หวั่นรัฐบาลแตก "สมัคร" เคลียร์แนวทางแก้ปัญหาม็อบพันธมิตรฯกลางครม.

นายสมศักดิ์ โกศัยสุข แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย กล่าวว่า พันธมิตรฯไม่มีปัญหากับผู้ปกครอง ครูอาจารย์ของโรงเรียนที่อยู่ใกล้สถานที่ชุมนุม เพราะเราเปิดเส้นทางให้เดินผ่านได้ เราจะปิดถนนเฉพาะช่วงกลางคืนเท่านั้น เพราะต้องรักษาความปลอดภัยให้ผู้ชุมนุม ส่วนการชุมนุมจะยืดเยื้อนานแค่ไหนนั้น เท่าที่หารือกับผู้ชุมนุมส่วนใหญ่ยังอยากอยู่ต่ออย่างน้อยอีก 4-5 วัน หรือ 6-7 วัน เพื่อเรียนรู้การอยู่ร่วมกันแบบประชาธิปไตย คนต่างจังหวัดเมื่อกลับไปแล้วจะได้เข้าใจประชาธิปไตยที่แท้จริง


 


ด้านนายชูศักดิ์ ศิรินิล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีได้หารือกับหลายฝ่ายแล้วต่างเห็นพ้องต้องกันว่าไม่มีความจำเป็นต้องใช้ พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินเพื่อสลายการชุมนุมของพันธมิตรฯ การแก้ปัญหาจะใช้การเจรจาเป็นหลัก อย่างไรก็ตาม การชุมนุมของพันธมิตรฯอาจมีความผิดตามกฎหมายรัฐธรรมนูญมาตรา 68


 


ทั้งนี้ มาตรา 68 ระบุว่าบุคคลจะใช้สิทธิและเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญเพื่อล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขตามรัฐธรรมนูญนี้ หรือเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจในการปกครองประเทศโดยวิธีการซึ่งมิได้เป็นไปตามวิถีทางที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญนี้มิได้ ในกรณีที่บุคคลหรือพรรคการเมืองใดกระทำการตามวรรคหนึ่ง ผู้ทราบการกระทำดังกล่าวย่อมมีสิทธิเสนอเรื่องให้อัยการสูงสุดตรวจสอบข้อเท็จจริง และยื่นคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสั่งการให้เลิกการกระทำดังกล่าว


 


คุณพรทิพย์ จาละ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา กล่าวว่า การเข้าพบนายกรัฐมนตรีพร้อมกับผู้บัญชาการทหารบกและผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติเมื่อวันที่ 2 มิ.ย. ที่ผ่านมา เป็นการหารือโครงการระบบราง ไม่ใช่การเตรียมใช้ พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินเพื่อสลายการชุมนุมอย่างที่มีข่าว


 


นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และรองหัวหน้าพรรคชาติไทย กล่าวว่า นายบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทย มีความเป็นห่วงสถานการณ์ที่มีการชุมนุมยืดเยื้อ โดยไม่ต้องการเห็นการเผชิญหน้าหรือใช้กำลังไม่ว่าฝ่ายใด พยายามให้ทุกฝ่ายใช้สันติวิธี ใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ อย่าออกนอกเส้นที่รัฐธรรมนูญกำหนด


 


พล.ท.สุรพล เผื่อนอัยกา เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เชื่อว่าจะไม่มีการใช้ พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินเพื่อสลายการชุมนุม ซึ่งที่ผ่านมานายกรัฐมนตรีได้หารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและฝ่ายกฎหมายแล้ว และ สมช. ไม่ได้เสนอให้ใช้กฎหมายนี้เพื่อสลายการชุมนุม


 


"มีกฎหมายอยู่ 2 ฉบับที่นำมาใช้ได้ คือ พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน และ พ.ร.บ.รักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ซึ่งทั้ง 2 เรื่องเป็นเรื่องใหม่ที่ยังไม่มีความชัดเจน ผู้เกี่ยวข้องต้องศึกษาให้รอบคอบ คงไม่ได้หยิบมาใช้กันง่ายๆ ส่วนตัวคิดว่าสถานการณ์น่าจะคลี่คลายไปได้ตามลำดับ"


 


