พิภพ ธงชัยประกาศถึงยุคพันธมิตรจัด "ระเบียบใหม่"

ชี้การเมืองไทยอยู่ในภาวะไร้ระเบียบมาหลายสิบปี ต่อไปนี้พันธมิตรจะมาสร้าง "ระเบียบใหม่" ทำ "การเมืองใหม่" จัดการ "การเมืองเก่า" อัด "พลังประชาชน" เตรียมส่งสมัครอีกรอบ เพราะตีความกฎหมายตามตัวอักษรไม่ดูเจตนารมณ์ รธน. ท้าประชาธิปไตยจริงอย่าเสนอสมัครและคิดตั้งรัฐบาลอีก อัดนักวิชาการอย่าอ้างประชาธิปไตย โดยไม่พิจารณาพฤติกรรมนักการเมือง

ชี้สมัครพ้นนายกรัฐมนตรีเพราะ "ความดีชนะความชั่ว"

เวลาประมาณ 18.00 น. วานนี้ (10 ก.ย.) นายพิภพ ธงไชย แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ปราศรัยภายในทำเนียบรัฐบาลว่า เมื่อสักครู่ พล.ต.จำลอง ใช้หลักโหราศาสตร์ในการวิเคราะห์บทบาทของสมัคร สุนทรเวช ก็ได้เห็นว่าสมัคร สุนทรเวช นั้นถึงแม้หลักโหราศาสตร์ท่าน พล.ต.จำลองไม่ได้เอ่ยถึงไว้ แต่ใช้หลักง่ายๆ ว่าผลของโหราศาสตร์เป็นตามนั้นเพราะ "ความดีย่อมชนะความชั่ว" ครับพี่น้อง

 

ระหว่าง พล.ต.จำลอง กับสมัครคงจะเปรียบได้กับความดีกับความชั่วใช่หรือเปล่าครับพ่อแม่พี่น้อง

 

 

วิเคราะห์การเมืองไทยด้วย "ทฤษฎีไร้ระเบียบ"

ผมจะพูดไม่ยาวนัก แต่อยากจะพูดว่าจะใช้ทฤษฎีฝรั่ง ทฤษฎีตามวิทยาศาสตร์เรียกว่า "ทฤษฎีเคออส" (Chaos theory) หรือ "ทฤษฎีไร้ระเบียบ"

 

พ่อแม่พี่น้องคงรู้สึกเหมือนกับผมว่าตั้งแต่ 14 ตุลาคม 2519 เป็นต้นมาเรามีความไม่ถูกต้องในสังคมไทยมากเหลือเกิน โดยเฉพาะความไม่ถูกต้องทางการเมือง มันมีความไร้ระเบียบทางการเมืองมาก ส.ส. ก็ดี คณะรัฐมนตรีก็ดีที่มาอาสาทำงานทางการเมือง ดูเหมือนมีกฎเกณฑ์กำกับไว้ ในเรื่องของกฎหมาย และรัฐธรรมนูญ แต่ ส.ส. และรัฐมนตรีเหล่านี้ก็พยายามจะแหกกฎเกณฑ์และรัฐธรรมนูญตลอดเวลาในรอบ 20-30 ปีมานี้

 

ความพยายามจะแหกกฎเกณฑ์ตลอดเวลา ก่อให้เกิดความไร้ระเบียบขึ้นในการเมือง เราจะเห็นว่าการเมืองไร้ระเบียบมาก ไร้กฎเกณฑ์มาก วันนี้สมัครถูกตัดสินด้วยคดีชิมไปบ่นไป แต่พรรคพลังประชาชนก็มีมติว่าจะส่งสมัครกลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีอีก อย่างนี้เขาเรียกว่าไม่เคารพกฎเกณฑ์ ทำกฎเกณฑ์ที่มีกฎเกณฑ์อยู่แล้วในศาลรัฐธรรมนูญ ทำให้ไม่มีกฎเกณฑ์ ในทางทฤษฎีเรียกว่าทำให้เกิดภาวะไร้ระเบียบ ตอนนี้ฝ่ายการเมืองไร้ระเบียบไปหมดเลย

 

 

เชื่อพันธมิตรจะสร้าง "ระเบียบใหม่" คือ "การเมืองใหม่"

แต่ในภาวะไร้ระเบียบนั้นตามทฤษฎีเคออส จะมีระเบียบใหม่เกิดขึ้น เขาเรียกว่านิวออร์เดอร์ (New Order) และระเบียบใหม่ที่เกิดขึ้น คนที่ทำให้เกิดซึ่งมาจากภาวะไร้ระเบียบนั้นก็คือ "พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย" ครับพ่อแม่พี่น้อง

