บทความ : การสูญหายไปของคน (ที่เขาว่า) เลวในกาฬสินธุ์ เรื่องเศร้ายุคสงครามยาเสพติด


ออซา ธิ (AWZAR THI)

---------------------------------

ชื่อบทความเดิม : ผลไม้ประหลาดในกาฬสินธุ์

http://www.upiasiaonline.com/Human_Rights/2008/01/03/strange_Fruit_In_Kalasin/4789/

 

 

 

 

เจ้าหน้าที่ของสถานีตำรวจภูธรอำเภอเมืองกาฬสินธุ์ ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย ถูกกล่าวหาว่าลักพาตัวและฆาตกรรมประชาชนอย่างมากมายเป็นโหลๆในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ในปัจจุบันสามารถนับจำนวนได้มากกว่า 100 คน และมีจำนวนมากที่พบศพ แต่ก็ไม่ได้มีการสอบสวนหรือตรวจสอบและจัดเก็บข้อมูลในทางเอกสารอย่างเหมาะสม ก่อนที่จะมีการจัดการเผาศพ

 

ในจำนวนเหยื่อเหล่านั้น เกียรติศักดิ์ ถิตบุญครอง และ กฤตชาดล ปัญจะ ได้หายไปจากสถานีตำรวจดังกล่าวในวันหนึ่งของเดือนกรกฎาคม 2547 ซึ่งเป็นช่วงเวลาสั้นๆ หลังจากที่เจ้าหน้าที่ได้หยุดปฏิบัติการตามนโยบาย "สงครามต่อต้านยาเสพติด" ครั้งแรกที่ประกาศโดยอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร

 

เกียรติศักดิ์ อายุ 17 ปี ส่วน กฤตชาดล อายุ 15 ปี ทั้งคู่ถูกตั้งข้อหาชิงทรัพย์ และถูกนำตัวไปที่สถานีตำรวจ หลังจากที่ทั้งสองคนได้รับการประกันตัว ย่าของแต่ละคนได้เดินทางมาที่สถานีเพื่อจะรับพวกเขา แต่กลับได้รับการแจ้งว่า พวกเขาได้ถูกปล่อยตัวและกลับไปก่อนแล้ว แต่ทั้งสองคนไม่ได้กลับบ้าน

 

เกียรติศักดิ์ถูกพบที่จังหวัดใกล้เคียง โดยสภาพศพถูกทรมานจนตายและถูกแขวนคอไว้ให้ดูราวกับเป็นการฆ่าตัวตาย ในขณะที่กฤตชาดลหาตัวไม่พบ

 

พยานหลักฐานต่างๆเกี่ยวกับตำรวจในกรณีของเกียรติศักดิ์ เป็นสิ่งที่กระตุ้นให้เกิดความสนใจ เมื่อคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้ตรวจสอบกรณีดังกล่าว พวกเขาพบว่าเกียรติศักดิ์ได้โทรศัพท์หาญาติของเขาหลายครั้งโดยยืมโทรศัพท์จากผู้ที่ไปเยี่ยมที่สถานีตำรวจ ซึ่งเป็นช่วงเวลาหลังจากที่ตำรวจได้บอกว่า เขาได้รับการปล่อยตัวไปแล้ว ย่าของเขากล่าวว่า น้ำเสียงของเขาฟังดูสั่นเครือ และขอร้องให้เธอไปสถานีตำรวจเพื่อรับเขากลับก่อนที่มันจะสายเกินไป ซึ่งน่าประหลาดใจที่ดูเหมือนว่าเขาจะรู้ถึงชะตากรรมของเขาเอง

 

แต่ที่สถานีตำรวจ เจ้าหน้าที่ปฏิเสธว่าเขาไม่ได้ถูกควบคุมตัวแล้ว ต่อมา เมื่อพิสูจน์ด้วยพยานหลักฐานทางโทรศัพท์ มันได้แสดงให้เห็นถึงเรื่องนี้ว่า มีใครคนหนึ่งคิดแอบนำตัวเขากลับไป แต่ก็ปล่อยเขาอีกครั้งหลังจากมีโทรศัพท์มา นอกจากนี้พวกเขาได้กล่าวเตือนเจ้าของโทรศัพท์ห้ามไม่ให้พูดอะไร "หรือเธอจะถูกแขวนเหมืือนเด็กคนนั้น"

 

ถึงอย่างไรก็ตาม คณะกรรมการได้ไต่สวน และได้ส่งเรื่องของเกียรติศักดิ์ไปยังเจ้าหน้าที่ระดับสูงในกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ไม่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจคนหนึ่งคนใดจากกาฬสินธุ์ได้รับการสอบสวนมากนัก แต่ตามรายงานเมื่อเร็วๆ นี้ ดีเอสไอพบว่า สามารถระบุได้ว่า ตำรวจอย่างน้อยที่สุด 6 คนมีส่วนเกี่ยวข้องกับการฆาตรกรรมนี้ แต่เมื่อกลางปี 2550 มันก็ยังคงเป็นเพียงการเก็บพยานหลักฐานเท่านั้น แม้ตำรวจเองจะมีการตรวจสอบภายใน แต่ทำนายได้เลยว่าจะไม่พบอะไรที่จะนำไปสู่ความรับผิดชอบในอาชญากรรมนี้อย่างแน่นอน

