เวียงรัฐ เนติโพธิ์ วิเคราะห์กระจายอำนาจท้องถิ่นแบบไทยๆ (1)

 

ตอนที่ 1 รัฐ-ท้องถิ่นในช่วงกว่า 100 ปีที่ผ่านมา และระบบอุปถัมภ์

ความวุ่นวายในทางการเมืองที่ไม่มีทีท่าจบลงง่ายๆ ทั้งการลุกขึ้นมาประกาศยึดทำเนียบรัฐบาลคืนจากพันธมิตรฯ ของ พล...สล้าง บุนนาค โดยการระดมตำรวจนอกราชการกว่า 1,000 นาย หรือการรวมตัวนับหมื่นคนของ นปช.ที่สนามหลวงในวันที่ 13-14 ..นี้ รวมทั้งการโหมโรงครั้งใหญ่ของพันธมิตรฯ ในวันที่ 13 ..นี้ที่หน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ทำเอาหลายคนเริ่มเบื่อหน่ายกับการเมืองระดับชาติ

ท่ามกลางวิกฤตการเมืองระดับชาติ ลองหันมารับฟัง "การเมืองท้องถิ่น" แล้ววิเคราะห์ดูว่าการเมืองระดับชาติที่วุ่นวายขณะนี้มีส่วนเกี่ยวพันเชื่อม โยงกับท้องถิ่นอย่างไร การกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นสามารถแก้ปัญหาอะไรได้บ้าง หรือการเมืองท้องถิ่นเป็นเรื่องของนักการเมืองท้องถิ่น ทั้งนายก อบจ. อบต.รวมทั้งหัวคะแนนพรรคการเมือง ระดับชาติ ทั้งหมดทั้งมวล ผศ.เวียงรัฐ เนติโพธิ์ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มีคำตอบ !

ความสัมพันธ์ระหว่างรัฐกับท้องถิ่น รัฐในที่นี้หมายถึงทั้งหมด อุดมการณ์ การปฏิบัติ ทหาร ตำรวจ ข้าราชการ นโยบาย งบประมาณ ความคิดครอบงำต่างๆ ซึ่งอาจารย์ธงชัย วินิจจะกูล ใช้คำว่ารัฐในตัวคุณ ทำไมเราถึงสวมเสื้อสีเหลืองในวันจันทร์ ถ้าหากเราไม่สวมจะกลายเป็นว่าเราถูกเพ่งเล็ง

กรอบใหญ่ความสัมพันธ์ระหว่างรัฐกับท้องถิ่นในความหมายรวมที่เป็น อำนาจใหญ่ เรามีสมมติฐานว่ารัฐจะต้องครอบงำสังคม และประสบความสำเร็จในการครอบงำสังคม

เมื่อชาวบ้านรับตำแหน่งเป็นนายก อบต. ท่านคิดว่าอะไรสำคัญที่สุด การจัดการทรัพยากร อะไรสำคัญที่สุด ความคิดที่เป็นประชาธิปไตย อะไรสำคัญที่สุด การศึกษาของประชาชนจะเป็นอย่างไร และจะทำอย่างไรที่จะบรรลุความสำเร็จอันนั้น นั่นคือการใช้อำนาจรัฐของท่านนายก อบต. ที่จะทำให้ขอบเขตอาณาจักรของท่านเปลี่ยนแปลงให้ ได้ ไปเป็นความคิดแบบใหม่ ไปเป็นสังคมใหม่เป็นการเมืองแบบใหม่ที่มีการจัดสรรทรัพยากรอย่างเท่าเทียม ระยะยาว การศึกษาแบบที่ทำให้คนมองเห็นภาพอนาคตของตัวเอง และให้คนเข้ามามีส่วนร่วมในการปกครองท้องถิ่น

ทีนี้รัฐไทยที่สร้างขึ้นมา 100 กว่าปีที่แล้วนั้นต้องการอะไร คือเขาต้องการเปลี่ยนแปลงให้เป็นรัฐสมัยใหม่เพื่อที่จะให้คนมีวิธีคิดแบบ สมัยใหม่ วิธีจัดการสุขภาพสุขภาวะต้องเป็นสมัยใหม่ไม่ใช่ว่าเอะอะอะไรก็เอาน้ำมนต์รด บนบานศาลกล่าว รัฐจะเปลี่ยนความคิดคนว่าทุกคนต้องมีส้วมที่บ้าน ฉะนั้น 30 ปีที่ผ่านมารัฐจึงรณรงค์อย่าง รุนแรง ดิฉันเกิดมาในช่วงเวลาที่รัฐรณรงค์ว่ามีลูกมากจะยากจน จึงมีพี่น้องเพียงแค่ 2 คน เพราะว่าพ่อแม่กลัวถูกตราหน้าว่าโง่เมื่อมีลูกมาก เพราะฉะนั้นรัฐประสบความสำเร็จหลายๆ เรื่องในการรณรงค์เปลี่ยนแปลง แต่ว่ารัฐก็ไม่ประสบความสำเร็จหลายเรื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการให้บริการประชาชน และที่สำคัญการที่ไม่ประสบความสำเร็จในการให้บริการประชาชนในบางเรื่องนั้น มันจึงเหลือช่องว่างช่องโหว่อยู่ในบริบทของรัฐรวมศูนย์

