แกนนำพันธมิตรสนงดใช้ "รัฐธรรมนูญ" ลั่นไล่รัฐบาลไม่เลิกจนกว่าได้ "รัฐบาลประชาภิวัฒน์"

แกนนำรอหารือบุกสภา 17 ก.ย. ลั่นต้อง "รัฐบาลประชาภิวัฒน์" เท่านั้น

เวลา 19.30 น. วานนี้ (15 ก.ย.) นายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานพันธมิตร ให้สัมภาษณ์ว่า รัฐบาลประชาภิวัฒน์กับรัฐบาลแห่งชาติคาบเกี่ยวกัน ต่างกันที่โครงสร้าง โดยรัฐบาลประชาภิวัฒน์จะพึ่งพิงทุกภาคส่วนของสังคม รัฐบาลประชาภิวัฒน์มาจาก 3 แนวคิด คือ 1.ระบบรัฐสภาตอนนี้กู้วิกฤตบ้านเมืองไม่ได้ เช่น การสรรหานายกรัฐมนตรีหรือคณะรัฐมนตรี 2.รัฐบาลประชาภิวัฒน์มีเป้าหมายชัดเจน คือ นำสู่การเมืองใหม่ ซึ่งพันธมิตรจะนำเสนอเป็นตุ๊กตาไว้ และให้สังคมมาร่วมคุย 3.รัฐบาลประชาภิวัฒน์จะทำงานร่วมกับสภาภิวัฒน์ ซึ่งต่างจากสภาร่างรัฐธรรมนูญ เพราะสภาภิวัฒน์จะออกแบบว่าสังคมควรมีหน้าตาเป็นอย่างไรเป็นภาพใหญ่ เอาคนในสังคมเป็นตัวตั้ง

 

นายสุริยะใสกล่าวถึงการสรรหานายกฯว่า เข้าใจว่าความไม่ลงตัวตอนนี้เป็นการต่อรองผลประโยชน์เท่านั้น สุดท้ายต้องได้สัก ส. หนึ่ง แต่ยังมีเจ้านายคนเดียวกัน คือ พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่อยากให้สังคมเห็นว่านายกฯคนใหม่เป็นความหวังในการแก้ปัญหา ส่วนวันที่ 17 กันยายน จะมีประชุมสภาเพื่อเลือกนายกฯ พันธมิตรกำลังพูดคุยกันว่าจะไปสภาหรือไม่ แต่หากต้องไปเผชิญหน้ากับกลุ่ม นปช.คาดว่าจะไม่ไป ไม่ต้องการให้เกิดการปะทะ

 

 

"สมัคร" แค่นอมินี แต่ "สมชาย" ยิ่งกว่า ลั่นขับไล่จนกว่าจะได้ "ประชาภิวัฒน์"

นายสมศักดิ์ โกศัยสุข แกนนำพันธมิตรฯ ยังกล่าวย้ำว่า หากนายกฯ มาจากพรรคพลังประชาชน พันธมิตรจะชุมนุมขับไล่ต่อไป เพราะถือว่าไม่ฟังเสียงประชาชน และถึงจะหน้าด้านตั้งรัฐบาลได้ ก็จะขับไล่ต่อไปจนกว่าออกเบ็ดเสร็จและมีรัฐบาลประชาภิวัตน์ แม้พรรคประชาธิปัตย์จะยอมรับนายสมชาย รองหัวหน้าพรรคพลังประชาชน แต่พันธมิตรไม่ยอมรับ เพราะนายสมชายไม่ใช่แค่นอมินี แต่เป็นถึงน้องเขยของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ

 

"นายสมชายเป็นอย่างไรใครก็รู้ นายสมัครยังเป็นแค่นอมินี แต่นายสมชายเป็นถึงเจ้าภาพ เกี่ยวข้องกับครอบครัว เป็นสามีนางเยาวภา (วงศ์สวัสดิ์) เป็นถึงเจ้าภาพของการไม่โปร่งใส ไม่ต้องรอดูพฤติกรรมการทำงาน เพราะที่ผ่านมานายสมชายก็ยกมือร่วมกับรัฐบาลนี้ทำความผิด ยังแปลกใจว่าทำไมประชาชนถึงมองไม่เห็น" นายสมศักดิ์กล่าว

 

 

