร์" ฉบับครบสูตร ทั้งแบน ทั้งเซ็นเซอร์

การประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติในวันที่ 20 ธ.ค. 50 ให้มติให้ผ่านพระราขบัญญัติภาพยนตร์และวีดิทัศน์เรียบร้อยแล้ว โดยสาระสำคัญของกฎหมายที่มีการแก้ไขเพิ่มเติมหลังกรรมาธิการของสนช.พิจารณา ได้แก่

 

หนึ่ง เรื่องการจัดเรทภาพยนตร์ ตามมาตรา 26 กำหนดการจัดประเภทภาพยนตร์ (เรทติ้ง) ออกเป็น 7 เกณฑ์ คือ

1) ภาพยนตร์ที่ส่งเสริมการเรียนรู้และควรส่งเสริมให้มีการดู

2) ภาพยนตร์ที่เหมาะสมกับผู้ดูทั่วไป

3) ภาพยนตร์ที่เหมาะสมกับผู้มีอายุตั้งแต่ 13 ปีขึ้นไป

4) ภาพยนตร์ที่เหมาะสมกับผู้มีอายุตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไป

5) ภาพยนตร์ที่เหมาะสมกับผู้มีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป

6) ภาพยนตร์ที่ห้ามผู้มีอายุต่ำกว่า 20 ปีดู

7) ภาพยนตร์ที่ห้ามเผยแพร่ในราชอาณาจักร

 

ทั้งนี้ มาตราดังกล่าว เครือข่ายภาพยนตร์เคยเสนอไว้ว่า ควรจะใช้ระบบเรตติ้ง และเมื่อใช้ระบบจัดเรทแล้ว ก็ไม่ควรมีการแบนภาพยนตร์มาใช้ซ้ำซ้อนกัน จึงเสนอให้ตัดเรื่องการแบนภาพยนตร์ หรือการห้ามเผยแพร่ภาพยนตร์ อย่างไรก็ดี ในท้ายที่สุด ข้อเรียกร้องดังกล่าวไม่เป็นผล

 

สอง เรื่องการเซ็นเซอร์ภาพยนตร์ เดิมทางเครือข่ายภาพยนตร์เสนอให้แก้ไขมาตรา 29 มิให้คณะกรรมการภาพยนตร์และวิดีทัศน์แห่งชาติ มีอำนาจในการแก้ไขหรือตัดทอนภาพยนตร์ แต่ข้อเรียกร้องนี้ไม่เป็นผล เพราะเนื้อความในกฎหมายยังคงเดิม ที่ให้คณะกรรมการฯ สามารถเซ็นเซอร์ภาพยนตร์ได้

 

แต่ได้แก้ไขหลักเกณฑ์ในการเซ็นเซอร์ จากเดิมที่ระบุถึง "ภาพยนตร์ที่มีเนื้อหาที่เป็นการบ่อนทำลาย ขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน กระทบกระเทือนต่อความมั่นคงของรัฐ หรือก่อให้เกิดความเสื่อมทรามทางจิตใจของประชาชน" ได้เปลี่ยนเป็น "ภาพยนตร์ที่มีเนื้อหาที่เป็นการบ่อนทำลาย ขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน 'หรืออาจ'กระทบกระเทือนต่อความมั่นคงของรัฐ และ "เกียรติภูมิประเทศไทย" "

 

สาม คณะกรรมการภาพยนตร์และวีดิทัศน์แห่งชาติ ในมาตรา 7 คณะกรรมมาธิการของสนช. ได้เพิ่มให้ 'ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ' และ 'ผู้แทนกระทรวงเทคโนโลยี สารสนเทศ และการสื่อสาร' เป็นคณะกรรมการภาพยนตร์และวิดีทัศน์แห่งชาติ

 

นอกจากนี้ คณะกรรมการฯ ยังประกอบด้วยนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน รมต.กระทรวงวัฒนธรรมเป็นรองประธานคนที่หนึ่ง รมต.กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเป็นรองประธานคนที่สอง ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ปลัดกระทรวงการคลัง ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน ผู้แทนกระทรวงกลาโหม และผู้ทรงคุณวุฒิอื่นๆ ที่รัฐมนตรีแต่งตั้ง

 

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง :

คนรักหนังขอเปลี่ยนม้วน "พ.ร.บ.ภาพยนตร์" ฉบับ โลกแคบ-ใจแคบ

 

 

อ่านประกอบ :

รายงานคณะกรรมาธิการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติภาพยนตร์และวิดีทัศน์ พ.ศ....

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์