นายวีรพงษ์ รามางกูร อดีตรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ส่วนตัวไม่นิยมความรุนแรง ไม่นิยมการปฏิวัติ ชื่นชอบในกรอบกติกาของรัฐธรรมนูญ หากเห็นว่ารัฐธรรมนูญไม่ดีก็แก้ไขได้


 


"รัฐบาลจะดีจะชั่วก็ขอให้มาจากประชาชน หากทำผิดก็รับโทษไปตามกฎหมาย อย่าทำนอกกรอบกฎหมาย การใช้วิธีกดดันนอกสภาจะทำให้เกิดความเสียหายอย่างใหญ่หลวง การเมืองขณะนี้ได้ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจอย่างรุนแรง ต่อให้เก่งมาจากไหนเจอการเมืองอย่างนี้ก็เจ๊งเหมือนกัน" นายวีรพงษ์กล่าวและว่า ส่วนตัวไม่เห็นด้วยกับการใช้กำลังสลายการชุมนุม แต่ขณะเดียวกันการชุมนุมโดยสงบ ไม่มีอาวุธ ก็ต้องไม่ไปถึงการกดดันให้มีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลเพราะผิดกฎหมาย


 


ด้านคณะทำงานศูนย์ติดตามและวิเคราะห์การชุมนุมของพันธมิตรฯ พรรคพลังประชาชน โดยนายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคพลังประชาชน แถลงว่า เห็นด้วยที่รัฐบาลไม่ใช้กำลังสลายการชุมนุม เพราะจะทำให้พันธมิตรฯกดดันตัวเอง เนื่องจากการชุมนุมไม่มีจุดยืนที่ชัดเจน เนื่องจากเงื่อนไขเกี่ยวกับการแก้รัฐธรรมนูญและกรณีนายจักรภพ เพ็ญแข อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้หมดไปแล้ว


"ท่าทีของพันธมิตรฯชัดเจนมากว่าต้องการให้รัฐบาลใช้กำลังเข้าสลายการชุมนุมเพื่อให้เกิดความรุนแรงจะได้มีเงื่อนไขให้เกิดการปฏิวัติขึ้นมาอีกครั้ง"


 


พล.ต.ท.วิเชียรโชติ สุกโชติรัตน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่ทำเนียบรัฐบาลว่า ก่อนการประชุม นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ได้แจ้งให้รัฐมนตรีพรรคร่วมรัฐบาลไปชี้แจงและแจ้งให้หัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาลเข้าใจถึงการชุมนุมของพันธมิตรฯ โดยยืนยันว่าจะให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติเจรจากับผู้ชุมนุมให้ย้ายไปชุมนุมในสถานที่ที่เหมาะสม ไม่สร้างความเดือดร้อนรำคาญให้กับสังคม อย่างไรก็ตาม ผู้ร่วมชุมนุมกับพันธมิตรฯส่วนหนึ่งได้เริ่มถอนตัวแล้วหลังรู้ว่าสร้างความเดือดร้อนรำคาญให้กับประชาชนส่วนใหญ่


 


ส่วนการเข้าพบนายกรัฐมนตรีของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติและผู้บัญชาการทหารบกนั้น โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีชี้แจงว่า นายกรัฐมนตรีไม่ได้เรียกมาหารือเพื่อใช้กำลังสลายการชุมนุม ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติมาพบเพื่อขอบคุณนายกรัฐมนตรีหลังได้รับการโปรดเกล้าฯให้ดำรงตำแหน่งอย่างเป็นทางการ ส่วนผู้บัญชาการกองทัพบกมารายงานผลการประชุมผู้บังคับหน่วย


 


นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ยืนยันว่า พรรคประชาธิปัตย์ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับพันธมิตรฯ แม้จะมี ส.ส. ของพรรคเป็นแกนนำพันธมิตรฯก็ตาม


 


"การเคลื่อนไหวเป็นสิทธิของแต่ละคน หากทำผิดกฎหมายก็ต้องว่ากันไปตามกฎหมาย" นายองอาจกล่าวพร้อมย้ำว่า พรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้อยู่เบื้องหลังการชุมนุมของพันธมิตรฯ


 


