"ใจ อึ๊งภากรณ์" ให้สัมภาษณ์สื่ออังกฤษ เชื่อไม่ได้รับความเป็นธรรมคดีหมิ่นฯ

ใจ อึ๊งภากรณ์ เชื่อจะไม่ได้รับความยุติธรรมในการดำเนินคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ด้านองค์กรนักเขียนในอังกฤษแสดงความวิตกกังวลอย่างยิ่งต่อการใช้กฎหมายหมิ่นฯ ของไทย ร่วมลงชื่อเสนอรัฐมนตรีต่างประเทศอังกฤษเข้าหารือกับรัฐบาลไทย ส่วนผู้กำกับสน.ปทุมวันฯ ชี้การออกนอกประเทศเป็นการตัดสิทธิ์ในการพิสูจน์ความบริสุทธิ์ตัวเอง ยังเชื่อ "ใจ" จะกลับเข้ามา ล่าสุดใจออกแถลงการณ์เดือดในนามสยามแดง ยุเสื้อแดงเลิกพึ่งทักษิณ ขณะที่สนธิ ลิ้มทองกุลกล่าวหา "ใจ" ยกย่องทักษิณเป็นพ่อ

 

 

จากกรณีที่เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2552 รศ.ใจ อึ๊งภากรณ์ อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้เข้าพบ พ.ต.อ.ไพศาล ลือสมบูรณ์ ผกก.สน.ปทุมวัน และพ.ต.ท.อุดม เปี่ยมศักดิ์ รองผกก.สส.สน.ปทุมวัน เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาหลังจากถูกออกหมายเรียกในข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ที่สถานีตำรวจปทุมวัน เนื่องจากตีพิมพ์หนังสือ "A Coup for the Rich" หรือ "รัฐประหารเพื่อคนรวย" ที่ตีพิมพ์ในต้นปี 2550 โดยเนื้อหาบางส่วนไปเกี่ยวข้องกับการรัฐประหาร เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2549 นั้น

 

ล่าสุด The Guardian รายงานว่า รศ.ใจเดินทางไปอังกฤษแล้วเมื่อสุดสัปดาห์ และเขาได้นัดหมายเพื่อให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเกี่ยวกับคดีหมิ่นฯ ในวันที่ 9 ก.พ. คาดว่านายใจคงไม่กลับมาเมืองไทยอีกแล้ว โดยเขาเชื่อว่า เขาจะไม่ได้รับความยุติธรรมกับการดำเนินคดีในครั้งนี้ อนึ่ง รศ.ใจ อึ๊งภากรณ์ได้ถือทั้งสัญชาติไทยและอังกฤษ

สาขาของ PEN องค์กรนักเขียนระหว่างประเทศในอังกฤษได้เขียนจดหมายถึง บิล รามเมล (Bill Rammel) รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศของอังกฤษ ซึ่งมีกำหนดการมาเยือนประเทศไทย เพื่อขอให้เสนอความเห็นต่อรัฐบาลไทย

 

แคโรล เซย์มัวร์-โจนส์ (Carole Seymour-Jones) แห่ง PEN กล่าวว่า "พวกเราเป็นห่วงอย่างมากที่มีการใช้กฎหมายหมิ่นฯในเมืองไทยเพิ่มมากขึ้น รศ .ใจ เป็นนักวิจารณ์คนที่สองจาก New Statesman ที่ถูกฟ้องในข้อหาดังกล่าวในระยะหลายเดือนที่ผ่านมา ครั้งแรกคือนักเขียนชาวออสเตรเลียน Harry Nicolaides ที่ถูกศาลสั่งจำคุก 3 ปีเมื่อวันที่ 19 มกราคม"

 

นักวิชาการจากสหราชอาณาจักร อินเดีย แอฟริกาใต้ ตุรกี ฝรั่งเศส กรีซ โปแลนด์ แคนาดา ออสเตรเลีย และประเทศอื่นๆ ได้ร่วมรณรงค์ในเรื่องนี้ด้วยเช่นกันเช่นกัน ในจำนวนนี้มี Alex Callinicos, Susan George และ Dennis Brutus ได้ลงนามเพื่อแสดง "ความกังวลอย่างลึกซึ้ง" และเสนอให้ยกเลิกกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ

 

ได้แสดงความกังวลถึงการใช้กฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพมากขึ้นในประเทศไทย ทั้งนี้ มีนักวิชาการจากสหราชอาณาจักร อินเดีย แอฟริกาใต้ ตุรกี ฝรั่งเศส กรีซ โปแลนด์ แคนาดา ออสเตรเลีย ฯลฯ ร่วมลงชื่อแสดงความกังวลต่อเรื่องนี้

