"เปรม" ดีใจ "อภิสิทธิ์" เป็นนายกฯ "โชคดีของบ้านเมือง"

อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะนายกรัฐมนตรี นำ ครม. เข้าขอพรปีใหม่ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ เมื่อ 28 ธ.ค.

(ที่มาของภาพ: ASTVผู้จัดการออนไลน์)

 

 

"พะจุณณ์" รอต้อนรับ "มาร์ค" นำ ครม. ขอพรปีใหม่ "เปรม"

เมื่อเวลา 09.20 น. วันที่ 28 ธันวาคม ที่บ้านสี่เสาเทเวศร์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี นำคณะรัฐมนตรี (ครม.) เข้ากราบอวยพร และขอรับพรปีใหม่จาก พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ โดยมี พล.ร.อ.พะจุณณ์ ตามประทีป หัวหน้าสำนักงานมูลนิธิ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษรอต้อนรับ

 

ทั้งนี้ นายอภิสิทธิ์เป็นตัวแทน ครม.มอบกระเช้าผลไม้ประดับด้วยดอกกุหลาบสีชมพูให้ พล.อ.เปรมบริเวณหน้าตัวบ้าน ขณะที่เจ้าบ้านแจกหนังสือปรัชญาแผ่นดิน 26 สิงหาคม 2525 และ ส.ค.ส. 2552 เกิดมาต้องตอบแทนบุญคุณแผ่นดินแก่ ครม.ทุกคน

 

นายอภิสิทธิ์กล่าวกับ พล.อ.เปรมว่า ได้นำ ครม.มากราบอวยพรประธานองคมนตรี และขออาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายในสากลโลก ตลอดจนพระบารมีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ได้ดลบันดาลให้ประธานองคมนตรีมีสุขภาพแข็งแรง มีกำลังกาย กำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ตลอดปีใหม่ มีความสุข มีความสำเร็จ

 

จากนั้น พล.อ.เปรมกล่าวให้พรเป็นเวลา 7 นาที ด้วยสีหน้าเบิกบานว่า

 

 

"เปรม" ดีใจได้ "มาร์ค" เป็นนายกฯ โชคดีของบ้านเมือง

"ต้องขอขอบคุณนายกรัฐมนตรี และทุกคนที่มาในวันนี้ ผมมีความปีติยินดีมาก และจะจดจำน้ำใจอันดีงามของนายกรัฐมนตรีและพวกเราที่มาในวันนี้ เมื่อนายกรัฐมนตรีได้เข้าเฝ้าฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ท่านได้พระราชทานพระบรมราโชวาทไม่ค่อยยาวเท่าไหร่ แต่ก็ชัดเจนดีว่าท่านรับสั่งอย่างไรบ้าง และนายกรัฐมนตรีได้มาพูดให้สาธารณะได้ยินว่า นายกรัฐมนตรีได้รับใส่เกล้าใส่กระหม่อม เพื่อจะปฏิบัติให้บรรลุตามที่ทรงมีพระราชกระแสรับสั่ง ผมคิดว่าโจทย์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวสั้นและชัดเจน แต่คำตอบของนายกรัฐมนตรีคงจะใช้เวลานาน และผมมั่นใจว่านายกรัฐมนตรีจะตอบโจทย์ข้อนี้ได้ ขณะนี้บ้านเมืองเรากำลังลำบาก ประชาชนไม่ค่อยมีความสุข พระองค์ท่านจึงได้รับสั่งถึงเรื่องความสุข บ้านเมืองเราโชคดีที่ได้ท่านมาเป็นนายกรัฐมนตรี ผมมั่นใจว่านายกรัฐมนตรีจะแก้ไขปัญหาของชาติบ้านเมืองได้ด้วยความร่วมมือของคนทั้งประเทศ

 

ผมดีใจที่ได้นายกรัฐมนตรีชื่ออภิสิทธิ์ และคิดว่าคนไทยก็ดีใจ แต่คนไทยยังคงไม่หายกลัวเท่าไหร่ คงต้องรอดูว่านายกรัฐมนตรีจะเอาอะไรไปมอบให้เขาได้บ้าง ในระยะเวลาที่คุณอภิสิทธิ์เป็นผู้นำรัฐบาล"

