อยากสลายอย่าช้า"สนธิ"ท้า เลือดเข้าตาแล้ว ยันรัฐบาลต้องลาออก-ขอกระทืบ ครม.

สั่งการ์ดถ้าตำรวจขอค้น "ยิงแม่งเลย" บอกนักธุรกิจฟูมฟายเหตุปิดสนามบินอย่าเห็นแก่ตัว ต้องเอาชาติบ้านเมืองไว้ก่อน "โต้งวิหค" แค้นพ่อตาย ปรี่เข้าชก "นพ.เหวง-นพ.สันต์" ก่อนขู่ให้ระวังตัว ลั่น "ได้แก้แค้นให้พันธมิตร" อ้างเชียงใหม่เป็นศูนย์กลางล้มสถาบัน "สมเกียรติ" อ้าง "อาร์เคเค" ขู่พันธมิตรขวางแสวงบุญเจอดีแน่ ผู้ชุมนุมทำร้ายดารามุสลิมเยี่ยมคนตกค้างไปหัจญ์ รถลึกลับ 9 คันปิดถนนวิภาวดีแกนนำปัดไม่เกี่ยว

 

จำลองเผยตั้งแกนนำรุ่น 3 แล้ว ป้องกันผู้ชุมนุมเผาเมืองซ้ำรอยปี 35

(28 พ.ย.) พล.ต.จำลอง ศรีเมือง พร้อมด้วยนาย พิภพ ธงไชย แกนนำ พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ได้แถลงข่าวประจำวันต่อสื่อมวลชน โดย พล.ต.จำลอง กล่าวว่าขณะนี้แกนนำพันธมิตรฯได้แต่งตั้งแกนนำรุ่นที่ 3 เป็นที่เรียบร้อยแล้วจำนวน 8 คน หากเจ้าหน้าที่ตำรวจทำการสลายการชุมนุมแล้วจับตัวแกนนำทั้งรุ่นที่ 1-2 แกนนำพันธมิตรฯ รุ่นที่ 3 ก็จะออกมาเป็นผู้นำในการชุมนุมต่อไป ทั้งนี้ตนเคยมีประสบการณ์จากเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ เมื่อตนถูกจับแกนนำคนอื่นถูกล่า ทำให้ผู้ชุมนุมขาดแกนนำ จนทำให้เกิดเหตุการณ์วุ่นวายมีการเผาอาคาร ดังนั้นเราจึงตั้งแกนนำรุ่นที่ 3 ขึ้นมา เพื่อเตรียมการป้องกันยับยั้งไม่ให้ผู้ชุมนุมที่มีอาการโกรธแค้นเผาอาคารเมื่อปี 35

 

พล.ต.จำลอง กล่าวว่า ในช่วงคืนที่ผ่านมาพื้นที่การชุมนุมทั้ง 3 จุดประกอบด้วย ทำเนียบรัฐบาล สนามบินดอนเมือง และสนามบินสุวรรณภูมิ เป็นไปอย่างเรียบร้อยทั้ง 3 แห่ง แต่สถานีโทรทัศน์ ASTV นั้นกลับถูกโจมตีด้วยอาวุธสงครามทำให้กระจกห้องส่งของสถานีได้รับความเสียหายแตกกระจาย และทะลุไปถูกผู้ประกาศ พล.ต.จำลองกล่าวหาว่าเป็นฝีมือของรัฐบาล

 

 

ลั่นหากถูกสลายประชาชนจะลุกฮือยึดพื้นที่คืนทุกจุด

และบอกว่าหากมีการสลายการชุมนุม ในวันรุ่งขึ้น ประชาชนทั่วประเทศก็จะลุกฮือเข้าไปยึดพื้นที่ชุมนุมคืนในทุกจุด การสลายการชุมนุมนั้นไม่ยาก แต่รัฐบาลต้องพร้อมที่จะรับผลพวงที่เกิดขึ้น ถ้ามีคนมากกว่านี้จะรับมือได้หรือไม่ เพราะทุกคนสู้ยิบตาแบบไม่กลัวตาย

 

ผู้สื่อข่าวถามว่า แกนนำได้ประเมินหรือไม่ว่าหากการยึดสนามบินสุวรรณภูมิยืดเยื้อออกไปสังคมอาจจะมองว่าพันธมิตรฯ กำลังสร้างความเสียหายให้กับประเทศชาติ พล.ต.จำลอง กล่าวว่า ตนพร้อมจะตอบโต้ทุกฝ่ายว่ารัฐบาลเป็นต้นตอของปัญหาทั้งหมด ไม่ใช่พันธมิตร ที่ผ่านมารัฐบาลโยนความผิดให้เรามาโดยตลอด ตั้งแต่การชุมนุมที่ทำเนียบรัฐบาล ถ้ารัฐบาลหุ่นเชิดลาออกปัญหาทุกอย่างก็จะจบลงทันที และการลาออกก็ทำง่ายกว่าการยุบสภาตามข้อเสนอของกองทัพมาก อย่างไรก็ตาม หากจะมีการเจรจานั้นก็ทำได้ตั้งแต่เดี๋ยวนี้ เราเปิดทางให้รัฐบาลเจรจามาตั้งแต่ต้น

 

นอกจากนี้ ยืนยันว่าการชุมนุมของพันธมิตรฯ ชุมนุมโดยปราศจากอาวุธ ส่วนภาพที่ปรากฏนั้นเป็นเพียงคนส่วนน้อยเท่านั้น ตนย้ำมาตลอดว่าไม่มีการชุมนุมที่ไหนที่ใช้อาวุธแล้วจะชนะ

 

 

พิภพแจงประสานการท่าลำเลียงผู้ตกค้างไปหัจญ์

ด้านนายพิภพ กล่าวถึงกรณีที่มีชาวมุสลิมที่จะเดินทางไปประกอบพิธีหัจญ์ตกค้างอยู่ที่สนามบินสุวรรณภูมิ ว่า ขอชี้แจงว่า ตั้งแต่วันแรกที่กลุ่มพันธมิตรฯ เข้าปิดล้อมสนามบินสุวรณภูมิ ได้ประสานกับการท่าอากาศยานเป็นที่เรียบร้อยว่าจะให้ลำเลียงผู้โดยสารที่ตกค้างออกไปทั้งหมดก่อนเวลา 10.00 น. แต่ท้ายที่สุดการท่าฯ ไม่ได้แจ้งต่อผู้โดยสาร เป็นเกมการเมืองต้องการโยนบาปให้กลุ่มพันธมิตรฯ เมื่อพันธมิตรมาทราบภายหลังว่ามีชาวมุสลิมตกค้างอยู่ จึงได้แก้ปัญหาด้วยการประสานงานกับทาง 3 สายการบิน ประกอบด้วย การบินไทย สายการบินกัลฟ์แอร์ สายการบินอิหร่านแอร์

 

