มติกกต. 4 ต่อ 1 ยุบ ชท.-มัชฌิมา เตรียมส่งศาลรัฐธรรมนูญชี้ขาด

เมื่อวันที่ 11 เม.ย. 51 นายอภิชาต สุขัคคานนท์ ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ทำความเห็นกรณียุบพรรคชาติไทย และพรรคมัชฌิมาธิปไตย เสนอต่อที่ประชุม กกต. ล่าสุดมีรายงานว่า ที่ประชุมกกต. ได้พิจารณาและมีมติ 4 ต่อ 1 ให้ส่งเรื่องไปยังอัยการสูงสุดเพื่อพิจารณาเสนอต่อศาลรัฐธรรมนูญ ให้วินิจฉัยยุบพรรคการเมือง 2 พรรค คือ พรรคชาติไทย และพรรคมัชฌิมาธิปไตย ทั้งนี้ มีรายงานว่า เสียงข้างน้อย 1 เสียง คือนายสมชัย จึงประเสริฐ


 


พรรคชาติไทยและพรรคมัชฌิมาธิปไตยถูกพิจารณายุบพรรคเนื่องจากกรรมการบริหารพรรคคนหนึ่งกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้งด้วยการทุจริตซื้อเสียง นั่นคือ นายมณเฑียร สงฆ์ประชา อดีตว่าที่ ส.ส.ชัยนาท เขต 1 และรองเลขาธิการพรรคชาติไทย ที่ถูก กกต. มีมติให้ใบแดงเมื่อ 7 ม.ค. 51 หลังพบหัวคะแนนของ นายมณเฑียร เก็บบัตรประชาชนชาวบ้าน และเตรียมจ่ายเงินให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่หน้าหน่วยเลือกตั้งกลางในการ เลือกตั้งล่วงหน้า ขณะที่ นายสุนทร วิลาวัลย์ อดีตว่าที่ ส.ส.ปราจีนบุรี เขต 1 และรองหัวหน้าพรรคมัชฌิมาธิปไตย ก็ถูก กกต.มีมติให้ใบแดง เมื่อ 8 ม.ค.51 เนื่องจากมีพฤติการณ์แจกทรัพย์สิน


 


ทั้งนายมณเฑียร และนายสุนทร ต่างมีตำแหน่งเป็นถึงกรรมการบริหารพรรค ในชั้นแรก กกต.จึงได้ให้คณะกรรมการดำเนินกิจการพรรคการเมืองและการออกเสียงประชามติ ที่มี นายบุญทัน ดอกไธสง เป็นประธาน พิจารณาว่า หากกรรมการบริหารพรรคกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้งและถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง หรือโดนใบแดงแล้ว กกต.ต้องเสนอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณายุบพรรคนั้นหรือไม่


 


อย่างไรก็ตาม คณะอนุกรรมการชุดนายบุญทันมีความเห็นว่าไม่ควรเสนอให้ยุบพรรค เพราะการกระทำผิดของนายมณเฑียร และนายสุนทรเป็นเรื่องเฉพาะบุคคล อย่างไรก็ตาม ที่ปรึกษากฎหมายของ กกต.มีความเห็นแย้งว่า การที่กรรมการบริหารพรรคโดนใบแดง ถือว่าเข้าข่ายมาตรา 103 วรรค 2 ของ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. และการได้มาซึ่ง ส.ว. และมาตรา 237 วรรค 2 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย 2550 ดังนั้น กกต.ควรเสนอเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณายุบพรรค และให้นายทะเบียนพรรคการเมืองทำความเห็นเสนอต่อที่ประชุม กกต.เพื่อลงมติในวันนี้


 



รายละเอียด ความเห็นของนายทะเบียนพรรคการเมือง ต่อการดำเนินการตามมาตรา 95 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2550 กรณีพรรคชาติไทย เสนอต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง
 
จากการประชุมคณะกรรมการการเลือกตั้ง ครั้งที่ 21/2551 เมื่อวันที่ 30 มกราคม 2551 ซึ่งได้พิจารณา เรื่อง การเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ที่เป็นกรรมการบริหารพรรคการเมือง กรณีนายสุนทร วิดาวัลย์ ผู้สมัครรับเลือกตั้งสังกัดพรรคมัชฌิมาธิปไตย และเป็นรองหัวหน้าพรรคมัชฌิมาธิปไตย และนายมณเฑียร สงฆ์ประชา ผู้สมัครรับเลือกตั้งพรรคชาติไทย และเป็นรองเลขาธิการพรรคชาติไทย และคณะกรรมการการเลือกตั้งได้มีมติแต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนสอบสวนเพื่อ ตรวจสอบข้อเท็จจริงดังกล่าว ตามนัยมาตรา 95 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2550 โดยมีนายบุญทัน ดอกไธสง เป็นประธานกรรมการสอบข้อเท็จจริง และในการประชุมคณะกรรมการการเลือกตั้ง ครั้งที่ 41/2551 เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2551 คณะกรรมการสืบสวนสอบสวนฯ ได้รายงานผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง สรุปความว่า
 
จากผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงเชื่อว่า แม้ว่าทั้งนายสุนทร วิลาวัลย์ และนายมณเฑียร สงฆ์ประชา จะเป็นกรรมการบริหารพรรค แต่การกระทำผิดเป็นการกระทำส่วนในฐานะผู้สมัครรับเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือก ตั้ง โดยหัวหน้าพรรคหรือกรรมการบริหารพรรคอื่นมิได้มีส่วนรู้เห็นถึงการกระทำนั้น และคณะกรรมการการเลือกตั้งได้มีมติให้ส่งความเห็นของคณะกรรมการสืบสวนสอบสวน และสำนวนการสืบสวนสอบสวนฯ ให้นายทะเบียนพรรคการเมืองพิจารณาตาม มาตรา 95 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2550 ต่อกรณีข้างต้น
 
การดำเนินการของคณะกรรมการการเลือกตั้งดังกล่าวเป็นการดำเนินการตาม มาตรา 103 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองเลือกตั้งสมาชิกสภา ผู้แทนราษฎร และการได้มาซึ้งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ.2550 ซึ่งบัญญัติว่าให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง ดเนินการตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง เพื่อเสนอคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อให้ยุบพรรคการเมืองนั้น ดังนั้นตามนัยมาตรา 95 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง จึงถือว่าความได้ปรากฏต่อนายทะเบียน จากการประชุมคณะกรรมการการเลือกตั้ง และการแจ้งต่อนายทะเบียนตามมติของคณะกรรมการการเลือกตั้ง ซึ่งได้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยคณะกรรมการสืบสวนสอบสวนฯแล้ว ตามผลที่ปรากฏ ซึ่งนายทะเบียนได้พิจารณาจากบทบัญญัติแห่งกฎหมายและผลการตรวจสอบข้อเท็จ จริงแล้วมีความเห็นดังนี้
 
1. เห็นว่านายมณเฑียร สงฆ์ประชา ในขณะกระทำผิดยังคงดำรงตำแหน่งรองเลขาธิการพรรคชาติไทย จนถึงวันที่ถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง ตามคำวินิจฉัยสั่งการของคณะกรรมการการเลือกตั้ง ที่ 78/2551 ลงวันที่ 18 มกราคม 2550 ทำให้พ้นจากการเป็นสมาชิกพรรคชาติไทย และพ้นจากตำแหน่งกรรมการบริหารพรรคชาติไทย
 
2.เมื่อฟังได้ว่า ในขณะกระทำผิดนายมณเฑียรฯ เป็นกรรมการบริหารพรรคชาติไทยอยู่เช่นนี้ ถึงแม้ผลการสอบสวนของคณะกรรมการสืบสวนสอบสวนฯ หรือหลักฐานอื่นรวมทั้งการชี้แจงของหัวหน้าพรรคและผู้แทนพรรคต่อคณะกรรมการ การเลือกตั้ง อาจจะทำฟังได้ว่าหัวหน้าพรรคหรือกรรมการบริหารพรรคผู้อื่น (ซึ่งมิใช่นายมณเฑียร) ไม่มีส่วนรู้เห็นถึงการกระทำนั้นก็ตาม แต่พิเคราะห์บทบัญญัติตามมาตรา 237 วรรคสอง ของรัฐธรรมนุญแห่งราชอาณาจักรไทย และมาตรา 303 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทน ราษฎรและการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ.2550 ซึ่งได้บัญญัติตรงกันว่า "ถ้าการกระทำของบุคคลตามวรรคหนึ่ง ปรากฏหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าหัวหน้าพรรคการเมือง หรือกรรมการบริหารพรรคการเมืองผู้ใดมีส่วนรู้เห็น หรือปล่อยปละละเลยหรือทราบถึงการกระทำนั้นแล้วมิได้ยับยั้งหรือแก้ไขเพื่อ ให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยสุจริต และเที่ยงธรรม ให้ถือว่าพรรคการเมืองนั้นกระทำการเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจในการปกครอง ประเทศโดยวิธีการซึ่งมิได้เป็นไปตามวิถีทางที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญนั้น" ย่อมต้องถือว่า นายมณเฑียรเป็นกรรมการบริหารพรรค ผู้ใดมีส่วนรู้เห็นกับการกระทำผิด ตามนัยมาตรา 237 วรรคสอง และมาตรา 303 วรรคสอง และตามความเห็นของคณะกรรมการที่ปรึกษากฎหมายของคณะกรรมการการเลือกตั้ง ก็ให้ความเห็นไปในทางนี้อยู่
 
