บทความ แด่ ครป.และ คมช. : 15 เดือนจากรัฐประหารสู่การเลือกตั้ง กับปรากฏการณ์ "ขำกลิ้งลิงกับหมา"

มุกดา ตฤณชาติ


 


 


จากการรัฐประหาร19 กันยายน 2549 จนถึงการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 23 ธันวาคม 2550 รวมเป็นเวลา 15 เดือนเศษ ประชาชนไทยมีโอกาสได้เห็นกระบวนการทำงานที่สอดคล้องเข้าขาของสององค์กรที่มีพื้นหลังแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง


 


องค์กรหนึ่งคือกลุ่มนายทหารใหญ่ใกล้เกษียณที่อยู่ๆก็เกิดอดรนทนไม่ได้กับการบริหารประเทศของอดีตนายกฯทักษิณ เห็นว่ามีลักษณะสร้างความแตกแยก ทุจริตโกงกิน แทรกแซงองค์กรอิสระ และสุดแสนจะจ้วงจาบหยาบช้าต่อเบื้องสูง องค์กรนี้มีผู้นำหลายคนผลัดกันมาแสดงบทบาท มีกองทัพ ระบบข้าราชการและงบประมาณที่เรียกเก็บจากประชาชนเป็นกองกำลังหนุนหลัง กลุ่มบุคคลนี้ใช้ชื่อ คณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ ( คมช.)


 


อีกองค์กรคู่ขาที่ทำงานร่วมกันในลักษณะถ้อยทีถ้อยอาศัย ได้แก่ คณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) ซึ่งรื้อฟื้นขึ้นมาอีกครั้งเพื่อรณรงค์คัดค้านการรัฐประหาร 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2534 และรณรงค์แก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตย นายกฯ ส.ส. และ ส.ว.ต้องมาจากการเลือกตั้ง เป็นเรื่องแปลกว่า เมื่อเวลาผ่านเลยมา 15 ปี องค์กรนี้กลับ เรียกร้องนายกฯพระราชทาน สนับสนุนการรัฐประหา รและฉีกรัฐธรรมนูญ


 


เมื่อเปรียบเทียบแล้ว องค์กรนี้มีความแตกต่างจากองค์กรแรกอย่างสุดขั้ว จุดแข็งที่เข้ามาเสริมการทำงานเป็นทีมกับองค์กรแรกได้ก็คือ เป็นองค์กรขนาดเล็กแต่เริ่มมีชื่อเสียงติดตลาดจากเหตุการณ์นองเลือดพฤษภา 2535 รวมถึงการแสดงตัวเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์สินค้าแบรนด์เนมยี่ห้อ "องค์กรภาคประชาชน" อย่างต่อเนื่อง บวกกับลักษณะพิเศษของผู้นำที่มีความฉลาดเฉลียว เลี้ยวลด สามารถผลิตเหตุผลขึ้นมาแถลงข่าวเพื่อโจมตีตอบโต้ฝ่ายตรงข้ามได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ มีลักษณะเป็นกองกำลังแบบจรยุทธ


 


ศัตรูร่วมของสององค์กรข้างต้นถูกเรียกว่า "ระบอบทักษิณ" แม้ว่าการรัฐประหารจะทำให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร กลายเป็นอดีตนายกฯ และไม่สามารถกลับเข้าประเทศได้ แต่สององค์กรเสาหลักที่ค้ำจุนชาติบ้านเมืองเอาไว้ก็ยังมองเห็นว่า นโยบายต่างๆ และความนิยมที่ประชาชนมีต่อพรรคไทยรักไทยที่ถูกเรียกรวมว่า "ระบอบทักษิณ" เป็นเสมือนเชื้อโรคร้ายที่ต้องกำจัด


 


คมช. ซึ่งเป็นองค์กรที่มีแต่ชายชาติทหารได้ระดมกลยุทธ เล่ห์กลมนต์คาถา กลไกเครื่องมือต่างๆ ที่ตนควบคุมอยู่ สกัดกั้นโจมตี ไม่ให้อดีต ส.ส.ของพรรคไทยรักไทยกลับเข้ามามีอำนาจ แต่ในขณะเดียวกันกลับเห็นการสาวไส้ให้กากินภายในองค์กร มีเอกสารลับ คลิปวิดีโอลับ ฯลฯ ที่เปิดเผยกลยุทธเล่ห์เหลี่ยมของ คมช.หลุดออกมา ช่วยเรียกคะแนนความเห็นใจให้กับพรรคพลังประชาชนอย่างสม่ำเสมอ นอกจากคะแนนความเห็นใจที่ทาง คมช.มอบให้ พรรคพลังประชาชนแล้ว ก่อนการเลือกตั้งเพียงแค่ 3 วัน คมช.ได้ผลักดัน พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ ผ่านสภาฯ แถมให้เป็นเครื่องมือในการรวบอำนาจบริหารประเทศได้อย่างเบ็ดเสร็จ


 


ในส่วนของ ครป.ซึ่งในปัจจุบันได้มองเห็นอย่างถ่องแท้แล้วว่า นายกฯพระราชทานหรือการยึดอำนาจรัฐประหารเป็นวิธีในการพัฒนาระบอบประชาธิปไตยที่ดีกว่ากระบวนการรัฐสภาหรือรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง หรือนักการเมืองสีเทาที่พวกเขารังเกียจ ครป.ได้ทำหน้าที่ถนัดของเขา ก็คือการแถลงข่าวในทุกสถานการณ์การเมือง โดยอ้างว่ายึดมั่นในหลักการประชาธิปไตย แต่มีนัยยะแอบแฝงแทบทุกครั้งว่า ถ้าพรรคพลังประชาชนได้เป็นพรรครัฐบาลจะเกิดความสับสนวุ่นวายอีก ซึ่งประชาชนก็ยังคงจำได้ดีว่าหนึ่งในเงื่อนไขของการรัฐประหารครั้งที่ผ่านมา ก็คือการประกาศชุมนุมของพันธมิตรฯ ซึ่ง คุณสุริยใส กตะศิลา เลขาฯ ครป. ก็มีภาพเป็นหนึ่งในแกนนำการชุมนุม


 


ปัญหามีอยู่ว่าประชาชนกำลังรู้สึกว่าถูกกดดันข่มขู่โดย ครป. อยู่หรือไม่...? ในขณะเดียวกันก็อาจเกิดคำถามจากประชาชนถึง ครป. ว่า ประชาธิปไตยของ ครป.มีหน้าตาเป็นแบบไหน...?


 


หลังการเลือกตั้ง ตัวแทนของทั้งสององค์กรก็ออกมาให้ความเห็นชวนให้ขำกลิ้งกันอีกรอบ คุณสุริยะใส เลขาฯ ครป. สวมวิญญาน "ศรีธนญชัย" ตีขลุมเหมาเอาจากผลของการเลือกตั้งว่า พรรคอื่นๆ นอกจาก พรรคพลังประชาชนมีจำนวน ส.ส.เกินครึ่ง ทำให้เห็นว่าเสียงส่วนใหญ่ต่อต้านระบอบทักษิณ (1) ซึ่งไม่ว่าจะตรงหรืออ้อมก็เป็นการทำลายความชอบธรรมในการจัดตั้งรัฐบาลของพรรคพลังประชาชนนั่นเอง ...!


 


ส่วนพลเอกบุญรอด สมทัศน์ หนึ่งในแกนนำคณะรัฐประหาร และ รมว.กลาโหม ก็ออกมาแสดงภูมิรู้กับสื่อมวลชนว่า ตามประเพณีแล้วคนกรุงเทพฯจะเป็นคนเลือกนายกรัฐมนตรี (2) การแสดงความคิดเห็นของผู้นำการรัฐประหารคนสำคัญในครั้งนี้ ถือว่าสร้างความสั่นสะเทือนให้กับแวดวงวิชาการไทยอย่างถล่มทลาย นักวิชาการระดับพระกาฬหลายท่านที่ออกมาทำงานพิเศษหารายได้เสริมกับ คมช. ต้องรีบเดินทางกลับมหาวิทยาลัย เข้าห้องสมุดเพื่อค้นหาหลักฐานทางประวัติศาสตร์มายืนยันถึงความรอบรู้ของผู้นำท่านนี้


 


ประเด็นที่ดูว่าน่าจะเป็นตลกร้ายที่สุดในสังคมไทยก็คือ กระบวนการการทำลายล้างระบอบทักษิณโดยสององค์กรคู่หูคู่ฮา กลับสร้างปรากฏการณ์ที่น่าแปลกใจ จากการที่พวกเขาทุ่มโถมแรงกายและแรงสมองมากขึ้นเท่าไร ยิ่งกลับทำให้คนที่พวกเขากล่าวหาว่าเป็นอาชญากร คอร์รัปชัน ขายสมบัติชาติ และลบหลู่สถาบันชั้นสูง กำลังกลายเป็นวีรบุรุษในสายตาของประชาชน อดีต ส.ส.ไทยรักไทย และคนใกล้ชิดของคนที่เขาตั้งข้อกล่าวหา ทยอยเดินกลับเข้าสภาในฐานะผู้แทนราษฎรอย่างสง่าผ่าเผยกว่าครึ่งสภา กระแสความนิยมต่อพรรคพลังประชาชนสวนทางกับความปรารถนาของพวกเขา สิ่งที่พวกเขาทำลงไปทั้งหมดได้ช่วยลดค่าใช้จ่ายในการหาเสียงและกระสุนดินดำสำหรับพรรคพลังประชาชนลงไปอย่างมหาศาล


 