การที่รัฐมีประสิทธิภาพในบางเรื่องและไม่มีประสิทธิภาพในบางเรื่อง นั้น มันมาในรูปแบบรัฐรวมศูนย์มาอย่างยาวนาน รัฐรวมศูนย์แต่ว่ามีประสิทธิภาพในการเปลี่ยนแปลงคนให้คิดบางอย่างได้ เช่น รอยสักตามตัวที่ทำให้คนกลัวมาเปลี่ยนเป็นเครื่องแบบตำรวจแล้วคนกลัว ถ้าเอาคนที่มีรอยสักตามตัวมาโบกรถให้เราหยุดตอนนี้เราจะไม่มีวันหยุดและจะ คิดว่าเขาเป็นคนบ้า แต่รัฐไทยประสบความสำเร็จที่แม้เพียงแต่คนที่เป็นพลตำรวจ ในขณะที่เราจบปริญญาตรี ซึ่งพวกนี้ไม่มีความรู้อะไร แต่ว่าเรามีรัฐธรรมนูญอยู่ในมือนั้น เราจะขับรถฝ่าไฟแดงเราก็ไม่ทำเพราะคิดว่าเดี๋ยวตำรวจจะเรียก

เขาสามารถเปลี่ยนความคิดคน จากการที่เชื่อในรอยสัก ดิน ฟ้าอากาศ หรือว่าภูตผีปีศาจมาเปลี่ยนเป็นเชื่อในเครื่องแบบตำรวจ ซึ่งก็ไม่มีอะไรมาก เป็นเพียงแค่เสื้อสีน้ำตาลเท่านั้นเองทำไมเราถึงกลัว เราถึงเชื่อ นั่นคือรัฐไทยประสบความสำเร็จพอสมควร มีสถานะภาพบางอย่างที่สำเร็จ เราต้องแยกให้ออกว่าอะไรที่ประสบความสำเร็จ หรือว่าอะไรที่ไม่ประสบความสำเร็จ

แต่รัฐไทยก็มีปัญหาก็คือว่า การใช้ตำรวจที่มีเครื่องแบบ

อาจจะย้อนไปนิดหนึ่ง คือว่าตัวเองนั้นสนใจเรื่องการเมืองท้องถิ่นมาตั้งแต่สมัยเมื่อตอนที่เรียน ปริญญาตรีแล้ว สนใจการเมืองท้องถิ่น แต่ว่าเมื่อไปที่ไหนๆ ก็เจอกับเจ้าพ่อ เจอกับผู้มีอิทธิพล ต้องการทำเรื่องการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทุนของอิสเทิร์น ซีบอร์ด ใน จ.ชลบุรี ระยอง จันทบุรีไปก็เจอกับผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ แล้วลงไปก็เจอตลอด งานวันเกิดผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ ผู้ว่าฯก็มา ผู้ว่าจากที่ไหน ย้ายไปก็ต้องวิ่งเข้าหาคนเหล่านี้ ตำรวจ คุณจะไม่มีทางจับผู้ร้ายได้ถ้าหากคุณไม่มีเบาะแสของคนเหล่านี้

ถามว่าข้าราชการคิดว่าตัวเองใหญ่ไหม ซึ่งก็ใหญ่ แต่ว่าอำนาจนั้นเอาเข้าจริงๆ แล้วมันไปตันที่ไหน ตำรวจจะจับใครถ้าหากเขาบอกว่ามึงรู้ไหมกูลูกใคร ตำรวจที่จะจับก็รู้แล้วว่าตนเองไม่ได้ใหญ่ไปกว่าคนๆ นั้น หรือว่าพ่อของเขาเลย ก็ต้องรู้แล้วว่าตนเองจะเขียนสำนวนอย่างไร แต่ถ้าหากว่าคุณเป็นเพียงชาวบ้านธรรมดาก็เขียนเต็มที่ แต่ถ้าหากว่าเขาเป็นใครก็จะต้องพิจารณาแล้ว ถามว่าตำรวจใช้อำนาจรัฐสุดตามเป้าหมายไหม ตามแบบที่นายกรัฐมนตรีวางนโยบายไว้ ซึ่งก็ถือว่าตำรวจในขณะนั้นใช้อำนาจรัฐไม่ได้