จึงเห็นว่า นายทะเบียนพรรคการเมืองจะต้องดำเนินการให้เป็นไปตามมาตรา 95 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2550 เท่านั้น ไม่อาจใช้ดุลพินิจในการเลือกที่จะแจ้งหรือไม่แจ้งต่ออัยการสูงสุด ซึ่งต่างจากศาลรัฐธรรมนูญทีมีบทบัญญัติตามมาตรา 94 ให้อำนาจที่จะมีคำสั่งให้ยุบพรรคการเมืองหรือไม่ก็ได้
 
จึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณาให้ความเห็นชอบให้แจ้งต่ออัยการสูงสุด พร้อมหลักฐานเพื่อให้ยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญ ตามมาตรา 95 ดังกล่าว ในกรณีของพรรคชาติไทยนี้ต่อไป


 


 


 


"เสธ.หนั่น"ยอมรับ"บรรหาร"เครียดคดียุบพรรค


ก่อนหน้านั้น เมื่อเวลา 10.00 น. พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะรองหัวหน้าพรรคชาติไทย กล่าวว่า นายบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทย ได้แจ้งทั้งเป็นลายลักษณ์อักษร เป็นหนังสือ และให้สัมภาษณ์ หรือแม้แต่การปราศรัยบนเวทีว่าไม่ได้ทำเอง แต่คนอื่นทำแล้วบอกว่าเป็นเด็กของผู้แทน ผู้สมัคร ซึ่งมีหลายประเด็นที่ไม่ชัดเจนแล้วไปตัดสิน ซึ่งทางเจ้าตัวก็ได้ฟ้อง กกต.จังหวัดแล้ว


 


เมื่อถามว่าทางผู้ใหญ่ในพรรคได้มีการคุยเพื่อหาทางออกอะไรไว้หรือไม่ พล.ต.สนั่น กล่าวว่า เมื่อผู้ใหญ่ในพรรคได้ไปให้ข้อเท็จจริงแล้วทุกคนก็สบายใจ เพราะถ้าหากเราไม่ไปให้ข้อเท็จจริง กกต.ทั้ง 5 คนเขาก็ไม่รู้เรื่อง


 


เมื่อถามว่ามีกระแสข่าวออกมาว่าถึงพรรคชาติไทยจะโดนยุบก็ไม่เป็นไรเพราะมีพรรคมหาชนของพล.ต.สนั่นอยู่แล้ว พล.ต.สนั่น กล่าวว่า อย่าให้โดนยุบเลย เมื่อถามย้ำว่าจริงหรือไม่ที่บอกว่ามีพรรคมหาชนรองรับไว้อยู่แล้ว พล.ต.สนั่น กล่าวว่า พรรคมหาชนยังไม่ถูกยุบ ตนออกมาจะเลือกตั้งอยู่แล้ว ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่าหากเกิดอะไรขึ้นกับพรรคชาติไทยทางพรรคมหาชนพร้อมรองรับใช่หรือไม่ พล.ต.สนั่น กล่าวว่า รองรับอยู่แล้ว อย่างไรก็ตามเวลานี้เป็นไปตามกระบวนการขั้นตอนที่จะต้องยื่นเรื่องให้อัยการ และไปที่ศาลรัฐธรรมนูญ


 


ผู้สื่อข่าวถามว่าหากทาง กกต.ส่งไปให้ศาลจะเอาข้อเท็จจริงใหม่มาต่อสู้ได้อย่างไร พล.ต.สนั่น กล่าวว่า เขาก็พิจารณาจากข้อมูลเก่า ไม่จำเป็นจะต้องเอาข้อมูลใหม่อะไร จะมีก็คือคนที่ถูกใบแดงเขาฟ้อง กกต.จังหวัด ถ้าลงว่าเขาไม่ผิดจะยุ่ง เมื่อถามว่ายากหรือไม่ พล.ต.สนั่น กล่าวว่า ไม่รู้ก็ต้องรอ แต่นั่นเป็นศาลยุติธรรมที่จะตัดสิน


 


เมื่อถามว่าเวลานี้ท่าทีของนายบรรหารเป็นอย่างไรบ้าง พล.ต.สนั่น กล่าวว่า เป็นธรรมดาที่ต้องเครียด มันหนักเหลือเกิน เล่นใครไปทำผิดแล้วถึงขั้นต้องยุบพรรค ไม่รู้ว่าเขียนกฎหมายกันอย่างไร และพรรคชาติไทยก็เป็นพรรคเก่าแก่ด้วย ดำเนินการมา 34 ปีแล้ว เมื่อถามว่ามีการมองหรือไม่ว่ามีธงที่จะให้ยุบพรรคชาติไทย พล.ต.สนั่น กล่าวว่า อยู่ที่ว่าถ้ามี แล้วสั่ง 5 เสือ กกต.แล้วจะเชื่อหรือไม่


 


 


 


ที่มา : เว็บไซต์คมชัดลึก และ ผู้จัดการออนไลน์


 

พลอยไพลินจัง

เกมส์การเมืองระหว่างทุนศักดินาจารีตกับทุนใหม่กำลังเข้มข้น ซึ่งต่างก็เป็นหลุมดำดึงดูดทุกอย่างเข้าสู่ศูนย์กลางอำนาจ

การชิงไหวชิงพริบ เกิดขึ้นชั่วโมงต่อชั่วโมง ตลอด 24 ชั่วโมง

ขณะนี้ การต่อสู้สูสี ฝ่ายหนึงมีวัฒนธรรม ความเชื่อ ศาสนา กฎหมาย เป็นอาวุธ สามารถครอบงำและจัดตั้งมวลอย่างเป็นทางการและไม่เป็นทางการได้จำนวนมาก ทั่วประเทศโดยผ่านสายงานแพทย์อาสาและงานสังคมสงเคราะห์มวลชนต่างๆ

อีกฝ่ายหนึ่งมีอำนาจรัฐเป็นรัฐบาล มีมวลชนที่ไม่ได้จัดตั้งเป็นกองเชียร์ทางภาคเหนือและภาคอีสานเป็นหลัก มีงบประมาณ มีสื่อ อยู่ในมือพอสมควร ซึ่งเพิ่งมีโอกาสในการหยิบใช้งบประมาณและกลไกรัฐได้ 2 เดือน

ดังนั้น ถ้าฝ่ายทุนใหม่อยากชนะเด็ดขาด ต้องสร้างแรงเชียร์ให้มากกว่านี้ ที่สำคัญต้องเร่งสร้างความรู้ รูปการจิตสำนึกผ่านสื่อบุคคล เช่น หัวคะแนน อาสาสมัคร นปก. สส.ในพื้นที่ ให้มีสื่อเปิดโปงชนชั้นทุนศักดินา ที่กดกขี่ขูดรีดประชาชนมาอย่างยาวนาน

ขอเตือนว่า อย่าใช้วิธีสร้างกองเชียร์แบบกลวงใน ไร้ข้อมูล ไร้ความรู้ ทำให้กองเชียร์ไม่แข็งแกร่ง มีส่วนร่วมต่อสู้น้อย กองเชียร์รอคอยเพียงการหย่อนบัตรเลือกตั้ง ไม่ลุกขึ้นมาทำกิจกรรมต่อสู้กับอำนาจทุนศักดินาจารีต เพราะทุนใหม่ไม่รู้จักการจัดตั้งและไม่รู้จักให้การศึกษามวลชน

สำหรับฝ่ายทุนศักดินาจารีต ถ้าอยากจะชนะทุนใหม่ก็ต้องเร่งโหมกระแสประชาสัมพันธ์เพิ่มขึ้น จัดกิจกรรมให้มีการจัดพิธีงๆ ทุกสาขาอาชีพ ทุกเพศ วัย ขยายวันเวลาการจัดพิธีกรรมต่างๆ แบบ 24 ชั่วโมง คล้าย 7-11 ให้ทุกหน่วยงานราชการหาเงินสนับสนุนกิจกรรมต่างๆ แก่กลุ่มทุนศักดินาจารีตให้มากขึ้นเป็นเท่าตัว และควรจะมีการตั้งหน่วยงานใหม่ คือ ศูนย์ประสานงานด้านพิธีกรรมระดับจังหวัด อำเภอ ตำบล และหมู่บ้าน

พร้อมกับกำหนดกฎหมายหมิ่นฯ ให้เข้มแข็ง และมีโทษมากขึ้น และให้เปิดเพลงยกย่องแบบในโรงหนังให้มากขึ้น ทุกถนนหนทาง เสียงตามสาย 4 แยก หากใครไม่ยืนตรงก็ให้ คุณการุณ คุณสมเกียรติ และพันธมิตรกระโดถีบได้ โดยไม่มีความผิด และได้รับรางวัลชมเชยด้วย

ข้าท้วงกดหมาย

ยุบพรรคแน่ครับ

เมื่อพิจารณาจากรายชื่อศาล รธน. ตามรายชื่อที่ปรากฏ ก็เห็นชัดว่าเรื่องนี้ทำกันเป็นระบบ มีการวางแผนไว้แล้ว

เมื่อสถานการณ์มาถึงตรงจุดนี้ ควรสนับสนุนแนวทางของพรรครัฐบาลที่มุ่งแก้ไข รธน โดยยอมปล่อยให้ถูกยุบพรรคไปเลยครับ

ความเสื่อมของชนชั้นนำได้ตกต่ำถึงขั้นยากแก้ไขกอบกู้ได้แล้ว พวกเขามุ่งรักษาการยึดครองรัฐ ด้วยการล้มฝ่ายตรงข้าม โดยไร้หลักการความถูกต้อง ซ้ำยังเมินเฉยต่อผลกระทบต่อประเทศชาติประชาชนทั้งหมด