ขณะเดียวกัน ในเว็บไซต์ขององค์กรเลี้ยวซ้าย ซึ่งเป็นกลุ่มกิจกรรมทางการเมืองซึ่งมีสนับสนุนแนวทางรัฐสวัสดิการ นายวัฒนะ วรรณ กรรมการชั่วคราวของกลุ่ม ได้ออกคำแถลงระบุว่า นายใจได้ลาออกจากการเป็นสมาชิกองค์กรเลี้ยวซ้าย เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2552 โดยไม่ขอยุ่งเกี่ยวใดๆ กับองค์กรเลี้ยวซ้าย และจะดำเนินการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยและความเท่าเทียม ตามแนวทางและอุดมการณ์ของตนเอง

 

ส่วนเว็บไซต์ Siam Intelligence Unit (SIU) ได้เผยแพร่แถลงการณ์ "สยามแดง" ที่ รศ.ใจ เผยแพร่ในบล็อก redsiam ในนามส่วนตัวเมื่อ 9 ก.พ. ที่ผ่านมา มีเนื้อหาเรียกร้องให้ประชาชนฝ่ายนิยมประชาธิปไตยต่อสู้โดยเชื่อมั่นในพลังของตนเองเลิกหวังกับนักการเมือง พร้อมข้อเสนอทางการเมืองต่อกลุ่มเสื้อแดง โดยทาง SIU ได้ตัดทอนข้อความบางส่วนออก โดยให้เหตุผลว่าข้อความบางส่วนขัดกับกฎหมายไทย

 

"เลิกหวังได้แล้วว่าอดีตนายกทักษิณจะนำการต่อสู้ในทิศทางที่จำเป็นสำหรับ การปลดแอกสังคม อย่าตั้งความหวังกับนักการเมืองพรรคเพื่อไทย เขายังไม่พร้อมที่จะต่อสู้นอกกรอบระบบปัจจุบัน แต่ประชาชนหลายแสนหลายล้านพร้อมจะไปไกล

 

การต่อสู้นอกกรอบ ไม่ใช่การจับอาวุธสู้ แต่เป็นการติดอาวุธทางปัญญากับมวลชน เราต้องมีกลุ่มศึกษาการเมืองของเราเอง เราต้องรวมตัวกันเป็นพรรค และพรรคนี้ต้องนำตนเองในทุกท้องที่ ทุกชุมชน ทุกโรงงาน ทุกสถานที่การศึกษา ในรูปแบบที่คนเสื้อแดงเริ่มทำอยู่ แต่เราต้องประสานงานกัน เราต้องมั่นใจว่าคนที่จะนำพรรคคือ เรา พลังของพรรคคือ เรา และทุกคนต้องมีส่วนร่วมในการสร้างนโยบายและจุดยืน" ส่วนหนึ่งของแถลงการณ์ รศ.ใจ ระบุ

 

ทั้งนี้ในการแสดงความเห็นครั้งหลังๆ ของ รศ.ใจ โดยเฉพาะในแถลงการณ์ฉบับล่าสุดและการขึ้นเวทีปราศรัยคนเสื้อแดงครั้งหลังสุด เป็นไปแนวทางเรียกร้องให้ผู้ชุมนุมกลุ่มเสื้อแดงพึ่งตนเองและปฏิเสธแนวทางของทักษิณ

 

แต่หนังสือพิมพ์ ASTVผู้จัดการออนไลน์ ซึ่งเป็นกระบอกเสียงของนายสนธิ ลิ้มทองกุล และพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ได้เสนอข่าวโปรยพาดหัวว่า "ไม่กล้าสู้คดี! "ใจ" ตามรอย "แม้ว" หนีไปอังกฤษ" และกล่าวหาว่า รศ.ใจ "ประกาศจุดยืนว่าการเลือกยืนข้าง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร" ส่วนนายสนธิ ลิ้มทองกุล ได้กล่าวใน "รายการพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย" ต่อหน้าผู้ชุมนุมในห้องส่งที่บ้านพระอาทิตย์นับร้อยคนเมื่อคืนวันที่ 6 ก.พ. ว่า "นายใจ เมื่อวันที่ 19 กันยายน ที่มีการยึดอำนาจ เขาออกมาชูอะไรรู้มั้ย No Coup ไม่เอาปฏิวัติ No Thaksin ไม่เอาทักษิณ แต่วันที่ 31 มกราคม นายใจ ขึ้นเวที เชิดชูทักษิณเป็นพ่อ นายใจ กับนายเหวง ไม่ได้ต่างอะไรกันเลยใช่ไหมพี่น้อง คนอิ๊บอ๋ายแบบนี้ พี่น้องดู มันไปสอนเด็กมันได้ยังไง" นอกจากนี้นายสนธิ ยังกล่าวประณามนักวิชาการที่มีชื่อเสียงหลายรายที่ลงชื่อสนับสนุนการยกเลิกกฎหมายมาตรา 112 โดยมีการอ่านชื่อ นามสกุล สถานที่ทำงาน ของนักวิชาการหลายสิบรายและกล่าวบริภาษต่อท้าย โดยมีผู้ชุมนุมพันธมิตรที่อยู่ในห้องส่งคอยปรบมือและโห่ร้องแสดงความชอบใจ [ชมคลิปที่นี่]