บัวแก้วแจงทั่วโลกเชื่อศก.ดีขึ้น "บุญสร้าง" ชี้ยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินเหมาะแล้ว

กระทรวงการต่างประเทศส่งโทรเลขแจ้งเวียนไปยังสถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่ไทยทั่วโลก เพื่อแจ้งให้ประเทศต่างๆ ทราบ ทั้งนี้ นายธานี ทองภักดี รองอธิบดีกรมสารนิเทศและรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 15 กันยายน ว่า การส่งโทรเลขแจ้งเวียนไปเพื่อใช้สำหรับประกอบการชี้แจงสถานการณ์ ช่วยคลายความวิตกกังวลของชาวต่างชาติที่จะเดินทางมาเยือนประเทศไทย การยกเลิกประกาศภาวะฉุกเฉินดังกล่าวน่าจะส่งต่อผลดีต่อการฟื้นฟูภาพลักษณ์ประเทศไทยในสายตาชาวต่างชาติทั้งนักลงทุนและนักท่องเที่ยวด้วย

 

ที่สถาบันวิทยาศาสตร์ โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า เวลา 09.30 น. พล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.สส.) กล่าวว่า การยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินไปถือว่าเหมาะสม เพราะสถานการณ์บ้านเมืองไม่ได้มีปัญหามากขนาดนั้น ถ้าไม่จำเป็นจริงไม่ควรใช้ การยกเลิกถือเป็นการดี ทั้งนี้ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก เป็นผู้ดำเนินการอยู่ และไม่ห่วงภายหลังยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เพราะทหาร ตำรวจ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูแลอยู่ ส่วนแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ประกาศรวมตัวชุมนุมใหญ่วันที่ 19 กันยายนนั้น ตำรวจคงดูแลได้ ถ้าไม่จำเป็นจริง คงไม่ประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ออกมาอีก

 

 

ปัดตอบ "ปฏิวัติ" ให้ใช้ปัญญาตัดสิน

เมื่อถามว่า จะวิงวอนให้ 2 กลุ่ม คือ พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) และ นปช. เลิกสร้างปัญหาวุ่นวายหรือไม่ พล.อ.บุญสร้างกล่าวว่า ควรหันหน้าเข้าหากันจะได้ไม่เป็นปัญหา ทหารจะได้ใช้เวลาดูแลเรื่องอื่น ส่วนที่หลายฝ่ายเกรงว่าทหารจะปฏิวัตินั้น "ขอย้ำหลายครั้งว่าต้องใช้ปัญญา ประเทศชาติจึงจะดี" เมื่อถามถึงกระแสข่าวว่าฝ่ายการเมืองพยายามซื้อตัวให้ทหารออกมาปฏิวัติ พล.อ.บุญสร้างกล่าวว่า "ทหารไม่ได้ซื้อง่าย ถ้าซื้อง่ายคงไม่ใช่ทหาร"

 

 

ตร.รับมือ 17-19 ก.ย.ยันไม่ใช้รุนแรง

ส่วนที่ห้องประชุมปารุสกวัน 1 กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.อ.จงรัก จุฑานนท์ รอง ผบ.ตร. รักษาราชการแทน ผบช.น. กล่าวหลังประชุมประเมินสถานการณ์ชุมนุมเรียกร้องของพันธมิตรว่า หลังยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ตำรวจยังคงกำลังไว้ดูแลความสงบเรียบร้อย 15 กองร้อย 2,300 นาย ยังมีกำลังหนุนจากหน่วยต่างๆ อีกจำนวนหนึ่ง รวมทั้งทหารด้วย เรียกได้ทันทีเมื่อเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน และมอบนโยบาย ไว้ 3 ข้อ คือ 1.ขอร้องให้กลุ่มผู้ชุมนุมทุกฝ่ายชุมนุมกันโดยสงบและปราศจากอาวุธและเคารพต่อกฎหมาย 2.ขอร้องไม่ให้เคลื่อนไหวไปตามท้องถนนเพื่อหลีกเลี่ยงการปะทะกัน และ 3.ตำรวจจะใช้มาตรการเดิม คือ ใช้ความนุ่มนวล ไม่ใช้ความรุนแรงเป็นอันขาด จะยังคงใช้โล่เพียงอย่างเดียวเพื่อป้องกันตนเอง