การยุบพรรคจึงยิ่งตอกย้ำประจานความเสื่อมโทรมของการปกครองด้วยกลุ่มชนชั้นนำในปัจจุบันอย่างเปลือยเปล่าตัวตนที่แท้จริงอย่างไม่อายอีกต่อไป ทั้งที่รู้ตัวว่าประชาชนต่างรู้เท่าทันหมดสิ้นแล้ว

พวกเขาไม่เคยตอบคำถามได้ว่ากฎหมายที่ตราขึ้นภายหลังการรัฐประหารนั้นชอบด้วยหลักนิติธรรมและนิติรัฐได้อย่างไร ตอบไม่ได้ทั้งหลักประชาธิปไตย

เฉพาะมาตรา 309 ที่นิรโทษกรรมการกระทำผิดล่วงหน้าได้ ไปพูดที่ไหนก็ได้ในโลกนี้ที่ปกครองด้วยหลักประชาธิปไตยและนิติรัฐย่อมไม่มีทางยอมรับได้ แต่ถ้าถามว่าถูกกฎหมายไหมแบบนี้ เสมือนเอาปืนจ่อหัว หรืออ้างศาลเตี้ยก็ค่าเท่ากัน

ด้วยการคำนึงถึงและห่วงใยผลเสียหายที่จะเกิดขึ้นต่อประเทศชาติประชาชนส่วนใหญ่ ในสภาพแวดล้อมที่เศรษฐกิจโลกผันผวนถึงเพียงนี้ ไม่มีทางที่รัฐบาลที่มาจากผู้แทนประชาชนที่แท้จริงจะเลือกแนวทางแย่งชิงรัฐด้วยอาศัยกฎหมายคน 14 คนตัดสินแทนคนทั้งประเทศที่มีสิทธิ์ราว 45 ล้านคน เพราะมันสั่นคลอนเสถียรภาพไปทั้งประเทศ

การยึดรัฐด้วยวิธีที่ไร้ความชอบธรรมแม้ถูกกฎหมายของกลุ่มชนชั้นในปัจจุบัน จะสร้างรอยแตกร้าวขั้นแตกหักกับประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ และบีบบังคับให้ต้องมีการเปลี่ยนแปลงระบบการปกครองที่ขจัดอำนาจชนชั้นนำให้ออกไปจากการชักใยปกครองประเทศแบบที่ทำอยู่ทุกวันนี้

สำหรับใครที่คิดออกแค่อ้างว่าคนที่ไม่พอใจกลุ่มชนชั้นนำในปัจจุบันคือพวกชอบนโยบายประชานิยมเท่านั้นละก็

ผมเกรงว่าการยุบพรรคได้ก้าวล่วงล้ำเส้นเรื่องการชอบนโยบายประชานิยมไปเสียแล้ว เพราะเลือกพรรครัฐบาลเป็นแค่การเลือกตัวแทน ต่อไปจะเป็นการเผชิญหน้าโดยตรงกับประชาชนตัวจริง ผู้ที่เลือกพรรครัฐบาลไปเป็นตัวแทน ซึ่งประชาชนอาจแพ้ชนชั้นนำก็ได้ แต่อีกหลายสิบปีข้างหน้า ในความทรงจำของคนหลายรุ่นที่ผ่านประสบการณ์การเมืองทุกวันนี้ ชนชั้นนำคือผู้ทำลายชีวิตคนส่วนใหญ่ในประเทศนี้ ด้วยการปกครองด้วยระบอบที่เลวร้ายกว่าประเทศคอมมิวนิสต์และเผด็จการทหารที่มีอยู่ในปัจจุบัน แม้เมื่อพิจารณาเปรียบเทียบกับเวียดนามและพม่า คือกลุ่มชนชั้นนำผูกขาดอำนาจไว้เฉพาะกล่มตน กำจัดคู่แข่งที่ประชาชนนิยม แต่ใส่หน้าการคนดีที่ชมและเชียร์กันเองไปมา ทั้งที่โดยเนื้อแท้ไม่มีใครเป็นคนดีเทียบเท่ากับที่กล่าวอ้างกันแม้แต่คนเดียว

อีกครั้งหนึ่งที่ถ้าใครอยากด่าพรรครัฐบาลก็เชิญตามสบาย ถ้าพรรครัฐบาลปัจุบันไม่เลือกเข้าร่วมการเปลี่ยนแปลงการปกครอที่กลุ่มชนชั้นนำครั้งนี้ พรรครัฐบาลก็คือส่วนหนึ่งของกลุ่มชนชั้นนำกลุ่มนี้ไม่ต่างกัน

ภายหลังการยุบพรรคเมื่อปีก่อนได้ทำให้ความไม่พอใจของประชาชนเพิ่มขึ้นทันที ครั้งนี้ก็เชื่อว่าผลก็ไม่ต่างกัน แต่ปราการด่านสุดท้ายของชนชั้นนำจะได้ถูกทำลายลงพร้อมกันตามไปด้วย

วิกฤตครั้งหน้าที่รออยู่จะเปลี่ยนโฉมหน้าประเทศชาติไปตลอดกาล ในเมื่อไม่อาจปฏิเสธหรือหลีกเลี่ยงได้ตามแนวทางที่กลุ่มชนชั้นนำได้เลือกตีเส้นไว้ให้เดินตามแบบนี้ ก็ไม่ต้องเสียเวลารอ ยุบพรรคเลยเร็ว ๆ สำหรับชาวบ้านทุกวันนี้ก็ไม่มีอะไรจะต้องเสียไปได้มากกว่านี้อีกแล้ว อีกไม่กี่เดือนข้างหน้าถ้าประชาชนแพ้ก็ถูกกดหัวให้ปกครองต่อไป แต่ถ้าเราชนะจะได้โค่นล้มการปกครองของชนชั้นนำถึงรากถึงโคนกว่านี้

การมีอำนาจนั้นง่าย แต่การรักษาอำนาจนั้นยาก มาดูกันว่าหลังยุบพรรครัฐบาลแล้ว กลุ่มชนชั้นนำในวันนี้จะมีน้ำยาอะไรมาบริหารประเทศ ไม่ว่าด้วยนักกฎหมายหรือทหารก็ตาม อีกไม่กี่เดือนก็เห็นผลกันทันตา การพัฒนาระบบการตรวจสอบจากประชาชนควรเริ่มต้นกันที่รัฐบาลตัวแทนกลุ่มชนชั้นนำของประเทศ

เรามาเล่นเกมประชาชนตั้งรัฐบาล ชนชั้นนำล้มรัฐบาลไปพลาง ชมประเทศชาติเกิดสงครามกลางเมืองกันไปพลาง หากกลุ่มชนชั้นนำยังรักษาภาพคนดีต่อไปได้ข้ามปีก็คงแปลก วิกฤตราคาน้ำมันควบวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ แถมราคาข้าวพุงสูงเหลือเชื่อ มาดูว่านายกฯ พลเอก ศาล หรือนักการเมืองพรรคเก่าแก่ดีแต่พูด จะทำอะไรได้มากไปกว่าปล่อยให้เป็นไปตามกลไกตลาด หรือรัฐบาลใหม่ตัวแทนกลุ่มชนชั้นนำจะไม่ทำอะไร แต่ให้ประชาชนส่วนใหญ่แบกภาระกันเอาเอง ตามรอดตามดวง

สงครามยังไม่จบอย่าพึงนับศพทหาร เชื่อไหมว่าคราวนี้ทหารพระธรรมนูญจะเป็นศพมากมาย แลกกับศพประชาชนจำนวนมากอันประมาณมิได้ สังเวยให้กับการปกครองของกลุ่มชนชั้นนำ

อปอ

ความเห็นที่ 3 เขียนดีมาก เห็นด้วย

อีสานเกม

มีตัวพวกเตะลูกส่ง ถ้ากลัวความผิดไม่กล้าตัดสินสิ่งที่ถูกก็อย่ามาเสนอหน้ารับตำแหน่งที่ประชาชนไว้ใจ
อยากจะรู้จริงๆเป็นนักกฏหมายหรือครูภาษาไทยถึงได้วิเคราะห์ข้อเท็จจริงความถูกต้องเรื่องหนึ่งแต่ไปตัดสินตามตัวหนังสือ
เรียนกฎหมายกันมาทำไมแต่ไม่เข้าใจรัฐธรรมนูญตีความอย่างเคร่งครัดทุกมาตราว่าเรื่องดังกล่าวมันขัดต่อสิทธิและเสรีภาพในตำแหน่งหน้าที่และอีกหลายอย่างของพรรค จะไปตีความอย่างกว้างให้ขยายไปถึงพรรคไม่ได้ แม้จะมีคำว่า "ให้ถือว่า" ก็ตามทีแต่คำนี้ก็ไม่มีกฎหมายได้ให้นิยามไว้แต่เป็นศํพท์ที่ใช้กันมานานแล้ว ซึ่งแม้จะเป็นบทสมมุติตามหลักการใช้กฏหมายอื่นแต่เมือมาอยู่ในรัฐธรรมนูญจึงต้องใช้ตามหลักเกณฑ์ของรัฐธรรมนูญ คือเมื่อมีข้อไม่ชัดเจนของตัวบทซึ่งขัดกับสิทธิและเสรีภาพจึงต้องตีความไม่ให้เป็นการขยายการเอาผิดกับพรรคที่โดนขัดสิทธิและเสรีภาพในเมือเกิดข้อสงสัยในตัวบทที่ไม่ชัดเจนกับการที่พรรคจะต้องรู้เห็นการทำผิดด้วย เป็นความผิดเฉพาะตัว
ตามจริงไม่ต้องไปถึงหลักข้างบนนี้หรอกเพราะรักตัวกลัวตาย แต่ตอนเข้ามาตอนแรกบอกจะตัดสินตามความยุติธรรม ถุย
คราวหลังกกตชุดใหม่ให้ไปฝึกงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจก่อนมาดำรงตำแหน่งที่สำคัญเช่นนี้ เวลาตำรวจเขาจะจับคนผิดเขาไม่ได้ดูกฎหมายห้ามไว้ เขาทำตามยุติธรรมไม่ปล่อยให้คนร้ายทำผิดไม่ว่าจะทำในกรณีใดๆก็ตาม และก็จะไม่จับกุมคนไม่ทำผิดมาดำเนินคดีถ้าเขาเห็นว่าบริสุทธิไม่ได้นั่งอ่านกฏหมายทั้งวันแบบ กกต นี่สิคือนักกฏหมายตัวจริงต้องรักษาไว้ซึ่งความยุติธรรม "ใครก็รู้คนไม่ผิดไม่ต้องรับโทษ เช่นเดียวกับพรรคถ้าไม่ผิดไปสรุปให้ผิด อย่างนี้ไม่ใช่นักกฏหมายแต่เป็นครูสอนภาษาไทย [emo6.gif]

