ส.ศิวรักษ์: "ก้าวข้ามประวัติศาสตร์ชาตินิยม สู่การสร้างทัศนคติและความเข้าใจอันดีต่อประเทศพม่า"

สำนักข่าวประชาธรรม : เรียบเรียง
http://www.newspnn.com/detail.php?dataid=5695&code=n3_12072008_01

 

"การข้ามประวัติศาสตร์ชาตินิยมได้ ต้องปลูกฝังจิตสำนึกของเราให้รักความเป็นมนุษย์นิยม มากกว่าชาตินิยม ชาติเป็นของปลอม ภาษาเดียวกัน ชาติเดียวกันเหล่านั้นเป็นของปลอม ไม่ใช่ของจริง แต่มนุษย์นั้นเป็นของจริง มนุษย์ทั้งหมดไม่ว่าชาติไหน ภาษาไหน ศาสนาไหน เป็นเพื่อนร่วมทุกข์ด้วยกันทั้งนั้น!"

 

สุลักษณ์ ศิวรักษ์

11 กรกฎาคม 2551, มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

 

000

 

ที่มาของภาพ: สำนักข่าวประชาธรรม

 

 

 

เมื่อวันที่ 11 ก.ค. ที่ผ่านมา ที่หอประชุมเล็ก มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ถ.นิมมานเหมินทร์ ได้มีการจัดเวทีเสวนาและการแสดงดนตรีเพื่อระดมทุนช่วยเหลือผู้ประสบภัยพายุไซโคลนนาร์กีส เนื่องในงาน "60 วันหลังไซโคลนนาร์กีส" โดยในการจัดเวทีครั้งนี้มีการปาฐกถาเรื่อง "ก้าวข้ามประวัติศาสตร์ชาตินิยม สู่การสร้างทัศนคติและความเข้าใจอันดีต่อประเทศพม่า" โดย อ.สุลักษณ์ ศิวรักษ์จากมูลนิธิเสฐียรโกเศศ-นาคะประทีป

 

สำนักข่าวประชาธรรมเรียบเรียงเนื้อหามานำเสนอดังนี้

 

000

 

ประวัติศาสตร์ชาตินิยมของเมืองไทยนั้นเกิดขึ้นเพราะมิจฉาทิฐิข้อแรกที่เรารู้สึกว่าเราไม่ได้เป็นเมืองขึ้นของฝรั่งซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด ทำให้เราดูถูกเพื่อนบ้านของเราทั้งหมดที่เขาเป็นเมืองขึ้นของฝรั่ง แล้วเราก็อ้าขาผวาปีกอยากที่จะเป็นฝรั่ง ทั้งๆ ที่เราไม่รู้จักฝรั่งดี และฝรั่งในกระแสหลักถือตนว่าสูงส่งกว่าคนอื่น ผิวขาวดีกว่าผิวอื่น ซึ่งเดี๋ยวนี้ฝรั่งเปลี่ยนไปมากแล้ว แต่ว่าในกระแสหลักก็ยังไม่เปลี่ยน อันนี้ผมคิดว่าเป็นเรื่องที่ร้ายแรงมากทำให้เกิดชาตินิยมดูถูกเพื่อนบ้าน ไม่ว่าจะเป็นลาว เขมร มลายู และยิ่งพม่าด้วยแล้วมีจิตใต้สำนึกเครียดแค้นที่เราแพ้พม่ามาถึง 2-3 ครั้ง แล้วก็ถูกฝังกันมาว่ากรุงศรีอยุธยานั้นถูกเผาโดยพม่า ประเทศที่แพ้สงครามนั้นจะมีจิตสำนึกในทางเลวร้าย เช่นในเวลานี้อเมริกามีจิตสำนึกในทางเลวร้ายต่อเวียดนาม เพราะว่าอเมริกาแพ้สงครามเวียดนาม เพราะฉะนั้นทำให้ชาตินิยมเป็นไปในทางลบมากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้แล้ว การที่เราไปนับถือฝรั่งจนฝรั่งล้างสมองเราเรื่องชาตินิยม ไม่เคยมีมาก่อนเรื่อง racism( การเหยียดผิว ) เกิดจากฝรั่ง โดยเฉพาะที่สำคัญก็คือฮิตเลอร์ที่ถือว่าชาติเยอรมันนั้นเป็นอารยัน ยิวเป็นชาติที่เลวร้าย เราจึงต้องเปลี่ยนชื่อประเทศชาติจากสยามมาเป็นไทยแลนด์เพื่อที่จะเห็นว่าชนชาติไทยนั้นเป็นชนวิเศษ อันนี้เป็นมิจฉาทิฐิข้อที่ 2 ที่เลวร้าย และถ้าเราไม่แก้ประเด็นนี้ไม่มีทางที่เราจะมองข้ามประวัติศาสตร์ชาตินิยมไปได้

