เสวนาปราสาทพระวิหาร: สุรชาติ บำรุงสุข: รักชาติต้องไม่เอาชาติเข้าสงคราม

เมื่อวันที่ 13 .. มูลนิธิโครงการตำราสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์, กองทุนจิตร ภูมิศักดิ์, สมาคมจดหมายเหตุสยาม, และคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) จัดการอภิปรายเรื่อง สยามประเทศ (ไทย) หลังสมัคร 1: การเมืองกับลัทธิชาตินิยม— กรณีศึกษาปราสาทเขาพระวิหาร/รัฐบาลสมัคร—ปัญหาและทางออก ณ ห้อง 201 คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มธ.


 


มีผู้ร่วมอภิปรายได้แก่ พนัส ทัศนียานนท์ อดีตส.ว.จังหวัดตาก และอดีตคณบดีคณะนิติศาสตร์ มธ., ดร.ชาญวิทย์ เกษตรศิริ นักวิชาการด้านประวัติศาสตร์ อดีตอธิการบดี มธ., รศ.ดร.พิภพ อุดร อาจารย์คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มธ., รศ.ดร.สุ รชาติ บำรุงสุข อาจารย์ประจำภาควิชาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ดำเนินการอภิปรายโดย สมฤทธิ์ ลือชัย


 


สุรชาติ บำรุงสุข


 


ปัญหาเขาพระวิหาร ทางรัฐศาสตร์มีสี่ประเด็น 1.การกำหนดเส้นเขตแดนของสยาม 2.การรับคำตัดสินของศาลระหว่างประเทศเมื่อปี 2505 3.ปัญหาการสงวนสิทธิของรัฐบาลไทย ปี 2505 และ 4.ปัญหาการสงวนเส้นเขตแดนของรัฐบาลไทย ปี 2505


 


เวลาอธิบายปัญหาเขาพระวิหาร จะเจอปัญหาใหญ่หนึ่งคือ เวลาเราพูดถึงปัญหากรณีเขาพระวิหาร แต่สังคมไทยกำลังพูดถึงกรณีทักษิณ (ชินวัตร) บวกสมัคร (สุนทรเวช) และเขาพระวิหาร เพราะฉะนั้น ต้องแยกวาทกรรมสองชิ้นนี้ออกจากกันให้ได้


 


ขอแย้ง อ.ชาญวิทย์ว่า ในอดีต เหนือปราสาทพระวิหารไม่ใช่องค์เทพอย่างที่ อ.ชาญวิทย์พูด แต่คือธงฝรั่งเศส เหนือปราสาทพระวิหาร หลังปี 05 คือ ธงชาติกัมพูชา เราเคยพยายามปักธงชาติไทย ปี 2505 จะเห็นคำสั่งที่จอมพลประภาส (จารุเสถียร) สั่งให้ข้าราชการกระทรวงมหาดไทยเอาธงขึ้นไปปัก แต่เมื่อคำตัดสิน เมื่อมิถุนายน 2505 ออกมาเราต้องเอาธงลง


 


และต้องย้อนต่อนิดหนึ่งว่า วันนี้เวลาพูดเรื่องนี้ต้องตระหนักว่าพูดในบริบทของการเมือง ซึ่งไม่รู้จะเรียกว่าอะไร หลายคนเรียกการเมืองใหม่ 70:30 ตุลาการภิวัตน์ แล้วเรากำลังมีการทูตใหม่ คู่ขนานกับการเมืองใหม่ ในอนาคต การทำความตกลงทุกอย่างรวมถึงการออกแถลงการณ์ร่วมจะถูกกำหนดให้เป็นสนธิสัญญา เป็นมิติที่นักเรียนรัฐศาสตร์ที่เรียนความสัมพันธ์ระหว่างประเทศต้องตั้งหลักใหม่ทั้งหมด ถ้าเป็นอย่างนี้ อนาคตประชาธิปไตยไทยไม่ใช่ตรวจสอบและถ่วงดุล แต่ผมคิดว่า เรากำลังเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบและเกินดุล คือไม่มีดุลพินิจแล้ว ยกเว้นแต่ในอนาคตเราจะเอากระทรวงต่างประเทศไปไว้อยู่ใต้สถาบันตุลาการ และให้สถาบันตุลาการเป็นคนปกครองแทน


 


ประเด็นหลักสี่ประเด็น สังคมไทยวันนี้ต้องเริ่มต้องสติ มีคำพุทธอยู่คำหนึ่ง คือ โยนิโสมนสิการ


 


อ.พนัส เป็นนิสิต ปี 4 ตอนเกิดเรื่องเขาพระวิหาร ผมเป็นนักเรียน ป.1 ผมไม่ได้เดินขบวนครั้งแรกในชีวิตด้วยเรื่อง 14 ตุลา 2516 แต่เดินขบวนด้วยด้วยคำสั่งจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ เรียกร้องเขาพระวิหารคืน เมื่อปี 05 คนยุคผมมีตะกอนใจค้าง อ.ชาญวิทย์ใช้คำว่า แผลเก่า แต่ผมคิดว่า แผลเขาพระวิหาร มันไม่เก่า แต่ก็ไม่ใช่แผลสด มันเป็นแผลกลางเก่ากลางใหม่ ที่ตกค้างอยู่กับคนไทยที่อายุประมาณ 50 ปีขึ้น จะจำได้ดี มีตัวอย่างคือ เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 51 อ.สุเนตร ชุตินธรานนท์ จัดเสวนาเรื่องเขาพระวิหาร มีผู้ฟังที่เป็นผู้ใหญ่กว่าผม ฟังเสร็จแล้วยกมือเรียกร้องให้เอาเขาพระวิหารคืน เรียนตรงๆ ว่าตกใจ เพราะถ้าจะอธิบายเรื่องนี้ เริ่มแรกต้องเคลียร์กันก่อนด้วยสติ โยนิโสมนสิการ คือต้องเรียนรู้ที่จะเห็นรากเหง้าของปัญหา 


 


ปัญหาทั้งหมด เริ่มด้วยการกำหนดเส้นเขตแดนของสยาม อดีต สยามไม่มีเส้นเขตแดน วันนี้ เปิดหนังสือเรียนของลูกๆ จะเห็นหนังสือแผนที่ของนายทองใบ แตงน้อย จะมีภาพระบายสีอาณาเขตของกรุงสุโขทัย อาณาเขตของอยุธยา ถามจริงๆ ว่า มันเป็นเขตแดนจริงหรือไม่ คำตอบคือ ไม่ เพราะเขตแดนยังไม่เกิด รัฐในยุโรปก่อตัวเป็นรัฐ หรือที่เรียกว่าประเทศ ในยุคสมัยใหม่จริงๆ เมื่อ ค.ศ. 1648 ประมาณ พ.ศ. 2100 เศษๆ ถึงเริ่มก่อกำเนิดความเป็นประเทศขึ้น และเริ่มมีคำถามที่รัฐบาลที่มีประชาชนอยู่ในอำนาจการปกครอง ต้องตอบว่า อำนาจนี้สิ้นสุด ณ จุดใดในภูมิศาสตร์ หรืออำนาจที่รัฐมีนั้นสิ้นสุดตรงไหน หลายประเทศมีสภาพทางธรรมชาติเป็นตัวแบ่ง ถ้าเป็นคอหนังคาวบอย จะเห็นว่า โจรที่ปล้นธนาคารในสหรัฐฯ จะหนีข้ามแม่น้ำเล็กๆ ชื่อริโอแกรนด์ ไปอยู่ในเม็กซิโก นายอำเภอสหรัฐฯ ที่จะตามเข้าไปจะต้องปลดดาวออกแล้วขี่ม้าข้ามแม่น้ำเล็กๆ นั้นไป หรืออย่างจีนกับเกาหลีเหนือ ก็มีแม่น้ำยาลูเป็นเส้นแบ่ง


 


เพราะฉะนั้นเมื่อรัฐมหาอำนาจเคลื่อนตัวเข้าสู่อาณานิคมทางเอเชียใต้ เมื่ออังกฤษครอบครองดินแดนจากอินเดีย เข้ามาสู่พม่า รวมถึงมลายาและสิงคโปร์ ส่วนอีกด้านหนึ่งฝรั่งเศสเข้าสู่พื้นที่ด้านตะวันออกของสยาม ถามว่าเขตอิทธิพลของอินโดจีนฝรั่งเศส รวมถึงเขตอิทธิพลของอินเดีย ของอังกฤษ สิ้นสุดตรงไหนในทางภูมิศาสตร์ที่เป็นรอยต่อกับสยาม ปัญหามันเกิดเพราะเดิมเราไม่มีเส้นเขตแดน


 


พี่น้องสองฝั่งแม่น้ำโขงกับพี่น้องสองฝั่งแม่น้ำเมยของโลกในอดีต ถ้าต้องข้ามแม่น้ำไม่เคยต้องมีหนังสือเอกสารราชการรองรับ ไม่จำเป็นต้องใช้ border pass ใครอยู่กับรัฐไหนไม่มีคำตอบในความเป็นจริง แต่เมื่อวันหนึ่งเราต้องตอบ เพราะสถานะทางการเมืองของรัฐที่มัดอยู่กับที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ ต้องมีความชัดเจนว่า สุดท้ายอำนาจอธิปไตยของสยามสิ้นสุดตรงไหน เช่นเดียวกัน อำนาจอธิปไตยของอินโดจีนฝรั่งเศสนั้นสิ้นสุดตรงไหน เราจะเริ่มเห็นการปักปันเขตแดนที่ผู้แทนของรัฐบาลสยามทำกับรัฐบาลของฝรั่งเศส ต้องยอมรับว่า การปักปันเขตแดนหรือดินแดนในยุคอาณานิคม รัฐเล็กๆ เป็นฝ่ายเสียเปรียบ


 


แม้กระทั่งตัวอย่างความสัมพันธ์ของจีนกับอินเดีย ยุคหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 เมื่อพรรคคอมมิวนิสต์จีนขึ้นสู่อำนาจ เหมาเจ๋อตุงบอกไม่รับเส้นเขตแดนที่รัฐบาลจีนเดิมปักปันกับอังกฤษในกรณีที่ครอบครองอินเดีย เกิดผลคือ สงครามตามแนวชายแดนด้านเหนือของอินเดีย หรือที่เรียกกันว่า สงครามตามแนวแมคมาฮอน (McMahon) แต่รบแล้ว ไม่ได้ปรับ


 


จากตรงนี้ จะเห็นว่า เราเสียเปรียบฝรั่งเศสเพราะไม่มีอำนาจต่อรอง การปักปันเขตแดนในลำน้ำโขงของฝรั่งเศสไม่ได้ใช้ร่องน้ำลึกเป็นแนวแบ่งตามแบบกฎหมายระหว่างประเทศปกติ แต่ใช้แนวเกาะแก่งเป็นเส้นแบ่ง เพราะฉะนั้น น้ำอยู่ฝั่งเรา เกาะอยู่ฝั่งเขา ทำให้ในหลายจุดเกิดปัญหา แต่ปัญหาจบ เพราะเมื่อรัชกาลที่ 5 เสด็จเยือนฝรั่งเศส มีการให้สัตยาบันรับรองเส้นเขตแดนเหล่านี้ รวมถึงการแลก 3 ต่อ 3 เราแลกพระตระบอง เสียมราบ ศรีโสภณ กับ จันทบุรี ตราดและด่านซ้าย วันนี้ แผนที่ที่มีเส้นเป็นรูปขวานอย่างที่เราเห็น เป็นผลจากการปักปันเขตแดนซึ่งต้องถือว่า เส้นเขตแดนตรงนี้มีข้อยุติ แต่ปัญหาที่เกิดไม่ใช่เกิดจากการปักปันที่ไม่ชัดเจน แต่เกิดจากเงื่อนไขหรือสภาพทางภูมิศาสตร์ที่เปลี่ยนแปลงไป


 


ในจุดนี้ต้องชัด เพราะในช่วงที่กรณีเขาพระวิหารเป็นกระแสสูง มีชาวบ้านบางพื้นที่เรียกร้องให้เอาพระตระบอง เสียมราบ ศรีโสภณ คืน วันนี้ไม่ชัดไม่ได้ เพราะถ้าท่านก้าวล่วงไปสู่ประเด็นเรียกร้องดินแดนของประเทศเพื่อนบ้าน ต้องตอบว่าเป็นไปได้ไหมที่รัฐไทยในโลกปัจจุบันจะสามารถเปลี่ยนเส้นเขตแดนของรัฐได้ โดยประชาคมระหว่างประเทศให้การรับรอง


 


เราเคยเปลี่ยนไหม สยามเคยเปลี่ยนครับ ตามที่ อ.ชาญวิทย์ พูด 2484 เราเอาพระตระบอง เสียมราบ ศรีโสภณ คืน 2486 เราเอาสัฐมาลัย คือ กลันตัน ตรังกานู และปะลิส บวกรัฐฉานเข้ามาไว้กับเรา 2488 สงครามสงบ 2489 เราคืนทั้งหมด ขอแย้งชาญวิทย์นิดเดียวว่าผมเข้าใจว่า คำว่า คืนทั้งหมด คือคืนในฐานะของเส้นเขตแดนเดิม ที่ยอมรับตอนให้สัตยาบันตั้งแต่ยุครัชกาลที่ 5 เพราะฉะนั้น โดยข้อกฎหมายเขาพระวิหาร น่าจะกลับไปอยู่ฝั่งเขา ตั้งแต่เมื่อปี 2489


 


ที่ต้องคืน เพราะอยากเป็นสมาชิกยูเอ็น ไม่คืนไม่ได้ สงครามสงบ มหาอำนาจตะวันตกกลับเข้ามาปกครองดินแดนประเทศแถบนี้ การไม่คืนเป็นไปไม่ได้ เพราะฉะนั้น เส้นเขตแดนสยามถูกปรับเพียงแค่ จากปี 2484 2486 และสิ้นสุดเมื่อปี 2489 เพราะฉะนั้น ต้องเคลียร์ว่า การปรับเส้นเขตแดนเป็นสิ่งที่ไม่น่าเกิดขึ้นได้อีก และถ้าเกิดด้วยการที่สยามสมัยใหม่ตัดสินใจใช้เครื่องมือทางทหารเป็นคำตอบ ต้องถามคำถามเดียวกับ อ.พิภพ ว่าแล้วตกลงในเวทีโลกใครยืนกับเราบ้าง คำถามตรงนี้ใหญ่ เพราะสงครามในอดีต ให้ค่าตอบแทนที่ชัดเจน 2 ประการคือ ดินแดนกับแรงงานหรือเชลย แต่สงครามสมัยใหม่ ท่านทำแล้วไม่ได้ดินแดน เพราะประชาคมระหว่างประเทศไม่ยอมรับการปรับเส้นเขตแดน ตกลง ท่านอยากได้อะไร ถ้าอยากได้คน ท่านไม่ต้องทำสงคราม เพราะแม้ไม่ทำสงคราม แรงงานข้ามชาติจากกัมพูชาก็เยอะอยู่แล้วในบ้าน หรือปัญหาชายแดนด้านตะวันตกกรณีพม่าก็เช่นเดียวกัน ถ้าเชื่อว่า ทำสงครามเพราะต้องการแรงงานเช่นในอดีต ไม่จำเป็นต้องทำสงครามเลย แค่เปิดประตูชายแดนรับแรงงานข้ามชาติเท่านั้น แรงงานจะทะลักเข้ามาทันที เพราะฉะนั้นประเด็นเส้นเขตแดนต้องชัด


 


สอง ปัญหาคำตัดสินของศาลระหว่างประเทศที่เราเรียกกันว่า ศาลโลก เมื่อมิถุนายน ปี 2505 คำตัดสินในหน้า 36 "ปราสาทพระวิหารตั้งอยู่ในอาณาเขตภายใต้อธิปไตยของกัมพูชา" ถ้าตีความว่ามีแต่ตัวปราสาท ผมคิดว่าต้องคิดต่อ เพราะมีคำว่าอาณาเขตอยู่ เพราะฉะนั้นตรงนี้ผมคิดว่าต้องยอมรับ ถ้าหลายท่านบอกไม่รับ ลองอ่านคำพูดของจอมพลสฤษดิ์เมื่อ 4 กรกฎาคม 05 "แม้ว่ารัฐบาลและประชาชนไทยจะได้มีความรู้สึกสลดใจและขมขื่นเพียงใด ในฐานะที่ประเทศไทยเป็นสมาชิกของสหประชาชาติก็จะต้องปฎิบัติตามพันธะกรณีในกฎบัตรสหประชาชาติ กล่าวคือ จำต้องยอมให้กัมพูชามีอธิปไตยเหนือพระวิหารนั้น ตามพันธะกรณีแห่งกฎบัตรสหประชาชาติ" รัฐบาลไทยตั้งแต่ปี 2505 ไม่เคยปฎิเสธพันธะตรงนี้ ด้วยการยอมรับอย่างชัดเจนว่า พื้นที่ตรงปราสาทพระวิหารอยู่ภายใต้อธิปไตยของรัฐกัมพูชา เพราะฉะนั้นตรงนี้ต้องชัดว่า ปราสาทพระวิหารบวกพื้นที่ส่วนหนึ่ง พื้นที่ตรงนี้กว้างยาวเท่าไหร่ คำตอบคือไม่รู้ เพราะศาลระหว่างประเทศไม่มีอำนาจขีดเส้นเขตแดนของรัฐ พูดง่ายๆ ศาลระหว่างประเทศไม่มีอำนาจในการปักปันเขตแดน


 


แต่ประเด็นนี้จะโยงอยู่กับเรื่องหนึ่งที่ต้องทำความเข้าใจ เมื่อศาลระหว่างประเทศทำการตัดสิน คณะรัฐมนตรีสมัยจอมพลสฤษดิ์ได้ออกเส้นเขตแดนกำกับพื้นที่ตัวปราสาทพระวิหาร คือมีเส้นเขตแดนเกิดรอบตัวปราสาทพระวิหาร ถ้าดูตามแผนที่จะมีเวิ้ง ที่มติ ครม. ปี 05 ลากเส้นกำกับไว้แล้ว ว่ามีปราสาทพระวิหารและมีอาณาเขตที่เป็นดินแดนอีกส่วนหนึ่ง อยู่ล้อมรอบตัวปราสาทพระวิหาร ยกเว้นแต่วันนี้ท่านแย้งว่าไม่รับมติ ครม. 2505 ก็จะเป็นปัญหาอีก ไม่แน่ใจว่าจะฟ้องศาลที่ไหนให้ มติ ครม. ปี 05 เป็นโมฆะ ดังนั้นวันนี้สังคมไทยต้องเปิดใจยอมรับว่าอะไรคือข้อเท็จจริงและอะไรคือข้อกำหนด


 


ประเด็นที่สี่ จอมพลสฤษดิ์ ได้แถลงไว้ต่อว่า "แต่รัฐบาลขอตั้งข้อประท้วงและข้อสงวนสิทธิ์อันชอบธรรมของประเทศไทยในเรื่องนี้ไว้เพื่อสงวนสิทธิ์ที่จะดำเนินการทางกฎหมายที่จำเป็นซึ่งอาจจะมีขึ้นในภายหน้า เพื่อจะได้กรรมสิทธิ์นี้กลับคืนมาตามโอกาสอันควร"


 


หลายท่านคงได้ฟังว่า ในรอบ 2-3 สัปดาห์ มีนักวิชาการเปิดประเด็นว่า กระทรวงการต่างประเทศได้เคยทำข้อสงวนสิทธิ์ไว้ แต่โดยหลักการของกฎหมายระหว่างประเทศ การสงวนสิทธิมีอายุความ 10 ปี ผมไม่คิดว่าการสงวนสิทธิ์มีอายุความตราบสิ้นดินฟ้า จนสิ้นสลายของรัฐไทย ถ้าสมมติการสงวนสิทธิ์มีอายุความ 10 ปี สิทธิ์นี้สิ้นสุดที่ปี 2515 แต่สำคัญกว่าการสงวนสิทธิ์คือ รัฐบาลไทยหลังจากนั้นไม่เคยมีการใช้สิทธิ์ที่ตนสงวน คือไม่เคยส่งความเห็นแย้งให้กับศาลระหว่างประเทศ


 


ดังนั้น ต้องชัดเจนว่าหนึ่ง เส้นเขตแดนของสยามถูกกำหนด และชัดเจนว่า ตัวปราสาทพระวิหารวันนี้ไม่ได้อยู่ในอาณาเขตของรัฐไทย และถ้าเห็นคำตัดสินของศาลระหว่างประเทศ เห็นการลากเส้นเขตแดนของ ครม. ปี 05 เห็นคำสงวนสิทธิ์ต้องมีอายุความ ถ้ารับเรื่องเหล่านี้เป็นเบื้องต้น จะสบายใจมากกว่านี้


 


ผมพูดอย่างนี้ไม่ใช่ไม่รักชาติ แต่จุดยืนผมชัด รักชาติต้องไม่เอาชาติเข้าสงคราม แต่ถ้ารักชาติวันนี้ ต้องพาชาติออกจากวิกฤตให้ได้ เพราะวิกฤตตอนนี้ คือวิกฤตความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับเพื่อนบ้าน หรือเรียกว่า ติดหล่ม ผมไม่อยากเห็นเราตกหล่มของความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับเพื่อนบ้าน เราตกมาเป็นระยะแต่เราไม่รู้สึก


 


ย้อนอดีต กุมภาพันธ์ 44 ที่มีหนังบางระจัน ละครโทรทัศน์อตีตา โฆษณายาชูกำลังชุดไทยรบพม่า แต่เหตุการณ์ใหญ่กว่านั้นคือ วิกฤตการณ์แนวชายแดนด้านตะวันตกของไทย-พม่า เกือบรบกัน เพราะถูกทับซ้อนหลังจากหนังเรื่องบางระจันออก ละครอตีตา โฆษณาไทยรบพม่า เราถูกซ้อนด้วยวาทกรรมชุดเก่าที่สังคมไทยใช้ง่าย คือ วาทกรรมไทยรบพม่า


 