 

ประธานองคมนตรีกล่าวว่า รู้จักนายอภิสิทธิ์มานานพอสมควร และเข้าใจดีว่านายอภิสิทธิ์เข้ามาเล่นการเมืองเพื่ออะไร จึงมั่นใจว่านายอภิสิทธิ์จะช่วยแบ่งเบาภาระของประชาชนให้น้อยลงได้ อย่างที่บอกแล้วว่าโจทย์นี้ยาก แต่ไม่ยากเกินกว่าจะทำได้ ดีใจที่มีพวกเราเข้ามาช่วยแบ่งเบาภาระ คิดว่างานนี้ไม่เบา และต้องเหนื่อยมากๆ พวกเราทั้งหมดนี้จะต้องจำคำ 5 คำ คือ อดทน อดกลั้น เสียสละ ประพฤติตนเป็นแบบอย่างและสร้างศรัทธาให้เกิดขึ้น ถือว่าเป็นคำบอกกล่าวของตนไปยังนายอภิสิทธิ์ ไม่ใช่เป็นคำแนะนำ แต่บอกให้ทราบ เพราะไม่สมควรที่จะแนะนำ นายอภิสิทธิ์เป็นผู้รู้อะไรมากกว่าตนด้วยซ้ำไป หากสิ่งที่ตนพูดเป็นประโยชน์ ก็ดีใจ แต่ถ้าไม่เป็นประโยชน์ ก็ลืมไปก็แล้วกัน

 

"บ้านเมืองของเรามีพระสยามเทวาธิราช ผมขอให้พระสยามเทวาธิราชโปรดดลบันดาลให้นายกรัฐมนตรีและทุกคนที่เป็นรัฐบาลและ ส.ส. โปรดแนะนำชี้ทางสว่างให้กับพวกเราทุกคน มอบความสำเร็จ มอบความดี มอบความเป็นคนไทยให้กับพวกเราทุกคน เพื่อจะได้นำไปประพฤติปฏิบัติ คุณอภิสิทธิ์จะต้องเหนื่อยมากๆ อย่างแน่นอน แต่มั่นใจว่าคุณอภิสิทธิ์พร้อมและยินดีที่จะเหนื่อยเพื่อชาติบ้านเมือง เพื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และเพื่อคนไทย ขอให้ประสบความสำเร็จ" พล.อ.เปรมกล่าว จากนั้นนายอภิสิทธิ์นำ ครม.ร่วมถ่ายภาพกับ พล.อ.เปรมภายในตัวบ้านประมาณ 5 นาที ก่อนเดินทางกลับออกมา

 

 

"มาร์ค" เผยฟังป๋าแล้ว "พร้อมที่จะเหนื่อยและเสียสละ"

นายอภิสิทธิ์ให้สัมภาษณ์ว่า การเข้าอวยพรครั้งนี้ถือว่า ครม.ได้รับกำลังใจและคำแนะที่เป็นประโยชน์จาก พล.อ.เปรม และยืนยันว่า พร้อมที่จะเหนื่อยและเสียสละ เพราะทราบว่าสถานการณ์มันหนักหน่วง ไม่ได้มองแตกต่างจากประชาชนคนอื่น และ พล.อ.เปรมได้กรุณาเตือนว่า ต้องทำงานหนักและเหนื่อย คิดว่า ครม.ทุกคนต้องนำไปปฏิบัติ

 

"คำ 5 คำที่ท่านพูด เป็นเรื่องที่เห็นควรว่าทุกคนต้องทำเพื่อให้ผ่านพ้นสถานการณ์ไปได้ โดยเฉพาะคำว่าความศรัทธาและความเชื่อมั่นที่ต้องนำไปปฏิบัติ เพราะพวกเราทุกคนก็ศรัทธาในตัวท่าน" นายอภิสิทธิ์กล่าว

 