 

พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย กำลังสร้างนิวออร์เดอร์ หรือ ระเบียบใหม่ขึ้นมา ซึ่งตอนนี้เราชูระเบียบใหม่ขึ้นมาคือการเมืองภาคประชาชนที่เรียกว่า "การเมืองใหม่" ครับ พ่อแม่พี่น้อง

 

 

นึกไม่ถึง "ระเบียบใหม่" จะมาเร็วขนาดนี้

เพราะฉะนั้นขอให้อดทนนะครับ อดทนเหมือนผม อดทนเหมือนคุณสนธิ เหมือนแกนนำหลายๆ คน เหมือนท่าน พล.ต.จำลอง เราอยู่ในการเมืองตั้งแต่ 14 ตุลา 2519 (น่าจะตั้งใจกล่าวว่า 2516) เราอดทนกับความไร้ระเบียบมาตลอด แต่ตามทฤษฎีไร้ระเบียบนี้ขณะที่ความไร้ระเบียบกำลังหมุนๆ ไป มันจะเกิดนิวออร์เดอร์ แล้วนิวออร์เดอร์ที่ผมคิดไม่ถึงว่าจะเกิดในวันนี้ก็คือพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยครับพ่อแม่พี่น้อง

 

เพราะฉะนั้น สิ่งที่เราจะสร้างระเบียบใหม่ ที่เรียกว่าการเมืองใหม่ ที่เป็นการเมืองภาคประชาชนประชาชนมีส่วนร่วม ผมคิดไม่ถึงว่ามันจะมาเร็วขนาดนี้ เพราะฉะนั้นขอให้พี่น้องอดทนสะสมพลังของนิวออร์เดอร์ของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เพื่อสร้างระเบียบใหม่ หรือการเมืองใหม่ให้ได้ครับ เกิดขึ้นแน่ครับพ่อแม่พี่น้อง

 

 

ให้โอกาส "ทักษิณ" แล้วแต่ไม่ทำ อัด "นักวิชาการ" พูดไม่ครบ เฉยเรื่องรัฐบาลทุจริต

และในเวลา 22.00 น. นายพิภพ ธงไชย ได้กล่าวปราศรัยอีกรอบว่า พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยเสียสละเพื่อประเทศชาติ เราให้โอกาส พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร พรรคพลังประชาชน ที่จะทำความถูกต้อง ร้อยกว่าวันมานี้ต้องถือว่าเราให้โอกาส เราไม่ได้ใช้ความรุนแรงใดๆ ทั้งสิ้น เราอยู่อย่างนิ่งๆ มีกระบวนการดาวกระจายออกไป แต่ไม่ได้ก่อให้เกิดความรุนแรงใดๆ อย่างไรก็ตาม เราคิดว่าเขาควรจะทำสิ่งที่ถูกต้อง แต่เขาก็ไม่ได้ทำอะไรเลย

 

"ฉะนั้น คนที่กล่าวหาเราว่าเราเล่นไม่เลิก ไม่จริง เพราะเรากำลังจะให้โอกาสเขา เขาอ้างว่า มาจากการเลือกตั้ง นักวิชาการก็บอกว่า มาจากการเลือกตั้ง แต่นักวิชาการกลับไม่เคยพูดเลยว่าแล้วการเลือกตั้งนั้นบริสุทธิ์หรือเปล่า นี่คือ จุดอ่อนของนักวิชาการทีเขียนบทความ ไม่เคยบอกเลยว่า มีการซื้อเสียง" นายพิภพ กล่าวและว่า เขาได้ฉ้อโกงและใช้เงินงบประมาณเพื่อเข้ากระเป๋าตัวเอง ไม่เห็นนักวิชาการพูดเรื่องการทุจริตของรัฐบาลเลย

 

 

