ข่าวมอนิเตอร์ประจำวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2552

 
การเมือง - สังคม
 
"อภิสิทธิ์"ยันเจ้าชายแอนดรูว์พร้อมหนุนไทยแก้ปัญหา
เว็บไซต์คมชัดลึก
- 31 ม.ค. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการหารือทวิภาคีกับเจ้าชายแอนดรูว์ หรือดยุคแห่งยอร์ก เจ้าชายแห่งอังกฤษว่า เจ้าชายแอนดรูว์ทรงแสดงความยินดี พร้อมจะให้ความสนับสนุนการแก้ปัญหาภายในประเทศไทย รวมทั้งจะใช้โอกาสเยือนไทยอย่างเป็นทางการ เพื่อกระชับความสัมพันธ์ด้านการค้าและการลงทุนให้มากขึ้น
สำหรับการหารือทวิภาคีกับนายกรัฐมนตรีของปากีสถาน นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ไทยและปากีสถานเห็นพ้องต้องกันที่จะขยายการค้า การลงทุนระหว่างกันมากขึ้น และเชิญให้นายกรัฐมนตรีเยือนปากีสถานอย่างเป็นทางการ ขณะเดียวกันนายกรัฐมนตรีได้กล่าวขอบคุณที่ทางปากีสถานเข้าใจสถานการณ์ทางภาคใต้ของไทย และให้การสนับสนุนในเวทีด้านโอไอซีมาโดยตลอด ขณะที่รัฐมนตรีด้านการค้าของอินเดียและอินโดนีเซียตอบรับเข้าร่วมการประชุมอาเซียนซัมมิทแล้ว
เพื่อไทยจี้กกต.ส่งคำร้อง "บุญจง" ไปศาล-เชื่อปรับ ครม.ป่วน
เว็บไซต์สยามรัฐ - 31 ม.ค.52 นายวิทยา บุรณศิริ ส.ส.พระนครศรีอยุธยา พรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า พรรคเพื่อไทยจะทวงถามไปยังคณะกรรมการการเลือกตั้ง กรณีที่ กกต.ยังไม่ส่งคำร้องให้ศาลฎีกา แผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พิจารณาเพิกถอนสิทธิ์เลือกตั้งนายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ส.ส.นครราชสีมา พรรคภูมิใจไทย ทั้งๆ ที่ได้มีมติให้ดำเนินคดีอาญานายบุญจงไปแล้ว จากการกระทำผิด พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง เนื่องจากนายบุญจงมีพฤติการณ์หลอกลวง ใส่ร้ายด้วยความเท็จ หรือจูงใจให้เข้าใจผิด เมื่อการเลือกตั้ง ส.ส. วันที่ 23 ธันวาคม 2550
"พรรคเพื่อไทยจะทวงถามไปยัง กกต. ในสัปดาห์หน้า เพราะนอกจากเรื่องนี้แล้ว ยังมีอีกหลายเรื่องที่พรรคเพื่อไทยจะต้องสอบถาม และเร่งรัดไปยัง กกต. เช่น งบประมาณที่ต้องให้กับพรรคการเมือง เพราะพรรคการเมืองอื่นได้รับไปครบถ้วนแล้ว เหลือเพียงพรรคเพื่อไทยที่ยังไม่ได้" นายวิทยา กล่าว
นายวิทยา ยังกล่าวถึงกรณีที่พรรคภูมิใจไทยมั่นใจว่าจะไม่มีการปรับคณะรัฐมนตรีในส่วนของพรรคภูมิใจไทย ว่า ไม่สามารถตอบแทน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้ว่า เรื่องนี้จะทำให้นายกรัฐมนตรีลำบากใจหรือสบายใจ แต่ถ้าถามพรรคเพื่อไทย ก็ตอบได้ว่าสบายใจ อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าหากปรับคณะรัฐมนตรีจริง อาจจะเกิดแรงกระเพื่อมขึ้นได้
