ข่าวมอนิเตอร์ประจำวันที่ 22 มกราคม 2552

 

ประชุมสภาฯ นัดแรกฝ่ายค้านขอนับองค์ประชุม 2 รอบ - "ขวัญชัย ไพรพนา" ขู่นำเสื้อแดง 30 จว.แยกตัว - "ประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์" เจอเสื้อแดงล้อมที่เชียงใหม่ - "สมคิด" เตือนรัฐรับมือศก.โลกชะลอตัว - พัทลุงแห่คืนปลากระป๋อง "ชาวดอย" - เผยยอดสั่งซื้อ "ความจริงวันนี้" 5,000 ลัง - "ทักษิณสู้" กินเงียบเหนือ-อีสาน - การบินไทยขาดสภาพคล่อง-สภาพัฒน์แนะชะลอซื้อแอร์บัส - จีนเซ็นเซอร์สุนทรพจน์ "โอบามา"

การเมือง
 
ประชุมสภาฯ นัดแรกหวิดล่ม ฝ่ายค้านขอนับองค์ประชุม 2 รอบ
ไทยรัฐออนไลน์ - ผู้สื่อข่าวรายงานวานนี้ (21 ม.ค.) ถึงการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 23 ปีที่ 2 สมัยสามัญทั่วไป ครั้งที่ 1 ซึ่งเริ่มขึ้นเมื่อเวลา13.30 น. ณ ตึกรัฐสภา โดยบรรยากาศการประชุมเป็นไปอย่างตึงเครียด ส.ส.พรรคเพื่อไทย หยิบประเด็นย้ายสถานที่แถลงนโยบายไปกระทรวงการต่างประเทศ และปลากระป๋องเน่า ขึ้นมาอภิปราย
 
ด้านนายชัย ชิด ชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวชี้แจงในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรในกรณีที่ ส.ส. พรรคเพื่อไทย อภิปรายวิจารณ์การทำหน้าที่ประธานรัฐสภาที่เปลี่ยนสถานที่การแถลงนโยบายของ รัฐบาลต่อรัฐสภาจากอาคารรัฐสภาเป็นที่กระทรวงต่างประเทศว่า การดำเนินการของตนจะถูกต้องหรือไม่ ขอให้รอการตัดสินของศาลว่าการปฏิบัติหน้าที่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือไม่ เนื่องจากเรื่องดังกล่าวส.ส.พรรคเพื่อไทยได้ยื่นเรื่องให้ศาลฎีกา แผนกคดีอาญานักการเมืองแล้ว
 
ขณะ ที่นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) กล่าวอภิปรายในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรต่อกรณีดังกล่าวว่า ประธานสภาผู้แทนราษฎรมีอำนาจหน้าที่โดยชอบตามรัฐธรรมนูญที่จะเรียกประชุม รัฐสภาเพื่อให้รัฐบาลแถลงนโยบายและช่วยให้กระบวนการประชาธิปไตยดำเนินไปได้
 
ด้านนายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส. สัดส่วน พรรคเพื่อไทย ได้ตั้งข้อสังเกตกรณีการนำปลากระป๋องยี่ห้อชาวดอย ที่นำไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดพัทลุง ที่มีการนำปลากระป๋องเพียงยี่ห้อเดียวบริจาค อาจมีความไม่ชอบมาพากล นอกจากนี้ นายประเสริฐ ชัยกิจเด่นนภาลัย ส.ส. สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย ได้ประกาศกลางสภาจะแต่งชุดดำมาร่วมประชุมสภาฯ ทุกครั้ง
 
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังประชุมผ่านไปกว่า 2 ชั่วโมง เมื่อเข้าสู่วาระพิจารณากฎหมาย ส.ส.พรรคเพื่อไทยเสนอ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้มีการนับองค์ประชุมถึง 2 รอบ โดยในรอบแรกนายชุมพฏ บุญใหญ่ ส.ส.สกลนคร พรรคเพื่อไทย เป็นผู้เสนอขอนับองค์ประชุม ทำให้การประชุมต้องยุติลงชั่วคราว เมื่อรวมคะแนนเกินกึ่งหนึ่งที่ 235 คน จึงได้ดำเนินการประชุมต่อ
 
จากนั้น เมื่อการประชุมดำเนิต่อไปได้สักระยะ นายสุนัย จุลพงศธร ส.ส.สัดส่วนพรรคเพื่อไทย ได้เสนอขอนับองค์ประชุมครั้งที่ 2 นายชัยจึงได้ให้สมาชิกเสียบบัตรแสดงตน เมื่อรวมคะแนนปรากฏว่า มีสมาชิกอยู่ในห้องประชุมเกินกึ่งหนึ่ง 233 คน จึงได้ดำเนินการประชุมต่อ ขณะที่ส.ส.เพื่อไทย มีความข้องใจ เสนอประธานสภาฯ ให้มีการขานชื่อสมาชิกในห้องประชุม
 
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ขณะที่นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมหารือเตรียมการประชุมอาเซียนซัมมิท อยู่ที่ห้องประชุมกรรมาธิการ อาคารรัฐสภา เมื่อมีการขอให้นับองค์ประชุม ทำให้การประชุมหารือเรื่องดังกล่าวต้องชะงักลง
 
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังเข้าร่วมประชุมสภาผู้แทนราษฎร วานนี้ (21 ม.ค.) กรณีฝ่ายค้านได้เสนอให้นับองค์ประชุมถึง 2 ครั้งว่า เป็นสิทธิ์ของฝ่ายค้านที่จะเสนอนับองค์ประชุมหรือประท้วง รัฐบาลต้องเตรียมตัวให้พร้อมในการประชุมแต่ละครั้ง ปรากฏการณ์ในวันนี้เป็นเรื่องที่ดี ที่จะทำให้ต้องเตรียมความพร้อมอยู่ตลอดเวลา อย่างไรก็ตาม จะขอความร่วมมือฝ่ายค้านในการประชุมรัฐสภา เพื่อพิจารณากรอบการประชุมสุดยอดอาเซียน (อาเซียน ซัมมิท) ครั้งที่ 14 และในการประชุมรัฐสภา เพื่อ พิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม เพราะเป็นเรื่องของทุกฝ่ายที่จะช่วยทำให้ประเทศเดินไปข้างหน้า และเกิดความเชื่อมั่นในสายตาต่างประเทศ ส่วนการประชุมในวาระอื่น ๆ ก็คงต้องปล่อยให้ฝ่ายค้านทำหน้าที่อย่างเต็มที่
 
"วันนี้ผมยังไม่มี เวลาไปประสานกับฝ่ายค้าน แต่ผมจะไปหารือกับฝ่ายค้านด้วยตัวเอง โดยจะเริ่มจากการไปขอความร่วมมือจากนายวิทยา บุรณศิริ ประธานวิปฝ่ายค้าน ในวันพรุ่งนี้ (22 ม.ค.)" นายกรัฐมนตรี กล่าว
 