โต้นักวิชาการ ตอนนี้รอมอบตัวในทำเนียบ ไม่คิดหนี

นายพิภพ กล่าวต่อว่า เมื่อตำรวจแจ้งข้อหาเราว่ากบฏ นักวิชาการก็ไม่ได้วิจารณ์เลยว่า ข้อกล่าวหานั้นเกินจริง แล้วก็บอกว่าเราไม่ได้ทำตามกระบวนการของกฎหมาย ถามหน่อยว่า ทันทีที่ข้อกล่าวหาออกมา เราทำตามกระบวนการกฎหมายหรือเปล่า เราทำ เรายืนปรากฏตัวให้เห็นที่นี่ที่ทำเนียบ ทั้ง 5 คน และอีก 4 คน ว่า มีที่อยู่ชัดเจน คือ ที่ทำเนียบ ถ้าอยากจะจับก็เข้ามาจับได้ ทำไมนักวิชาการ หรือบางกลุ่มที่เสนอให้เราไปมอบตัว ไม่ได้ดูเลยว่าในกระบวนการที่เราถูกกล่าวหา เราก็กำลังใช้กระบวนการทางกฎหมายต่อสู้อยู่ ไม่จำเป็นที่ตำรวจตั้งข้อกล่าวหาอะไรแล้ว เราไปมอบตัว แต่เราบอกว่าไม่หนี

 

นอกจากนั้น นายพิภพ ยังกล่าวถึงกรณีที่มีคน ระบุว่า เมื่อคนชนบทเลือกให้มาจัดตั้งรัฐบาลได้ แต่ทำไมคนเมืองจึงรับไม่ได้ นักวิชาการไม่เคยพูดเลยว่าที่คนเมืองยอมรับรัฐบาลที่คนชนบทตั้งเข้ามาเพราะอะไร ไม่พูดประเด็นนี้ เราอดทน ทฤษฎีสองนคราประชาธิปไตย ที่ระบุว่า คนชนบทเป็นคนตั้งรัฐบาล คนเมืองเป็นคนไล่ นักวิชาการตอนนี้ออกมาโต้ว่า ตอนนี้คนเมืองไม่สามารถไล่รัฐบาลที่คนชนบทเลือกมาได้ง่ายๆ เหมือนเมื่อก่อนแล้ว นั่นก็ไม่จริง อย่างไรก็ตาม เรื่องเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องที่คนเมืองไม่รับในสิ่งที่คนชนบทเลือก

 

นายพิภพ กล่าวต่อว่า ตนจึงบอกว่า คนเมืองไม่ได้หมายถึง คนกรุงเทพฯ หมายถึงคนเมืองต่างๆ กว่าเขาจะมีมติไล่รัฐบาลจนมาร่วมชุมนุมกันได้ จนพิสูจน์แล้วว่ารัฐบาล ส.ส.ร่วมกันทุจริตคอร์รัปชัน อันนี้นักวิชาการต้องพูดให้หมด ถ้าพูดไม่หมด ก็เหมือนคนเมืองไม่เคารพคนชนบท ฉะน้น ประเด็นปัญหาที่เราสู้กันตอนนี้ ไม่ว่าใครจะเลือกรัฐบาล หรือ ส.ส.เข้ามา สิ่งที่ควรทำ ก็คือ ต้องไม่ทุจริตคอร์รัปชัน และไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน และมีจริยธรรมทางการเมือง โดยดูอย่างกรณีของคดี คุณหญิง พจมาน ชินวัตร ที่ศาลตัดสินและพูดชัดเจนว่า รวยแล้วไม่ควรจะหลีกเลี่ยงภาษี

 

 

ยกย่อง ตลก.ศาล รธน.ตัดสินโดยยึดเจตนารมณ์ รธน.

นายพิภพ กล่าวอีกว่า วันนี้ ตุลาการได้ตีความข้อผิดทางกฎหมายของนักการเมืองมากกว่าลายลักษณ์อักษร ได้ตีความไปถึงเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญด้วย ซึ่งเราไม่ค่อยได้เอาออกมาอ้างกัน ซึ่งเจตนารมณ์ดังกล่าวนั้นมาจากในระหว่างการอภิปรายใน ส.ส.ร.ทุกมาตรา ว่า แต่ละมาตราเขียนขึ้นมาเพื่ออะไร และมีการเถียงกันว่าเขียนเพื่อให้ดูแลเรื่องนี้ เรื่องนั้น แต่เมื่อสรุปย่อไปเป็นสองส่วนก็ไม่สามารถเอาถ้อยคำมาทั้งหมดได้ จึงต้องดึงเอาที่สำคัญๆ เท่านั้นเอง เรียกว่าเป็นลายลักษณ์อักษร

 

นายพิภพ กล่าวด้วยว่า ทั้งนี้ อย่างในกรณีคดีของ นายสมัคร สุนทรเวช ที่ถูกศาลรัฐธรรมนูญตัดสินให้พ้นสภาพการเป็นรัฐมนตรี เพราะรับเงินค่าจ้างจากรายการโทรทัศน์ ซี่งผิดกฎหมายรัฐธรรมนูญ ว่า ถ้าดูรายการที่นายกฯ เป็นพรีเซ็นเตอร์ โฆษณาจะมาเท่าไหร่ ฉะนั้น การที่ศาลได้ตีความนอกจากลายลักษณ์อักษรแล้ว ยังตีความเรื่องเจตนารมณ์ด้วย

