ปีกซ้ายพฤษภาฯ : บทสนอง - การเมืองใหม่ (กว่า)

ประชาไททำหน้าที่เป็นเวที เนื้อหาและท่าที ความคิดเห็นของผู้เขียน อาจไม่จำเป็นต้องเหมือนกองบรรณาธิการ

"การเมืองใหม่ (กว่า) 50:50 ที่ผมจะเสนอต่อไปนี้ หากแกนนำพันธมิตร(และผู้อยู่เบื้องหลังทุกท่าน) เห็นด้วย....จะนำไปใช้ ผมก็ไม่ขอคิดค่าลิขสิทธิ์"

 

 

กิติภูมิ จุฑาสมิต

 

 

       1.    ตามที่ท่านสุริยะใส กตศิลา ผู้นำของกลุ่มเผด็จการ คมช./ครป. และผู้ประสานงาน พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ได้นำเสนอการเมืองใหม่ สูตร 70: 30 ( เลือกตั้งแค่ 30 , คัดสรร-แต่งตั้ง-ลากตั้ง 70) โดยให้เหตุผลอันสวยหรูว่า จะเป็นการลดอิทธิพลของนักการเมือง/พรรคการเมือง และเปิดโอกาสให้ภาคประชาชนได้มีบทบาทมากขึ้น

 

ตอนแรกที่ได้ทราบข่าว ผมรู้สึกยินดียิ่งนักที่ได้เห็นคุณสุริยะใสได้ใช้สติปัญญารีดเค้นความคิดออกมาจากสมองเพื่อแก้ปัญหาของสังคมไทย...

 

แต่ปรากฏว่า หลังจากนั้นกลับมีการขานรับจากแกนนำพันธมิตรฯ ทั้ง 5 อย่างสอดคล้องต้องกัน.....อีกทั้งยังมีการร้องคลอโดยฝ่ายปฏิกิริยาล้าหลัง ตามมาอีกเป็นระลอกๆ.....แถมด้วยการเคลื่อนไหว กระตุ้น ยุแยง สร้างสถานการณ์ โดยเห็นได้ชัดว่าต้องการให้เกิดการจลาจลนองเลือด หรือ เกิดสงครามขึ้น...  และ แน่นอน ในสถานการณ์พิเศษเช่นนั้น.....พวกเขาจะสามารถสถาปนาระบอบการปกครองใหม่เป็นระบอบการปกครองแบบ "เผด็จการ 70%  อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข"

 

ภาพที่ปรากฏออกมา ทำให้ผมเกิดความสับสนว่า ท่านสุริยะใสได้ใช้สติปัญญา คิดประดิษฐ์ ระบอบ "เผด็จการ 70%" หรือระบอบ "ประชาธิปไตย 30%" ขึ้นมาเองจริงๆ

 

......หรือ เป็นเพียงแค่การ "รับงาน" อีกชิ้นมาเผยแพร่แทน เผด็จการอำมาตยาธิปไตย กันแน่ !!!

 

สำหรับบทความนี้.....ผมขอตั้งสมมติฐานเบื้องต้นว่า คุณสุริยะใสคงจะคิด 70 : 30 นี้ขึ้นมาเอง......

 

แต่กระนั้นก็ตาม......หากคุณ สุริยะใส ตั้ง70:30 ขึ้นมาเพราะรังเกียจนักการเมือง / พรรคการเมือง จริง...ไฉนจึงมาลงโทษเอากับประชาชน โดยการ "ปล้นสิทธิ 70%" ไปจากมือประชาชนเล่า?.....

 

หรือว่า สิ่งที่คุณสุริยะใส รังเกียจเดียดฉันท์อย่างแท้จริง...มิใช่ "พรรคการเมือง"  แต่  เป็น "ประชาชน" !!!