 
"ขวัญชัย ไพรพนา" ขู่นำเสื้อแดง 30 จังหวัดแยกตัว
คมชัดลึก - นายขวัญชัย ไพรพนา แกนนำชมรมคนรักอุดร กล่าวถึงกรณีนายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำ นปช.ออกมาตำหนิการเคลื่อนไหวว่า เมื่อวานนี้ได้เห็นจากสื่อต่างๆ รวมทั้งดีทีวี ว่า ทั้งนายจตุพร และนายณัฐวุฒิ โจมตีตนอย่างหนัก แต่ตนไม่สนใจ เพราะวันนี้มีประชาชนเสื้อแดง โดยเฉพาะในภาคอีสานโทรมาให้กำลังจำนวนมาก ทั้งนี้ ตนเคยต่อสู้กับพันธมิตรและคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติมาก่อนบุคคลเหล่านี้ ตั้งแต่ปี 2549 ซึ่งไม่รู้ว่าคนเหล่านี้ไปอยู่กันที่ไหน อีกทั้งตนไม่ได้เป็น ส.ส.จึงไม่จำเป็นต้องรักษาภาพเหมือนนายจตุพร
 
"ผมขอประกาศว่า ที่ผ่านมาผมได้ตกเป็นเครื่องมือรับใช้นักการเมืองมาตลอด ซึ่งหลังจากนี้จะไม่ยอมอีกแล้ว หลังจากนี้ก็ต้องแยกกันเดิน" นายขวัญชัยกล่าว
 
นายขวัญชัยกล่าวต่อว่า หลังจากนี้จะทบทวนบทบาทในการเคลื่อนไหว จะไม่ไปร่วมกับกลุ่มรายการความจริงวันนี้ และไม่ไปร่วมการชุมนุมใหญ่ในวันที่ 31 มกราคม อย่างแน่นอน โดยเร็วๆ นี้ช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์ จะนัดเครือข่ายคนเสื้อแดงในภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคอีสาน ทั้ง 30 จังหวัด เช่น นครราชสีมา ขอนแก่น ชัยภูมิ ชลบุรี สมุทรปราการ พิษณุโลก เป็นต้น ไปหารือกันถึงจุดยืนที่จะไม่ไปร่วมเคลื่อนไหวกับกลุ่มผู้จัดรายการความจริงวันนี้
 
"ประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์" สะเดาะเคราะห์เชียงใหม่ เจอเสื้อแดงล้อม
คมชัดลึก - เมื่อเวลา 07.09 น. วันที่ 21 มกราคม ที่วิหารวัดอุปคุต ถนนท่าแพ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ นายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ รมช.คลัง พร้อมภรรยา และครอบครัวเจ้านายฝ่ายเหนือตระกูล ณ เชียงใหม่ รวมทั้งผู้ติดตามรัฐมนตรี คือ นายเกษมสันต์ วีระกุล ผู้ช่วยเลขานุการ รมว.คลัง และนายไกร ดาบธรรม ส.ส.เชียงใหม่ พรรครวมใจไทยชาติพัฒนา และคณะผู้ติดตามไม่ต่ำกว่า 20 คน ได้เดินทางไปร่วมพิธีทำบุญสะเดาะเคราะห์ สืบชะตาเสริมดวงเสริมบารมี โดยการเดินทางมาทำบุญของนายประดิษฐ์ ในครั้งนี้เป็นกำหนดการเดินทางแบบส่วนตัว
 
ระหว่างที่นายประดิษฐ์ และคณะ ทำพิธีสะเดาะเคราะห์อยู่นั้น ทางเสื้อแดงกลุ่มรักเชียงใหม่ 51 นำโดย น.ส.กัญญาภัค มณีจักร หรือดีเจอ้อม แกนนำ เมื่อทราบข่าว ได้มีการประกาศระดมม็อบกลุ่มเสื้อแดงผ่านทางวิทยุชุมชนคลื่น 92.5 เมกะเฮิรตซ์ มาปิดล้อมประตูเข้าออกของวัดอุปคุต 2 ด้านไว้ไม่ต่ำกว่า 40 คน
ต่อมาเวลา 10.30 น. น.ส.กัญญาภัค ได้นำกลุ่มเสื้อแดงทำพิธีเผาพริกเผาเกลือสาปแช่งนายประดิษฐ์ โดยสมาชิกกลุ่มเสื้อแดงบางคนเตรียมถุงเลือดและไข่ไก่ไว้เตรียมปาใส่ เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องเรียกระดมพลเพิ่มจาก 5 นาย เป็น 20 นาย พร้อมนำรถห้องขังเคลื่อนที่ และโล่กำบัง มาเตรียมไว้ที่หน้าวัด
 
หลังเสร็จพิธีทำบุญในวิหาร กลุ่มเสื้อแดงอนุญาตให้เฉพาะพระสงฆ์และเกจิอาจารย์จากวัดอื่นที่มาร่วมพิธีเท่านั้น สามารถนั่งรถผ่านประตูวัดออกไปได้ ส่วนแขกที่มาร่วมงานหากจะออกอนุญาตให้เดินออกไปเท่านั้น แม้แต่นางนงลักษณ์ ภัทรประสิทธิ์ ภรรยาของนายประดิษฐ์ ก็ต้องเดินออกไปกับญาติอีก 4-5 คน แต่เนื่องจากกลุ่มเสื้อแดงไม่รู้ว่าเป็นภรรยาของนายประดิษฐ์ จึงไม่ได้เข้ามาขัดขวาง และปล่อยให้เดินออกไปได้
 
ระหว่างปล่อยให้คนเดินผ่านออกไปจากวัดนั้น มีช่วงหนึ่งที่นายเกษมสันต์พยายามจะเข้าไปเจรจา แต่เมื่อกลุ่มม็อบทราบว่าเป็นนายเกษมสันต์ จึงกักตัวไว้ แต่ตำรวจที่คุมเชิงไว้ได้ช่วยกันนำตัวนายเกษมสันต์ออกมาทัน จึงไม่ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด
 
อย่างไรก็ตาม ระหว่างม็อบปิดล้อมปิดประตูวัดนั้น คาดว่านายประดิษฐ์ได้หลบเข้าไปอยู่ในสำนักงานของเจ้าอาวาส ต่อมามีรายงานว่า พระลูกวัดนำกุญแจจากเจ้าอาวาสวัดอุปคุตไปเปิดประตูเล็กด้านหลัง ซึ่งเป็นทางเดินเล็กๆ เชื่อมต่อไปที่พุทธสถาน เพื่อให้นายประดิษฐ์ออกไป โดยมีรถยนต์มารอรับ โดยเจ้าหน้าที่วางแผนลวงด้วยการนำรถตู้และรถตำรวจมาจอดบริเวณด้านหน้าวัด เพื่อให้กลุ่มผู้ชุมนุมเสื้อแดงหลงเชื่อว่านายประดิษฐ์ยังไม่ได้ออกจากวัดแต่อย่างใด
 
 