และสุดท้ายก็คือ คำว่า "กลุ่มอำนาจเก่า" ที่พวกเขาใช้เรียกหา กำลังกลายมาเป็น "กลุ่มอำนาจใหม่" ในขณะเดียวกันพวกเขากำลังจะกลายไปเป็น "กลุ่มอำนาจเก่า" แทน


 


ผู้เขียนมีข้อสงสัยว่า พวกเขายังมีสติพอที่จะสำเหนียกได้หรือไม่ว่า ประชาชนที่มาใช้สิทธิถึงร้อยละ74.45 เป็นการส่งสัญญาณบอกพวกเขาว่า ความปรารถนาดีที่พวกเขายัดเยียดให้ประชาชนมาปีกว่า ถือเป็นการกระทำที่พอเพียงแล้ว


 


เมื่อมองจากสายตาของคนที่อยู่ภายนอก ถึงความพยายามที่ประสบกับความล้มเหลวในบั้นปลายของ คมช.และ ครป. อาจทำให้ผู้ชมเกิดอารมณ์ขันเหมือนกับได้ดูอดีตรายการโทรทัศน์ยอดนิยม "ขำกลิ้งลิงกับหมา"


แต่ความซื่อสัตย์แสนรู้น่ารักจากผู้แสดงหลักของรายการขำกลิ้งลิงกับหมา เมื่อเปรียบเทียบกับความล้มเหลวของภารกิจและมูลค่าความเสียหายเพียงเล็กน้อย ย่อมได้รับการอภัยและทำให้เกิดความรู้สึกรักเอ็นดูและให้อภัยจากเจ้าของและผู้ชม


 


ผู้เขียนไม่มีความมั่นใจว่า ความเสียหายจาก "ปรากฏการณ์ขำกลิ้งฯ" ที่เกิดขึ้นในประเทศไทยในช่วง 15 เดือนที่ผ่านมานั้น ผู้ที่เข้าใจว่าตนเองเป็นเจ้าของประเทศจะมีความรู้สึกอย่างไร ...? และปรากฏการณ์ดังกล่าว จะสามารถเรียกเสียงหัวเราะและรอยยิ้มจากประชาชนที่เป็นเจ้าของประเทศตัวจริงได้เหมือนกับรายการขำกลิ้งลิงกับหมาหรือไม่ ...?


 


แต่สิ่งที่ผู้เขียนมั่นใจว่า คำพูดที่ผู้นำของทั้งสององค์กรข้างต้นอยากจะได้ยินเป็นที่สุดจากผู้เป็นนายของเขาคงจะได้แก่คำว่า


 


ไม่เป็นไรนะ...! พยายามเข้านะ...! เอาใหม่นะ...! คมช.คุง......!


ไม่เป็นไรนะ...! พยายามเข้านะ...! เอาใหม่นะ...! ครป.คุง......!


 


สุดท้ายนี้ผู้เขียนต้องกล่าวขออภัยล่วงหน้า หากวิธีการเขียนในบทความนี้มีลักษณะเปรียบเทียบ ล้อเลียน เสียดสี ซึ่งอาจสร้างความเสียหายหรือเสื่อมเสียภาพลักษณ์ ผู้เขียนจึงใคร่ขอกราบขออภัยบริษัทผู้ผลิตและนำเข้ารายการขำกลิ้งลิงกับหมา มา ณ โอกาสนี้



 


เชิงอรรถ


(1)   (1) "สำหรับผลการเลือกตั้งครั้งนี้เป็นที่น่ายินดีที่ฐานมวลชนของอดีตพันธมิตรประชาธิปไตยในหลายจังหวัดไม่ว่าจะเป็น กทม. ภาคกลาง ภาคตะวันตก ภาคตะวันออกและภาคใต้ ได้โหวตแสดงจุดยืนต่อต้านระบอบทักษิณอย่างเหนียวแน่น ซึ่งหากนับรวมคะแนนทั้งประเทศจากฐานกลุ่มการเมือง 3 กลุ่มที่มีปัญหากับระบอบทักษิณ คือ กลุ่มพรรคฝ่ายค้านเดิมพรรคประชาธิปัตย์ พรรคชาติไทย กลุ่มพรรคที่แตกตัวมาจากพรรคไทยรักไทยเดิมคือพรรคเพื่อแผ่นดิน พรรครวมใจไทยชาติพัฒนา และกลุ่มพรรคที่ขึ้นเวทีกับพันธมิตร คือพรรคมัชฌิมาธิปไตย พรรคประชาราช เมื่อรวมกันแล้วจะเห็นชัดเจนว่าเป็นจำนวนเสียงข้างมาก " สุริยะใส ตักศิลา เลขา ครป. 24 ธันวาคม 2550


 


(2)   (2) "ความเห็นส่วนตัวเชื่อว่าประชาธิปัตย์ถือว่าเป็นผู้ชนะในการเลือกโดยเฉพาะใน กทม. ซึ่งมีประเพณีที่ว่าผลการเลือกตั้งใน กทม.เป็นตัวชี้ขาดว่าใครจะได้เป็นนายกฯ เมื่อผลออกมาอย่างนี้ พรรคพลังประชาชนมีสิทธิตั้งรัฐบาลไปก่อน ถ้าตั้งไม่ได้ประชาธิปัตย์ก็มีสิทธิตั้งรัฐบาล ต้องรอการจับขั้วการเมือง จะชัดขึ้นเรื่อยๆ มีความเชื่อลึกๆ ว่าประชาธิปัตย์จะจัดตั้งรัฐบาลได้ เพราะคนกรุงเลือกพรรคประชาธิปัตย์ให้เป็นนายกรัฐมนตรี" พล.อ.บุญรอด สมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2550 มติชน

บ้าฉิบห่...

อ้าว....อ่านแทบตาแฉะ เขียนเล่นดอกรึ

ทำไมคล้ายนัก...บ้าฉิบห่... [emo5.gif]

แฟนประชาไท

ขอบคุณเจ้าของบทความนี้คือ คุณมุกดา ตฤณชาติ

ความงดงามขององค์กรทางประชาธิปไตยที่เคยมีเกียรติภูมิสูงเด่นอย่าง ครป.ที่เคยยืนหยัดต่อต้านการรัฐประหารไม่ว่ายุค 2522หรือหลัง2534ได้ถูกทำให้หม่นมัวจากนักอนาธิปไตย ที่เป็นเศษเดนความล้มเหลวของ พคท.ที่สะท้อนผ่านพลพรรคบางส่วนของ พคท.เช่น สุวิทย์ วัดหนูและอดีตแนวร่วมของ พคท.เช่น พิภพ ธงชัย และคนหนุ่มสาวที่เคยแสดงตนเป็นนักต่อสู่เพื่อประชาธิปไตยช่วง
เหตุการณ์ พฤษภา35อย่างสุริยะใส กตศิลาเป็นต้น.

ถึงเวลาหยือยังที่จะต้องร่วมกันชำระสะสางความชั่วร้ายของพวกอนาธิปไตยที่ปากยังร่ำร้องประชาธิปไตยเหล่านี้ เอากันตั้งแต่รุ่นใหญ่ อย่าง สุลักษณ์ ศิวรักษ์ ประเวศ วะสี เสน่ห์ จามริก ชัยอนันท์ สมุทวานิช ปราโมทย์ นาครทรรพ์ สัมผัส พึ่งประดิษฐ์ฯลฯตลอดมาถึงรุ่นกลาง ธีรยุทธ บุญมี ประสาร มฤคพิทักษ์ สมชาย หอมละออ นิรันด์ พิทักษ์วัชระ โคทม อารียา พิรุณ ฉัตรวนิชกุล คำนูญ สิทธิสมาน ประพันธ์ คูณมี โดยเฉพาะพวกขาใหญ่ที่ซ่อนตัวพ่นพิษอยู่ในแวดวงสื่อมวลชนและในคราบนักวิชาการ

ถึงเวลาแล้วยัง?

ขอบคูณเจ้าของบทความอีกตรั้งหนึ่ง

J o r n

อ่านแล้วก็ เห็นภาพตามก็ขำดี

ตลก ตรงที่เวลา พวกทหารพูดอะไรมา
แม้ว่าจะน่าเกลียด ไร้หลักการขนาดไหน
ครป.ก็ต้องรีบหาวิธีพูดปกป้องทุกครั้ง

แต่ที่เจ็บใจคือ คนพูดดันเป็นเลขาฯ
คณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย

ถ้าเป็นชาวบ้านพูด จะไม่ช้ำใจเท่านี้

Gneisenau

ที่เมืองไทยเรามี บังคุง กับ เปมส์ อิอิ.....

surapol

i have my own words.But yours are the best.You said it alls,mine may be onefourth of yours.Thanks, keep doing your great works.Happy new year to you.