Boonshoo

จะถูกหรือผิดพวกมันไม่สนใจหรอกครับเพราะอีหงอกหมาจิ้งจอกเกเรแถวเทเวสมันตั้งธไว้แล้วว่าต้องยุบให้หมดให้เหลือพรรคประชาธิปัตย์ของคนใต้ใว้พรรคเดียว ประเทศชาติจะอิบอ๋ายอย่างไรมันไม่สนใจ ขอให้คนใต้เป็นใหญ่ในแผ่นดินนี้มันก็พอใจแล้ว..นี่คือปณิภานที่มันตั้งใจใว้ ถ้าคนใต้ไม่ได้เป็นใหญ่มันนอนตายตาไม่หลับแน่นอนอีเอี้ยตัวนี้

J o r n

ขอแย้งความเห็นที่ 3 ครับ

พวกเขาไม่กล้าสั่งยุบพรรคแน่
เพราะรู้ว่ามีแรงต้าน

โอกาสที่พรรคถูกยุบมีน้อยครับ
เพราะมีเรื่องของการเจรจาต่อรองลับๆ

ผมเชื่อว่าต้องมีการบีบบังคับกัน
เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับประชาชน

แต่ไม่ว่าจะยังไง มาขั้นนี้ ผมก็มั่นใจแล้วว่า
ประเทศนี้ไม่ใช่ของประชาชน

หดหู่จริงๆ

ยุบไปเถอะนะ.....จะทำอะไร
ก็รีบๆทำซะอย่ามัวทำเหนียม

อ้าปาก..ก็เห็นถึงไส้อ่อนแล้ว
จะมัวร่ำไรอยู่ทำไมกัน.....จ๊ะ

วันๆ....ไม่ต้องทำมาหากินกัน
เช้ามาก็มีแต่ข่าว..แม่มทะเลาะ

ทุกวันนี้ทำมาหากินก็สุดรันทด
มันจะซด......ซดกันอย่างเดียว

ประเทศนี้...เมืองนี้.....บ้านนี้
มันจะได้ล้าง....ล้างสิ่งสกปรก

ไอ้ที่มันมัวๆ..คลุมเครือสลัวๆ
มันจะได้ชำระกันซะที.....ก็ดี

เพื่อลูกหลานมัน..จะจดได้จำ
จำกันเป็นบทเรียน....สอนใจ

สอนให้จำว่า...ที่ผ่านมา.....
ปู่ย่า...ตายาย....ช่วยกันล้าง

ล้างประเทศ........จนสะอาด
ด้วยเลือดของขี้ข้า..กับขุนศึก

เร่งๆเข้าเถอะนะพ่อคุณ........
อย่าช้านะ...พ่อมหาจำเริญ..

"รายชื่อสุนัข..รับใช้เผด็จการ"จงจดจำ

รายชื่อตุลาการ และนักกฏหมายที่นิยมเผด็จการ (ไม่นับพวกอาจารย์ที่สอนนิติ)

qqqqq

208 3

11 เม.ย. 08
23:04

1 ปัญญา ถนอมรอด
2 ชาญชัย ลิขิตจิตถะ
3 อักขราทร จุฑารัตน์
4 ม.ร.ว.ไกรฤกษ์ เกษมสันต์ ณ อยุธยา
5 สมชาย พงษธา
6 วสันต์ สร้อยพิสุทธิ์
7 นาม ยิ้มแย้ม
8 จรัญ ภักดีธนากุล
9 สดศรี สัตยธรรม
10 อภิชาติ สุขัคคานนท์
11 ประพันธ์ คูณมี
12 ประพันธ์ นัยโกวิท
13 สุเมธ อุปนิสากร
14 มีชัย ฤชุพันธ์
15 พชร ยุติธรรมดำรง
16 เดชอุมดม ไกรฤกษ์
17 สัก กอแสงเรือง
18 อุดม เฟื่องฟุ้ง
19 คนที่อยู่ศาลอุทธรณ์ที่ใส่แว่นที่คุณจักรภพเอาบันทึกการสนทนาทางโทรศัพมาเปิดให้ฟังที่สนามหลวง
20 วิชา มหาคุณ
รายชือฝ่ายนิยมประชาธิปไตยที่อยู่ข้างประชาชน
1 มานิตย์ จิตจันทร์กลับ
2 มานิต วิทยาเต็ม
3 สมชาย จึงประเสริฐ
ใครนึกออกอีกก็ช่วยเพิ่มด้วย ขอให้บันทึกไว้ในประว้ติศาสตร์ชาติไทยชั่วกัลปาวสานครับ

เพทาย

มันเรียนกฎหมายมาเหมือนกันแต่วินิจฉัยไม่เหมือนกันเพราะอะไร เพราะพวกใครพวกมึงใช่หรือไม่ แล้วกูประชาชนหละจะเป็นพวกใคร หรือว่าพวกมึงไม่รู้จักประขาขน

คน

วัตุถุประสงค์ของรัฐธรรมนูญคือการ สกัดดาวรุ่ง ทำลายระบบพรรคการเมืองมิให้เข้มแข็ง เรียกว่าแบ่งแยกแล้วปกครอง นี่แหละประชาธิปไตยในประเทศนี้ถึงต้องล้มลุกคลุกคลานมาตลอด เพราะชนชั้นนำไม่จริงใจ ปากปราศัยน้ำใจเชือดคอ ขอทำนายว่า
ในภายภาคหน้าระบอบศักดินาต้องล้มแน่นอน อยู่อีกไม่นานหรอก

เอ็นเอ็นวี

พรรคชาติไทยมีอายุกว่าสามสิบปี ถ้าเปรียบเหมือนคนก็จะอยู่ในวัยฉกรรค์พอดี รู้ร้อนรู้หนาว มีชั้นเชิงแพรวพราวเป็นที่ต้องตาต้องใจ แต่มัชฌิมาสิเปรียบเหมือนทารกดูดนมแม่มาได้ไม่ก็คำก็ตายเสียตั้งแต่ยังเล็ก ด้วยคมดาบเดียวกัน ข้อหามีหนอนบ่อนไส้ทำลายพรรค จะโดยเจตนาให้เป็นเช่นนั้นหรือไม่ (ยุบพรรค) หรือเจตนาไม่เข้าใจ รธน.เสียอย่างนั้น ก็ต้องยอมรับกติกาว่าแม้มิได้เป็นผู้กระทำผิดเอง (หัวหน้าพรรค+กรรมการบริหาร) แต่เมื่อลูกพรรคที่ผ่านการคัดสรรมาจากท่าน ไปทำอะไรที่ผิดกฎหมาย ท่านก็ต้องร่วมชะตากรรมไปด้วย (เออ..แปลกดีเหมือนกัน) เปรียบเหมือนมอบหมายให้ตัวแทนไปกระทำการแทน เจ้าตัวผู้มอบหมายต้องรับผิดด้วยจะปฏิเสธไม่ได้
เอาหล่ะ ต่อจากนี้สถานภาพรัฐบาลจะเป็นอย่างไรกันหนอ...