โดยในวันนี้ (29 พ.ย.) เวลา 12.35 น. การบินไทยเที่ยวบินที่ TG8534 จะบินเครื่องเปล่าออกจากสนามบินดอนเมืองไปรับผู้โดยสารที่สนามบินหาดใหญ่ จ.สงขลา เพื่อเดินทางยังประเทศซาอุดิอาระเบีย ขณะที่สายการบินกัลฟ์แอร์ จะรับชาวมุสลิมที่ผู้ตกค้างอยู่ในสนามบินอู่ตะเภา ไปยังประเทศซาอุฯ เช่นกัน ส่วนสายการบินอิหร่านแอร์นั้น ขณะนี้ พล.อ. สนธิ บุญยรัตกลิน อดีตประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ(คมช.) ซึ่งมีความสนิทกับผู้ใหญ่ในรัฐบาลอิหร่านได้ขอให้สายการบินดังกล่าวมารับผู้โดยสารที่ยังตกค้างอยู่ ไปส่งยังประเทศซาอุฯ ไม่เกินวันที่ 2 ธ.ค.นี้

 

 

"โต้งวิหค" ปรี่เข้าชก "นพ.เหวง-นพ.สันต์" ก่อนขู่ให้ระวังตัว

ส่วนที่รัฐสภา เมื่อเวลา 13.30 น. นพ.สันต์ หัตถีรัตน์ ประธานสมาพันธ์ประชาธิปไตย นพ.เหวง โตจิราการ แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.) ยื่นแถลงการณ์ต่อนายวิทยา บุรณศิริ ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) นายนิสิต สินธุไพร ส.ส.ร้อยเอ็ด พรรคพลังประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการกิจการสภา จากนั้นทั้งหมดได้นั่งแถลงข่าวร่วมกัน โดยนพ.สันต์ อ่านแถลงการณ์เรียกร้องให้ประชาชนต่อต้านรัฐประหารอย่างสันติวิธี โดยอ้างว่าสถานการณ์ปัจจุบันมีสิ่งบอกเหตุหลายประการที่จะเกิดการรัฐประหารยึดอำนาจ ดังนั้นในฐานะประชาชนมีอำนาจตามรัฐธรรมนูญมาตรา 63 ที่จะมีสิทธิต่อต้านโดยสันติวิธี ซึ่งการกระทำใด ๆ ที่เป็นไปเพื่อให้ได้มา ซึ่งอำนาจในการปกครอง โดยวิธีการซึ่งไม่ได้เป็นไปตามวิถีทางที่ไม่ได้บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ (ดูรายละเอียดที่นี่)

 

ทั้งนี้ ระหว่างที่ นพ.เหวงและคณะกำลังแถลงอยู่นั้น ปรากฏว่า นายเทอดศักดิ์ เจียมกิจวัฒนา แกนนำกลุ่มทหารเสือพระราชาซึ่งมานั่งรออยู่ในห้องแถลงข่าว เพื่อยื่นหนังสือต่อนายสมชาย แสวงการ ส.ว.สรรหา ประธานคณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชน วุฒิสภา ซึ่งนั่งนั่งฟังการแถลงข่าวอยู่ ได้เดินปรี่เข้าไปชี้หน้าด่าและจะชกหน้า นพ.เหวง และนพ.สันต์ พร้อมกับตะโกนย้ำหลายครั้งว่า "ทีพวกมึงรุมฆ่าพ่อกู มึงยังทำได้ ให้พวกมึงระวังไว้"

 

 

รปภ.ต้องล็อคออก "สมชาย แสวงการ" หน้าเครียด

ขณะที่ รปภ.สภาพยายามเข้ามาล็อคตัวนายเทอดศักดิ์ แต่ไม่สำเร็จ ทำให้นายเทิดศักดิ์ ปรี่จะต่อยอีกครั้ง แต่นายสุรพงษ์ โตวิจักษ์ชัยกุล ส.ส.เชียงใหม่ พรรคพลังประชาชน ได้ชี้หน้าด่าว่า "เอามันออกไป รปภ.ปล่อยให้มันเข้ามาได้อย่างไร"

 

ขณะที่นายเทอดศักดิ์ พยายามสะบัดให้หลุดจากการล็อคของ รปภ.เพื่อที่จะชกหน้านายสุรพงษ์ที่ตะโกนท้าทายอย่างมีอารมณ์ ขณะที่ รปภ.สภาต้องระดมกำลังเข้ามาล็อคตัวนายเทิดศักดิ์ ออกไปจากห้องอย่างทุลักทุเล เพื่อมาสงบสติอารมณ์ในห้องนักข่าวรัฐสภา โดยมีกลุ่ม 40 ส.ว.อยู่ด้วย ซึ่งนายสมชาย ซึ่งเป็นผู้รับรองนายเทิดศักดิ์ เข้ามา ถึงกับมีสีหน้าที่เคร่งเครียดกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

 

 

ส.ส.พปช.ต่อว่า รปภ.ไม่เข้มแข็ง

ขณะที่นายสุรพงษ์ และนายนิสิต ภายหลังแถลงข่าวเสร็จได้ตามออกมาต่อว่า รปภ.สภาว่าทำงานไม่เข็มแข็ง โดยทางจิตวิทยาไม่ควรปล่อยให้เข้าไปในห้องอยู่แล้ว ถ้าเกิดชก ส.ส. มาได้จะเสียหายกันหมด อย่างนี้ใช้ไม่ได้ หากมีการพกอาวุธเข้ามาจะเกิดอะไร ขณะที่ รปภ.ชี้แจงว่านายเทอดศักดิ์ เข้ามาโดยการรับรองของนายสมชาย แสวงการ ส.ว.สรรหา ซึ่งเป็นการรับรองถูกต้องทุกอย่าง จากนั้นทางกลุ่มส.ส.ดังกล่าวได้ขึ้นไปพบกับนายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ขณะเดียวกันรปภ.ได้นำตัวนายเทอดศักดิ์ ไปสอบปากคำที่กองรักษาการพร้อมกับแจ้งไปยังสน.ดุสิต เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป

 

อย่างไรก็ตามก่อนที่รปภ.จะนำตัวนายเทิดศักดิ์ ไปสอบปากคำ นายเทิดศักดิ์ ได้ยื่นหนังสือร้องเรียนขอความเป็นธรรมกับนายสมชาย และนายสมัคร เชาวภานนท์ ส.ว.สรรหา ประธานคณะกรรมาธิการการยุติธรรม และการตำรวจ วุฒิสภา โดยนายเทอดศักดิ์ ระบุว่า ตนเป็นหนึ่งในแกนนำกลุ่มทหารเสือพระราชา ต้องการปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ แต่ที่ผ่านมาถูกกระทำด้วยความรุนแรง และโดนทำร้ายร่างกายด้วยอาวุธหลายชนิด 15 ครั้ง จนครั้งสุดท้ายพ่อของตนคือนายเศรษฐา เจียมกิจวัฒนา ถูกรุมทำร้ายด้วยจนเสียชีวิตเมื่อคืนวันที่ 25 พฤศจิกายน ขอให้คณะกรรมาธิการฯตรวจสอบเหตุการณ์และพิจารณาตั้งคณะกรรมาธิการตรวจสอบข้อเท็จจริงอันเป็นปัญหาว่าด้วยการละเมิดสิทธิมนุษยชน การไม่บังคับหรือละเว้นการใช้กฎหมายของเจ้าหน้าที่รัฐ เป็นเหตุให้ตนและกลุ่มทหารเสือพระราชาให้ได้รับความเสียหาย

 

 

