สิ้นแล้วอีกหนึ่ง นักสู้เพื่อคนยาก "จรวย เพชรรัตน์"

นักสู้เพื่อคนยาก อีกคนแห่งดินแดนปักษ์ใต้ นาม ผศ.จรวย เพชรรัตน์ อดีตอาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ได้สิ้นลมลงไปอีกคนแล้ว เมื่อเวลาประมาณ 12.00 น.ของวันที่ 22 เมษายน 2551

นักสู้เพื่อคนยาก อีกคนแห่งดินแดนปักษ์ใต้ นาม ผศ.จรวย เพชรรัตน์ อดีตอาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ได้สิ้นลมลงไปอีกคนแล้ว เมื่อเวลาประมาณ 12.00 น.ของวันที่ 22 เมษายน 2551

 

เขาเป็นนักวิชาการผู้ยืนหยัดต่อสู้เคียงข้างประชาชนเพื่อเรียกร้องสิทธิมนุษยชน สิทธิชุมชนและความเป็นธรรม มาตลอดชีวิต ได้เสียชีวิตลงอย่างสงบภายในบ้านพักของตัวเอง ที่ตำบลขุนตัดหวาย อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา ท่ามกลางความดูแลอย่างใกล้ชิดของครอบครัว

 

ผศ.จรวย ได้อุทิศชีวิตทำงานเพื่อช่วยเหลือสังคมมาอย่างยาวนาน โดยเป็นที่ยอมรับและรักใคร่ของพี่น้องประชาชนหลากหลายกลุ่ม โดยเฉพาะกับกลุ่มพี่น้องประชาชนชาว อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา ที่รวมตัวกันเป็นเครือข่ายคัดค้านโครงการท่อส่งก๊าซและโรงแยกก๊าซไทย - มาเลเซีย และอุตสาหกรรมต่อเนื่อง รวมทั้งกรณีอื่นๆ ที่ชาวบ้านไม่ได้รับความเป็นธรรม

 

อดีตผศ.จรวย เป็นอาจารย์ประจำคณะทรัพยากรธรรมชาติ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ (มอ.หาดใหญ่) มาก่อน พอมีการก่อตั้งคณะเศรษฐศาสตร์ขึ้นมาใหม่ก็ได้ย้ายไปสังกัดคณะใหม่แห่งนี้ จากนั้นเมื่อรัฐบาลได้เปิดโอกาสให้ข้าราชการสามารถเออรี่รีไทม์ได้ช่วงไม่กี่ปีมานี้ เขาก็ได้เลือกเส้นทางที่จะออกมาทำงานคลุกคลี่กับภาคประชาชนอย่างจริงจัง โดยยอมสลัดคราบความเป็นข้าราชการมาเป็นประชาชนเต็มขั้น และนับแต่นั้นก็ได้เพิ่มการทุ่มเททำงานเพื่อสังคมในทุกรูปแบบ โดยได้รับความไว้วางใจจากกลุ่มนักเคลื่อนไหวเพื่อสังคมในสงขลาให้นั่งเป็น ประธานกลุ่มศึกษาการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน สงขลา แม้กระทั่งเคยเสนอตัวลงสมัครสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) จังหวัด สงขลาในสมัยที่มีการเลือกตั้งครั้งแรกมาแล้วด้วย

 

ญาติผู้ใกล้ชิดบอกว่า เขาเสียชีวิตด้วยโรคไตวายอย่างสงบ ซึ่งเกิดขึ้นภายหลังจากที่ต้องเข้ารับการรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ (มอ.) มาได้ไม่กี่เดือน โดยก่อนจะสิ้นลมได้บอกกับครอบครัวให้พากลับบ้านเพราะคิดถึงบ้าน ก่อนจะสิ้นลมในช่วงเที่ยงวันเดียวกัน ในวัย 58 ปี โดย ผศ.เกิดเมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2490

 

อย่างไรก็ตาม แพทย์ระบุว่าเขาอาจเสียชีวิตด้วยโรงมะเร็งตับ แต่ไม่ทันที่จะตรวจสอบอย่างละเอียดเพื่อยืนยัน เขาก็เสียชีวิตแล้ว

 

ทั้งนี้ ญาติได้นำศพไปตั้งบำเพ็ญกุศลที่วัดขุนตัดหวาย อำเภอจะนะ โดยมีการสวดพระอภิธรรมทุกวัน และกำหนดฌาปนกิจ ณ เมรุวัดนาทวี อำเภอนาทวี จังหวัดสงขลา ในวันอาทิตย์ที่ 27 เมษายน 2551

 

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์