ในทางโมเดลที่ศึกษาและเรียบเรียงออกมา อธิบายว่าตรงนี้มันคือตัวกลางระหว่างอำนาจรัฐกับสังคม อำนาจรัฐจะไปตันอยู่กับตัวกลางอะไรบางอย่าง ทีนี้ตัวกลางอันนี้เป็นทั้งความคิดทางรูปธรรม นามธรรม ทางอุดมคติ ทางความคิด และเป็นรูปธรรมที่สามารถไปปฏิบัติจริงด้วย เช่น สมมติว่าถ้าหากคุณถูกจับ ในอเมริกาอาจจะบอกว่าคุณต้องหาทนาย ถ้าหากเป็นในประเทศญี่ปุ่นก็ต้องเอากฎหมายมากาง ถ้าหากเป็นประเทศไทยนั้นเมื่อถูกจับคุณจะต้องโทรศัพท์หาใครสักคนว่าเรามี พรรคพวกที่เป็นใครบ้าง ใครที่จะรู้จักตำรวจสถานีนี้บ้าง ใครมีพรรคพวกที่เป็นผู้ใหญ่บ้าง หรือถ้าหากเป็นชาวบ้านก็ถูกจับไปในขณะที่สังคมมันเริ่มเปลี่ยนไปแล้ว ตอนนี้เริ่มมีทนายของประชาชน เริ่มมีกฎหมายที่เราสามารถใช้ประโยชน์ได้ หรือว่าเริ่มมีนายก อบต. ที่ เราสามารถเข้าไปพูดคุยได้

จากที่ว่าเมื่อก่อนเราจะต้องรู้จักใครบางคน แล้วถามว่าใครคนนั้นคือใครล่ะ ก็ไม่พ้นเจ้าพ่อผู้มีอิทธิพล และเจ้าพ่อผู้มีอิทธิพลคือใคร ก็ไม่พ้นพวกที่เป็นผู้นำชาวบ้านหรือว่านายทุน แต่ว่าชาวบ้านก็ยังไปขึ้นกับนายทุนใหญ่คือเจ้าพ่อ มันก็มีตัวใหญ่ตัวเล็กรองลงมาเต็มไปหมด เรียกว่าทุกพื้นที่มีหมด แต่ว่ามันจะต้องขึ้นไปที่ตัวใหญ่ ก็เพราะว่าผู้มีอิทธิพลเท่านั้นที่ยึดกุมทรัพยากรทั้งหมดในการประสานระหว่าง อำนาจรัฐกับสังคมได้ เพราะอะไรก็เพราะว่าผู้มีอิทธิพลรู้จักกับตำรวจไปจนถึงข้างในกรมตำรวจ ผู้มีอิทธิพลรู้จักไปถึงมหาดไทยไม่ใช่เพียงแค่ผู้ว่าหรือว่านายอำเภอ เพราะฉะนั้นการเจรจาบางอย่างที่ไปตัน ผู้มีอิทธิพลสามารถที่จะยิงเข้าไปสู่ส่วนกลางแล้วลงมาถึงพื้นที่ได้ ซึ่งอันนี้เป็นความคลาสสิกของไทยที่มีมา เชื่อว่า 100 ปีก่อนที่จะมีการกระจายอำนาจ

เพราะฉะนั้น การกระจายอำนาจจะเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญ เพราะถ้าหากคุณไม่เปลี่ยนเราก็ยังจะต้องเจอกับรัฐรูปแบบเดิมๆ อยู่ รูปแบบเดิมที่รัฐเป็นอยู่เมื่อ 100 ปีที่ผ่านมาก็คือรูปแบบที่มีตัวกลางที่กุม เงื่อนไขบางอย่างที่จะจัดการระหว่างอำนาจรัฐกับสังคมได้ และตัวกลางนั้นแทรกซึมเต็มไปหมด โดยเฉพาะอย่างยิ่งระบบราชการที่จะต้องพึ่งพาตัวกลางเหล่านี้ พวกเจ้าพ่อ ผู้มีอิทธิพล และเจ้าพ่อผู้มีอิทธิพลก็ได้ประโยชน์จากข้าราชการเหล่านี้ สัมปทาน ผ่านระบบราชการ ที่จะได้ประโยชน์จากการทำธุรกิจที่ไม่ถูกต้องหรือว่าไม่มีความชอบธรรม ไม่ถูกกฎหมาย หรือว่าเขาต้องมีลูกน้อง และลูกน้องก็ต้องไปทำธุรกิจผิดกฎหมายเล็กๆ น้อยๆ อย่างที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ผู้มีอิทธิพลบอกว่าเขารวยแล้ว เขาเป็นเจ้าของที่ดินขนาดใหญ่เป็นเจ้าของโรงแรมอะไรต่ออะไร แต่ผู้มีอิทธิพลสมัยนั้นก็เลี้ยงมือปืน มือปืนก็ไปเปิดบ่อนอีกที

