กระบอกเสียงนักศึกษาใต้ ตอนที่ 6: ทำไมเจ้าหน้าที่ไม่ชันสูตรกรณีฆ่าตัดคอเฒ่าชรา

ประชาไททำหน้าที่เป็นเวที เนื้อหาและท่าที ความคิดเห็นของผู้เขียน อาจไม่จำเป็นต้องเหมือนกองบรรณาธิการ

ข้อสงสัยจาก สนน.จชต.ต่อกรณีฆ่าตัดคอเฒ่าชรา ที่ อ.ยะรัง จ.ปัตตานี ทำไมเจ้าหน้าที่ไม่ชันสูตร ในขณะที่พื้นที่ยังเต็มไปด้วยความหวาดกลัวและสับสน

บทความเดิมชื่อ :

กรณีคนร้ายฆ่าตัดคอชายชรา อายุ 65 ปี อย่างโหดเหี้ยม

 

กระจงแดง

สหพันธ์นิสิตนักศึกษาจังหวัดชายแดนภาคใต้(สนน.จชต.)

           

เมื่อ วันที่ 8 สิงหาคม 2551 เวลาประมาณ 21.00 น. ที่บ้านปีแยะ ต.คลองใหม่ อ.ยะรัง จ.ปัตตานี ชาวบ้านได้ทราบข่าวสลดใจจากชายฉกรรจ์คนหนึ่งซึ่งกำลังเดินทางโดยรถ จักรยานยนต์จากร้านน้ำชาในหมู่บ้านเพื่อตรงไปยังบ้านของตัวเอง แต่ระหว่างทางตรงสะพานในหมู่บ้านซึ่งเป็นทางเปลี่ยวห่างจากบ้านคนประมาณ 100 เมตร ชายฉกรรจ์คนนั้นได้พบเห็นศพชายชราคนหนึ่ง สภาพนั้นส่วนหัวกับลำตัวขาดออกจากกัน ซึ่งส่วนหัวอยู่ห่างจากลำตัวประมาณ 50 เมตร ทันใดนั้นชายฉกรรจ์ดังกล่าวรีบกลับไปบอกครอบครัวและญาติ ตลอดจนถึงชาวบ้านคนอื่นๆเพราะศพชายชราดังกล่าวนั้นเป็นคนในหมู่บ้านนั่นเอง ทราบชื่อว่า นายมะ ดือราแม อายุ 65 ปี อยู่บ้านเลขที่ 58/3 หมู่1 ต.คลองใหม่ อ.ยะรัง จ.ปัตตานี

 

จากการได้สัมภาษณ์ครอบครัวและญาติผู้ตายโดยทีมงานคณะนักศึกษาจากสหพันธ์นิสิต นักศึกษาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (สนน.จชต.) ซึ่งทำการลงพื้นที่เยียวยาให้กำลังใจครอบครัวของผู้ตาย เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2551 ครอบครัวของผู้ตายเล่าให้ฟังว่าประมาณเวลา 20.30น ของวันที่ 9 สิงหาคม 2551 นายมะ ดือราแม ได้เอารถจักรยานยนต์ขับออกไปเพื่อจะไปซื้อใบจาก (บุหรี่ท้องถิ่น) ที่ร้านค้าแห่งหนึ่ง โดยต้องผ่านสถานที่เกิดเหตุคือตรงสะพานก่อนเข้าหมู่บ้าน หลังจากนั้นประมาณครึ่งชั่วโมงก็ได้ทราบข่าวว่า นายมะ ดือราแม ได้เสียชีวิตแล้ว

 

ต่อมาหลังจากครอบครัวและญาติตั้งสติได้ จึงโทรศัพท์แจ้งไปยังเจ้าที่ทหารที่รับผิดชอบในพื้นที่ สักพักหนึ่งทางเจ้าหน้าที่ก็เดินทางมาถึง แล้วทำการที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุและได้เก็บหลักฐาน จากนั้นก็กลับไปโดยปล่อยให้ชาวบ้านจัดการนำศพกลับบ้านกันเอง

 

จากท่าทีของเจ้าหน้าที่ฯที่ครอบครัวและชาวบ้านได้มองเห็นในขณะนั้นทำให้อดสงสัยไม่ได้ว่า ทำไมขั้นตอนการตรวจสอบถึงทำกันแบบง่ายๆ คือ เพียงแค่ถ่ายรูปอย่างเดียวโดยไม่มีการชันสูตรศพแต่อย่างใด และด้วยความที่ว่าชาวบ้านในขณะนั้นยังอยู่ในภาวะที่หวาดกลัวมาก จึงไม่กล้านำศพกลับมาที่บ้านของผู้ตาย ทางชาวบ้านจึงมีข้อสรุปว่าต้องรอให้ถึงวันรุ่งขึ้นก่อน เพราะกลัวว่าจะเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดซึ่งอาจทำให้มีผู้เสียชีวิติได้ มากกว่านี้และวันรุ่งขึ้นชาวบ้านก็ได้นำศพกลับมาที่บ้านของผู้ตายพร้อมกับทำ พิธีกรรมทางศาสนา

 

 

ข้อสังเกต

1.ก่อนหน้านี้ในหมู่บ้านใกล้เคียงซึ่งอยู่ในตำบลเดียวกัน เกิดเหตุการณ์เจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดนถูกยิงเสียชีวิต 1 คน

2. ตอนเย็นของวันเกิดเหตุ คือ วันที่ 8 สิงหาคม 2551 มีเจ้าหน้าที่ทำการลาดตระเวนในหมู่บ้านและผ่านบริเวณสนามฟุตบอลซึ่งมีเด็ก วัยรุ่นกำลังเล่นฟุตบอลอยู่ เด็กวัยรุ่นบางคนเห็นเจ้าหน้าที่คนหนึ่งทำท่าทางแปลกๆชี้ไปทางพวกตนแล้วเอา มือปาดคอตัวเอง แล้วก็ผ่านไป

3. ชาวบ้านเห็นรถทหาร พร้อมกับรถกระบะ 1 คันและรถจักยานยนต์ 4 คัน เข้ามารอบๆหมู่บ้าน แต่ไม่ได้เข้ามาในหมู่บ้านเมื่อก่อนเกิดเหตุ 2-3 วัน

4.จากการให้สำภาษณ์ของครอบครัวผู้ตาย คือ นายมะ ดือราแม ทราบว่าผู้ตายไม่เคยมีเรื่องส่วนตัวกับใครเลย

5. หลังจากเกิดเหตุพอชาวบ้านไปถึงที่เกิดเหตุ พบเฉพาะศพของนายมะ ดือราแม ไม่พบรถจักยานยนต์อยู่ในที่เกิดเหตุ จากนั้นตอนเที่ยงวันรุ่งขึ้นเจ้าหน้าที่ทหารได้โทรศัพท์บอกทางครอบครัวว่า ได้พบรถจักยานยนต์ของผู้ตายแล้วและให้ทางญาติมารับได้

 

 

 

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์