"มั่น" ฟื้นพรรคราษฎรรองรับ "กลุ่ม12"
เว็บไซต์มติชน
 - รายงานข่าวจากแกนนำพรรคเพื่อแผ่นดิน (พผ.) แจ้งว่า นายมั่น พัธโนทัย อดีตรองหัวหน้า พผ. กลุ่มปากน้ำ ตัดสินใจฟื้นพรรคราษฎรขึ้นมาอีกครั้ง หลังเกิดปัญหาความขัดแย้งกับแกนนำกลุ่มวังพญานาคอย่างหนัก กรณีสนับสนุน พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก ขึ้นดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคคนใหม่ และเป็นแคนดิเดตชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี คนที่ 27 ซึ่งเมื่อเร็วๆ นี้ นายมั่นได้นำ ส.ส.กลุ่มวาดะห์ 3 คน ได้แก่ นายอารีเพ็ญ อุตรสินธุ์ ส.ส.สัดส่วน นายนัจมุดดีน อูมา ส.ส.นราธิวาส และนางฟารีดา สุไลมาน ส.ส.สุรินทร์ ซึ่งเคยเปิดตัวเป็นสมาชิกกลุ่ม 12 ที่เป็นฝ่ายสนับสนุน พล.ต.อ.ประชา แต่ยังไม่ได้สมัครเป็นสมาชิกพรรคให้มาสมัครเข้าเป็นสมาชิกพรรคราษฎรแล้วเรียบร้อย
"การฟื้นคืนชีพของพรรคราษฎรในครั้งนี้จะไม่ใช่พรรคเฉพาะกิจ แต่หวังเป็นพรรคตัวแปรที่กวาด ส.ส.ได้ 40-50 คน ในการเลือกตั้งครั้งหน้า โดยมีความเป็นไปได้สูงว่า ส.ส.กลุ่ม 12 พรรคเพื่อแผ่นดิน จะย้ายมาสังกัดพรรคใหม่ทั้งหมด โดยนายมั่นได้หารือกับ พล.ต.อ.ประชา และ นพ.วัลลภ ไทยเหนือ ส.ส.สัดส่วน พผ. ว่าอาจมีการเปลี่ยนชื่อพรรคราษฎรเป็นชื่อพรรคมาตุภูมิ ซึ่งแปลว่าแผ่นดินเกิด โดยจะจัดประชุมใหญ่วิสามัญเพื่อเลือกกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ และเปลี่ยนชื่อพรรคภายในเดือนกุมภาพันธ์นี้ ส่วนที่ทำการพรรคจะใช้อาคารเบญจมาศ ถนนพิชัย ซึ่งเป็นที่ทำการพรรคความหวังใหม่เดิม" แหล่งข่าวกล่าว
ด้านนายนัจมุดดีนกล่าวยอมรับว่า ได้สมัครเข้าเป็นสมาชิกพรรคราษฎรจริง โดย กกต.และสำนักเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรรับทราบความเปลี่ยนแปลงเรียบร้อยแล้ว ซึ่งเหตุที่ตัดสินใจเช่นนี้ ไม่ใช่จิตใจโลเล แต่ก่อนหน้านี้พวกตน 3 คน สนใจเข้าร่วมงานกับพรรคเพื่อแผ่นดินตามคำเชิญของ พล.ต.อ.ประชา แต่เมื่อขณะนี้กระบวนการสอบสวนของ กกต.ยังไม่จบ จึงไม่รู้อนาคตว่า พล.ต.อ.ประชาจะได้ขึ้นเป็นหัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดินหรือไม่ เพื่อความสบายใจ จึงตัดสินใจสมัครเป็นสมาชิกพรรคราษฎร และได้คุยกับ พล.ต.อ.ประชาแล้ว
ผู้สื่อข่าวถามว่า สถานภาพของ ส.ส. พรรคราษฎรถือเป็นฝ่ายค้านหรือรัฐบาล นายนัจมุดดีน กล่าวว่า ในเมื่อขณะนี้ไม่มีตัวแทนไปร่วมงานในรัฐบาล ก็ต้องยอมรับว่าเป็นฝ่ายค้าน แต่ได้บอกนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ไปแล้วว่าพรรคราษฎรจะเดินทางสายกลาง อะไรที่รัฐบาลทำดีก็ชื่นชม อะไรไม่ดีก็ต้องตำหนิ