 

 

เรียกร้อง พปช.-พรรค ร่วมอย่าเสนอเป็นนายกฯ-ตั้งรัฐบาล ถึงจะเป็นประชาธิปไตย

ส่วนกรณีที่พรรคพลังประชาชน ระบุว่า นายสมัคร โดนศาลตัดสินเฉพาะตัว และเฉพาะตำแหน่งนายกฯในตอนนี้ ซึ่งก็ได้ถูกลงโทษไปแล้วให้พ้นจากนายกฯ ฉะนั้น เมื่อกลับไปเป็น ส.ส.ก็ยังมีคุณสมบัติที่จะเป็นนายกฯ ได้อีกครั้งหนี่งนั้น นายพิภพ กล่าวว่า แสดงว่า ที่ผ่านมาได้ตีความตามลายลักษณ์อักษร ไม่ได้ตีความตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ ที่ระบุชัดว่า คนที่เป็นนายกรัฐมนตรีจะต้องไม่มีคดีความใดๆ ทั้งสิ้น ที่ผ่านมาเป็นคนบริสุทธิ์จริงๆ

      

วันนี้ เราอยู่กันมายาวนาน เราจะให้โอกาสนักการเมืองเก่าทำสิ่งที่ถูกต้อง แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่ยอมทำสิ่งที่ถูกต้อง พรรคพลังประชาชนโดนคดีมากมาย ที่อาจจะนำไปสู่การยุบพรรค คณะรัฐมนตรีของพรรคพลังประชาชน และพรรคร่วมรัฐบาล ก็มีคดีติดตัวจนคณะรัฐมนตรีอาจจะถูกปลดทั้งหมด ตามหลักแล้วในอารยประเทศวันนี้ พรรคพลังประชาชนและพรรคร่วมต้องประกาศตัวเลยว่า หนึ่ง พรรคจะไม่เสนอใครเป็นนายกรัฐมนตรี สอง พรรคจะไม่เสนอตัวเป็นรัฐบาล อย่างนี้สิถึงจะเรียกว่าเป็นประชาธิปไตย

 

 

ชี้การต่อสู้ถึงจุดที่ต้องเปลี่ยน "การเมืองเก่า" ด้วย "ระเบียบใหม่" แล้ว

แต่นักการเมืองพวกนี้ เติบโตมาจากการเมืองแบบเก่า ที่ผมพูดเมื่อวานว่าเราทนมานานสามสิบสี่สิบปี เราอยู่กับการเมืองน้ำเน่าแบบนี้มา เพราะฉะนั้น วันนี้คิดว่าเราปล่อยไปไม่ได้แล้ว เราให้โอกาสเขาไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง ศาลตัดสินแล้วก็ยังตะแบงว่าจะทำตามใจตัวเองไป เพื่อเข้าสู่อำนาจและไปใช้งบประมาณ เพราะฉะนั้น ความอดทนของเรา การต่อสู้ของเรามาถึงจุดที่ "การเมืองเก่า"จะต้องถูกเปลี่ยนให้ได้ ใช่ไหมพ่อแม่พี่น้อง เราต้องสู้ให้การเมืองเก่าเปลี่ยนให้ได้ มีการจัดระเบียบใหม่ สร้างกลไกใหม่ในระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข

 

"ส่วนจะสร้างอย่างไรต้องใช้กระบวนการการมีส่วนร่วมของประชาชน ซึ่งเป็นเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญฉบับ 2540 และของ 2550 ที่สร้างการเมืองสองระบบขึ้นมา คือการเมืองภาคประชาชนกับการเมืองภาครัฐสภา และให้อำนาจการเมืองภาคประชาชนไปจัดการความไม่ถูกต้องในการเมืองรัฐสภาได้ มาวันนี้ผมคิดว่าการจัดการความไม่ถูกต้องของการเมืองเก่าไม่ได้ผลแล้ว เพราะนักการเมืองเก่าจะไม่สนใจใดๆ ทั้งสิ้น สิ่งเดียวที่จะทำให้เขาต้องเปลี่ยนแปลงก็คือ จะต้องปฏิรูปการเมือง สร้างการเมืองใหม่ สร้างนิวออเดอร์ สร้างระเบียบใหม่เท่านั้นครับ พ่อแม่พี่น้อง" นายพิภพกล่าว

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์