"โต้ง วิหค" ลั่นได้แก้แค้นให้พันธมิตร

โดยในเวลาประมาณ 19.40 น. นายเทอดศักดิ์ได้เดินทางไปปราศรัยให้กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยที่ทำเนียบรัฐบาล โดยเป็นการปราศรัยวันที่ 2 ติดต่อกัน นายเทอดศักดิ์กล่าวว่าไม่มีคำว่าแพ้ในสายเลือดของผม และกล่าวว่าจะเล่าสามเหตุการณ์ให้พี่น้องฟังเรื่อง ได้แก่ เหตุการณ์เมื่อ 25 พ.ย. เรื่องที่ 2 เมื่อสักครู่ที่ผ่านมา ผมไปแก้แค้นให้กับพี่น้องพันธมิตรทุกๆ คน และเรื่องที่ 3 ขอให้ตำรวจ ทหาร ข้าราชการในพระเจ้าอยู่หัวฟังให้ดี เป็นเรื่องบันไดสามขั้นที่ทักษิณวางแผนล้มกษัตริย์

 

นายเทอดศักดิ์ ได้กล่าวถึงการแถลงข่าวของสมาพันธ์ประชาธิปไตยว่า "มันแถลง 3 อย่าง หนึ่ง พันธมิตรชุมนุมอยู่ไม่ชอบธรรม สอง ให้ นปก. ไปล้อมค่ายทหารไว้อย่าให้ทหารปฏิวัติ และให้ทุกคนติดอาวุธถ้าทหารบุกให้ยิงทหาร และสามมันแถลงเลยนะครับ ให้ประชาชนทุกคนถอนเงินออกจากธนาคารเพื่อสร้างความวุ่นวายให้กับประเทศครับ ผมก็เลยรอเวลามานาน ก็ลุกขึ้นไปบอกว่า มึงฆ่าพ่อกูยังไม่พอ มึงจะเอาประชาชนมาฆ่าทหาร หรือทหารมาฆ่าประชาชนอีกหรือ"

 

แต่จากการตรวจสอบพบว่าข้อมูลที่นายเทอดศักดิ์ปราศรัยคาดเคลื่อนไปจากที่สมาพันธ์ประชาธิปไตยปราศรัย ซึ่งปราศรัยทั้งสิ้น 6 ข้อ ไม่ใช่ 3 ข้อ และสมาพันธ์ประชาธิปไตยมีเงื่อนไขว่าจะเคลื่อนไหวต่อเมื่อมีการรัฐประหาร (ดูรายละเอียดที่นี่)

 

 

บอกเชียงใหม่เป็นศูนย์กลางล้มสถาบัน อ้างไปยืนดูเห็นกับตา

การปราศรัยของนายเทอดศักดิ์ยังอ้างว่าทักษิณมีแผนบันไดสามขั้นเพื่อล้มกษัตริย์ โดยมีจังหวัดเชียงใหม่เป็นศูนย์กลางของขบวนการ มีฐานบัญชาการอยู่ที่ ร.ร.แกรนด์วโรรส ของนายเพชรวรรต วัฒนพงศ์ศิริกุลแกนนำกลุ่มรักษ์เชียงใหม่ โดยอ้างว่า "ผมไปยืนดูมาเอง เห็นกับตา" นอกจากนี้ยังมีนักวิชาการกลุ่ม "มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน" ร่วมด้วยเพราะแถลงข่าวว่าไม่เอาระบอบอำมาตยาธิปไตย

 

เขายังอ้างว่ามีการจ่ายเงินเดือนให้ผู้ว่าราชการจังหวัดหัวละ 50,000 และให้ผลประโยชน์เป็นโครงการ เป็นงาน และมีทหารได้รับเงินจากระบอบทักษิณ 20% จากทหารทั้งหมด

 

 

เพ้อ 7 ต.ค. ใช้กำลังไทใหญ่-ว้าแดงมาสลายพันธมิตร ชวนร้องเพลง "เราสู้"

นายเทอดศักดิ์ยังบอกว่าเหตุการณ์สลายการชุมนุมในวันที่ 7 ต.ค. เกิดจากการนำกำลังไทใหญ่และว้าแดงมาแต่งกายคล้ายตำรวจไม่ติดป้ายชื่อให้มาปราบผู้ชุมนุม โดยรับค่าจ้างคนละ 500 บาท โดยก่อนจบการปราศรัยนายเทิดศักดิ์ได้ชวนผู้ชุมนุมร้องเพลงพระราชนิพนธ์ "เราสู้" ด้วย

 

อนึ่งก่อนหน้าที่นายเศรษฐา เจียมกิจวัฒนาบิดาของเทิดศักดิ์จะเสียชีวิตระหว่างการปะทะระหว่างกลุ่มทหารพระราชาและกลุ่มรักเชียงใหม่"51 เมื่อวันที่ 25 พ.ย. นั้น วิทยุชุมชนวิหคเรดิโอ FM 89.00 MHz ของนายเทอดศักดิ์ได้กระจายเสียงของสถานีโทรทัศน์ ASTV และเป็นสถานที่นัดรวมพลของกลุ่มทหารพระราชาเพื่อไปร่วมชุมนุมกับพันธมิตรฯ ที่กรุงเทพมหานคร

 

นอกจากนี้วิทยุชุมชนดังกล่าว ยังดำเนินรายการอ้างอิงสถาบันกษัตริย์อยู่ตลอด และมักกล่าวหากลุ่มทางสังคมใน จ.เชียงใหม่ที่ไม่เห็นด้วยกับแนวทางพันธมิตร อย่างกลุ่มรักเชียงใหม่ 51 อาจารย์และนักศึกษาปริญญาโทใน ม.เชียงใหม่บางราย และคณาจารย์ ม.เที่ยงคืน เป็นต้น ว่าเป็นขบวนการล้มล้างสถาบันและมีการเปิดให้ผู้ฟังโทรศัพท์เข้ามาแสดงความเห็นด้วย จึงเป็นเหตุให้มีเรื่องทะเลาะวิวาทบ่อยครั้งกับกลุ่มรักเชียงใหม่ 51 และแม้จะเคยทำข้อตกลงกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจและกลุ่มรักเชียงใหม่ 51 ว่าจะไม่จัดรายการพาดพิงในลักษณะเช่นนี้อีก แต่ก็ยังไม่หยุด จนเป็นชนวนเหตุของการกระทบกระทั่ง และบานปลายกลายเป็นเหตุสลดดังกล่าว

 

 

สนธิสั่งการ์ดถ้าตำรวจขอค้น "ยิงแม่งเลย"

สำหรับบรรยากาศการชุมนุมพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยหลังยึดทำเนียบรัฐบาล สนามบินดอนเมือง และสนามบินสุวรรณภูมินั้น

 

เวลาประมาณ 18.50 น. ที่เวทีในทำเนียบรัฐบาล นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรได้ขึ้นปราศรัยว่า [ฟังเสียงที่นี่] มันไปปล่อยข่าวว่าผมหนีไปแล้ว ผมอยู่ที่ ASTV พร้อมกับปืนสองกระบอก ขอโทษทีพี่น้องหายไป 2-3 วันเพื่อไปเฝ้าป้องปราการที่สำคัญที่สุด รู้ใช้ไหมเมื่อวานมันไปทำอะไร ผมสั่งไปแล้วการ์ดของเราที่เดินตรวจตราอยู่ที่ ASTV ข้างนอก ตำรวจมันมาค้นปืนแล้วจับไป ผมบอกเลยว่าจากวันนี้ ถ้ามาค้นยิงแม่งเลย ก็มึงไม่มีปัญญาป้องกันพวกกู มันลอยล่องเรือมาแล้วมันก็ยิง โดยนายสนธิกล่าวหาว่าเป็นหน่วยเฉพาะกิจทางน้ำของตำรวจ เพราะฉะนั้นแล้วพี่น้อง ป้อมปราการแต่ละป้อมปราการปกป้องให้ดี ASTV เป็นหัวใจที่สำคัญที่สุด

 

 

ท้าอยากสลายอย่าช้า ลั่นรัฐบาลต้องลาออกทั้งคณะและขอกระทืบ ครม.