ต่อมา นายอภิสิทธิ์ให้สัมภาษณ์ที่พรรคประชาธิปัตย์ กรณีจะนำคนไทยผ่านฝันร้ายในปี 2551 สู่ปีใหม่ได้อย่างไรว่า เชื่อว่าปี 2552 ทุกคนตั้งความหวังไว้แล้ว รัฐบาลจะเดินหน้าสร้างความเชื่อมั่นในช่วง 1-2 เดือนแรกของปี เพื่อทำให้เหตุการณ์ต่างๆ ที่ก่อให้เกิดความทุกข์ได้ผ่านพ้นไป ดังนั้น มาตรการต่างๆ หลังปีใหม่ ทั้งด้านการต่างประเทศ เศรษฐกิจ ฯลฯ ต้องมีความชัดเจน ซึ่งหากทำเช่นนั้นได้จะเป็นการตั้งต้นที่ดี

 

 

ส.ส.เพื่อไทยข้องใจบาทบาท "เปรม" เข้าข่ายยุ่งการเมืองหรือไม่

ขณะที่นายมานิต จิตจันทร์กลับ ส.ส.สัดส่วนพรรคเพื่อไทย อดีตแกนนำ นปช.กล่าวว่า เข้าใจว่า พล.อ.เปรมเป็นบุคคลที่พรรคประชาธิปัตย์เคารพ นายอภิสิทธิ์จึงนำทีมไป แต่การที่ พล.อ.เปรมมาบอกว่า ประเทศไทยโชคดีที่ได้ นายอภิสิทธิ์เป็นนายกรัฐมนตรี พูดอย่างนี้หมายความว่า พล.อ.เปรมยุ่งเกี่ยวกับการ เมืองหรือไม่ และประธานองคมนตรีควรพูดเช่นนี้หรือไม่

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันเดียวกันนี้ นายบอริส จอห์นสัน นายกเทศมนตรีกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ได้ส่งจดหมายที่เขียนด้วยลายมือมาให้กับนายอภิสิทธิ์เพื่อนเก่าสมัยเป็นนักเรียนออกซ ฟอร์ด เพื่อแสดงความยินดีในโอกาสได้รับแต่ง ตั้งให้เป็นนายกฯ นายจอห์นสันได้เชิญให้นายอภิสิทธิ์เดินทางไปเยือนกรุงลอนดอนหากมีโอกาสด้วย

 

 

ขุนศึกทุกเหล่าทัพเข้าอวยพร "ป๋า"

ขณะที่วานนี้ (29 ธ.ค.) ที่บ้านพักสี่เสาเทเวศร์เช่นกัน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม นำคณะผู้บัญชาการเหล่าทัพ ประกอบด้วย พล.อ.อภิชาต เพ็ญกิตติ ปลัดกระทรวงกลาโหม พล.อ.ทรงกิตติ จักกาบาตร์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก พล.ร.อ.กำธร พุ่มหิรัญ ผู้บัญชาการทหารเรือ พล.อ.อ.อิทธพร ศุภวงศ์ ผู้บัญชาการทหารอากาศ และ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ รวมถึงคณะนายทหารระดับสูงของกองทัพ เข้ากล่าวอวยพรปีใหม่ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ เนื่องในโอกาสเทศกาลวันขึ้นปีใหม่ 2552

 

พล.อ.ประวิตร นำกล่าวอวยพร ว่า เหล่าทัพไทยขอกราบขอบคุณที่อนุญาตให้คณะเข้าอวยพรและขอรับพรเนื่องในวันขึ้นปีใหม่ปี 2552 ท่านประธานองคมนตรีมีความรู้ ความสามารถ มุ่งมั่น อดทน อดกลั้น เสียสละ เพื่อประโยชน์ของชาติบ้านเมืองมาตลอดถึงปัจจุบัน เป็นที่ประจักษ์ต่อทุกคนจนได้รับการยกย่องให้เป็นรัฐบุรุษ รวมถึงได้รับความไว้วางพระราชหฤทัยให้รับใช้ใต้เบื้องพระยุคลบาทในฐานะประธานองคมนตรี นับเป็นสิ่งที่ควรได้รับการยกย่องและเชิดชูเกียรติ

 