ด้าน พล.ต.จำลอง ศรีเมือง พร้อมด้วยนายพิภพ ธงไชย แกนนำพันธมิตรฯ แถลงยืนยันความจำเป็นที่ต้องปิดถนนบริเวณเชิงสะพานมัฆวานรังสรรค์อย่างถาวร หลังจากได้ทดลองเปิดการจราจรบนถนนเลียบคลองผดุงกรุงเกษมในช่วงเช้าวันที่ 3 มิ.ย. ที่ผ่านมา เนื่องจากเกรงว่ากลุ่มผู้ชุมนุมจะไม่ได้รับความปลอดภัย เพราะอาจมีกลุ่มคนเข้ามาก่อกวนได้ อย่างไรก็ตาม พันธมิตรฯไม่ได้ต้องการปักหลักชุมนุมที่บริเวณนี้เป็นการถาวร แต่พร้อมจะเคลื่อนย้ายได้ตลอดเวลา ซึ่งต้องขึ้นอยู่กับสถานการณ์และความจำเป็นด้วย


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้กลุ่มพันธมิตรฯระบุว่าจะยอมเปิดเส้นทางการจราจรบริเวณถนนเลียบคลองผดุงกรุงเกษมในช่วงเวลา 06.00-09.00 น. และ 15.00-18.00 น.


 


ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล พล.ต.ต.สุรพล ทวนทอง รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) ในฐานะรองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ขณะนี้มีประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมร้องเรียนมายังกองบังคับการตำรวจจราจรแล้ว 193 ราย และมีผู้แจ้งความร้องทุกข์ให้เอาผิดทางอาญาตามสถานีตำรวจต่างๆ 160 ราย


 


"การปิดถนนของพันธมิตรฯนั้นมีการปิดกั้นพื้นที่โดยรอบ ทำให้เกิดปัญหาจราจรติดขัดอย่างหนัก ตำรวจมีความพยายามในการเจรจากับแกนนำหลายครั้งเพื่อขอให้เปิดการจราจรทั้งหมดหรือบางส่วน รวมถึงยังมีข้อเรียกร้องจากโรงเรียนที่ได้รับผลกระทบ แต่แกนนำขอหารือกันอีกครั้ง และแกนนำบางคนปฏิเสธ โดยจะขอปิดกั้นอย่างถาวรจนกว่ารัฐบาลจะทำตามข้อเรียกร้อง"


 


พล.ต.ต.ภาณุ เกิดลาภผล รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล กล่าวว่า การชุมนุมของพันธมิตรฯที่ปิดถนนราชดำเนิน ซึ่งเป็นถนนสายหลัก ทำให้ประชาชนเลี่ยงไปใช้เส้นทางรองจนเกิดปัญหาติดขัดไปทั่ว เช่น สะพานกรุงธน ปรกติการจราจรจะคลี่คลายได้ในเวลา 09.00 น. ขณะนี้ต้องใช้เวลาถึง 11.00 น. การพูดจาหารือกับพันธมิตรฯเพื่อให้เปิดถนนมีมาโดยตลอด เพราะทำผิดกฎหมายการจราจรชัดเจน อย่างไรก็ตาม เมื่อทำสำนวนคดีส่งอัยการมักไม่สั่งฟ้อง เพราะเห็นว่าการชุมนุมเป็นสิทธิตามรัฐธรรมนูญ


          


ที่มา : โลกวันนี้

masterofed

มีทั้งร้องทุกข์ ทั้งแจ้งความ
แล้วทำไมไม่ปฏิบัติหน้าที่ล่ะ( ละเว้น ละทิ้ง หรือเปล่า)มีตำแหน่งใหญ่ๆโตๆ
ทำอะไร ไม่เป็นหรือ ;ob discripyion
บอกไหมว่าให้ทำอะไร หรือ เขาสั่งไม่ให้
ทำอะไร..............................

