นับคะแนนเลือกตั้งเนปาลอดีตกบฎเหมาอิสต์กวาดที่นั่งเกินครึ่ง ทาบสองพรรคเล็กร่วมรัฐบาล


ศิลปินชาวเนปาลกำลังแสดงระหว่างพิธีเฉลิมฉลอง "วันประชาธิปไตย" ปีที่ 2 ของเนปาล ซึ่งตรงกับวันที่ 23 เมษายน ของทุกปี งานฉลองนี้มีขึ้นเพื่อรำลึกถึงการต่อสู้ของประชาชนเนปาลจนกษัตริย์คยาเนนทรายอมลงจากอำนาจสมบูรณาญาสิทธิราชย์ไปในวันนี้


(ที่มาของภาพ AP/Binod Joshi)


ผลการนับคะแนนเลือกตั้งเนปาลใกล้เสร็จ เหมาอิสต์กวาดที่นั่งเกินครึ่ง ประกาศจะตั้งรัฐบาลผสม ส่วนพรรคการเมืองคู่แข่งกังวลกับชัยชนะของอดีตกบฎในการเลือกตั้งครั้งสำคัญของประวัติศาสตร์เนปาล



"อย่าสงสัยเลย เราต้องการเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล แต่เราต้องการชวนพรรคการเมืองอื่นๆ เข้าร่วมรัฐบาลกับเรา" แกนนำอาวุโสพรรคคอมมิวนิสต์เนปาล (เหมาอิสต์) นายดินารถ ชาร์มา (Dinanath Sharma) กล่าวกับผู้สื่อข่าว AFP


 


อดีตกบฎเหมาอิสต์ได้รับเสียงเลือกตั้งอย่างหนาแน่น ในการเลือกตั้งสมัชชาร่างรัฐธรรมนูญ ที่มีจำนวนทั้งหมด 601 ที่นั่ง การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นขั้นตอนแรกในกระบวนการสันติภาพของเนปาล เพื่อยกเลิกราชวงศ์ชาห์แห่งเนปาลที่ครองราชสมบัติมายาวนานกว่า 240 ปี


 


คาดกันว่าผลการนับคะแนนจะเสร็จภายในวันพุธนี้ และขณะที่ผลการนับคะแนนล่าสุดพรรคเหมาอิสต์ก็ได้ที่นั่งในสมัชชาร่างรัฐธรรมนูญ ในระบบแบ่งเขตเกินกว่า 120 ที่นั่ง จาก 240 ที่นั่ง


 


ขณะที่สมาชิกสมัชชาร่างรัฐธรรมนูญอีก 335 คน ที่เหลือ จะมาจากการคำนวณคะแนนการเลือกตั้งรวมทั้งประเทศคิดตามสัดส่วน โดยกลุ่มเหมาอิสต์ซึ่งได้คะแนนจากการเลือกตั้งรวมทั้งประเทศราวร้อยละ 30 จะได้ที่นั่งเพิ่มอีกราวๆ 100 ที่นั่ง


 


ส่วนสมาชิกสมัชชาร่างรัฐธรรมนูญอีก 26 คน จะมาจากการแต่งตั้งของรัฐบาลใหม่ หลังการเลือกตั้งครั้งนี้


 


ขณะที่พรรคการเมืองอันดับสอง คือพรรคเนปาลีคองเกรส (Nepali Congress - NC) ได้สมาชิกสมัชชาร่างรัฐธรรมนูญในระบบแบ่งเขต 37 คน และคาดว่าจะได้สมาชิกสมัชชาร่างรัฐธรรมนูญในระบบสัดส่วนอีก 74 คน


 


"เย็นวันพุธนี้ (22 เม..) จะทราบผลการนับคะแนนในระบบสัดส่วน และเราจะประกาศผลการเลือกตั้งสมบูรณ์ในวันพฤหัสบดี" โฆษกคณะกรรมการการเลือกตั้ง นายลักษมัน ภัทราไร กล่าวกับ เอเอฟพี


 


ทั้งพรรคเนปาลีคองเกรส และพรรคคอมมิวนิสต์เนปาล (รวมมาร์กซิสต์-เลนินนิสต์ หรือ CPN UML) ซึ่งสูญเสียคะแนนนิยมในการเมืองเนปาลไปมากชนิดเกินความคาดหมาย คาดว่าทั้งสองพรรคได้รับการทาบทามให้เข้าร่วมในการตั้งรัฐบาล


 