ถามว่า สงครามไทยรบพม่ามีจริงหรือ ในทางรัฐศาสตร์ สยามเกิดเป็นประเทศในสมัยรัชกาลที่ 5 เพราะความเป็นประเทศเกิดชัดเจนเมื่อเรามีเส้นเขตแดนของรัฐ พม่าเกิดเมื่อได้รับเอกราชของอังกฤษ วาทกรรมระหว่างสงครามไทยรบพม่า ไม่มี เพราะโลกในอดีต เป็นสงครามระหว่างเจ้ากรุงศรีอยุธยากับเจ้ากรุงหงสาวดี โลกในอดีตไม่เคยอธิบายชุดของสงครามด้วยวิธีคิดของรัฐสมัยใหม่ คำว่าเสียเอกราชเกิดขึ้นได้ต่อเมื่อรัฐเป็นรัฐอธิปไตยแบบสมัยใหม่ เพราะฉะนั้นเอกราชไม่มีทางเสีย แต่คำอธิบายคือบุญญาธิการของกษัตริย์นั้นสูงกว่ากันต่างกัน อย่าเอาโลกของสองเวลาซ้อนกัน ไม่อย่างนั้นเราจะอยู่กับเพื่อนบ้านด้วยแผลเก่าและตะกอนใจ


 


พฤษภาคม 45 เป็นช่วงระยะเวลาที่เฉียดสงครามระหว่างไทยกับพม่ามากที่สุด ก่อนปี 46 เราเจอปัญหากรณีนักร้องไทย 2 คน คือ เท่ห์ อุเทน พรหมมินทร์ กับนิโคล เทริโอ ซึ่งคงไม่ได้พูดอะไรเท่าไหร่ แต่คงมีอะไรเกิดขึ้นบางอย่างในความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับลาว จนเกิดการประท้วงว่านักร้องของไทยพูดจาดูถูกแม่หญิงลาว กรณีกบ สุวนันท์ คงยิ่ง เป็นปัญหาแรกของพระวิหารในยุคใหม่ กรณีเผาสถานทูต มาจากการที่คนกัมพูชาส่วนหนึ่งเชื่อว่า สุวนันท์ทวงเขาพระวิหารคืน ผมไม่เชื่อว่าจริง แต่ในโลกปัจจุบัน เวลาข่าวถูกลือออกไป มันเป็นปัญหาความเท็จที่ถูกสร้างให้เป็นวาทกรรมบางชุดขึ้นมาเพื่อใช้ประโยชน์ทางการเมือง


 


เมื่อเห็นตัวอย่างอย่างนี้จะพบว่า เรากับเพื่อนบ้านมีแผลเก่าและตะกอนใจเยอะ แต่รอบนี้มันกลายเป็นแผลกลางเก่ากลางใหม่ สะเก็ดมันตก เอามือไปขูดทีเลือดออกซิบๆ


 


อย่างไรก็ตาม ตามที่อ.พิภพ (อุดร) พูดไว้ว่า รัฐบาลตั้งแต่ 46 ชัดว่า ไทยอยู่ในสถานะที่สนับสนุนเขมร ในการขึ้นปราสาทเขาพระวิหารเป็นมรดกโลก ในกรณีอย่างนี้ ปัญหาที่ลำบาก รัฐบาลไม่เคยอธิบาย รัฐบาลพูดด้วยมติ ครม. เข้าใจว่ารัฐบาลคิดสบายรึเปล่าว่าคนเข้าใจได้ ไม่ได้เตรียมตัวอะไร เข้าใจว่าใน ครม. หลายคนเกิดหลังปี 05 เลยไม่รู้สึกกับผลพวงที่จะเกิดขึ้นว่าจะกลายเป็นปัญหา ดังนั้นคำชี้แจงทั้งหลายไม่ออก จนเมื่อ 5 กุมภาพันธ์ 51 เขมรยื่นแผนที่ฉบับสุดท้ายที่จะขึ้นทะเบียนให้รัฐบาลที่กรุงเทพฯ ไทยให้กรมแผนที่วัดพิกัดจากภาพที่ฝั่งเขมรส่งเข้ามาให้เรา คำตอบชัด เขมรขอจดทะเบียนเขาพระวิหารและพื้นที่ตามมติ ครม. ปี 05 เท่ากับเขมรจดพื้นที่ที่เรานั่นแหละขีดให้เขา ตกลงอย่างนี้ทำอย่างไร อะไรก็ไม่รับหรือ แล้วจะพูดกับคนนอกบ้านอย่างไร


 


สำหรับทางออกระยะสั้น วันนี้เราเล่นบทคนใจกว้างบ้างได้ไหม สังคมไทยเวลาพูดเรื่องเพื่อนบ้าน เราใช้คำว่า บ้านพี่เมืองน้อง เราบอกเราเป็นพี่ทุกครั้ง ซึ่งไม่ใช่ภาษาที่เพื่อนบ้านชอบ ผมใช้ว่า จริงๆ แล้วเราเป็นญาติกัน เรากับคนในล้านช้าง เป็นญาติทางสายเลือด เพราะเป็นเผ่าพันธุ์เดียวกัน เรากับเขมรเป็นญาติกัน อยุธยาคือแบบจำลองของเขมร ภาษาที่เราใช้เป็นราชาศัพท์เป็นภาษาในเขมรทั้งสิ้น มากกว่านั้น ในอยุธยามีอำเภอชื่อ อ.นครหลวง ซึ่งสำหรับคนแถบนี้ คำว่า นครหลวงคือนครวัดนครธม รำ เราก็รับจากเขา แต่รำเขมรหายไป จากการขึ้นสู่อำนาจของพรรคคอมมิวนิสต์ในกัมพูชา พอวันนี้เขาอยากรำ เขาขอให้กรมศิลป์ส่งนางรำเรากลับไปสอนนางรำบ้านเขา วันนี้เรากับลาวเป็นญาติโดยสายเลือด เรากับพี่น้องทางกัมพูชาเป็นญาติทางวัฒนธรรม


 


สมเด็จฮุนเซนเดินทางมาเจรจาความเมืองครั้งแรกกับประเทศไทย มีคนบอกว่า สมเด็จฮุนเซนขอไปดูนครวัดจำลองในวัดพระแก้ว พูดง่ายๆ ราชสำนักไทยรับเอาวัฒนธรรมเขมรมาอยู่กับเรานานแล้ว


 


วันนี้ใจกว้างพอไหม ถ้าคิดว่าเป็นพี่กล้าแสดงความยินดีกับน้องไหม หรือคิดว่าเป็นญาติกล้าแสดงความยินดีไหม วันที่บ้านเขาได้ของที่เป็นความหวังของคนในบ้าน ผมว่าวันนี้สังคมไทยต้องกล้าเปิดใจและใจกว้างที่จะกล้าแสดงความยินดีกับพี่น้องในกัมพูชา เพื่ออย่างน้อยสร้างเงื่อนไขเชิงบวกระหว่างไทยกับกัมพูชาในอนาคต และที่สำคัญลดเงื่อนไขของข้อผิดพลาดที่จะเกิดขึ้น


 


ถ้าอยากกลับเข้าสู่ยุค 2484 หรือยุคชาตินิยม ผลพวงมรดกของชาตินิยมยุคจอมพล ป. คือ พระพุทธชินราชอินโดจีน โดยพระหลายชุดที่อยู่ในตลาดพระปัจจุบัน สร้างในยุคสงครามโลก 2484-86 แต่พระพุทธชินราช สร้างเพื่อเตรียมเป็นขวัญกำลังใจให้ทหารที่จะไปรบที่อินโดจีน เพื่อเอาพระตระบอง เสียมเรียบ ศรีโสภณคืน


 


วันนี้เหลืออย่างเดียวคือ เอาสติเป็นที่ตั้ง เอาปัญญาเป็นฐานที่มั่น ถ้าไม่มีทั้งสองอย่างกำกับจะลำบาก เพราะถ้าอะไรก็ไม่รับ มติศาลระหว่างประเทศ ปี 05 ก็ไม่รับ เส้นเขตแดนปี 05 ที่เราขีดเองก็ไม่รับ จะเอาคืนอย่างเดียว ต้องตอบโลกเหมือนกันว่า ตกลงสังคมไทยจะอยู่ในประชาคมระหว่างประเทศอย่างไร


 


สอง ระยะกลาง ต้องเริ่มคิดปัญหาเรื่องพื้นที่ทับซ้อนอย่างเป็นจริงเป็นจัง ทางรัฐศาสตร์แก้ด้วยการปรับสนามรบหรือพื้นที่ทับซ้อนให้เป็นพื้นที่พัฒนาร่วม หรือ Joint Development Area (JDA) โดยมีการทำแล้ว ที่ชัดเจนคือ พื้นที่ด้านล่างของเรา ที่เรียกกันว่า JDA ไทย-มาเลเซีย


 


แม้สิ่งที่ยุ่งยากมากที่สุดเราก็ทำสำเร็จ หากคิดว่า เส้นเขตแดนทางบกยุ่งยาก ทางทะเลยากกว่า เพราะเขตแดนทางทะเลยุ่งยากกว่า เพราะกฎหมายทางทะเลเป็นกฎหมายที่ซับซ้อนที่สุดในกฎหมายระหว่างประเทศ กองทัพเรือไทยประสบความสำเร็จหลายปีแล้วในการทำความตกลงกับกองทัพเรือเวียดนาม ในการปรับพื้นที่ทับซ้อนในอ่าวไทย เป็นพื้นที่ลาดตระเวนร่วมระหว่างราชนาวีไทยกับกองทัพเรือของเวียดนาม เรามี 2 ตัวแบบที่ชัดเจนว่าเราสามารถข้ามพ้นธรณีประตูของสงครามไปสู่สันติได้


 


เอาไหม ในอนาคต ทำพื้นที่ที่มีปัญหาตามแนวชายแดนกัมพูชา โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณรอบปราสาทพระวิหารเป็นพื้นที่พัฒนาร่วมทางวัฒนธรรม Joint Cultural Development Area (JCDA) เพราะถ้ากัมพูชาสามารถพัฒนาการท่องเที่ยวชุดใหญ่ แบบการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม นครวัดนครธม ต่อเข้าสู่ปราสาทพระวิหาร น่าคิดต่อว่า ถ้าคิดว่าปัญหาพระวิหารเป็น win-win solution อาจทำทัวร์วัฒนธรรม จากอีสานไปบรรจบที่ปราสาทเขาพระวิหาร ปราสาทหินพิมาย หรือไล่ไปทางอิสานใต้ เพราะโรงแรมและระบบถนน การบริการฝั่งเราก็ดีกว่า ถ้าพัฒนาได้ อีสานจะเป็นประตูเปิดสู่อินโดจีนด้านล่าง และมีวัฒนธรรมเป็นตัวเชื่อม ถ้าคิดอย่างนี้ โลกในอนาคตไม่ต้องรบ เพราะวันนี้รบ สุดท้ายก็ปรับเส้นเขตแดนไม่ได้ แล้วรบเพื่ออะไรล่ะ แต่ถ้าไม่รบ ก็น่าจะทำความตกลงในพื้นที่ทับซ้อนและหาข้อยุติ


 


การแก้ปัญหาระยะยาว กรอบใหญ่ของปัญหาระยะยาว คือ ความสัมพันธ์ไทยกับเพื่อนบ้านรอบตัว วันนี้มีตะกอนเก่าระหว่างเรากับเพื่อนบ้านทางตะวันตก คือพม่า เรากับล้านช้างคือลาว เรากับกัมพูชาก็เกิดแผลสดแล้ว  เรากับมาเลเซียก็มี ดังนั้นต้องเริ่มคิดว่า จะลดเงื่อนไขที่เป็นปัญหาระหว่างประเทศอย่างไร ในกรณีกับกัมพูชา ถ้ามองเฉพาะปัญหาที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ เรามีพื้นที่ทับซ้อนที่เป็นปัญหาอยู่ทั้งหมด 15 จุด ต้องเริ่มคิดเรื่องการปักปันเส้นเขตแดนในอนาคตที่อาจมีพื้นที่ทับซ้อนบางส่วน แต่ต้องคิดให้ละเอียด ไม่เช่นนั้นจะเจอปัญหาแบบบ้านร่มเกล้า สิทธิสัญญาไทย-ฝรั่งเศส บอกว่า พื้นที่บ้านร่มเกล้าแบ่งที่แม่น้ำเหลือง ถ้าลงไปในพื้นที่บ้านร่มเกล้า พบว่ามีแม่น้ำเหลืองใหญ่กับแม่น้ำเหลืองเล็ก ถ้าอย่างนั้นถามว่าแบ่งตรงไหน ถ้าเอาแม่น้ำหนึ่งเป็นเส้นเขตแดน ไทยได้ ถ้าเอาอีกแม่น้ำหนึ่งเป็นเส้นเขตแดน ลาวได้ ฉะนั้น เอาไหมให้พื้นที่บ้านร่มเกล้าตรงกลางแม่น้ำเหลือง เป็นพื้นที่พัฒนาร่วม แบบที่เกิดในยุโรปหรือในสหรัฐฯ


 


หรือหลายท่านที่เคยท่องเที่ยวในต่างประเทศ น้ำตกไนแองการ่าอยู่ระหว่างชายแดนของสหรัฐฯ กับแคนาดา ถ้าท่านบอกว่า 2 รัฐต้องแบ่งอธิปไตยให้ชัดเจน ก็จะต้องขีดเส้นแบ่งน้ำตกไนแองการ่าแล้วปักปันเขตแดน แต่วันนี้ สหรัฐฯ และแคนาดาเปิดการท่องเที่ยวใหญ่ มาจากตรงไหนก็ได้ ขอให้จ่ายสตางค์ เขาเถียงกันเพียงอย่างเดียวว่ามุมของประเทศไหนสวยกว่ากัน


 


เพราะฉะนั้น เราต้องเริ่มคิดเรื่องมิติเชิงบวกของความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน ต้องเปิดเวทีอย่างที่อ.ชาญวิทย์ อ.สมฤทธิ์จัด เพราะเป็นวิธีเดียวที่จะเรียนรู้เรื่องไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน ไม่เช่นนั้นแผลเก่าและตะกอนใจเดิมๆ จะกลายเป็นแผลสดของโลกปัจจุบัน


 


 


อ่านส่วนที่เกี่ยวข้อง


เสวนา : พนัส ทัศนียานนท์ : ประมวลเหตุพิพาทปราสาทเขาพระวิหาร และการวินิจฉัยของศาล 


เสวนา : ชาญวิทย์ เกษตรศิริ : กรณีปราสาทเขาพระวิหาร ลัทธิชาตินิยมภาค 3 - ปัญหาและทางออกรัฐบาลสมัคร

เสวนาเขาพระวิหาร: ดร. พิภพ อุดร: มองจากมุมการบริหารจัดการ ไทยอยู่อย่างไรในสังคมโลก

คนเมืองลุง

LLLLLLLLLLLLLLLLLLLLLLLLLLLLLLLLLLLLLLLLLLLLLLLLLLLLLLLLLLLLL
ผู้ที่รักชาติ่ตัวจริง คงไม่คิดจะก่อสงครามกับเพื่อนบ้านหรอก
พวกที่ยั่วยุ ปลุกปั่น เพื่อก่อสงครามที่แท้จริงคือ พวก"คลั่งชาติ" มากกว่า
EEEEEEEEEEEEEEEEEEEEEEEEEEEEEEEEEEEEEEEEEEEEEEEEEEEE
และไม่กล้ว i , e หน้าไหน จะเข้ามาด่าว่า "ไม่รักชาติ"
NNNNNNNNNNNNNNNNNNNNNNNNNNNNNNNNNNNNNNNNNNNNNN
IIIIIIIIIIIIIIIIIIIIIIIIIIIIIIIIIIIIIIIIIIIIIIIIIIIIIIIIIIIIIIIIIIIIIIIIIIIIIIIIIIIIIIIIIIII
NNNNNNNNNNNNNNNNNNNNNNNNNNNNNNNNNNNNNNNNNNNNNN

เบบี้

ถ้าจะให้ออกจากหล่ม นั่นนำมาซึ่งการเห็นด้วยกับรัฐบาล เกรงว่าพวกพธม.ไม่ยอมหรอกครับ
จะอย่างไรก็ช่าง ทำเพื่อต้านรัฐบาลเป็นหลัก บอกก็บอกกู้ชาติ (แต่นั่นก็เป็นคำปลุกระดมเท่านั้น)

ทองม้วน

เกี่ยวกับปราสาทพระวิหาร หากกัมพูชามาทวงคืน ก็น่าจะยกคืนให้เขาไป มองในด้านสิ่งปลูกสร้างที่เป็นวัฒนธรรมของขอม แล้วละก็ควรคืนให้ตั้งแต่พระปรางค์สามยอด ลพบุรี เขีดเส้นเรื่อยไปจนถึงปราสาทพนมรุ้งบุรีรัมย์ คิดว่าวิญญาณบรรพชนคงอยากให้กลับไปเป็นของตัวเอง อันนี้หากเป็นสังคมโลกปราสาทพระวิหารจึงถูกศาลโลกปล้นไปให้กับกัมพูชา ผู้มีอำนาจเหนือกัมพูชาในขณะนั้นคือ ฝรังเศษ ซึ่งแปลกที่สังคมโลกไม่ประณาม เพราะใช้อาวุธแย่งชิงกัมพูชาไปจากสยาม อ้างความชอบธรรมทางกฎหมายระหว่างประเทศด้วยกฎหมายปิดปาก
คนไทยยุค 2505 ไม่ได้ถูกสั่ง หากแต่เป็นสภาพจิตสำนึกของคนในยุคนั้น หากเป็นเราเรามองเสมอว่ารัฐบาลทหารยุคโบราณทำเพื่อราษฏร หากเทียบกับยุคนี้ ยกให้เขาแลกประโยชน์ อาจานคุณอายุเท่าผมละมัง คงแก่กว่าคุณ ตอนนั้นผม ป.3 และ 16, 19, 35, ก็อยู่ร่วมด้วย แต่ผมไม่เคยเข้าข้างคนที่มีความสัมพันอันดีกับประเทศตะวันตกเลย หากต้องเข้าสงครามเพราะคนขายชาติยังไม่สมประโยชน์ ก็ไม่เห็นด้วย หากแต่ประชาชนผู้มีศีลธรรม สมประโยชน์ เป็นไรเห็นกัน

ท ทหาร

สรชาติ บำรุงสุข,

ไม่มีใครอยากจะทะเลาะกับใคร ไม่มีประเทศใดจะเปิดสงครามกับประเทศใด
สรชาติ บำรุงสุข คงจะเป็นคนร่ำรวยมีทรัพย์สินที่ดินมากมายซินะ ถึงไม่รู้สึกรู้สาว่า การที่ใครคนหนึ่งยกเอาที่ดินตั้งร่วม3000(สามพัน)ไร่ที่ไม่ใช่เป็นของตัวเองคนเดียว หากแต่มีเจ้าของร่วมกันตั้ง 60(หกสิบ)กว่าล้านคนไปแลกกับผลประโยชน์มากมายมหาศาลมาเป็นของใครคนนั้นคนเดียว
สรชาติ บำรุงสุข รู้อยู่เต็มอกว่าประเทศชาติไทยได้สูญเสียอะไรไปแล้ว และกำลังจะต้องสูญเสียเพิ่มอีกในอนาคตเมื่อโอกาศเหมาะนั้นมาถึง คนอยากได้มันก็อยากได้ไม่รู้จบหรอก
สรชาติ บำรุงสุข อาจจะมีส่วนได้ร่วมกับใครคนนั้นจนไม่สึกว่ามีส่วนเสียก็ได้ หรืออาจจะไม่ได้โดยตรงแต่ก็อาจจะได้ชนิดที่เรียกว่าผลประโยชน์ทับซ้อนอะไรทำนองนั้น
หรือบางที สรชาติ บำรุงสุข มีแผนว่าจะขอย้ายตัวเองและเปลี่ยนสัญชาติจากไทยเป็นอย่างอื่น

ทองเหม็น

คห 3 ทองม้วน,

ชอบความคิดเห็นของคุณมาก เขมรมันอ้างความเป็นขอมโบราณ คนขอมโบราณเขาได้สร้างอะไรต่อมิอะไรไว้มากมาย นครวัต นครธม ประสาทพระวิหาร ประสาทหินพนมรุ้ง ประสาทหินพิมาย พระปรางค์สามยอด อะไรต่อมิอะไรอีกมากมาย สิ่งก่อสร้างหลายอย่างปัจจุบันอยู่ในแผ่นดินไทย เพื่อความยุติธรรมอย่างที่รัฐบาลไทยชุดปัจจุบันได้กระทำไปบ้างแล้ว ประเทศไทยก็ยกให้เขมรไปให้หมดก็แล้วกัน จะได้ไม่ต้องมาเที่ยวฟ้องร้องเรียกคืนให้รำคาญใจอีก
และเพื่อความยุติธรรมอย่างที่ฝรั่งนักล่าเมืองขึ้นมันอ้าง มันก็ต้องยกดินแดนที่เคยตกอยู่ภายใต้อำนาจของราชอาณาจักรไทย คืนให้ประเทศไทยให้หมดด้วยเช่นกัน
ว่าไงคุณเศษฝรั่ง มันก็ยุติธรรมดีมิใช่หรือ?

เจียม

นักข่าว ก.มหาดไทย ปี05 ยังมีชีวิตเหลืออยู่หรือเปล่า ลองให้สำนักงานปลัดกระทรวงฯค้นดูเอกสาร ท่าน พล อ.ประภาสฯเสนอ่ ครม.หลังศาลโลกตัดสินดูซิว่าสาระสำคัญเป็นอบ่างไร ผมจำได้ว่า เขาให้ตีกรอบห้ามเข้าพื้นที่รอบปราสาท (ตัวซากปราสาทเป็นของ
เขมรตามคำพิพากษา)ทั้งสองฝ่ายใช่ใหม มันไม่ใช่เขตแดนนะครับ อาจารย์ เพื่อป้องกันการกระทบกระท้่งกัน อีกอย่างอาจารย์สุชาติได้อ่านคำพิพากษาศาล รธน.ละเอียดไหมครับ ศาลได้อ้าง คอนเวนชั่นเวียนนา ที่แถลงการณ์ร่วมที่ต่างคนต่างเ็นต์รับรอง
อยู่คนละฟาทวีป ต่างเวลา น่าคิด

ชาวบ้าน-1

เห็นด้วยอย่างยิ่งกับ อจ.สุรชาติ

รักชาติ ต้องไม่พาชาติเข้าสู่สงคราม
รักชาติ ต้องพาชาติให้พ้นวิกฤต

เราเหลือคนรักชาติอยู่กี่คนเนี่ยะ??
และหลือคนมีสติดีๆอยู่เท่าไหร่??