เจ้าของประเทศ

ใครจะไปทำอะไรมันได้ ตำรวจก็กลัวรัฐบาลแพ้ ขนาดรถขบวนเสด็จยังต้องหลีกให้พวกมัน ให้มันรู้บ้างว่าใครใหญ่คับประเทศเวลานี้ ไม่รู้หรือว่าอีกหน่อยคนพวกนี้แหละจะได้เป็นนายก และคณะรัฐมนตรี เพราะไม่ว่ามันเรียกร้องอะไรเขาต้องฟังมันทุกเรื่อง ไม่ว่าพรรคการเมืองไหนได้รับเลือก ต้องไปกราบมันขออนุญาติมันเพื่อจัดตั้งรัฐบาล ถ้ามันไม่อนุญาติ มีหรือจะตั้งรัฐบาลได้ นี่แหละพันธมิตร ให้มันรู้เสียบ้งว่าประเทศนี้ใครเป็นคนคุม เป็นคนสั่งการ อยากปิดถนน อยากเปิดถนน อยากทำอะไรตามใจชอบได้ทุกอย่างเพราะข้าคือพันธมิตร ทหาร ตำรวจ ข้าราชการ ประชาชน ทุกคนต้องฟังข้า ต้องเกรงกลัวข้า ไม่มีใครในปประเทศนี้จะใหญ่กว่าข้า จะเหนือกว่าข้า เพราะข้าคือเจ้าของประเทศตัวจริง 555555

คนไทย

เตือนความจำ

http://www.youtube.com/watch?v=GEkFPMU8_gA

ข้าราชกวน

ความเห็น3มีการเตือนความจำกันด้วยเรอะ
ผมก็อยากเตือนความจำฝากไปให้ทักษิณบ้าง
รัฐมนตรี มีแค่35คน สส ในพรรค แค่ 200กว่าคน คิดหรือว่าใหญ่คับฟ้า
ข้าราชการส่วนใหญ่เขาไม่ชอบขี้หน้าคุณหรอก
จำเอาไว้ เขาไม่กลัวพวกเอ็งหรอก
สั่งแล้วไม่ทำซะอย่าง มีปัญหาอะไร
อย่าซ่า บ้าอำนาจให้มากนักหมั่นใส้

วิธีแก้ปัญหาพันธมิตร

ขอให้สื่อดีนำรายชื่อบุคคลที่ไปขึ้นเวทีพันธมิตรมาลงให้ประชาชนทราบว่าเป็นใครบ้าง ประชาชนจะได้ตัดสินว่าจะร่วมสนับสนุนหรือร่วมกิจกรรมกับคนเหล่านี้หรือไม่ ถ้าเขาทำถูกต้องประชาชนจะสนับสนุน ถ้าเขาทำผิด ประชาชนจะคัดค้านให้เวลาเป็นเครื่องตัดสิน อย่าใจร้อน ตัวอย่างเช่น คุณสุเทพ วงศ์กำแหง ผมขอบอกว่า ผมจะไม่ฟังเพลงของบุคคลนี้อีกต่อไป เพราะไม่แยกแยะว่าการปิดถนนสร้างความเดือดร้อนแก่ประชาชน จะอ้างว่าเพือขับไล่คนชั่ว ก็ควรให้ศาลยุติธรรมตัดสิน มิฉะนั้นคุณก็ชั่วกว่า เพราะใช้ศาลเตี้ย เป็นชนวนให้เกิดความรุนแรง ความรุนแรงเริ่มต้นจากความคิดในจิตใจแล้วนำไปสู่การกระทำ

ธ่อ

รู้จักการเมืองนอกระบบมั๊ย อย่าเอาแต่แค่เรื่องการเลือกตั้งมาตัดสินเท่านั้น รู้ไหมมันซื้อเสียงกันเท่าไหร่ แล้วทำเป็นมาท้าว่าให้ประชาชน พันธมิตรที่ต่อต้านว่ามึงแน่จริงมาตั้งพรรคการเมืองแข่งกะกูซี โถ ทูเรชั่นหว่ะ เจ้าพวกกินบ้านโกงเมือง ใส่สูทรผูกไท้ทั้งหลาย เราต้องศึกษารู้ข้อเท็จจริง มิใช่เลือกข้างอย่างไม่มีมันสมอง (พูดถึงตอนนี้ post มาด่าข้าฯ ได้ เล๊ย

ddd

ปิดถนน = คนเดือดร้อน
นายกจากการเลือกตั้ง=คนไม่เดือดร้อน
ผลงานการบริหารประเทศ
ข้าวของขึ้นราคา
เงินเฟ้อ
วิกฤติพลังงาน
การแตกแยกทางความคิด
การพยายามล้มล้างเบื้องสุง
= ทุกคนในชาติเดือดร้อน

