พลเมืองภิวัฒน์ รณรงค์ "วันอาทิตย์เสื้อสีแดง" แก้ไขรัฐธรรมนูญ คมช. 2550

นายภูมิวัฒน์  นุกิจ กลุ่มพลเมืองภิวัฒน์ เผยแพร่เอกสารรณรงค์ให้สวมเสื้อแดงเป็นสัญลักษณ์ในวันอาทิตย์ เพื่อแสดงจุดยืนในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2550


 


ทั้งนี้ในเอกสารเผยแพร่ มีเนื้อหาเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญ ตั้งแต่การนิยามและความเกี่ยวอะไรกับประชาชน ว่า


เป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ เป็นแบบแผนในการปกครองของประเทศนั้นๆ และเป็นตัวบอกว่าประเทศนั้นๆ หรือประเทศไทยปกครองด้วยระบอบอะไร และ/หรือรัฐไทยมีโครงสร้างอย่างไรบ้าง 


 


สาระสำคัญของรัฐธรรมนูญจะกำหนดถึงบทบาท หน้าที่ สิทธิ เสรีภาพ ต่างๆของประชาชนที่บอกว่าอันไหนทำได้ อันไหนทำไม่ได้ และหน่วยงานของรัฐ หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐสามารถทำอะไรได้บ้าง รวมไปถึงแนวนโยบายของประเทศ ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ  การกระจายอำนาจทางการปกครองและการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชน โดยเรียกสั้นๆ ว่ารัฐธรรมนูญคือหลักการปกครองแบบนิติรัฐ นิติธรรม ที่รองรับว่าประชาชนจะไม่ถูกละเมิด สิทธิ์ เสรีภาพ จากรัฐหรือหน่วยงานของรัฐ


 


ส่วนหนึ่งของเอกสารระบุว่า รัฐธรรมนูญคมช.2550 เป็นรัฐธรรมนูญฉบับกึ่งประชาธิปไตย กึ่งอำมาตยาธิปไตย


ซึ่งเป็นฉบับที่  18  และเป็นฉบับที่มาจากการทำรัฐประหารยึดอำนาจทางการปกครองเมื่อวันที่ 19  กันยายน 2549 โดยคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข (คปค.) ซึ่งต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็นคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ(คมช.)


 


กระบวนการร่างรัฐธรรมนูญประชาชนไม่มีส่วนร่วมเพียงพอ นอกจากนี้สภาร่างรัฐธรรมนูญ จำนวน 101 คน และคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ จำนวน 35 คน ก็มาจากกระบวนการของ คมช.ทั้งสิ้น เขียนขึ้นมาบนพื้นฐานที่ต้องการให้ระบอบประชาธิปไตยอ่อนแอ โดยให้อำนาจศาลในการแทรกแซงการเมือง ดังเช่นเนื้อหาที่ ให้สมาชิกวุฒิสภา (สว.) มีเพียง 150 คน โดยจำนวน76 มาจากตัวแทน 76 จังหวัด ซึ่งไม่คำนึงถึงหลักการมติประชาชน เพราะแต่ละจังหวัดคนมาก-น้อยต่างกัน  และนอกจากนี้สว. อีกจำนวน 74 คน ยังมาจากการแต่งตั้งสรรหาของศาลและองค์กรตามรัฐธรรมนูญ 2550 (มาตรา 111-114) 


ส่วนการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฏร์(สส.) ก็กำหนดเขตเลือกตั้ง สองแบบ คือแบบแบ่งเขต  และแบบสัดส่วน ซึ่งแบบแบ่งเขตก็ขยายเขตเลือกตั้งให้กว้างขึ้น โดยให้เขตหนึ่งมี สส. ได้ 3 คน(มาตรา 94) และยังเกิดความสับสนในการเลือกตั้งแบบระบบสัดส่วน คือแบ่งประเทศออกเป็นแปดกลุ่มจังหวัด โดยให้แต่ละกลุ่มจังหวัดเป็นเขตเลือกตั้ง โดยแต่ละเขตจังหวัดให้มีสส.ได้ 10 คน (มาตรา 96) และเบอร์ระหว่างพรรคการเมืองกับเบอร์ระหว่างสส.เขต ก็ไม่ให้ตรงกันสร้างความสับสนให้ประชาชนจนเกิดบัตรเสียจำนวนมาก เพียงเพื่อต้องการให้ได้สส.แค่ 480 คน และนอกจากนี้กลไกในการตรวจสอบองค์กรอิสระต่างๆในรัฐธรรมนูญ ยังไม่ชัดเจนพอ และให้อำนาจกับศาลมากเกินไป และศาลเองก็มาจากการสรรหาแต่งตั้งของฝ่ายข้าราชการชั้นสูง หรือเรียกว่า อำมาตยาธิปไตยนั่นเอง