เศรษฐกิจ
 
"สมคิด" เตือนรัฐรับมือศก.โลกชะลอตัว3ปี ส่งออกธันวาคมลด 14.55%
นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ อดีตรองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวปาฐกถาพิเศษเรื่อง "มองอนาคตประเทศไทย" วานนี้ (21 ม.ค.) ว่า ปัญหาเศรษฐกิจโลกคงจะใช้เวลาอีกอย่างน้อย 2-3 ปี รัฐบาล จะต้องวางแผนเพื่อรองรับภาวะการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกที่จะมีผลกระทบ ต่อเศรษฐกิจไทยและภาคการส่งออกที่จะชะลอตัวอย่างต่อเนื่องในอีก 2-3 ปี
 
อดีตรองนายกรัฐมนตรี กล่าวต่อว่า รัฐบาลจะต้องให้การช่วยเหลือภาคส่งออกอย่างจริงจัง โดยเร่งหาตลาดใหม่ ให้สถาบันการเงินช่วยเหลือผู้ส่งออกรายย่อยอย่าให้ล้มละลาย ทำให้สินค้าส่งออกของไทยมีต้นทุนต่ำลง ราคาถูกลง เพื่อสู้กับประเทศคู่แข่งอย่าปล่อยให้ภาคการส่งออกเป็นไปตามกระแสโลก หากภาคการส่งออกทรุดลงจะกระทบวงกว้างทั้งภาคอุตสาหกรรมและแรงงาน รัฐบาลจะต้องใช้งบประมาณรายจ่ายของรัฐบาล เป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจสำคัญที่สุดในภาวะปัจจุบันให้มีประสิทธิภาพ อย่ามองเพียงปัญหาระยะสั้น จะต้องจัดสรรงบประมาณตามความสำคัญของโครงการ ไม่ใช่ตามความสำคัญของพรรคการเมือง และต้องมองอนาคตว่า ในปี 2553 รัฐบาลจะต้องทำงบประมาณขาดดุลอีก 400,000-500,000 ล้านบาท รัฐบาลจะนำเงินมาจากที่ไหน เพื่อไม่ให้เกิดปัญหากับภาคการคลัง
 
"ช่วง 2-3 เดือนนี้ เป็นช่วงเวลาที่สำคัญของรัฐบาลที่ต้องเร่งสร้างความเชื่อมั่นให้เกิดขึ้น ทั้งต่างประเทศและในประเทศ ความเชื่อมั่นในประเทศเป็นหน้าที่หลักของรัฐบาลโดยตรงที่จะทำให้ประชาชนใน ประเทศเกิดความมั่นใจให้เกิดการบริโภคการลงทุน โดยรัฐบาลต้องทำงานหนัก ส่วนความมั่นใจในต่างประเทศ รัฐบาลและคนไทยทั้งหมดต้องร่วมมือกันให้ต่างชาติมั่นใจว่ากฎหมายไทยมีขื่อมี แป ประเทศไทยไม่ได้มีปัญหา เชื่อว่าศักยภาพประเทศไทยจะทำได้" อดีตรองนายกรัฐมนตรี กล่าวและว่า รัฐบาลจะต้องให้ความสำคัญกับภาคการเกษตร ซึ่งเป็นประชากรหลักของประเทศให้รายได้สูงขึ้น ราคาสินค้าเกษตรดีขึ้น หากยังไม่สามารถส่งเสริมเกษตรกรให้ดีขึ้นได้ ประเทศไทยก็จะพัฒนาไม่ได้ รวมทั้งจะต้องทำการเมืองให้มีเสถียรภาพ เพราะประเทศใดที่การเมืองมีเสถียรภาพประเทศนั้นก็มีเศรษฐกิจดี
 
ด้าน นายศิริพล ยอดเมืองเจริญ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า การส่งออกเดือน ธ.ค.มีมูลค่าทั้งสิ้น 11,605 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ลดลงร้อยละ 14.55 ถือเป็นการลดลงต่อเนื่องเดือนที่สอง โดยภาพรวมการส่งออกสินค้าเกษตร อุตสาหกรรมการเกษตร ลดลงร้อยละ 16.1 สินค้าอุตสาหกรรมสำคัญรวมเชื้อเพลิงลดลงร้อยละ 13.9 ถือเป็นการลดลงตามสถานการณ์ตลาดโลกโดยเฉพาะประเทศผู้นำเข้ามีการชะลอนำเข้าสินค้า จึงทำให้การส่งออกเดือน ธ.ค.ไม่ดี ส่วนการนำเข้าเดือน ธ.ค. มีมูลค่าทั้งสิ้น 11,254.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนลดลงร้อยละ 6.5 ส่งผลให้ประเทศไทยเกินดุลการค้าเดือน ธ.ค. 350.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
 
นายศิริพล กล่าวต่อว่า การส่งออกปี 2552 ว่า จะต้องใช้ความพยายามพอสมควร เพราะเศรษฐกิจโลกที่ยังไม่ฟื้นตัว แต่จะพยายามให้ดีที่สุด ขณะนี้กำลังรองบประมาณกระตุ้นภาคการส่งออกจากรัฐบาลและจากการที่หารือกับภาค เอกชน หากมีงบประมาณกระตุ้นภาคการส่งออกเชื่อว่าตัวเลขส่งออกปีนี้ยังเป็นบวก แต่จะเพิ่มมากน้อยแค่ไหนยังไม่สามารถคาดการณ์ได้ เชื่อว่าส่งออกปีนี้จะเริ่มชัดเจนไตรมาส 2 และ 3 ทางกระทรวงพาณิชย์จะพยายามทำให้การส่งออกปีนี้เพิ่มขึ้น
 
ขณะที่ นางพรทิวา นาคาศัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า ตัวเลขส่งออกเดือนธ.ค. 2551 และตลอดปี 2551 ลดลง เนื่องจากลุ่มสินค้าหลักประสบปัญหา ดังนั้น กระทรวงพาณิชย์จะนำไปหารือกับ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เพื่อชี้แจงว่ากระทรวงพาณิชย์มีความจำเป็นต้องใช้เงินงบประมาณจำนวน 3,000 ล้านบาทมากระตุ้นภาคการส่งออกปี 2552 ในการประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน (กรอ.) วันเดียวกันนี้ก็ได้มีการพูดถึงปัญหาการส่งออก
 
 
เผยยอดสั่งซื้อ "ความจริงวันนี้" 5,000 ลัง - ด้าน "ทักษิณสู้" กินเงียบแถบเหนือ-อีสาน
ไทยโพสต์ - นายสมหวัง อัสราษี ทีมงาน "ความจริงวันนี้" และประธานบริษัท สแกนเนอร์ อิเลคทริค อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เจ้าของเครื่องใช้ไฟฟ้า "มิตซูชิต้า" เปิดเผยว่า เครื่องดื่มชูกำลังแบรนด์ "ความจริงวันนี้" ซึ่งเปิดตัวเข้าทำตลาดเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้รับผลตอบรับที่ดีจากผู้บริโภคกลุ่มคนเสื้อแดง โดยล่าสุดมียอดสั่งซื้อ 5,000 ลัง ซึ่งบริษัทจะจำหน่ายสินค้าในรูปแบบขายส่งลังละ 50 ขวด ราคากว่า 300 บาทเท่านั้น ไม่มีการขายปลีก และใช้คำสั่งซื้อเป็นงบลงทุนผลิตสินค้า โดยให้บริษัท กรุงสยาม เครื่องดื่ม จำกัด เป็นผู้ผลิตสินค้า ส่วนการกระจายสินค้าทำตลาดมีบริษัท ฟิวเจอร์ อินเตอร์ กรุ๊ป จำกัด ซึ่งจัดตั้งขึ้นภายใต้ทุนจดทะเบียน 2-3 ล้านบาท
 