เข้ม เย็นยิ่ง

ยกกรุงเทพฯให้เขมรไปเลยไหมเพื่อน ก็เมือ่ก่อนเราอยู่เทือกเขาอัลไต กลับบ้านเราเถอะ อย่าไปเปิดเงื่อนไขสงคราม กัว..กัว...โอ้แม่เจ้า..เป็นวีรชน ๖ ตุลาได้ไง หรือว่าวันนั้นอารมณ์พาไป..

Homo erectus

เข้ม เย็นยิ่ง เลิกปัญญาอ่อน ใช้ชื่อ ป๋วย มาแอบอ้างได้แล้ว แน่ๆ อ.ป๋วยไม่ดักดานคลั่งชาตินิยมอย่างนี้แน่ว่ะ

มหาเทพ

รักชาติ คลั่งชาติก็ดีนะซิ แต่นี่กลัวจะเป็น รักอำนาจ คลั่งอำนาจรัฐจนคุมตัวเองไม่ได้(กระหือ) จึงอ้างรักชาติเพื่อจะให้คนโง่เชื่อหลงเป็นพวกมากๆแล้วจะกระชากจากประชาชนเขามอบให้คนอื่น อ้าปากก้เห็นลิ้นไก่ จะเสียเวลาไปใยกับคนพวกนี่ที่ตลบแตลงซ่อนเร้นเพื่ออำนาจเผด็จการของคนป่า และท้องม้วนทองเน่า ขาดยารักษาสมองเสียมั่ง ว่าคนอื่นใช้อาวุธใครไม่ใช้อาวุธไปแย่งดินแดน ขอแบบชูชกเขานะ กินยาซะ

ผ่านมา

ไม่มีใครอยากให้เกิดสงครามหรอก ที่เราแสดงสิทธิ์ ไม่ได้ให้ไปถือปืนรบราฆ่าฟันกัน และไม่เคยโกรธชาวเขมร โกรธพวกคนไทยขายชาติกันเองนั่นแหล่ะที่อยู่ดีๆ เอาไปประเคนเค้าซะงั้น ขั้นตอนการดำเนินการต่างๆ ดูรวบรัด ไม่โปร่งใส นั่นแหล่ะประเด็น

บังวิน

ไอ้พวกล้าหลัง คลั่งชาติ มันสร้างความแตกแยกในชาติตนเองไม่พอ ยังจะสร้างความแตกแยกกับประเทศเพื่อนบ้าน กับเพื่อนร่วมโลกอีก เพียงเพื่อสนอง โทสะ โมหะจริตของพวกมันโดยแท้

arnon

วันนี้ปชช.เริ่มสงสัยแล้วใครกันแน่ที่ทำผิดกฎหมายและก้าวล่วงพระราชอำนาจ ตุลาการเป็นกลางจริงหรือไม่เพราะที่มาไม่ความชอบธรรม บางคนมีภยาคติต่อรัฐบาลชุดนี้และตีความเกินบทบัญญัติ ในรัฐธรรมนูญ จรัญภักดีมีสถานะตุลาการชั้นผู้ใหญ่กลับมีพฤติกรรม ขี้โกง เป็นกมลสันดาน ทั้งโกงเงิน โกงที่ดิน คนใกล้ชิดที่นับหน้าถือตากันมานาน ปรส.ที่ยังไม่หมดอายุความทำให้องอาจยาบ้าปากคอสั่นคนที่จะถูกประหารน่าจะเป็น ปชป. มากกว่า โดยเฉพาะ คดี ปรส.ที่ถือว่า "ขายชาติ" ของแท้ ตามมาด้วย "กฎหมายขายแผ่นดิน 11 ฉบับ" พันธมิตรใช้สงครามเก้าทัพบุกยึดทำเนียบหารู้ไม่ตำรวจซ้อนแผนเพราะไม่อยากให้ปชช.บาดเจ็บล้มตาย ถูกเด็กมัธยมราชวินิตไล่กระเซอะกระเซิงไปกลับอยู่มัฆวานเสียสุนัข

หลายคนเริ่มสงสัยแหล่งที่มาของเงินทุนเวทีพันธมิตรว่าอาจมาจากต่างชาติที่เข้ามาแย่งชิงผลประโยชน์ที่กัมพูชาหรือไม่ และหากเป็นเช่นนั้นหมายความว่าแป๊ะ ลิ้ม สุริยะใส นั้นเลวกว่าที่คนไทยได้ประเมินไว้มากเข้าข่ายทำลายชาติอย่างจงใจเพราะได้ทำให้ไทยเสียจุดยืนในการเจรจาทั้งด้านการทูตและการค้าร่วมกับเขมรปล่อยให้จีนและสหรัฐมาชุบมือเปิปไปต่อหน้าต่อตา เห็นได้จากที่แป๊ะ ลิ้มปลุกระดมยุให้เกิดการรบพุ่งกันระหว่างไทยกับเขมรทั้งที่แป๊ะ ลิ้มเป็นคนคลั่งที่มีแต่ปากกับปากใช้เป็นอาวุธพ่นพิษเพียงเท่านั้น แค่การหาแนวร่วมยังทำไม่ได้ไม่มีใครอยากเข้าร่วมด้วยจึงเป็นม็อบจัดจ้างที่ไม่มีพลังเป็นส่วนใหญ่และเสียค่าใช้จ่ายในแต่ละวันสูงมาก เนื่องจากรัฐบาลเพิ่งทำงานได้เพียง5เดือนซึ่งถือว่าแทบจะยังไม่ได้ออกมารำด้วยซ้ำ ทำให้คนชั้นกลางเอือมระอาและเริ่มคิดได้ในความคิดคดของแป๊ะ ลิ้มและจำลอง จนภาพลักษณ์เปลี่ยนจากนักปลุกระดมกลายเป็นนักแสดงจำอวดที่น่าขบขันเหมือนดูมวยปล้ำของฝรั่ง ซึ่งจีนและอเมริกาได้ออกโรงมาอย่างเหมาะเจาะในช่วงนี้พอดี พร้อมๆกับแนวคิดใหม่ที่ทำให้คนเห็นไส้ทุกขดของแป๊ะ ลิ้มและพันธมิตรว่าด้วยเรื่องการเมืองใหม่(70:30)ที่สาระมีเจตนาโค่นล้มฉันทานุมัตรของปชช.อย่างชัดเจน บ่งบอกถึงอาการดิ้นร้นครั้งสุดท้ายก่อนถึงจุดจบของกบฎขัณฑี แป๊ะ ลิ้ม จำลอง สุริยะใส พันธมิตร และการล่มสลายปชป.หากยังไม่โล๊ะมาเฟียเก่าๆบางคนภายในพรรคออกไปบ้าง

arnon

การรุกตีกลับของรัฐบาลนั้นเพราะเป็นที่แน่ใจแล้วว่าฝ่ายตรงข้ามเล่นไม่เลิก ซึ่งที่ผ่านมารัฐบาลไม่อยากเห็นคนไทยต้องแตกความสามัคคีกันเหมือนในอดีตที่ทำให้เราอ่อนแอพ่ายศึกให้แก่เพื่อนบ้านจึงพยายามออมชอม แต่รัฐบาลนั้นถือเป็นธงชัยที่เป็นเสมือนตัวแทนของปวงชนทั้งประเทศ จักปล่อยให้ม็อบข้างถนนบดขยี้ล่วงเกินไม่หยุดหย่อนอยู่เพียงฝ่ายเดียวคงไม่ได้ เพราะปชช.ทั้งประเทศรู้สึกกดดันอึดอัดกับพฤติกรรมของพันธมิตรและขัณฑีมานานแล้ว ดังเห็นได้จากการร่วมใจกันออกมาขับไล่พันธมิตรดาวกระจายที่เกิดขึ้นอย่างพร้อมใจทั่วประเทศในขณะนี้ และการรวมตัวของออกมาต่อต้านพันธมิตรหลายกลุ่มเช่น กลุ่มกิจกรรมนักศึกษาเพื่อสังคม ม.รามคำแหง กลุ่มเยาวชนเพื่อประชาธิปไตยประชาชน กลุ่มนักศึกษาลูกชาวนาชาวไร่ ม.รามคำแหง สมาพันธ์นักศึกษาสามจังหวัดชายแดน ภาคใต้ ( PNYS.) ม.รามคำแหง สหพันธ์นิสิตนักศึกษาภาคอีสาน (สนนอ.) สหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย(สนนท.) เป็นต้น

ความจริงต่างๆจึงเริ่มปรากฎต่อสาธารณชนของฝ่ายโค่นล้มรัฐบาลมากขึ้นเรื่อยๆ เช่น ความเป็นกลางของตุลาการที่ตั้งธงเล่นงานรัฐบาลอยู่ฝ่ายเดียวโดยปชป.กลับบริสุทธิ์ผุดผ่องซึ่งถูกแต่งตั้งโดยคมช.โจรปล้นชาติและการบังคับใช้กฎหมายเถื่อน หมิ่นเหม่ต่อการตั้งคณะกรรมการฉุกเฉินเพื่อสอบสวนพฤติกรรมตุลาการพิบัติเพียงไม่กี่คนที่ตัดสินคดียุบทรท. เขาพระวิหาร และใบแดงยงยุทธ ซึ่งหลายคนกำลังจับตามองการตัดสินใบแดงปชป.ของวิฑูรณ์ปชป.เร็วนี้ ซึ่งสุเมธต้องรับผิดชอบฐานดึงเรื่องขอไปพิจารณาต่อเองทำให้กระบวนการยุติธรรมต้องแปดเปื้อนมัวหมองไม่สมกับที่เคยเป็นถึงผู้พิพากษา, การถือหุ้นในธนายงและเทเลคอมของเทพเทือกมีหลักฐานปรากฎชัดไม่ใช่การออกมาพูดลอยๆเหมือนแป๊ะ ลิ้ม และการถือหุ้นโรงไฟฟ้าราชบุรีของสมชาย, ปฐมพงศ์แต่งชุดทหารขึ้นเวทีม็อบด่ารัฐบาลและไล่นายกผิดกฎหมายอาญาเด่นชัด, ปปช.และกกต.ไม่ได้รับโปรดเกล้า โดยมีการยอมรับออกจากปากของกล้าณรงค์และสุทธิพลด้วยตนเอง ปปช.ไม่ได้รับโปรดเกล้า ไม่มีสิทธิ์ได้รับเงินเดือน ไม่มีสิทธิ์ลาออก แต่ต้องประกาศแสดงความรับผิดชอบ ส่งมอบคืนรถยนต์ เพราะถือว่าไม่มีตัวตน และคณะรมต.จะต้องหยุดจ่ายเงินเดือนโดยทันที เพราะถือเป็นองค์กรเถื่อนที่ก้าวล่วงพระราชอำนาจ

arnon

แป๊ะ ลิ้มพยายามย้ำคำว่า”ไทยขอสงวนสิทธิ์” กรณีเขาพระวิหาร ซึ่งไม่ได้มีผลอะไรในทางปฏิบัติเลย เพราะตัวบ้านของเราถูกศาลตัดสินไปแล้วว่าเป็นของคนอื่น (เนาวรัตน์ยิ่งเลอะเทอะไปกันใหญ่จะขอเขมรขึ้นทะเบียนร่วมเขรมจะยอมหรือ) แม้เราจะขอสงวนสิทธิ์ไม่เห็นด้วยแต่ก็ไม่มีผลเปลี่ยนแปลงในทางกฎหมาย ซึ่งหากปชป.สามารถยื่นฟ้องศาลโลกทวงคืนมาได้ย่อมได้รับบำเหน็จอย่างงามจากพี่น้องคนไทย แต่ปชป.รู้ดีแก่ใจว่าไม่มีความสามารถที่จะทำได้เพราะศาลโลกได้ตัดสินชี้ขาดไปแล้วอันถือเป็นที่สิ้นสุดแห่งคดี จึงทำให้ปชช.มองว่าปชป.อยากปลุกกระแสคลั่งชาติ อันเป็นเกมส์การเมืองเดินตามก้นแผนชั่วของนักพูดอย่างแป๊ะ ลิ้ม ทำให้ปชป.ต้องประสบกับมรสุมวิกฤตรขาดศรัทธาจากปชช.อย่างต่อเนื่องเพิ่มมากขึ้น เพราะไปหลงเชื่อแป๊ะ ลิ้มและชอบใช้วิธีการสกปรกที่โบราณเหมือนในอดีตตามนิสัยของเทพเทือกโดยลืมไปว่านี่มันโลกแห่งยุคการสื่อสารไร้พรมแดน ถามว่าปชป.ยังปล่อยให้คนอย่างเทพเทือกลอยนวลสร้างความเสียหายภายในพรรคต่อไปอีกหรือ ในเมื่อใครๆก็รู้ว่าเทพเทือกเป็นคนที่ชอบแย่งของรักของคนอื่น ทั้งยังมีญาติใกล้ชิดค้ายาบ้ายาเสพติด

เพื่อให้ประเทศชาติกลับเข้าสู่ความผาสุข คนดีไม่ต้องถูกรังแกใส่ร้ายเหมือนท่านปรีดี และเพื่อให้ขัณฑีได้รู้ว่าที่นี่ประเทศไทยคนไทยร่วมกันเป็นเจ้าของโดยมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และเพื่อประกาศให้เพื่อนบ้านรู้ว่าเราคนไทยไม่ต้องการตกเป็นทาสของใคร ดังที่บรรพบุรษได้ถอยร่นมาจากตอนใต้ของจีนด้วยกำลังอาวุธเพียงหยิบมือ แต่ก็สามารถก่อร่างสร้างชาติไทยมาได้ยิ่งใหญ่จนถึงทุกวันนี้และมีแผ่นดินเป็นของตนเอง มีภาษา มีศิลปะการต่อสู้ และวัฒนธรรมจารีตประเพณีที่เป็นของตนเองไม่ต้องเลียนแบบชาติใดในโลก เราคนไทยจักต้องทำให้เผด็จการทหารและเหล่าอำมาตยาเพียงไม่กี่คนได้รู้ว่า เราไม่ต้องรธน.50โจรฉบับปีศาจคาบไปร์ที่ผ่านประชามติแบบไม่ผ่าน เราไม่ต้องการองค์เถื่อนที่ถูกจัดตั้งโดยโจรปล้นชาติอย่างบังธิไม่ว่าจะเป็นคตส.(ผลาญเงินไป56ล้านพร้อมกับจารุวรรณสร้างบ้านสุดหรูมูลค่ากว่า50ล้าน) ปปช. และกกต. ฯลฯ ดังนั้นนับแต่บัดนี้ เราจะ

arnon

แสดงพลังด้วยการนำรธน.40ฉบับปชช.ที่ดีที่สุดมาเป็นแกนในการปรับปรุงรธน.50โดยเฉพาะมาตรา237 ที่หุ้นส่วนทำผิดเพียงคนเดียวแต่บริษัทฯต้องถูกปิดไม่มีที่ไหนในโลกที่หน่อมแหน๊มเท่านี้อีกแล้ว สะท้อนถึงจิตใจเลวทรามและภูมิปัญญาตื้นเขินของปีศาจคาบไปร์และขัณฑีเป็นอย่างดีจงใจเป็นปฎิปักษ์กับปชช.โจษขานไปทั่ว และเราจำต้องแก้ไขรธน.50อย่างเร่งด่วนเพราะเป็นความต้องของปชช.ทั่วประเทศเช่นเดียวกัน จึงถือเป็นพันธะกิจอันศักดิ์สิทธิ์ร่วมกันของพรรคร่วมรัฐบาลทั้ง6พรรคที่จะต้องขับเคลื่อน เพื่อพิสูจน์และแสดงความจริงใจให้พี่น้องปชช. และพปช.ได้เห็นน้ำใสใจจริง นั่นหมายความถึงสัญญาสุภาพบุรุษที่จะร่วมกันปกครองบริหารประเทศ หากจำเป็นต้องมีการเลือกตั้งใหญ่ใหม่กันอีกครั้งเพื่อมอบคืนความชอบธรรมให้แก่ปวงชนเป็นผู้ตัดสินชี้ขาด

พรรคร่วมรัฐบาลจักได้รู้ว่าเราต้องยืนอยู่บนขาของตัวเราเองอย่าไปหวังน้ำมนต์คนสิ้นบารมีหลงตัวเองจอมหักลังอย่างขัณฑีที่เป็นพวกลักเพศ เพราะเราต้องออกไปหาเสียงเลือกตั้งด้วยความเหน็ดเหนื่อย ซึ่งขัณฑีและแป๊ะ ลิ้มไม่เคยลงเลือกตั้งจึงไม่รู้ว่าการที่จะเอาชนะใจปชช.ให้ได้นั้นต้องใช้ความอุตสาหะยากเย็นเพียงใดเพราะหากใช้แต่เงินก็จะเป็นสส.สอบตกเหมือนประชัย เหตุใดเราจึงต้องมานั่งไร้สาระกับเรื่องการยุบพรรคอย่างเสียสติของขัณฑีคนแก่ที่ไม่มีอำนาจเซ็นสั่งการอะไรได้เลย ขอพรรคร่วมรัฐบาลจึงมั่นคงแน่วแน่อย่าได้หวั่นไหวและจงสร้างสิ่งที่ดีงามสำหรับอนาคตของประเทศ ท่านทุกคนจะกลายเป็นบรรพบุรุษที่มีเกียรติและได้รับการเชิดชูสรรเสริญจากทั่วสารทิศในอนาคต ที่ได้มอบรธน.40เป็นของขวัญยิ่งใหญ่ล้ำค่าแก่พวกเราชาวสยามประเทศ จงอย่าให้มารพันธมิตรเพียงน้อยนิดมาขัดขวางทำลายเจตรมย์อันแน่วแน่และภาระอันศักดิ์สิทธิ์ของเรา ซึ่งมวลชนบริสุทธิ์ของจริงนั้นกำลังเริ่มก่อตัวเพื่อแสดงแสนยานุภาพให้เห็นจากทั่วสารทิศในไม่ช้านี้ เราไม่ต้องการเห็นคนไทยแตกความสามัคคีเหมือนในอดีต แต่ครั้งนี้เราจำต้องใช้น้ำดีไล่น้ำเสีย เพื่อแผ่นดินไทยจักได้เป็นแผ่นดินธรรมแผ่นดินทองของลูกหลานเราสืบไป

ddd

เรียน สมเด็จมหาผไทเดโชฮุนเซ็นและชาวเขมรในเว็บประชาไท ที่เคารพ

ข้าพเจ้าประชาชนภายใต้การบริหารประเทศของนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรีของไทย ขอแสดงความเสียใจและขออภัยอย่างสุดซึ้ง เกี่ยวกับประชาชนชาวไทยที่ทำการล่วงล้ำอธิปไตยของเขมร ด้วยการเข้าไปในเขตพื้นที่อันเป็นของท่านโดยการตัดสินของยูเนสโก้และศาลโลกนั้น

บัดนี้ นายก ฯ ของข้าพเจ้า คณะรัฐมนตรี และประชาชนไทยสัญชาติเขมรอีกจำนวนหนึ่งยินดีที่จะเดินทางไปกราบเท้าขอขมาในสิ่วที่ผู้รักชาติทั้ง 3 ได้กระทำลงไป แต่ทางท่านก็มิได้ยิงพวกเขาเหล่านั้นทิ้งแถมยังปล่อยตัวกลับมาด้วยอาการครบ 32 ประการ นายก ฯ ของข้าพเจ้ายินดีที่จะมอบดินแดนในเขตทับซ้อนอื่น ๆ ให้เพื่อแสดงความขอบคุณในฐานะมิตรประเทศอันดี

หวังอย่างยิ่งว่า เมื่อนายก ฯ ของข้าพเจ้าออกจากตำแหน่ง และไม่มีแผ่นดินอยู่แล้ว ท่านสมเด็จ ฯ ฮุนเซ็น คงเมตตาเอื้ออารี นายก ฯ ของข้าพเจ้า ด้วยมิตรไมตรี เหมือนเช่น นายกฯ ของข้าพเจ้าปฏิบัติต่อท่านและประชาชนของท่านด้วยดีเสมอมา

ด้วยใจถวิลหา

ประชาชนไทยในการบริหารของรัฐบาลเส็งเคร็ง

nekochan

หลอกเกรียนได้เยอะครับ พูดอย่างไร อธิบายอย่างไรก็ไม่เข้าใจ...เรื่องนี้โทษใครไม่ได้นอกจากโทษตัวเอง

จำได้ไหมครับ...สมัย IMF หาทางออกไม่ได้ เลยสร้างหนัง "รด ไปรบ" (รบญี่ปุ่น) กับ "บางระจัน" (รบพม่า)

ญี่ปุ่นกับพม่านี่มึนครับ...ตกลงว่าเอ็งเป็นหนี้ IMF แล้วตูมาเกียวอะไรล่ะเนี่ย

เคยมีคนไทยประสบความสำเร็จในระดับสากลจริงๆไหนครับท่าน (ไม่ต้องยกตัวอย่างทักษิณนะ) อย่างว่าครับ...ตามระดับมาตราฐานการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์

nat

3 ddd 3 ด่าง หอนขอกิน เพดิกรี หรือ แกยังกินไม่ได้หรอก เพราะเป็นเดรัจฉานชั้นต่ำ กินอาจม ไปก่อนก็แล้วกันนะ

DDT.

อยากให้ ปฐมพงษ์ ผัวนางแอ๋ว มันมาศึกษาข้อเขียนของอาจารย์อีกซักครั้ง เผื่อมันจะได้มีสำนึกบ้าง ทั้งๆที่ไอ้พวกพันธมารไม่ได้เป้นตัวแทนประชาชน เสือกไปก่อความวุ่นวาย ทำลายสัมพันธ์กับเพื่อนบ้าน โดยการหนุนช่วยจาก พรรคฝ่ายค้าน ที่พ่ายแพ้ในการเลือกตั้ง อยากถามมันว่ามันใช้สิทธิ์อะไรที่ไปทำอย่างนั้น ความเสียหายที่เกิดต่อส่วนรวม มันจะรับผิดชอบอย่างไร แล้ว ปฐมพงษ์ มันกินเงินเดือนจากภาษี มันทำไมถึงไปร่วมกับแก๊งกวนเมืองข้างถนน ได้อย่างสนิทสนมกลมกลืน ดีขนาดนั้น มันมีสมองหรือเปล่า ดันทุรัง ไม่ฟังเหตุฟังผล ไม่ว่าเจ้าหน้าที่ฝ่ายไหนจะอธิบายอย่างไร อีกทั้งบิดเบือน กล่าวหา ว่าขายชาติ แลกผลประโยชน์ โดยไม่มีรายละเอียด หลักฐานการกล่าวหา ปฐมพงษ์มันเป็นถึงนายทหาร มันไม่มีสติปัญญาที่จะคิดเลยหรือ ?? แล้วอย่างนี้ จะเสียเงินจ้างมันมาทำอะไรปลดออกไปได้แล้ว เปลืองข้าวสุก ไม่มีความรู้สติ ปัญญาอะไร ได้ยศนายพลมาเพราะระบบอุปถัมภ์ อำนาจนอกรัฐธรรมนูญหรือเปล่า หรือว่าเอาตูดไปแลกมา หรือว่าเป็นไอ้ตุ๋ยเหมือนกัน นางแอ๋วเอ๊ย !! เอ็งซวยตายห่าเลย ได้ผัวสองเพศ เหมือนไส้เดือนหรือพวกหนอนไง พวก สิ่งมีชีวิตไฟรัมต่ำ........