 


เอกสารตั้งข้อสังเกตว่า ประชาชนแทบไม่มีส่วนร่วมในรัฐธรรรนูญฉบับ 2550 เลย เพราะมีส่วนเพียงแค่ได้อ่านหนังสือปกสีเหลืองที่คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญส่งไปให้ถึงบ้าน และได้ตัดสินเพียงแค่ว่าจะรับหรือไม่รับ โดยต้องไปลงประชามติเท่านั้น ท่ามกลางบรรยากาศที่คณะทหารข่มขู่ว่าถ้าไม่รับฉบับ 2550 ก็จะเอาฉบับอื่นมาประกาศใช้แทน ซึ่งไม่ได้กล่าวให้แน่ชัดว่าจะเอาฉบับไหนมาบังคับใช้ นอกจากนี้การลงประชามติยังไม่เป็นไปตามหลักสากลที่ใช้ระบบ ๖๐ % ต่อ ๔๐ % แต่คณะทหารใช้เพียงหลักตามใจชอบ คือ ไม่ผ่านก็เอาฉบับอื่นมาบังคับใช้ ซึ่งเห็นชัดเจนว่ามีประชาชนไม่รับรัฐธรรมนูญ 10 ล้านคน และรับรัฐธรรมนูญเพียง 14 ล้านคน 


 


นอกจากนี้ยังไม่มีช่องให้เลือกงดออกเสียง  ส่วนเนื้อหาการมีส่วนร่วมทางการเมืองในการเข้าชื่อเสนอกฎหมาย หรือถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองนั้นไม่สามารถทำได้จริง เพราะโดยกระบวนการคือต้องผ่านยื่นผ่านรัฐสภา ซึ่งทางรัฐสภาอาจพิจารณาหรือไม่พิจารณาก็ได้(มาตรา 163-164)  ดังนั้นการมีส่วนร่วมทางการเมืองที่แท้จริง  คือต้องปลดปล่อยให้พี่น้องประชาชนมีส่วนร่วมคิด ร่วมสร้าง ร่วมติดตาม ตรวจสอบ การใช้อำนาจรัฐในทุกขั้นตอน อย่างง่ายดาย ไม่ซับซ้อน และสามารถรวมตัวกันเป็นกลุ่มองค์กรเพื่อผลักดันสร้างสรรค์ประชาธิปไตยให้เกิดขึ้นได้จริงบนพื้นฐานที่รัฐต้องเคารพและไว้ใจประชาชน



ในเอกสารกล่าวถึง ทางออกสู่ประชาธิปไตยว่า ต้องปฏิรูปการเมืองไทยและแก้ไขรัฐธรรมนูญ
2550 ทั้งนี้ ปัจจุบันอำนาจในทางการเมืองยังไม่ตกถึงมือประชาชน จึงดูแค่ประชาชนมีอำนาจตอนถึงเวลาเลือกตั้ง และไม่สามารถวิพากษ์วิจารณ์โครงสร้างของรัฐได้ และนอกจากนี้รัฐธรรมนูญฉบับประชาชน 2540 เป็นฉบับที่ประชาชนมีส่วนร่วมในการยกร่างมากที่สุดในประวัติศาสตร์ และมีเนื้อหาที่เป็นประชาธิปไตยที่สุด ได้ถูกคณะเผด็จการทหาร คมช. ฉีกทิ้ง แล้วร่างขึ้นใหม่เป็นฉบับ 2550 เป็นการตัดตอนประชาธิปไตยและสร้างรัฐกึ่งอำมาตย์ กึ่งประชาธิปไตยขึ้นมาอย่างชัดเจน หากไม่แก้ไขก็จะเกิดวัฒนธรรมทางการเมืองที่ปฏิวัติรัฐประหาร ฉีกรัฐธรรมนูญอยู่ร่ำไป ดังนั้น ต้องปฏิรูปการเมืองไทยและแก้ไขรัฐธรรมนูญและเสนอให้เป็นส่วนหนึ่งของขบวนการสร้างสรรค์ประชาธิปไตยด้วยการใส่เสื้อสีแดงทุกวันอาทิตย์ เพื่อสร้างสัญลักษณ์แดงปฏิรูปรัฐธรรมนูญ


 


เอกสารนี้ ระบุกลุ่มองค์กรร่วมรณรงค์แก้ไขรัฐธรรมนูญ ได้แก่ กลุ่มพลเมืองภิวัฒน์  กลุ่มวิทยุชุมชนคนแท็กซี่ กลุ่มเพื่อนรัฐธรรมนูญ2540  ชมรมฟ้าใหม่ กลุ่มสื่อเพื่อประชาธิปไตย และคณะกรรมการประชาชนเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2550 (คปพร.)