Dame

เห็นด้วยวิกฤติครั้งนี้จะต้องเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมการเมืองและวัฒนธรรมสังคมของประเทศไม่มากก็น้อย เป้นการต่อสู้ระหว่างชนชั้น โดยมีพรรคแมลงเป็นตัวแทน และพรรคพลังเป็นตัวแทนอีกฝ่ายหนึ่ง ต่อไปนี้การจะ propaganda จะทำได้ยาก แม้ว่าอมาตยาจะมกลไกที่แทรกซึมไปทุกองค์ของประเทศ แต่ชนชนกลางเขารู้ข้อมูลเป็นส่วนมากยากที่จะบิดเบือน เพราะประชาชน หูตาสว่างแล้ว เราเชื่อว่าสรรพสิ่งทั้งมวลย่อมมีการเปลี่ยนแปลง ไม่ช้าก็เร็ว ถ้าไปกดขี่ข่มเหงรังแกพวกเขามากเกินไป

เวรกรรม

พรรคการเมืองที่ได้รับการเลือกตั้งเข้ามาในสภาอันทรงเกียรตินี้มีด้วยกัน 4 พรรค แต่มีอยู่ 3 พรรค ที่ได้ชื่อว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการซื้อเสียงของผู้บริหารพรรคทั้งสิ้น แต่แปลกมีอยู่พรรคเดียวที่ใสสะอาดไม่ได้มีการร้องเรียนว่ามีการซื้อเสียงของผู้บริหารพรรคเลยแม้แต่น้อย แต่ในอดีตพรรคการเมืองที่ไม่มีการร้องเรียนนี้เคยเป็นผู้บริหารบ้านเมือง แต่ กลับกลายเป็นพรรคการเมืองที่มีการช่อราษฏร์บังหลวงอย่างมโหราณ เอื้อประโยชน์ให้กับพวกพ้องอย่ามหาศาล บริหารบ้านเมืองจนทำให้บ้านเมืองเกิดความเสียหายเมื่อถูกตรวจสอบก็ยุบสภาหนีความผิดซึ่งไม่ยอมรับความจริง แต่ มาถึงสมัยการเลื่อกตั้ง 23 ธค. 2550 กลับกลายเป็นพรรคการเมืองที่บริสุทธิที่สุด มันเป็นไปได้อย่างไร หรือการร้องเรียนไปแล้วอาจถูกเก็บเข้าลิ้นชักหรือถังผงก็เป็นได้

คนศรีสะเกษ

คิดๆไปแล้ว...ผมว่าไม่น่ารอดรวมทั้งพลังประชาชน
เมื่อเรารู้ว่าเขาตั้งธงไว้แล้วเหมือนที่ รณ ฤทธิชัยพูดที่MV Newsหลังเลือกตั้งใหม่ๆว่าทำไมไม่เข้าพลังประชาชนไม่อย่างนั้นเทพเทือกคงไม่มั่นอกมั่นใจขนาดนั้นและชาติไทย มัฌชิมาธิปไตยก็เป็นการลงโทษฐานที่ไม่ร่วมกับประชาธิปัติย์ให้อภิสิทธิ์เป็นนายก
อย่าให้อภิสิทธิ์ชุบมือเปิบ...
..............ยุบสภา...ล้างไพ่ใหม่ไปเลย..
ประชาชนที่ศรีสะเกษเขาไม่เบื่อการเลือกตั้งครับเพราะพรรคที่เขาเลือกไปมีผลงานจับต้องได้ ไม่เหมือนพรรคการเมืองเก่าแก่แต่หาผลงานเป็นชิ้นเป็นอันไม่ได้เลย...

อีสานเกม

คห 10 นักกฏหมายคือผู้รักษาไว้ซึ่งความยุติธรรมให้เกิดขึ้นในสังคมในการบังคับใช้กฏหมายเพื่อให้เกิดความสงบเรียบร้อย
แต่ กกต เลือกที่จะยึดตัวอักษรเพื่อตัดสินโดยไม่สนใจความถูกผิดของข้อเท็จจริงที่เป็นสาระสำคัญของการบังคับใช้กฏหมาย
และข้อเท็จจริงที่ไม่เคยเกิดขึ้นในประเทศในระบอบประชาธิปไตยคือไม่มีกฏหมายใดในโลกแม้แต่มาตราเดียวที่ลงโทษคนที่ไม่ได้กระทำผิด

เมตตา

ไม่น่าจะต้องคิดมากเลย...การตัดสินตามกฏนั้นมันเรื่องง่ายๆ แล้วข้อเท็จจริงที่รับรู้มานี่ซิ ผู้ตัดสินจะเชื่อมากน้อยแค่ไหน การพินิจพิจารณาตรงนี้เอง เป็นเรื่องเฉพาะตัวของผู้ตัดสินแต่ละคน ตรงนี้ซิเป็นเรื่องยุ่ง...ข้อกฏหมายที่บัญญัติไว้เป็นอย่างไร การตัดสินมันก็เป็นเช่นนั้น ผู้ตัดสินคงไม่กล้าตัดสินตามอำเภอใจได้หรอก...

กฏหมายถูกบัญญัติขี้นใหม่โดย สภานิติบัญญัตฺที่ทหารตั้งขี้นมา มีคนหน้าแหลมฟันดำอยู่ด้วย แล้วทหารก็ตั้ง กกต.ชุดปัจจุบัณ..นี่ไง กกต.ชุดนี้เขาตัดสินไปตามกฏที่มี ณ วันนี้ ผลจึงออกมาว่ากกต.๔คนเสนอยุบพรรคของประชาชนหลายล้านคน นี่คือ"กฏหมายเผด็จการ" หากรับไม่ได้ก็ต้องรีบแก้กฏหมายเสียใหม่ โดยเร็ว

วันนี้เรามีสภานิติบัญญัติใหม่แล้วประชาชนเลือกเข้าไป แล้วทำไมไม่บัญญัติหรือแก้กฏหมายเสียใหม่ หากปลอยไว้ อำนาจของผู้ตัดสินหรืออำนาจตุลาการก็ต้องตัดสินตามกฏหมายเช่นนี้

สภานิติบัญญัติน่าจะต้องรีบออกกฏหมายแก้กฏหมายโดยเร็ว ประชาชนน่าจะสนับสนุน หรือเร่งสภาใหม่นี้ ให้แก้กฏหมายรัฐธรรมนูญเสีย...อำนาจนิติบัญญัติ อำนาจตุลาการ อำนาจบริหาร จะได้ถ่วงดุลกันได้

วันนี้เรากังวลว่า ใครจะถ่วงดุลอำนาจตุลาการได้ มันเป็นผลพวงมาจากกฏหมายรัฐธรรมนูญที่เผด็จการเขียนขี้นให้เรายอมรับ โดยอ้างความรักชาติรักแผ่นดิน ซึ่งมันไม่ต่างกันเลย กับเราๆท่านๆ

ผมขอสนับสนุนการแก้ไขกฏหมายรัฐธรรมนูญ และขอเรียกร้องรัฐบาลสมัครฯให้รีบแก้ไขโดยเร็ว

จิตประไพ โสภาวันดี

สงสัย ว่า ประเทศไทยอันเป็นที่รักยิ่งของเราจะได้เวลา สถาปนาระบบ"สาธารณรัฐ" เเหมือน เนปาล เสียที เรื่อง ยุบพรรค และ และ แก้ไขรัฐธรรมนูญ จะได้จบ ๆ กันที

โดย

1. ให้ 3 จังหวัดเป็น "สาธารณรัฐอิสลามแห่งปัตตานี

2. ภาคใต้และภาคกลาง เป็น "ราชอาณาจักรไทย" เหมือนเดิม

3. ภาคเหนือ เป็น สาธารณรัฐล้านนาประชาธิปไตย

4. ภาคอีสาน เป็น สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชนไท(บ้านพี่เมืองน้องกับ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว)

ใครอยากอยู่ รัฐไหน ตามสบาย อยากเป็น "ไพร่ทาส" ภายใต้ระบบอบ "ศักดินา" ตลอดชีวิต อยากพิทักษ์ รัฐธรรมนูญ เผด็จการ 2550 ตลอดกาลอยากอยุ่ใต้ระบบอบ อภิชน อำมาตยาธิปไตย ตลอดชาติ ก็จงอยู่กับ "ราชอาณาจักรไทย"

ส่วนใครที่เป็น "มลายู" จงไปอยู่ "รัฐอิสลาม" และใครที่อยากเป็น "ไท" ก็จงไป อยู่ อีก 2 รัฐที่เหลือ

บั้งไฟแสนแดนอีสาน

*จะจ้อง จะยุบ ทุบไล่
บ่ได้ มีใจ ไหวหวั่น
สู้ได้ ถึงไหนถึงกัน
ห้ำหั่น กันให้ บรรลัย

*ยุบได้ พองใหม่ ได้อีก
บ่หลีก บ่หนี ไปไหน
สู้เพื่อ ปวงชน มีชัย
ประชาธิปไตยยั่งยืน

*ยุบไป เลือกใหม่ ได้เก่า
สองเท่า สามเท่า เฝ้าขืน
ปวงชน คือผล ยั่งยืน
อย่าฝืน มติมหาชน

ข้าท้วงกดหมาย

ผมอยากให้มีการจัดเปิดเผยข้อมูลและวิธีการตีความต่อสาธารณชน

ยกตัวอย่างเช่น กรณีใบแดง ยงยุทธ ติยะไพรัช เอากันแบบตรง ๆ ไปเลยว่าเรื่องมันไงมาไง เช่น เท่าที่ทราบ มีกำนัน 10 คนเกี่ยวข้อง มีจำนวน 9 คนปฏิเสธกล่าวหนยงยุทธ มีแค่ 1 คนกล่าวหา แต่ กกต. เชื่อพยานคนเดียวนี้ แม้ไม่นำหลักฐานสันติบาลมาใช้ แต่ไม่เปิดเผยทั้งที่น่าสงสัยมากว่าเป็นหลักฐานที่พิรุธ ภายหลังเมื่อส่งมอบมีการดูดเสียงออกหมด

ประเด็นคือ ผมไม่ยอมรับกระบวนการยุติธรรมที่อยุติธรรม ก่อนจะไปพูดถึงการตัดสินตามข้อกฎหมายซึ่งมีมุมแย้งได้เช่นเสียง กกต. เสียงข้างน้อย 1 เสียง