ไอ้ดาง

ไม้มีศีล ไม้เกิดสมาธิ ไม้เกิดสมาธิ ย่อมไม้มีปัญญา
จึงไม้ได้หาทางแก้ มีแต่จะสร้างปัญหา แล้วก็ปรึกษากันไม้ได้ ต่างคนต่างคว่ามคิด
มีคนมาขอยืนอยู่ที่ถนนหน้าบ้านชึ้งแดดร้อนมาก เจ้าของบ้านคนหนึ่งบอกให้เขาขยับมาทางบ้านอีกนิดหนึงจะได้อยู่ในร่มของต้นไม้ที่อยู่ที่หน้าบ้าน แต่เจ้าของบ้านอีกคนบอกว่าอย่าเข้ามาอาศัยร่มของต้นไม้ที่อยู่ในบ้านฉันนะ เจ้าของบ้านคนแรกจึงถามเจ้าของบ้านคนที่2ว่าทำไม่จึงไม้ให้เขาเข้ามาอาศัย เจ้าของบ้านคนแรกจึงตอบว่าต้นไม้นั้นเป็นของเราจะให้เขามาอาศัยทำไมถ้าจะให้เขาอาศัยก็ยกต้นไม้ให้เขาไปเลย

คนไทยคนที่2

คห3,4,6และ8 นี่มัน นอกจากจะโง่ ยิ่งกว่า ค วา ย แล้วแต่ยังดื้อเสียยิ่งกว่าลา
ขนาดสุรชาติ พยายามที่จะเขียนเรื่องในลักษณะที่ประนีประนอมอย่างที่สุด คห3,4,6และ8ก้ยังคงแถกเหงือกหรือแถจนแดงเถือกไปทั้งสีข้าง
ควา ย ไบซันไปหรือเปล่าคห3 สุรชาติเขาบอกตรงไหนหรือว่าให้ยกปราสาทเขาพนมรุ้ง พระปรางค์สามยอดลพบุรีหรือพพระปรางค์วัดพระธาตุทีสุพรรณคืนให้เขมร ไอ้การพูดลักษณะประชดที่ไม่เอาอ่าวนี่มันพวกที่มีสันดานอันธพาลนี่ เป็นพวกที่ไม่ยอมรับฟังเหตุผล
สุรชาติ บอกชัดเจนว่า แผนที่โลกที่มันแบ่งเขตแดนมันเห็นชัดเจนแล้วสมัยร5 ประเทศไทยมีขอบเขตที่ชัดเจนในส่วนที่ไม่ต้องตกเป็นเมืองขึ้นซึ่งก็คือดินแดนประเทศไทยในปัจจุบัน
เขมรหรือลาวเขาก็คงไม่บ้าที่จะเรียกร้องเอาพระแก้วมรกตคืน หรือเรียกร้องเอาปราสาทเขาพนมรุ้งทับหลังนารายณ์คืน เพราะของเหล่านี้มันอยู่ในอำนาจอธิปไตยของไทยนั่นคืออยู่ในแผ่นดินไทย ขืนทำค วา ยๆ แบบนี้พวกอะบอริจิ้น อินเดียนแดงมันก็ต้องเรียกร้องดินแดนคืนมองโกเลียเรียกร้องดินแดนคืนจากจีนรัสเซียอาฟกานิสถานอิรัคคาซัคสถาน 9ล9แบบนี้มันไม่บรรลัยไปหมดหรือ
คห4ที่ชื่อทหาร นี่สงสัยว่าพวกทหารเถื่อน เพราะโง่ได้ดักดานดี มีตรงไหนหรือที่รัฐบาลยุคสมัครเขาให้ดินแดน3000ไร่ให้เขมร ไอ้ค วา ย ที่ตรงไหนหรือ หน้าด้านกล้าโกหกตอแหลแบบไม่อายจริงๆ เหมือนกับไอ้พวกกินสลึงแต่เมาร้อยบาท เหมือนกับไอ้พวกที่ตอแหลที่เขียนประวัติศาสตร์สร้างนิยายหลอกชาวบ้านว่าไทยสามารถทิ้งระเบิดใส่เรือของฝรั่งเศสที่ชื่อลามอตปิเกตุเสียไฟลุกเท่านั้นยังแหกตาประชาชนชาวสยามอีกว่าเรือของฝรั่งเศสหนีตายออกจากอ่าวไทยไปจมที่ทะเลเวียตนาม ทั้งๆที่เรื่องจริงที่เกิดขึ้น มันต่างออกไปแบบฟ้ากับเหวเพราะ เครื่องบินรบของไทยทิ้งระเบิดใส่ลงเรือลามอตปิเกตูได้1ลูก แต่ระเบิดมันด้าน ไม่ระเบิด แต่เรือลามอตปิเกตุดันผ่ายิงปืนใหญ่ใส่เรือรบของไทยเสียจมไปหนึ่งลำ แล้วยังยิงเรือรบลำอื่นๆของไทยจนพิการไปเกือบหมด ส่วนไอ้เรือลามอตปิเกตุดันแล่นกลับไปฝรั่งเศสแล้วยังประจำการต่ออีกนับสิบปี ก่อนที่จะจมทิ้ง นี่ถ้าไม่อ่านของชาติที่เป็นกลางคนไทยก็ยังคงโง่เพราะการเขียนประวัติศาสตร์ที่มันแบบชนิดกินสลึงเมาร้อยบาท
นี่ก็เหมือนกัน ไอ้ที่ทับซ้อน3000ร่ก็ไอ้ที่4.6ตารางกิโลเมตรนั่นแหละ เขมรมันไม่ได้นำมาจดด้วย เพราะไทยหรือนพดลเขาไม่ยอม ตัวประสาทเขาพระวิหารนั้นเขมรก็ขึ้นได้

คนไทยคนที่2

เขมรขึ้นตรงช่องเขาบรรไดหักได้ ไปเอาแผนที่มากางดูซะจะเห็นเลย ที่ศาลโลกตัดสินนั้นเรียกได้ว่าประนีประนอมมากที่สุดแล้ว นั่นคือที่ตัดสินให้เขมรได้พระวิหารทั้งพื้นที่รอบตัววิหารส่วนบรรไดที่ขึ้นได้ทางฝั่งไทยศาลโลกเขาก็ให้เป็นของไทย
อย่าลืมว่าตัวรอบประสาทมันมีช่องเขาบรรไดหักที่อยุ่ในที่ของเขมรนั้นก็ขึ้นได้ ศาลโลกน่ะ เขามองเห็นถึงจุดนี้อยู่แล้ว เขาตัดสินเพื่อให้มันจะได้จบ จะได้มีสันติภาพ เขมรกับไทยจะได้ไม่ต้องรบกัน เพราะมันแฟร์เพลย์แล้ว
แต่ทั้งสฤษดิ์และสมุนคือประภาสที่ไม่รู้ดันไปเชื่อไอ้ศรีธนญชัยตัวไหน ที่ดันแถลงแหกตาหลอกลวงประชาชนไทย แทนที่ตัวเองจะแสดงความรับผิดชอบด้วยการลาออกเพราะดันส่งทนายความที่มีเสนีย์เป็นหัวหน้าทีมไปสู้ในศาลโลกแล้วแพ้ทำให้เป็นการตอกย้ำถึงการสูญเสียแผ่นดิน นี่ถ้าเป็นประเทศอื่นผู้นำประเทศเขาลาออกไปแล้ว แต่ของเราไม่เพราะเป็นเผด็จการซึ่งไม่เพียงไม่ยอมลาออก แต่ทว่า ยังได้ทิ้งระเบิดเวลาเน่าๆที่หลอกลวงเอาไว้ให้กับชนรุ่นหลัง
ให้กลายเป็นคนหน้าด้าน ที่ไม่ยอมรับกฏกติกา จะเป็นศรีธนญชัยมันท่าเดียวแล้วก็พยายามสร้างบาดแผลให้มันกลายเป็นหนองฝีที่รอวันประทุ แทนที่จะเยียวยารักษาแผลให้มันหายไปในสมัยที่ตนเองบริหาร แต่ทว่าดันไม่ เพราะความเห็นแก่ตัว มันไม่ใช่ความรักชาติแต่อย่างใด
ซึ่งก็เพียงบอกความจริงต่อประชาชนเท่านั้นว่าดินแดนเขาพระวิหารมันไม่ใช่ของๆเรา และมันก็จบแล้วต้องยอมรับ ซึ่งมันจะทำให้ทั้งคนไทยและคนเขมรที่อยู่ในแถบนั้นเขาจะได้ไปมาหาสู่กันได้อย่างปรกติสุขเพราะมีสันติภาพ
ไอ้พวกที่ขายชาติ ทำลายชาติ พยายามเห ยี้นกระหือรือที่จะก่อสงครามระหว่างประเทศเพียงเพื่อหวังผลทางการเมืองอย่างไอ้พวก เจ๊ก กา บดสนธิ พันธมิตรชั่วขายชาติรวมทั้งพวกเศษขี้ทูตเศษผู้ดีตีนแดงนี่แหละที่ปลุกระดมความคลั่งชาติหลอกลวงประชาชน ชนิดที่ไม่มีความรู้สึกละอายต่อบรรพชน ไม่ละอายต่อสิ่งใดทั้งสิ้นเพราะพวกมันนั้นต่างล้วนเป็นพวกทัมมังกุหรือคนหน้าด้าน
ส่วนพวกที่รู้จักเคารพต่อคำตัดสินของศาลโลกนั้นคือพวกที่รักความยุติธรรมรักความถูกต้อง
และเป็นพวกที่รักชาติตัวจริง ที่ไม่โลภอยากได้ของๆใครที่ไม่ใช่ของๆเรา

jam

http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9510000073920
ถ้าไม่เอาคืน อีก 10 ปีข้างหน้าก็หาคำตอบให้กับลูกหลานพวกคุณว่า ทำไมต้องให้พื้นที่รอบด้านอีก 4.6 กม มันเท่ากับ 3000 ไร่ ท่าน ลูกหลานจะบอกว่า บรรพบุรุษจัญไร

รบ ขายชาติต้องมีอันเป็นไปในเร็ววันนี้

วิณญาณปู่จะร้องว่า ไอ้ลูกหลานจังไร ๆ ถ้าผามออีแดงจะต้องสูญเสียไปให้เขมรด้วยอีก 10 ปีข้างหน้า

jam

เพื่อให้เกิดความกระจ่างให้ไปดูได้จาก http://www.manager.co.th/Home/ViewNews.aspx?NewsID=9510000073783

บางกอก

ผมเองไม่สนใจว่าตัวปราสาทเป็นของใครเท่าไหร่ สนใจแต่ว่าพื้นที่ทั้งบริเวณของพระวิหารควรถูกเสนอเป็นมรดกโลกร่วมกันระหว่างเขมรกับไทย จะเป็นญาติกันหรือพี่น้องกันถ้าจะกันพื้นที่ในครอบครองให้เป็นสาธารณะสมบัติของโลกก็ตวรจะร่วมกันทำไม่ใช่เหมือนน้องเอาที่ตาบอดไปยกให้เทศบาลแล้วบอกเทศบาลให้บังคับพี่ให้ยกที่ให้เทศบาลด้วยโดยน้องขอได้หน้าแต่ผู้เดียวและขอเปิดบ่อนข้างๆที่สาธารณะด้วย ดังนั้นเมื่อน้องไม่เอาอย่างพี่ว่าพี่ย่อมมีสิทธิมี่จะกั้นรั้วระบุพื้นที่ของตัวเองได้ ส่วนที่ตาบอดของน้องจะต่อกระเช้าเคเบิลเข้ามาก็เรื่องของมันอย่ามารุกที่พี่แล้วกันไอ้ญาติข้างน้องที่เข้ามาอยู่ในรั้วฝั่งพี่ก็เชิญกลับไปฝั่งน้องให้หมด คนบ้านพี่ก็จะไม่ได้รับอนุญาติให้ข้ามไปเล่นบ่อนบ้านน้องเด็ดขาด หากน้องไม่พอใจจะยกพวกมาตีกันก็ยินดีต้อนรับส่วนคนใช้บ้านพี่ที่เอาใจเอาแรงไปช่วยน้องพี่กำลังไล่ออกจากงาน ไว้น้องรอเอาไปใช้งานต่อได้แต่ต้องรอนานหน่อยเพราะต้องรอออกจากคุกบ้านพี่ก่อน

คนไทยคนที่2

คห24ดันไปเอาข้อความที่มันโกหกตอแหล จากเศษกระดาษเปื้อนหมึกเน่าผู้จัดเกินมาลงได้นี่ยังเชื่อ ไอ้เศษกระดาษเปื้อนหมึกที่คมูลค่าน้อยกว่ากระดาษเช็ดตูดอีกหรือ
ไอ้ที่ดินสามพันไร่น่ะ ใครบอกว่ารัฐบาลสมัครยกให้เขมร เห็นมีแต่ไอ้พ วก เจ๊ก กา บด ชั่วสนธิ ที่มันปั้นเรื่องที่เน่าๆรวมทั้งไอ้พรรคแมลงสาปเน่า ที่เอาเรื่องที่มันโกหกตอแหลมาหลอกลวงผู้คน
รู้ก็ทั้งรู้ในเรื่องกฏบัญญัติของมรดกโลก ที่มาตรา11ข้อ3ที่ระบุชัดเจนว่า มรดกโลกนั้น ไม่ยุ่งเกี่ยวในเรื่องของดินแดน ประเทศที่ได้รับการรับรองว่าได้ขึ้นทะเบียนมรดกโลก นั้น ไม่อาจนำเรื่องนี้ มาเป็นข้ออ้างในการที่จะอ้างเหนือสิทธิในที่ทับซ้อนได้ เพราะประเทศคู่ความที่ต่างอ้างสิทธิย่อมยังคงมีสิทธิอยู่นั่นคือที่ตรงนี้ยังคงไม่เป็นของใครเพราะต่างฝ่ายต่างอ้างสิทธิ
นี่พูดกันชัดๆแบบภาษาคนแล้ว ไอ้พวกเจ๊ก กา บดชั่วสนธิ คงจะเข้าใจเข้าสมองที่เต็มไป ด้วยฟางหญ้าบ้าง
คห27 คิดอะไรได้เรื่อยเปื่อยมันขนาดนั้น ไอ้ที่โนแมนส์แลนด์ขนาด3พันไร่นั้น ถ้าหากตกลงกันไม่ได้ว่าจะเป็นของใคร ทำไมไม่ให้มันเป็นรัฐกันกระทบเล่า นั่นคือ ไม่ให้ใครเป็นเจ้าของทั้งไทยทั้งเขมรแต่ให้มีคณะกรรมการจากนานาชาติเข้ามาควบคุมโดยที่ไทยก็มีผู้แทนเข้าไป1คนเขมรก็มีผู้แทนเข้าไป1คน แล้วก้มีผู้แทนจากทั้งโลกที่สามและโลกที่1ให้มากรวมเป็นยี่สิบชาติเข้าไปเป็นคณะกรรมการด้วยแล้วให้ที่ตรงนั้นเปิดโล่ง ห้ามไม่ให้มีสิ่งก่อสร้างเด็ดขาดสร้างเขตแนวรั้วมันล้อมรอบให้รู้แล้วรู้รอดคิดแบบ ข้าไม่ได้ เอ็งก็ต้องไม่ได้แยกดินแดนไทยเขมรให้มันชัดเจน
หรืออีกทางเลือกหนึ่งไอ้ที่สามพันไร่ที่ว่าก็แบ่งครึ่งมันไประหว่างไทยกับเขมรเหมือนแบ่งสมบัติมันจะได้ไม่มีใครได้เปรียบเสียเปรียบ
หรือทางเลือกที่สาม ก็ รบกัน เพื่อแย่งที่ตรงนี้ ให้มันหมดเรื่องหมดราว จะเอาแบบนั้นหรือ
นี่ยังสงสัยว่า ถ้าเหตุการณ์อย่างนี้เกิดขึ้นในรัฐบาลพรรคแมลงสาปเน่ามาร์คม7เป็นรัฐบาล
แล้วเขมรขอยื่นเขาพระวิหารเป็นมรดกโลก มันจะมีเรื่องที่เน่าๆตอแหลทำลายกันแบบนี้เกิดขึ้นหรือไม่ บอกได้เลย ว่าจะไม่มี ไม่มีอย่างเด็ดขาด เพราะพวกแมลงสาปเน่ามันจะเงียบกริบ
แล้วก็จะออกข่าวว่าดี ไอ้เศษกระดาษเปื้อนหมึกและนักข่าวโง่จอตู้เน่า ก็จะหยุดไม่เห่าหอนเรื่องนี้ และถ้าจะพูดเรื่องนี้ก็จะพูดแบบเสียไม่ได้ให้เป็นข่าวเล็กๆ

TTT

ปี 2505 พอแพ้คดีในศาลโลก ไม่เคยมีผู้ใหญ่คนไหนที่มีหน้าที่รับผิดชอบลาออกซักคนเดียว เห็นมีแต่มาเซี้ยมคนไทย อ้างการสงวนสิทธิแบบพูดเองเออเองหาคนรับรองสิทธิไม่ได้ ที่ 3000 ไร่น่ะถ้าไม่ให้จะเป็นไร ไม่ให้แล้วเขมรขึ้นบัญชีฯปราสาทพระวิหารไม่ได้ ก็ดีไม่ใช่เหรอ แต่ถ้าไม่ให้แล้วยังขึ้นบัญชีฯปราสาทพระวิหารได้ ใครจะรับผิดชอบเรื่องข้อมูลที่เอามาเซี้ยมกันในวันนี้

Gneisenau

คนมีปัญญามาชี้ทางออก ทางสว่างให้กระจ่างแล้ว...

จุดไฟปัญญาให้ก็แล้ว
ฉายทางสว่างให้ก็แล้ว
ยังมีคนตาบอดปัญญา บอดใจ ออกมาก่นด่าตะแบงอีกมากมาย

เมืองไทยนี้มืดมนจริงหนอ......

กูไม่เปลี่ยนความคิด

กูยอมรับอย่างเปิดเผยว่ากูคลั่งชาติ แต่พวกมึงบางคนที่แสดงความเห็นเข้าข้างเขมร มึงยอมรับหรือปล่าวล่ะ ว่ามึงขายชาติ สรุป คลั่งชาติดีกว่าขายชาติ ถ้าไม่มีคนแบบกู
แล้วมีแบบพวกมึงมากๆ ประเทศไทยจะถูกลบหายไปจากแผนที่โลกแน่นอน เหมือนกับ
มอญ กะเหลี่ยง ฯลฯ

ไม่เข้าใจไทย

ทุกครั้งที่มีความขัดแย้ง รู้สึกแปลกใจว่าทำไมไทยยอมอ่อนข้อให้ประเทศเพื่อนบ้านทั้งหลายเหลือเกิน ทั้ง ๆ ที่เพื่อนบ้านของเรา ทั้งลาว เขมร และพม่า เขาไม่เคยยอมอ่อนข้อให้เรา เขาเรียกร้อง เขาต่อรองอะไรมากมาย แต่ไทยก็ยอมมันไปซะทุกเรื่อง ประนีประนอมกับเขา มันทำให้เราอดคิดไม่ได้ว่า เราต้องง้ออะไรเขามากเลยหรือ เขาสำคัญกับเรามากขนาดนั้นเลยหรือ หรือเขาสำคัญกับธุรกิจของคนบางกลุ่มในประเทศไทย บางทีเราดูแล้ว เหมือนประเทศเราเอาใจแบบเกือบจะเลีย ตู ด เขาอ่ะ เข้าใจป่ะ

คน

โถพ่อคุณเขาเอาแผ่นดินไทยปขายแรกสมบัตืธุระกิจในเขมร ไปแรกเกาะกง99ปี ไปแรกก๊าซและน้ำมันที่เป็นของคนไทยแต่จะให้เขมรและต่างชาติมหาอำนาจมันเป็นเจ้าของแล้วเอามาแบงให้มัน และที่แน่เวทนาและทุเลสในอดีตเขมรต้องอพยพเข้ามาของความกรุณาจากในหลวงไทยและคนไทนให้ข้าวให้น้ำมันกินให้ที่เขาแพ่พันธ์ลูกหลาน แต่จงดูขณะนี้ความเหิมเกิมของเขมรจะทำไม่ได้เลยหากไม่มีไอ้คนขายชาติและแผ่นดิน ถามจริงอายเขาไหมและที่น่าอายอย่างที่สุดมันก็การที่ประเทศไทยมีคนเช่นคุณและอายแทนเด็กไทยที่มีนักวิชาการขายตัว และอย่าได้บังอาจออกมาสั่งสอนคนไทยว่าเราอย่าได้รักชาติและแสดงออกให้ชาวโลกได้รู้ถึงการกะทำของสถาบันที่อ้างตนอยู่เหนือโลก และอ้างความยุติธรรมว่ามันไม่เคยเครารพอธิปไตร และอำนาจของศาลในประเทศนั้นๆ และที่สำคัญไม่เครารพประชาชนของประเทศ คิดจะเอาแผ่นดินของเขายกให้ใครก็ได้แรกกับผลประโยชน์ที่ตนจะได้โดยร่วมกับทรราชของแผ่นดืนนั้นทั้งที่ประชาชน และศาลของเขากำลังจัดการอยู่ หากประเทศใดจัดการกับนักการเมืองทรราชไม่ได้เพราะมีมหาอำนาจหนุนเอาปืนมากดห้ว ขอเพียงให้ได้ผลประโยชน์มหาอำนาจ ก็จะยังเรียกว่าประชาธิไตร แต่ถ้าประชาชนไม่มีทางเรือกและให้ทหารเข้ามาโดยความเต็มใจของประชาชนในประเทศ แต่ตัวไม่สามารถได้ผลประโยชน์เต็มที่ก็จะขู่กันโชกกดดันและกล่าวหาไม่เป็นประชาธิปไตร และใช้นักวิชาการขายต้วขายชาติและทำทุกอ่างให้ต่างชาติรู้ว่าตนพ้อมที่จะขายได้ทุกอย่างแรกกับเงินและที่ยืนในสังคมโลก ทำไมเขาจะไม่ให้ก็เอาชาติมาแรกเสียขณาดนี้

ลอวันเวลาให้กรรมมันเดิน แล้วเมื่อนั้นอย่าร้องนะ ส่วนนักวิชาการขายชาติ จงจำชื่อและต้องเปี่ยนกะบวนการสอนให้ลูกหลานใหม่ว่าอย่ากลัวคนให้เกดคะแนนหากเขาผิดต้องโต้แยงและทำเป็นขันตอน ตั้งแต่ไม่ยอมรับ เรื่อยไปจนนำให้สังคน และกดหมายรับรู้ ไม่ใช่เขาจะข่มขู่และกรรโชกลูกหลานเราได้

ppp

คห.ที่31
การที่คนอื่นมีความเห็นต่างจากพวกคุณ แล้วเขาขายชาติตรงไหน

Gniesenau

ขายชาตินี่ทำไงอ่ะ??? อยากขายจังเลย เพราะว่าจะอดตายห่าอยู่แล้ว...ใครมาซื้อก็รีบๆมาหน่อยเร้วววว...