วันนี้พวกสานเสวนาทั้งหลายวิ่งกันตีนขวิด บอกว่านายกรัฐมนตรีอยากคุยด้วย ผมเลยบอกไป บอกวันนี้อารมณ์การเจรจามันไม่มีมานานแล้ว ถ้าอยากสลาย มึงอย่าช้า เพราะวันนี้เลือดมันเข้าตาแล้ว ถามว่าเงื่อนไขมีอะไร ลาออกใช่ไหม ผมบอกว่า วันนี้ไม่ใช่ลาออกคนเดียว ทั้งคณะ ก็ว่านี่เพิ่มเงื่อนไขหรือ ผมบอกไม่ได้เพิ่มเงื่อนไข ยังมีต่อ นอกจากทั้งคณะแล้ว ยังต้องขอกระทืบมึงด้วย

 

ผมบอกก่อนหน้านี้ว่ามันจะเล่น ASTV ผมทายอะไรเคยผิดไหม มันมาพยายามบุกเข้ายึด ASTV หลายครั้ง ทำไม่ได้เลยต้องเข้าทางน้ำ แล้วมันเอาตำรวจชั่วเป็นพวกมัน คอยมาตรวจตราพวกเราข้างหน้าว่าเรามีใครบ้าง การป้องกันที่ดีคือต้องออกมาป้องกันข้างนอก มันจะให้นั่งอยู่ข้างในเป็นเป้าให้มันยิง ผมก็เลยบอกว่าถ้าใครมาตรวจก็บอกว่าอย่ามาตรวจนะ ผมจะยิงเอา

 

 

เตือนตำรวจถ้าอยากซวยเหมือน 7 ต.ค. เชิญตามสบาย

นายสนธิยังกล่าวถึงข่าวที่รัฐบาลจะเจรจาว่า "การที่ (รัฐบาล) ขอเจรจาแสดงว่าแพ้แล้ว แพ้อย่างหมดรูป"

 

เวลานี้ พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยซึ่งได้รับมอบหมายให้ดูแลสถานการณ์ฉุกเฉินสั่ง ทหารอากาศให้เอากำลังออกมาไม่ได้ เพราะมีเงื่อนไขว่าหากให้ออกมาต้องมีคำสั่งเป็นลายลักษณ์อักษร

 

นายสนธิ กล่าวอีกว่าในวันที่ 2 ธ.ค.เขาจะสั่งยุบพรรค 3 พรรค (พลังประชาชาชน - ชาติไทย - มัชฌิมาประชาธิปไตย) แน่นอน เมื่อเขายุบแล้วคนที่ชื่อโกวิท วัฒนะ ก็ไม่ได้เป็นรัฐมนตรีมหาดไทย คนซวยคือตำรวจ อยากซวยซ้ำสองก็เชิญตามสบายแบบ 7 ต.ค.

 

 

บอกนักธุรกิจอย่าเห็นแก่ตัว ต้องเอาชาติบ้านเมืองไว้ก่อน

นายสนธิยังบอกว่า "เราต้องยอมเสียสละส่วนตัวหน่อย พ่อแม่พี่น้องที่มีสินค้าส่งออก นั่งร้องห่มร้องไห้ ผมคุกเขาก้มลงกราบได้ ผมบอกว่าผมเห็นใจ แต่ต้องเอาชาติก่อน แล้วพี่น้องที่เขาทิ้งบ้านทิ้งช่อง ปิดธุรกิจเขามา คนใต้ที่น้ำท่วมบ้านเขายังไม่ดูแลบ้านเขาเลย เขายังมา อย่าเห็นแก่ตัวมากจนเกินไป วันนี้เวลานี้ ชาติบ้านเมืองเอาไว้ก่อน"

 

"วันนี้พวกเราเลือดเข้าตา ของมันขึ้น สู้ไม่ถอย เพราะฉะนั้นแล้วอย่าฟังข่าวลือทั้งสิ้น แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ไม่มีวันจะเจรจา เพราะฉะนั้นแล้วพี่น้องสบายใจได้" นายสนธิกล่าวย้ำและว่าวันนี้จะไม่หนีไปไหนเพราะไม่มีที่จะหนีแล้ว มีแต่ "สมชาย วงศ์สวัสดิ์" เท่านั้นที่จะหนีเข้าพม่า ให้เตรียมเดินทางลี้ภัยเข้าพม่าได้แล้ว ไม่เกิน 24 หรือ 48 ชั่วโมงนี้แน่นอนที่สุด

 

 

สนธิปัดไม่เกี่ยวทำมุสลิมไปหัจญ์ไม่ได้ ลั่นถ้าไปไม่ได้ปีหน้าจะระดมทุนพาไป

ในเวลา 21.00 น. นายสนธิ ได้ไปกล่าวปราศรัยอีกครั้งที่สนามบินสุวรรณภูมิว่า [ฟังเสียงที่นี่] ปัญหาที่พี่น้องมุสลิมไม่ได้ไปทำพิธีหัจญ์ นายเสรีรัตน์ ผอ.สนามบินสุวรรณภูมิเป็นคนกลั่นแกล้งไม่ให้ชาวมุสลิมไปทำพิธีหัจญ์ สายการบินอิหร่านจะมารับ แต่นายเสรีรัตน์ไม่ยอมให้เจ้าหน้าที่การท่ามาบริการให้เขาลง เขาเลยลงไม่ได้ เลยโยนความผิดมาให้พันธมิตร

 

พี่น้องมุสลิมต้องรู้ว่า พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย คือมิตรแท้ของพี่น้องชาวมุสลิม เราพูดตลอดถ้าพี่น้องจะไปทำหัจญ์เราจะเปิดทางให้ไป แต่นายเสรีรัตน์โยนความผิดมาให้พันธมิตร พี่น้องชาวมุสลิม ผมเอาเกียรติยศและสัจจะวาจาเป็นเครื่องประกันว่า ถ้าพี่น้องที่จะไปทำพิธีหัจญ์แล้วไปไม่ได้งวดนี้ เพราะความชั่วช้าสามานย์ของคนในการท่า ผมจะให้ทีมงานจดชื่อพ่อแม่พี่น้อง แล้วปีหน้าผมจะระดมทุนออกค่าใช้จ่ายให้พี่น้องที่ติดค้างอยู่ไปให้หมด

 

 