การเปิดตัวสินค้าดังกล่าวนอกจากนำผลกำไรสนับสนุนทีมงานและกลุ่มคนเสื้อแดงแล้ว ยังต้องการให้สินค้าอยู่ในตลาดระยะยาวเหมือนเครื่องดื่มชูกำลังตัวอื่นๆ โดยมีแผนเปิดตัวสินค้าอีก 3 กลุ่มในเดือน ก.พ.นี้ คือ น้ำดื่มบริสุทธิ์ น้ำผลไม้ และเครื่องดื่มเกลือแร่ เพื่อต่อยอดธุรกิจ
 
"รูปแบบการทำตลาดและโฆษณาจะใช้แบรนด์ความจริงวันนี้ทำตลาดด้วยตัวเองพร้อมโฆษณาผ่านรายการทางสถานีโทรทัศน์ดีทีวีเพราะถ้าโฆษณาผ่านฟรีทีวีคงไม่มีสถานีไหนให้โฆษณา ส่วนโลโก้สินค้าทุกตัวใช้รูปแกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงทั้ง 3 คน คือ นายจตุพร พรหมพันธุ์ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ และนายวีระ มุสิกพงศ์ ซึ่งคาดว่าต้องใช้เวลาอีก 3 เดือน ประเมินผลการตอบรับที่แน่ชัดได้" นายสมหวังกล่าว
 
ด้านนายณัชพล สุพัฒนะ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท เครื่องดื่มซันสปาร์ค จำกัด ผู้ดำเนินธุรกิจเครื่องดื่มชูกำลัง แบรนด์ "ทักษิณสู้" กล่าวว่าการที่กลุ่มคนเสื้อแดงเปิดตัวเครื่องดื่มชูกำลัง "ความจริงวันนี้" คงสามารถทำให้สินค้าติดตลาดได้แม้สถานการณ์ทางเศรษฐกิจไม่เอื้อต่อการเปิดตัวสินค้าใหม่ โดยเฉพาะตลาดเครื่องดื่มชูกำลังที่เดิมคาดการณ์กันว่าจะไม่มีสินค้าแบรนด์ใหม่เกิดขึ้นใน 10 ปีนับจากนี้ เพราะการตั้งชื่ออิงกระแสการเมืองและมีกลุ่มคนเสื้อแดงเป็นกลุ่มเป้าหมายหลักจะทำให้แบรนด์สินค้าเป็นที่รู้จักในตลาดเหมือนกับเครื่องดื่มชูกำลัง "ทักษินสู้" ของบริษัท แม้เป็นการทำตลาดเฉพาะกลุ่มก็ตาม
 
สำหรับผลการดำเนินงานของ "ทักษิณสู้" ในปีที่ผ่านมาแม้มียอดขายไม่เป็นไปตามเป้าหมาย แต่มียอดขายเป็นที่น่าพอใจ เนื่องจากไม่ได้ใช้งบทำกิจกรรมการตลาดหรือโฆษณาประชาสัมพันธ์เหมือนแบรนด์อื่น แต่เน้นสร้างแบรนด์และการบอกแบบปากต่อปาก รวมทั้งการกระจายสินค้ายังทำตลาดได้แค่ภาคเหนือ อีสาน และกรุงเทพฯ รอบนอกเท่านั้น ประกอบกับสภาพเศรษฐกิจและการเมืองยังไม่เอื้อต่อการลงทุนทางการตลาด ส่วนแผนในปีนี้ยังไม่สามารถเปิดเผยได้เพราะยังอยู่ระหว่างการหารือร่วมกับผู้ถือหุ้น และต้องรอดูสถานการณ์แวดล้อมก่อนโดยขอทำตลาดแบบค่อยเป็นค่อยไป เพราะขณะนี้ยังมียอดขายที่ดีแม้สถานการณ์การเมืองเปลี่ยนไป
 
"บริษัทยังขอยืนยันจะทำการตลาดเครื่องดื่มชูกำลังทักษิณสู้ต่อไปแต่ถ้าขายไม่ได้ก็คงต้องยกเลิกการทำตลาด" นายณัชพลกล่าว
 
นายสานิต หวังวิชา ผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัท เครื่องดื่มกระทิงแดง จำกัด กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่สามารถวิเคราะห์การเปิดตัวเครื่องดื่มชูกำลัง "ความจริงวันนี้"เพราะยังไม่รู้รายละเอียดของแผนการตลาด ส่วนเรื่องที่กลุ่มเสื้อแดงต้องการสร้างแบรนด์และยอดขายในตลาดระยะยาว ต้องรอดูกันต่อไปว่าสินค้าจะได้รับการยอมรับจากผู้บริโภคหรือไม่ ไม่ใช่แค่แบรนด์ ต้องมีเรื่องรสชาติและราคาสินค้าเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย
 
 
"ไพฑูรย์ แก้วทอง" พร้อมถอยเรื่องแจกข้าว 5 กิโลกรัม
คมชัดลึก - นายไพฑูรย์แก้วทอง รมว.แรงงาน กล่าวว่า การซื้อข้าวสารแจกเป็นเรื่องเก่าสมัยรัฐบาลที่แล้ว มีการเสนอเรื่องเข้าบอร์ด สปส.ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 6 เมื่อเสนอมาที่ตนก็จะขอพิจารณาทั้งในแง่กฎหมาย ความเหมาะสม รวมทั้งสิทธิประโยชน์ที่ผู้ประกันตนจะได้รับ เนื่องจากโครงการนี้มีข้อห่วงใยจากหลายฝ่ายถึงความโปร่งใส เมื่อได้รับข้อมูลแล้วก็จะแถลงรายละเอียดให้ทราบอีกครั้ง
 
รมว.แรงงานย้ำว่าเรื่องนี้ไม่ว่าการตัดสินใจจะเป็นไปด้วยเหตุและผล หากพิจารณาแล้วเป็นผลดีกับผู้ประกันตนและไม่ผิดกฎหมาย ก็พร้อมจะเดินหน้า แต่หากว่าการดำเนินการไม่อยู่ในกรอบวัตถุประสงค์และผิดกฎหมาย ก็จะไม่มีการดำเนินการ
 