ไทยแท้

เวบนี้พวกลูกน้องหรือพวกรับจ้างเขมรโพสต์เยอะจังเลยนะ แผ่นดินตัวเองแท้ ๆ ยังไปเข้าข้างเขมรได้เนอะ

คนไทยคนที่2

อีกทีคห33 นี่ ไม่ใช่ค วา ยธรรมดา แต่ถึงขั้น โง่แบบ ควา ยไบซันคือโง่มันดักดานถึงขั้นเกือบสูญพันธ์ ทั้งๆที่เคยมีหลายร้อยล้านตัวที่วิ่งอยู่บนทุ่งหญ้าแพรรี่และทั่วทวีปอเมริกาเหนือ
ประเทศไทยมันเสียแผ่นดินตรงไหนหรือไอ้กราบือ แล้วไอ้เช่าเกาะกงบ้าบออะไรนั่นมันมีอยู่จริงหรือ เขมรมันให้เช่าหรือ
หัดเปิดดูเว็บไซด์ที่ให้ข้อมูลทางเศรษฐกิจบ้าง แล้วมันจะรู้ความจริงว่า ประเทศไทยเราน่ะ ได้เปรียบดุลการค้าต่อประเทศลาวและเขมรมากมายปีละหลายหมื่นล้านบาท ทักษิณได้หรือ
ควายหรือเปล่า ไปดูซิว่าใครได้ ก็ไอ้พวกตาชั้นเดียวที่พูดไทยไม่ชัดแต่บอกว่าอั๊วเป็นคนไทยที่เป็นเจ้าของบริษัทผลิตเครื่องอุปโภคบริโภคข้าวสารอาหารแห้งรวมทั้งน้ำมัน ทักษิณมันมีหุ้นในปตทหรือ ไอ้ ค วา ย แหกตาดูซิว่าใครถือหุ้นในปตทบ้าง
ไอ้เจ้าของบ่อนกาสิโน นี่ก็เห็นมีแต่พวกที่มีรากมาจากลุ่มน้ำท่าจีนพวกทางภาคใต้ พวกค้ายาเสพย์ติด หรือพวกที่หนีคดีคลองด่าน ที่มันถือหุ้นกับเขมรตุ๋นคนไทยที่โลภหรือติดการพนันด้วยกัน
สมัยสงครามอินโดจีน พวกเจ้าพ่อตะวันออก นั้นรวยขึ้นมาจากการค้าอาวุธเถื่อนเพราะใช้เรือประมงจากแถวภาคตะวันออกไปซื้อปืนอาร์ก้าลูกระเบิดหรือปืนสั้นจากเขมรแดงในราคาถูกแล้วเอามาขาย มาสร้างอิทธิพล คนไทยมีแต่ไปทำรายำมันแบบนี้ แล้วนี่ยังไม่หนำใจ
เจ๊ก กา บดชั่วสนธิยังไปหลอกประเทศลาวเรื่องดาวเทียมลาวสตาร์ นั่นคือโกงข้ามประเทศแบบหน้าด้านๆนั่นแหละที่มีข่าวดังไปทั่ว มีแต่ไอ้พวกกเฬวรากทั้งนั้น
ลาวเขามีบ่อทองเขายังกลัวไทย ไม่ยอมให้คนไทยได้สัมปทานเพราะเขารู้ถึงสันดานแห่งการขี้โกงและเอารัดเอาเปรียบดี ซึ่งลาวเคยรับรสมาแล้วกรณีไม้สักจำนวนมหาศาลจนกระทั่งเกิดสงครามร่มเกล้า ลาวให้คนออสเตรเลีย ไปขุด(ซึ่งก็จ้างคนไทยและคนลาวขุดและร่อนทองอีกทีนั่นแหละ) จนคนเขากลัวไปทั้งภูมิภาค(ที่ว่ากลัว น่ะคือกลัวว่าจะไปโกงปลิ้นปล้อนตลบแตลงเขา) แล้วก็ดีแต่ไปเป็นหมูสยาม(เซียมตือ)ให้พวกฮ่องกงมันเชือด
อย่าเที่ยวคิดเป็นนักเลงว่าเขมรเขาเหิมเกริม บ้านของใครๆก็รัก อย่าคิดว่าเขา เป็น ค วา ยและจะเอาเปรียบ นี่ถ้าหากเกิดสงครามรบกัน น่ะมันคงไม่เหมือนสมัยอยุธยา
เขมรคงไม่ให้กราทืบกันง่ายๆเวียตนามเขาก็ยังเป็นแบ็คให้เขมรขืนบุกเขมรก็เจอกับเวียตนาม
คห32 ที่บอกว่าทุกครั้งที่มีความขัดแย้งทำไมไทยถึงต้องยอมอ่อนข้อให้ประเทศเพื่อนบ้าน
ต้องยอกว่า ไม่เป็นความจริง

คนไทยคนที่2

ให้ไปดูเหตุการณ์หลังสงครามโลกครั้งที่2เรื่อยมาถึงปัจจุบัน ยกตัวอย่างเรื่องน่านน้ำเขตเศรษฐกิจจำเพาะทางทะเล
ใครจะไปนึกถึงว่าไทยประเทศเล็กๆ จะสามารถจับปลาในทะเลได้มากเป็นอันดับ7ของโลก
ทั้งๆที่อ่าวไทยถูกพวกประมงไทยมันจับปลาเสียเรียบแทบสูญพันธ์
ประมงของเราแอบไปขโมยจับปลาในเขตน่านน้ำทางเศรษฐกิจของเพื่อนบ้าน แล้วมีข่าวโดนจับประจำ รัฐบาลไทยต้องเอาเงินไปเสียค่าไถ่เพื่อช่วยชาวประมงเหล่านั้นกลับมา
ถามว่าแบบนี้เรายอมอ่อนข้อหรือ ขโมยขึ้นบ้านมาขโมยของเรายอมหรือ เอาใจเขามาใส่ใจเราบ้าง เคยมีบ้างไหม ที่เรือประมงเพื่อนบ้านแอบเข้ามาจับปลาในเขตน่านน้ำของเรา
ไม่มีเลย มีแต่โจรสลัด ซึ่งก็ไม่รู้ว่าพวกไหนเพราะมีหลายสัญชาติ
ประเทศไทยน่ะ ไม่เคยยอมเสียเปรียบหรืออ่อนข้อให้ใครอยู่แล้ว ดังนั้นอย่าเข้าใจผิด
มีแต่จะเข้าไปเถือคนอื่นเขาละไม่ว่า
เอ้ออีกตัวอย่าง เรื่องศิลปวัตถุ ทับหลังนารายณ์บรรทมสินธิ์ เมื่อครั้งสงครามเวียตนามระเบิด
ทหารอเมริกันเข้ามาตั้งฐานทัพในไทย(ที่ไทยให้ตั้งน่ะก็เพราะได้ผลประโยชน์ร่วมกันนั่นคือสหรัฐไม่ต้องตั้งฐานทัพในทะเลแล้วก้สามารถนำเครื่องบินรบยุทธศาสตร์ที่สามารถบุกถึงเวียตนามได้ภายในเวลาไม่ถึงชั่วโมงส่วนไทยพวกผู้นำประเทศก็ได้ความมั่นใจว่าประเทศของตนจะไม่ต้องตกกลายเป็นคอมมิวนิสต์ คือเป็นแบบซิมไบโอสิส) ก็มีข้าราชการไทยนี่แหละที่พาคนอเมริกัน ไปแกะเอาทับหลังนารายณ์ออกมาโดยที่ข้าราชการรายนั้นก็ได้เงินจากคนอเมริกันไปเป็นค่าซื้อของขโมย ข้าราชการไทยรายนั้นก็เหมือนกับพวกโจรขโมยศิลปวัตถุไทยอื่นๆ ที่ขโมยขุดกรุพระขโมยตัดคอพระพุทธรูป ลักพระพุทธรูปโบราณไปขาย ลักขโขมยสมบัติที่คนโบราณสมัยอยุธยาฝังเอาไว้ พวกมันก็ขโมยไปขาย โดยที่ไม่มีความรู้สึกสำนึกผิด ความเลวรายำแบบนี้ไม่ใช่แค่คนชั้นล่างแต่มันลามเลียไปถึงคนชั้นสูง ถึงกับมีคำกล่าวว่าไอ้ของโบราณที่สภาพหักๆพังๆนั้นเราจะพบได้ในพิพิธภัณท์ของไทย แต่ไอ้ศิลปวัตถุโบราณที่สมบูรณ์สวยงามนั้นมันไปอยู่ที่บ้านของคนชั้นสูงเศรษฐีเสียเกือบหมด
ทับหลังนายรายณ์ก็ตกไปอยู่ในพิพิธภัณท์ในสหรัฐ แต่ก็ถูกพี่ไทยเราแหกปากร้องลั่น ขอคืน
ว่านี่ ของๆข้า มันโดนขโมยไปฝรั่งมันต้องคืนเพราะหน้าบาง นี่เห็นฤทธิ์ไหม ดังนั้นอย่าซี้ซั้วคิดเอาเองว่าไทยนั้นชอบยอมอ่อนข้อ เพราะมันไม่จริง
ที่ต้องพูดมาเป็นวรรคเป็นเวรนี่ ก็เพราะต้องการให้คนไทยรู้จักเคารพตนเอง และอย่าโลภ

อารยา

ยังจมอยู่กับน้ำลายตัวเองก็ดีแล้ว ไม่ว่าจะให้ใครไปเจรจา ขอร้องให้ใช้เหตุผลกำหนดจุดยืนให้มั่น

บอกนายพลเตียบัน ซึ่งเป็นคนเข้าใจอะไรไม่ยากว่าทั้งเขาพระวิหาร (รวมตัวปราสาท) ตั้งอยู่ในเขตไทยตามแนวสันปันน้ำ ที่เข้าใจผิดกันมาร้อยปีพอดีเพราะตอนนั้นพวกคลั่งลัทธิอาณานิคมวางระเบิดเวลาเอาไว้ แล้วพวกมันติดนิสัยมาจนถึงเหล่าตุลาการศาลโลกเมื่อ 46 ปี พวกเราชาวเขมรกับสยามจึงต้องมายุ่งกับประเด็นพื้นที่ทับซ้อนเส็งเคร็ง 4.6 ตร,กม. จิ๊บจ๊อย

ทางเราเข้าใจดีว่ากัมพูชามีจุดยืนว่าไม่มีพื้นที่ทับซ้อนกับไทย ซึ่งไทยเองมีเหตุผลที่จะพูดประโยคเดียวกันว่าไม่มีพื้นที่ทับซ้อนกับกัมพูชาเช่นกัน เมื่อใช้หลักการปักปันเขตแดนตามแนวสันปันน้ำ บอกนายเตียบันว่าวันนี้เมืองไทยมีปัญหาที่พิสดาร รับรองว่าไม่พบปรากฏการณ์นี้ในประเทศกัมพูชา คือมีคนไทยส่วนหนึ่งไม่ได้เรียนวิชา "ภูมิศาสตร์ ประวัติศาสตร์" ควบคู่กันเหมือนหลักสูตรกระทรวงศึกษาไทยเมื่อ 50 ปีก่อนลุกขึ้นชี้หน้ากราดคนไทยด้วยกันที่พุดเหมือนอารยาว่าเป็นพวก "คลั่งชาติ" นายพลเตียบันเมื่อเด็กๆเรียนหนังสือในประเทศไทย ก็ต้องคุ้นกับวิชานั้น และคงไม่คิดว่าอารยาเสียสติไปแล้ว ที่พูดอย่างนี้

ก็อยากถามท่านนายพลเตียบันตรงๆว่า จุดยืนเดียวที่เราต่างไม่มีพื้นที่ทับซ้อนซึ่งกันและกันนี้ ที่ผ่านมา มาจากการใช้เหตุผล ข้อเท็จจริง ต่างกันไปได้อย่างไร

ตอบได้ทันทีว่า ทางกัมพูชามาจากการใช้แผนที่ฝรั่งเศสเมื่อร้อยปีก่อน

ถ้านายพลเตียบันไม่ปฏิเสธ ทั้งสองประเทศกำลังเดินมาถึงจุดผกผันของความขัดแย้ง
ที่จะเปลี่ยนมาเป็นความเข้าใจกันได้ตาม “ธรรมชาติ” ความเป็นจริง ที่ใช้แนวสันปันน้ำตรงเทือกเขาพนมดงเร็ก

อารยา

คนเจ้าเล่ห์อย่างนพดลพูดแหกตาคนทั้งประเทศว่า ที่กัมพูชาขึ้นทะเบียนมรดกโลกแค่ตัวปราสาทไม่กระทบพื้นที่ทับซ้อน เป็นความสำเร็จที่ตัวเองไปกล่อมกัมพูชาเอง
แต่ความจริงกลับเป็นว่า ไปสมรู้ร่วมคิดกับเขมรและยูเนสโกปล้นเขาพระวิหารไปจากไทย นี่ถ้าไม่เรียกว่าปล้นชาติ ก็ไม่รู้จะพูดว่าอะไร
หรือจะให้เข้าใจว่า เป็นการนำไปประเคนให้ผู้นำกัมพูชา เพื่อแลกกับ 8 หลุมพลังงานในอ่าวไทย 1.6 แสนตารางกิโลเมตร (พื้นที่ตรงนี้เป็นกรณีพิพาทระหว่างไทยกับกัมพูชามานาน ติดขัดที่มีการตีความกฏหมายทะเลไม่ตรงกัน แต่มีกระแสข่าวว่าทักษิณกับเจ้าของห้างแฮรอดที่ลอนดอนเคยจูลมือกันมาดูพร้อมกับสมเด็จฮุนเซน เมื่อปี 2548)

นี่คือความจริงที่เปิดอกพูดได้กับคนอย่างนายพลเตียบัน เมื่อเป็นเช่นนี้ ถ้านายสมัครจอมโปรเจกตอแหลตลอดศกตั้งแต่สามสิบปีก่อนไปห่างๆ บรรยากาศการเจรจาจะทำให้ได้ทั้งมิตรและทางออกที่ทุกฝ่ายเป็นปลื้มได้

อารยา

ปัญหาเฉพาะหน้าเฉพาะหน้าที่ต้องพูดกับนายพลเตียบันคือ หากไทยยังไม่ยกเลิกแถลงการณ์ร่วมลงวันที่ 18 มิถุนายน 2551 ก็ต้องยกดินแดนรอบตัวปราสาท เกินไปจากพื้นที่ทับซ้อนอีกนับร้อยตารางกิโลเมตร เพื่อรองรับภารกิจของชาติกัมพูชาล้วนๆ ดังนี้:

1. พื้นที่ภายใต้การบริหารจัดการของ “คณะกรรมการ 7 ชาติ ANPV: เบลเยี่ยม สหรัฐ ฝรั่งเศส อินเดีย + 3” (ANPV=Autorite้ Nationale pour la Protection et le Developpement du site culturel et naturel de Preah Vihear) ซึ่งวันดีคืนดีมันดันใหญ่มาจากไหนไม่รู้ แต่มันมาทวงดินแดนเหย็งจากไทย

2. พื้นที่เพื่อกำหนดดินแดนกันชนทางด้านใต้และตะวันออกของภูเขาพระวิหาร

3. พื้นที่เพื่อการปักปันพรมแดนกับทางการกัมพูชา ซึ่งอยู่ทางด้านเหนือและตะวันตก

ข้อ 1 ส่งผลภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2552 ส่วนข้อ 2 และ 3 อาจเห็นภายในสองปี ทั้งหมดจะกินอาณาบริเวณนับเป็นร้อยๆตารางกิโลเมตร

ทุกตารางนิ้วในแต่ละข้อข้างบนมันอยู่ในเขตไทยตามแนวสันปันน้ำ

นายสมัครควรเลิกโต้แย้งว่าอับอายขายหน้าประชาชี หากจะต้องทำการยกเลิกแถลงการณ์อัปยศนั้น เพราะยิ่งช้ายิ่งเสียหายหนัก แต่เมื่อรัฐบาลไปทำตัวเป็นเหตุแห่งทุกข์ ก็ย่อมต้องรับผิดชอบ ถ้าลาออกไปได้ก็ยิ่งดี

ในระหว่างนี้ คณะกรรมการมรดกโลกแห่งประเทศไทยที่นายปองพลเป็นประธาน ควรทำมากกว่าไปเยี่ยมพรรคประชาธิปัตย์เพื่อเอาตัวรอด แต่ต้องไปจับมือกับอิโคมอส เพื่อร่วมวิเทโศบายของไทยเพื่อให้ยูเนสโกกลับมาสนับสนุนให้ทั้งไทยและกัมพูชาขึ้นทะเบียนมรดกโลกปราสาทพระวิหารร่วมกันครบเครื่อง เบ็ดเสร็จครบทุกข้อที่ว่าด้วยอัจฉริยภาพของแหล่งโบราณสถานแห่งนี้

จะกินพื้นที่กี่พันตารางกิโลเมตร ต่อเนื่องไปถึงวนอุทยานพนมดงเร็กด้วยก็ไม่มีปัญหา แต่จะเป็นสัญญาณเริ่มสัมพันธภาพที่ดีระหว่างไทยกับกัมพูชา

เป็นต้นแบบของ “วิน-วินเกม” ที่สุดคลาสสิค

อารยา

จากจดหมายที่นายสมัครเขียนตอบนายฮุนเซน (ที่บอกให้ไทยถอนทหาร 200 นาย) เมื่อวันศุกร์ (วานซืน) ว่านอกจากไม่ถอนทหารตามที่ขอแล้ว วัดแก้วสิขเรศวที่คนเขมรสร้างและบริเวณพื้นที่ลึกเข้ามานั้นก็อยู่ในดินแดนของไทย
คนที่เคยไม่ชอบหน้านายสมัครได้ยินแล้วต้องอ้าปากค้าง ไม่แน่ใจว่านายสมัครเอาเลือดคลั่งฆ่าคอมไม่บาปมาใช้ หรืออย่างไร
มันก็น่างงงวยกล้วยทอดอยู่หรอก เพราะก่อนหน้านั้นวันเดียว นายสมัครยังด่าคนไทย 3 คนที่ฝ่าลวดหนามเข้าไปในแดนนั้น (แดนที่ตรงข้ามกับที่ทหารไทยวางลวดหนาม) เหยงว่า บ้า! คล้ายกับเป็นนายกฯเขมร แต่วันรุ่งขึ้นกลับบอกฮุนเซนว่าลึกเข้าไปกว่าที่คนไทยสามคนแบกกะไดไปล่อเป้าเขมรอยู่ในเขตไทย

ใครไม่งงก็บ้า อารยาของงครับ แต่เดี๋ยวก่อน…

ตลอด 40 กว่าปีที่ผ่านมา เขมรพูดเสมอว่าประเทศเขาไม่ถือว่ามีพื้นที่ทับซ้อน ไทยถือว่ามีอยู่ 4.6 ตร.กม. ก็ช่วยไม่ได้ที่แพ้ความศาลโลก สองสามวันที่ผ่านมา เขมรเพิ่มทหารจากไม่กี่ร้อยเป็น 1,000 นาย ในพื้นที่ทับซ้อนนั้นแล้ว หลังจากให้ยูเนสโกลาดน้ำเกลือใส่แผลเรื้อรัง คงหวังดีให้ไทยหายบาดทะยัก

แต่จดหมายของนายสมัครมีนัยยะว่า ตูจะรักษาแผลนี้เอง 555

อารยา

อย่างไรก็ดี การที่เขมรส่งกำลังมาเพิ่มถึงพันคน มันก็มีประเด็นที่น่าจะถามกลับเหมือนกันว่า ทำไมพระเดชพระคุณไม่ดำดินมาโผล่ตรงพื้นที่ 4.6 ตร.กม. ให้เต็มตั้งแต่ 46 ปีก่อนวะ ถ้าเอ็งไม่คิดว่าไม่เคยมีพื้นที่ทับซ้อนในกะโหลกหนาๆของเอ็งมาก่อน

กลับมาตรงพื้นที่รอบๆตัวปราสาท ทางทิศเหนือ/ตะวันตก จากที่ตั้งตัวปราสาทให้ปลอดทหาร 20-30 เมตร? ตะวันตกทาง แต่ประเด็นอยู่ที่ ทั้งไทยเขมร และเขมรไทยก็มาร่วมกันทำมาหากินกันอยู่มาหลายปีดีดัก ก่อนศาลโลกตัดสินความด้วยซ้ำ 46 ปีที่ผ่านมาคณะกรรมการปักปันของสองประเทศเข้าใจกันหลวมๆว่าจะจัดเขตปริมณฑลถี่ห่าง แล้วจะวางกำลังกันพองามกันประการใด มันยากเพราะวัดฮินดูไม่มีมีเสมาแบบวัดไทย