ท้านักวิชาการขวางพันธมิตรมาขึ้นเวที เตือนผู้ชุมนุมนอนฟังปราศรัยระวังกอดผิดคน

นายสนธิยังบอกว่าขณะนี้มีนักวิชาการหน้าอ่อน ขนเพิ่งขึ้น เยอะแยะไปหมดมาเที่ยวสั่งสอนเรื่องทฤษฎีการเมือง ซึ่งทฤษฎีการเมืองแท้จริงแล้วอยู่ที่นี่ อยู่ที่สุวรรณภูมิ อยู่ที่ดอนเมือง อยู่ที่ทำเนียบรัฐบาล เลิกคุยได้แล้ว จะจบด็อกเตอร์ที่ไหนไม่สำคัญ มาจีบปากจีบคอหน้าทีวีว่าเราทำผิด ปัดโธ่ มีปัญญาออกทีวีแค่นั้น แน่จริงมาขึ้นเวทีกับกูสิวะ เห็นไหมพี่น้อง มันไม่ได้ฉิบหายโครงสร้างสังคมอย่างเดียว การศึกษามันก็ฉิบหายไปด้วย

 

การแก้ปัญหาง่ายนิดเดียว ใครมีอำนาจมีกำลังให้รัฐบาลสัตว์นรกออกไป เรากลับเลย ทำไมชอบพูดอยู่เรื่อยว่าเราทำเศรษฐกิจเสียหาย ทำไมไม่พูดบ้างล่ะว่าไอ้พวกสัตว์นรกเป็นตัวการที่ทำให้เราอยู่ที่นี่ มันสนุกนักหรือที่ต้องมานั่งบนถนนแบบนี้ มันสนุกนักหรือที่หาข้าวหาน้ำทานลำบาก ที่ต้องมาเพราะพวกเรารักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ มากกว่าพวกที่หาว่าเราทำให้เศรษฐกิจของชาติเสียหาย นายสนธิยังเตือนผู้ชุมนุมด้วยว่า ในขณะที่พี่น้องนั่งฝ่าลมหนาว นอนคุดคู้ ถ้าไม่รู้จักกันอย่าไปนอนข้างๆ เดี๋ยวกอดผิดคนยุ่งฉิบหาย นายสนธิยังบอกว่าที่นี่มีบรรยากาศเหมือนเขาใหญ่

 

 

สมน้ำหน้าเชียงใหม่ เมืองชินวัตร

นายสนธิยังบอกว่าจะสนับสนุนให้วิทยุชุมชนของนายเทอดศักดิ์ เจียมกิจวัฒนาเป็นเครือข่ายสำคัญในภาคเหนือ นายสนธิยังปราศรัยไปถึงคน จ.เชียงใหม่ว่า คนเชียงใหม่อย่าเพียงแต่พูดด้วยปาก คนเชียงใหม่ถึงเวลาแล้วที่ต้องแสดงความกล้าหาญบ้าง ก็เพราะว่าไม่มีความกล้า ก็เพราะว่าขี้ขลาดแบบนี้ คุณเทอดศักดิ์ถึงต้องถูกรังแก ถึงเวลาต้องรวมตัวกันสู้กับมัน ไอ้พวกเสื้อแดงมันไม่มีปัญญาหรอก มันต้องกล้าสู้ วันนี้มันต้องตาต่อตา ฟันต่อฟันแล้ว

 

เพราะฉะนั้นแล้วเชียงใหม่ไม่ใช่ตระกูลไม่ใช่เมืองของโคตรเหง้าชินวัตร พี่น้อง เชียงใหม่ไม่ใช่ เชียงใหม่เป็นประเทศเป็นเมืองของประชาชนคนไทย 60 กว่าล้านคนทั่วประเทศไม่ใช่เมืองของมึง แล้วไอ้ที่ขนมาเป็นพันๆ คนนั่นจ่ายเขาหัวละเท่าไหร่ ทำไมไม่พูดเล่า พี่น้องชาวเชียงใหม่ ถ้าพี่น้องชาวเชียงใหม่ขี้ขลาดตาขาวแบบนี้ ก็สมน้ำหน้าแล้ว ที่พวกชินวัตรบอกว่าเชียงใหม่เป็นของมัน และจะแยกประเทศ ก็ยกประเทศให้มันไปเลย

 

 

สมเกียรติอ้างอาร์เคเคขู่พันธมิตร ขวางนักแสวงบุญโดนแน่

บรรยากาศการชุมนุมที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ คืนวานนี้ (28 พ.ย.) การรักษาความปลอดภัยของการ์ดพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เป็นไปด้วยความเข้มงวด รถทุกคันที่เข้ามาภายในสถานที่ชุมนุมจะมีการตรวจตราโดยละเอียด ว่ามีอาวุธพกพาเข้ามาในการชุมนุมหรือไม่

 

ส่วนความเคลื่อนไหวของเจ้าหน้าที่ตำรวจช่วงค่ำที่ผ่านมามีเฮลิคอปเตอร์ตำรวจบินสังเกตการณ์การชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อ ประชาธิปไตยรอบท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ 3 รอบ คาดว่าเป็นการประเมินจำนวนผู้ชุมนุมขณะที่รอบท่าอากาศยานสุวรรณภูมิมีการตั้งจุดตรวจอาวุธประชาชนที่เข้าร่วมการ ชุมนุมอย่างเข้มงวดด้วยเช่นกัน แต่จนถึงขณะนี้เหตุการณ์การชุมนุมยังเป็นไปด้วยความปกติ

 

ผู้สื่อข่าวรายงานการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ที่เวทีท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ว่า ช่วงค่ำที่ผ่านมา (28 พ.ย.) นาย สมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ ส.ส.สัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ แกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย นำแถลงการณ์ของกลุ่มอาร์เคเค ขึ้นอ่านบนเวทีระบุว่า กลุ่มอาร์เคเคให้กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เปิดโอกาสให้ชาวมุสลิมสามารถเดินทางไปจาริกแสวงบุญที่นครเมกกะ ประเทศซาอุดีอาระเบีย โดยเร็วที่สุด ไม่เช่นนั้น จะดำเนินการกับผู้ชุมนุมทั้ง 3 จุด คือ ทำเนียบรัฐบาล ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และ ท่าอากาศยานดอนเมือง อย่างไรก็ตาม นายสมเกียรติ ระบุว่า ไม่เคยกีดขวางการเดินทางของกลุ่มมุสลิมไทยดังกล่าวโดยจะเร่งดำเนินการให้ ประชาชนกลุ่มดังกล่าวสามารถเดินทางไปร่วมจาริกแสวงบุญยังประเทศซาอุดีอาระเบียได้ภายในวันที่ 29 พ.ย.

 

 

ผู้ชุมนุมทำร้ายดารามุสลิมเยี่ยมคนตกค้างไปหัจญ์

และเมื่อเวลา 22.00 น. นายฤทธิ์ลือชา คุ้มแพรวพรรณ ชาวมุสลิม อดีตดารานักแสดงดาวร้าย ได้เดินทางมายังสนามบินสุวรรณภูมิ เพื่อมาเยี่ยมกลุ่มมุสลิมที่จะไปแสวงบุญที่ประเทศซาอุดิอาระเบีย ระหว่างการเยี่ยมมี ผู้ชุมนุมมาพบเห็นและได้ขับไล่เนื่องจากเห็นว่านายฤทธิ์สนับสนุน นปก. รวมทั้งพยายามผลักดันให้นายฤทธิ์ออกจากตัวอาคารสนามบิน โดยระหว่างที่นายฤทธิ์เดินออกจากตัวอาคารได้มีกลุ่มผู้ชุมนุมบางส่วนพยายามเข้ามาทำร้าย แต่ทางการ์ดพันธมิตรฯ เห็นเข้าจึงได้เข้ามาห้าม และได้นำตัวนายฤทธิ์ออกไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งระหว่างทางที่ออกไปนอกตัวอาคาร ผู้ชุมนุมที่อยู่ด้านนอกได้มีการขว้างขวดน้ำใส่ และตะโกนด่าทอด้วยคำหยาบคาย