Comments

บัวพ้นน้ำแล้ว

เราใส่เสื้อสีแดงกันทั้งครอบครัวในวันอาทิตย์อยู่แล้ว เพื่อไว้อาลัยให้กับการถูกกดขี่โดยคนไม่รู้สึกตัว

บักอึดถลาลม

รีบๆทำหน่อย อย่าให้พ่ายแพ้ในการทำสงครามสื่อ

ภูมิวัฒน์

กลุ่มพลเมืองภิวัฒน์จับมือกับ กลุ่มวิทยุชุมชนคนแท็กซี,กลุ่มเพื่อน รธน.40,
ชมรมฟ้าใหม่, กลุ่มสื่อเพื่อประชาธิปไตย,คปพร.

ขอเชิญชวนพี่น้องร่วม รณรงค์ปฏิรูป รธน. 2550 เนื่องจากรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง
ของประชาชนไม่สามารถบริหารประเทศ

ซึ่งเป็นผลจากรธน.ของเผด็จการคมช. ที่กำหนดและออกแบบให้ตัวแทนของประชาชน อ่อนแอไม่สามารถทำงานรับใช้ประชาชนได้...

เชิญพี่น้องประชาชนและเสรีชนที่ศรัทธา ต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตย โปรดใส่เสื้อแดง รณรงค์ “สร้างประชาธิปไตย ปฏิรูปรธน.ไทย”

และเรียนเชิญเข้าร่วมกิจกรรมดังนี้

กำหนดการกิจกรรม

วันอังคาร์ที่ ๑๐ เมษายน ๒๕๕๑ รณรงค์ที่ สถานีขนส่งหมอชิต ๒ จัตุจักร

วันพฤหัสที่ ๑๑ เมษายน ๒๕๕๑ รณรงค์ที่ สถานีรถไฟหัวลำโพง

วันอาทิตย์ที่ ๑๓ เมษาฮาเฮ สงกานต์เพื่อประชาธิปไตย จากหน้ารัฐสภาสู่ ข้าวสาร สยามแสคว์ เซ็นทรัลลเวริด์ สีลม อนุสาวรีย์ชัยฯลฯ

วันที่อาทิตย์ที่ ๒๗ เมษายน ๒๕๕๑ รณรงค์ที่สวนจัตุจักร กทม.

กิจกรรม

ใส่เสื้อแดง...แจกเอกสาร...ปราศรัย...ถือแผ่นป้าย....ตั้งโต๊ะลงชื่อแก้ใขรัฐธรรมนูญ
พบกันเวลานัดหมาย คือ ๑๑.๐๐ น. สอบถามตรวจสอบก่อนเดินทางค่ะ

รายละเอียดเพิ่มเติมที่ Website : www.nocoup.net..โทรศัพท์ ๐๘๓-๒๙๘๓๑๘๒,๐๘๓-๖๐๖๘๒๔๙

freedom

ขอสนับสนุน...และจะร่วมใส่เสื้อแดงด้วยคนครับ...
ออกต่างจังหวัดถ้าอยู่ใกล้ จะเดินทางไปร่วมรณรงค์ด้วยแน่นอน... [emo6.gif]

Gneisenau

จริงๆแล้ว คปค น่ามีชื่อที่ถูกต้องก็คือ "คณะปฏิรูปการปกครองระบอบการปกครองอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข โดยมีประชาชนเป็นตัวประกอบ" จึงจะถูกต้อง ชัดเจน มัวตั้งชือบ้าบอคอแตกอะไรก้อไม่รู้ กำกวม ห่วยแตก

เสรีชน49

ดีครับเอากันให้ชัดๆ ไปเลย ประกาศไปหากต้องการแก้ไขผูกริบบิ้นแดงหรือใส่เสื้อแดง ไม่ต้องการแก้ไขใช้สีเขียว....

Homo erectus

ใส่เสื้อแดงเป็นประจำมานาน ตั้งแต่เขาใส่เสื้อเหลืองกันแล้ว เห็นเขาว่าเป็น กาลกีณี กับคนนั้น เลยยิ่งใส่บ่อยๆ

คนสงขลา

เอาด้วยคน ถ้าจะรณรงค์ให้แก้ไขรัฐธรรมธรรมนวย เอ้ย รัฐธรรมนูญ