ผู้หญิงถึงผู้หญิง

ดูจากสื่อต่างๆไม่ว่าจาก ทีวี,หนังสือพิมพ์ต่างก็นำเสนอแต่เรื่องม็อบ ที่สพานมัฆวานฯ มีสิ่งหนึ่งที่เห็นแล้วให้แปลกใจจริง คือ ที่กำลังเย้วๆอยู่ข้างเวทีเป็นผู้หญิงเสียเป็นส่วนใหญ่ อายุก็พอสมควร เค้าไม่มีครอบครัวให้ดูแลหรือ? หากมีไม่แล้วไม่ดูแลไม่กลัว " ลูกติดยาสามีติดหญิง " หรือ?

ว ณ ปากนัง

*ปล่อยให้เขาขวางถนนหนทางจร
ปล่อยให้เขาเล่นละครฉากยิ่งใหญ่
ปล่อยให้เขากล่าวหาด่าเรื่อยไป
ปล่อยให้เขาเข้าใกล้หนทางตัน

*สร้างความจริงให้ปรากฏลดคำด่า
สร้างความกล้าท้าความเท็จเด็ดความฝัน
สร้างความชอบตอบสนองทุกสิ่งอัน
สร้างและสรรค์ประชาธิปไตย

พรรคประชาธิปัตย์.เฮงซวย.ขอให้ฉิบหายไวๆเพี้ยง!!!!

เห็นการเมืองทุกวันนี้แล้ว ก็ได้แต่นึกถึงคำพูดของคนพรรคประชาธิปัตย์ เมื่อสัปดาห์ก่อน หลังจากที่พรรคพลังประชาชนยื่นเสนอขอแก้ไขรัฐธรรมนูญนั่นล่ะครับ

คำพูดนั้นออกมาในทำนองว่า บ้านเมืองกำลังมีปัญหารุมเร้าอยู่มาก จะมาแก้ไขรัฐธรรมนูญอะไรกันเดี๋ยวนี้ “ปากท้องของประชาชน” น่าจะสำคัญกว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญ

ฟังแล้วก็น่าเลื่อมใส น่าปรบมือให้เป็นกำลัง เพราะพูดข้ามความจริงไปโดยรวดเร็ว จนคนฟังไม่ทัน

การแก้ไขรัฐธรรมนูญที่เขาเสนอ ก็เพื่อให้มีรัฐบาลที่ทำงานได้ และแก้ไข ปัญหาต่างๆ ที่รังควานพี่น้องประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นั่นแปลว่า แก้ไขรัฐธรรมนูญเที่ยวนี้ ก็เพื่อปากท้องของประชาชนโดยตรง

ความจริงรัฐบาลชุดนี้เข้ามา ก็ก้มหน้าก้มตาทำงานอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นการลดภาษีขนานใหญ่ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ส่งงบประมาณก้อนยักษ์ลงสู่เศรษฐกิจฐานราก เพื่อให้คนลืมตาอ้าปากได้อย่างรวดเร็ว การเดินหน้าในโครงการขยายรถไฟฟ้าในเขตเมือง ฯลฯ งานไม่ติดขัดเดินหน้าต่อไปได้เรื่อยๆ แต่กลับมาติดขัดในประเด็นการเมืองและรัฐธรรมนูญ

วุฒิสภา มาจากการสรรหาในยุค คมช.ครองเมืองเสียครึ่งหนึ่ง อีกครึ่งหนึ่งก็เป็นหัวแหลกหัวแตกไปหมด เป็นเงื่อนไขที่วิเศษ สำหรับคนที่ชอบเล่นบทบาท “มือที่มองไม่เห็น”

รัฐมนตรีถูกซิว เกี่ยวกับคุณสมบัติกันระนาว ในรายละเอียดหลายเรื่องที่เป็นการจับผิด ไม่สมเหตุสมผล และไม่อยู่ในโลกของความเป็นจริง

