บทความ ฝายแม้ว: อุดมการณ์ที่ควรสานต่อ

โครงการจัดการภัยพิบัติภาคประชาชน


มูลนิธิกระจกเงา


 


แรงกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศในปัจจุบัน ทำให้ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเสื่อมโทรมอย่างต่อเนื่อง จนส่งผลต่อสภาวะความเป็นอยู่ของประชาชน โครงการฝายต้นน้ำแบบผสมผสานจึงเป็นหนึ่งในหนทางแก้ไขปัญหาตามพระราชเสาวนีย์ขอ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถในเรื่องการอนุรักษ์ป่าและน้ำซึ่งมุ่งเพิ่มความชุ่มชื้นแก่ดิน ฟื้นฟูสภาพต้นน้ำลำธาร และสร้างระบบการควบคุมไฟป่าด้วยแนวป้องกันไฟป่าเปียก โดยฝายดังกล่าวเป็นการหลอมรวมลักษณะต่างๆ ตั้งแต่การทำฝายแบบผสมผสาน ฝายต้นแบบกึ่งถาวร และฝายต้นแบบถาวร ซึ่งเป็นแนวทางหนึ่งในการฟื้นฟูสภาพป่าไม้บริเวณต้นน้ำลำธาร


 


ฝายแม้ว คือฝายขนาดเล็กที่สร้างกั้นลำน้ำเล็กๆ ในแหล่งต้นน้ำสูงสุด ตั้งแต่ยอดดอยเรื่อยลงมาตลอดเส้นทางน้ำ เพื่อชะลอความแรงและกักเก็บน้ำไว้ ที่ผ่านมามีการประยุกต์ภูมิปัญญาของชาวบ้าน โดยการใช้วัสดุที่มีอยู่ในท้องถิ่น เช่น ไม้ไผ่ หิน ฯลฯ ผสานกับความรู้ดั้งเดิม ทำให้ดินทรายไหลผ่านออกไปได้ รวมถึงปลาและสัตว์เล็กสัตว์น้อยที่เคยเดินทางขึ้นล่องตามสายน้ำไปใช้ชีวิตได้อย่างปกติ


 


ปัจจุบัน แรงผลักดันจากภาครัฐและเอกชนได้มีส่วนเกื้อหนุนในการสร้างฝาย ผ่านรูปแบบการสนับสนุนงบประมาณและมีส่วนร่วมดำเนินการก่อสร้างฝายโดยตรง ทั้งมูลนิธิ องค์กรพัฒนาเอกชน สื่อมวลชน นักวิชาการ หรือบริษัทต่างๆ อาทิ มูลนิธิโลกสีเขียว  เครือข่ายป่าชุมชน เป็นต้น รวมถึงการดำเนินโครงการร่วมกันของหลายหน่วยงาน เช่น โครงการ 80 พรรษา 880 ฝาย ของบริษัท ปูนซีเมนต์นครหลวง จำกัด (มหาชน) ร่วมกับมูลนิธิชัยพัฒนา เพื่อร่วมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในวโรกาสทรงเจริญพระชนมายุ 80 พรรษา และสนองพระราชดำริของในโครงการพัฒนาต้นน้ำลำธาร สร้างชีวิตยั่งยืนให้แก่ประชาชน นอกจากนี้ ยังสร้างการตระหนักถึงความสำคัญของฝายให้แก่ประชาชน อาทิ สร้างความชุ่มชื้น คืนความอุดมสมบูรณ์ให้แก่ผืนป่า ลดความรุนแรงของกระแสน้ำหลาก เป็นแนวป้องกันไฟป่า และสร้างความยั่งยืนให้แก่วิถีชีวิตโดยรอบ ทั้งคน สัตว์ และทรัพยากรธรรมชาติ 


 


นอกจากนี้ ภาครัฐยังได้เล็งเห็นความสำคัญของภูมิปัญญาชาวบ้านที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้ในการสร้างฝาย ทางกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจึงได้จัดสรรงบประมาณ 770 ล้านบาท เพื่อดำเนินโครงการก่อสร้างฝายในความรับผิดชอบของกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ซึ่งหน่วยงานรับผิดชอบโดยตรงคือ สำนักอนุรักษ์และจัดการต้นน้ำ อันมีหน่วยงานย่อยในแต่ละพื้นที่ ได้แก่ หน่วยจัดการต้นน้ำ ดำเนินการก่อสร้างฝายและเพาะชำหญ้าแฝกร่วมกับชาวบ้าน


 