 

"ประชาชน" ในสายตาของคุณสุริยะใส คงโง่เขลาเบาปัญญา, ชั่วช้าสารเลว เสียจนไม่ควรค่าที่จะมีสิทธิ เสรีภาพเต็ม 100%.....โยนเศษๆ แค่ 30% ก็เกินพอแล้ว!!!

 

 

       2. หากคุณสุริยะใส  ต้องการจะลดอิทธิพลของพรรคการเมืองลงจริงๆ

 

คุณสามารถทำได้ง่ายๆ โดยไม่ต้อง "ปล้น" สิทธิของประชาชนเลยแม้แต่เปอร์เซ็นต์เดียว โดย.....กำหนดให้ ส.ส. ไม่จำเป็นต้องสังกัดพรรคการเมือง !!!

 

ง่ายๆ !!! ..... แค่นี้ก็สิ้นเรื่อง !!!

 

แถมเผด็จการ อำมาตยาธิปไตยยังสามารถ ควบคุม/ซื้อตัว ส.ส. ได้ง่ายๆ ด้วย (ซึ่งน่าจะถูกใจทั้ง คมช. ,ครป. และ พันธมิตรฯ เป็นอย่างยิ่ง)

 

.....แต่ถ้าท่านสุริยะใส ต้องการรูปแบบที่ซับซ้อน และมีสภาที่สามารถสะท้อนกลุ่มต่างๆ ในสังคมไทยได้อย่างแท้จริง.....ผมก็พร้อมที่จะสนองด้วย การเมืองใหม่(กว่า) ในรูปแบบ 50:50  !!!

 

 

      3.   การเมืองใหม่ (กว่า) 50:50  ที่ผมจะเสนอต่อไปนี้ หากท่านสุริยะใส และแกนนำพันธมิตร(และผู้อยู่เบื้องหลังทุกท่าน) เห็นด้วย....จะนำไปใช้ ผมก็ไม่ขอคิดค่าลิขสิทธิ์แต่ประการใด (แต่ถ้าจะแบ่งเศษเสี้ยวผลประโยชน์มาบ้างก็ยินดีรับครับ!!!)

 

หลักการเป็นเช่นนี้ครับ

 

1)      มีสภาเดียว ไม่ต้องมีวุฒิสภา

2)      สมาชิกสภามี 1,000คน

3)      มาจากการเลือกตั้ง ตามรัฐธรรมนูญ 2540....ย้ำอีกที 2540 นะครับ (ไม่ใช่2550)  500  คน (ส.ส.เขต และ ปาร์ตี้ลิสต์ ตามเดิม)

4)      อีก 500 คน เป็น "สมาชิกสังคม" ซึ่งผ่านการเลือกตั้งจากประชาชนทั้งหมด จะสังกัดพรรคการเมืองหรือไม่ก็ได้

5)      หลักการมีอยู่ว่า  คนทุกกลุ่มในสังคม ต้องมีส่วน มีเสียง ในรัฐสภา

6)      ยกตัวอย่างเช่น หากเห็นว่าลักษณะทางสังคมทางด้านศาสนา มีความสำคัญ เราต้องสำรวจว่าในผู้มีสิทธิเลือกตั้ง นับถือศาสนาใด เป็นจำนวนเท่าใด สมมติว่า

 

ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 40 ล้านคน

 

พุทธ (จะแยกนิกาย ก็ได้ครับ)         30    ล้านคน

คริสต์ (จะแยกนิกาย ก็ได้ครับ)          2    ล้านคน

อิสลาม(จะแยกนิกาย ก็ได้ครับ)         7.5 ล้านคน

ซิกข์                                          0.1  ล้านคน

ไม่มีศาสนา                                  0.1  ล้านคน

สันติอโศก                                   0.1  ล้านคน

ฮินดู                                          0.1  ล้านคน

มอร์มอน                                     0.1  ล้านคน

 

ฯลฯ

      