องค์กรอิสระที่ทหารยึดเมืองในยุคก่อน เขาตั้งขึ้นมาอย่าง คตส. กกต. หรือ ป.ป.ช. ชุดนี้ ก็กลายเป็นส่วนหนึ่งของปัญหา ไม่ใช่ส่วนหนึ่งของทางออก คลอดกฎหมายหลายฉบับเอาไว้ ให้เป็นปัญหาของรัฐบาลในยุคต่อมา กลายเป็นว่า รัฐบาลเลือกตั้งต้องมานั่งบังคับใช้กฎหมายที่ออกมาจากเบ้าหลอมเผด็จการ และประเด็นปัญหาต่างๆ อีกมากมายเหลือคณานับ

พรรคประชาธิปัตย์ เอาตรงไหนออกมาพูดว่า ปัญหาของประชาชน กับกลไกในการบริหารประเทศของรัฐบาล เป็นคนละเรื่องกัน ถึงได้บอกว่า ให้พักไว้ก่อนได้ ทำเหมือนพรรคสามล้อถูกหวย ไม่เคยเยี่ยมหน้ามาเป็นรัฐบาลกับใครเขา พรรคเก่าขนาดนั้น น่าจะมีใครสอนว่า หากกฎเกณฑ์พื้นฐานในการบริหารประเทศ คือรัฐธรรมนูญไม่สมประกอบเสียแล้ว ไม่ต้องหวังเลยว่า รัฐบาลนั้นๆ จะทำงานให้ตรงใจประชาชน และตามนโยบายที่ตนเองประกาศได้ แต่จะหกล้มหกลุกเรื่อยไปตลอดทาง จนประชาชนเกิดความอ่อนใจ หรือไม่ ก็ถูกอำมาตย์ไม่กี่คน ฉวยใช้ประโยชน์ สร้างเงื่อนไขจนทหารเข้ามายึดอำนาจไปเลย

ปัญหาคือ พรรคประชาธิปัตย์ที่ได้ให้เหตุผลว่า อย่าเพิ่งไปแก้ไขรัฐธรรมนูญเลยนั้น กำลังแสร้งไม่รู้ความจริงข้อนี้หรือเปล่า

ใจอยากให้รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง มีประสิทธิภาพหรือไม่ หรือในส่วนลึกหวังให้เกิดอุบัติเหตุทางการเมือง เพื่อให้มี “ส้มหล่น” มาถึงตน ถึงได้แสดงบทบาทบิดเบี้ยวต่างๆ ออกมา?

ถามกันให้ตรงเป้าก็คือ พรรคประชาธิปัตย์ ยังมีหัวใจอยู่ในระบอบประชาธิปไตย หรือได้ปันใจให้กับระบอบอื่นไปแล้วเรียบร้อยโรงเรียนนายควง?

ต้องพูดอย่างนี้ เพราะหลายคนกำลังงงกับพรรคประชาธิปัตย์ แถมพรรคประชาธิปัตย์ ยังแสดงตัวว่า ยืนอยู่ข้างเดียวกับกลุ่มของสนธิลิ้ม ขนาดเขาประกาศถึงขั้นว่า มาชุมนุมกันอยู่นี้ ก็เพื่อขัดขวางการเปลี่ยนการปกครองของไทยไปสู่ระบอบอื่น ก็ยังไม่สะกิดใจและรีบผละหนี ทั้งที่เห็นความบ้าชนิดเกินพิกัดอยู่เต็มตา

ในขณะที่บ้านเมืองกำลังเข้าตาจนในทุกทาง พรรคนี้ มีส่วนเสนออะไร ที่เป็นทางออกให้กับบ้านเมืองบ้างไหม นอกจากทำให้มันวุ่นวายเพิ่มขึ้น

ประเทศไทยที่อะไรๆ มันย้อนอดีตถึงขนาดนี้ บอกได้คำเดียวว่าน่าสมเพชเหลือกำลัง.

nat

(ประชาไทปิดความคิดเห็นดังกล่าวเนื่องจากมีข้อความไม่เหมาะสม)

ddd

งบประมาณก้อนยักษ์????
ก้อนไหนครับ โครงการอะไร ??? แถลงตอนไหน

ถ้าทำจริง เงินมันจะเฟ้อ เกือบ 11 % ใกล้เคียงปี 41 ที่เฟ้อมากสุด ได้ไง

งง???

มาตรการลดภาษีเท่ากับรายได้ของรัฐลดลง แล้วเอาเงินที่ไหนมาใช้ล่ะ ???

นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ คือการให้คนใช้เงิน ลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ และ เงินฝาก (มาตรการแบบเบสิค) แต่ต้องดูตัวแปรอื่น ๆ ประกอบด้วย เช่น อัตราแลกเปลี่ยน น้ำมัน พร้อมเพิ่มกำลังการผลิตใน ธุรกิจส่งออกหลักของประเทศ แล้วก็ลดราคาปัจจัยในการผลิตที่ราคาสูงเพื่อเพิ่มผลผลิต เช่น ต้องการเพิ่มการผลิตข้าว ต้องลดราคาปุ๋ย เป็นต้น (ในความจริง ตอนนี้ปุ๋ยขึ้นราคาเท่าตัว) แล้วรัฐบาลชุดนี้ ทำรึป่าว???

แล้วมันกระตุ้นกันตอนไหน งงงงงงงงง???

ddd

nat ครับ
เวลาโพสกรุณานำสิ่งดี ๆ เข้ามาคุยกัน ไม่ใช่แสดงความถ่อยตามสกุล ออกมา ที่นี่เป็นที่สาธารณะครับ จะวิจารณ์ จิก กัด ก็เอาแต่พอดี หรือ ผู้ดูแลประชาไท ชอบสมาชิกถ่อย ๆ สถุล ๆ ก็ไม่รู้

ถ้าไม่เปลี่ยนนิสัย คนเค้าจะด่าถึงโค ตะ ระ มารดาท่านครับ

บัวพ้นน้ำแล้ว

โคตรแม่เอ็งน่ะซิ ไอ้ 3 ดอ

หนอยทำมาเป็นว่าคนอื่น ตัวเอ็งน่ะแสนถ่อย เขียนโพสก็หาสาระไม่ได้

ลพ

กลุ่มพันธมิตร กำลังฝ่าฝืนกฏหมาย ละเมิดสิทธิของประชาชน ทำให้ไมสามารถสัญจรในถนนสาธารณะได้ และโวยวายว่าใช้สิทธโดยชอบตามรัฐธรรมนูญ เด็กๆจะเข้าใจผิดว่ารัฐธรรมนูญเขาให้ทำเช่นนี้หรือ ประชาชนเดือดร้อน พวกพันธมิตรมันไม่อายตัวเองเลย คนแบบนี้หรือเป็นคนรักชาติ มันบ่อนทำลายชาติชัดๆ เลวจริงๆ

Free man

"ถามกันให้ตรงเป้าก็คือ พรรคประชาธิปัตย์ ยังมีหัวใจอยู่ในระบอบประชาธิปไตย หรือได้ปันใจให้กับระบอบอื่นไปแล้วเรียบร้อยโรงเรียนนายควง"

ไม่อยากตอบ แต่ขอร่วมแบ่งปันข้อมูล

พรรคประชาธิปัตย์ได้ถือกำเนิดก่อตั้งในวันที่ 6 เมษายน 2489 อันเป็นวันคล้ายวันจักรี

หัวหน้าผู้ก่อตั้ง ประกอบด้วย มรว เสนีย์ ปราโมช มรว คึกฤทธิ์ ปราโมช นายควง อภัยวงศ์

จะเห็นได้ว่า ทั้งสามคนล้วนมีความเกี่ยวพันกับศักดินาทั้งสิ้น ไม่ว่านายควง อภัยวงศ์ ซึ่งสืบเชื้อสายมาจากเจ้าพระยาอภัยภูเบศร์ (ชุ่ม อภัยวงศ์)

นาย ควง อภัยวงศ์ (หัวหน้า และ ผู้ก่อตั้งพรรค ประชาธิปัตย์)
เป็นบุตรของ เจ้าพระยาอภัยภูเบศร (ชุ่มอภัยวงศ์)

นาย ควง อภัยวงศ์ เป็นน้องชายของ พระอภัยพิทักษ์ (เลื่อม อภัยวงศ์)
และ เป็นอาของพระนางเจ้าสุวัทนา พระวรราชเทวีในรัชกาลที่ 6
ซึ่งเป็นธิดาของพระอภัยพิทักษ์ (เลื่อม อภัยวงศ์)กับคุณเล็ก บุนนาค