นายสมชายชุ่มรัตน์ ปลัดกระทรวงแรงงาน ในฐานะประธานคณะกรรมการประกันสังคม (บอร์ด สปส.) ยืนยันว่า เมื่อพิจารณาตามข้อกฎหมายแล้วสามารถทำได้ หลังฝ่ายลูกจ้างเป็นคนเสนอมา ที่ประชุมได้พิจารณาในข้อกฎหมายหลายรอบ เมื่อพิจารณาแล้วมีข้อดีมากกว่าข้อเสีย จึงมีมติเห็นชอบ ส่วนขั้นตอนยังมีอีกหลายประการโดย สปส.จะเป็นนำรายละเอียดต่างๆ เสนอ รมว.แรงงานอีกครั้ง หากไม่อนุมัติก็ไม่สามารถดำเนินการได้ คาดว่าภายใน 1-2 สัปดาห์นี้ก็จะเสนอได้
 
ส่วนขั้นตอนการจัดซื้อจัดจ้างนั้น ยืนยันว่าจะไม่มีการทุจริตมีนอกมีใน เนื่องจากได้สั่งการให้ตั้งคณะกรรมการเขียนทีโออาร์ เป็นขั้นตอนรายละเอียดการจัดซื้อจัดจ้าง และจะต้องดำเนินการตามขั้นตอน อี-ออกชั่น ส่วนกรณีที่หลายฝ่ายคัดค้านนั้น เป็นเรื่องของความคิดเห็นและเป็นเรื่องของอนาคต ซึ่งก็ต้องรับฟังแต่ในเมื่อเป็นมติของ บอร์ด สปส.ไปแล้ว ก็ต้องให้เป็นกระบวนการของนโยบายต่อไปว่าจะเดินหน้าต่อไปหรือไม่ ตนก็เป็นหนึ่งใน 15 คนของบอร์ด ยืนยันชัดเจนว่าจะดำเนินการอย่างโปร่งใส ส่วนเรื่องการลดเงินสมทบนั้นก็ทำได้แต่ต้องมีการแก้ไขกฎหมาย ซึ่งยอมรับว่ากระทบต่อผลกำไร 2 หมื่นล้านบาท
 
ยอมรับว่าน่าห่วงคือการบริหารจัดการ จะทำกันอย่างไร เนื่องจากขณะนี้ สปส.รับภาระใหญ่ 2 เรื่อง คือ เป็นฐานข้อมูลในการเบิกจ่ายเงินค่าครองชีพจำนวน 2,000 บาทให้แก่ลูกจ้างและการแจกข้าวสารให้ผู้ประกันตน ซึ่งเป็นเรื่องใหม่ที่ สปส.ไม่เคยทำเลย ทั้งนี้ฝ่ายกฎหมายได้พิจารณาไปกับคำวินิจฉัยของคณะกรรมการกฤษฎีกา ในกรณีการนำเงิน 2,800 ล้านบาทไปดำเนินโครงการติดตั้งระบบสารสนเทศด้านแรงงานมาเทียบเคียง สามารถทำได้เนื่องจากโครงการสามารถทำได้เนื่องจากใช้โดยการนำเงินบริหาร 10% และแจกให้แก่ทุกคน นายสมชายกล่าว
 
นายอภิสิทธิ์เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีจะนำเงินกองทุนประกันสังคมซื้อข้าวสารแจกผู้ประกันตนว่า จะสอบถามรายละเอียดจากสำนักงานประกันสังคมอีกครั้ง เข้าใจว่าเรื่องนี้มีคณะกรรมการพิจารณาอยู่แล้ว เมื่อถามว่าส่วนตัวเห็นด้วยกับแนวทางนี้หรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ขอสอบถามรายละเอียดก่อนว่าเป็นอย่างไร
 
ซีเกทจ่อเลิกจ้าง 600 ราย
วันเดียวกันมีรายงานว่าผู้บริหารฝ่ายบุคคลบริษัท ซีเกท เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งตั้งอยู่เลขที่ 90 หมู่ 9 ต.สูงเนิน อ.สูงเนิน จ.นครราชสีมา ซึ่งเป็นโรงงานผลิตชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ของไทย ส่งออกจำหน่ายไปหลายประเทศทั่วโลก ได้แจ้งให้พนักงานของบริษัทกว่า 7,000 คน ที่ประสงค์สมัครใจจะลาออก ก็จะมีเงินชดเชยตามกฎหมายแรงงานและตามอายุการทำงาน โดยให้เวลาตั้งแต่วันที่ 21-24 มกราคม แต่เมื่อพ้นกำหนดระยะเวลาดังกล่าวแล้ว ถ้ามีผู้สมัครใจไม่ถึง 600 คน ก็จะคัดเลือกพนักงานออกตามความจำเป็นของหน้าที่ให้ครบจำนวน ระหว่างวันที่ 25 มกราคม-5 กุมภาพันธ์
 
ทั้งนี้บริษัทให้เหตุผลว่าที่ต้องปลดคนงานออก เพราะได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจโลกทำให้ยอดการสั่งสินค้าลดลงอย่างมาก ส่งผลให้บริษัทประสบภาวะขาดทุน จึงจำเป็นต้องลดพนักงานลงเพื่อประคองให้บริษัทอยู่รอด
 
มีรายงานว่าก่อนหน้านี้บริษัทได้ปลดพนักงานฝ่ายผลิตไปแล้ว 400 คน เมื่อวันที่ 5 มกราคม ที่ผ่านมา ทั้งยังมีการปรับลดเงินเดือนของพนักงานประจำสำนักงานแผนกต่างๆ ลงคนละ 25%
 
น.ส.อ้อย(นามสมมติ) พนักงานฝ่ายผลิต บริษัท ซีเกท เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด อ.สูงเนิน เปิดเผยว่า จากการเปิดให้ลงชื่อเพื่อสมัครใจลาออกของพนักงานบริษัทซีเกทฯ อ.สูงเนิน จ.นครราชสีมา ได้มีพนักงานแผนกต่างๆ โดยเฉพาะพนักงานที่มีอายุการทำงาน 5-25 ปี และที่ย้ายมาจากโรงงานซีเกท สาขาเทพารักษ์ จ.สมุทรปราการ ได้ให้ความสนใจไปสมัครกว่า 100 คน เนื่องจากเห็นว่า ได้รับเงินชดเชยคนละ 3-8 แสนบาท ซึ่งจะสามารถนำไปเป็นทุนประกอบอาชีพอย่างอื่นได้ แต่บางคนซึ่งมีอายุการทำงานน้อยก็ไม่ได้ให้ความสนใจ และยังลังเลว่าจะตัดสินใจอย่างไร
 
นายปรีชาอินทรชาธร ผู้ช่วยจัดหางานจังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่า สำนักงานจัดหางาน ได้ประสานไปยังผู้บริหารบริษัทซีเกท ให้แจ้งพนักงานที่ถูกเลิกจ้าง หรือสมัครใจลาออกให้มาขึ้นทะเบียนผู้ที่ถูกเลิกจ้างที่สำนักงานจัดหางาน จ.นครราชสีมา เพื่อจะได้รับสิทธิ์ในการเป็นผู้ว่างงานตามกฎหมาย
 