โลกหมุนกลับ

คุณ คคหที่ 2 ครับ

ขาใหญ่อย่าง อ.นิธิ อ.เสน่ห์ โดนแล้วบ่อย ๆ ด้วย แต่เสาหลักอย่าง อ.สุลักษณ์ หมอประเวศ ยังแค่โดนประปรายครับ

ความจริง คนพวกนี้เป็นผู้มีพระคุณต่อผม เพราะพวกเขาทำให้ผมมีชีวิตทุกวันนี้ อย่างที่ตัวเองภูมิใจ มีความสุขตามสมควร

อ.สุลักษณ์ เคยพูดว่า ลึก ๆ แล้วท่านไม่นิยมประชาธิปไตย ท่านเป็นอนาธิปัตย์ เพิ่งเห็นความเลวร้ายของลัทธินี้ ก็คราวนี้นี่เอง ปากท่านอ้างเยาวชน มหาชน แต่ใจคิดแทนเขา ทำลายทุกอย่างได้หมดถ้าสามารถทำได้ เพียงเพราะเขาไม่ได้ดังใจ อ.สุลักษณ์ ถึงกับยกเอาความจงรักภักดีมาโจมตีทักษิณ ด้วยคำพูดไม่ต่างจากที่ตัวเองเคยถูกพวกปฏิกิริยาล้าหลังโจมตี

ไทย

อย่าลืมนะพรรค ปชป ก็เป็นแรงส่วนหนึ่งในการเกิดเหตุการณ์ที่ผ่านมาด้วย เล่นแง่แล่นงอนเป็นเด็กอมมือระดับชาติไม่เปลี่ยนแปลงเลย เมื่อไรจะมีวุฒิภาวะในขั้นผู้บริหารแผ่นดินซะที เปลี่ยน Look ใหม่เป็นความหวังของประเทศบ้างเถิด ดีกว่าเล่นบทผู้ร้ายในวงการอยู่เลยเห็นหน้าก็เกรียดจะตายถ้าได้เป็น รบ.มิต้องอดทนอดกลั้นเห็นไอ้ตัวร้ายบนหน้าจอทีวีอีกนานสงสารประเทศไทยจริงๆ

คนท่าจีน

ยังมีวาทกรรมเด็ดๆอีกอัน ที่เรามิตร สหายร่วมรบ กระทำกับมิตรสหายร่วมรบ
" ....คุณต้องรู้ว่า นี่มันเป็นสงคราม...."
ยุค ศรีอาริยะ นักคิด(เอาเอง) บอกถึงที่มาของข้อกล่าวหาในเรื่อง มานุษยาดอดคอม ที่ยัดข้อหาหมิ่นฯไปที่ 4 อ.
4 อ. ที่ครั้งหนึ่ง เป็นสหายร่วมรบ ที่เคยเอื้ออาทรกันในป่าในเขา
เพียงเพราะเห็นว่า วิกฤ๖ครั้งนี้ เป็นสงคราม ที่ต้องเอาชนะคะคานกันให้ได้ ด้วยเล่ห์ ด้วยกล ด้วยการทำต อ แ ห ล
ทำให้อดีตสหายเรา หน้ามึด ตามัว กล่าวหาสหายเราอย่างไม่อาย ด้วยข้อหาที่ร้ายแรงยิ่งเช่นนี้

เมื่อปะหน้าคนที่ตนกล่าวหา คำตอบที่ให้กับผู้ถูกกล่าวหา ยังเป็นคำปลอบใจแบบ...ย ว่า คุณต้องเข้าใจว่า นี่มันเป็นสงคราม

ดุษฎีบัญฑิตที่ศึกษามาทางด้านระบอบโลก ให้คำตอบอย่างแหลมคมยิ่ง กับเราภายหลังทำต อ แ ห ล แล้วให้เราต้องทำความเข้าใจในทฤษฎีที่จะเอาชนะข้าศึกในสนามรบว่า ต้องไม่มีคุณธรรม จริยธรรม และธรรมใดกับคู่ต่อกร ไม่ว่า กาลนั้น จะเป็นสงคราม หรือเพียงความขัดแย้งทางความคิด

ทฤษฎี ที่ปรมาจารย์ยุค สอนเราคือ ให้ถือว่า มันเป็นสงคราม สงคราม ที่ต้องเอาชนะ ด้วยทั้งเล่ห์ และกลโกงทุกรูปแบบ ด้วยการเสกสรรคปั้นแต่งเรื่อง ด้วยการทำต อ แ ห ล กลางเมืองก้อสมควรทำ

ยุค ศรีอาริยะ หรือเทียนชัย วงค์ชัยสุวรรณ

ได้สร้างวาทกรรมแก่มิตรสหายในวิกฤตครั้งนี้ว่า .ณต้องเข้าใจว่า นี้มันป็นสงคราม"

masterofed

ขำ แต่ หัวเราะไม่ออก

ธง

ครป. ย่อมาจาก "คณะกรรมการรณรงค์เพื่อรัฐประหาร"

noom^*

[emo2.gif]

ตอนนี้เราก็คงต้องรอดูซิว่าเจ้าของลิงขี้กากและหมาขี้เรื้อนมันจะทำยังไงต่อไป ในเมื่อประชาชนรู้กึ๋นมันหมดแล้ว ดูซิว่ามันจะบ้าตายหรือเปล่า

[emo2.gif]

นักศึกษาใหม่

-ขอบคุณผู้เขียนบทความให้ความรู้แง่คิดดี
-รบกวนความเห็น9 ช่วยกรุณาให้รายละเอียดเกี่ยวกับยุค ศรีอาริยะกับพันธมิตรฯหน่อยได้ไหมครับ ไม่เคยทราบคำพูดเช่นนี้ของยุคมาก่อน เพราะทราบแต่ว่าตอนหลังเห็นเขาสนใจธรรมะไม่ใช่หรือ ขอบคุณมากครับ

อนาธิปัตย์ฮาเฮ

พวกนี้ไม่ใช่อนาธิปไตยครับ อนาฯ ไม่ยืดอำนาจใคร

ค้นคนค้น

อย่าลืมสายเพื่อชีวิต คาราวาน ควายแดง พลพรรคศิลปิน (ตอแหล) ทั้งหลาย พวกพี่แกจะมั่วนิ่มลอยตัวตลอด

จ่อย

ขำ..สุริยสัย ว่าประชาชนส่วนใหญ่ไม่เอาทักษิณ ลองให้เลือกตั้งเป็นปกติสิครับ นี่ยังไม่ได้ให้ทักษิณมาลงเลือกตั้งโดยตรงนะครับ ถ้าทักษิณได้ลงเลือกตั้ง อีกพรรคไม่เห็นฝุ่นแน่ ชู90วันก็แล้ว นายกซื่อสัตย์ก็แล้ว ตอนนี้มีอย่างเดียว ให้ทักษิณมาเป็นหัวหน้าพรรคเถอะ ไม่งั้นก็เรียกหานายกม.7อีก

ระวังดีแตก

คห 8 พูดได้เกือบดีแล้ว พยายามอีกหน่อย

ชี้ข้อมูลหน่อยนะ ใอรมณ์ลดลงหน่อย

ดีแล้ว...เอ๋ยเกือบดี.........

ระวังดีแตกด้วยนะ... [emo2.gif]

ระวังดีแตก

คห 8 พูดได้เกือบดีแล้ว พยายามอีกหน่อย

ชี้ข้อมูลหน่อยนะ ใอรมณ์ลดลงหน่อย

ดีแล้ว...เอ๋ยเกือบดี.........

ระวังดีแตกด้วยนะ... [emo2.gif]

ภูมิปัญญาพอเพียง

ผมไม่ใช่ คห.8 นะ แต่เคยอ่านที่ยุคเขียน(แก้ตัว) เรื่องนี้ในเว็บ ผจก. ครับ

ส่วนตัวผมเห็นด้วยกับ คห.8 มา รวมทั้งเรื่องการเป็น "นักคิดเอาเอง" ซึ่งอาจเป็นปัญหาของเทียนชัยที่น่าจะมีความรู้ทางวิทยาศาสตร์ค่อนข้างน้อย แต่พยายามเอาแนวคิดทาง math/physics มาเขียน เอา chaos theory มามั่วจนกลายเป็น deterministic theoty ไปเลย

ที่จำได้อีกอย่างคือยุคเคยเขียนที่คนอ่านสามารถสรุปได้ว่า พวกที่เน้น ปชต. และค้านรัฐประหาร เป็นพวกสุดโต่ง (เพราะไม่ประนีประนอม หรือ ยึดทางสายกลาง)

เชียร์ คห 18

เออ..คห18 คุณไม่ใช่ คห 8

คุณก็พูดได้ดี...ดี...ยุค ศรีฯ มันก็งั้น..งั้น

คุณเก่งมากนะ.....เฮอะ..เฮอะ...เก่งฉิบ.ห่ [emo2.gif][emo2.gif]

กง กง

(ประชาไทปิดความคิดเห็นนี้เนื่องจากมีข้อความที่ไม่เหมาะสม)

คห 20 ใจเย็นหน่อยพวก

“ในหลวง” พระราชทานพรปีใหม่ 2551 แก่พสกนิกรชาวไทย
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานพรปีใหม่ พ.ศ.2551 แก่ปวงชนชาวไทย ทรงเตือนสติให้คนไทยสามัคคี ทำหน้าที่ของตนเองให้ดี ช่วยกันประคับประคองบ้านเมืองให้ไปด้วยดีและเป็นปึกแผ่น ร่มเย็นเป็นสุข ไม่คิดถึงแต่ประโยชน์ส่วนตัว ผ่อนปรนเข้าหากัน และอย่าก่อปัญหา สร้างเงื่อนไขที่จะสร้างความไม่สงบและแตกแยกในบ้านเมือง

แค่ได้ยิน

ปรองดอง กับสัด ที่ฟังภาษามนุษย์ไม่ออก หรือไม่เคยกระดิกหูฟัง มันจะมีประโยชน์อะไรกันครับ คห.21
คนที่ทำอย่างงั้น เขาจะเรียกว่าใช้สมองไหม เพราะในที่สุดก็จะตายด้วยความกรุณาปราณีนั่นแหล่ะ

YSOSTUPID

คุณ มุกดา ตฤณชาติ ครับ
บทความของคุณถือเป็น สคส.ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ให้กับคนไทยและชาวเน็ทอย่างพวกผมครับ

ราม ๑ ว ๒

ภาคประชาชนแตกแยก
พวกเราพร้อมที่จะประหัตประหารกันเอง
นายทุนโต
ทหารโต
นักการเมืองโต
ศักดินาโต
อนิจจาพี่น้องเรา
คนกิจกรรม ม.ราม