ที่ผ่านมามีคนวิพากษ์วิจารณ์การปฏิวัติ 2475 มากมาย ว่าเป็นการทำของพวกชนชั้นนำ เป็นการต่อสู้ทะเลาะกัน หรือว่าเป็นการชิงสุกก่อนห่าม เป็นการกระที่ทำแบบไม่สามารถที่จะปราบ หรือว่ามีอุดมการณ์ใหม่มาแทนที่อุดมการณ์อันเก่าได้ เพราะในที่สุดพอถึงสมัยจอมพลสฤษฎิ์ก็ต้องไปดึงเอาสถาบันกษัตริย์เข้ามาเป็น อุดมการณ์หลักของรัฐอยู่ดี เพราะฉะนั้น 2475 จึงล้มเหลว คิดว่าก็พูดกันไป เพราะว่าในที่สุดประชาธิปไตยมันก็พัฒนามาแล้ว 70 กว่าปี คุณคาดหวังได้ว่า 200 ปีข้างหน้ามันก็ต้องเดินได้ แต่ถ้าหากว่าไม่มี 2475 แล้ว เราไม่มีวันเดินมาจนถึงจุดนี้ได้ วันที่มีการต่อสู้ขัดแย้งทางความคิดเพราะฉะนั้น 2542 คือการเปลี่ยนแปลงเพื่อพลิกฟื้น โครงสร้างรัฐขนาดใหญ่ แต่ว่าในความเป็นจริงอาจจะไม่ได้ ถูกคนแย่งไป หรือว่า democratic hijack กัน ไปต่อหน้าต่อตา กระจายอำนาจกันมาแล้ว ประชาชนเข้าไปมีส่วนร่วมก็ไปติดอยู่ที่ขั้นตอนอะไรบางอย่าง หรือถูกพวกของนายทุนเข้าไปครองอำนาจจากการที่เขากระจายออกมา

ส่วนที่บอกว่า"ใช้เงินซื้อเสียง"นั้น คิดว่าซื้อได้ยังดีกว่าซื้อไม่ได้ เพราะเดิมที่ผ่านมา 100 ปีนั้น ถามว่าใครซื้อผู้ว่าได้บ้าง ไม่ได้หมายความว่าซื้อใต้โต๊ะ ซึ่งก็มีเพียงบางคนที่เขามีเส้นสาย แต่ว่าชาวบ้านจะรวมเงินกันไปซื้อตำแหน่งนายอำเภอได้ไหม ซึ่งในวันนี้ถ้าหากเราคิดว่ามันไม่มีปัญญาที่จะทำอะไรแล้วเอาเงินมาลงขันกัน ให้คนที่รู้จักกันไปเป็นนายกเราก็ยังทำได้ ถ้าหากเรามีเงิน

จากการศึกษามาโดยที่ไม่ได้มีการปฏิบัตินั้น เจ้าพ่อจะหมดไปได้โดย 1.คนชั้นกลางหมด ซึ่งมีหลายคนบอกว่าเป็นเรื่องไร้สาระ 2.มีการกระจายอำนาจแบบ 100 เปอร์เซ็นต์เต็มพื้นที่ และมีอำนาจจริง และ3.มี รัฐสวัสดิการ เพราะมันคือการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างอำนาจใหม่ที่เขาบอกว่าให้เงินกระจายมา 35 เปอร์เซ็นต์ที่ในทุกวันนี้ให้ เพียง 24-25 เปอร์เซ็นต์ แต่ว่ามันก็ยังดีกว่าที่ไม่มีอะไรเลย ที่เราจะต้องต่อสู้ก็คือว่าทำอย่างไรให้มันกระจายออกมาจริงๆ