 
การบินไทยขาดสภาพคล่อง-สภาพัฒน์แนะชะลอซื้อแอร์บัส
ไทยรัฐออนไลน์ - เมื่อวานนี้ (21 ม .ค.) สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือ สภาพัฒน์ เปิดเผยรายงานต่อรัฐบาล โดยกล่าวถึงกรอบและงบประมาณของรัฐวิสาหกิจประจำปีงบประมาณ 2552 ระบุว่า ขณะนี้ สศช. พบว่ามีรัฐวิสาหกิจหลายแห่งที่ขาดทุนอย่างหนัก แต่ที่สถานการณ์อยู่ในขั้นวิกฤตได้แก่ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) โดยเสนอให้ทบทวนแผนการลงทุน และจัดทำแผนการลงทุนให้สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาล และสภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว โดยเฉพาะด้านโลจิสติกและพลังงาน อาทิ การชะลอหรือระงับการจัดซื้อฝูงบินใหม่
 
แหล่งข่าวจากกระทรวงคมนาคม ได้กล่าวถึงรายงานผลประกอบการในปี 2551 ของการบินไทย ซึ่งมีตัวเลขการขาดทุนประมาณ 10,800 ล้านบาท ซึ่งภาระการขาดทุนหนัก เกิดจากการสั่งซื้อฝูงบินแอร์บัส 8 ลำ ในช่วงที่สภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ และราคาน้ำมันแพง
 
ขณะที่ช่วงเช้าเมื่อวานนี้ มีกระแสข่าวสาเหตุการขาดทุนอย่างหนักของการบินไทย โดยระบุถึงต้นเหตุปัญหาการขาดสภาพคล่องอย่างหนัก จนต้องขอให้รัฐบาลหาแหล่งเงินกู้สูงถึง 3 หมื่นล้านบาท ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการจัดหาเครื่องบินแอร์บัส เอ 330-300 จำนวน 8 ลำ ซึ่งคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในรัฐบาลชุดก่อน ได้มีมติให้จัดหาโดยวิธีการเช่า กรณีดังกล่าว การบินไทย ยอมรับว่า ได้นำเงินสดที่มีอยู่ไปใช้ในโครงการนี้แล้วประมาณ 11,000 ล้าน บาท ส่งผลกระทบต่อสภาพคล่องของการบินไทย จึงต้องแก้ปัญหาโดยใช้วิธีโอนเงินรายได้จากต่างประเทศเข้ามาในประเทศ จากเดิมที่เคยฝากเงินไว้ที่ธนาคารในสิงคโปร์ เพื่อบริหารอัตราแลกเปลี่ยน โดยแผนเดิมที่วางเอาไว้ การบินไทยจะโอนเงินเข้ามาในประเทศต่อเมื่ออัตราแลกเปลี่ยนเป็นประโยชน์ต่อ บริษัทมากที่สุด แต่เมื่อต้องเร่งโอนเงินเข้ามาในประเทศ แบบฉุกเฉิน เพื่อแก้ปัญหาสภาพคล่อง ส่งผลให้การบินไทยได้รับผลกระทบจากการขาดทุนอย่างหนักจากอัตราแลกเปลี่ยน
 
สำหรับรายละเอียดในการนำเงินสด 1.1 หมื่นล้านบาท ไปใช้ในการซื้อฝูงบินแอร์บัส แบ่งเป็นดังนี้ เงินมัดจำล่วงหน้าและค่างวดในส่วนของตัวเครื่องบิน ประมาณ 3 พันล้านบาท ค่าเครื่องยนต์ ประมาณ 5 พันล้านบาท และค่าอุปกรณ์ภายในตัวเครื่องประมาณ 3 พันล้านบาท
 
ล่าสุด การบินไทยอยู่ระหว่างการเร่งปรับแผนการบริหารจัดการ เพื่อเพิ่มรายได้และลดค่าใช้จ่าย โดยตั้งเป้าว่าในปี 2552 จะมีรายได้ 120,000 ล้านบาท ลดลงจากเดิมที่ตั้งเป้าว่าจะมีรายได้ 170,000 ล้านบาท หรือลดลง 50,000 ล้านบาท
 
สำหรับแผนการแก้ปัญหาวิกฤตทางการเงิน การบินไทยเตรียมกู้เงินระยะยาว 15,000 ล้านบาท เพื่อทดแทนเงินกู้ระยะสั้น ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการ นอกจากนี้ ยังได้พิจารณาที่จะกู้เงินระยะยาวอีก 19,000 ล้านบาท เพื่อเสริมสภาพคล่องในปี 2552 และได้เสนอขายหุ้นกู้ชนิดเจาะจง ( Private Placement) มูลค่ารวมไม่เกิน 5,000 ล้านบาท สำหรับระยะเวลา 3 ปี 5 ปี 7 ปี และ 10 ปี
 
 

สิ่งแวดล้อม-คุณภาพชีวิต
 
เทศบาลเชียงรายผุดโครงการ "ขยะแลกไข่" แก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม
คมชัดลึก - นายประสังข์ โต๋ตระกูล รองนายกเทศมนตรีเทศบาลนครเชียงราย เปิดเผยว่า จากปริมาณขยะที่เพิ่มมากขึ้นในแต่ละวัน ได้กลายเป็นปัญหาที่สร้างผลกระทบต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อมเป็นอย่างมาก ดังนั้น เทศบาลนครเชียงรายจึงจัดโครงการจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนใน 60 ชุมชน โดยนำทีมวิทยากรออกจัดนิทรรศการให้ความรู้เกี่ยวกับผลกระทบที่จะเกิดขึ้น ทั้งทางด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพต่อประชาชน
 
"ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากประชาชนทั้งใน 60 ชุมชน ซึ่งต่างก็เห็นถึงความสำคัญในการร่วมกันแก้ไขปัญหา ซึ่งจะนำไปสู่การแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมนี้ได้อย่างยั่งยืนในอนาคต"
 
ทั้งนี้ นายประสังข์ เสริมว่า เบื้องต้นได้ใช้ยุทธศาสตร์ในการดึงความสนใจของประชาชนให้ใส่ใจกับสิ่งแวดล้อมด้วยการให้นำขยะหรือสิ่งของที่เหลือใช้นำมาแลกไข่ในอัตราที่เหมาะสม ได้รับความสนใจจากประชาชนอย่างมาก ซึ่งการนำขยะมาแลกไข่ จะเป็นการสร้างจิตสำนึกให้ประชาชนในการคัดแยกขยะที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ จะช่วยปัญหาสิ่งแวดล้อมได้หลายด้านและงบประมาณในอนาคตต่อไป
 
 
ชาวพัทลุงแห่คืนปลากระป๋อง "ชาวดอย" เพิ่ม สธ.ลั่นเอาผิดถึงที่สุด
ไทยรัฐ - วานนี้ (21 ม.ค.) ชาวบ้านจากอำเภอควนขนุน จ.พัทลุง นำปลากระป๋องยี่ห้อชาวดอยที่ได้รับแจกจ่ายใส่กระสอบมาวางไว้บริเวณหน้าศาลา กลางจังหวัดพัทลุงจำนวน 3 กระสอบ ประมาณ 250 กระป๋อง โดยประสานให้สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดมาตรวจสอบและ รวบรวมนำไปเก็บไว้ที่สำนักงานฯ เพื่อส่งคืนกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ โดยขณะนี้มีปลากระป๋องยี่ห้อดังกล่าวเก็บรวบรวมไว้แล้วกว่า 17,000 กระป๋อง
 