"ตลอดเวลาที่ผ่านมาท่านมุ่งปฏิบัติงานเพื่อช่วยเหลือสังคม และปลูกจิตสำนึกสำนึกคนไทยให้รักกัน รวมถึงตั้งมั่นในการกระทำคุณความดี รับใช้บ้านเมืองด้วยความเสียสละมาต่อเนื่องมุ่งให้เกิดความสามัคคีนำพาให้ประเทศรอดพ้นวิกฤติจากภัยคุกคามทุกด้าน สร้างความสงบสุขให้เกิดกับประชาชนทุกหมู่เหล่า ทุกศาสนา สมกับความมุ่งมั่นที่ปณิธานไว้ว่า เกิดมาต้องตอบแทนคุณแผ่นดิน เราทุกคนมาชุมนุมที่นี้เพื่อเชิดชูเกียรติและแสดงความเคารพรักด้วยความจริงใจ"

 

 

ฝาก รมว.กลาโหม ให้ทหารเป็นกลาง แซว ผบ.ทบ. ให้นักการเมืองยืนอยู่ข้างหน้า

จากนั้น พล.อ.เปรม กล่าวอวยพรว่า "เห็นเรายิ้มแย้มแจ่มใสรัฐมนตรีป้อม (พล.อ.ประวิตร) ที่กลับมาในกองทัพดูแลกองทัพอีกวาระหนึ่ง ขอบใจรัฐมนตรีป้อม และทุกคนที่ระลึกถึงกัน มีไมตรีจิตถึงกันไม่ลืมกัน และยังเป็นทหารของชาติ และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรวมกันมาตลอดตั้งแต่รัฐมนตรีป้อม อยู่ในกองทัพ จนเป็น ผบ.ทบ. เราพบกันหลายสิบครั้ง พูดกันถึงเรื่องกองทัพควรวางตนอย่างไร วันนี้ขอพูดซ้ำ

"เราเป็นทหารต้องซาบซึ้ง ถ่องแท้ ชัดเจนในหน้าที่เราว่ามีอะไรบ้าง เราพูดกันว่าเราต้องทำกองทัพให้งามสง่า น่าเกรงขาม เราจะดำรงความมุ่งหมายของกองทัพ ตั้งแต่สูงสุดลงไปถึงข้างล่างสุด ผู้บังคับบัญชาต้องประพฤติตนเป็นแบบอย่างที่ดีของผู้ใต้บังคับบัญชา เราพูดมาตลอด ที่พูดซ้ำเพื่อรัฐมนตรีป้อม จะได้ดูแลน้องๆ ในกองทัพได้รู้ และเข้าใจชัดเจนในปณิธานของทหาร ทหารของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และชาติว่าเราจะทำอะไรให้ชาติบ้านเมืองบ้าง สิ่งสำคัญที่รัฐมนตรีต้องดูแลให้กองทัพยืนนิ่งอยู่กับเรื่องหนึ่ง ซึ่งเป็นสิ่งที่แม่ทัพป๊อก (พล.อ.อนุพงษ์) พูดเสมอว่าทหารจะเป็นกลาง ไม่ยุ่งการเมือง แต่นักการเมืองก็ยืนอยู่ข้างหน้าป๊อก"

 

พล.อ.เปรม กล่าวด้วยว่า เราต้องพูดกันให้ชัดเจนว่า เราเป็นกลางทางการเมืองจริง เราจะไม่เข้าข้างใดข้างหนึ่ง เราจะดูแลชาติบ้านเมือง เพราะนอกจากจะเป็นกลางแล้ว เราต้องเป็นหลักของชาติบ้านเมือง ตราบใดที่ชาติบ้านเมืองมีปัญหาเราต้องช่วยกันคิดว่าในฐานะที่เป็นทหารเราควรทำอย่างไร และเพราะเหตุใดต้องทำอย่างนั้นอย่างนี้

 

"วันนี้ตำรวจมาด้วย ตอนแรกจะขอแยกพูดกับตำรวจ แต่ พล.ต.อ.พัชรวาท ขอร้องว่าจะร่วมกับทหาร เราก็ดีใจที่พัชรวาท ขอรวมกันเป็นหนึ่งเดียว เพราะถึงหน้าที่ไม่เหมือนกันแต่คล้ายกัน แต่ที่เหมือนกัน คือ ต้องเป็นหลักให้กับชาติบ้านเมือง แต่ตำรวจดีกว่าทหาร เพราะมีอำนาจเยอะกว่าทหารตามกฎหมาย เราเชื่อกันว่าพระสยามเทวาธิราชมีจริง และศักดิ์สิทธิ์จริง ดังนั้น หากทำอะไรท่านคงมองเห็น