พระนางเจ้าสุวัทนา พระนามเดิมว่า "เครือแก้ว (ติ๋ว) อภัยวงศ์"
ประสูติ พระราชธิดา ทรงพระนามว่า "สมเด็จเจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี"

พันตรีควง อภัยวงศ์ หรือ รองอำมาตย์เอก หลวงโกวิทอภัยวงศ์

เป็นนักเรียนไทยในฝรั่งเศส รุ่นเดียวกับ นายปรีดี พนมยงค์
และ จอมพล ป. พิบูลสงคราม

ภายหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง พันตรีควง อภัยวงศ์
ขณะยังมีบรรดาศักดิ์เป็น หลวงโกวิทอภัยวงศ์

ผู้ก่อตั้งพรรค ประชาธิปัตย์

จุดประสงค์ของการก่อตั้งพรรค คือ
การเป็นฝ่ายค้านคานอำนาจของนายปรีดี พนมยงค์
ที่หลายฝ่ายในขณะนั้นมองว่าจะส่อเค้าเป็นเผด็จการ

คำว่า "ประชาธิปัตย์" ผู้บัญญัติชื่อนี้คือ ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช หัวหน้าพรรคคนที่สอง
โดยมีความหมายว่า "ผู้บำเพ็ญประชาธิปไตย" หรือ
"ประชาชนผู้ถืออำนาจอธิปไตย" และมีชื่อเป็นภาษาอังกฤษว่า
Democrat Party โดยหมายจะให้เป็นพรรคของคนจน
เช่นเดียวกับพรรคเดโมแครตของสหรัฐอเมริกา

พูดง่ายง่าย นายควง เป็นอาเจ็กของ ร.6
หม่อมเสนีย์ และ หม่อมคึกฤทธิ์ เป็นราชนิกุล
ผู้ถือศักดินา เต็มเพียบในพรรค ประชาธิปัตย์

หากจะถามว่าต้นตระกูลอภัยภูเบศร์ทำชอบสิ่งใดนา หาอ่านดูได้ที่

http://www.sameskybooks.org/board/index.php?showtopic=7030&mode=threaded&pid=56804

ก่อนที่จะถูกblock เช่นเวปบางเวป

เข้าใจหรือยังว่าพรรคประชาธิปัตย์มีที่มาที่ไปอย่างไร

ddd

ถ้าผมถ่อย ก็ถ่อย เพื่อความเจริญ
ไม่ใช่ถ่อยถ่วงความเจริญแบบคุณ(มึง)นะครับ

ที่ว่าผมไร้สาระ อ่านใหม่สิที่ผมโพส น่ะแล้วเถียงแทนรัฐบาล หรือ "โค ตะ ระ " มารดา มึง เอ้ย คุณสิว่า มันไม่จริง

บัวพ้นน้ำรึ 5555 ไอ้สายบัวเอ้ย... มีงเอ้ย คุณ คงเห่า ได้ในนี้แหละ

เพทาย

ขอให้มองกลุ่มพันธมิตรเป็นสิ่งปฏิกูลก็แล้วกันเด็กนักเรียนก็ไม่ควรเข้าไปใกล้ เจ้าหน้าที่บ้านเมืองก็ต้องหาทางสรรจรให้กับเด็กนักเรียนใหม่ที่สามารถเข้าเรียนได้ หรือทางโรงเรียนอาจจะเลื่อนเวลาการเข้าเรียนเพื่อลดผลกระทบกับนักเรียน ส่วนสิ่งปฏิกูลหรือขยะพันธมิตรก็ปล่อยมันไว้เช่นนั้นเพราะมันจะละลายตามกาลเวลาของมันเอง เมื่อเรารู้ว่ามันเป็นของเสียก็ไม่ควรเข้าไปใกล้มัน

บัวพ้นน้ำแล้ว

555 ในที่สุดความถ่อยของเอ็งก็แสดงมากขึ้น

ผู้เจริญในเวปนี้เขาคิดต่างกันด้วยหลักการและเหตุผล

ไม่มีใครเขียนด่าคนโน้น คนนี้ได้ถ่อยอย่างเอ็งหรอก

แหกตาดูเอา สงสัยบอดสนิทซิเอ็ง 5555

เนื้อหาไร้สาระ เขียนแบบผู้เจริญไม่เป็น ข้าไม่อ่านให้โง่อีกหรอก