การกระจายอำนาจนั้นจริงๆ แล้วมาจากการต่อสู้ของประชาชนระดับล่างด้วยส่วนหนึ่ง แต่อีกส่วนหนึ่งมันจะไม่ประสบความสำเร็จถ้าหากว่ามันไม่ได้มาจาก WORLD BANK หรือมันไม่ได้มาจากองค์กรระดับ นานาชาติ ที่เห็นว่าทุนนิยมแบบเสรีมันตัน และไม่สามารถไปไหนได้อีก ถ้าหากว่ามีรัฐแบบคอร์รัปชั่นไม่ว่าจะลงทุนอะไร เจบิคของญี่ปุ่น จะให้กู้เงินมาทำรถไฟฟ้าหรือเปล่าก็ต้องคิดหนักเพราะว่าอาจจะมีการ คอร์รัปชั่น

เขาคิดว่าจะทำอย่างไรที่จะให้ปราศจากการคอร์รัปชั่น เพื่อที่จะมีการขยายทุน เกิดการลงทุน และมีความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ซึ่งมันก็ต้องมี good governance มีธรรมาภิบาล ซึ่งระบบธรรมาภิบาลในแบบรัฐรวมศูนย์หรือว่ารัฐส่วนกลางนั้นมันพูดกันยาก มันเป็นเรื่องของการแข่งขันกันระหว่างชนชั้นนำ ซึ่งในบ้านเราก็ไม่ได้มีเพียงแค่ผู้นำภาคประชาชนหรือว่าเพียงแค่เพื่อนเรา หรือว่าเพียงแค่คนบางคนที่เรานับถือ แต่ว่ามันมีที่ใหญ่กว่านั้น ที่เราพูดไม่ได้ เขาจะทะเลาะกันหรือว่าอะไรกัน แต่เราก็ไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น หรือมันอาจจะเป็นเงินที่ใหญ่มหาศาลจากบริษัทที่ใหญ่มหาศาลที่ต้องการให้ รัฐบาลชุดนี้อยู่หรือว่าไป ซึ่งเราก็คิดว่ามันเป็นเรื่องที่ไกลตัวและก็ไม่ได้ส่งผลอะไรกับประชาชน

คิดว่ารัฐบาลที่ดีก็คือกระจายตัวให้มากที่สุด รัฐบาลที่กระจายตัวมากที่สุดจะมีประสิทธิภาพสูงสุดในความคิดแบบเศรษฐศาสตร์ การเมืองที่เห็นว่าคนมีเหตุมีผลในการเลือก ถ้าหากมีการกระจายตัวมากที่สุด คนจะเลือก อย่างเช่นการเปลี่ยนที่อยู่ในอเมริกาที่เป็นไปอย่างสุดขั้ว ในอเมริกามีการกระจายอำนาจเต็มที่ ถ้าหากคุณใช้ชีวิตแบบ artists ก็ไปเลือกอย่างที่ในบางเมืองที่ เขาสนับสนุน มี park มีอะไรเต็มไปหมด sanfrancisco กลายเป็นเมืองของเกย์เพราะว่านายกเทศมนตรีก็เป็นเกย์มาหลายสมัย ถ้าหากว่าคุณเป็นเลสเบี้ยนก็ไปอยู่ที่ massachusetts เพราว่าเขาก็มีขบวนการเลสเบี้ยน ถ้าหากเป็นหัวโบราณก็ลงไปที่ทางใต้ที่ louis siana หรือว่าที่ texas ซึ่งคุณจะมีทางเลือกที่สามารถจะย้ายไปอยู่ที่ ไหนก็ได้ เป็นการกระจายอำนาจแบบสุดขั้ว

เมื่อการกระจายอำนาจมีประสิทธิภาพประชาชนก็จะจ่ายภาษีและเราก็ สามารถที่จะตรวจสอบได้ ในเมืองไทยขณะที่ชาวบ้านจะต้องไปตั้งเต็นท์กันที่หน้าทำเนียบรัฐบาล เราก็เปลี่ยนเป็นขี่จักรยานไปที่หน้า อบต. แล้วเราก็ยื่นหนังสือ หรือว่าตะโกนดา หรืออาจจะชุมนุมกันเป็นพันคน อบต.ก็ต้องทำอะไรให้เราแล้ว แต่ว่าถ้าหาก 1 พัน คนเข้าไปในกรุงเทพฯ ก็อาจจะไม่ได้ยินเสียงอะไรเลย เพราะฉะนั้นอันนี้คือไอเดียกว้างๆ ของการกระจายอำนาจและ WORLD BANK ก็มาทำให้ประเทศโลกที่สามทั้งหลายกระจายอำนาจด้วยการผลักดันระดับ นโยบาย

 

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
Facebook : https://www.facebook.com/prachatai
Twitter : https://twitter.com/prachatai
YouTube : https://www.youtube.com/prachatai
Prachatai Store Shop : https://prachataistore.net

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

พื้นที่ประชาสัมพันธ์