 

ขอให้พรว่าให้เราประกอบกรรมดี เป็นตัวอย่างให้กับน้องและพี่ที่แก่เฒ่าได้ชื่นใจว่า น้องๆ ยังรักษาความเป็นทหาร และตำรวจไว้ได้เป็นที่ศรัทธาของประชาชน ขอให้ความสำเร็จที่ทำความดี ขอให้พระสยามเทวาธิราชดลบันดาลให้เราเห็นแสงสว่างในการทำความดี ขอให้มุ่งมั่นในการทำความดีเหล่านั้นเป็นผลสำเร็จ ขอให้รัฐมนตรีป้อม เป็นหลักให้กับกองทัพ และ ผบ.เหล่าทัพ ที่เป็นหัวหน้าใหญ่หน่วยต่างๆ ช่วยดูแลกองทัพให้เจริญรุ่งเรือง มีความสามัคคี เป็นหลักของชาติบ้านเมือง และเป็นหลักที่จะถวายความจงรักภักดีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว" พล.อ.เปรม กล่าว

 

 

ฝาก "ทรงกิตติ" ก่อนตายอยากจะเห็น "กองพลทหารม้าที่ 3"

จากนั้น พล.อ.ทรงกิตติ นำคณะนายทหารเหล่าทหารม้า นำกระเช้าดอกไม้เข้าร่วมอวยพร พล.อ.เปรม โดย พล.อ.เปรม กล่าวฝาก พล.อ.ทรงกิตติ ว่า ให้หาเวลาว่างไปหา พล.อ.ประวิตร เพื่อไปพูดคุยเรื่องการตั้งกองพลทหารม้าที่ 3 และไปเล่าให้ พล.อ.ประวิตร ฟัง ซึ่งท่านอาจจะไม่รู้เรื่องเลยก็ได้ และโน้มน้าวกันให้ดี ซึ่งรัฐมนตรีควรจะรับทราบ ขณะนี้ทราบว่ายังติดอยู่ที่การพิจารณาของสถาบันวิชาการทหารชั้นสูงปีกว่าแล้ว มันเสียเวลามาหลายปี อย่างไรก็ตามก่อนที่จะตายอยากจะเห็น เป็นห่วงเรื่องนี้ ดังนั้นขอให้ช่วยกันหน่อย ขอให้เราได้ตายอย่างสบายหน่อย จะได้เห็นว่ามีกองพลทหารม้าที่ 3 ขึ้นมาอีก 1 กองพล ตอนนี้กรมทหารม้าที่ 6 มีอยู่ 3 กองพันคือ ม.พัน 6 ม.พัน 14 และ ม.พัน 15 ซึ่งตั้งแล้วได้ 1 กรม ทั้ง 3 กองพัน นี้สามารถแยกออกเป็น 1 กรม ได้แล้ว คิดว่าไม่น่ายาก

 

 

ฝาก "เสธ.ทบ." ดูเว็บหมิ่น เผย "มาร์ค" มาเยี่ยมก็พูดเรื่องนี้

ต่อมา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เสนาธิการทหารบก พร้อมด้วย พล.ท.คณิต สาพิทักษ์ แม่ทัพภาคที่ 1 และทหารสังกัดกองพลที่ 1 เข้าอวยพร พล.อ.เปรม โดย พล.อ.เปรม กล่าวว่า หน่วยทหารที่เสนาธิการทหารบกเอ่ยนามมาควรจะภาคภูมิใจที่มีโอกาสทำหน้าที่ทหารและรับใช้เบื้องพระยุคลบาท ถือเป็นสิ่งที่เราเกิดมาในการทำหน้าที่ตรงนี้ ซึ่งไม่มีอะไรจะน่าภาคภูมิใจได้มากกว่านี้ ชีวิตของเราคิดว่าการถวายความจงรักภักดีดูแลล้นเกล้าล้นกระหม่อมไว้อย่างดีที่สุด ดังนั้น เราต้องหวงแหนในสิ่งนี้

 