ภูมิปัญญาพอเพียง

คห. 16 17 19 ซึ่งเข้าใจว่าเป็นคนเดียวกัน
ถ้าอยากจะแก้ต่างให้ตัวคุณเองหรือยุค/เทียนชัย มีปัญญาก็เสนอมาได้ครับ ถ้าไม่ใช่ได้แค่เขียนด่า (หรืออาจจะมีตรรกว่าด่าไปเรื่อยๆ บ่อยๆ แล้วจะกลายเป็น chaos ที่นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงจากฟากหนึ่งเป็นอีกฟากหนึ่งแบบที่ยุคชอบอธิบาย ผมก็มิอาจทราบได้)

ส่วนที่พยายามสื่อในทำนองที่ว่าผมเป็นคนเดียวกับ คห.8 ขอแจ้งให้ทราบว่าไม่ใช่ ผมใช้ชื่อนี้ในเว็บนี้ตลอด (จริงๆ ผมมองไม่เห็นเหตุผลว่าทำไมคุณต้องสนใจประเด็นนี้ แต่ก็ช่างคุณเหอะ) ส่วนคุณจะเชื่อหรือไม่ก็ your problem

ภูมิปัญญาพอเพียง

ผมลองไปค้นพบว่าบทความที่ คห.8 อ้างถึง และที่ผมเขียนถึงพอดีเป็นอันเดียวกันคือ
คิดแบบเต๋าๆ:สงคราม กับ สันติภาวะ (2)
โดย ยุค ศรีอาริยะ 9 มกราคม 2550 18:01 น.
ขอตัดมาให้แค่บางตอน

“สำหรับนักหลักการนิยม มักบ้าหลักการ ถ้าหลักการดีและหลักการถูกต้อง ก็ต้องยืนหยัดประกาศหลักการ ทำตามหลักการ ผลออกมาจะเป็นอย่างไรก็ช่างหัวมัน …

หรือพูดง่ายๆ ทฤษฎีตะวันตก และหลักการส่วนใหญ่ จะวางอยู่บนฐานของลัทธิตัวกู-ของกู ชนชั้นกู พวกกู ชาติกู ศาสนากู และหลงใหลในอวิชชาว่าด้วยสงคราม หรือการต่อสู้เอาชนะ ทำลายฝ่ายตรงข้าม

ประมาณต้นเดือนที่ผ่านมา ผมเจอเพื่อนคนหนึ่ง ที่ตกเป็นเหยื่อของสงคราม อาจจะเพราะท่านเป็นภรรยาของนักการเมืองท่านหนึ่งที่ทำงานใกล้ชิดกับคุณทักษิณ จึงถูกกล่าวหาว่าได้ส่งเงินไปสนับสนุนกลุ่มมนุษยะ ดอท คอม ที่ต่างประเทศ ซึ่งกลุ่มนี้ถูกกล่าวหาว่าโจมตีสถาบันกษัตริย์

ท่านถามผมทำนองว่า

“การที่มีคนกล่าวหาท่าน และครอบครัวท่านในสิ่งที่ท่านไม่ได้ทำ ถูกหรือ”

ผมตอบท่านว่า

ทั้งหมด เกิดจาก “สงคราม”

ความจริงแล้ว ถ้าผมจะตอบว่า “ผิด” ก็ตอบได้ง่ายๆ แต่ผมไม่ชอบคำว่า ผิด หรือ ถูก เพราะจิตใจและพฤติกรรมของมนุษย์นั้นสลับซับซ้อน ผันแปร และยากเกินกว่าจะแยกแยะ จัดประเภท

“ถูก” สำหรับคนคนหนึ่ง ก็อาจจะหมายถึง “ผิด” สำหรับอีกคนหนึ่ง เพราะแต่ละคนล้วนมีเหตุผลหรือหลักการที่ยึดไม่เหมือนกัน

ในโลกแห่งสงครามนั้น โลกจะถูกแบ่งออกเป็น 2 ฝ่าย และทั้งสองฝ่ายจะใช้ทุกวิธีการ ไม่ว่า ถูก หรือ ผิด เข้าทำลายกัน

นี่คือ ที่มาของ Pragmatism แบบที่ไม่ดี ที่อาจารย์ธงชัยกล่าวถึง กล่าวคือ “ใช้” อะไรก็ได้ รวมทั้งวิธีที่ชั่วร้าย เพื่อให้ได้มาซึ่งชัยชนะ

จุดที่ผมคิดต่างจากอาจารย์ธงชัยคือ ไม่ใช่ “ฝ่ายปัญญาชน(ส่วนหนึ่ง)” ที่ต่อต้านทักษิณเท่านั้น ที่ตกเป็นเหยื่อของสงคราม และใช้วิธีเลวร้ายทำลายฝ่ายตรงข้าม แต่ “ฝ่ายทักษิณ” เองก็ใช้

ปัจจุบัน งานของอาจารย์ธงชัยเองได้กลายเป็น “เครื่องมือ” ของฝ่ายหนึ่ง ใช้เป็นข้ออ้างทางทฤษฎี เพื่อทำลายอีกฝ่ายหนึ่ง

ทำไมคนที่หลงในสงคราม จึงต้องกลายเป็น Pragmatism แบบไม่ดีเลย คำตอบคือ ทุกคนที่อยู่ในโลกของสงคราม จะถูกครอบด้วยความ “กลัว” อย่างยิ่ง เช่นกลัวว่า ถ้าแพ้ ทั้งตัวเอง ครอบครัว และพรรคพวกก็จะถูกจัดการ ถูกฆ่า และถูกทำลาย

ดังนั้น สงคราม ในตัวเองคือขบวนการสร้างปีศาจสงครามขึ้น ถ้าเราไม่มี “ใจ” ตระหนักรู้ หรือมีสติรู้ตัว เราก็หนีไม่พ้นที่จะกลายเป็นปีศาจสงคราม

เรามักไม่ตระหนักรู้ว่า ไม่ว่า เราจะชนะ หรือแพ้สงคราม
สงครามได้ทำลายความเป็นมนุษย์ของ เราไปด้วย

ที่สำคัญ สงครามไม่เพียงแต่ก่อให้เกิด “ปีศาจแห่งสงคราม” เท่านั้น ยังผลิตหลักการหรือทฤษฎีมากมายขึ้นมาบนฐานความเชื่อเรื่องสงคราม

ก่อเกิดหลักการแบบ ขาว และดำ หรือ ดี กับเลวสุดๆ ขึ้น
….
บางคนก็หลงคลั่งหลักการประชาธิปไตย ราวกับว่า นี่คืออุดมการณ์สูงสุด สุดยอดของมนุษยชาติ

มนุษย์ที่ยึด “หลักการ” หรือทฤษฎีที่เกิดจากโลกของสงคราม จึงกลายเป็นคนสุดขั้ว

ไม่ “ซ้าย” จัดๆ ก็ “ขวา” จัดๆ หรือไม่ก็ “ประชาธิปไตย” จัด จิตใจตกหลงอยู่ในโลกของความเกลียด เกลียด และเกลียด จนกลายเป็นคนสุดขั้วไป”
-------------------------
ส่วนที่ผมเห็นว่าบิดเบือนอย่างชัดเจนคือการกล่าวหาว่า คนที่ยึดหลักการ(ประชาธิปไตย) เป็นพวกเดียวกับ “ซ้ายจัด” และ “ขวาจัด” ส่วนๆ

ล้างพอร์ท

สิ่งที่ทำให้ทั้ง คมช. และครป. ที่มีรากต่างกัน กลับมาเดินบนเส้นทางเดียวกัน ก็คือสถาบันกษัตริย์

เพราะนี่คือ coup for the King

เกาทัณฑ์สยบฟ้า

แตกต่าง แต่ไม่แตกแยก
เป็นข้อวิจารณ์ที่ดีครับ

หม่องกระโจ๊วเผี่ยว

อาจารย์ยุต หลงยุคไปไกลมากแล้วครับ

เขามีรากฐานความคิดมาจากคนที่ไม่ยุ่งเกี่ยวกับการผลิต

เขาพูดเต็มหุหม่องเลย

เขาว่ากรรมกรอย่าหม่องมีนิดเดียว

ขณะที่ชนชั้นกลางมีมากขึ้นและเลี้ยงสังคม

เขาชี้หน้าหม่องแล้วด่าหม่องว่า "จะให้กรรมกรนำสังคมไม่ได้..เพราะกรรมกรรู้แต่ทฤษฎิมาร์ซีส ไม่รู้จักทฤษฎีที่ยุ่งเหยิง แบบเคออส แบบเต๋า"

เขาบอกว่าโลกไม่ได้เปลี่ยนแปลงบนกฎเกณฑ์พลังการผลิตและความสัมพันธ์ทางการผลิต

แต่โลกเปลี่ยนแปลงตามแนวคิดอะไรก็ได้ เป็นแนวคิวเชิงวัฒนธรรม...ไม่ใช่เศรษฐกิจอะไรหรอก...เช่นคนอยากอยู่แบบพอเพียง เดี๋ยวมันก็พอเพียงตามๆกัน

คนชอบสมาธิเดี๋ยวก็มานั้งทำสมาธิกัน

วันนั้น ยุคแทบจะถีบหม่องออกจากห้องประชุม

เพราะไปถามเขาว่า "การต่อสู้ทางชนชั้นมีไหมครับ ท่านยุค"