 

ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.ต.สุรพล ทวนทอง รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (รองผบช.ก.) ในฐานะรองโฆษก ตร. กล่าวถึงกลุ่ม นปช.รวมพลใหญ่วันที่ 19 กันยายน ว่า สามารถกระทำได้ถือเป็นสิทธิตามรัฐธรรมนูญแต่อย่าให้เกิดการกระทบกระทั่ง โดยจะนำบทเรียนที่เคยเกิดขึ้นมาพิจารณา ทางแกนนำกลุ่มผู้ชุมนุมต้องคำนึงถึงชีวิตคนที่มาร่วมชุมนุมด้วย เขาไม่ได้มาเพื่อได้รับบาดเจ็บหรืออันตรายถึงชีวิต เพราะเขายังมีครอบครัว ลูกหลานที่ต้องดูแล

 

พล.ต.ต.สุรพลกล่าวว่า ส่วนในวันที่ 17 กันยายน ที่จะมีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เลือกผู้มาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ที่รัฐสภานั้น ตำรวจจะวางกำลังเหมือนการประชุมเมื่อวันที่ 12 กันยายนที่ผ่านมา โดยทั้ง 2 กลุ่มต้องแยกกัน ซึ่งภายนอกรัฐสภานั้นตำรวจก็จะใช้แต่โล่ ส่วนภายในรัฐสภาจะมีตำรวจชุดควบคุมฝูงชน พร้อมอุปกรณ์เต็มอัตราที่ได้รับอนุญาต เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ใดฝ่าฝืนเข้าไปสร้างความวุ่นวายได้ หากฝ่าฝืนเข้าไปก็ต้องทำการจับกุมลงโทษตามกฎหมาย

 

 

ตั้งชุดฉก.เฝ้าจับ 9 ผู้นำพันธมิตร

ส่วนการจับกุม 9 แกนนำพันธมิตร ตามข้อหากบฏ พล.ต.ต.สุรพลกล่าวว่า ถ้ามีโอกาสจับได้ต้องจับแน่นอน คดีนี้มีอายุความ 20 ปี ถ้าหากเข้าไปจับแล้วเกิดความสูญเสีย ก็รอได้ ขณะนี้มีการตั้งชุดเฉพาะกิจขึ้นมาติดตามการเคลื่อนไหวของ 9 แกนนำพันธมิตรที่ถูกออกหมายจับตลอดเวลา หากออกมานอกทำเนียบรัฐบาลเมื่อไหร่ และไม่เกิดการกระทบกระทั่งจะเข้าจับกุมทันที ขอยืนยันตำรวจไม่ได้ละเลยการบังคับใช้กฎหมายอย่างที่หลายฝ่ายจับตามองแน่นอน

 

ขณะที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ในแง่ความรู้สึกของประชาชนนั้น หลังจากรัฐบาลยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินแล้วดีขึ้น ซึ่งคิดว่าครั้งนี้นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ได้คะแนนเสียง ได้แต้มทางการเมืองแน่นอน และเชื่อว่าจะทำให้อุณหภูมิทางการเมืองลดลง ส่วนที่วิกฤตขณะนี้ ความเห็นของคนในประเทศแตกแยกมากมายเกินกว่าแค่ใช้ยาขนานเดียวรักษาได้หมด ถึงแม้นายสมชายมาเป็นนายกฯ แต่ก็เชื่อว่ากลุ่มพันธมิตรจะประท้วงกันหนักมากขึ้น เพราะประชาชนซีกหนึ่งยังต่อต้านระบอบทักษิณและจะไม่ยอมรับนายสมชาย

 

 

แกนนำเผย 3 ข้อสเปคนายกฯใหม่ "เป็นคนดี ตรวจสอบได้ ถอดถอนง่าย"

ส่วนความเคลื่อนไหวของกลุ่มพันธมิตร ภายในทำเนียบรัฐบาล ยังปักหลักชุมนุมต่อเนื่องเป็นวันที่ 21 ติดต่อกัน ในช่วงเช้าบรรยากาศเงียบเหงา เนื่องจากเป็นวันจันทร์วันแรกทำงานซึ่งผู้ชุมนุมส่วนใหญ่กลับไปทำงาน แต่บนเวทีปราศรัยยังคงกล่าวโจมตีนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ซึ่งคาดว่าจะถูกเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรีคนใหม่อย่างต่อเนื่อง