 

ใช่แต่เท่านั้น ชนชั้นปกครองยังเอาอดีตมาสร้างชาตินิยมจนตราบทุกวันนี้ไม่ว่าภาพยนตร์เรื่องศรีสุริโยทัยก็ดี นเรศวรก็ดี เคราะห์ดีนะครับที่ยุติไม่ทำเรื่องท้าวสุรนารีกับกบฏที่ลาวที่เกิดขึ้นในรัชกาลที่ 3 อีกนัยยะหนึ่งคือเราสร้างชาตินิยมให้เกลียดเพื่อนบ้าน ดูถูกเพื่อนบ้านแล้วมองอดีตในทางหลง เลอะเลือน ชนชั้นปกครองที่เป็นเผด็จการทำเช่นนั้น พม่าทำเช่นนี้คือสร้างรูปบุเรงนองชี้มาที่เมืองไทย สร้างให้คนเกลียดกัน แล้วมันช่วยชนชั้นปกครองที่เป็นพวกเผด็จการ ดั่งกรณีเขาพระวิหารในเวลานี้เช่นเดียวกัน เอามาใช้เพื่อประโยชน์เป็นการกดขี่ราษฎรของตัวเอง ให้เกลียดเพื่อนบ้าน

 

การจะข้ามประวัติศาสตร์ชาตินิยมได้นั้น หนึ่งเราต้องปลูกฝังจิตสำนึกของเราให้รักในความเป็นมนุษย์นิยม มากกว่าชาตินิยม ชาติเป็นของปลอม ใช้ภาษาเดียวกัน ชาติเดียวกันเหล่านั้นเป็นของปลอม ไม่ใช่ของจริง แต่ว่ามนุษย์นั้นเป็นของจริง มนุษย์ทั้งหมดไม่ว่าชาติไหน ภาษาไหน ศาสนาไหน เป็นเพื่อนร่วมทุกข์ด้วยกันทั้งนั้น ถ้าหากเราเข้าใจอันนี้เราจะไปพ้นชาตินิยม และมนุษย์นิยมนั้นมันไปพร้อมๆ กับประชาธิปไตย เมืองไทยลืมนะครับ คนสำคัญที่นำประชาธิปไตยมาให้ไทยคือปรีดี พนมยงค์ ผมดีใจที่เมื่อก่อนที่จะเข้ามาศูนย์การค้าข้างๆ มีรูปปรีดี พนมยงค์ใบใหญ่ติดเอาไว้ ซึ่งแปลกมาก เพราะว่ามันมีรูปคนในตระกูลเดียวกันติดทั่วไปหมดทุกแห่ง จนผมเอือมระอาไปหมดแล้ว เพราะการที่ติดรูปชนชั้นสูงตระกูลเดียวเป็นการสร้างชาตินิยม เป็นการนับถือชนชั้น ประชาธิปไตยต้องปฏิเสธชนชั้น เห็นว่ามนุษย์เสมอกันหมด เท่ากันหมด

 

แล้วถ้าหากเรากลับมาเข้าใจปรีดี พนมยงค์ เราจะไปพ้นชาตินิยมเพราะว่าปรีดี พนมยงค์นอกจากจะนำประชาธิปไตยมาให้ไทยแล้ว ปรีดี พนมยงค์ยังสร้างภาพยนตร์พระเจ้าช้างเผือกที่เป็นเรื่องที่ชี้ให้เห็นเลยว่าไทยกับพม่าไม่ได้เป็นศัตรูกัน และเป็นเพื่อนกัน ศัตรูคือพระเจ้าแผ่นดินพม่า และพระเจ้าแผ่นดินไทยซึ่งแย่งช้างเผือกกัน เพราะความโลภ ความโกรธ ความหลง ราษฎรต่อราษฎรไม่ได้เป็นศัตรู เรารักใคร่กัน

 

ใช่แต่เท่านั้น ปรีดี พนมยงค์ ยังเป็นผู้นำขบวนการเสรีไทย เมื่อเสร็จสงครามโลกครั้งที่ 2 แล้ว ปรีดี พนมยงค์ ตั้งสมาคมนานาชาติเอเชียอาคเนย์ขึ้นเป็นครั้งแรก ก่อนอาเซียนเกิดขึ้น 40 ปี ประชุมที่กรุงเทพฯ ในตอนนั้นออง ซาน มาประชุม ตอนนั้นพม่ายังไม่ได้เอกราชและสมาคมนี้เป็นสมาคมที่ไทย พม่า และชนชาติพันธมิตรเป็นสมาคมที่เราเสมอบ่าเสมอไหล่กัน เราจะรวมตัวเป็นประชาธิปไตยในทางสังคมนิยม เพื่อต้านอเมริกาที่เข้ามาเป็นใหญ่แทนอังกฤษ เป็นการรวมตัวเป็นหนึ่งเดียวกันนี่คือการข้ามพ้นประวัติศาสตร์ชาตินิยม