เศรษฐกิจ
 
อึ้งเงินคงคลังทรุดเหลือ 5.2 หมื่นล้าน
เว็บไซต์คมชัดลึก
- นายศุภรัตน์ ควัฒน์กุล ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวในการชี้แจงต่อที่ประชุมกรรมาธิการวิสามัญพิจาณราร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจำปีงบประมาณ 2552 ที่นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธาน เมื่อวันที่ 30 มกราคม 2552 ว่า ภาครัฐจำเป็นต้องอัดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจให้ทันในเดือนกุมภาพันธ์ และมีนาคมนี้ เพื่อให้มีเงินหมุนเวียนในระบบ ไม่เช่นนั้นเศรษฐกิจไทยอาจติดลบถึง 3% ถึงกระทรวงการคลังคาดว่าการจัดเก็บรายได้ในปีงบประมาณ 2552 จะต่ำกว่าเป้าหมาย 1.32 แสนล้านบาท จากเป้าหมาย 1.5 ล้านล้านบาท หลังจากที่ในช่วง 3 เดือนแรก รัฐจัดเก็บรายได้ต่ำกว่าเป้าหมายประมาณ 16%
ทั้งนี้ กรรมาธิการทั้งจากรัฐบาลและฝ่ายค้านได้ซักถามถึงสาเหตุการเบิกจ่ายงบประมาณล่าช้า อันจะส่งผลต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจ เมื่อทราบว่าขณะนี้มีการเบิกจ่ายงบลงไปได้เพียง 7.9% โดยปลัดกระทรวงการคลังชี้แจงถึงสาเหตุการเบิกจ่ายงบประมาณล่าช้าว่า มีเม็ดเงินไหลออกจากคลังมากกว่าเม็ดเงินไหลเข้า โดยสิ้นเดือนธันวาคม 2551 มีเงินคงคลังเหลืออยู่ 5.2 หมื่นล้านบาท
ขณะที่ นายพิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล ส.ส.กระบี่ กรรมาธิการจากพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวอย่างตกใจว่า เหตุใดเงินคงคลังจึงมีมากกว่ารายจ่ายประจำไม่ถึง 2 เดือน ตัวเลขนี้คือปัญหาที่ว่าทำไมประเทศจึงไม่มีเงินในการจ่ายงบลงทุน
นายศุภรัตน์ ชี้แจงว่า เงินคงคลังที่เหลืออยู่เพียงพอที่จะจ่ายเป็นเงินเดือนประจำประมาณ 1 เดือนครึ่ง เนื่องจากต้องจ่ายเงินเดือนประจำเดือนละ 3.2 หมื่นล้านบาท ส่วนสาเหตุที่เงินคงคลังเหลืออยู่ไม่มากเนื่องจากที่ผ่านมาได้ลดการกู้ยืมเงินจากต่างประเทศ เพื่อลดภาระการจ่ายดอกเบี้ย อย่างไรก็ตามหากตัวเลขต่างๆ ไม่เพียงพอก็ยังสามารถกู้เงินจากต่างประเทศได้อีก
แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลังเปิดเผยว่า ตัวเลขคงคลังที่เหลืออยู่ 5.2 หมื่นล้านบาท เป็นตัวเลขสภาพคล่องที่เคลื่อนไหวขึ้นลงตลอดตามภาวะรายจ่ายและรายได้ที่เข้ามา ซึ่งวันที่ 1 กุมภาพันธ์นี้ ตัวเลขเงินคงคลังก็จะเพิ่มขึ้น เนื่องจากจะมีรายได้จากการปรับขึ้นภาษีสรรสามิตน้ำมัน หลังสิ้นสุด 6 มาตรการ 6 เดือน รวมทั้งรายได้ เช่น จากภาษีมูลค่าเพิ่ม และเงินนำส่งรายได้ของรัฐวิสาหกิจเข้ามาอีก
"กรณ์" ยันเงินคลัง 5.2 หมื่นล้านเพียงพอเล็งกู้เงินเสริมสภาพคล่อง
มติชนออนไลน์
- นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง กล่าวเมื่อวันที่ 31 มกราคม ยืนยันว่าเงินคงคลังที่เหลืออยู่ 5 หมื่นกว่าล้านบาทเพียงพอต่อสภาพคล่องและไม่มีปัญหาการบริหารเงินสดของกระทรวงการคลัง ซึ่งมีการจัดเก็บภาษีเป็นระยะมากบ้างน้อยบ้างตามปกติ และในเดือนพฤษภาคมจะเก็บภาษีนิติบุคคลได้มากที่สุด นายกรณ์ กล่าวอีกว่า รัฐบาลได้เตรียมแผนกู้เงินจากธนาคารพาณิชย์จำนวน 2 แสนล้านบาท เพื่อสำรองเสริมสภาพคล่องให้กับรัฐวิสาหกิจและเสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีในสัปดาห์หน้า รวมถึงจะมีการกู้เงินจากต่างประเทศ
 