สัดส่วน ส.ส.สังคม ในสายศาสนา    พุทธ : คริสต์ : อิสลาม : ซิกข์ : ไม่มี : สันติอโศก : ฯลฯ ฯลฯ

= 30 : 2 : 7.5 : 0.1 : 0.1 : 0.1 : ฯลฯ ฯลฯ

  

หากจำนวนเต็มของ ส.ส.สังคม สายศาสนา คือ 50 คน เราจะมีผู้แทนพุทธ 38 คน, คริสต์ 2 คน, อิสลาม 9 คน, ซิกข์ 0.1 คน, ไม่มีศาสนา 0.1 คน ฯลฯ กรณีไม่ถึง 1 คน อาจรวมกับกลุ่มอื่นแล้วผลัดกันเป็นตามสัดส่วนเวลา (ไม่มีการตัดทิ้งเด็ดขาด)

 

     7)  ผู้มีสิทธิเลือกตั้งต้องไปลงบัญชีทะเบียนว่า ตนเป็นกลุ่มใด และ มีสิทธิเลือกและสมัครรับเลือกตั้งในกลุ่มใด......พอถึงเวลาเลือกตั้งก็เลือกเฉพาะในกลุ่มตนเองเท่านั้นจะเลือกข้ามกลุ่มไม่ได้ เช่น ถ้าเป็นพุทธก็มีสิทธิสมัครและเลือกในสายพุทธด้วยกันเท่านั้น จะข้ามไปสมัครและเลือกสายอิสลามไม่ได้

 

     8)  ทั้งหมดแบ่งเป็น 10 สาย สายละ 50 คน (รวมเป็น ส.ส.สังคม 500 คน) แบ่งสายตามลักษณะทางสังคมที่สำคัญ 10 ประการ คือ

 

         1.  ศาสนา

         2.  เพศ (ชาย , หญิง , รักร่วมเพศชาย , รักร่วมเพศหญิง , รักสองเพศ , ชายแปลงเพศ , หญิง

              แปลงเพศ , กะเทยตามธรรมชาติ ( มี 2 เพศจริงๆ) )

         3.  การศึกษา (ประถม , มัธยมต้น ,มัธยมปลาย , ปวช. , ปวส. .ปริญญาตรี . ฯลฯ)

         4.  อายุ (หนุ่มสาว , กลางคน , ชรา ฯลฯ )

         5.  ภูมิภาค (เหนือ , อีสาน , กลาง , ตะวันออก , ใต้ , คนไทยในต่างประเทศ)

         6.  ถิ่นฐาน (เมือง , ชนบท , เขตทุรกันดาร)

         7.  ฐานะทางเศรษฐกิจ (คนจน , คนชั้นกลาง , คนรวย)

         8.  อาชีพ (แยกแยะตามลักษณะอาชีพด้วย เช่น ทหาร ต้องแยกทหารเกณฑ์ ออกจากทหารอาชีพ , แยกทหารชั้นประทวนจากทหารสัญญาบัตร , ข้าราชการ-ต้องแยกแยะ , ลูกจ้าง-ต้องแยกแยะ, เอ็นจีโอ, โสเภณี....ฯลฯ ฯลฯ)

         9.  วรรณะ (เชื้อพระวงศ์/ราชนิกูล , นักพรตนักบวช , คนธรรมดา)

       10.  โอกาสทางสังคม (คนพิการ , ผู้ติดเชื้อเอชไอวี , คนไร้สัญชาติ , คนไร้บ้าน , ผู้เจ็บป่วยทางจิต ฯลฯ และ คนธรรมดา)

 

 

     9) เวลาเลือกตั้ง แต่ละคนจะต้องมีบัตรเลือกตั้ง 12 ใบ !!! ส.ส.เขต 1 ใบ , ส.ส.บัญชีรายชื่อ 1 ใบ , ส.ส.สังคม 10 ใบ ...... มีชื่อในบัญชี 11 บัญชีทะเบียน

 