 

แล้วเราลืมไปนะครับ ก่อนที่พม่าจะเป็นเอกราช เมื่อพม่าเริ่มเป็นตัวของตัวเอง เมื่อออง ซาน ยังมีชีวิตอยู่นอกจากมาประชุมที่กรุงเทพเพื่อที่จะตั้งสมาคมนี้แล้ว ออง ซาน ยังเชิญทูตวัฒนธรรมไทยไปพม่า สิ่งแรกที่สนใจคือวัฒนธรรมเพราะพม่าคล้ายคลึงกับไทยมาก ผู้ที่นำคณะของไทยไปได้แก่พระยาอนุมานราชธน หรือว่าเสฐียร โกเศศ ออง ซานพูดเลยว่าไทยพม่าจะต้องรักใคร่กัน ปรองดองกัน และคนพม่าเขาไม่เคยเกลียดคนไทย เพราะฉะนั้นคนไทยที่มีจิตสำนึกต้องเรียนรู้ที่จะไม่เกลียดพม่า ต้องรักพม่า เหมือนที่พม่าเขารักเรา และที่สำคัญยิ่งกว่านั้นคือว่าพุทธศาสนาของไทยกับพม่านั้นคล้ายคลึงกันมาก เพราะฉะนั้นเราควรที่จะเรียนรู้จากกันและกัน และถ้าหากเราไปพ้นชาตินิยมเราจะเรียนรู้จากพุทธศาสนาพม่าโดยที่ยอมรับว่าไทยเราด้อยกว่าพม่าในเรื่องศาสนาพุทธ คนที่พูดเช่นนี้ และทำเช่นนี้คือเจ้าคุณพระพิมลธรรม สภานายกมหาจุฬาลงกรณ์ ราชวิทยาลัย เจ้าอาวาสวัดมหาธาตุยุวราษฎร์รังสฤษดิ์ ท่านบอกเลยว่าเราต้องเรียนจากพม่าโดยเฉพาะทางวิปัสสนาธุระ พระไทยหยิ่ง บอกว่าเราไม่ได้เป็นเมืองขึ้นแต่ว่าพม่าเป็นเมืองขึ้น จะสู้เราได้อย่างไร เพราะฉะนั้นถ้าหากเราไปพ้นจากชาตินิยมเราจะเรียนรู้ได้เลยว่าเราจะเรียนจากเพื่อนเราตรงไหน

 

เวลานี้ สิ่งที่เกิดจากพายุนาร์กีส เป็นบทเรียนที่สำคัญเลยว่าพระพม่าออกมาอยู่ฝ่ายคนยากจน อุทิศตนเพื่อผู้ยากไร้ อุทิศตนเพื่อผู้ที่ประสบภัยพิบัติ ในขณะที่พระไทยต้องการเพียงแต่จะเข้าวัง ต้องการสมณะศักดิ์ ต้องการเงิน ต้องการความฟุ้งเฟ้อ ฟุ่มเฟือย ถ้าหากว่าเราเรียนกับพม่า ถ้าหากว่าเราจะช่วยพม่า เอาเงิน เอาทองไปช่วยเขา เราต้องอย่าหลอกตัวเอง ฝรั่งเขาทำได้ดีกว่าเรา ถ้าหากเราเอาบทเรียนจากพม่าจากที่เขาเดือดร้อน มาร่วมความเดือดร้อนด้วยกันอย่างไรบ้าง เราร่วมทุกข์กันอย่างจริงจัง อย่าไปอวดว่าเราเก่งกว่าพม่า เรียนจากพม่าบางอย่าง และในบางอย่างเขาจึงจะเรียนจากเรา

 

กรุณาที่แท้ พรหมวิหาร 4 ที่พระพุทธเจ้าตรัสสอน นั้นเมตตา รัก ตัวเราเป็นก่อน และต้องรักเพื่อนของเราที่เดือดร้อนมากกว่าเรา และถึงเป็นมุทิตา ที่รักแม้คนที่กดขี่ ข่มเหงเรา โดยเฉพาะรัฐบาลพม่า แต่ที่รักเขาแบบมุทิตา ไม่เกลียด ไม่โกรธ เราต้องการทำลายโครงสร้างอันไม่ยุติธรรมนั้น โครงสร้างความยุติธรรมของพม่าก็เลวร้ายเท่ากับโครงสร้างความยุติธรรมของไทย พม่าอาจจะเลวร้ายกว่าเพราะว่าเป็นเผด็จการซึ่งๆ หน้า แต่ว่าไทยเป็นเผด็จการไม่ใช่ซึ่งๆ หน้า เป็นเผด็จการที่อุดหนุนรัฐบาลทหารพม่า ไม่ว่าจะเป็นทักษิณ หรือว่าสมัครนั้นเลวร้ายพอๆ กัน