ด้านนายวิทยา แก้วภราดัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า จะดำเนินการเอาผิดทางกฏหมายกับผู้ประกอบการผลิตปลากระป๋องชาวดอยที่เน่าเสีย อย่างถึงที่สุด โดยเฉพาะให้ส่วนของการแอบอ้างติดฉลาก อย. ปลอม ไว้ข้างกระป๋องซึ่งทำให้บั่นทอนความเชื่อมั่นของประชาชนต่อมาตรฐานการตรวจ สอบคุณภาพอาหารของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กระทรวงสาธารณสุข ซึ่งขณะนี้ได้มอบให้ อย. เก็บปลากระป๋องเจ้าปัญหาออกจากตลอดทั้งหมดแล้ว และให้ดำเนินการเอาผิดทางกฏหมายขั้นสูงสุด ซึ่งกรณีผลิตอาหารปลอม หรือติดฉลากลวง จะมีโทษจำคุกตั้งแต่ 6 เดือน - 10 ปี และปรับตั้งแต่ 50,000 - 100,000 บาท
 
นายวิทยา กล่าวเพิ่มเติมว่า ขอให้ประชาชนใช้ความพิธีพิถันในการเลือกซื้อสินค้าให้มากยิ่งขึ้น ให้ดูฉลากอย่างถี่ถ้วน หากไม่แน่ใจให้แจ้ง อย.เพื่อตรวจสอบก่อน เนื่องจากขณะนี้มีสินค้าปลอมที่ติดฉลากแสดงส่วนประกอบ และป้าย อย.ปลอมมาหลอกขายจำนวนมาก นอกจากนี้ได้มอบให้ อย.ลงสุ่มตรวจสินค้าตามท้องตลาดอย่างต่อเนื่องว่ามีสินค้าปลอมแอบแฝงหลอกขาย ให้ประชาชนหรือไม่ เพื่อความปลอดภัยของผู้บริโภค
 
 

ต่างประเทศ
 
"โอบามา" ฟิตจัดเสนอถอนทหาร "อิรัก" กู้วิกฤติศก.ชาติ
เว็บไซต์ไทยโพสต์ - โอบามาได้กลายเป็นประธานาธิบดีผิวดำคนแรกของสหรัฐ โดยประกาศแนวนโยบายซึ่งฉีกตัวจากแนวทางในยุคของจอร์จ ดับเบิลยู. บุช พร้อมกับเรียกร้องให้ชาวอเมริกันร่วมแรงร่วมใจฝ่าฟันวิกฤติเศรษฐกิจครั้งเลวร้ายที่สุดในรอบหลายชั่วอายุคน และปรับปรุงภาพลักษณ์ของอเมริกาในสายตาชาวโลก
 
"นับแต่วันนี้ เราต้องลุกยืน ปัดฝุ่น แล้วลงมือแปลงโฉมอเมริกา" โอบามากล่าวในสุนทรพจน์รับตำแหน่งต่อหน้าฝูงชนนับล้าน เขาให้คำมั่นที่จะดำเนินมาตรการอย่างรวดเร็วและเฉียบขาดเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจของสหรัฐ และประกาศต่อชาวโลกหลายล้านคนที่กำลังชมพิธีสาบานตน "เราพร้อมแล้วที่จะเป็นผู้นำโลกอีกครั้งหนึ่ง"
 
ตลาดวอลสตรีทได้ต้อนรับประธานาธิบดีคนใหม่ด้วยการทำสถิติดิ่งลงเป็นประวัติการณ์ในวันสาบานตน ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ร่วง 332 จุด หรือ 4% ลงไปที่ 7,949.09 ขณะที่สแตนดาร์ดแอนด์พัวร์ ปิดลดลง 5.2% และแนสแด็กลดลง 5.7% โดยหุ้นของธนาคารหลายแห่งได้ร่วงลงอย่างรุนแรง แบงก์ออฟอเมริกาลดลง 28% เจพีมอร์แกนลดลง 20.7% และซิตีกรุ๊ปลดลง 20% ซึ่งบ่งบอกว่าวิกฤติของภาคการธนาคารยังไม่เห็นอนาคต
 
ผู้คนนับล้านที่ไปรวมตัวกันที่เนชั่นแนลมอลล์ได้ส่งเสียงเชียร์ดังกึกก้องขณะโอบามายืนยกมือขึ้นข้างหนึ่ง และอีกข้างวางลงบนคัมภีร์ไบเบิลขณะกล่าวคำสาบานตนเป็นประธานาธิบดีคนที่ 44 เขาได้จุมพิตภริยา นางมิเชล กับลูกสาวในวัยเรียน มาเลียกับซาชา จากนั้นเขาได้หันหน้าไปหาฝูงชนซึ่งพากันไปเป็นสักขีพยานในพิธีครั้งนี้อย่างมืดฟ้ามัวดิน โดยผู้คนต่างตะโกนว่า "โอบามา! โอบามา!"
 
โอบามาได้แสดงจุดยืนฉีกแนวไปจากบุช โดยเน้นความจำเป็นที่จะต้องเสียสละ และย้ำที่จะฟื้นฟูภาพลักษณ์ของสหรัฐในสายตาชาวโลก ยุติสงครามอิรักอย่างมีความรับผิดชอบ และปรับปรุงการทำงานของภาครัฐ
 
ระหว่างการเดินทางไปตามถนนเพนซิลเวเนียเพื่อมุ่งหน้าไปยังทำเนียบขาวในขบวนรถที่มีการคุ้มกันอย่างหนาแน่นโอบามากับภริยาได้เรียกเสียงเชียร์ดังสนั่นจากฝูงชนด้วยการลงจากรถและเดินไปตามถนน โดยมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคอยคุ้มกันอย่างใกล้ชิด
 
โอบามาจะต้องกระตุ้นให้เศรษฐกิจของประเทศขับเคลื่อนไปข้างหน้าได้อีกครั้ง โดยทีมงานของเขาหลายคนต่างได้รับการรับรองจากวุฒิสภาสหรัฐแล้ว อาทิ รัฐมนตรีพลังงาน สตีเฟน ชู รัฐมนตรีเกษตร ทอม วิลแซ็ก โดยคาดว่าคณะกรรมาธิการการคลังของวุฒิสภาจะรับรองทิโมธี เกตเนอร์ ให้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีคลังในวันพฤหัสฯ และนางฮิลลารี คลินตัน จะได้รับการรับรองจากที่ประชุมรัฐสภาให้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีต่างประเทศในวันพุธ
 