กรณีเช่นนี้ควรนำมาตีแผ่ให้เห็นทั่ว ๆ กันว่าการวินิจฉัยนั้นอยุติธรรมเพียงใด เพราะเลือกฟังฝ่ายเดียว ไม่มีการนำความเห็นทุกด้านมาประมวลไว้ก่อนวินิจฉัยเสมอ

กรณีตุลาการรัฐธรรมนูญยุบพรรคไทยรักไทยเมื่อปีก่อนก็เหมือนกัน ที่เลือกตัดสินเชื่อตามพยานของพรรคประชาธิปัตย์ แต่โต้แย้งไม่ยอมรับฟังพยานของพรรคไทยรักไทย โดยไม่มีเหตุผล นอกจากสรุปเอาดื้อ ๆ แล้วตัดสินเองเออเอง

กรณีซื้อเสียงบุรีรัมย์ก็เหมือนกัน มีพยานร่วม 37 ปากที่ให้การเป็นประโยชน์กับผู้สมัครพรรคพลังประชาชน แต่ กกต. เลือกเชื่อพยานที่มีคดีติดตัว ง่ายต่อการถูกตำรวจซึ่งใกล้ชิดสนธิลิ้มกดดัน กับพยานที่ใกล้ชิดผู้สมัครพรรคคู่แข่งซึ่งง่ายต่อการเอื้อประโยชน์กันเอง

กกต. และกระบวนการยุติธรรมแบบ ตุลาการ รธน.-กกต. คือการเปิดให้มีกระบวนการยุติธรรม แต่เลือกฟังพยานหลักฐานฝ่ายเดียว เผลอ ๆ รู้เห็นเป็นใจกับการทำหลักฐานเท็จของตำรวจเพราะได้ฟังแล้ว แต่ไม่มีความสงสัยหรืออะไรกับการดูดเสียงจากเทปด้วย

ประเด็นคือจาก 3 คดีผมยังไม่เห็นประเด็นหักล้างที่มีเหตุผลและหลักฐานมาหักล้างจนนำไปสู่การตัดสินได้เลย การอ้างข้อกฎหมายก็ไม่เป็นเอกฉันท์

สุดท้ายก็ลากอ้างเหมือนมาตรา 309 ที่หน้าด้านใช้กันอย่างไม่รู้จักอายอยู่ประเทศเดียวในโลก แถมยังกล้ามาก ๆ ที่อ้างว่าเป็นประชาธิปไตยและทำตามหลักนิติรัฐและนิติธรรมอีกต่างหาก

ผมคิดว่าตามความหน้าด้านคงเปลี่ยนแปลงผลอะไรไม่ได้ แต่น่าประจานให้ความจริงของการโกงเป็นที่ประจักษ์ว่าคนที่มาจากศาลนั้นมีกระบสนการพิจารณคดีตัดสินความกันอย่างไรบ้าง นึก ๆ ดูแล้ว ทำให้สงสัยว่าถ้าไม่มีกฎหมายห้ามหมิ่นศาล พิจารณจากคนที่มาจากศาลตัดสินคดีกันแบบขัดสายตาคนดูกันจะ ๆ ขนาดนี้ ผมเชื่อว่ากระบวนการยุติธรรมของประเทศนี้ควรรื้อตรวจสอบกันใหม่ทั้งหมด และควรเปิดให้มีการวิจารณ์ได้โดยคงหลักความรับผิดชอบการกล่าวหาความเท็จ แต่ถ้ากล่าวจริงไม่ควรถือเป็นหมิ่นศาล

ผมคิดว่าศาลควรถูกตรวจสอบและโปร่งใสกว่านี้ เพราะมาตรฐานการตัดสินคดีดูไร้มาตรฐาน เพราะไม่มีเกณฑ์วินิจฉัยที่เที่ยงธรรม มีแต่อ้างอำนาจกฎหมายมาบังคับเอาตามใจชอบ ไร้เหตุผลสิ้นดี

และกล่าวอย่างถึงที่สุดทุกภาคส่วนในสังคมนี้ถ้าจะถือว่ามีความเจริญแบบสากลแล้ว ก็ควรโปร่งใส เปิดให้มีการวิจารณ์ตามความจริงได้ โดยเฉพาะผู้ที่เป็นบุคคลสาธารณะ และประกอบวิชาชีพที่ส่งผลกระทบต่อคนจำนวนมาก ควรมีความรับผิดชอบต่อการกระทำและคำพูดของตนมากกว่าประชาชนทั่วไป

อีกครั้งหนึ่งในแนวทางที่หลากหลายของการแก้ไข รธน. ยุบสภา ยุบพรรค ผมเสนอให้ให้ปล่อยให้ยุบพรรคไปเลย แล้วเราไปรื้อมันให้หมด ทำลายกฎหมายที่ป้องกันอภิสิทธิ์ให้กับคนกลุ่มน้อย กดดันการบริหารประเทศที่ไม่ได้เรื่องแบบ คมช.-รัฐบาลสุรยุทธ์ จนกว่าจะล้างอำนาจอภิชนให้ออกไปจากประเทศนี้

เพราะรัฐบาลที่ประชาชนเลือกต้องถูกกดดันให้บริหารประเทศไม่ได้ เพื่อเปิดทางให้พรรคอภิชนมาปกครองประเทศแทน แบบนี้คือการปล้นอำนาจอธิปไตยจากมือประชาชนด้วยการบังคับใช้กฎหมายเหมือนกัน ด้วยเทคนิคทางกฎหมาย ไม่ใช่ด้วยความยุติธรรม ถึงถูกกฎหมายก็ไม่เป็นประชาธิปไตย สำหรับกฎหมายที่ไม่ยุติธรรม กฎหมายนั้นก็ผิด ประชาชนไม่มีเหตุผลที่ต้องยอมรับกฎหมายผิด ๆ อีกต่อไป

พรรครัฐบาลควรเดินหน้าแก้กฎหมายอยุติธรรมเหล่านี้ทั้งหมดตั้งแต่รัฐธรรมนูญจนถึงประกาศคณะปฏิวัติ โดยทำให้เสร็จก่อนการตัดสินยุบพรรค แก้ปัญหาเศรษฐกิจให้นิ่งและดำเนินการที่จำเป็นเร่งด่วนก่อน แล้วยุบสภาไปเลือกตั้งกันใหม่ ประชาชนทั้งประเทศจะสนับสนุนให้ประเทศเป็นประชาธิปไตยอย่างแน่นอน

แม้ถูกยุบพรรคหรือรัฐประหารหรือลอบสังหาร ประชาชนก็จะสนับสนุนพรรครัฐบาลให้เป็นรัฐบาลต่อไป ไม่มีทางที่กลุ่มอภิชนที่ฉีกหน้าแตกหักกับประชาชนซ้ำซากมา 2-3 ปี ใช้วิธีการกฎหมายแบบผิด ๆ จะได้รับการสนับสนุนอีกอย่างแน่นอน ถึงประชาชนจะเดือดร้อนเพียงใด คนกลุ่มเดียวที่ถูกจะกล่าวโทษคืออภิชน ไม่ใช่พรรครัฐบาล

เมื่อกลุ่มอภิชนบีบสถานการณ์สร้างทางตันก่อปัญหาไม่รู้จักจบสิ้น ก็ไม่ต้องไปทำอะไรเขา แต่ตัดช่องทางอภิสิทธิ์ทั้งหมดที่มี โดยเฉพาะด้วยช่องทางกฎหมายให้หมดไปสิครับ ให้มาสู้กันในสนามอย่างเสมอภาคและยุติธรรม อย่าไปใช้การตั้งกติกา คุมกรรมการ มาชนะบอลแบบนี้เลย มันทุเรศ ถ้าพรรครัฐบาลใช้วิธีการเดียวกันก็ทุเรศ ลงมือแก้ปัญหาประเทศ และแก้กฏหมายให้คนในประเทศนี้เท่ากันก็พอครับ แล้วประชาชนจะสนับสนุนแน่นอน

จะไปกลัวทำไมกับแค่ยุบพรรค ล้างอำนาจอภิชนไปเลยดีกว่า ถึงจะยุบพรรคไปอีกกี่ครั้ง ขอให้เดินตามแนวทางเพื่อประชาชน ก็จะได้รับการสนับสนุนจากประชาชนตลอดไป เมื่อกลุ่มอภิชนเลือกทางที่สร้างความเดือดร้อนให้กับประเทศชาติประชาชน พวกเขาก็คือศัตรูของประชาชนตราบเท่าที่เขายังเป็นอีแอบไม่กล้าสู้กันในสนามอย่างเท่าเทียมแบบทุกวันนี้

อีสานเกม

คห20 เห็นด้วย รัฐบาลควรที่จะบัญญัติหมวดเพิ่มในรัฐธรรมนูญในการตรวจสอบองค์กรอิสระแม้แต่ศาลเอง โดยให้สส และสว เสนอเรื่องเข้าสู่สภาได้โดยมีคณะกรรมการมาจากที่ประชุมใหญ่ของศาลฏีกา ประธานศาลปกครองครึ่งหนึ่ง อีกครึ่งหนึ่งมาจากการลงมติเลือกของสสและสวเพื่อพิจารณาการกระทำของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เนื่องจากในกรณียุบพรรคเนื่องจากเป็นการกระทบต่อสิทธและหน้าที่ของประชาชนทั้งประเทศ และกระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจและการเมือง โดยให้คณะกรรมการดังกล่าวจัดตั้งขึ้นได้ในกรณีมีการยุบพรรคการเมืองโดยง่ายๆ ไม่ว่าจะเป็นตามคำสั่งของอำนาจมืด ที่ควรไปอยุ่ประเทศคอมมิวนิสต์มากกว่าอยู่ประเทศไทย หรือเป็นอคติในความคิดของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเอง
รัฐธรรมนูญที่แก้ควรจะหาทางปกป้องสิทธิและเสรีภาพของประชาชนและประเทศชาติไม่ให้ตกอยู่ในกลุ่มคนที่หลงในอำนาจจนคิดว่าตนเองใหญ่คับประเทศจะสั่งใครก็สั่งได้และป้องกันองค์กรอิสระเช่น ศาลรัฐธรรมนูญทำผิดซะเองไม่งั้น รัฐธรรมนูญและประชาธิปไตยจะเกิดทางตัน

คิคขุ ไม่โนเนะ

เห็นด้วยกับคห.ที่18

อยากมีการเลือกตั้งประมุข ผมจะเลือกอยู่ที่ใดคงรู้นะครับ

คือไม่อยู่ภาคกลางกับภาคใต้ ซึ่งตอนนี้อยู่ภาคใต้ แต่จะไปอยู่ที่อิสานหรือเหนือ

เชียร์ คห.2

คห.2 ก็ดีมาก

DDT.

