ชาวบ้านแม่รำพึงโต้ผู้ตรวจราชการมหาดไทยบิดเบือนข้อมูลลงพื้นที่ไม่พบความขัดแย้ง

รองประธานกลุ่มอนุรักษ์แม่รำพึง อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ตอบโต้ข้อมูลการลงพื้นที่ของผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย ระบุผู้ตรวจการลงพบฝ่ายสนับสนุนและนายทุน แต่ไม่ได้รับฟังฝ่ายผู้คัดค้าน ย้ำโครงการถลุงเหล็กกระทบแหล่งทรัพยากรธรรมชาติ

 

เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2552 นายสุพจน์ ส่งเสียง รองประธานกลุ่มอนุรักษ์แม่รำพึง กล่าวถึงกรณี ที่นายสุเมธ แสงนิ่มนวล ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย อ้างว่าได้ เดินทางลงพื้นที่ อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เมื่อวันที่ 16 มกราคม 2552 ที่ผ่านมา เพื่อรับฟังปัญหาความขัดแย้งอันเนื่องมาจากโครงการโรงถลุงเหล็ก เนื่องจากได้รับทราบผ่านสื่อมวลชนว่าสถานการณ์กำลังทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ และเมื่อลงพื้นที่แล้วพบว่าสถานการณ์ไม่ได้เป็นอย่างที่เป็นข่าว และดีใจที่เห็นชาวบ้าน อ.บางสะพาน ยังรักใคร่ปรองดองกันดีนั้น นายสุพจน์ระบุว่าชาวบ้านในพื้นที่ถือว่าเป็นการให้ข้อมูลที่บิดเบือนความเป็นจริง ครั้งใหญ่

 

  

นายสุพจน์ กล่าวต่อไปว่า การลงตรวจพื้นที่ของปลัดกระทรวงเป็นการไปพบปะกับกลุ่มนายทุน และกลุ่มผู้สนับสนุนโครงการเท่านั้น ทั้งที่กลุ่มชาวบ้านผู้เดือนร้อนกำลังเปิดศูนย์คัดค้านอย่างจริงจัง และมีการฟ้องหน่วยงานรัฐ และกลุ่มนายทุนไปแล้ว 6 คดี ทั้งนี้ ปลัดกระทรวงไม่ได้เข้าไปรับฟังข้อมูลในส่วนของผู้คัดค้านแต่อย่างใด

 

นายสุพจน์กล่าวด้วยว่า กรณีความขัดแย้งในพื้นที่ ต.แม่รำพึงนั้นไม่ใช้เรื่องขัดแย้งธรรมดา แต่เป็นเรื่องผล

ประโยชน์ชาติ การรุกป่าสงวนแห่งชาติ และป่าคุ้มครอง ไม่ใช้แค่ประเด็นทางสาธารณะ

 

"เรื่องทางสาธารณะนั้นมันเรื่องเล็กแต่ก็ทำไม่ถูกต้องเช่นกันที่ไปจำกัดสิทธิ์การออกเสียงประชาคมชาวบ้านไม่ให้ผู้มีอายุน้อยกว่า 15 ใช้ทางสาธารณะมีที่ไหนในโลก โดยใช้หลักเกณฑ์เดียวกันกับการโหวตยกร่างรัฐธรรมนูญปี 2550 แต่ความจริงตามหลักฐานของอำเภอบางสะพาน การทำประชาคมครั้งนั้นก็ไม่ผ่านเกณฑ์เพราะคนไปออกเสียงไม่ครบตามหลักเกณฑ์ แต่ยังดันทุรังให้กันไปทั้งที่ชาวบ้านส่วนใหญ่ยังใช้ทางอยู่อย่างต่อเนื่องมานาน จนถึงปัจจุบัน"

 

นายสุพจน์ระบุว่าประเด็นใหญ่อีกประเด็นหนึ่งคือพื้นที่ก่อสร้างโครงการซึ่งเป็นต้นน้ำของคลองของ ต. แม่รำพึง และอยู่ใจกลางการปิดอ่าวที่มีความอุดมสมบูรณ์ที่สุดของอ่าวไทย

 

"รัฐไม่ให้ความสำคัญ หรือเม็ดเงินต่างชาติที่จะเป็นผลประโยชน์ของใครบางกลุ่มสำคัญกว่า  และอยากฝากว่าหากจริงใจลงตรวจสอบข้อมูลจริงควรพบกับชาวบ้าน มิใช้พบผู้นำท้องถิ่นที่วันนี้อยู่ในสถานะแกนนำ สนับสนุนโครงการไปทั้งหมดแล้ว หรือพบเพียงนายทุนเจ้าของโครงการเพื่อดูหนังตัวอย่างนำเสนอด้านดีด้านเดียว" นายสุพจน์ กล่าว

 

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์