อย่างไรก็ดี ไทยยังแย้งสิทธิในการครอบครองเขาพระวิหารมาเกือบครึ่งศตวรรษ ตามบันทึกของนาย ถนัด คอมันตร์ กรกฏาคม 2505

อารยาหลายปีเดินขึ้นไปดูปราสาทพระวิหาร ก็ต้องระวังกับระเบิดข้างทาง พอขึ้นถึงตัวปราสาทก็ยิ้มให้ทหารเขมรหน่อยหนึ่งก่อนเหลือบเห็นธงเขมรแดงปักอยู่บนยอดปราสาท จำได้ว่าคนละลายกับที่เห็นวันนี้

นึกย้อนกลับไปอีกจนถึงกลางปี 2505 ที่สนามหลวง อารยานุ่งขาสั้นไปประท้วงจะเอาเขาพระวิหารคืน
เพิ่งพบวันนี้ว่าอาการคลั่งชาติของตัวเองเมื่อ 46 ปีก่อน ไม่ได้ไร้เหตุผล

เห็นใจ ม.ร.ว. เสนีย์ ปราโมช ที่รู้ตัวว่าไปศาลโลกครานี้แพ้คดีแหง จำคำให้สัมภาษณ์ทางโทรทัศน์คืนก่อนเดินทางไปเนเธอแลนด์ได้ไหม ฟังแล้วรู้ทันทีว่า ขากลับจะมาพร้อมกับความสูญเสียของคนไทยทั้งชาติ เพราะไม่มีหลักฐานไปหักล้างเหตุผลทางประวัติศาสตร์

แล้วฝันร้ายก็กลายเป็นจริง วันตัดสินเมื่อ 15 มิถุนายน 2505 ศาลโลกพากันเทเสียงให้เขมรเกือบหมดหน้าตัก

อารยา

เหตุผลทางประวัติศาสตร์ที่หมายถึงก็คงทราบกันแล้วคือ นอกจากแผนที่เจ้าอาณานิคมที่เขียนเมื่อปี 2451 ซึ่งเป็นหลักฐานที่เขมรนำมาให้ศาลโลกดู ยังมีภาพถ่ายที่กรมพระยาดำรงขึ้นเสลี่ยงกับธิดาและโอรสองค์เล็ก ม.จ. พูนฯ กับ ม.จ. สุภัทร์ ครั้งไปเยี่ยมปราสาทบนเขาพระวิหาร ซึ่งทนายเขมรเพ็ดทูนศาลโลกว่า เจ้านายไทยแสดงการยอมรับว่าเขาพระวิหารเป็นดินแดนของฝรั่งเศส เพราะฉนั้น มรดกอาณานิคมฝรั่งเศสก็ต้องเป็นของเขมรเมื่อถูกปล่ายเป็นอิสระแล้ว ประมาณนั้น มีตุลาการศาลโลกบนบัลลังก์ 9 คนเชื่อ มี 3 ตุลาการที่บอกว่าบูลชิต ไม่เชื่อการตีความในรูปนั้น และมองว่าแผนที่ซึ่งเขมรใช้ในศาลโลกเป็นการสวมรอยเอาแผนที่ของนายเก่ามาแทงหลังเพื่อนบ้าน

ไทยแพ้คดีเขาพระวิหารเมื่อปี 2505 เพราะไม่มีมีแผนที่ซึ่งใช้เกณฑ์ภูมิศาสตร์มาหักล้าง ก็เท่านั้น

วันนี้ก็ยังไม่สายถ้าจะมีแล้วกำหนดวาระแห่งชาติที่ไทยจะเอาเขาพระวิหารกลับมาเป็นของไทย
พี่น้องครับ (สำนวนนักการเมือง) อารยากำลังพูดเรื่องผลประโยชน์ของชาติบ้านเมือง อารยาไม่ได้ดื้อแพ่งหรืออาญา ซึ่งหากตัวเองเป็นจำเลยแล้วถูกศษลตัดสินคงยอมติดคุกไปนานแล้ว และคงออกมานานแล้ว
แต่วันนี้เราจ้างนาซ่าให้ใช้กล้องอินฟราเรด หรือใกล้ๆอินฟาเรดถ่ายเหนือเทือกเขาพนมดงเร็กก็ย่อมจะเห็นแนวสันปันน้ำว่ามันอยู่ใต้เป้ยตาดี ส่วนเหนือจากเป้ยตาดีคือดินแดนทั้งภูเขาพระวิหาร (อย่าพูดแค่คำว่า "ปราสาทพระวิหาร" เพราะนั่นเป็นกับดักให้ไทยทวงคืนแค่ตัวปราสาท เรามีสิทธิเหนือเขาพระวิหารครับ) พระเดชพระคุณท่านทั้งหลาย

อารยา

ครับ อารยาถึงว่า ไทยไม่มีพื้นที่ทับซ้อนใดๆ อย่าไปถูกกับดักจากคำพิพากษาศาลโลกว่าจนหลงไปว่าเราอาจเสียดินแดน 4.6 ตร.กม. ตัวปราสาทเราก็เป็นเจ้าของในเมื่อทั้งตัวภูเขาอยู่เหนือแนวสันปันน้ำทั้งหมดครับ
แผนที่ฝรั่งเศสแผ่นนั้นเป็นของปลอมด้วยซ้ำ เพราะก่อนหน้าทำแผนที่แผ่นนี้ไม่กี่ปี มีหลักฐานว่าฝรั่งเศสเองในปี 2442 ได้แนะนำให้ไทยทำแผนที่โดยใช้แนวสันปันน้ำกั้นเขตแดนระหว่าอาณานิคมฝรั่งเศสกับสยาม
แผนที่ฉบับนั้นอยู่ที่ไหน ถ้าประวัติศาสตร์มีปูมเขียนว่าเคยแนะไว้ ก็ต้องมีแผนที่ฉบับที่ถูกต้องนั้น
ฝรั่งเศสมาเปลี่ยนใจเขียนแผนที่ด้วยความโลภภายหลัง (ปี 2447) และนั่นคือแผ่นที่ศาลโลกใช้เมื่อปี 2505
ไทยเอามาเทียบกับแนวสันปันน้ำ จึงพบว่ามันเหลื่อมอยู่ 4.6 ตร.กม.

วิชาประวัติศาสตร์ ต้องเรียนรู้ประกบกับภูมิศาสตร์ หลักสูตรประถมมัธยมของบ้านเราในอดีตมีวิชาชื่อ "ภูมิศาสตร์ประวัติศาสตร์" วันนี้ไม่รู้หายไปไหน

อารยา

คนเกลียดวิชาประวัติศาสตร์ผมไม่ว่า เป็นสิทธิ แต่ต้องรู้ว่าเกลียดตรงไหน เพราะอะไร
บางเหตุการ์มีเหตุผลที่จะไม่เชื่อได้เหมือนกัน เพราะเขียนจากคำสั่งผู้ชนะว่าฝ่ายแพ้เป็นคนเถื่อนชั่วช้า ซึ่งอาจไม่ได้เป็นอย่างนั้น
บางครั้งผู้แพ้ไม่ยอมรับก็เขียนขัดแย้งกับคงามจริงว่าชนะ

แต่ภูมิศาตร์พระเจ้าเขียนครับ และมีความยุติธรรมสูงสุด เคยบอกว่าพระอาทิตย์ขึ้นทางตะวันออกตั้งแต่กำเนิดโลก ถึงวันนี้ก็พิสูจน์ได้ทุกเช้าว่าจริงเช่นนั้น
ใครก็ลบไม่ได้ เหนือกว่าคำตัดสินของตุลาการคนใดในโลก
วันนี้อารยาขออุทธรณ์คำตัดสินศาลโลกกรณีเขาพระวิหารศาลโลกปี 2505 ที่คั้งนั้นยังขาดหลักฐานทางภูมิศาสตร์ และที่มีด้านประวัติศาสตร์ขาดความน่าเชื่อถือ นั่นคือหลักฐานแผนที่ที่วาดจากแรงจูงใจที่จะขยายอาณานิคมของฝรั่งชาติยุโรปในห้วงศตวรรษที่เดินทางมาแสวงหาทรัพยากร เอาเปรียบประเทศต่างๆทุกทวีปในโลก
กรณีเขาพระวิหารจึงไม่อยู่ในข่ายยกเว้น

อะตอม

ประเด็นเรื่องพัฒนาร่วมกันของคุณสุรชาติโดยยกตัวอย่างอเมริกากับแคนนาดา ที่เป็นพื้นที่ทับซ้อนแต่ใช้วิธีการพัฒนาร่วมกัน แบบนั้นมันวินวินครับ แต่กรณีปราสาทนี้ มันจะวินวินได้อย่างไร เขมรปิดชายแดนปิดทางขึ้นอ้างไทยไม่ยอมรับเงื่อนไข หรืงอแงอะไรสักอย่างหรือที่เป็นอยู่ตอนนี้เราไปทำอะไรได้กับพื้นที่ส่วนนั้น

การที่จะไปพูดถึงการพัฒนาร่วมแบบนั้นการต่อรองในพื้นที่ตรงนั้นต้อง50/50หรือ70/30 ยังพอไปได้ นี่มัน99/1ยังได้หรือเปล่าไม่รู้การต่อรองแบบนี้จะเป็นข้อเสนอพัฒนาร่วมได้อย่างไร เพ้อเจ้ออะไร ?การมองเรื่องขอสงวนฯนั้นหมดทาง ที่จะเป็นได้คือใช้กำลังเข้าไปยึด ผมว่าข้อมูลของคุณสุรชาติมาทางเดียวกับของรัฐบาลชุดนี้ที่นำโดยนพดล เพื่อชงเรื่อง ไปแพ้แบบล้มมวยในเวทีเจรจาต่อรองกับเขมร

ผมมองว่าเรื่องนี้วิกฤตคราวนี้คือโอกาสครับแต่ถ้าคนมักง่ายทั้งที่ตัวเองถูกเขากระทำด้วยเกมการเมืองระดับโลกรวมหัวกันโกงคุณด้วยการชงพยานหลักฐานและเทคนิคทางกฏหมายจนถึงอำนาจต่อรองแบบมหาอำนาจจนบิดเบือนผลทางคดี(ศาลโลก) อ้างแผนที่ฝรั่งเศสฝ่ายเดียว หรือการไม่ค้านเท่ากับยอมรับที่ผิดหลักยุติธรรมทั่วไป ที่ไม่หยิบข้อเท็จจริงส่วนอื่น เช่นสนธิสัญญาก่อนนั้นของฝรั่งเศสที่ให้ถือแนวสันปันน้ำ แต่กลับลำป็นเอาสันพร้ามาเฉาะพื้นที่ตรงนั้นไปให้เขมรเฉยเลย
คนถูกกระทำและการถูกกระทำมันไม่ถูกต้องชอบมาพากล แต่ถ้าผลตอนนั้นออกมาแฟร์ๆเรายอมรับ ซึ่งเราก็ได้ประท้วงและขอสงวนฯ ซึ่งมีข้อเท็จจริงอีกมากมายที่ชาวโลกไม่ได้รับรู้ เพราะเรายอมรับอย่างสงบปากสงบคำเพราะยึดกติกาโลก(ถ้าไปที่อื่นศาลโลกก็ศาลโลกเถอะ)ถ้ามารวมหัวกันโกง แบบนี้
และนี่คือโอกาสที่เขมรหลงตัวเองว่าเป็นต่อถือเอกสารพยานหลักฐานที่เป็นต่อ แต่ถ้ามันเป็นต่อแบบเอกสารที่ไม่ชอบด้วยหลักนิติรรมที่ถูกต้อง มันก็จะกลายเป็นของเก้ได้เราต้องช่วยทำให้สิ่งที่เขมรถือนั้นมันคือของเก้ที่รวมหัวกันโกงมา ที่ข้อเท็จจริง และเราไม่ได้เจตนา ไปรังแกหรือโกงกลับแต่เราเอาความถูกต้องจริงๆหรือยืนยันสิทธิ ด้วยความถูกต้องตรงไปตรงมาที่แท้จริง
เพียงแต่เราต้องรวบรวมใหม่ให้ดี ให้แม่นและชัดเจนจนถึงนำเสนอไปยังทั่วโลกอย่างแพร่หลายและเขาเห็นตาม เพื่อเอาข้อมูลที่เป็นของจริงทุกมิติ(จริงทั้งพยานธรรมชาติพื้นที่)และจริงทั้งพยานมนุษย์สร้างเช่นสนธิสัญญานยึดสันปันน้ำของฝรั่งเศส แต่หมกเม็ดเอาแผนที่ลักไก่อันอื่นมากลบสร้างหลักฐานขัดแย้งกันเอง-

อะตอม

เข้าใจที่คุณสุรชาติพยายามจะยุติเรื่องแบบนี้ด้วย เพราะเราไม่อยากมีปัญหาข้างบ้าน ยังไงเสียเราก็ย้ายประเทศหนีกันไม่ได้ แต่ทางออกมันเป็นไปได้หลายทาง แบบนั้นเราเสียเปรียบเชิงการต่อรองหรือไม่เอาอะไรเลยแถมเฉือนพื้นที่เราหารให้เขมรไปตามแนวคิดของคุณสุรชาติและรัฐบาลชุดนี้ที่เวทีเจรจาเตรียมไปล้มมวย แบบนั้นเหรอ?
คิดกันง่ายๆมักง่ายกันกับความเสียหายระยะยาวกับบ้านกับเมืองเพียงแค่มองผลประโยชน์ระยะสั้น กับความร่วมมือที่ไม่แน่นอน(ทุ่นระเบิดตรงนั้นคุณยังไม่กู้) แต่จะไปพูดเรื่องโน้นเรื่องนี้ ถ้าใครไปสะดุดกับระเบิดแบบวันนี้อีก ถ้าตูมขึ้นมาไอ้ที่เจรจาๆที่เพ้อเจ้อๆมามากมายว่าเราจะได้ๆ เขมรปิดพรมแดนปิดด่านตรงนั้น หรือกรอบการเจรจาที่ว่ากันไว้มากมาย ของเมรทั้งนั้นจะเอาอะไรมาต่อรอง

ทั้งที่ตรงนั้นในข้อเท็จจริงถ้าว่ากันจริงๆตามหลักฐานพยานทางธรรมชาติ เขาหอบลูกจูงหลานปีนเขาขอขึ้นมาอยู่กับเรา แต่เพราะเราไม่รักษาไว้แต่กลับผลักเขาลงไปอยู่กับเขมรต่ำ อย่างขัดแย้งธรรมชาติ หลักเขตแดนตรงนั้นพื้นที่แบบนั้น สันปันน้ำล้าน% ใครเห็นใครก็ต้องว่าแบบนั้น เพราะแนวเขตเสถียรมาและสารภาพ เป็นพยานได้ว่าจะต้องใช้หลักเกณฑ์อะไร

และเราก็เคยมีสนธิสัญญากับฝรั่งเศสเรื่องให้ยึดสันปันน้ำ พื้นที่ตรงนั้นก็เข้าข้อนี้ชัดมากแต่เราไปพลาดอีท่าไหนให้เขาเอาสันพ้าเฉาะเอาไปผิดสัญญากับเกมหมกเม็ดแผนที่ที่ทุกวันนี้เขมรก็ใช้มุกเดิมฝรั่งเศส ในแผนที่ขอขึ้นครั้งแรก และตอนนนี้การเจรจาที่เราเสียหายอยู่ฝ่ายเดียวมันจะไปยอมง่ายๆแบบที่คุณสุรชาติว่าแบบนั้นก็เสียชาติเกิดอายแผ่นดิน หรือให้มุดดินหนีไปอยู่เขมรซ่ะ
คิดง่ายๆมักง่ายกันได้ขนาดนี้ โอกาสคุณมาแล้ว แต่คราวนี้เราต้องใช้เวลารวบรวมพยานหลักฐานให้แน่นและแม่น ซาวเสียงนอกรอบให้ข้อมูลให้แพร่หลาย กับโฉนดเก้ร่วมกันโกงที่เขมร แอบยิ้มด้วยควมเป็นต่อแล้วมาท้าเราเหย่งๆขึ้นเวทีโลกมาดิ แน่จริงมาดิ
ผมขอเวลารวบรวมหลายเรื่องก่อน จะย้อนศรย้อนรอยย้อนเกล็ด เขมรจอมพลิ้วที่ได้ใจเพราะลูกพี่เดิมสอนไว้แผนที่นึงต้องหมกเม็ดเสนอไปสนธิสัญญาก่อนอย่าไปสนคนไทยมันคิดไม่ทันหรอก ได้มาคืบ เดี๋ยวศอกวาก็มา เดี๋ยวมันโดนหนุมาณถวายแผน แน่ๆ มันใจน่ะว่าจะได้ตามแผน จะย้อนศรมันด้วยหนุมารถวายแผน แผนสูงนัก
ตอนนี้ให้เขาบ้าไป เราต้องทำให้สิ่งที่เขาโพยทนานั้นคือเด็กเลี้ยงแกะ ถืออของเก้โฉนดเก้ที่รวมหัวกันโกงเขามาไปหลอกชาวโลกเราจริงกว่ากลัว?

อะตอม

แนวทางตอนนี้คือเรารวบรวม ทั้งเนื้อหาที่ศาลโลกตัดสินตอนนั้นมีเนื้อหาอะไรที่ไปโกงพยานธรรมชาติไหม? สนธิสัญญาที่ว่าด้วยหลักเกณฑ์ธรรมชาติที่ฝรั่งเศสทำกับเราก็มีถ้าศาลใช้หลักเกณฑ์สนธิสัญญา แต่ทำไมมันค้านกันเอง กับแผนที่ที่หมกเม็ดมาให้คนเซ็นที่ไม่รู้เรื่อง ไปเซ็นสัญญากับแผนที่ปิดปากหมกเม็ดที่ขัดหลักยุติธรรม(มันแย้งกันเองในหลักการ)

พยานในพื้นที่ที่สำคัญที่เขานอนนิ่งรอคนมาพิสูนจ์ความจริงอยู่ไหน เขาเป็นพยานให้ใครแต่เพราะเขาพูดไม่ได้เขาเดินทางมาเป็นพยานต่อศาลโลกไม่ได้ แต่ศาลโลกกลับไปมักง่ายผิดหลักยุติธรรมละเลยคำให้การของพยานปากเอก และเราเองก็ไปละเลยตัวช่วยที่สำคัญขนาดเขาหอบลูกจูงหลานปีนเขาหนีเขมรต่ำมาอยู่กับเรา
ตามหลักเกณฑ์สันปันน้ำและมีสนธิสัญญารองรับยอมรับกันแล้วว่าจะใช้พยานทางธรรมชาติเป็นหลัก แต่ศาลโลกกลับมักง่ายใช้หลักฐานคนที่เจ้าล่ห์กว่าเชื่อถือไม่ได้มาเป็นเกณฑ์หลักๆในการตัดสินเช่นแผนที่วางยา(ทั้งตัวศาลเองและเรา) เพราะแผนที่นั้นมันขัดแย้งกับสนธิสัญญาเรื่องสันปันน้ำ พูดง่ายๆคือแพ้เกมการโกงธรรมชาติโกงคำตัดสินของฝรั่งเศส ด้วยหลักฐานหมกเม็ด

หลักฐานที่ค้านทั้งพยานหลาย พยาน เช่นพยานหลักที่สุดคือธรรมชาติ แต่อ้างสนธิสัญญา และแผนที่ที่ทำมาคนเดียว แต่ทำมาผิดสนธิสัญญา ทั้งที่หลักเกณฑ์หลักๆใช้สนธิสัญญา ที่คนไปออกแบบกดขี่ข้อเท็จจริงทางธรรมชาติที่เป็นพยานปากเอกเอาไว้แม้แต่พยานสนธิสัญญาที่ว่ายึดเป็นตัวพยานหลักก็ยังโกงกันเองขัดแย้งกันเอง พยานหลักๆค้านพยานหลัก คือสนธิสัญญาขัดแย้งกับสนธิสัญญา

สนธิสัญญาเรื่องดินแดนไทยกับฝรั่งเศสไล่ชกกันกลางศาลโลกกับสนธิสัญญาเรื่องปักปันตามแนวสันปันน้ำสรุปมันกับกลายเป็นศาลหลับหูหลับตามองไม่เห็นทั้งที่มันตีกันกลางศาล แต่ศาลโลกเป็นเป็นสันพร้ามาแทนค้อน เฉาะเอาแผนที่ตามแนวสันปันน้ำนั้น หรือเฉาะจมูกสนธิสัญญาเรื่องสันปันน้ำที่บังอาจมาทะเลาะเด็กข้ากลางศาล เป็นคำตัดสินเฉาะจูมกให้เขมรตามสนธิสัญญา เห็นไหมมันแย้งกันแค่ไหน?