ต่างประเทศ
 
"โอบามา"โทรศัพท์หารือผู้นำจีนครั้งแรกหลังรับตำแหน่ง
เว็บไซต์คมชัดลึก - 31 ม.ค.) ทำเนียบขาวแถลงว่า ประธานาธิบดี บารัค โอบาม่า ของสหรัฐ เห็นพ้องร่วมกันระหว่างหารือทางโทรศัพท์ข้ามประเทศกับประธานาธิบดีหู จิ่น เทาของจีน เมื่อวานนี้ ว่าสหรัฐและจีนจะร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดเพื่อต่อสู้กับวิกฤติเศรษฐกิจด้วยกัน
ผู้นำทั้งสองได้หารือกันในเรื่องการค้าที่เป็นประเด็นอ่อนไหว รวมถึงเรื่องวิกฤติเศรษฐกิจโลกและภัยคุกคามนิวเคลียร์จากเกาหลีเหนือ โดยโอบามาซึ่งมีจุดยืนแข็งกร้าวกว่าพรรครีพับลิกัน ในเรื่องการขาดดุลการค้าที่ส่งผลกระทบแรงงานในสหรัฐ ได้เน้นย้ำถึงความจำเป็นที่จะต้องแก้ไขความไม่สมดุลของการค้าโลก และการดำเนินการเพื่อทำให้ตลาดสินเชื่อที่อยู่ภาวะชะงักงันและเป็นต้นตอของวิกฤติเศรษฐกิจกลับมามีสภาพคล่องอีกครั้ง
โอบามายังส่งสัญญานถึงความตั้งใจที่จะกดดันจีนในเรื่องการควบคุมค่าเงินหยวน แต่ทำเนียบขาวไม่ได้บอกว่าโอบาม่าได้หยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาคุยในระหว่างการหารือทางโทรศัพท์ครั้งแรกกับผู้นำจีนหรือไม่ นอกจากนี้ผู้นำทั้งสองยังได้หารือถึงเรื่องอัฟกานิสถาน ปากีสถาน รวมถึงเรื่องการต่อต้านก่อการร้าย และโลกร้อน
ผู้นำญี่ปุ่นเตรียมประกาศแผนกระตุ้นเศรษฐกิจมูลค่ามหาศาลในที่ประชุมดาวอส
เว็บไซต์คมชัดลึก - นายกรัฐมนตรีทาโร่ อาโซ ของญี่ปุ่น จะประกาศแผนแพ็คเกจกระตุ้นเศรษฐกิจมูลค่าหลายพันล้านดอลล่าร์ให้ประเทศในเอเชีย ในระหว่างการขึ้นกล่าวในที่ประชุม " เวิร์ลด์ อิโคโนมิค ฟอรั่ม " ที่เมืองตากอากาศ ดาวอสของสวิสเซอร์แลนด์ สำนักข่าวจิจิ เพรสส์ และสื่อในประเทศอีกหลายแห่งของญี่ปุ่น ต่างรายงานโดยไม่อ้างแหล่งข่าวว่า แพ็คเกจระยะเวลา 3 ปี จากเดือนเมษายน 2552 มูลค่า 1.5 ล้านล้านเยน หรือราว 577,500ล้านบาท จะถูกใช้ภายใต้วัตถุประสงค์เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจเอเชีย ผ่านทางโครงการพัฒนาต่างๆ รวมทั้งโครงการด้านสาธารณูปโภคต่างๆ
การช่วยเหลือเพื่อด้านพัฒนาของญี่ปุ่น เป็นเครื่องมือทางการทูตที่สำคัญ สำหรับประเทศที่อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญกำหนดให้เป็นประเทศที่รักสงบแห่งนี้ นับตั้งแต่สิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยมุ่งเน้นไปที่ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นายอาโซยังจะเน้นเรื่องความพยายามของญี่ปุ่น ในอันที่จะเพิ่มความต้องการภายในประเทศ ด้วยแผนกระตุ้นเศรษฐกิจมูลค่า 75 ล้านล้านเยน พร้อมกับเรียกร้องให้ประเทศอื่น ๆ ใช้นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจแบบเดียวกับญี่ปุ่น
ด้านหนังสือพิมพ์ธุรกิจ นิเคอิ รายงานว่า นายโทชิฮิโร นิไค รัฐมนตรีการค้าและนายชิเกรุ อิชิบะ รัฐมนตรีเกษตร จะเสนอแผนการตัดลด หรือ ยกเลิกภาษีว่าด้วยสินค้าที่เป็นมิตรต่อสภาพแวดล้อม ในที่ประชุมขององค์การการค้าโลก หรือ WTO ที่กำหนดจะจัดขึ้นนอกรอบการประชุมที่ดาวอส
ข้อเสนอนี้มีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมการค้าสินค้าหลากหลาย เช่น แบตเตอร์รี่ ลิเธียม-ไอออน และระบบกำเนิดพลังงานไฟฟ้าด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ ที่อาจช่วยลดโลกร้อน โดยเฉพาะในพื้นที่ที่เป็นที่ตั้งของบริษัทญี่ปุ่นจำนวนมาก นายอาโซได้เดินทางออกจากญี่ปุ่น เมื่อวันศุกร์ เพื่อเข้าร่วมการประชุมที่ดาวอสที่เขาได้รับการคาดหมายว่า จะพยายามสวมบทบาทในการเป็นผู้นำของมหาอำนาจแห่งเอเชียในเวทีโลกเพื่อการต่อสู้กับการถดถอยของเศรษฐกิจโลก
 
 

แสดงความคิดเห็น

ข่าวรอบวัน

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์