เท่านี้มันชัดเจนแล้วผลพวงของระบอบกษัตริ์ในอดีต ที่สืบเนื่องเกี่ยวพันธ์ ทอดสายกันมา เป็นระบอบศักดินา อำมาตยาธิปไตย ในบ้านเมืองของเรา ณ.ปัจจุบัน กำลังส่งผลให้เกิดทั้งแรงกดและแรงดัน ในสังคมไทยจากล่างสู่บนและจากบนลงล่าง ภาวะเช่นนี้ไม่เป็นผลดีต่อผู้คนพลเมืองที่อาศัยอยู่ในแผ่นดินผืนนี้ ความถูกต้องชอบธรรมถูกผูกขาดยึดครองอยู่ข้างชนชั้นอภิสิทธิ์ขุนศึก,ขุนนาง และพวกสมุนตีนมือ ในขณะเดียวกัน ไพร่ฟ้าพลเมืองและตัวแทนของพวกเขา ถูกบังคับให้ต้องอยู่ภายใต้กฏระเบียบ ซึ่งฝ่ายขุนศึก ศักดินาอำมาตย์ ได้เขียนขึ้นตามอำเภอใจ โดยมีอำนาจจากปลายกระบอกปืนเป็นเครื่องมือช่วยข่มขู่สำทับ ไม่น่าเชื่อว่า ณ.พ.ศ.นี้ การปกครองอย่างนี้(ที่เรียกว่าเผด็จการอำนาจนิยมอำมายาธิปไตย) ยังคงถูกใช้ในแผ่นดินแหลมทองที่รู้จักกันทั่วโลกในนามประเทศไทย ประชาชนส่วนใหญ่ในแผ่นดินนี้คิดว่าระบอบ ศักดินาขุนศึก ที่กดขี่คนชาติเดียวกันลงเป็นทาษ จะจบสิ้นไปแล้วตั้งแต่เซอร์จอห์น เบราริ่ง ขุนนางนักล่าเมืองขึ้นชาวอังกฤษ เข้ามาทำสัญญาการค้า,การเมืองและการศาลกับสยามประเทศเป็นครั้งสุดท้าย พร้อมกับการประกาศเลิกทาษให้แก่ไพร่ทาษพลเมือง(ของคนชาติเดียวกัน)ชาวสยาม โดยกษัตริ์สมมติเทพชาวสยาม อันเป็นผลพวงพลอยได้จากกาณ์นั้น แต่ที่ไหนได้เผด็จการที่กดคนชาติเดียวกันลงเป็นทาษ ยังคงอยู่ เพียงแต่ซ่อนตัว แอบพรางไปกับระบอบประชาธิปไตย ที่เป็นกระแสนิยมของชาวโลก ต่อจากกระแสชาตินิยมภายหลังสงครามโลกครั้งที่ 1 จนเมื่อสิ้นยุคสงครามเย็น การปลุกกระแสวีรบุรุษขุนศึกขี่ม้าขาวจึงทำไม่ได้อีกต่อไป มันทำให้การซ่อนพลางตัวในกระแสประชาธิปไตย ของเหล่าเผด็จการขุนศึกศักดินาอำมาตย์ ที่เคยทำได้ก่อนหน้านั้นกลับเป็นการทำลายอำนาจอิทธิพล ของพวกเขาลงอย่างเฉียบขาดและรุนแรง ทั้งนี้เกิดจากเหตุผลหลัก อย่างน้อย 3 ประการ ได้แก่ 1.เพราะกระแส ประชาธิปไตยของโลกกำลังเชี่ยวกราก เนื่องจากความพ่ายแพ้,ล่มสลายของลัทธิ สังคมนิยม คอมมิวนิสต์ภายหลังสงครามเย็น 2.เกิดกระแสประชาธิปไตยที่กินได้ และจับต้องได้ ในแผ่นดินไทย ที่มาจากนายทุนชั้นสามัญชน และ 3. เกิดจากความตื่นตัวทางการเมืองของประชาชน(รากหญ้า)ส่วนใหญ่และผลพลอยได้จากกระแสโลกาภิวัฒน์ เหล่านี้ทำให้มองเห็นตัวตน และรากเหง้าที่แท้จริงของ เผด็จการขุนศึกศักดินาอำมาตย์ ที่เอารัดเอาเปรียบ ข่มเหงและขูดรีดประชาชาตลอดมา และความขลาดเขลาของพวกขุนศึกศักดินาอำมาตย์ดังกล่าวด้วย จึงช่วยหนุนให้เขาทำอย่างอื่น(ที่เคยทำ) ไม่ได้,ไม่เป็น คิดอย่างอื่นไม่ได้เพราะความล้าหลัง โง่เขลา สูขสะบายเสียเคยตัว จึงขาดการพัฒนา ความรู้ความสามารถที่จำกัดของพวกขุนศึกศักดินาอำมาตย์นี่เอง ที่เป็นจุดบอดที่อ่อนด้อยและอาจนำไปสู่จุดสุดท้ายของพวกเขาเร็ววันขึ้น เพราะการใช้กำลัง(ที่เหนือกว่า)เพียงอย่างเดียวเท่านั้นที่คนเหล่านี้ คิดได้และทำเป็น.
ในท้ายที่สุดนี้ จึงขึ้นอยู่กับรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งเป้นตัวแทนของประชาชนที่แท้จริง จะเป็นผู้เลือกหนทางซึ่งไม่ใช่เพียงเพื่อพวกพ้องของตนเท่านั้น ยังหมายถึงเพื่อแผ่นดินนี้และประชาชนผู้อยู่อาศัยในแผ่นดินนี้ทั้งหมดด้วย ท่านต้องใช้สติปัญญาอย่างเต็มประสิทธิภาพ ต้องมุ่งมั่นและกล้าหาญ นำพาประชาชนทั้งผองตีฝ่าวงล้อมของอำนาจเผด็จการขุนศึกอำมาตยาธิปไตย ออกไป ชูธงประชาธิปไตย ไปปักลงบนเนินแห่งชัยชนะและสถาปนารัฐไทยที่มีประชาชนเป็นเจ้าของอย่างแท้จริงบนแผ่นดินแหลมทองผืนนี้ ประชาชนทั้งผองเลือกท่านมาเป็นผู้นำแล้วและพวกเราพร้อมที่จะจับอาวุธขึ้นวิ่งกรูออกไปตามการนำของท่าน พร้อมสละแม้ชีวิตอย่างเต็มใจ ขอเพียงท่านพร้อมที่จะลงมือ.....ฉนั้น ท่านต้องตัดสินใจ...

คนเลือก สส.

นี่แสดงว่าตอนเลือกตั้ง 23 ธ.ค.50 เป็นการทำกับดักล่าฝ่ายตรงข้ามและใช้ประชาชนให้ร่วมเป็นเหยื่อ เพราะดูแล้วจะเป็นการออกแบบการวางกับดักไว้ว่าต้องเป็นแบบนี้เพราะเท่าที่ดูทุกพรรคทุจริตหมดแต่ไม่ถือว่าเป็นเรื่องเสียหายจนประเทศพังแต่จะมีคนที่สร้างกับดักขยายผลสิ่งที่เกิดเพื่อให้เป็นเรื่องที่เป็นประโยชน์กับตนเองและกลุ่ม โดยเฉพาะพวกศักดินาเก่าที่ต้องล้างพวกนายทุนที่สร้างประโยชน์ให้ประชาชน ชนชั้นรากหญ้า

Gneisenau

เห็นด้วยกับคห.ที่ 2 มากๆครับ แสนสลดหดหู่กับบรรดาตุลาการบ้าบอทั้งหลายแหล่ อยากจะยุบก็ยุบให้หมดไปเลยครับ ให้เหลือแต่ปชป แมงสาบในคราบคนดี สงครามกลางเมืองของเราใกล้จะได้ฤกษ์เกิดกันเสียที

อะตอม

ครับ#2ครับธงยุบพรรคนั้นคือการปฎิวัติซ้ำเป็นของจริงกว่าที่พันธมิตร บอกว่าจะมีการปฎิวัติตัวเอง ถ้ามองในแง่ดียังดีกว่าเราโดนปฎิวัติจริงๆซ้ำ ผมว่าเขาหยั่งเชิงมาหลายครั้งเช่นผ่านโหนคมช.ถามทาง