 

สิ่งที่แสดงให้เห็นลักษณะเฉพาะของเหยื่อในกาฬสินธ์ที่ชัดเจนก็คือ พวกเขาเป็นประชาชนคนธรรมดาที่ถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดต่ำช้า นี่เป็นลักษณะเฉพาะของเหยื่อส่วนใหญ่ที่ถูกละเมิดสิทธิมนุษยชนในประเทศไทย พวกเขาเป็นเสมือน "คนชั่ว" ของประเทศ มันจึงง่ายที่จะมาและง่ายที่จะไป

 

ท่ามกลางความตายที่ถูกล่วงละเมิด ทักษิณได้กล่าวไว้ครั้งหนึ่งว่า "มันไม่ได้ผิดธรรมดาสำหรับเคราะห์กรรมของคนชั่ว" และแท้จริงแล้ว ความรุนแรงในการแบ่งแยกเรื่องความดีความชั่วในสังคมเป็นสิ่งที่ทำให้เกียรติศักดิ์และกฤตชาดลถูกทำร้ายได้ง่ายๆ

 

ความผิดที่ยังคงดำรงอยู่ หรือความผิดที่ถูกเชื่อว่าเป็นจริงของผู้การกระทำผิด พวกเขาสมควรที่จะได้รับสิ่งตอบแทนดังที่พวกเขาได้กระทำ ไม่มีค่าพอสำหรับความเห็นอกเห็นใจ ควรละทิ้งสิทธิอย่างเดียวกันนี้ดังที่คนอื่นถูกกระทำ ความเห็นทั้งหลายที่ว่าฆาตกรที่ฆ่าเด็กเหล่านั้นควรจะถูกสอบสวน ความรู้สึกเช่่นนี้มีอยู่เพียงน้อยนิดสำหรับคนที่แขวนเด็กเลวคนหนึ่ง เขาถูกทำให้เป็นเพียงผลไม้ประหลาดและเป็นผลไม้ที่ขมอีกด้วย

 

การแยกแยะความดีความชั่วที่สร้างปัญหาเช่นนี้ไม่ได้เป็นสิ่งควรเป็น มันไม่ได้เป็นผลมาจากศาสนาหรือวัฒนธรรมประเพณี หรือโดยโอกาส ในทางตรงข้ามมันเป็นสิ่งประดิษฐ์ที่คิดค้นโดยผู้มีอำนาจซึ่งเชื่อในลัทธิชาตินิยมในอดีต และถูกใช้เพิ่มขึ้นในโวหารที่ประดิษฐ์ขึ้นของเจ้าหน้าที่ และเช่นเดียวกัน มันเป็นสิ่งที่ใช้โดยเจ้าหน้าที่ที่ต้องสงสัยในจุดจบของเรื่องนี้ด้วย

 

การแบ่งแยกดังกล่าวเป็นรากฐานหนึ่งดังเช่นที่รัฐมนตรีกระทรวงวัฒนธรรมได้อธิบายเกี่ยวกับหลักคุณธรรม และช้างน้อยได้วิพากษ์วิจารณ์์ไว้อย่างชาญฉลาดในบทความที่ผ่านมา แต่แตกต่างกันที่การพยายามผลักดันเรื่องนี้มีเพียงเล็กน้อยที่ทำด้วยความตระหนักถึงอุดมคติในอดีต และมีมากพอที่ทำด้วยความปรารถนาที่ต้องการควบคุมอนาคต

 

ผลพวงของมันไปไกลเกินกว่าเรื่องตลกเล็กๆ และไกลมากกว่าความน่าสลดใจของการกระทำผิดจรรยาบรรณ ไม่เพียงแต่เฉพาะเหยื่อรายนี้เท่านั้นแต่ยังหมายถึงทั้งหมดในประเทศด้วย เมื่อประชาชนถูกแบ่งชนชั้นให้เป็นบุคคลที่สังคมไม่พึงปรารถนา อะไรที่ถูกบอกเป็นนัยว่ากฎหมายปกติใช้กับพวกเขาไม่ได้ ในประเทศไทยสิ่งนี้ถูกขยายไปไกลจนเหมือนมีความหมายว่า อะไรก็ตามที่เกิดขึ้นกับพวกเขาก็เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ดังเช่นตำรวจในกาฬสินธุ์ที่ได้รับการพิสูจน์อย่างชัดเจนในทุกๆ ครั้ง

 

ท้ายที่สุดแล้ว นี่คือสถานที่ที่อันตรายสำหรับทุกคน การต่อสู้ระหว่างความดีกับความชั่วคือสิ่งที่ไม่มีทางไปสู่ความปลอดภัย มันเป็นทางที่ทรุดโทรมและปรักหักพัง

 

 

 

 

-----------

ออซา ธี (Awzar Thi) เป็นนามปากกาของผู้ที่ทำงานในคณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชนเอเชีย ซึ่งเป็นผู้มีประสบการณ์ในการทำงานด้านสิทธิมนุษยชนและหลักนิติธรรมในประเทศไทยและประเทศพม่ามามากกว่า 15 ปี เวปบล็อคของเขาชื่อ หลักนิติอำนาจ "Rule of Lords" สามารถอ่านได้ใน http://ratchasima.net)

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์