สหภาพแรงงานแคนาดอลประท้วง เรียกร้องนายจ้างปรับค่าจ้างและสวัสดิการให้เป็นธรรมขึ้น

พนักงานของบริษัทแคนาดอลเอเชีย จำกัด ซึ่งทำกิจการส่งท่อก๊าซส่งน้ำมันให้แก่บริษัทชั้นนำ เช่น PTT, Unocal, Exxon Mobil, Chevron เรียกร้องให้นายจ้างปรับค่าจ้างและสวัสดิการให้เป็นธรรม ตามข้อเรียกร้องที่ได้เสนอไปตั้งแต่เมื่อปีที่แล้ว ทั้งนี้พบว่าพนักงานของบริษัทฯ เกิดอุบัติเหตุจากการทำงานสูงสุดติดอันดับ 1 ใน 5 ของจังหวัดระยอง

ตั้งแต่วันที่ 22 มกราคมที่ผ่านมา พนักงานของบริษัทแคนาดอลเอเชีย จำกัด ซึ่งตั้งอยู่นิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ จังหวัดระยอง โดยทำกิจการส่งท่อก๊าซส่งน้ำมันให้แก่บริษัทชั้นนำ เช่น PTT, Unocal, Exxon Mobil, Chevron และส่งไปยังประเทศในแถบตะวันออกกลาง ได้ทำการประท้วงเรียกร้องให้นายจ้างปรับค่าจ้างและสวัสดิการให้เป็นธรรมขึ้น โดยเป็นข้อเรียกร้องที่ทางสหภาพแรงงานฯ ได้ยื่นไปตั้งแต่ปลายปี 2551 แล้ว ดังนี้

ข้อที่ 1 ขอให้บริษัทฯ จ่ายเงินโบนัสประจำปีให้กับพนักงานทุกคนไม่น้อยกว่า 2 เท่าของฐานเงินเดือนแต่ละคน โดยโบนัสของปี 2551 ให้จ่ายในวันสิ้นเดือนมกราคม 2552 และโบนัสของปี 2552 ให้จ่ายในเดือนธันวาคม 2552

ปฏิทินประชาไทxไข่แมว2020

ข้อที่ 2 ขอให้บริษัทฯ ปรับเพิ่มวันหยุดพักผ่อนประจำปี ปีละ 1 วัน ตามอายุงานของพนักงานแต่ละคน ให้เริ่มตั้งแต่เดือนมกราคม 2552 เป็นต้นไป

ข้อที่ 3 ขอให้บริษัทฯปรับค่าจ้างประจำปี ให้กับพนักงานทุกคนไม่น้อยกว่า 6 % ของฐานค่าจ้างของแต่ละคนให้เริ่มตั้งแต่เดือนมกราคม 2552 เป็นต้นไป

ข้อที่ 4 ห้ามมิให้นายจ้างเลิกจ้าง กลั่นแกล้ง โยกย้าย หรือกระทำการใดๆ อันทำให้ลูกจ้าง ผู้แทนแจรจาที่มีรายชื่อสนับสนุนข้อเรียกร้องไม่สามารถทนทำงานอยู่ต่อไปได้

โดยทางสหภาพแรงงานฯ ได้มีการเจรจากันกับผู้แทนของบริษัทฯ เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม ของปีที่แล้ว แต่ไม่สามารถหาข้อยุติร่วมกันได้ และนายจ้างไม่ได้มีการนัดให้มีการเจรจากันในครั้งไปแต่อย่างใด ทำให้ข้อเรียกร้องของพนักงานต้องตกไป