ว่าจะให้เผาซ้ำไหม ?เผาครั้งแรกมันหน๋อมแน้มไปหน่อย แต่คนไทยและหลายๆเงื่อนไขก้บ้องศ์หูตอบไปแล้วว่า อย่าน่ะครั้งแรกก็เกินพอแล้ว และใช้ความชอบธรรมที่เอาคนไทยออกจากหม้อต้มกบ ระบอบทักษิณไปหมดแล้ว ไม่เหลือเกราะความชอบธรรมประชาชนคุ้มภัยสันบสนุนแล้วทำไปมีแต่ตาย

เราจะต้องยอมรับความมีอยู่เป็นอยู่จริงของ ทั้งทุนเก่า(ศักดินา) และทุนใหม่ เพราะนั้นคือ ตัวตนแขนขาของเรา แต่เพราะที่บังเอิญที่ทุนใหม่ผูกขาดเล่นผูกขาดกินจนเขาตบยุงรอนานไปหน่อย

และทุนใหม่ดันไปสร้างเงื่อนไขจนปริมาณความชอบธรรมเดิมที่เคยเป็นเกราะแก้วเจ็ดชั้นในสมันทักษิณหนึ่ง พูดอะไรมาประชาชนฟังแล้วเคลิ้มตามมองเป็นเทพฯ

แต่เพราะความกลัวการกระแซะจากทุนเก่าเลยแปรสัมทานปริมาณความชอบธรรมลงมาเป็นการเพิ่มดีกรีการครอบงำลงไปใน"ทฤษฎีต้มกบ"

เกราะแก้วความชอบธรรมเก่ามันจึงบาง แถมมีพาลน่ะมิตรเอาไม้แหย่แผลปริตรงนั้นนิดเดียว ที่นี้สาระพัดเท้าที่จ้องอยู่นาน และเคยตีมานานแต่ไม่บิ่นก้สารพัดประเคนลงมา

เขาจ้องทนนั้งตบยุงรอมานานแล้ว แต่พันธมิตรเปิดแผลให้ จึงเป็นทีที่เขาต้องเล่น และเดินหน้าขอเป็นผู้เล่นบ้าง เพราะตบยุงรอมานานกดดันแขนขาเริ่มชาอยากยืดแข้งยืดขาขอเล่นบ้าง อีกฝ่ายเล่นกินแบบผูกขาดมานาน

หัวอกเดียวกันกับส.สฝ่ายค้านตอนนั้น จึงไม่แปลกเลยว่าสัญญานหลายอย่างเข้ากันเป็นปี่เป็นขุ่ย กับเกมการชิงอำนาจนี้

ประชาชนต้องไม่ตกเป็นเครื่องมือเหมือนอย่างที่พันธมิตรเป็นมาแล้ว เพราะทั้งสองฝ่ายต่อสู้เพื่อความอยู่รอด แต่พยายามอ้างประชาชนบังหลัง เข้าตีอีกฝ่าย

แต่ปัญหาคือความยืดเยื้อของการประลองกำลังกันมันจะนานเกินไป และสร้างเงื่อนไขไม่จบไม่สิ้นเกินไป และเริ่มใช้วิธีการที่ผิดรูปแบบประชาธิปไตยมากขึ้น เพื่อพิชิตอีกฝ่าย

ปัญหาของภาคประชาชนตอนนี้จึงต้องพึ่งตนเอง และไม่พยายามเข้าไปเล่นด้วยหรือตกเป็นเครื่องมือของใครแบบพันธมิตรและยอมรับให้ได้ในความมีอยู่เป็นอยู่ตรงนี้ของขั่วอำนาจแบบนี้ว่ามันคือแขนขาตัวตนของเราตัดทิ้งส่วนไหนก้ไม่ได้ แต่จะประบปรุงอย่างไรให้กลไกมันทำหน้าที่ตามบทบาทให้ถูกต้องและมีพลวัฒฯขับเคลื่อนไปข้างหน้าพร้อมกัน

แต่เราจะกดดันปรับจูนอย่างไรให้เขาทั้งสองเล่นกันให้มันถูกต้องและส่งผลกระทบกับส่วนรวมน้อยที่สุด ไม่มองเป้าหมายแพ้ชนะส่วนตัว จนสร้างเงื่อนไขรบกันไม่มีวันจบ

เราต้องตีแผ่กดกันให้เผยตัวเพื่อกดดัน ให้มือที่มองไม่เห็นโดยเฉพาะแนวร่วมจากทุนเก่าที่โครงสร้างผู้เสียประโยชน์จากระบบทักษิณนั้นมีใครบ้างที่เผยตัวออกมาหลังปฎิวัตินั้นปลาซิว

แต่ตัวตนของมือที่มองไม่เห็นสังคมต้องกดดันให้ลงมาเล่นตามกติกา เช่นถ้าจะสนับสนุนพรรคฝ่ายค้านเดิมที่หัวอกเดียวกัน ก็ทำไปเลยให้มันถูกต้องให้เป็นทางเลือก

ถ้าสมมุติว่าป.ช.ป ฐานคะแนนแข็งขึ้นมาจากการสนับสนุนของทุนศักดินาเก่าหรือกลุ่มทุนที่เสียผลประโยชน์จากระบอบทักษิณประชาชนต้องกดดันให้เขาลงมาสนับสนุนอย่างเปิดเผย

เพื่อสร้างอีกขั่วให้เป็นทางเลือก เล่นกันตามกติกา ไม่ใช่ใช้วิธีแบบมือที่มองไม่เห็นแล้วอีกฟากที่จะโดนเกมยุบพรรคนี้เล่นงานหรือเผาซ้ำ

มุกนี้ของเขาก็มีจุดอ่อนเพราะการเผาการใช้ไฟเล่นงานคู่ต่อสู้นั้น ปริมาณความชอบธรรมของเขาก็น้อยลงไปเหมือนกรณ์ที่ระบบอบทักษิณใช้ไฟดีกรีการครอบงำลงไปต้มกบคนไทย

แบบนั้น อย่าไปยืนสู้ไฟเพราะจะสร้างเงื่อนไขมากมาย ถ้าเกิดไปเต้นตาม และให้กระบวนการนั้นดำเนินไป ปล่อยให้เขาเล่นบ้าง จะได้ลดความกดดันแบบเดิมๆยุบได้ยุบไป ยุบจริงยิ่งดีคะแนนสงสารมาอีกเพียบ เพราะจุดอ่อนนี้ก็แสดงออกมาหลังเลือกตั้งหลังยุบพรรคครั้งแรกแล้วว่ามุกนี้ ไม่ได้ผลในระดับที่คาดหวังอย่างไร

เผาซ้ำก็ใช้ว่าจะได้ผล ถ้าพวกคุณรวมตัวกันให้แข็งแรงให้แน่นไว้ ใบหายไปกับไฟบ้างให้เขามมองว่าพวกคุณยืนต้นตายนั้นหลังเลือกตั้งครั้งล่าสุดก็พิสูจน์ผลว่าคืออะไร???

แม้ผมไม่เห็นด้วยเรื่องการยุบพรรคและธงยุบพรรค แต่จะไปทานไฟไม่เป็นประโยชน์ปล่อยให้เขาเล่นไปเพราะเขาก็คนไทยมีสิทธิเล่นมีสิทธิออกแบบบ้านเมือง แม้วิธีการมันจะมิจฉาไปบ้าง แต่เพราะความกดดันตรงนั้นของเขา และสังคมพยายามผลักหลังมือที่มองไม่เห็นเผยตัวออกมา

จะสนับสนุนใคร ก็เอาเลยอย่ามาลับๆล่อๆ สร้างทางเลือกอีกขั้วให้แน่นให้แข็งแรง เอาพลังในความมีอยู่เป็นอยู่นั้น มาใช้ให้เกิดประโยชน์กับสังคมอย่างตรงไปตรงมา

ประชาชนจะได้เลือกได้ว่าจะเลือกใครและมั่นใจว่าเลือกข้างที่เล่นตามกติกามาแบบถูกต้องทั้งคู่ไม่ใช่สร้างความอึดอัดใจให้ประชาชน ไม่มีทางเลือก ทั้งทุนเก่าทุนใหม่

มันจ้องทั้งต้มกบและตุ๋นกบทั้งคู่ ไม่ใช่ทางเลือกทั้งคู่ การต่อสู้ที่จะได้ใจแบบยั่งยืนจึงไม่ใช่ได้ไปเพราะใครใช้ไฟหรือใช้ดีกรีอำนาจครอบงำได้มากกว่าใครผลพิศุ๗ฯแล้วกับทฤษฎีต้มกบของระบอบทักษิณ

แต่ใครให้ประโยชน์ภาคประชาชน หรือให้ความถูกต้องชอบธรรมพอใจให้ประชาชนมากที่สุด นั้นล่ะคือความยั่งยืนของการอยู่รอด ที่ไม่ต้องไปดิ้นรนหาวิธีการนอกระบบแบบนั้นมาใช้เพื่อกุมโอกาส

เพราะถ้าไม่ถูกต้องแรงเสียดทานที่มาจากการรกระทบจากการใช้ไฟ อำนาจ กระทั้งเอารัดเอาเปรียบกัน มันก็จะเอาคืนกันไม่สิ้นสุด แต่หันมาแข่งกันทำความดีสร้างทางเลือกที่ดีกว่าให้ประชาชนเห็นดีกว่าครับ

แต่อย่าใช้วิธีการเอาอำนาจ ประกวดอำนาจกันมาข่มขู่เรียกค่าคุ้มครองเลยครับมุกนี้มันเก่าและเถื่อนไปและหมดยุคแล้ว???