 

ทั้งนี้ มีการ์ดส่วนหนึ่งขับรถมาขวางผู้ชุมนุมที่จะเข้ามาทำร้ายนายฤทธิ์ไว้ ก่อนที่จะมีการ์ดอีกส่วนหนึ่งขับรถจักรยานยนต์พานายฤทธิ์ออกจากสนามบินไป

 

ที่มา: Modernnine TV เวลา 3.00 น. วันที่ 29 พ.ย. บันทึกโดย คุณ demagoguing

http://www.youtube.com/watch?v=uWasw0y6zA8

 

รถ 9 คันปิดถนนวิภาวดีขาเข้า แกนนำปัดไม่ใช่ฝีมือ แต่ยังประกาศขอรถอีก 30 คัน

สถานีโทรทัศน์เอ็นบีที โมเดิร์นไนน์ทีวี และไทยรัฐ ยังรายงานด้วยว่า เมื่อเวลา 23.45 น.ที่ผ่านมา (28 พ.ย.) เกิดเหตุรถยนต์จำนวน 9 คัน ทะเบียนกรุงเทพมหานคร ทั้งหมด ถูกนำมาจอดทิ้งไว้ปิดถนนวิภาวดีรังสิตขาเข้าทั้ง 5 เส้นทางจราจร บริเวณด้านหน้าอาคารคลังสินค้า ท่าอากาศยานดอนเมือง กีดขวางไม่ให้รถยนต์คันอื่นๆสัญจรไปได้ สร้างความไม่พอใจให้แก่ผู้ใช้รถใช้ถนน มีการขว้างปาสิ่งของ และช่วยกันเข็นรถออกไป 1 คัน เพื่อเปิดช่องทางจราจรให้รถยนต์สามารถแล่นผ่านไปได้ 1 ช่อง บรรเทาภาวะจราจรติดขัดตั้งแต่ด้านหน้าท่าอากาศยานดอนเมืองไปจนถึงแยกลำลูกกาได้เล็กน้อย ส่วนรถยนต์อีก 8 คัน ถูกดึงเบรกมือไว้ทำให้ไม่สามารถเคลื่อนย้ายได้ ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรได้มาตรวจสอบที่เกิดเหตุแล้ว อยู่ระหว่างประสานเพื่อดำเนินการเคลื่อนย้ายรถทั้งหมดออกไปจากถนน และเก็บไว้ในอาคารคลังสินค้าดอนเมือง โดย สน.วิภาวดีเตรียมแจ้งข้อหาเจ้าของรถกีดขวางทางจราจร [ชมคลิปที่นี่]

 

ทั้งนี้มีรายงานข่าวว่ามีรถยนต์จำนวนหนึ่งพยายามปิดถนนวิภาวดีขาออกด้วย แต่ผู้ใช้รถช่วยกันบีบแตรไล่ ทำให้ไม่สามารถปิดถนนขาออกได้สำเร็จ

 

โดยแกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ปฏิเสธว่าการใช้รถยนต์ปิดถนนดังกล่าวไม่ใช่ฝีมือของกล่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย อย่างไรก็ตามมีการประกาศบนเวทีปราศรัยว่า รับสมัครเจ้าของรถยนต์อีกจำนวน 30 คัน แต่ไม่ได้ระบุว่าจะนำรถยนต์จำนวนดังกล่าวไปทำอะไร

 

 

 

 

เกิดเสียงคล้ายระเบิด 2 หน หลังเอเอสทีวี

เวลา 00.30 น. ของวันนี้ (29 พ.ย.) เกิดเสียงดังคล้ายระเบิด 2 ครั้ง บริเวณ ด้านหลังสำนักงานสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมเอเอสทีวี อาคารบ้านเจ้าพระยา ถนนพระอาทิตย์ แขวงชนะสงคราม เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร (กทม.) เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ชนะสงครามตรวจสอบบริเวณทางเดินริมแม่น้ำเจ้าพระยา ด้านหลังอาคารดังกล่าวโดยใช้ไฟฉายส่องสำรวจ แต่ไม่พบร่องรอยความเสียหายหรือชิ้นส่วนระเบิดแต่อย่างใด

 

ผู้สื่อข่าวรายงานต่อว่า ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ล่าสุด กลางดึกคืนนี้ ขบวนรถตำรวจติดไซเรนประมาณ 10 คัน เคลื่อนมายังอาคารรับรองพิเศษใกล้เคียงอาคารผู้โดยสารสถานที่ปักหลักชุมนุม ของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย มากที่สุด ทำให้การ์ดพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยต้องซักซ้อมการป้องกันให้แก่ผู้ชุมนุม ขณะที่บนเวทียังคงมีการปราศรัยอย่างต่อเนื่องแตกต่างจากคืนที่ผ่านๆ มาในช่วง เดียวกันนี้จะมีการยุติการชุมนุมแล้ว

 

 

นครบาลผงะพบอดีต รอง ผบ.ชน. คุมการ์ดพันธมิตรจ้างวันละ 500

นอกจากนี้ พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล 3 เปิดแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนว่า วันนี้ ตำรวจได้เข้าตรวจค้นบ้านนายวิทยา ปิยะเศรษฐ์ อายุ 38 ปี การ์ดพันธมิตรฯ ที่บ้านเลขที่ 81/33 หมู่ที่ 5 แขวงทุ่งสง เขตหลังสี่ ตามคำสั่งของกองบัญชาการตำรวจนครบาลให้ทุกท้องที่จับตาพฤติกรรมการ์ด พันธมิตรฯ เพื่อติดตามปืนของตำรวจสันติบาลประจำทำเนียบรัฐบาลที่หายไปก่อนหน้านี้ พบรถยนต์หมายเลขทะเบียนรถ พต 2750 กรุงเทพหมานคร ผ้าโพกศีรษะกู้ชาติ 2 ผืน ผ้าพันคอกู้ชาติพันธมิตร 1 ผืน บัตรประจำตัวผู้สื่อข่าวระบุชื่อนายวิทยา ปิยะเศรษฐ์ สังกัดนิตยสารศิรินท์ 39 กองสารนิเทศและกิจกรรมพิเศษตระเวนข่าว 1 ใบ ซึ่งเป็นของกลางที่ตำรวจยึดไว้

 

ใน วันเดียวกัน เจ้าหน้าที่ก็ได้เข้าตรวจค้นที่บ้านเลขที่ 29/21 ซอยอาทรอุปถัมภ์ แขวงและเขตบางซื่อ ของนายพิทักษ์ พลวิยะเศรษฐ์ อายุ 38 ปี พบปืนสั้น ไม่ทราบยี่ห้อขนาด .45 มม. 1 กระบอก กระสุนปืนขนาด .45 จำนวน 34 นัด วิทยุรับส่งโมโตโรล่าจำนวน 1 เครื่อง กล้องวีดิโอ 1 เครื่อง บัตรประจำตัวนักรบศรีวิชัยหมายเลข 278 จำนวน 1 ใบ และบัญชีจ่ายเงิน ค่ารักษาความปลอดภัยแก่การ์ดพันธมิตรฯจำนวน 10 คน ที่จุดอารักขาบ้านพระอาทิตย์ โดยมี พล.ต.ต. วิทยา โกสิยสถิต อดีตรองผู้บัญชาตำรวจนครบาลเป็นผู้ควบคุม ระบุจ่ายให้คนละ 500 บาทต่อวัน รวม 10 คน 10 วัน เป็นเงินจำนวน 50,000 บาท