นายดินารถ ชาร์มา แกนนำอาวุโสกลุ่มเหมาอิสต์กล่าวว่า "เราได้ทาบทามให้เขาเข้าร่วมกับเรา แต่ทั้งพรรค NL และ UML ก็มีมุ้งที่ต่อต้านเรา"


 


บรรณาธิการอาวุโสแห่งหนังสือพิมพ์กาฏมาณฑุโพสต์ นายอมิต ธาคาล (Ameet Dhakal) กล่าวเมื่อวันพุธที่ผ่านมาว่า สองพรรคดังกล่าวเป็นผลประโยชน์สำคัญของกลุ่มเหมาอิสต์ในการชักชวนตั้งรัฐบาลผสม


 


"พวกเหมาอิสต์ต้องการพรรค NC และพรรค UML เพื่อสร้างความชอบธรรมในการจัดตั้งรัฐบาลต่อนานาชาติ และเพื่อให้มั่นใจว่าการร่างรัฐธรรมนูญจะเป็นไปอย่างราบรื่น"


 


แต่ทั้งพรรคเนปาลีคองเกรส และพรรคคอมมิวนิสต์เนปาล (รวมมาร์กซิสต์-เลนินนิสต์) ซึ่งถือเป็นพรรคการเมืองหลักของเนปาล ผู้คาดหวังจะมีสัดส่วนในสมัชชาร่างรัฐธรรมนูญที่สมน้ำสมเนื้อ ก็ค่อนข้างระมัดระวังว่าพวกเหมาอิสต์จะทำให้พวกเขาไปอยู่ "ชายขอบ" ทางการเมือง


 


"สองพรรคการเมืองนี้ไม่เต็มใจที่จะเข้าร่วมกับรัฐบาล เพราะเขากลัวว่าพวกเหมาอิสต์จะยกความดีความชอบให้กับกลุ่มเหมาอิสต์เอง และโทษพวกเขาหากเกิดข้อผิดพลาดขึ้น" ธาคาลกล่าว


 


ในวันนี้ (10 เม..) ที่เนปาล จะมีการเลือกตั้งประวัติศาสตร์ครั้งแรกในรอบ 9 ปี เป็นการเลือกตั้งสมาชิกสมัชชาร่างรัฐธรรมนูญ 601 ที่นั่ง อันเป็นขั้นตอนสุดท้ายตามข้อตกลงเมื่อเดือน พ.. 2549 ระหว่างกลุ่มกบฏนิยมเหมาอิสต์กับพรรคการเมืองต่างๆ ของเนปาล เพื่อยุติสงครามกลางเมืองระหว่างรัฐบาลกับกลุ่มกบฎตลอดช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตราว 13,000 คน


 


สำหรับการเลือกตั้งดังกล่าว ถือเป็นหนึ่งในกระบวนการสันติภาพขั้นตอนสำคัญ อันเป็นข้อตกลงระหว่างพรรคคอมมิวนิสต์เนปาล (เหมาอิสต์) หรืออดีตกบฎเหมาอิสต์กับพรรคการเมืองหลัก 7 พรรค เพื่อยุติสงครามกลางเมืองที่กินเวลายาวนานกว่า 1 ทศวรรษจนมีผู้เสียชีวิตกว่า 13,000 คน


 


อนาคตของกษัตริย์คยาเนนทราแห่งเนปาลอยู่ในกำมือของกลุ่มนิยมสาธารณะรัฐสุดขั้วอย่างกลุ่มเหมาอิสต์ ซึ่งเคยประกาศ "สงครามประชาชน" เพื่อต่อต้านสถาบันกษัตริย์เนปาลในปี พ.. 2539


 


คยาเนทราขึ้นเป็นกษัตริย์เนปาล ใน พ.. 2544 หลังจากทึ่กษัตริย์พระองค์ก่อนคือกษัตริย์พิเรนทร์เทพและสมาชิกในพระราชวงศ์ชาห์ 8 ราย ถูกพระโอรสของ "พิเรนทร์เทพ" ปลงพระชมน์ด้วยพระแสงปืน ก่อนที่พระโอรสผู้นั้นจะสังหารพระองค์ตาม


 


ต่อมาเมื่อกษัตริย์คยาเนนทราสืบราชสมบัติ ได้ทรงแทรกแซงการปกครองระบอบรัฐสภาผ่านรัฐบาลหุ่นเชิดของพระองค์ ก่อนที่จะทรงยึดอำนาจการปกครองมาเป็นระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ในปี 2548 โดยพระองค์ให้เหตุผลในการยึดอำนาจว่าพวกนักการเมืองล้มเหลวในการปราบปรามพวกกบฎ