ในคืนวันพุธ โอบามาได้ควงมิเชล ภริยา ไปร่วมงานเลี้ยงฉลอง 10 แห่งทั่วกรุงวอชิงตัน "ภรรยาของผมสวยไหมครับ" เขากล่าวในงานเลี้ยงแห่งแรก "คืนนี้เราฉลอง พรุ่งนี้เริ่มทำงาน" เขากล่าวที่งานอีกแห่ง
บรรยากาศรื่นเริงได้ถูกคั่นด้วยเหตุการณ์การเป็นลมชักของเอ็ดเวิร์ด เคนเนดี วุฒิสมาชิกเดโมแครตจากแมสซาชูเซตส์ ในงานเลี้ยงอาหารกลางวันเป็นเกียรติแก่โอบามา น้องชายของประธานาธิบดีจอห์น เอฟ. เคนเนดี ผู้วายชนม์ ได้ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล ซึ่งมีการเปิดเผยว่าเขารู้สึกตัวดี และสามารถพูดคุยตอบคำถามต่างๆ ได้
 
ขณะที่ผู้คนต่างคาดหวังในรัฐบาลของเขา โอบามาได้พยายามคลายความคาดหวัง โดยกล่าวว่าเศรษฐกิจสหรัฐกำลังตกต่ำที่สุดในรอบ 70 ปี สงครามในอิรักและอัฟกานิสถานได้ทำให้ประเทศเกิดวิกฤติ "สถานการณ์ได้เรียกร้องให้เราก้าวเข้าสู่ยุคใหม่แห่งความรับผิดชอบ" และว่า เศรษฐกิจสหรัฐซึ่งอ่อนตัวลงอย่างรุนแรงเป็นเรื่องสำคัญอันดับแรกที่เขาจะร่วมกับสภาคองเกรสซึ่งพรรคเดโมแครตครองเสียงข้างมากในการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจมูลค่า 825,000 ล้านดอลลาร์
 
โอบามากล่าวว่า เศรษฐกิจได้กลายเป็นเหยื่อของ "ความละโมบและการขาดความรับผิดชอบ" และการพยายามหลีกเลี่ยงมาตรการที่สร้างความยากลำบาก วิกฤติเศรษฐกิจได้แสดงให้เห็นว่า ตลาดสามารถทะยานออกนอกเหนือการควบคุมได้หากไม่มีการกำกับดูแลอย่างระมัดระวัง ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณว่าเขาจะให้ความสำคัญเป็นอันดับแรกกับการปรับปรุงกฎกติกาต่างๆ ในด้านการเงิน ทั้งนี้ เขาจะพบกับทีมที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจในวันพุธ เพื่อหารือมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ
 
ในส่วนที่เกี่ยวกับนโยบายต่างประเทศนั้น โอบามาประกาศว่าสหรัฐจะออกจากอิรัก "อย่างมีความรับผิดชอบ" และช่วยให้อัฟกานิสถานมีสันติ เขาไม่ได้ระบุกำหนดเวลาที่ชัดเจนสำหรับการถอนทหารออกจากอิรัก แต่ข้อตกลงสหรัฐ-อิรักระบุว่า ทหารสหรัฐจะถอนตัวภายในสิ้นปี 2554 ซึ่งเขาได้ประกาศที่จะเพิ่มทหารในอัฟกานิสถานเพื่อปราบปรามพวกตอลิบัน เขามีกำหนดพบกับบรรดาผู้บัญชาการทหารในวันพุธ เพื่อหารือถึงความเป็นไปได้ที่จะเร่งถอนทหารออกจากอิรัก และการเพิ่มกำลังในอัฟกานิสถาน
 
โอบามายังพูดด้วยว่า เขาจะเปลี่ยนแปลงวิธีการสอบสวนผู้ต้องสงสัยเป็นผู้ก่อการร้ายซึ่งได้ถูกวิจารณ์อย่างหนัก โดยบอกว่า เขาไม่ยอมรับวิธีคิดที่ว่าอเมริกาต้องเลือกระหว่างความปลอดภัยของตัวเองกับการทำตามค่านิยมอุดมคติ
 
ภาวะถดถอยได้ทำให้สหรัฐขาดดุล 1 ล้านล้านดอลลาร์ และประชาชน 11 ล้านคนต้องถูกปลดออกจากงาน โอบามายังได้ย้ำคำสัญญาระหว่างการหาเสียงด้วยว่า เขาจะฟื้นฟูวิทยาศาสตร์ให้กลับมามีบทบาท ซึ่งบุชได้ถูกวิจารณ์ว่าแต่งตั้งพวกตัวแทนนักอุตสาหกรรมและพวกคลั่งอุดมการณ์เข้าไปนั่งเป็นที่ปรึกษาด้านวิทยาศาสตร์ นอกจากนี้ โอบามายังสัญญาที่จะใช้เทคโนโลยีในการแปลงโฉมระบบสาธารณสุข และสนับสนุนการใช้พลังงานทางเลือกด้วย
 
 
จีนเซ็นเซอร์สุนทรพจน์ "โอบามา"
กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ - คำกล่าวสุนทรพจน์ของประธานาธิบดีบารัค โอบามา ที่เผยแพร่ในหลายเว็บไซต์และถ่ายทอดสดทางสถานีโทรทัศน์ของจีนถูกตัดทอนช่วง กล่าวถึงลัทธิคอมมิวนิสต์
 
ในช่วงที่โอบามากล่าวสุนทรพจน์ว่า "บรรพบุรุษของเราไม่ได้ต่อสู้กับลัทธิฟาสซิสต์และคอมมิวนิสต์ด้วยจรวดมิส ไซล์และรถถังเท่านั้น แต่ยังใช้ความเด็ดเดี่ยวและความเชื่อมั่นอันแรงกล้าด้วย" สำนักข่าวบีบีซีรายงานว่า เนื้อหาดังกล่าวได้ถูกจีนเซนเซอร์
 
ส่วนบนเว็บไซต์ของสำนักข่าวซินหัว วิดีโอเวอร์ชั่นแปลภาษาจีนมีการเซนเซอร์คำว่า "คอมมิวนิสต์" ส่วนวิดีโอเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษไม่มีการเซนเซอร์แต่อย่างใด
 
นอกจากนั้น วิดีโอเวอร์ชั่นแปลภาษาจีนยังมีการตัดประโยคที่โอบามากล่าวว่า "สำหรับผู้ที่ยึดอำนาจด้วยการคอร์รัปชั่นและการโกงกิน โปรดรับรู้ด้วยว่าคุณกำลังอยู่ในด้านที่แปดเปื้อนของประวัติศาสตร์" ทั้งในเว็บไซต์ของซินหัวและเว็บไซต์อื่นๆในจีน
 
อีกด้านหนึ่ง สถานีโทรทัศน์ไชน่า เซ็นทรัล เทเลวิชั่น หรือ ซีซีทีวี ก็ทำการถ่ายทอดสดการกล่าวสุนทรพจน์ครั้งประวัติศาสตร์ และมีการแปลเป็นภาษาจีนแบบสด แต่เมื่อโอบามากล่าวถึงช่วงคอมมิวนิสต์ เสียงของล่ามก็หายไปดื้อๆ และมีการตัดภาพไปยังห้องส่งในทันที

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์