 

ต้องเข้าใจอันนี้ ไม่ได้เกลียดพม่า ไม่ได้เกลียดเผด็จการพม่า ไม่ได้เกลียดทักษิณ ไม่ได้เกลียดสมัคร แต่เราไม่ต้องการโครงสร้างอย่างนั้น เราจะเรียนจากพม่า โดยเฉพาะกรณีที่พระพม่าออกมาท้าทายเผด็จการทหาร ผมยังไม่เห็นพระไทยออกมาท้าทายทุนนิยม บริโภคนิยม ผมยังไม่เห็นพระไทยออกมาท้าทายศักดินา แต่พระพม่าออกมา ท่านออกมาด้วยความรัก ท่านสวดเมตตาสูตร มารดารักลูกคนเดียวยอมสละชีวิตให้ฉันใดพึงเจริญความรักไปยังสรรพสัตว์ฉันนั้น พระพม่าสวดแบบนี้ แล้วทหารทำร้ายท่าน รังแกท่าน เช่นเดียวกับที่เราควรจะเรียนจากพระธิเบตที่ถูกทำลายซึ่งเลวร้ายพอๆ กัน

 

บทเรียนเหล่านี้เป็นบทเรียนที่จะช่วยทำลายความเป็นชาตินิยม ประวัติศาสตร์ที่แล้วๆ มาสอนให้เห็นว่าสงครามเป็นของดี ให้เห็นว่ามหาบุรุษเป็นของดี มันเป็นของหลอกลวงทั้งนั้น เราจะเห็นว่าพระนเรศวรนั้นยิ่งใหญ่มาก ถ้าหากว่าเราเห็นพระนเรศวรยิ่งใหญ่มากเท่าไหร่เราจะเห็นว่าทหารยิ่งใหญ่เท่านั้น เราจะรักสงครามมากเท่านั้น เราต้องเห็นว่าพระนเรศวรนั้นมีจุดด้อยไม่ใช่น้อย ทำไมเราไม่มองที่พระเอกาทศรถที่ออกศึกร่วมกับพระนเรศวร แต่พอท่านเสวยราชย์องค์เดียวแล้วท่านเลิกสงครามไปทั้งหมดออกกฎหมายที่ดี ที่สุด แต่ว่าเราไม่ได้เรียน ถ้าหากเรามองเห็นว่าสงครามทุกเรื่องกับพม่า 44 ครั้งนั้นเป็นเรื่องที่เลวร้ายทุกๆ ครั้ง คนที่สำคัญในการชนะแพ้ในสงครามนั้นไม่ใช่พระนเรศวร แต่ว่าเป็นทหารที่เขาต้องไปตาย ที่เมียต้องเป็นม่าย ช้างม้าถูกฆ่า ถ้าหากเราเปลี่ยนมิติประวัติศาสตร์เหล่านี้ เราจะเลิกประวัติศาสตร์ชาตินิยม แล้วเราจะหันมาเห็นคุณค่าของสันติศึกษา ที่ อ.ปรีดี ท่านพยายามที่จะทำภาพยนตร์เรื่องพระเจ้าช้างเผือก

 

ผมว่าถ้าหากเรามองอันนี้แล้ว เราไปพ้นชาตินิยมแล้ว เราก็จะเห็นเลยว่าไม่เฉพาะพม่าที่เป็นชาวพม่า มอญ กระเหรี่ยง คะฉิ่น พม่าที่ลี้ภัยมาอยู่ในประเทศเรา แม้กระทั่งคนภาคใต้ มลายู หรือคนเร่อร่อนอย่างพวกมอแกน เขามีศักดิ์ศรีเท่ากับเรา ถ้าหากเราใช้หลักมนุษย์นิยมแล้วเราจะรักเขา เราจะต้องปกป้องต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชนของเขา เพื่อศักดิ์ศรีของเขาเท่าที่เราต้อสู้ได้เพื่อลูกของเรา ถ้าหากเรามีจิตสำนึกเหล่านี้ เราจะมีศักดิ์ศรีมากขึ้น เราจะมีค่าตัวที่สูงส่งขึ้น และเราก็จะสนใจเพื่อนพม่า เพื่อนลาว เพื่อนเขมรเหมือนกับเป็นญาติเป็นพี่น้องกัน

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์