 

 

ตำรวจยึดท่อนเหล็ก-อาวุธจากกองทัพธรรม หวั่นถูกดัดแปลงเป็นปืน

นอกจากนี้ ตำรวจนครบาลลาดกระบังยังได้ตรวจยึดของกลางได้จากรถบรรทุก 6 ล้อของกองทัพธรรมที่มุ่งหน้าไปสู่สนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งพบท่อนเหล็กขนาดยาวประมาณ 1 เมตร จำนวน 15 ท่อน ขวานขนาดเล็ก 1 ด้าม ท่อเหล็กกลวงขนาดใหญ่ซึงคาดว่าจะใช้ดัดแปลงประกอบอาวุธได้จำนวน 2 ท่อน, ท่อ เหล็กกลวงขนาดเล็กซึ่งคาดว่าจะใช้ดัดแปลงประกอบอาวุธได้ จำนวน 2 ท่อน เหล็กกลึงเปิดท้ายมีเกลียวด้านในซึ่งคาดว่าจะใช้ดัดแปลงประกอบอาวุธได้ จำนวน 2 ท่อน เหล็กกลึงเกลียวด้านนอกมีเดือยแหลมซึ่งคาดว่าจะใช้ดัดแปลงประกอบอาวุธได้ จำนวน 1 อัน หนังสติ๊ก 1 อัน ลูกหิน ลูกตะกั่วและหัวนอตจำนวนหนึ่ง มาแถลงต่อสื่อมวลชน

 

พล. ต.ต.วิชัย กล่าวต่อว่า หลังจากการตรวจสอบพบว่าท่อนเหล็กที่ตรวจยึดได้นั้นส่วนหนึ่งมีการดัดแปลง เพื่อใช้เป็นเครื่องยิงกระสุนปืนได้ โดยทำแยกออกเป็นสองส่วนด้วยกันคือ ส่วนลำกล้องและส่วนท้ายที่กลึงเอาไว้ในลักษณะที่มีเข็มแทงชนวน และจากการนำกระสุนมาตรวจสอบพบว่าท่อนเหล็กดังกล่าวสามารถใช้เป็นเครื่องยิง กระสุน ขนาดลูกซองเบอร์ 12 กระสุนขนาด .38 และ ขนาด .357 ได้ ซึ่งส่วนนี้จะมีการออกหมายจับผู้ที่อยู่ในรถที่ตรวจค้นได้อีกครั้งหนึ่ง

 

 

ค้นบ้านการ์ดพบปืน 3 กระบอกและเครื่องกระสุน

ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล วันเดียวกัน พ.ต.อ.เจริญ ศรีศศลักษณ์ รองผบก.น.2 พร้อมด้วย พ.ต.อ.ปิยะวัชร์ บุญยืน ผกก.สส.น.2 แถลงข่าวการเข้าตรวจค้นบ้านผู้ต้องสงสัย 2 คน คือ นายวิทยา วิยะเศษ อายุ 38 ปี และนายพิทักษ์พล วิยะเศษ อายุ 38 ปี ซึ่งทั้ง 2 คน เป็นการ์ดของกลุ่มพันธมิตรฯ

 

พ.ต.อ.เจริญ กล่าวว่า จากการตรวจค้นบ้านของ 2 ผู้ต้องหา พบปืนพกสั้นยี่ห้ออูซี่ อีเกิ้ล ขนาด 9 มม. 1 กระบอก หมายเลข 97305058 ทะเบียน กท. 5013179ซึ่งคาดว่าเป็นปืนที่หายจากทำเนียบฯ กระสุนปืนขนาด 9 มม. 12 นัด เสื้อเกราะกันกระสุน 1 ตัว ปืนอัดลมสั้น 1 กระบอก กล้องส่องทางไกล 1 อัน บัตรนักรบศรีวิชัย หมายเลขบัตร 310 จำนวน 1 ใบ พบปืนพกสั้นไม่ทราบยี่ห้อขนาด .45 มม.ไม่มีทะเบียน 1กระบอก กระสุนปืนขนาด .45 มม.34 นัด กระเป๋าดำ วิทยุรับส่ง 1 เครื่อง กล้องวีดีโอ1 เครื่อง มือตบ 1 อัน บัตรประจำตัวนักรบศรีวิชัย หมายเลข 278 บัญชีการเบิกจ่ายจุดตรวจรักษาความปลอดภัยบ้านพระอาทิตย์จำนวน 1 แผ่น จำนวน 9 คน ยอดเงิน 50,000 บาท ลงชื่อนายตำรวจคนหนึ่ง

 

นายพิทักษ์ผล รับว่าอาวุธที่พบนั้นเก็บไว้ในบ้านจริง และมีไว้เพื่อป้องกันตัวเท่านั้น อีกทั้งตนเองเข้าร่วมชุมนุมกับกลุ่มพันธมิตรฯ แต่ทุกครั้งที่ไปชุมนุมไม่เคยพกปืนออกไปและขอปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา

 

 

พลพรรคเสื้อแดงหลายจังหวัดอารักขา'สมชาย-เชียงใหม่'

นายเพชรวรรต วัฒนพงศ์ศิริกุล แกนนำกลุ่มรักเชียงใหม่ 51 กล่าวเมื่อคืนนี้ (28 พ.ย.) ว่ากลางดึกคืนนี้กลุ่มเสื้อแดงจาก จ.นครสวรรค์ พิษณุโลก และ อุดรธานี จะทยอยมาสมทบทำหน้าที่การ์ดอารักขา นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม มากขึ้น และในรุ่งเช้าวันนี้ (29พ. ย.) กลุ่มเสื้อแดงจากหลายจังหวัด ที่มาสมทบกับกลุ่มเสื้อแดง จ.เชียงใหม่จะไปแสดงพลังในการเข้ายึดศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อให้ความมั่นใจนายกรัฐมนตรี ได้ทำหน้าที่บริหารประเทศที่ จ.เชียงใหม่ ได้อย่างสบายใจโดยไม่ต้องหวาดระแวง

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คืนนี้กลุ่มเสื้อแดง และกลุ่มรักเชียงใหม่ 51 ไม่ต่ำกว่า 100 คน ระดมกำลังเดินทางมารวมตัวกันที่ริมถนนด้านหน้า ทางเข้าหมู่บ้านกรีนวัลเล่ย์ อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ เพื่ออารักขานายกรัฐมนตรี โดยมีการตั้งเต็นท์ นำอาหารมารับประทานเฝ้าเวรยามอารักขานายกรัฐมนตรีตลอดทั้งคืน โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ตำรวจภูธร ภาค 5 และชุดสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ วางกำลังอารักขาโดยรอบ ประมาณ 15 นาย

 

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า บรรยากาศภายในบ้านพักนายกรัฐมนตรีปิดเงียบเปิดเพียงไฟสลัวไว้บนชั้นสอง ไม่เป็นที่แน่ชัดว่า หลังนายกรัฐมนตรี ออกอากาศสด เพื่อแถลงการณ์ชี้แจงการประชุมวีดิโอคอนเฟอร์เรนท์ผ่านทางสถานีโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจไปในช่วงเวลา 19.00 น.ที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรีจะยังคงอยู่ในบ้านหลังนี้หรือไม่