เขาตาขวาง "บอกว่า การต่อสู้ทางชนชั้นไม่มีแล้ว ถ้ามีก็เพ้อฝัน เพราะมนุษย์ทุกคน รวมทั้งกษัตริย์ก็ต้องถูกน้ำท่วมโลก ไม่มีบัลลังก์นั่งเหมือนกัน"

สรุปทุกคนเท่าเทียมกันทางด้านกฎหมาย เศรษฐกิจเรียบร้อยแล้ว

จากนั้นหม่องก็ต้องเอาน้ำส้มไปส่งให้ยุคดื่ม

แต่หม่องไม่ได้เตรียมสารหนูไปด้วย

หูหนักไม่ใจง่าย

สำหรับพวกเราผู้รับข้อมูลข่าวสาร ขอให้หนักแน่นคิดให้รอบคอบ อย่าหูเบาและใจง่ายตามพวกเขาง่าย ต่อให้เขาพูดเขาอธิบาย โน้มน้าว ชักจูงและกรอกหูขนาดไหนเราก็ตรึงตรองดูก่อน ไม่เช่นนั้นเราจะตกเป็นเครื่องมือเขา คนที่ตาย คนที่หายก็พวกเรา เมื่อครั้ง 16 ตุลา พฤษภาทมิฬ ตาย หายไปกี่คน ใครได้ประโยชน์ ญาติพวกเรา ตาย หายไปอย่าไปคิดว่าเพื่ออุดมการณ์ ประชาธิปไตย อย่าเอาชีวิตไปแลกกับสิ่งสมมุติเหล่านี้ เพราะชีวิตมีค่ากว่าสิ่งสมมุตินะ อย่าลืมเพราะผมเป็นห่วงมากเพราะคนทุกวันนี้หลงสมมุติจนลำบาก จนตายก็เยอะมาก ความจริงคือมีชีวิตอยู่เท่านั้นจึงจะมีค่ากับตัวเอง

*-*

เห็นด้วยค่ะที่ว่าบทความนี้อาจนำมาสู่การเสียภาพลักษณ์...ของลิงกับหมา 555+

เอาน่า...ไม่ว่ากัน

จะเด็ด

จับแพะชนแกะเก่งจังคุณมุกดา อ่านแล้วขำๆ อย่างชื่อเรื่อง มุมที่คุณเขียน ก็คงเทียบเคียงได้กับเว็บประชาไท แนวร่วมคู่ขนานกับทุนสามานย์ อย่างระบอบทักษิณ อย่างไงอย่างั้นหละ
เออว่างๆ คุIมุกดาบอกชื่อจริงก็น่าจะดีน่า อย่าอีแอบเลยตรงไปตรงมาจะดีกว่าไม่ต้องกลัวหรอก จะได้ชื่นชมถูกคน 555

แฟนประชาไท

หยุดปีใหม่เลยมีโอกาสดูไฟล์เก่าๆเท่าที่พอมี และข้อมูลที่แปะไว้ข้างล่างนี้จะสมบูรณ์มากหากมีรูปประกอบที่แสดงความแนบแน่นระหว่างกลุ่มคนที่เรียกว่า "ภาคประชาชน"เป็นรูปที่เข้าใจว่าเป็นงานฉลองปีใหม่ที่บ้านเชื้อพระวงศ์ผู้หนึ่งเป็นการฉลองปีใหม่หลังการรัฐประหาร 19 กย.49

หากใครยังมีรูปเหล่านั้นไว้ หากไม่ลำบากนักลองมาดูกันดีๆอีกครั้งเพื่อให้บทความนี้มีชีวิตชีวายิ่งขึ้น

จะได้เป็นบทความแห่งปีเพื่อเปิดโปง วิญญูชนจอมปลอม

อ.ยงยุพลักษณ์ ให้สัมภาษณ์ ในรายการเรื่องเล่าเช้านี้ เวลา 7.15 น. 06 มี.ค. 49 ว่า

"ตัวเองมีความรู้ความรู้จริง ต่างกับชาวนาที่เขาขี่เเกวียน ซึ่งไม่มีความรู้
เพราะฉะนั้นเสียงส่วนใหญ่จึงต้องฟังเสียงส่วนน้อยที่ฉลาดกว่า"
ม.ร.ว.ยงยุพลักษณ์ เกษมสันต์ อดีตอาจารย์คณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ กล่าวต่อว่า
ขณะนี้ในกลุ่มราชนิกุลได้ตื่นตัวและพูดคุยแสดงออกถึงสถานการณ์บ้านเมืองในปัจจุบันอย่างเข้มข้นซึ่งมีราชนิกุลหลายคนที่มีความเห็นเช่นเดียวกับตนว่า
ทางออกที่ดีที่สุดคือการขอพระบรมราชวินิจฉัยโปรดเกล้าฯ
แต่งตั้ง นายกฯ พระราชทาน เพื่อจะให้มีรัฐบาลชั่วคราวมาแก้ไขรัฐธรรมนูญ
และก่อให้เกิดการดำเนินกิจกรรมทางการเมืองที่เป็นธรรมต่อทุกฝ่ายต่อไป
ซึ่งตนเกิดเป็นคนไทย และอยู่ในเมืองไทยเมื่อเกิดสถานการณ์ความแตกแยกในประเทศแล้ว จึงคิดอยากจะตอบแทนบุญคุณประเทศชาติเชื่อว่าการถวายฎีกาจะก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงและปัญหาคลี่คลายลงได้

ลองฟังความเห็นของ ม.ร.ว.รำพิอาภา เกษมศรี
หนึ่งในผู้ร่วมลงชื่อถวายฎีกา
"นั่งอ่านหนังสือ เห็นว่ามีการทุจริตมากมาย"
"สิ่งที่น่าห่วงอีกอย่าง คือการที่รัฐบาลเข้าไปแทรกแซงสื่อ
ทำให้คนต่างจังหวัดไม่ทราบความจริง
เพราะได้ดูจากทีวี และวิทยุ ซึ่งไม่มีความจริง
แต่พวกเราอ่านหนังสือพิมพ์ จึงเข้าใจทุกเรื่อง"

-----------------------------------------------------------------------------------------

5 มีนาคม 2549
ขอเดชะฝ่าละอองธุลีพระบาทปกเกล้าปกกระหม่อม
ตามที่พันตำรวจโททักษิณ ชินวัตร ได้ใช้อำนาจตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ทำการยุบสภา โดยมิได้มีเหตุอันควรที่ถือธรรมเนียมปฏิบัติ ตามครรลองของระบบรัฐสภา การกระทำดังกล่าวนอกจากจะเป็นการทำลายระบบรัฐสภาแล้ว ยังทำให้สถานการณ์เลวร้ายลงไปอีก ประชาชนได้มาชุมนุมมากขึ้นเป็นลำดับ กลุ่มบุคคลผู้หวังดีต่อประเทศชาติหลายกลุ่มเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีลาออก แต่ก็ไม่เป็นผล นายกรัฐมนตรีกลับสั่งให้มีการระดมประชาชนเพื่อมาสนับสนุนตนเอง โดยไม่ใส่ใจต่อคำเรียกร้องของประชาชน
บัดนี้ พรรคฝ่ายค้านได้ตกลงร่วมกันไม่ส่งผู้สมัครรับเลือกตั้ง ซึ่งน่าจะทำให้พรรคไทยรักไทยกลายเป็นพรรคการเมืองพรรคเดียวในสภา การต่อต้านของประชาชนจะมีมากขึ้นทั้งก่อนระหว่างและหลังการเลือกตั้งนำไปสู่สภาวการณ์ที่ไม่เป็นผลดีต่อประเทศชาติ
ข้าพระพุทธเจ้าไม่เห็นทางออกใดนอกจากการขอพระราชทานพระบารมีปกเกล้าปกกระหม่อมขอพระมหากรุณาเป็นที่พึ่งขอพระราชทานพระบรมราชวินิจฉัยนำจารีตประเพณีการปกครอง ตามมาตรา 7 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540 มาใช้ เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนมีรัฐบาลชั่วคราวทำหน้าที่แก้ไขรัฐธรรมนูญและดูแลเลือกตั้งให้เป็นไปอย่างบริสุทธิ์ยุติธรรม เป็นการเริ่มต้นกิจกรรมทางการเมืองตามระบอบประชาธิปไตยใหม่ โดยพรรคการเมืองทุกพรรคมีโอกาสในการแข่งขันอย่างเท่าเทียมและบริสุทธิ์ยุติธรรม

ควรมิควรแล้วแต่จะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม

ข้าพระพุทธเจ้า
นายแพทย์มงคล ณ สงขลา
ม.ร.ว. ยงยุพลักษณ์ เกษมสันต์ ขอเดชะ

รายนามผู้ขอพระมหากรุณาเป็นที่พึ่งพระราชทานพระบรมราชวินิจฉัย
จารีตประเพณีการปกครอง
ตามมาตรา 7 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540
ศาสตราจารย์ ดร.ระพี สาคริก
อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
ดร.เสนาะ อูนากูล
อดีตรองนายกรัฐมนตรี, อดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย และอดีตเลขาธิการ คณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
นายวีระวัฒน์ ชลายน
อดีตผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย
ศาสตราจารย์ ดร.ชัยอนันต์ สมุทวณิช
ผู้บังคับการโรงเรียนวชิราวุธวิทยาลัย
นายแพทย์ไพโรจน์ นิงสานนท์
อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข
ดร.ปราโมทย์ นาครทรรพ
คุณหญิงจารุวรรณ เมณฑกา
ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน

รองศาสตราจารย์ ดร.ต่อตระกูล ยมนาค
ประธานกองทุนสื่อประชาสังคมด้านคอร์รัปชั่น
นายกล้านรงค์ จันทิก
อดีตเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ
นายอัษฎา ชัยนาม
อดีตผู้แทนถาวรไทยประจำองค์การสหประชาชาติ
ดร.วุฒิพงษ์ เพรียบจริยวัฒน์
กรรมการผู้อำนวยการสถาบันสหสวรรษ
รองศาสตราจารย์ ดร.ธีรภัทร์ เสรีรังสรรค์
นายกสมาคมรัฐศาสตร์แห่งประเทศไทย
รองศาสตราจารย์ ดร.สังศิต พิริยะรังสรรค์
ประธานกรรมการหลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต
นายกษิต ภิรมย์
อดีตเอกอัครราชทูตไทยประจำสหรัฐอเมริกา
นายสุเทพ วงค์กำแหง
ศิลปินแห่งชาติ
พลโท ทวีสิทธิ์ หนูนิมิตร
อดีตที่ปรึกษากองทัพบก
นายแพทย์ ปัญญา สอนคม
อดีตอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข
นายแพทย์บรรลุ ศิริพานิช
อดีตรองปลัดกระทรวงสาธารณสุข
นายแพทย์สวัสดิ์ ศรีสกุลเมฆี
อดีตนายแพทย์ใหญ่จังหวัดนครศรีธรรมราช
นายแพทย์มรกต กรเกษม
อดีตเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข
นายแพทย์อุลิต ลียะวณิช
อดีตอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์
แพทย์หญิงจุรี นิงสานนท์
อดีตผู้เชี่ยวชาญพิเศษสาขากุมารเวช
นางดวงใจ สอนคม
หัวหน้าพยาบาลโรงพยาบาลแม่และเด็กบางเขน กรมอนามัย
นายแพทย์สุรเทพ บุณยะสุขานนท์
อดีตสาธารณสุขจังหวัดชัยภูมิ
นายแพทย์จำลอง แจ่มไพบูลย์
อดีตสาธารณสุขจังหวัดนครศรีธรรมราช
แพทย์หญิงองุ่น แจ่มไพบูลย์
อดีตแพทย์อาวุโส
พันโท แพทย์หญิงกมลพรรณ ชีวพันธุ์ศรี
ประธานเครือข่ายพ่อแม่เยาวชนเพื่อการปฏิรูปการศึกษา
นายเชื้อพรหม มหาผล
วิศวกร
นางนิตยา จันทร์เรือง มหาผล
อดีตผู้เชี่ยวชาญพิเศษด้านวิศวกรรมการแพทย์
นายไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ
สมาชิกวุฒิสภา
ดร.เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง
สมาชิกวุฒิสภา
นายแพทย์นิรันดร์ พิทักษ์วัชระ
สมาชิกวุฒิสภา
พลตำรวจเอก มีชัย นุกูลกิจ
สมาชิกวุฒิสภา
แพทย์หญิงมาลินี สุขเวชวรกิจ
สมาชิกวุฒิสภา
พลตรีมนูญกฤต รูปขจร
สมาชิกวุฒิสภา
พลตำรวจตรีเสกสรร อุ่นสำราญ
สมาชิกวุฒิสภา
นางมาลีรัตน์ แก้วก่า
สมาชิกวุฒิสภา
นางเตือนใจ ดีเทศน์
สมาชิกวุฒิสภา
นายพิเชษฐ์ พัฒนโชต์
สมาชิกวุฒิสภา
นายสมบูรณ์ ทองบุราณ
สมาชิกวุฒิสภา
นายการุณ ไสงาม
สมาชิกวุฒิสภา
นางวงศ์พันธ์ ณ ตะกั่วทุ่ง
สมาชิกวุฒิสภา
นายสุทัศน์ จันทร์แสงศรี
สมาชิกวุฒิสภา
ร้อยตรี อนุกูล สุภาไชยกิจ
สมาชิกวุฒิสภา
นายวิญญู อุฬารกูล
สมาชิวุฒิสภา
ม.ร.ว.นฤมล เกษมสันต์
ม.ร.ว.สุวนันท์ วัลยะเสวี
ม.ร.วุฒิศักดิ์ สวัสดิวัฒน์
ม.ร.ว.สุตานนท์ สินธวานนท์
ม.ร.ว.รำพิอาภา เกษมศรี
ม.ร.ว.วิริยาภา กิตติยากร (ช่างเรียน)
ม.ร.ว.สายสิงห์ ศิริบุตร
ม.ร.ว.สายสวัสดิ์ ทอมป์สัน
ศาสตราจารย์ ดร.ประกอบ วิโรจนกูฏ
อธิการบดีมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี
ศาสตราจารย์ ดร.สมบัติ ธำรงธัญวงศ์
คณบดีคณะรัฐประศาสนศาสตร์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ทวี สุรฤทธิกุล
ประธานกรรมการประจำสาขาวิชารัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช
รองศาสตราจารย์วุฒิศักดิ์ ลาภเจริญทรัพย์
คณะบดีคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง
รองศาสตราจารย์ สมบัติ วอทอง
คณบดีคณะนิติศาสตร์และรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.บรรเจิด สิงคะเนติ
ผู้อำนวยการศูนย์นิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
อาจารย์เจริญ คัมภีรภาพ
กรรมการเครือข่ายสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมือง
รองศาสตราจารย์ ศรีราชา เจริญพานิช
อาจารย์ประจำสาขาวิชานิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช
อาจารย์คมสัน โพธิ์คง
อาจารย์ประจำสาขาวิชานิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช
รองศาสตราจารย์ พิพัฒน์ ไทยอารี
หัวหน้าภาควิชารัฐประศาสนาศาสตร์ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
รองศาสตราจารย์ ดร.พิทยา บวรวัฒนา
อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
รองศาสตราจารย์ ดร.กาญจนา วัฒนสุนทร
อาจารย์ประจำสาขาวิชาศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช
รองศาสตราจารย์ ดร.ศศิกาญจน์ ทวิสุวรรณ
อาจารย์ประจำสาขาวิชาศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช
รองศาสตราจารย์ ดร.อรุณี หรดาล
อาจารย์ประจำสาขาวิชาศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช
รองศาสตราจารย์ ดร.นฤมล ตันธสุรเศรษฐ์
อาจารย์ประจำสาขาวิชาศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช
รองศาสตราจารย์ ดร.นิธิพัฒน์ เมฆขจร
อาจารย์ประจำสาขาวิชาศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช
อาจารย์นราธิป ศรีราม
อาจารย์ประจำสาขาวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ชนินาฏ ลีดส์
อาจารย์ประจำสาขาวิชานิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช
รองศาสตราจารย์ ดร.เรืองเดช ศรีวรรธนะ
อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
รองศาสตราจารย์ วรรณธรรม กาญจนสุวรรณ
รองประธานกรรมการประจำสาขาวิชารัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช
รองศาสตราจารย์ ดร.เรืองวิทย์ เกษสุวรรณ
คณบดีวิทยาลัยรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี
อาจารย์ ณัฐพงศ์ บุญเหลือ
คณบดีคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเวสเทิร์น
ท่านผู้หญิง ปรียา เกษมสันต์ ณ อยุธยา
นางปราศรัย รัชไชยบุญ
นางเนาวรัตน์ กรรณสูต
นายณรงค์ โชควัฒนา
คุณหญิงวนิดา พูลศิริวงค์
คุณหญิงวิจันทรา บุญนาค
คุณทอศรี สวัสดิชูโต
คุณหญิง โฉมศรี กำภู ณ อยุธยา
นางพิยดา สุวรรณรัตน์
รองศาสตราจารย์ ประพันธ์พงศ์ เวชชาชีวะ
พลโท เจริญศักดิ์ เที่ยงธรรม
นางศรีเทพ กุสุมา ณ อยุธยา
นางชมภูนุช โทสินธิติ
นางบุญวรรณ จันทรวิโรจน์
นายอภิเนตร อูนากูล
นางดวงแก้ว ไตรตระกูล
นางดวงมณี สุขุม
นางอรทัย จิตบุตร
นางสุนทรา เอี่ยมสุรีย์
นางกอบสุข เอี่ยมสุรีย์
นางสาวตรัสวิน จิตติเดชารัตน์

สม

ผมว่าสิ่งที่สุริยะใสคุงกับสนธิคุงจะได้รับจากประชาชน คงจะเป็น"บาทา"มากกว่าครับ

ผลการเลือกตั้งก็เป็นตัวชี้ชัดแล้วว่า คนส่วนมากของประเทศคิดไงกับรัฐประหาร ถือว่าครั้งนี้เป็นการต่อสู้ต้านรัฐประหารที่ดีที่สุด ไม่ตอ้งเสียเลือดเนื้อเลย แต่ตอกหน้าคมช.ได้ย่อยยับ และสุริยะใสเองตอนนี้ก็กลายเป็นคนที่ในวงการภาคประชาชนด้วยกันไม่มีใครเขาอยากจะเอาด้วยแล้วล่ะ เลิกทำตัวเป็นผู้จดลิขสิทธิคำว่าภาคประชาชนได้แล้วนะ กลับบ้านเถอะใส ตอนนี้พูดไรไปก็ไม่มีใครเชื่อถือแล้วล่ะ

noom^*

[emo2.gif]

ผมก็จะเอา"บาทา"ยัดปากสุริยะใสด้วยคนนะ ครับ

[emo2.gif]

nat

ขอบคุณ คห.ที่ 33 ที่ให้ความรู้แก่พวกเรา
เมื่ออ่านจบแล้ว ก็ให้นึกฉงนใจ ในรายชื่อที่ลงท้ายเป็นหางว่าว หม่อมก็เพียบ หมอก็มาก นักวิชาการก็เยอะ ไหงพวกมันโง่ปานหัวสากกระเบือ ให้มีการปฏิวัติ