จากนั้นผู้แทนพนักงานจึงเห็นควรให้พนักงานลงลายมือชื่อเพื่อยืนยันในข้อเรียกร้องอีกครั้งในวันที่ 13 มกราคม 2552 และนายจ้างยังคงเพิกเฉยต่อข้อเรียกร้องที่พนักงานยื่นไป ไม่มีการเจรจากับผู้แทนของคนงานแต่อย่างใด จนนำไปสู่การพิพาทแรงงานและพนักงานประนอมข้อพิพาทแรงงานได้เข้ามาไกล่เกลี่ยภายในห้าวันแต่นายจ้างยังคงปฏิเสธการเจรจาใดๆ และยังมีการเปลี่ยนแปลงสภาพการจ้างงานของพนักงานซึ่งจากเดิมทำงานสองกะ ปรับเปลี่ยนเพิ่มเป็นทำงานสามกะ โดยอ้างว่าเพื่อรองรับการผลิตที่จะเพิ่มขึ้น แต่พนักงานทุกคนไม่ยินยอมจนกว่านายจ้างจะมีการปรับค่าจ้างและสวัสดิการให้ดีขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ สมาชิกสหภาพแรงงานและพนักงานที่เข้ารายมือชื่อ จึงได้มีมติขอใช้สิทธิ์นัดหยุดงาน ทั้งนี้ทางบริษัทฯ ได้ขอเจรจากับสหภาพแรงงานในวันที่ 28 มกราคม แต่ก็ไม่มีการเจรจาแต่อย่างใด และได้ขอเลื่อนการเจรจามาเป็นวันนี้ (29 ..51)

อนึ่งบริษัทแคนาดอลเอเชีย จำกัด เป็นบริษัทผู้ผลิตและส่งออกท่อโลหะและข้อต่อท่อโลหะในกิจการส่งท่อก๊าซส่งน้ำมันให้แก่บริษัทชั้นนำ เช่น PTT, Unocal, Exxon Mobil, Chevron และประเทศในแถบตะวันออกกลาง โดยมีนายจ้างเป็นชาวแคนาดา มีพนักงานทั้งหมดประมาณ 800 กว่าคน ตลอดเวลาตั้งแต่ปี ๒๕๔๓ จนถึงปัจจุบัน ที่บริษัทฯได้ดำเนินกิจการมามีกำไรมาโดยตลอดจนขยายโรงงานได้ 8 โรงงาน จากเดิมมีแค่ 2 โรงงานบนเนื้อที่ประมาณ 500 กว่าไร่ โดยบริษัทก่อตั้งขึ้นในปี 2543 ด้วยทุนจดทะเบียน 822,844 ล้านบาท ได้รับสิทธิประโยชน์จากสำนักงานคณะส่งเสริมการลงทุน (BOI) เมื่อวันที่ 12 มกราคม 2543

จากข้อมูลของทางสหภาพแรงงานพบว่าในปี 2550 บริษัทฯ มีรายได้จากการขาย 1,907 ล้านบาท คิดเป็นกำไร 359 ล้านบาท ซึ่งในปี 2550 นั้นบริษัทฯ มียอดการผลิต 9,776 ตัน ส่วนในปี 2551 นั้นบริษัทฯ มียอดการผลิตถึง 10,095 ตัน

นอกจากนี้ จากข้อมูลของสหภาพแรงงานฯ พบว่าการทำงานของพนักงานมีสภาพการทำงานที่ย่ำแย่ เสี่ยงอันตรายและมักมีการประสบอุบัติเหตุบ่อยครั้ง เช่น ไม่มีการจัดอุปกรณ์ความปลอดภัยให้ได้มาตรฐาน เวลาทำงานไม่เป็นไปตามกฎหมายกำหนด เพราะพนักงานช่างเชื่อมซึ่งเป็นงานที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพและความปลอดภัยของลูกจ้างตามที่กำหนดในกฎกระทรวง ซึ่งมีฝุ่นผงจากหินเจียรและฝุ่นผงทรายจากขบวนการผลิตจำนวนมาก และเกิดเสียงดัง เกิดอุบัติเหตุจากการทำงานสูงสุดติดอันดับ 1 ใน 5 ของจังหวัดระยอง ซึ่งสิ่งเหล่านี้เองเป็นปัจจัยที่ทำให้พนักงานต้องรวมตัวกันตั้งสหภาพแรงงานขึ้นในปี 2548 และได้มีการยื่นข้อเรียกร้องเพื่อขอเปลี่ยนแปลงสภาพการจ้างเนื่องจากพนักงานประสบปัญหาเกี่ยวกับเศรษฐกิจ ทำให้มีความเป็นอยู่ลำบากขึ้น ขณะเดียวกันบริษัทฯมีงานให้ลูกจ้างทำมากขึ้นแต่ค่าจ้างและสวัสดิการของพนักงานยังคงเหมือนเดิม