มันศาลโลกหรือศาลเพียงตา ที่ฝรั่งเศสมีของถวายมากกว่าตัวใหญ่ท่าจะมีมากกว่าเอามันฝั่งนี้ล่ะว่ะเราเองโดนเขาเต็มๆ ทุกวันนี้ก็ได้คืบจะเอาศอก เดี๋ยวผมจะเอาให้มันทั้งเข่าทั้งศอกทั้งหนุมาณถวายแผน(ที่) จะประเคนให้มันเอง ไอ้คุณเหม็ร มันพลิ้วนักใช่ไหม นพเดี้ยงถึงเสียเหลี่ยม หมักน้อยส.จมูกบานถึงสลบ เหมือดคลานลงเวทีแบบนั้นแถมยกระดับท้าเหยงๆที่เวทีโลก

อะตอม

เราไม่ได้เปิดสงครามแต่เป็นโอกาสที่เราจะทวงคืนที่สง่างามในเวทีโลกตอนนี้ต้องเน้นเจรจาเพื่อดึงเวลา เป้าหมายคือชงหลักฐานเล่นงานศาลโลก เพราะเขาอ้างเรื่องอายุความของการสงวนฯ แต่เพราะการตัดสินของศาลโลกที่ค้านข้อเท้จจริงของปัญหามันเลยยุติปัญหาไม่ได้เพราะมันมีเรื่องไม่ชอบมาพากลอยู่จนมันปะทุแบบนี้เพราะศาลโลกวางกับดักไว้หลายเรื่อง
เรื่องแรก การตัดสินไม่ชัดเจนเรื่องตัวปราสาท กับตัวดินแดนหรืออาณาเขต จนเป็นเหตุให้สองฝ่ายตีความเข้าข้างตัวเอง
2)การตัดสินตอนนั้นขาดความครบถ้วนของหลักฐานที่สำคัญหลายๆเรื่องเช่นพยานธรรมชาติที่เป็นพยานหลักกลับละเลย ไปใช้สนธิสัญญา ทั้งที่ตัวสนธิสัญญาของฝรั่งไล่ชกกันเองในศาล แต่ศาลกลับหลักหูหลับตาตัดสินค้านกันเองในตัวพยานหลายเรื่อง(สนธิสัญญาขัดแย้งกันเองอันแรกยึดสันปันน้ำ แต่แผนที่กลับเขียนลักไก่มา)
ตอนนี้เป้าหมายเราคือเล่นงานศาลโลกแฉพฤติกรรมศาลโลกต่อเวทีโลก หลายแบบในนอกรอบก่อนเพื่อซาวเสียง เมื่อชาวโลกได้เห็นความไม่ชอบมาพากล จนเห็นด้วยกับเราว่าเขมรถือโฉนดที่ศาลโลกออกให้ผิดกฎหมายเขมรที่มั่นใจท้าเราเหยงๆอยู่นั้น เพราะไม่รู้ว่าตัวเองถือเอกสารสิทธิที่ไม่ถูกกฏหมายที่ออกให้โดยศาลพระภูมิโลก

เราเอาข้อมูลรอบด้านทั้งพยานที่หลายด้านกว่าศาลโลกขณะนั้นที่ไม่ครบถ้วน เสนอต่อเวทีโลก จนเขาเห็นด้วยกับเรา โดยใช้วิกฤตินี้ให้เป็นโอกาสโดยเป้าหมายเราคือเล่นงานศาลโลก เพราะเราไม่มีอะไรจะเสีย เพราะเคยเสียหายจากศาลโลกไปแล้ว แต่ก่อนที่เราจะรุกเราต้องใช้ประชามติจากเวทีโลกก่อนว่าเห็นด้วยกับเรื่องนี้ขนาดไหนว่าศาลโลก ทำเรื่องเสียหายรวมหัวกันรังแกเราจริงไหม?
เราเอาข้อเท็จจริงที่ครบทุกมิติชี้แจงเพื่อให้เขมรกลายเป็นคนรับของโจร โดยที่ไม่รู้ตัวปล่อยให้เขาโชว์ของโจรต่อชาวโลกต่อไป เรากำลังจะฉีกหน้าหรือหาคนโกงกดขี่ตัวปัญหาตัวจริงที่เขาไปร้องประจานนั้นเด๊ยวก็รู้ว่านั้นมันประจานใครกันแน่?รอข้อมูลที่ครบถ้วนทุกมิติกว่านั้น ผมจึงเห็นว่าการเจรจาทวิฯนั้นเราเสียหายมากว่าหารพื้นที่เราให้เขมรไปอีกเกิน99%คือเสียหาย เพิ่ม46ตร.กม.
นี่คือทางออกทวิฯคือเราเสียอีกถึงจะจบ แต่ถ้าเราสู้เรามีโอกาสรื้อได้ทั้งหมด กับเสีย46คร.กมเท่าเดิม ดังนั้นการเจรจาทวิฯ ไม่ใช่เป้าหมายเรา เพราะเรื่องนี้ไม่ใช่เราเล่นเองแต่เขมรเป็นคนเปิดหน้าท้าเรา จะเอามากกว่าที่เคยโกงไปได้ เพราะได้ใจเปิดโอกาสเปิดหน้าท้าให้เราจะทวงคืนทั้งหมดไม่ร

อะตอม

คือเรื่องนี้ต้องให้สังคมเข้าใจก่อนว่าเขมรเป็นคนเปิดสึกเปิดหน้าท้าเรา ถ้าเราสุ้เราเล่นกลับเอาคืนได้ แต่ถ้าหยวนๆ เสียหายน้อยหน่อย หรือถ้าไม่สู้เลย ทั้งภูเขาลากยาวเลยเพราะเขมรมั่นใจในใบรับรองโฉดที่ไม่โกงมารอแค่ใบรับรองการตีความเพิ่มเติมก้จะรับที่ดินจากเราอีกอื้อเลย

พุดง่ายคือเหม็รได้คืบจะเอาศอก ศอกไม่พอขาอีก23456วากว่าๆ หรือมากกว่านั้นยิ่งดีดุจากท่าทีสิขยับรุกไปเรื่อยๆ เมื่อเห็นเราตั้งตัวไม่ติดปัญหาที่เวทีดลกไม่รู้คือใครโดนเอาเปรียบใครเสียเปรียบโดนเล่นกันแน่ที่ชาวโลกฟหารู้ไม่ว่าตัวเล้กแสบแบบเขมรนี่ไม่ธรรมดา จะมามองแค่ว่าคนตัวใหญ่รังแกอย่างเดียวไม่ได้ แต่เราโทษเขาไม่ได้เรพาะเราเองไม่รักษาสิทธิในการชี้แจงสังคมโลกให้เข้าถึงจริงๆ

ดังนั้นเวทีโลกเห็นแต่เจ้าตัวเล็กโพยทนาบนความน่าจะเป็นเสริมว่ายังงัยงานนี้ตัวใหญ่ต้องรังแกตัวเล็กแน่ๆ หารู้ไม่ว่าตัวเล็กแสบก็มีเรื่องนี้คือการบ้านในเวทีโลกจุดสลบที่เราจะหยึดเขมร เล่นแห่กลองยาวประจานเราทั่วเวทีโลกคือบันทึกข้อตกลงปี 43เรื่องจะต้องไม่มีใครเข้าไปทำอะไรในพื้นที่ตรงนั้น แต่เขมรกลับทั้งสิ่งปลูกสร้างถาวร(วัด)ทั้งคน

แต่ตอแหลชาวโลกว่าเราเอากำลังเข้าไปในเขตดินแดนเขาต่อยูเอ็นแต่ความจริงคือตัวเขมรเองนั้นแหล่ะ ทั้งตอแหลทั้งแสกกว่าแบบมีหลักฐานนั้นคือสิ่งปลูกสร้างและคนเล่นกันยาวนานถาวรเลยเราประท้วงหลายครั้งยังเฉยต่อบันทึกปี43 เรามาทีหลังแต่ฉีกหน้าให้เน้นๆจะจะ เอาให้เสียหมาเป็นเด็กเลี้ยงแกะไปเลยต่อเวทีโลก เพราะเขามั่นใจเลยย่ามใจ นั้นคือจุดอ่อนในจุดแข็ง(คนวิ่งก่อนเลยเป็นต่อในการนำ) ไม่เป็นไร เหม็รนั้นเขาจิ๊กโก๋กิโลเดียว

ปล่อยไปเดียวจอดแต่สิ่งที่ห่วงที่สุดคือ ไส้ศึกตอนนี้เขมรรู้เราทุกมุมทุกการเคลื่อนไหว(เพราะใครไปได้เสียตรงนั้นกับเขมรหรือเปล่าเราเสี้ยม) ผมเป็นห่วงมากที่สุดคือท่าทีรัฐบาลนี้จะจริงใจแค่ไหน ไว้ใจได้แค่ไหน เพราะเริ่มสตาร์ทก็ไม่ใชอบมาพากลแล้ว เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ห่วงสุดๆในตัวเอกภาพของทิศทางและไส้ศึก ลำพังแก้เกมเขมรตรงๆนั้นผมไม่กลัวเท่าไหร่(เรื่องนี้ไม่ใช่ระแวงลมมีการเคลื่อนไหวแบบนี้จริงๆ)ผมกลัวแบบไส้ศึกพม่าสมัยนั้นจากคนไทยด้วยกันเองแบบในนี้???

อะตอม

อย่าไปกลัวเรื่องเวทีโลก เพราะเขมรก็หมกเม็ดสมรู้ร่วมคิดกับศาลโลกและหลายๆเรื่องมาเล่นงานเราไม่ถูกต้องหลายเรื่อง แต่เราต้องดึงเกมยาวเพื่อใช้เวลาในการทำการบ้านเตรียมหลักฐาน จับเท็จเด็กเลี้ยงแกะในเวทีโลกต่อเวทีโลก

แหลอันดับแรกคือบันทึกข้อตกลงปี43 เรื่องจะไม่เข้าไปในพื้นที่แบบนั้น แต่นี่ไม่ใช่แค่เข้าแต่สร้างสิ่งปลูกสร้างมีคนเข้าไปตั้งรกรากถาวรเลยแต่ที่เที่ยวไปประกาศปาวๆกับชาวโลกว่าเรายกกำลังเข้าไปประชิดในดินแดนเขานั้น เรายังแค่ประชิด แต่เขานั้นละเมิดยาวเลยหลักฐานชัดเจนฟ้องเห็นๆ
เรื่องแบบนี้ต้องออกหมัดให้แน่นๆ เน้นๆ เอาให้เสียหมาเสียคนไปเลย แล้วค่อยเตรียมหลักฐาน ซ้อนหมัดเด็ด หนุมารถวายแผน เอาให้หนักกับมุกแผนที่หมกเม็ดนี้ เตรียมดีดีซ้อมให้ดีมวยไทยเราต้องดังไปทั่วโลก และชกจริงต้องใช้งานจริงได้ด้วย เขาอ้างนักอ้างหนาศาลโลก และหมดอายุการขอสงวนฯนั้นน่ะ แต่ที่เขมรเปิดหน้าท้าเราขึ้นเวทีชิงแชมป์อีกรอบเองส้มหล่นล่ะไม่ว่ากลัวอะไร

ก็เท่ากับเปิดโอกาสให้เราชิงตำแหน่งอีกรอบ เราทิ้งโอกาสแบบนี้ก็โง่เต็มที ไปกลัวทำไม่เวทีโลก (พหุฯ)แล้วบอกว่าต้องเน้นเจรจา ทวิฯ ถูกต้องครับต้องเน้นตรงนี้ก่อนเพื่อประวิงเวลา ซ้อมหมัดเด็ด ข้อมูลเด็ดก่อนค่อยขึ้นต่อย ตอนนี้เอาแค่แย็ปแถวนี้กับเวทีทวิฯมวยวัดไปก่อน ให้ลูกหลานนายขนมต้มฝึกเคล็ดลับวิชา หนุมานถวายแผน มณโทนั่งแท่น หักงวงอัยการ(ศาลโลก)

เราไม่ได้ดื้อแพ่งหรือขัดขืนมติโลก แต่ศาลโลกต่างหากคือคนวางยาปัญหาเรื่องนี้เอาไว้เราแค่รักษาสิทธิจากศิษย์ในคาถาศาลโลก(เขมร)ท้าเราขึ้นชกเดิมพันอีกรอบเอง แบบนี้จะไปเหนียมทำไม มวยไทยเราขึ้นชื่อ(แต่ซื่อบื้อเรื่องศาลแค่นั้นเอง)ไม่เป็นไรมีคนเทรนให้ เขมรเปิดหน้าท้าเหย่งๆ แต่คนของเราระดับปฎิบัติกลัวโน้นกล้วนี่ ขอต่อรองต่อยแค่เวทีมวยวัด หรือไม่ก็ฟัดกันข้างถนน

ที่มีแต่เสียได้อะไร เจ็บตัวเปล่าๆแถมเสียเงินเสียดินแดนอีก โน้น เวทีมวยโลก กับตำแหน่งแชมป์ที่มีพระวิหารเป็นเดิมพันโน้น เขมรก็ให้โอกาสท้าชิงเห็นๆ ถามจริงกลัวอะไร ต่อยเวทีมวยวัดหรือกัดข้างถนนก็เสียเท่าเดิมขึ้นศาลโลกเท่าเดิมตอนนี้ที่ควรทำคือใช้เวลาฝึกมวยให้แน่นให้แม่น เมื่อชัดเจนทั้งกรรมการและคนดูคนเชียร์จากการหยั่งเสียงนอกรอบแล้วจนได้เคล็ดลับวิชาหมัดเด็ด
กระโดดขึ้นไปชกเลยโอกาสแชมป์ที่มีพระวิหารเป็นเดิมพันยังมี มวยวัดแบบนี้มีแต่เสียกับเสียกลัวอะไรใช่ไหมพี่เขาทราย???

อะตอม

ครับประเด็นเรื่องการพัฒนาร่วมแบบอเมริกากับแคนนาดานั้น เป็นเรื่องที่น่าสนใจเป็นทางออกที่น่าจะพยายามให้ไปถึงจุดนั้นเพื่อความยั่งยืนในการอยู่ร่วมมกันอย่างสันติ แต่ว่า กรอบการเจรจา จนได้อำนาจต่อรอง มันจะต้องได้สัก50/50 หรือ70/30 ก็ยังดีในอำนาจการต่อรองแต่ความเป็นจริงพื้นที่ตรงนั้นเขมรผูกขาดการต่อรองชนิดเกิน90/10

และเมื่อรวมกับประเด็นทุ่นระเบิดความระแวงกันตามชายแดนตอนนี้เพราะความไม่ชัดเจนเรื่องดินแดนอธิปไตยตกลงของใครจัดการนี้หรือถอดสลักตรงนี้ให้ได้ก่อน รวมทั้งให้เราต่อรองจนสามารถขึ้นทะเบียนร่วมกันให้ได้ก่อนการต่อรองอำนาจการต่อรองมันจึงจะไป ใกล้เคียงกัน ถึงจุดนั้น เราค่อยมาว่ากัน

แต่ตอนนี้เขมรเปิดหน้าเปิดทุกเวทีท้าเราเหย่งๆ เขาไม่ต้องการอย่างนั้นเขาปฎิเสธมาตลอดไม่ใช่ว่าเราไม่แสดงจุดยืนแบบนั้น แต่เขาไม่ยอม และถ้าเราไปยอม นอกจากเรายอมเป็นรอง10/90ในข้อตกลงแบบนี้เรายังต้องเสียดินแดนอีกเท่าไหร่อย่างน้อย4.6ตร.กม เรื่องแบบนี้เราจะข้ามไปคุยกรอบเจรจาแบบอื่นๆได้อย่างไร???

เพราะเงื่อนไขของเขมรเขาก็เฉลยออกมาแล้วว่าต้องแบบนี้ เราต่อรองไม่ได้ หรือได้ก็ต้องยอมเสียดินแดนก่อน แบบนี้มันจะเป็นกรอบเจรจาเพื่อพัฒนาร่วมได้อย่างไร เขาเรียกการเจรจาแบบมัดมือชก แถมปล้นทรัพย์สินที่ติดตัวมาด้วย มันได้เหรอมันใช่เหรอคุณสุรชาติ???

ไทย

รักชาติต้องไม่เอาชาติเข้าสงคราม หัวข้อน่าสนใจยิ่ง ถ้าจำเป็นสงครามก็เป็นหนทางที่ดีมิใช่หรือ สงครามไม่ใช่สิ่งเลวร้ายทุกคราวไป แต่ถ้าสงครามเพื่อป่าไม้ผมก็ไม่เอานะ อิอิ ถ้าสงครามเพื่อป้องกันดินแดนคือหนทางที่ดีกว่ามานั่งแสดงภูมิปัญญารักสันติ อย่าสู้เขานะ ปัญญาอ่อนสิ้นดีนักวิชาการร่วมสมัย

อะตอม

ครับใครจะแบนหรืออะไรให้ผมพูดคนเดียวผม แค่ถือว่าผมทำหน้าที่ของตัวเองที่ได้ปราวณาตัวไว้กับ??? ในการใช้พื้นที่เล็กๆ แบบนี้ในการชี้ปัญหาบ้านเมือง เพราะเราโดยบทบาททำได้แค่นี้ผมไม่ใช่คณะรมต. หรือข้าราชการที่เกี่ยวข้องทำได้จริงๆก็สิทธิขั้นพื้นฐานในการตรวจสอบที่หลายคนเคยด่าผมดีแต่พูดแต่เก่งในนี้?

ผมเชคข้อมูลเบื้องต้นแล้ว เรื่องทวงคืนฯ นั้นไม่ใช่เรื่องเพ้อฝัน หรือฟื้นฝอย การพูดตัดปิดทางตัวเองเรื่อง การขอสงวนหมดอายุ(ผมว่าคนพูดลองไปอ่านหนังสือเอกสารลับเขาพระวิหารในเครือมติชน) ผมก็ยังไม่เห็นเพราะเขายังไม่วางแผง แต่พูดเรื่องสงวนฯนี้ไว้ชัดเจนว่าเรายังมีสิทธิ(ดูเหมือนคุณสรยุทธจะนำมาเผยแพร่)แต่ผมฟังไม่ค่อยชัดเข้าห้องน้ำอยู่ พยายามหาข้อมูลแต่ไม่มีเวลาตามแผลหนังสือก็ยังไม่วาง
แต่ข้อมูลส่วนตัวตอนนี้ ศาลโลกพลาดหลายเรื่อง และศาลโลกคือต้นเหตุแห่งปัญหาเรื่องนี้เขาวางยาไว้หลายเรื่อง ทั้งคำตัดสินไม่ชัดเจน(จนสองฝ่ายเอาไปตีความเข้าข้างตัวเองมีปัญหาขณะนี้) นี่คืออีกช่องทางหนึ่งสำหรับการรื้อคดีที่นอกจากการที่เขมรเสนอศาลโลกให้มีการชิงแชมป์ใหม่ หรือแมตซ์ล้างตา ที่ไม่ต้องอ้างเรื่องหมดอายุความการขอสงวนฯก็ได้แต่เรื่องนี้ชงขึ้นใหม่ได้หลายทาง

ผมดูแล้วเรามีสิทธิใช้หมัดเด็ดท่าไม้ตาย"หักงวงอัยการ(ศาลโลก)" ได้แน่ๆ ศาลโลกพลาดหลายเรื่อง เอาแค่คำวินิจฉัยศาลที่ร่วมลงมติก็เห็นช่องทางกลายๆโดยไม่ต้องชงเพิ่ม เราก็จะใช้ไม้ตายอีกท่า นั้นคือ"หนุมานถวายแผน" ให้ทั้งเขมร,ฝรั่งเศส,ศาลโลกหน้าหงายไปตามๆกัน
มีอย่างที่ไหนจะมาใช้กฎหมายปิดปากมัดมือชก กันง่ายผิดหลักนิติธรรม
เพราะกฏหมายปิดปากมีเงื่อนไขการใช้รายละเอียดเยอะมากกว่าจะใช้ได้ และกรณีนี้ ขัดแย้งในตัวเองหลายเรื่องมาก การอ้างแผนที่อันนั้นหาว่าเรายอมรับ ทั้งที่เราถือสนธิสัญญาอันก่อนและยืนยันมาตลอด ทางพฤตินัยเราก็ไม่ได้ยอมรับแผนที่นั้นอยู่แล้ว ขัดแย้งกับคำที่ว่าเราเห็นแล้วเฉยก็เท่ากับยอมรับ แต่เรายอมรับในสนธิสัญญาที่ว่าด้วยสันปันน้ำ

ที่กฎหมายปิดปากใช้กับเราไม่ได้มันขัดแย้งหลายเรื่อง ทั้งสนธิสัญญาที่อ้างคือหลักเกณฑ์หลักก็ไล่ชกกันเองรวมทั้งกฎหมายปิดปากก็ขาดความสมบูรณ์ในหลักการบังคับใช้(เงื่อนไขมันมีมากกว่านั้น) ใช้แบบทะเลาะกันเอง ผมยังไม่มีเวลาเข้าห้องสมุดรวบรวมเพิ่มเติมเอาแค่ข้อมูลดิบๆของตัวเองตอนนี้ ศาลโลกโดนหนักแน่ ขอแฉให้หน้าหงายได้คืนไม่ได้ช่างมันไมมี?จ

อะตอม

ส่วนเรื่องสงครามเป็นเรื่องไร้สาระน่ะ?สมัยนี้แล้วใครทำกับปัญหานี้(ถ้าสิ่งที่ผมกำลังพูดในการใช้การต่อสู้ด้วยวิธีหรือในเวทีที่สง่างามกว่าสงครามมีอารยะกว่าเยอะ) จนกว่าจะถึงที่สุดในวิธีการแบบผมใครไปทำสงครามก่อนถือว่าผิดพลาดมหาศาล

ตอนนี้การชงเรื่องให้เขมรข้ามขั้นตอนนั้นทำถูกแล้วและกระแสโลกก็ตอบมาแบบนี้ เราจึงต้องกดดันเขมรด้วยเรื่องนี้ต่อ เพื่อที่เราจะได้เตรียมข้อมูลทัน ที่สำคัญตอนนี้เวทียูเอ็นเงื่อนไขที่เขา(เขมร)จะชงเข้าเร่งด่วนมีอะไรบ้างเราเชคให้ดี อย่าพึ่งให้เข้าตอนนี้เราเสียเปรียบ หรือเสนอตอกกลับไปก็ได้ ว่าเขมรนั้นล่ะตัวตอแหล(ละเมิดข้อตกลงร่วมกันปี43) ชัดเจนของเราแค่ตรึงกำลัง
แต่เขมรละเมิดทั้งที่เราประท้วงหลายครั้ง นั้นคือเขมรไม่ใช่แค่ตรึงกำลังแต่ละเมิดข้อตกลงเห็นๆกับสิ่งปลูกสร้างและคนเข้าไปอยู่ถาวรละเมิดข้อตกลง เอาตรงนี้ในการเสนอต่อยูเอ็นฯตอกกลับว่าเขมรแหลอย่างไร?เราเสนอย้อนรอยไปแบบมาดผู้ใหญ่กว่านั้นคือขนาดโดนละเมิดจะๆเห็นๆเรายังไม่ฟ้องอะไร? แต่เขมรเรายังไม่ได้อะไรเลยกลับไปร้องแรกแหกกระเซอแห่กลองยาวประจานเราทั่วโลก

มันเป็นตัวเล็กแสบไหมล่ะ?ตีหัวพี่แล้วปิดประตูเข้าห้องฟ้องผู้ใหญ่พ่อแม่ว่าโดนรังแก มันเป็นน้องตอแหลไหม? เชื่อได้ไหมยูเอ็นฯ? แล้วแบบนี้ยูเอ็นโดนเด็กเลี้ยงแกะหลอกเอาไหม?นี่คือทางกันยูเอ็นไว้ก่อนด้วยข้อเท็จจริงแบบนี้
ส่วนนางเนสโก้จังฯจอมสาระแนยอมเป็นเมียเก็บเขมรเรื่องนี้เราต้องประจานความไม่มีมาตรฐานของนังเนสโก้ฯจังที่รวมหัวกับสามี(ผัวเขมร)แอบตีท้ายครัวเราหลักเกณฑ์ที่หน้าด้านแบบนี้หลับหูหลับตาเป็นชู้กันไม่อายฟ้าดิน ได้ไง? เราแฉเลย ถึงถอนชื่อประท้วงฯ ให้เหตุผลว่าเพื่อศักด์ศรีประเทศจะไม่ร่วมสังฆกรรม กับหน่วยงานระดับโลกทำตัวเป็นเมียน้อย กับคู่กรณีเรา?