 

 

นปช.ปากน้ำรวมตัวต้านพันธมิตร

วานนี้ (28 พ.ย.) ที่ลานอเนกประสงค์ ศาลากลางจังหวัดสมุทรปราการ นายไชยนิรันด์ พยอมแย้ม ประธานองค์กรพิทักษ์ความเป็นธรรม แกนนำ นปช. รุ่นที่ 2 ดร.พรชัย ก่อวัฒนมงคล แกนนำ นปช.สมุทรปราการ ได้ร่วมกันแถลงข่าวการจัดตั้งเวทีกลางของกลุ่ม นปช. พร้อมเปิดเสวนาในหัวข้อ " เราจะสู้อย่างไร เมื่อประชาธิปไตยถูกคุกคาม" ณ ลานอเนกประสงค์ ศาลากลางจังหวัดสมุทรปราการ ระหว่างเวลา 16.00 น.-22.00 น. โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 29 พ.ย.2551 เป็นต้นไป นายไชยนิรันด์ กล่าวว่า กลุ่ม นปช. ทั่วประเทศได้มีการเคลื่อนไหวและติดต่อสื่อสารระหว่างกลุ่มเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลกันตลอดเวลา นอกจากนี้ก็ยังมีการติดตามสถานการณ์การเมืองของประเทศอย่างต่อเนื่อง การกระทำของกลุ่ม พันธมิตร เข้ายึดสนามบินสุวรรณภูมิ นั้นเป็นการกระทำที่ต้องเรียกว่าทำลายประเทศไทยอย่างรุนแรงทั้งทางตรงและทางอ้อม ซึ่งกลุ่ม นปช. ทั่วประเทศนั้นไม่ต้องการให้เหตุการณ์รุนแรงไปมากกว่านี้ จึงต้องมีการเคลื่อนไหวออกมา

 

ดร.พรชัย ก่อวัฒนมงคล กล่าวว่า ยืนยันว่าพวกตนและกลุ่ม นปช. จะมีการรวมตัวกันอย่างสงบปราศจากความวุ่นวาย ตราบใดที่ไม่มีการ ปฏิวัติหรือรัฐประหารเราจะไม่เคลื่อนตัว ส่วนที่จะมีการเคลื่อนตัวไปที่ สนามบินสุวรรณภูมิหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ แต่เชื่อว่าคงจะรวมตัวกันอยู่ที่ ศาลากลางจังหวัดสมุทรปราการ เป็นพื้นที่หลัก เนื่องจากกลุ่ม นปช.ทั่วประเทศ จะมุ่งหน้ามาที่ จ.สมุทรปราการ และคงไม่ไปรวมตัวกันที่ ท้องสนามหลวง ชั่วคราว โดยจะมีการตั้งเวทีเสวนา พร้อมทั้งวิทยากรขึ้นบรรยายหัวข้อทางการเมืองเพื่อให้ความรู้ และการแสดงจากศิลปินชื่อดังจากสาขาต่างๆ เชิญชวน ให้กลุ่ม นปช. หรือเสื้อแดง ที่ใจยึดมั่นในประชาธิปไตย เดินทางมาที่ จ.สมุทรปราการ ให้มากที่สุด

 

ส่วนที่ จ.อยุธยา เวลา 18.00 น. ได้มีกลุ่มคนเสื้อแดงประมาณ 200 คน รวมตัวกันอยู่ที่บริเวณด้านหน้าโรงเรียนเสริมมิตร ริมถนนสายพหลโยธิน ขาเข้า กทม. ช่วง ก.ม.ที่ 49 ม. 6 ต.เชียงรากน้อย อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา โดยมีการใช้รถสองแถวเล็ก 4 ล้อเปิดกระบะข้างดัดแปลงเป็นเวที มีการใช้เครื่องเสียงผลัดกันปราศรัยเรียกร้องให้ตำรวจจัดการกับกลุ่มพันธมิตรฯ

 

 

ค่ายรถเซ็ง-ขู่ย้ายหนีไทย ม็อบยึดสนามบินทำผู้บริหารบินกลับบ้านไม่ได้

นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ โฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(สอท.) กล่าวยอมรับว่า เป็นห่วงสถานการณ์การเมืองขณะนี้ และอยากให้ยุติโดยเร็ว เพราะมีผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนและทำให้บรรยากาศหดหู่ ซึ่งการที่กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยปิดล้อมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ มีผลกระทบทำให้ผู้บริหารของบริษัทรถยนต์ที่เดินทางจากต่างประเทศมาประเทศไทย เช่น ผู้บริหารจากญี่ปุ่น ฝรั่งเศส และอีกหลายประเทศไม่สามารถเดินทางกลับได้

 

"การที่ผู้บริหารบริษัทรถยนต์ ซึ่งดูแลอุตสาหกรรมยานยนต์ในหลายประเทศเดินทางกลับไม่ได้นั้น ถ้าปัญหายืดเยื้อจะกระทบต่อภาพลักษณ์ในการดูแลความปลอดภัยของไทยและหวั่นเกรงว่า อาจจะมีการย้ายสำนักงานใหญ่ในภูมิภาคจากไทยไปประเทศอื่น ซึ่งจะยิ่งมีผลกระทบและสร้างความเสียหายให้กับประเทศ อย่างไรก็ตามจากการพูดคุยกับผู้บริหารรถยนต์ยังเชื่อว่าสถานการณ์การชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรฯน่าจะเป็นปัจจัยระยะสั้น และที่ผ่านมาผู้บริหารค่ายรถยนต์เหล่านี้ก็เข้าใจปัญหาการเมืองของไทย" นายสุรพงษ์ กล่าว

 

 

แม่ทัพภาค 1 ปัดเอานิ้วชี้ขึ้นฟ้าหลังคำถามปฏิวัติ แจงแค่โบกมือ

ด้านพล.ท.คณิต สาพิทักษ์ แม่ทัพภาคที่ 1 เป็นประธานพิธีมอบธงจากวันแม่ถึงวันพ่อ 116 วัน ซึ่งมีผู้บังคับกองพัน และผู้บังคับหน่วยขึ้นตรงของกองทัพภาคที่ 1 โดยโครงการนี้เริ่มต้นตั้งแต่สมัยที่นายสมัคร สุนทรเวช อดีตนายกรัฐมนตรี แต่เพิ่งส่งมอบธงกลับในวันที่ 28 พ.ย.ที่ผ่านมา โดยหลังเสร็จพิธี พล.ท.คณิตปฏิเสธที่จะตอบคำถามเกี่ยวกับปัญหาและสถานการณ์ทางการเมือง รวมถึงกระแสข่าวการปฏิวัติรัฐประหาร พร้อมปฏิเสธข่าวที่ตนชี้นิ้วขึ้นฟ้าเพื่อตอบคำถามปฏิวัติ โดย พล.ท.คณิตกล่าวชี้แจงว่า "ผมไม่ได้ใช้นิ้วชี้ขึ้นฟ้า" และทำท่าโบกมือเท่านั้น

 

 

ที่มา: เรียบเรียงจาก ผู้จัดการASTV โพสต์ทูเดย์ ไทยโพสต์ ไทยรัฐ และแนวหน้า

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์