หลังปฏิวัติ ไม่มีอะไรดีขึ้น กลับเลวลงไปอีก ก็ไม่เห็นไอ้พวกดังกล่าวข้างต้นทำอะไร มันหมายความอย่างไร มีอะไรลับลมคมในมากกว่านั้นหรือเปล่า

หลักเกณฑ์ และ หลักการก็มีอยู่แล้ว ไม่พอใจก็แก้กันที่หลักกฏหมาย เท่านั้นก็จบ ทำเรื่องง่ายให้เป็นเรื่องยาก "ไอ้พวกหัวสากกระเบือ"

TMP-SMZ

คุณจะเด็ด เขาไม่ได้จับแพะชนแกะหรอกครับ และก็เลิกอ้างทุนสามานซะที เพราะระบบขุนนาง ศักดินามันก็ระยำไม่ต่างกัน เพียงแต่ถูกปลูกฝังมาช้านานจนคนไทยยอมรับมันโดยสายเลือดไปแล้ว ซึ่งก็คงแก้ไขอะไรไม่ได้ น้อยคนที่จะกล้าหลุดออกมา หล้าที่จะลองคิดทุกสิ่งทุกอย่างด้วยใจเป็นกลาง? เคยคิดไม๊ว่าคนที่เราถูกสั่งสอนจากหนังสือให้เคารพให้ไหว้ทุกวันนี่เขาทำดีทำคุณอย่างที่หนังสือเขียนไว้รึเปล่า? เขาไม่เคยผิดพลาดเลยใช่ไม๊? โดยส่วนตัวผมถือว่า ท่านเป็นคนดี ท่านทำดีกว่าทำชั่วก็สมควรแก่การนับถือ นี่ยกตัวอย่างให้ฟัง จากบทความนี้ผมพูดได้เลยว่ามันคือความจริงที่เห็นได้ง่ายๆ คุณไม่ลองคิดดูเหรอ พอคมช.พูดอะไรมา ครป.ก็พยายามแก้ตัวให้ ไม่สังเกตุเหรอ ? เด็กประถมเดี๋ยวนี้มันยังมองออกเลย เด็กยังแก้ตัวได้เนียนกว่าซะอีก มีที่ไหนปากอ้างปชต. แต่การกระทำมันสนับสนุนเผด็จการชัดๆ ฉะนั้น ก่อนว่าคนอื่นมั่วและด่าคนอื่นว่าสามานย์ ลองดูว่าตัวเองดีพอรึเปล่าที่จะไปว่าเขา หรือคิดดีๆ ตัวเองนั่นแหละ สามานย์ยิ่งกว่าเขาอีก

--

ใสคุงแสนรู้มั่กๆ รีบไปคาบเอาเผด็จการตัวใหม่กลับมาอีกนะ สู้เค้านะใสคุง !

Thaina

ฮาขี้แตก

ชอบครับ บังคุงกับเปมส์ [emo1.gif][emo1.gif]

ปีกซ้าย

ลิงกับหมายังมีค่ามีคุณกว่าครป.

เมื่อไหร่ที่พิภพ สุยะใสจะสำเหนียกในความจริงที่คนทั้งประเทศกำลังตะโกนบอกพวกมัน

มองทะลุ

การเกลียดชังค่อ ครป. ไม่ได้มาจากบอกเล่าความเลวของ ครป.จากปากผู้ใด หากมาจากการได้ฟังคำพูดจากปาก ครป. นั่นเอง

เชื่อไหม ?

สุริยะขุ่น

มาอีกอันนึงแล้ว รับปีใหม่

ครป.อัดพปช.สร้างปมความแตกแยกตั้งแต่ยังไม่ทำงาน

1 มกราคม พ.ศ. 2551 15:58:00

ครป. ห่วงเริ่มต้นตั้งรัฐบาลก็เริ่มสร้างความเคลือบแคลงให้ประชาชน อัด พปช.สร้างปมความแตกแยกตั้งแต่ยังไม่ทำงานแนะเปิดตัวและพฤติกรรม มือสกปรกข้างนอก อย่าผูกเรื่องย้อนปมแตกแยกผู้มีบารมีนอกรัฐธรรมนูญ

กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ : นายสุริยะใสกตะศิลา เลขาธิการคณะกรรมการรณงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) กล่าวว่า คิดว่าเป็นเรื่องน่าเป็นห่วงที่การจัดตั้งรัฐบาลโดยพรรคพลังประชาชนเป็นแกนนำในขณะนี้ แค่เริ่มต้นก็สร้างตวามเคลือบแคลงสงสัยและสร้างความไม่มั่นใจให้กับประชาชนว่ารัฐบาลชุดใหม่จะทำให้บ้านเมืองสมานฉันท์และเดินหน้าสู่การแก้ไขวิกฤติของประเทศอย่างจริงจัง โดยเฉพาะการพยายามพูดถึงมือที่มองไม่เห็นหรือมือสกปรกขัดขวางการจัดตั้งรัฐบาลของพรรคพลังประชาชนนั้น ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไรไม่มีใครรู้ หากมีหลักฐานก็ควรนำมาชี้แจงประชาชนจะได้รู้ใครเป็นใครและทำอะไรอยู่ เพราะรู้ทั้งรู้ว่ากรณีดังกล่าวเป็นปมที่สร้างความแตกแยก นับตั้งแต่ที่ พตท.ทักษิณชินวัตร อดีตนายกฯ พูดถึงผู้มีบารมีนอกรัฐธรรมนูญ โดยไม่คำนึงถึงพฤติกรรมของตัวเองจนสร้างปัญหาตามมามากมาย

นายสุริยะใสกล่าวว่า หลังเลือกตั้งทุกฝ่ายก็เคารพผลการเลือกตั้งและมอบความชอบธรรมให้กับพรรคพลังประชาชนเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลอย่างเต็มที่ แต่กลับไม่พยายามสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนและส่อว่าจะทำให้เกิดการเผชิญหน้ากันอีกรอบ

ถุย ไอ้พวกเด็กวานซืน

เว๊ปส้นตรีน...ทำท่าเป็นหัวซ้ายจัด น่าจะลองเข้าป่าดูสักตั้งจะได้รู้ฤทธิ์เดชของพลพรรคคอมมูนิด ว่าสันดานจริงๆแล้วเป็นไง

khonthai krab

ขำ ขำ แต่มะออกความเห็น สมานฉันท์กันไว้ดีที่สุดเพื่อประเทศไทยสงบสุขคร้าบบบ[emo2.gif][emo12.gif]

พ่อบักโด้

พ่อบักโด้ไม่รู้หรอกว่าทฤษฏีอะไรเป็นอย่างไร ? นักคิดนักเขียนทั้งหลายก็ไม่ได้อ่านหรอก หนังสือเดียวนี้มันแพง รายได้พ่อบักโด้น้อย ซื้อไม่ไหว จะไปหายืมตามห้องสมุดหรือก็จนด้วยเกล้าเพราะพ่อบักโด้มันคนบ้านนอก ห้องสมุดไม่มีหรอกมีแต่ที่อ่านหนังสือพิมพ์ประจำคุ้ม ที่สร้างจากเงิน เอ็ส.เอ็ม.อี ที่นายกฯ.ทักษิณ ท่านให้มา จึงพอได้อ่านหนังสือบ้าง แต่หลังๆมานี่ก็อ่านไม่ไหวแล้วเพราะไอ้พวกกระสือสิ่งพิมพ์ทั้งหลาย มันพากันโยนจรรยาบรรรณ ทิ้งหนีไปเสพอาจมทหารกบฏจนหาดีไม่ได้ แต่ก็นั่นแหละ ก็ได้อาศัย คอมพิวเตอร์ ที่โรงเรียนประจำคุ้ม เห็นครูใหญ่ เออ .ไม่ใช่ เค้าเรียก ผอ. กันแล้วทุกวันนี้ นั่นแหละท่านผอ.ก็บอกว่าไอ้เจ้าคอมพิวเตอร์ที่ให้พ่อบักโด้ได้มาใช้ร่วมด้วยนั้นก็รัฐบาลทักษิณแหละที่ให้มา (โอ้ !!! เจ้าประคุณ พ่อเอ๊ย พ่อช่างดีกับคนจนๆอย่างพ่อบักโด้เสียจริงๆ คนที่ไม่มีครม.ยห.อบต. มรว.หรืออักษรย่อใดๆนำหน้า พ่อก็ยังเพียรเอาใจใส่แท้ โอ !!!แล้วนี่พ่อเมื่อไรจะกลับมา) จึงพอได้อาศัย ถ้าไม่อย่างนั้นก็คงอ่านหนังสือไม่ออก ไม่รู้วิทยาศาสตร์กลศาสตร์อะไรอย่างที่เจ้าขุนมูลนายท่านได้ว่าไว้ในหนังสือแสดงความเห็นทางการเมืองการปกครอง เหมือนอย่างที่ คห.33 ได้หยิบยกมากล่าวไว้ และก็ไม่รู้ไม่ทราบ จริงๆว่าเหล่าท่านทั้งหลายที่มีรายนาม รายพระนาม ในคห.33 นั้นท่านเป็น คน ไทยหรือเปล่า หรือเป็นเทวดา(ตกสวรรค์) แล้วมีอิทฤทธิ์ สิทธิ์พิเศษประการใด จึงได้แสดงการตัดสินใจแทนคนทั้ง หกสิบ ล้านคน ในเมื่อเรื่องการเมืองการปกครองของประเทศ เราได้ตกลงกันแล้วไม่ใช่หรือว่าเราจะใช้ระบอบประชาธิปไตย พวกเอ็งไม่รู้เรื่องไม่เข้าใจเหรอ ระบอบประชาธิปไตยเป็นอย่างไร ทำไมจึงพากันละเมิดสิทธิ์ของคนส่วนใหญ่ละ พ่อบักโด้ไม่รู้หรอกว่า คนบ้าหลักการเป็นอย่างไร ทฤษฏีที่ว่าด้วยสงครามและความกลัวมันเป็นอย่างไร รู้แต่เพียงประเทศไทยในทศวรรตนี้ปกครองด้วยกฏหมาย เป็นนิติรัฐ รัฐธรรมนูญเป็นกฏหมายสูงสุด กำหนดสิทธิ หน้าที่ของบุคคลและองค์กรต่างๆไว้ให้ต้องยึดถือปฏิบัติ ตลอดจนถึงความสัมพันธ์ อำนาจ หน้าที่ขององค์กรต่างๆไว้ชัดเจน แล้วทำไมพวกเอ็งจึงไม่ยอมรับนับถือ ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นล้วนเป็นเรื่องผลประโยชน์ของบุคคล กลุ่มชั้นคน และผลประโยชน์ของชนชั้นทั้งสิ้น ที่นำพาไปสู่การใช้อำนาจล้มล้างกัน โดยมีประชาชนเป็นตัวประกัน และผู้รับผลร้ายทั้งสิ้น และการที่พวกเอ็งพากันกล่าวหาว่าร้ายกัน ว่าไม่เป็นผู้จงรักภักดีนั้น หมายความว่าอย่างไร ? ไหนบอกว่าพระมหากษัตริย์ทรงอยู่เหนือการเมือง แล้วพวกเอ็งไปดึงเอาพระองค์ท่านมาเกี่ยวด้วยทำไม ? การขอพระราชทาน นายกรัฐมนตรี เป็นการดึงเอาสถาบันฯ.มาเกี่ยวข้องทางการเมืองหรือไม่ เอาอักษรย่อหน้านามของพวกเอ็งไปใส่กะโหลกตรองดูให้ดี ...ควาย .