แต่ความไม่โปร่งใสได้กลายเป็นอุปสรรคชิ้นใหญ่ของการดำเนินการ ดังเช่น กรณีการก่อสร้างฝายของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จากการเปิดเผยของผู้สื่อข่าวมติชน พบว่า มีเค้าลางของความไม่ชอบมาพากลในหลายประเด็น ไม่ว่าจะเป็นงบประมาณที่อาจสูงเกินจริง หรือกระแสข่าวการเรียกรับผลประโยชน์ครึ่งหนึ่งของราคาก่อสร้างจากบางกลุ่มบุคคล อีกทั้ง รูปแบบฝายที่เป็นคอนกรีตจะสร้างทับฝายดั้งเดิมที่สร้างจากไม้ ซึ่งสามารถปล่อยให้น้ำและสัตว์น้ำไหลผ่านไปได้ ทั้งยังไม่เกิดตะกอน การสร้างฝายคอนกรีตจะสร้างขวางลำห้วย นอกจากจะปิดตายทางน้ำไหล ซึ่งทำให้สัตว์น้ำไม่สามารถล่องผ่านได้ ยังก่อให้เกิดตะกอนบริเวณหน้าฝาย และที่สำคัญคือเกิดการกัดเซาะตลิ่งตามแนวลำห้วยและลำเหมืองของชาวบ้านในช่วงฝนตกหรือฤดูน้ำหลาก


 


อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาความเหมาะสมทั้งด้านสถานที่ วัสดุอุปกรณ์ รวมถึงความเหมาะสมกับชุมชนนั้นๆ  การสร้างฝายจะเป็นประโยชน์ต่อชุมชนอย่างมาก หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงควรกำกับดูแลบนฐานหลักวิชาความรู้ทางวิชาการ และทำความเข้าใจในเรื่องของฝายอย่างลึกซึ้ง เพื่อคำนึงถึงวิธีการที่เหมาะสมและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น อีกประเด็นสำคัญคือกระบวนการการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน เพราะการสร้างฝายแม้วไม่ได้มีแค่มิติของการสร้างตัวฝาย ที่เอาไม้หรือหินไปกั้นลำห้วย แต่เป็นการใช้ความรู้ท้องถิ่นเชื่อมโยงกับระบบนิเวศน์ ดังนั้น ไม่ได้เป็นเพียงหน้าที่ของรัฐบาล แต่ต้องรวมไปถึงการมอบบทบาทแก่วัฒนธรรมท้องถิ่นในการร่วมมือกันดำเนินโครงการ


 


โครงการการสร้างฝายแม้วจึงควรมีการสานต่อการดำเนินงานเพื่อต่อยอดและสร้างสรรค์กิจกรรมที่มีประโยชน์ต่อชุมชนและสังคม ดังต่อไปนี้


 


1.    สร้างการจัดการที่เหมาะสมและมีความสมเหตุสมผล ทั้งในเรื่องของงบประมาณ วัสดุอุปกรณ์ สถานที่ในการจัดทำฝาย เป็นต้น


 


2.    ชี้แจงรายละเอียดการจัดซื้อจัดจ้างอย่างถี่ถ้วน มีการจัดสรรงบประมาณในแต่ละพื้นที่อย่างเป็นสัดส่วน รวมถึงชี้แจงตัวเลขที่จัดแบ่งไปโดยละเอียด เพื่อความโปร่งใสของโครงการและสามารถตรวจสอบได้


 


3.    ควรมีการสื่อสารร่วมกันของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับชุมชน เพื่อสร้างความเข้าใจที่ตรงกัน


 


4.    มีการผสานความรู้ความคิดร่วมกันระหว่างชุมชนและหน่วยงาน องค์กรที่เกี่ยวข้องอาจเป็นพี่เลี้ยง และดำเนินการร่วมกับชาวบ้าน กลุ่มและองค์กรในท้องถิ่นนั้นๆ


 


5.    หากเกิดความเข้าใจผิดหรือความขัดแย้งระหว่างหน่วยงานที่รับผิดชอบโครงการกับชุมชนหรือหน่วยงานต่างๆ ควรมีการชี้แจงเหตุผลอย่างชัดเจน เพื่อให้ทุกฝ่ายได้ไขข้อข้องใจและรับรู้ตรงกัน


 


6.    หากหน่วยงานหรือองค์กรมีความประสงค์ในการสร้างฝายแม้ว ควรมีความตั้งใจและทำด้วยความเข้าใจ ความตั้งใจที่หวังให้ชุมชนและสิ่งแวดล้อมได้รับประโยชน์จากการกระทำของตนอย่างแท้จริง


 