นอกจากนี้เราจะต้องปกป้องล้นเกล้าล้นกระหม่อม เสนาธิการทหารบก คงรู้ว่ามันมีเว็บไซต์เกิดขึ้นมาเยอะแยะ ซึ่งบางทีก็ใช้ไม่ได้เลย เมื่อวาน นายกรัฐมนตรีมาก็พูดกันเรื่องนี้ และเราก็ทำอะไรมากไม่ได้นักเพราะเราไม่ใช่เจ้าหน้าที่โดยตรง

 

"สิ่งที่เราทำได้ก็คือ ชี้แจงให้คนเข้าใจว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร และให้ทำหน้าที่นี้โดยตลอดเวลา เรื่องนี้เป็นเรื่องที่สำคัญ ซึ่งบางทีคนก็อาจจะไม่เข้าใจแต่พวกเราเข้าใจว่าเป็นสิ่งสำคัญ เมื่อวานนี้เห็นในทีวี พระพักตร์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ดูแล้วผ่องใสมาก และพวกเราก็ภูมิใจ ท่านทรงแข็งแรงขึ้นมากๆ เป็นที่น่าปลาบปลื้มของคนไทย เสนาธิการทหารบก เคยอยู่กับพระองค์ท่านตั้งแต่เป็นนายทหารเด็กๆ ฉะนั้น จะต้องถ่ายเลือดกันให้ดีว่าสิ่งสำคัญที่เราจะถวายมีอะไรบ้าง เพื่อว่าเด็กรับเลือดของพวกเราไป และถ่ายทอดต่อไปจนตลอดชีวิตของพวกเรา ทั้งนี้ไม่มีสิ่งใดที่เราควรจะภาคภูมิใจเท่ากับหน้าที่ที่เราทำ เพราะเป็นสิ่งที่สำคัญต่อชาติบ้านเมือง"

 

 

เชื่อคนไทยไม่หัวดื้อ-คุยกันได้

หลังจากนั้น พล.อ.เปรม ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนว่า ผู้สื่อข่าวอาจจะมีความเหน็ดเหนื่อยในการทำหน้าที่ ซึ่งความเหน็ดเหนื่อยถือเป็นหน้าที่อย่างหนึ่ง ถ้าไม่ยอมเหน็ดเหนื่อยก็จะไม่ได้ข่าวสารที่ต้องการ ทั้งนี้ คิดว่าการสื่อในการทำความเข้าใจกับผู้รับ นักข่าวเป็นสิ่งสำคัญ เพราะถ้าสื่อไปทำความเข้าใจกับผู้รับสื่อ ถือเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง ขอให้สมาคมสื่อมีความมั่นคงและมีความตรงไปตรงมา ชอบธรรม ดังนั้นขอให้พวกท่านทำสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อบ้านเมือง เพื่อบ้านเมืองจะได้เรียบร้อยขึ้น

 

ผู้สื่อข่าวถามว่า พล.อ.เปรม จะให้กำลังใจคนไทยที่เผชิญปัญหาต่างในปีหน้าอย่างไร พล.อ.เปรม กล่าวว่า คิดว่าคนไทยทุกคนมีเหตุผลและไม่หัวแข็ง หัวดื้อ หัวรั้น ถ้าพูดตรง พูดจริง คิดว่าเข้าใจ สิ่งที่พูดไปอาจจะผิดบ้างถูกบ้าง

 

ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า กังวลถึงสถานการณ์บ้านเมืองหรือไม่ พล.อ.เปรม กล่าวว่า ตั้งแต่โตมา เป็นห่วงบ้านเมืองมาโดยตลอด เพราะเป็นส่วนหนึ่งของชาติบ้านเมือง และเป็นทหารก็มีหน้าที่โดยตรงที่จะดูแลชาติบ้านเมือง ทั้งนี้เราไม่ห่วงกองทัพ เพราะเขาเก่ง

 

ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า ดูท่านอารมณ์ดี ยิ้มได้ และมีความสุข แสดงว่าเบาใจที่มีรัฐบาลชุดใหม่เข้ามาบริหารประเทศใช่หรือไม่ พล.อ.เปรม กล่าวว่า ทุกคนคงยิ้มเหมือนเรา เห็นเหมือนเรา คงยิ้มเหมือนกัน

 

 

ที่มา: เรียบเรียงข่าวจาก ไทยรัฐ มติชนและกรุงเทพธุรกิจ

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์