5555

ไอ้ตัวอีแอบแบบ สุริยะใส ยังหน้าด้านอ้างประชาชนอีก ขนาดผลเลือกตั้ง เลือกข้างไม่เห็นด้วยกะการกระทำของพวกมันที่ ถือหาง พรรคแมลงสาป นอมินี เผด็จการ นอมินี ศักดินา มันยังแอบอ้างประชาชนอีก อ้ายตัวนี้ มันเลวร้ายมาก จริงๆๆแล้ว พวกมันคือพวกผู้เริ่มต้นก่อความไม่สงบมากกว่า รวมทั้ง พวกอ้ายไร้สาระที่ใส่เสื้อกั๊กคอยออกมาแถลงข่าว อย่าง ธีรยุทธ บุญมี ซึ่งให้มันมาทำเองมันก็ทำไม่เป็น เป็นแต่เห่าอย่างเดียว จิงปะ 555

บักทิต

แล้วจะปฏิวัติไปทำไม ประชาชนส่วนใหญ่ไม่เห็นอยากได้สิ่งที่เขาอ้างเลย คนหัวงอกแล้วคิดกันนะน่ะ คราวหน้าคิดก่อนทำ ช้ำอ่ะ [emo1.gif]

ลุงอี๊ด

ชอบข้อเขียนของคุณหมอกิติภูมิใน"ปีกซ้ายพฤษภา"และคุณมุกดา "ขำกลิ้งลิงกับหมา"สะท้อนจุดยืน ไม่เสียดสีด้วยอารมย์ หรือกระแสพาไป ผมเข้าใจว่าหมอกิติภูมิคลุกคลีกับชาวบ้าน(ในชนบท)มานานตลอดอายุราชการ ผ่านการศึกษาค้นคว้าแบบปัญญาชน ผ่านการเคลื่อนไหวทางการเมืองมาไม่น้อย (ถ้าเข้าใจผิดบอกด้วยนะครับ)วิเคราะห์ได้โดนใจดี 2ข้อเขียนนี้เวทีสื่อทั่วไปคงไม่มี อยากเห็นข้อเขียนแบบนี้มากๆ จะช่วยให้การไตร่ตรอง(ของคนในบ้านเมืองเรา)รอบด้านขึ้นครับ ขอบคุณและให้กำลังใจครับ

ทหารคนหนึ่ง

คมช. และ ครป. เป็นเพียงหมากตัวหนึ่งในกระดานที่ถูกหยิบมาใช้เท่านั้น....
อย่าทะนงตนไปเลย..ก็แค่เบ๊รับใช้ไม่ใศกดิ์ศรีอะไร..

คนท่าจีน

ขอคุยประเด็นของยุค ศรีอาริยะ อีกนิดนะครับ
จากคห.ที่ 26 ยุคกล่าวไว้ว่า
....ท่านถามผมทำนองว่า

"การที่มีคนกล่าวหาท่าน และครอบรรัวท่านในสิ่งที่ท่านไม่ได้ทำ ถูกหรือ"
ประเด็นนี้เกิดจากการเสวนากลุ่มคนเดือนตุลา ก่อนการรัฐประหาร 3-4 วัน
ในวันนี้ มีคนถามคุณสมชาย หอมละออ เกี่ยวกับประเด็น มานุษยาดอตคอม
คุณสมชายตอบว่า
"คุณไม่รู้อาไร เทียนชัยเค้าเห็นสลิป(โอนเงิน)มากับตา........."
ประมาณ้ดือนถัดมา ในช่วงงานรำลึก 6และ 14 ตุลา
บุคคลที่ท่านอ้างถึง พบท่าน(ยุค)โดยบังเอิญ ที่หอใหญ่
เค้าถามท่านด้วยความอยากรู้ว่า สลิป(โอนเงิน) ที่เห็นนะ อยู่ใหน เค้าอยากเห็น
คำตอบจาก ยุค ฯ เป็นดั่งที่ผมว่าในคห. 8 "...คุณต้องรู้ว่า นี่มันเป็นสงคราม......"

มันต่างกันนะครับ ที่ว่า กล่าวหากันนั้น มันถูกหรือผิด กับการร่วมขบวนการกล่าวหา และเติมด้วยการเคยเห็นสลิป(โอนเงิน)
สำหรับผมแล้ว ประเด็นไม่ได้อยู่ที่ มันเป็นสงคราม หรือไม่เป็นสงคราม
ประเด็นของผมอยู่ที่ว่า ยุคโดดเข้าร่วมสงครามครั้งนี้ด้วยตัวเอง
ยุค ฯ เป็นหนึ่งในหลายๆคนที่กล่าวอ้าง หรือถูกกล่าวอ้าง ว่าเป็นคนเติมเชื้อข่าวคราวประเด็นมานุษยาดอตคอม
เป็นคนหนึ่งที่ประโคมข่าวประเด็นอันป็นเท็จ และ ตอแหลอย่างน่าชังยิ่ง
ยิ่งเป็นการใส่ความเท็จ กับอดีตมิตรร่วมรบ ที่ครั้งหนึ่งเคยเอืออาทรต่อกัน

สันติ

ครป.ตัวปัญหา ทำไม? ไม่ช่วยกันกำจัดหรือขับไล่องค์การหรือกลุ่มตัวปัญหานี้เสีย

สันติ

ครป.ตัวปัญหา ทำไม? ไม่ช่วยกันกำจัดหรือขับไล่องค์การหรือกลุ่มตัวปัญหานี้เสีย

บูชิโด

ถ้าจะบอกว่า คมช. กับ ครป. ผิด คนผิดอีกคนคือ สื่อ

ถ้าสื่อไม่เอาคำสัมภาษณ์ของ ยะใส และ พวกบ้าบอ มาตีพิมพ์จนคล้ายกับการโฆษณาชวนเชื่อ การปลุกกระแสให้คนกรุงฯ เกลียดแม้วคงไม่เท่านี้

ครป. และ สื่อ ก็ทำตัวเป็นพวกเดียวกัน ผมเป็นสื่อนะแต่เลือกพปช. เท่าที่ซาวเสียงเพื่อนๆ สื่อดู ส่วนใหญ่เค้าเลือกปชป. ถามว่าชอบปชป.เหรอก็ไม่ยอมตอบ

แล้วสื่อคนเดียวกันนี้แหละที่ไปสัมภาษณ์คมช.มาสร้างกระแส

หาญ

คุณ คห.50 ครับ ผมอ่านประเด็นเรื่อง ยุค
แล้วผมรู้สึกสะดุดครงที่ว่า ถ้าเราพบทหาร
มีอาวุธสงครามครบมือ เราพอจะเดาออกว่า
นี่คือภาวะสงคราม

ขณะเดียวกัน ถ้าผมเจอคุณ ยุค หรือบุคคล
ประเภทเดียวกันยืนยิ้มอยู่ ผมไม่มีสิทธิที่จะรู้ได้เลยว่าตอนนั้นคุณ ยุคกำลังอยู่ในภาวะไหน และเขามองว่าเราเป็นอะไร น่ากลัวจริงๆนะครับ

ผมไม่แน่ใจว่าเข้าใจประเด็นของคุณได้อย่างถูกต้องหรือไม่นะครับ ถ้าผิดพลาดขอโทษด้วย

ถ้ามีข้อมูลเกี่ยวกับคนเหล่านี้ช่วยนำมาเล่าใหฟังอีกก็น่าจะเป็นประโยชน์กับคนรุ่นหลังนะครับ