 


ต่อมาพรรคการเมืองกระแสหลักได้ทำสัญญาเป็นพันธมิตรกับพรรคคอมมิวนิสต์เนปาล (เหมาอิสต์) หรือกลุ่มกบฎเหมาอิสต์ในปลายปี 2548 ก่อนที่ในเดือนเมษายนปี 2549 จะเกิดการประท้วงขับไล่กษัตริย์คยาเนนทรา จนพระองค์ต้องสละพระราชอำนาจการปกครองในระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์


 


ซึ่งสำหรับวันพุธที่ผ่านมานี้ คือวัน "ประชาธิปไตย" ของเนปาล ถือเป็นวันหยุดแห่งชาติเพื่อรำลึกถึงการสละอำนาจสมบูรณาญาสิทธิราชย์ของกษัตริย์คยาเนนทราเมื่อ 23 เมษายน เมื่อ 2 ปีที่แล้ว


 


"ความเป็นปึกแผ่นของ 7 พรรคการเมืองมีความสำคัญต่อการทำให้กระบวนการสันติภาพในเนปาลบรรลุวัตถุประสงค์อย่างปลอดภัย" โฆษกรัฐบาลเฉพาะกาล นายสุภาช เนมวัง (Subash Nemwang) กล่าวในวัน "ประชาธิปไตย"


 


เมื่อต้นสัปดาห์นี้ กลุ่มเหมาอิสต์เรียกร้องให้มีการเปลี่ยนผ่านสถานะกษัตริย์คยาเนนทราเป็นไปอย่าง "สง่างาม"


 


ในทางกลับกัน กษัตริย์คยาเนนทราเองก็เผชิญกับแรงกดดันอีกทางหนึ่ง หากสมัชชาร่างรัฐธรรมนูญที่ผ่านการเลือกตั้งจะยกเลิกราชวงศ์ของพระองค์ ประกาศให้เนปาลเป็นสาธารณรัฐ และร่างรัฐธรรมนูญใหม่


 


ที่มาของข่าว แปลและเรียบเรียงจาก


Nepal's Maoists seek coalition govt after upset poll win by Subel Bhandari, AFP, 23/4/2551


 


ข่าวประชาไทที่เกี่ยวข้อง


กษัตริย์เนปาล: จาก "เป็นที่เคารพสักการะ" สู่ "การลุ้นชะตากรรมตัวเอง" ในวันเลือกตั้ง, ประชาไท, 10/4/2551


บทความ : เนปาลเลือก สสร. บนความทันสมัยและความล้าหลัง, โดย สมศรี หาญอนันทสุข


เครือข่ายเอเชียเพื่อการเลือกตั้งเสรี (ANFREL), ประชาไท, 4/4/2551


 

คยาเนนทรา

กราบทูลถึงท่านพี่ใหญ่แห่งไทยแลนด์

ความคลอนแคลนของเนปาลนั้นเศร้าหมอง

แตกภายในคือบรรลัยในครรลอง

ญาติพี่น้องยิงกันลั่นสนั่นวัง

เหนืออื่นใดคือภายนอกจะบอกให้

แม้แดนไกลในประเทศเขตล้าหลัง

ต่างนินทาว่าร้ายคนในวัง

ส่งเสียงดัง กังวานยิ่ง กว่ายิงปืน

เพราะเขาเห็นการแบ่งชั้นมันชัดแจ้ง

คนขายแรงต่างยากจนไม่ทนฝืน

เห็นชาววังสั่งใช้จ่ายง่ายเต็มกลืน

คนจึงตื่นยืนประท้วงทวงเสรี

ใช่นายทุนหนุนผีป่าฟ้าลิขิต

แต่เพราะวัง ยังยืนหยัดเรื่องบัดสี

จนฉาวโฉ่โผล่ทั่วไปในซีดี

จึงเห็นที..ไม่มีวัง..จะนั่งครอง

หลอกเขาได้ก็อยู่ได้..หลายศตวรรษ

อยู่เหนือรัฐย่อมสบายได้สิ่งของ

ไปเปิดป้ายจ่ายพิธีมีเป็นกอง

ก็จะครองผองทาสไพร่หาให้กิน.

ด้วยความปรารถนาดี

คยาเนนทรา

แดงดี

ขอแสดงความยินดีกับประชาชนเนปาลด้วยที่พ้นจากความเป็นทาสไพร่สักที ไม่มีอะไรได้มาเปล่าๆ เสรีภาพครั้งนี้แลกมาได้ด้วยเลือดเนื้อ