7.    ผู้บริหารโครงการควรตรวจสอบและใส่ใจในโครงการอย่างสม่ำเสมอ โดยหมั่นตรวจสอบและติดตามความเคลื่อนไหวของโครงการ จะได้ทราบทิศทางของโครงการ ทั้งในด้านที่ควรปรับปรุงและด้านที่ควรมุ่งพิจารณา ซึ่งในส่วนนี้เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง


 


ขณะนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายควรหันหน้าเข้าหากันเพื่อตระหนักถึงความสำคัญของสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ โดยสร้างบทบาทการมีส่วนร่วมอนุรักษ์ให้แก่ประชาชนทุกคน ซึ่งการก่อสร้างฝายก็ถือเป็นอีกวิธีที่สามารถตอบสนองการอนุรักษ์ดินและฟื้นฟูป่า ทั้งยังส่งเสริมให้ชุมชนในพื้นที่มีส่วนร่วมในการอนุรักษ์และจัดการทรัพยากรป่าไม้ เพราะความร่วมมือบนฐานของความเข้าใจกันจะยิ่งทำให้การดูแลและพัฒนาสิ่งแวดล้อมบรรลุผล และประโยชน์ที่ได้ก็จะเกิดกับทุกคนอย่างไม่ต้องสงสัยเลยทีเดียว


 

z

เอาแบบเป็นประตูเปิดได้(ทำเป็นร่องแล้วใช้ไม้กระดานเสียบปิด) พอฤดูฝนก็เปิดให้โล่ง
ให้อะไรๆมันผ่านได้ พอปลายฤดูฝนก็ปิดซะ โดยให้ชาวบ้านบริหารจัดการกันเอง(ในบริเวณที่มีชาวบ้านอยู่)

แค่นี้มันยากตรงไหนฟ่ะ เขาก็ทำมันมานานนมแล้ววววววววววววว

ถึงกะต้อง ใช้ ซุปเปอร์อัจฉริยะของเทวดาจอมปลอมเลยเรอะ

ไทยวน

การสร้างฝายแม้วต้องพิจารณาให้ดี
ความใช้การวิเคราะห์ระบบสิ่งแวดล้อมเข้ามาพิจารณาก่อน
ในพื้นที่หลายจุดไม่มีความจำเป็น เพราะจะไปเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมของระบบนิเวศ ทำให้วงจรชีวิตของพืช สัตวืบางชนิดเปลี่ยนแปลงไปถึงขั้นอาจสูญพันธุ์ไปได้

การเปลี่ยนแปลงชนิดปริมาณและสัดส่วน ของสภาพแวดล้อมที่เป็นอยู่ตามธรรมชาติอยู่แล้ว ต้องผ่านการศึกษาให้ดี
เช่น ปู หรือปลาตามลำธารน้ำไหลบางชนิดจะปีนป่ายผ่านฝายแม้วไม่ได้
การเชื่อมโยงทางพันธุกรรมจะขาดลงหรือเปล่า

สำคัญที่สุดในเขตพื้นที่คุ้มครองที่มีสภาพตามธรรมชาติอยู่แล้ว ขอได้โปรดอย่าไปเปลี่ยนแปลงสภาพอะไรเลย

อย่าไปแห่ตามกระแสบางเรื่องที่ไม่เหมาะสมกับระบบนิเวศ

ต้องไปดูที่ใต้น้ำตกสิริภูมิ อช.ดอยอินทนนท์ จะพบสวนไม้ประดับไม้ดอกจากต่างประเทศประดับตามซอกหินริมน้ำตกเป็นสวนสวยที่จำลองสภาพจากประเทศเขตอบอุ่นมา เปลี่ยนสภาพเขตอุทยานแห่งชาติแบบที่ทำให้นักนิเวศวิทยาน้ำตาตกใน พูดไม่ออกเพราะเป็นสวนเพื่อ... พักผ่อนรับประทานอาหาร

เบื่อเซ็ง

ใช้ชื่อว่าฝายแม้ว (ทั้งๆ ที่เขาใช้ชื่อแบบนี้มาชั่วนาตาปี) นางฟ้าไม่โกรธเอาหรือ??