หลังจากที่มีสหภาพแรงงานฯและได้ยื่นข้อเรียกร้อง บริษัทฯก็ได้ดำเนินการขัดขวางการทำงานของสหภาพแรงงานฯ เช่น  ให้ลาออกจากการเป็นสมาชิกของสหภาพแรงงานฯ และมีการปรับเงินขึ้นให้สำหรับคนที่ยอมลาออกจากการเป็นสมาชิกของสหภาพฯ ตั้งแต่ 800-4000 บาท ถ้าลาออกจากการเป็นสมาชิกสหภาพฯ ก็จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งพนักงานทุกคนจะถูกเรียกไปสอบถามพร้อมกับให้เซ็นชื่อลาออกจากการเป็นสมาชิก หากใครไม่ยอมเซ็นลาออกก็ถูกขู่ว่าจะเลิกจ้าง และพนักงานที่มีอายุงานไม่ครบหนึ่งปีถ้าไม่เซ็นลาออกก็จะไม่บรรจุงานให้ ทั้งๆ ที่พนักงานเหล่านั้นทำงานเกิน 4 เดือนแล้ว และในทีสุดพนักงานที่มีอายุงานไม่ครบ 1 ปี ที่ไม่ยอมลาออกจากการเป็นสมาชิกก็ถูกเลิกจ้างทั้งหมด 18 คน ส่วนข้อพิพาทที่อยู่ระหว่างการไกล่เกลี่ยนั้นก็ยังไม่สามารถตกลงกันได้ ซึ่งเจ้าหน้าที่จะเข้ามาไกล่เกลี่ยหลายครั้ง ซึ่งการนัดเจรจาแต่ละครั้งนายจ้างไม่ยอมมาเจรจาด้วย ทั้งที่เจ้าหน้าที่ก็ไปไกล่เกลี่ยที่บริษัทฯ ซึ่งการแสดงออกของนายจ้างนั้นเป็นการยื้อเวลาเพื่อให้สมาชิกสหภาพแรงงานลาออกตามเงื่อนไขที่บริษัทฯเสนอให้ ทำให้สหภาพแรงงานหมดอำนาจในการต่อรอง

จนต่อมาเมื่อขาดสมาชิกสนับสนุนสหภาพแรงงานในต้นปี 2551 นายจ้างได้เลิกจ้างประธานสหภาพแรงงานฯ โดยอ้างว่าฝ่าฝืนข้อบังคับบริษัทฯ ทำให้สหภาพแรงงานขาดผู้นำในการต่อสู้ แต่คณะกรรมการที่เหลือก็คงพยายามที่จะดำเนินกิจกรรมของสหภาพแรงงานมาอย่างต่อเนื่องถึงแม้นว่าจะถูกกลั่นแกล้ง โดยทางสหภาพแรงงานฯ เห็นว่าจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมด บริษัทฯ ได้ละเมิดกฎหมาย ซึ่งเป็นการขัดขวางการรวมตัวจัดตั้งสหภาพแรงงานและการเข้าเป็นสมาชิกสหภาพแรงงาน และเจ้าหน้าที่ก็ไม่มีอำนาจที่จะเรียกให้นายจ้างมาเจรจากับสหภาพแรงงานได้ ปัญหาที่เกิดขึ้นทั้งหมดทำให้สมาชิกสหภาพฯได้รับความเดือดร้อนจากการที่บริษัทฯกลั่นแกล้ง คอยจับผิด และพนักงานที่ถูกเลิกจ้างก็ได้รับความเดือดร้อนเพราะทุกคนมีครอบครัวและภาระค่าใช้จ่าย

 

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์