 

ก่อหน้านี้  พล.ต.จำลอง ศรีเมือง นายสมศักดิ์ โกศัยสุข แกนนำพันธมิตร แถลงข่าวที่ห้องสื่อมวลชน ทำเนียบรัฐบาล เมื่อเวลา 10.00 น. ย้ำว่าจะต่อสู้ต่อไปจนกว่าจะมีการเมืองใหม่ โดยนายสมศักดิ์ชี้แจงแนวคิดการเมืองใหม่และรัฐบาลประชาภิวัฒน์ว่า เรื่องรายละเอียดยังไม่ได้กำหนด เพราะต้องชี้ให้เห็นถึงเป้าหมายก่อนว่า ผู้บริหารประเทศต้องเป็นคนที่สุจริต ไม่โกง ได้รับการยอมรับจากทุกฝ่ายในสังคม และเปิดโอกาสทุกฝ่ายเข้ามามีส่วนร่วม ทั้งนี้ ลักษณะผู้นำที่พันธมิตรต้องการคือ 1.เป็นคนดี 2.ตรวจสอบได้ 3.ถ้าไม่ดี ต้องถอดถอนได้ง่าย ไม่เช่นนั้นจะเป็นลักษณะเผด็จการรัฐสภา

 

พล.ต.จำลองกล่าวว่า การเมืองใหม่จะเห็นข้อแตกต่างชัดเจนว่าผู้แทนมาจากหลากหลายอาชีพ ไม่ใช่เลือกตั้ง 100% เหมือนอย่างเดิม เป็นประชาธิปไตยทางตรงแท้จริง ส่วนสัดส่วนเลือกตั้งและแต่งตั้งจะเป็นอย่างไร ต้องมาระดมความเห็นกัน ทั้งนี้ 70:30 เป็นการยกตัวอย่าง จะเอาแบบนั้นไม่ได้

 

 

แย้มเว้นรัฐธรรมนูญเพื่อไปสู่การเมืองใหม่

เมื่อถามว่าหากให้เป็นการเมืองใหม่จะต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญใช่หรือไม่ พล.ต.จำลองกล่าวว่า ยังไม่ไปถึงขั้นนั้น ผู้รู้ ผู้เกี่ยวข้องต้องช่วยกันคิดว่าจะทำอย่างไร อย่ามาสุ่มแค่แต่ในหัวของพันธมิตร เรามีหน้าที่แค่ชุมนุมต่อต้าน เมื่อถามว่า หากแก้ที่มาของ ส.ส. จะยอมรับได้หรือไม่ พล.ต.จำลองกล่าวว่า จะไปพูดล่วงหน้าไม่ได้ ถึงเวลาต้องมาหารืออีกที

 

ส่วนที่มีนักวิชาการถามว่า หากต้องการเปลี่ยนแปลงการเมือง ทำไมพันธมิตรไม่ตั้งพรรคการเมืองใหม่ พล.ต.จำลองตอบเสียงดังสวนทันทีว่า อย่ามากวน ตนเคยลงเลือกตั้งและปราบมาหมดแล้ว แต่การเลือกตั้งเป็นเรื่องของผลประโยชน์ พันธมิตรเป็นภาคประชาชน เราไม่ลงเลือกตั้งอยู่แล้วเพราะไม่ได้ทำเพื่อตัวเอง อยากถามกลับว่าทำไมนักวิชาการไม่ไปลงเลือกตั้งบ้าง

 

ด้านนายสมศักดิ์ โกศัยสุขกล่าวว่า มีคนเสนอแนะการเมืองใหม่มากแต่เห็นด้วยกับข้อเสนอบางคน อย่าง นายปราโมทย์ นาครทรรพ นักวิชาการอิสระ ที่เสนอให้งดเว้นรัฐธรรมนูญบางมาตรา โดยไม่ต้องมีรัฐประหาร

 

ที่มา: มติชนออนไลน์

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
Facebook : https://www.facebook.com/prachatai
Twitter : https://twitter.com/prachatai
YouTube : https://www.youtube.com/prachatai
Prachatai Store Shop : https://prachataistore.net

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

พื้นที่ประชาสัมพันธ์