 

นอกจากนี้ข่าวที่เกี่ยวข้องกับ รศ.ใจ ใน ASTVผู้จัดการออนไลน์ ได้มีการปล่อยให้ผู้อ่านบางคนเขียนแสดงความเห็นในเชิงข่มขู่นักวิชาการผู้นี้

 

ส่วนความคืบหน้าของคดี พ.ต.อ.ไพศาล ลือสมบูรณ์ ผกก.สน.ปทุมวัน กล่าวใน "หนังสือพิมพ์ประชาทรรศน์" ฉบับวันที่ 10 ก.พ. ว่าทางเจ้าหน้าที่ไม่ได้มีข้อกำหนดว่าห้ามเดินทางออกนอกประเทศ แต่เชื่อว่าการกระทำอย่างนั้นจะเป็นการตัดสิทธิ์ในการพิสูจน์ความบริสุทธิ์ตัวเอง และไม่ถือว่ามีความผิดหากจะมีการเดินทางออกนอกประเทศตามที่ได้มีข่าวนำเสนอ

 

"ผมคิดว่าทางอาจารย์ใจ ไม่น่าจะเดินทางออกนอกประเทศเพื่อหลบหนีคดีดังกล่าว มั่นใจว่าท่านน่าจะเข้ามาพบเจ้าหน้าที่สอบสวนหลังจากที่ให้ความร่วมมืออย่างดีมาโดยตลอด แต่หากท้ายที่สุดมีการเดินทางออกนอกประเทศจริงๆ ก็ถือว่าเป็นสิทธิ์ของท่าน"

 

นอกจากนี้ทาง พ.ต.อ.ไพศาล กล่าวต่อไปอีกว่า ณ วันนี้รูปคดีของ รศ.ใจยังไม่มีความคืบหน้า ถ้าวันนี้ท่านไม่มาใช้สิทธิ์ตามที่ขอในการขอเวลาเตรียมเอกสารแล้ว ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ยังไม่สามารถสรุปคดีได้

 

"สุดท้ายหากท่านเดินทางไปต่างประเทศเพื่อมีเจตนาในการหลบหนีคดีจริงๆ ก็ยังไม่สามารถบอกถึงกระบวนการดำเนินการในตรงนั้นได้ เพราะต้องรวบรวมสำนวนคดีให้ทางผู้บังคับบัญชาสูงสุดพิจารณาต่อไปก่อน" พ.ต.อ.ไพศาล กล่าว

 

ทางด้าน พ.ต.ท.อุดม เปี่ยมศักดิ์ รอง ผกก.สส.สน.ปทุมวัน ในฐานะผู้ดูแลคดีดังกล่าว กล่าวเพียงสั้นๆ เรื่องรศ.ใจ เดินทางออกนอกประเทศเพื่อหลบหนีคดี ว่าเป็นสิทธิ์ของรศ.ใจที่จะเดินทางไปต่างประเทศ เพราะว่าไม่ได้มีข้อบังคับห้ามไว้ และตอนนี้ก็ยังไม่สามารถบอกรายละเอียดหรือกระบวนการขั้นตอนในการดำเนินงานในคดีดังกล่าวได้

 

"คดีดังกล่าวถือว่าเป็นเรื่องใหญ่ ไม่สามารถที่จะบอกรายละเอียดต่างๆ ในการดำเนินการได้ กลัวว่าอาจจะมีการบิดเบือนได้ เรื่องทั้งหมดอยู่ในกระบวนการตัดสินใจของท่านผู้กำกับ" พ.ต.ท.อุดม กล่าว

 

ขณะที่ในวันนี้ (10 ก.พ.) ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ท.ธีระเดช รอดโพธิ์ทอง ผู้บัญชาการตำรวจสันติบาล (ผบช.ส.) กล่าวว่าตำรวจสันติบาลมีหน้าที่ดูความเคลื่อนไหวในประเทศเท่านั้น หากผู้ต้องหาหลบหนีจริงหน้าที่การติดตามตัวมาดำเนินคดีเป็นหน้าที่ของอัยการ สูงสุดที่จะเป็นคนติดตามตัวมาดำเนินคดีในประเทศไทย

 

พล.ต.ท.ธีระเดช กล่าวต่อไปว่า ตำรวจสันติบาลได้ดูความเคลื่อนไหว หากมีการโพสต์ข้อความที่ไม่เหมาะสมเข้าข่ายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพเผยแพร่ทางเว็บไซต์ ถ้าผิดกฎหมายแล้วดำเนินคดีตามกฎหมายไทยได้ตำรวจก็ดำเนินการ แต่หากเป็นการโพสต์ในเว็บไซต์ต่างประเทศก็จะดำเนินการยาก ทำได้คือประสานกระทรวงไอซีทีบล็อกเว็บไซต์ดังกล่าไว้ไม่ให้เผยแพร่ในประเทศไทย ซึ่งก็ติดตามดูอยู่ตลอด

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์