10)  ยกตัวอย่างเช่น ตัวผมเองก็แล้วกัน นายกิติภูมิ จุฑาสมิต (ส.ส.เขต + ปาร์ตี้ลิสต์ ตามทะเบียนบ้าน...แบบเดิม) พุทธ / ชาย / ปริญญาตรี / กลางคน / อีสาน / ชนบท / ชนชั้นกลาง / รับราชการ-แพทย์ / คนธรรมดา / คนธรรมดา ...... การเลือก ส.ส.สังคมใน 10 สายนั้น ในแต่ละสายผมจะเลือกได้เฉพาะในกลุ่มตัวเองเท่านั้นจะเลือกข้ามกลุ่มไม่ได้ เพื่อให้สภามีคนทุกกลุ่มเข้าไปมีสิทธิมีส่วนอย่างแท้จริง    

 

 

      4.  อาจจะวุ่นวาย....อาจจะสับสนบ้างนะครับ กับ การเมืองใหม่(กว่า) 50:50 ...... แต่น่าจะดีกว่า การเมืองใหม่ 70:30 ของท่านสุริยะใสแน่นอน และดีกว่าการเมืองเก่าสามานย์ (รัฐธรรมนูญ 2550) อย่างแน่นอน......เพราะไม่มีการ "ปล้นสิทธิ"  ของประชาชน โดยการคัดเลือก-แต่งตั้ง-ลากตั้ง แต่ประการใด แถมยังทำให้ทุกภาคส่วนได้มีส่วนร่วมอย่างเท่าเทียมกันด้วย

 

แน่นอนครับ หากท่านสุริยะใส และแกนนำพันธมิตรอีก 5 ท่าน มีความจริงใจและปรารถนาดีต่อประชาชน และ สังคมไทยอย่างแท้จริง ....... ผมเชื่อว่าท่านจะต้องรีบกระเหี้ยนกระหือรือกระโดดตะครุบรับข้อเสนอการเมืองใหม่(กว่า) 50:50 ที่ผมเสนออย่างรวดเร็วทันที.....

 

แต่หากการเคลื่อนไหวของท่านเป็นแค่การ "รับจ๊อบ" เอ๊ย "รับงาน" จากผู้ที่อยู่เบื้องหลัง......

 

ก็เชิญกอด  การเมืองใหม่ 70:30 ของท่านต่อไปเถิดครับ !!!

 

 

(สำหรับจุดยืนของกลุ่ม "ปีกซ้ายพฤษภาฯ"....ง่ายๆ สั้นๆ ครับ...เอารัฐธรรมนูญ 2540 กลับมาก่อน....แล้วค่อยแก้กันทีหลัง !!!)

 

 

 

-----------

 

อ่านย้อนหลัง

 

คอลัมน์ใหม่ "ปีกซ้าย พฤษภาฯ" : เรารู้จักกันไหม?

คอลัมน์ "ปีกซ้ายพฤษภาฯ" : 12 เหตุผลที่ต้องเลือกเบอร์ 12 (และอย่าลืมเบอร์ ส.ส.เขตของ พปช.)

ปีกซ้ายพฤษภาฯ : 9 เหตุผลที่ พรรคพลังประชาชน ไม่ควรเป็นรัฐบาล

ปีกซ้ายพฤษภาฯ (4) : ข้อเสนอต่อรัฐบาล และ รัฐสภาใหม่

ปีกซ้ายพฤษภา : "สมัคร สุนทรเวช" อีกหนึ่งความภูมิใจของพันธมิตรประชาชนเพื่อการรัฐประหาร

ปีกซ้ายพฤษภา: คำถามถึงฝ่ายก้าวหน้า จากปรากฏการณ์ สรรหาวุฒิสมาชิก

ปีกซ้ายพฤษภา: คำถามถึงภาคประชาชนใต้ปีกพันธมิตร

 

 

 

 

ข่าวรอบวัน

เนื้อหาแนะนำ

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์