หรือเป็นเจ้าหน้าที่หลวงโลกแต่ทำตัวเป็นชู้กับแค่ผู้ใหญ่บ้านเขมร มันงามหน้าไหมล่ะ? เอาอะไรเป็นความน่าเชื่อถือการยอมทิ้งมาตรฐานราชการโลกมาเป็นชู้กับแค่ระดับผญบ.เขมร ไร้ศักดิ์ศรีคนหลวงราชการโลก เอาแค่นี้นังเนสโก้ฯจังก็เสียหายแล้วถ้าไม่ทบทวนเรื่องนี้เสียหายยาวต่อความน่าเชื่อถือให้ทำงานสำคัญต่อราชการโลกต่อไป?

อีแค่แค่ผู้ใหญ่บ้านเขมรแค่นี้ยังยอมได้เสียด้วย รู้ไปถึงไหนอายไปถึงนั้น นี่คือข้อหานังยูเนสโก้จังต่อเวทีโลกถ้าไม่ยอมทบทวนการให้เขมรขึ้นเดี่ยวรวมหัวกันมาทำอะไรหลังบ้านกับอธิปไตยไทยตีท้ายครัวไหมแบบนี้???

อารยา

เห็นด้วยกับคุณอะตอมในแง่ยุทธศาสตร์ที่ต้องเป็นฝ่ายรุก แต่อ่านสนุกจนบ่อยครั้งจับสารสำคัญไม่ติด มีประเด็นที่ยุทธวิธีที่ออกจะเสี่ยงที่ยุให้ไปทะเลาะกับศาลโลก อย่าลืมว่าตอนนี้มีหลายเวที นอกจากศาลโลกที่ผมว่าควรเอามาเป็นตัวประกอบมากกว่าเป็นคู่ชก ยังมีศูนย์มรดกโลก มี GBC ล่าสุดมี UNSC ทั้งหมดเป็นเวทีประกอบ สนามที่จะขึ้นร่ายแม่ไม้หักงวงอัยรา หรือส่งหนุมานไปถวายสาก เอ๊ย แหวน คือที่ไหนก็ได้ ตัวต่อตัว ทวิภาคี แล้วล่อให้เขมรหัวทิ่มลอดเชือกไปเจอตอหน้าแตกโดยเราไม่ต้องออกอาวุธหนัก ไม่ต้องน๊อคเร็วเพราะคนดูจะเชื่อว่าเราโหด รังแกเด็กจริงอย่างที่โพทนา ไม่สง่างาม ต้องให้แฟนทั้งสองมุมเห็นว่าเป็นมวยคนละชั้น และสมเพชที่กระโดดขึ้นมาเปรียบแล้วเดินเปิดหน้าให้จวกตลอด
ปลายยกห้าจึงค่อยน๊อคด้วย "แผ่นดงเร็ก 2447" ที่แนบท้ายสนธิสัญญาสยาม-ฝรั่งเศสปีเดียวกันนั้น

ส่วนสนธิสัญญาให้รับซื้อของโจรปี 2450 ทำการฌาปนกิจเผาทิ้งให้คนดูเห็นบนสังเวียนนั้น
จากนั้นจึงตีปี๊บให้ดังไปถึงศาลโลก ส่วนชู้เขมรอย่าไปว่าเขามาก เพราะวันหลังยังต้องพึ่งเอาขึ้นทะเบียน และจะชนะใจคนดูเมื่อบอกเขมรให้มาจดทะเบียนเป็นเจ้าของร่วม

แต่นั่นต้องเคลียร์แล้วว่า ทั้งพนมดงเร็กอยู่เหนือสันปันน้ำ หมายถึงเขาวิหารทั้งลูกเป็นของเราทั้งหมด
ส่วนจดหมายรักจากโตเกียว 2484 บอกแค่ขอบคุณ เพราะเจ้าตัวยังเอาตัวแทบไม่รอดเมื่อปี 2488 ที่ยกให้ มีจำปาศักดิ์ ศรีโสภณ พระตะบอง เสียมเรียบ พิบูลสงครามอะไรนั่น ยกให้เป็นทาน และกำชับพระยาละแวกเฮนซุนให้ปกครองดูแลประชาชนในแว่นแคว้นเหล่านั้นให้อยู่ดีกินดี เราไม่เอาคืน แค่นี้ก็พอใจแล้ว

อุปรากรเรื่องนี้เล่นกันยาวร้อยปี แถมจบลงแบบ Ever after...แฮปปี้สุดๆ หาดูที่ไหนไม่ได้อีกแล้วครับ

อะตอม

ครับคุณอารยา ผมพยายามจะเน้นสีสันและอารมณ์ขันในการนำเสนอเพื่อให้คุยไม่เครียสตามเนื้อหาที่ซีเรียส แต่พยายามจะใส่สาระหรือประเด็นสำคัญๆที่อ่านจนเข้าใจทั้งหมดเท่านั้นจึงจะตีความตามเนื้อหาที่จะนำเสนอได้ ที่บางเรื่องมันอาจจะดูเกินๆไปบ้างแต่เพื่อให้เป็นสีสันหรือชี้ให้เห็นถึงตัวตนในพฤติกรรมของสิ่งที่ผมกล่าวถึง(แม้เขาจะยังไม่ขนาดนั้น)
เอาเป็นว่าทั้งหมดนี้อยู่ที่พัฒนการของการเจรจาระดับทวิฯเป็นตัวตั้ง ว่าเขมรยอมลดระดับการรุกข้างเดียวกับเราขนาดไหน เขาจะมองผลเสียที่อาจจะเกิดจากการเล็งผลเลิศฝ่ายเดียวโดยเข้าใจว่าเรารู้ไม่ทัน การเจรจาเบื้องต้นจึงต้องทั้งขู่ทั้งทั้งกล่อมน้อง ขี้ฟ้องคนนี้ว่าที่สุดแล้วจะเจอพี่เล่นกลับอะไรบ้าง

ไล่เป็นฉากๆ เพื่อบีบให้เขายอมเจรจาตกลงระดับทวิฯ เพื่อให้เข้าข้อตกลงที่ทั้งสองฝ่ายวินวิน ไม่มัดมือชกและเจตนารีดทรัพย์พี่ เพราะเข้าใจว่าตัวเองเป็นต่อ เช่นการเสนอเป็นมรดกโลกร่วมกัน และบริหารจัดการร่วมกันไปก่อน เรื่องดินแดนทับซ้อนค่อยถอยออกทางพูดจากันตามที่เราเสนอเบื้องต้น แต่ถ้านองเกินดื้อหนักๆ พี่จะตีให้หลังลายและฟ้องพ่อฟ้องแม่ไม่ได้ด้วยเพราะพี่คุยดักคอไม่หมดแล้วว่าน้องมีพฤติกรรมเด็กเลี้ยงแกะอย่างไร
แล้วถ้าน้องยังดื้อแพ่งจะเอาฝ่ายเดียวพี่ก็จะเล่นหลักขนาดที่น้องไม่เหลืออะไรเลยก็ได้ เพราะพี่มีแผนไว้แล้ว123 บอกให้ตรงๆแบแผนให้เห็นด้วยเพราะมันชัดเจนกว่าที่จะมาแก้เกมตัดได้ อะไรบ้างที่น้องเหม็รจะเสียถ้ายังกร่างรุกหนักไม่ฟังกันแบบนี้

ส่วนนังยูเนสโกจังนั้นผมใส่สีสันให้เกินจริงแต่เรื่องนี้เราต้อง แสดงออกบ้างให้โลกรู้ว่าเราถูกกระทำและไม่เป็นธรรมอย่างไร เช่นอยู่ดีๆจะให้ใครมาบริหารจัดการเหนืออธิปไตยไทยเราแบบตีท้ายครัว(7ประเทศ) แล้วถ้าวันดีคืนดีเกิดลงมติ6/1เราเสียงเดียวว่า ขอพื้นที่ไทยเพิ่มเพื่อ ความสมบูรณ์หรือมรดกโลกมีเสื้อผ้าใส่ ทำไงล่ะอธิปไตยเราไหม
แล้วมันทำอย่างนี้กับเราเป็นธรรมไหมเพราะตัวปราสาทก็ของเขมรและถ้าเขมรไม่พอใจปิดทางขึ้น แถมเสื้อผ้าก็เอาไปจากเราแต่เราเจ้าของอธิปไตยในเสื้อผ้านั้นได้แต่มองตาปริบๆ ให้เขมรโซ้ยคนเดียว มันชอบธรรมกับเราเหรอ และหลักเกณฑ์ขอขึ้นที่เป็นมาตรฐานหรือประเพณีเดิมๆอยู่ไหน? ทำไมเลือกปฎิบัติแบบนี้
เรากำลังรักษาสิทธิและป้องกันอธิปไตย ไม่ได้ด่าใครส่วนใครมีพฤติกรรมแบบนั้นเอง ก็ส่วนของเขา เพียงแต่เราชี้ให้คนอื่นเห็นว่าเราแค่ขอความเป็นธรรมแค่นั้น

อะตอม

ครับเจรจาล่าสุด28 กค.นี้ ไม่มีอะไรคืบหน้า นอกจากข้อควรระวังเรื่องกำลังทหารซึ่งก็ใช่ว่าจะเป็นตัวแปรที่นิ่งเพราะตัวแปรนี้ปรับเปลี่ยนได้ทุกวินาที ที่มีเงื่อนไขปัจจัยเสริมอื่นๆ ผมยังเชื่อว่าเขมรต้องการให้ 4.6ตรกม.นั้น ดันให้ศาลโลกยืนยันตามคำตัดสิน ปี2505ให้ตีความเพิ่มเติมว่าเป็นของเขา
เรื่องมันจึงติดอยู่ที่เรื่องนี้ แล้วถ้าแบบนี้ ต่อให้อีกร้อยเตชเจรจาเขมรก็จะยังคงจบประเด็นเรื่อง4.6ตรกม.ไม่ลง? นอกซ่ะจากเรายอมยกให้ในเวทีนอกรอบ (ซึ่งก็ยากอีกล่ะที่เราจะยอมเพราะสัญญานจากข้างบนลงมาแล้วว่ายอมไม่ได้) แม้รัฐบาลท่านหมักยอมตั้งแต่ในมุ้งแล้ว ถ้าให้ไปชกอีกก็คงเตรียมท่านอนหลับยาวกลางอากาศล้มมวยในท่าถูกเขมรน็อคในท่าสุดสวย

ยังดีที่ท่านเตชมาขั้นกลางจากตัวแทนข้าราชการการเมืองในพระองค์ท่านลดความไม่ไว้วางใจในภาพเดิมของนพดล แบบนี้เราต้องเตรียมแผนสองที่ผมพูดไว้ข้างบนในการที่เราจะต้องเตรียมข้อมูลหลักฐานไปขึ้นศาลโลกอีกรอบ และถ้าเตรียมการดีดีมีการหยั่งเสียงนอกรอบจากข้อมูลใหม่ของเรา

(ถ้าหาใครมือไม่ถึงผมอยากรวบรวมเอง)ผมมั่นใจว่าผมน็อคศาลโลกและเขมรจนถึงหลักฐานหมกเม็ดของฝรั่งเศสได้ถ้าเราทำกันอย่างเต็มที่และกำหนดยุทธศาสตร์ให้เราสู้เต็มตัว ส่วนตัวผมยังเกรงๆว่าเรายังกลัวเราจะเสียเพิ่มกว่านั้นเพราะความไม่รู้และความที่แหยงๆจากที่เคยเสียก่อนนั้น ทั้งที่ตอนนั้นเราพกความมั่นใจไปเต็มที่แต่ยังเสียหายได้

ความกลัวตรงนี้จึงทำให้เราไม่กล้าสู้เต็มตัวจึงมุ่งประเด็นทวิฯที่ไม่มีอะไรคืบหน้า และถ้าคืบเราก็จะต้องเสียศอกอย่างไม่ต้องสงสัย 4.6เสียแน่นอน?ถ้าจะจบแบบทวิฯแต่ถ้าเดินหน้าตามแผนผม เรามีสิทธิได้คืนทั้งเขาพระวิหาร
ผมพูดแล้วใจเต้นแรงเพราะอยากทำเองอยากรวบรวมข้อมูลเองและรับงานนี้เอง ???เพราะผมมั่นใจว่าเราน็อคศาลโลกได้แต่ต้องเอาจริงและ กล้าสู้เต็มตัว ดำเนินแผนอย่างเป็นระบบเอาจริงเอาจังและตั้งหน่วยงานพิเศษลับๆขึ้นมา(คล้ายๆเสรีไทย) เตรียมการรุกสองหน้ากับเขมร ดาบสองที่ผมกำลังจะเสนอนี้ หมัดน็อคศาลโลกเลยครับ

เงื่อนไขนี้ไม่ใช่เราดื้อแพ่งต่อองค์กรโลกแต่เรากำลังจะรักษาสิทธิและการปกป้องอธิปไตยเราเอง และยืนยันความถูกต้องเพื่อกู้ศักดิศรีชนชาติไทยให้ทั่วโลกไม่มาดูถูกราได้ถ้าเรากู้หน้าโดยน็อกคำตัดสินศาลโลก ด้วยข้อเท็จจริงของระบบยุติธรรม อย่างอื่นจะตามมาอีกเยอะ ถ้าเราแพ้ก็แค่เสีย4.6แต่โลกเข้าใจเรามากขึ้นต่อเรื่องนี้

อะตอม

แม้กรอบแบบทวิฯตอนนี้เราต้องเดินเกมตรงนี้ก่อน และใช้วิกฤตตรงนี้เป็นโอกาส และเพื่อไม่ให้กรอบการเจรจาเสียเวลาเปล่าๆ นั้นคือเราจะต้องพยายามแนบเรื่องอื่นที่เป็นเรื่องที่ต่อเนื่องกัน เช่นหาความคืบหน้าในส่วนอื่น(ผมเชื่อว่าตรงนี้พระวิหารนี้เขมรเตรียมการมาเป็นอย่างดีจบยาก)
ดังนั้นกรอบเจรจาแบบทวิฯจึงควรขยายไปสร้างความคืบหน้าเรื่องอื่นๆบ้างเช่นการปักปันเขตแดนร่วมในพื้นที่อื่นที่ไม่มีปัญหาตลอดจนกรอบเจรจาอื่นๆที่ผมเชื่อว่าเขมรอาจจะหลวมๆ เช่นผลประโยชน์ทางทะเลฯที่เป็นพื้นที่ที่ต้องพัฒนาร่วมกัน แต่เพราะเขมรมุ่งเน้นเรื่องพระวิหาร ซึ่งอาจจะหลวมๆที่เราจะเร่งเจรจาในเชิงรุกเพราะเขมรเห็นว่าได้เปรียบเรื่องพระวิหาร

การต่อรองด้านอื่นๆที่เขมอาจจะหลวมๆ และเป็นโอกาสที่เราจะได้เตรียมการอีกด้านหนึ่งที่ผมว่าไว้ในทางลับแบบลักษณะเสรีไทย คือเตรียมการตามแผนนี้ไว้ แม้จะได้ใช้หรือไม่ได้ใช้แต่เพื่อไม่ประมาท เพราะผมประเมินแล้วว่าเขมรชงเรื่องถึงศาลแน่นอน เพื่อยืนยันมติศาลโลกปี2505ตีความเรื่อง4.6ตรกม.
เวทีทวิฯเอาเรื่องนี้ไม่อยู่หรอกเขมรชงเรื่องขนาดนี้จบยาก? หรือมีประโยชน์ก็กรอบเจรจาเรื่องอื่นๆ กันเสียเวลาและถ่วงเวลาให้เราเตรียมการเพื่อเข้าสู่ศาลโลกอย่างที่มีความพร้อมที่สุดก่อนเพื่อไม่ประมาท และถือเป็นโอกาสของเราด้วยถ้าเตรียมดีดีผมเชื่อมั่นว่าเราถึงน็อคศาลโลกได้แม้แต่ข้อมูลหมกเม็ดของฝรั่งเศส
เพราะเมื่อถึงศาลโลกแล้วถ้าเราไม่สู้เราเตรียมเสีย4.6ตรกม.แน่นอนแต่ถ้าเราสู้แล้วต้องเต็มตัวเพื่อเป้าหมายที่มากกว่านั้นจึงจะคุ้มนั้นคือ เอาคืนทั้งหมด ด้วยข้อมูลที่ผมมั่นใจอย่างยิ่ง ไม่ใช่ให้ราดื้อแพ่งองค์กรโลก แต่เป็นโอกาสที่เราจะได้กู้หน้ากู้ศักดิ์ศรีปกป้องศักดิ์ศรีความเป็นไทยไม่ให้ใครมาดูถูกมองข้ามแม้แต่เขมรเพราะถ้าเรายอมแบบเดิมๆเดี๋ยวก็โดนอีก
และเป็นทางที่จะสง่างามเสี่ยงน้อยกว่าในการที่จะนำไปสู่การปะทะ เพราะกรอบทวิฯถ้าจะจบง่ายๆคือเราเสีย4.6 แต่ถ้าไม่เสียก็คือการใช้กำลังจึงจะจบที่เราได้เปรียบดังนั้นกรอบแบบทวิฯจึงต้องใช้ในกรณีอื่นหรือต่อรองอื่นๆ เรื่องนี้ไม่จบครับ ถึงศาลแน่
ดังนั้นการเตรียมการตรงนั้นเราจึงต้องพร้อมที่สุด เพราะเป้าหมายเรามากกว่านั้น นั้นคือน็อคศาลโลกเป็นโอกาสที่ไม่ต้องอ้างเรื่องอายุการขอสงวนแต่เพราะศาลโลกวางยาเรื่องนี้ไว้มันจึงไม่จบง่ายๆ เราต้องการความถูกต้องไม่ใช่ดื้อแพ่งมติฯแต่มติฯกดขี่เราเอง???

อะตอม

ความเสียหายที่เขมรออกแบบเตรียมการมานานเป็นขั้นเป็นตอนเอาแค่เขมรแค่นี้เรายังโดนเขาจ้องเล่นงานไม่เกรงศักดิ์ศรีเรา เพราะปัญหาภายในเราเพราะเราทะเลาะกันเองจนกลายเป็น"เมืองไทยภูมิคุ้มกันภัยบกพร่อง"???

การที่เราเข้าไปในแดนสังหาร การพลาดแล้วหลายครั้งจึงต้องระวังตัวขึ้นอีกหลายเท่าเพราะเราตั้งรับในแดนสังหาร หรือเข้าจุดปะทะที่เขมรเป็นต่อ การถอยมาตั้งหลักทบทวนทุกเรื่องจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุดตอนนี้ แล้วค่อยมาพูดจากันบนความเป็นเอกภาพในทิศทางไม่ใช่ต่างคนต่างพายไปคนล่ะทาง เข้าแดนสังหารให้เขมรเลือกยิงหนีกระเจิงไปคนล่ะทิศล่ะทางกันอีก

สำคัญที่สุดคือเอกภาพและเราต้องมาพูดจากันให้เข้าใจกันที่สุดก่อน ตอนนี้จึงต้องใช้เวลาในการจูนคนของเราก่อนว่าอันไหนทำได้ทำไม่ได้ ไปทางไหนถอยหรือรุกอย่างไร เพราะเจรจาทวิฯนั้นจบปัญหาทั้งหมดไม่ลงแน่นอน แต่ได้ผลทางอื่นและวางยุทธศาสตร์แบบอื่นได้ และอย่าหวังผลเลิศจนตีกรอบไว้แค่ตรงนั้น(ทวิฯ)ที่เราจะเสียมากกว่าได้ในภาพรวมถ้ากรอบเจรจาอยู่แค่นั้น

โดยไม่ดำเนินการเชิงรุกในระดับพหุฯจนถึงเวทีโลกตัวตนปัญหาที่แท้จริงที่จะวัดผลในเกมการเมืองระหว่างประเทศที่จะกำหนดออกแบบความชอบธรรมให้เราหรือเขา(เขมร)ได้เปรียบเสียเปรียบต่อการเจรจาหาข้อยุติ เพราะตัวตนปัญหามันเริ่มที่ทวิฯก็จริง? แต่ตัวปัญหาทั้งหมดมันไปไกลถึงระดับพหุฯเวทีโลกเกี่ยวเนื่องหลายเวทีมาก

ดังนั้นการเตรียมการจึงต้องพร้อมทั้งสองด้าน ไม่ใช่มากำหนดกรอบแค่ทวิฯแบบที่เป็นตอนนี้ และเราเน้นกรอบนี้มุ่งตรงนี้อย่างเดียว ที่ผมวัดผลแล้วครับว่าจบไม่ลง แค่ทวิฯ แม้เราอาจจะได้ประโยชน์ในกรอบเจรจาตรงนี้บางส่วน แต่ควรเตรียมการให้ครบทุกมิติกว่านั้น เพราะเรื่องนี้ไปไกลกว่านั้น ถ้าเราขาดความพร้อมทุกด้านเราจะแพ้อีกเพราะเรื่องนี้ถ้าจะจบลงให้สนิทใจและรอบด้านต้องจบลงที่เวทีระดับพหุฯ แต่ถ้าทวิฯก็จะคาใจเป็นระเบิดเวลาอยู่แบบนี้อีกนานครับ
จบทีเดียวแบบผ่าตัดมะเร็งร้ายหรือกู้ทุ่นระเบิดออกไปดีกว่ามาใช้ยาแก้ปวดกับคนไข้โรคมะเร็ง หรือแค่ให้คนออกไปห่างจากทุ่นระเบิดสังหารตามชายแดนนั้น พอนานไปคนชักลืมคำเตือนก็ จะเข้าไปตูมใหม่ อีกรอบ วนปัญหาแบบนี้มาอีกรอบครับนี่คือจบตามกรอบทวิฯไม่ยั่งยืนเพราะมันไม่ได้จบลงที่ต้นน้ำของปัญหา???