กินอิ่มนอนหลับ

ฝายแม้ว จนท.กรมอุทยานฯ รับประทานกันเปรมไปแล้ว จะผลักดันเอามาให้อีกหรือไร
แล้วจะให้ส่งให้ใครได้ล่ะ เป้า ไปแล้ว ใครจะมารับช่วงรับทรัพย์ต่อครับ 5555

PRP

ในระดับผู้ปฏิบัติการในพื้นที่ บางคนเห็นว่าออกวีโก้คันใหม่ๆ สบายบรื๋อ

แล้วระดับผู้บริหารจะรับไปเท่าไหร่

แต่ตอนนี้ได้ข่าวต้องถอดอะไหล่ไปขายคืน
เพราะกำลังเร่งทำฝายซ่อมให้ได้ตามจำนวน
และเสร็จสิ้นก่อนโดนคุณหญิงเป็ดยกพวกไปตรวจ

มั่ว

ฝายแม้วเป็นฝายที่เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบได้ประโยชน์จากงบประมาณเป็นอย่างมาก ผลสำเร็จของฝายแม้วที่มีต่อชุมชนท้องถิ่นมีไม่ถึง 10 % ของจำนวนฝายทั้งประเทศ แต่ผลสำเร็จเกิดกับผูรับผิดชอบโครงการที่ออกมาเป็นตัวเงิน และอีกโครงการหนึ่งที่ล้มเหลวไม่เป็นท่าคือโครงการอยู่ดีมีสุขของรัฐบาลสุรยทธ ล้มเหลว 100 % ลองตรวจสอลดูได้

พธม.ปทุมวัน

ควรจะนำเทคโนโลยี่สมัยใหม่มาใช้
1.วัสดุประเภทพลาสติกหรือไฟเบอร์กล้าส แสตนเลสฯ
2.GPS ระบุตำแหน่ง
3.ติดตั้งฐานข้อมูลไว้เพื่อนำมาใช้วิเคราะห์และพัฒนาฝาย
4.ควรเป็นวาระแห่งชาติ ใช้หน่วยงานรัฐฯให้เกิดประโยชน์
5.คนไทยไม่พูดความจริงกันว่า หน่วยรัฐ-ราชการไทยเป็นตัวถ่วง
ความเจริญและตัวทำลายทรัพยากร มาตั้งแต่ปี พศ.2475
6.สงสารเอกชนไทยที่ทำหน้าที่พัฒนาประเทศ
ไทยโอย....ๆ...ๆ.........อยากตายไปจากประเทศนี้จังโว๊ย
ไปเที่ยวประเทศที่เจริญมารอบโลกแล้ว กลับมาดูประเทศไทย
ไม่รู้จะไปโทษใคร น้ะ คนไทยเราไม่มีวิสัยทัศน์เลย
ตั้งแต่รากหญ้า(เกษตรกร),ฝุ่นทราย(ชาวประมง) ยันหอคอยงาช้าง(ข้าราชการ,
นักการเมือง)
ต้องมองภาพประเทศจีน โดยมีเมืองต่างๆเป็นศูนย์กลางของเศรษฐกิจ
จีนตั้งยุธทศาสตร์ให้ฮ่องกง และมาเก๊า เป็นBROKER เมืองหน้าด่าน
คอยเจียรไนธุรกิจ สร้างR&D ส่งไปที่จีนเพื่อทำธุรกิจ
ประเทศไทยเหมาะสมอย่างยิ่ง ที่สามารถพัฒนา และเป็นประเทศที่
เจริญก้าวหน้า และเป็นศูนย์กลางการค้าของเอเซีย
โดยทำทุกอย่างให้ประชาชนชาวไทย อยู่ดีกินดี
พวกเราขอแนะนำตัวอย่างMEGA PROJECTที่ควรจะทำได้แล้ว
1.ทางเชื่อมกลางอ่าวไทย
จากตะวันออกสู่ภาคใต้ เข้าพม่า
จากตะวันออกสู่ภาคใต้ เข้าอินโดนีเซีย
ให้เป็นเครือข่ายเชื่อมต่อเข้าสู่ใจกลางประเทศ
จุดที่เป็นTERMINALจะเกิดธุรกิจ และการสร้างงานนับมากมาย
มหาศาล
2.รอบอ่าวไทย ทำถนนเลียบชายทะเลห่างจากฝั่งประมาณ1กม.
ตั้งแต่ ทางใต้ ไปชนเกาะกง
3.คอคอดกะ ไม่ต้องขุด ใข้ระบบRAIL ROAD LOAD พลังนิวเคลียร์
4.ชายหาดบางปู-บางแสน-ศรีราชา-แหลมฉบัง-พัทยา-จอมเทียน
-บางเสร่-สัตหีบ-มาบตาพุด-บ้านเพ ถมทะเลสร้างเมืองท่องเที่ยวใหม่
(แบบเมืองจีน,มาเก๊า,ฮ่องกง)
5.ฯลฯ
ก่อนตายอยากเห็นคนไทยอยู่ดีกินดี
POST20/12/2551 00.30

dip

กระจกเงาเลิกใส่เสื้อแดงแล้วหรือ?