สิทธิมนุษยชนเอเชียเรียกร้องสื่อและองค์กรสิทธินานาชาติประณามการคุกคามสื่อออนไลน์

คณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชนแห่งเอเชีย หรือ AHRC ออกแถลงการณ์ตั้งแต่วันที่ 6 มีนาคม วันเดียวกับที่เจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปราม เข้าค้นสำนักงานเว็บไซต์ประชาไท และจับกุมนางสาวจีรนุช เปรมชัยพร ผู้อำนวยการ โดยปรากฏเป็นฉบับภาษาไทย เมื่อวันที่ 11 มีนาคม โดยมีรายละเอียด ดังนี้


 


 


 


.....



แถลงการณ์โดยคณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชนแห่งเอเชีย


ประเทศไทย : AHRC ขอประนามการเข้าค้นสำนักงานหนังสือพิมพ์อิสระ



ตามที่ได้มีการประกาศไว้บนเว็บ "ประชาไท" ซึ่งเป็นหนึ่งในสื่ออิสระที่เสนอข้อมูลอย่างตรงไปตรงมาเพียงไม่กี่สื่อในประเทศไทย ว่า

"เวลาประมาณ 15.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบ 5 คน เจ้าหน้าที่ตำรวจหญิง 1 คน และเจ้าหน้าที่ในเครื่องแบบ 1 คน เดินทางด้วยรถยนต์ จำนวน 2 คัน เข้าแสดงตนพร้อมหมายค้นและหมายจับ น.ส. จีรนุช เปรมชัยพร ผู้ดูแลเว็บไซต์ประชาไท ด้วยข้อหากระทำความผิดตามมาตรา 15 พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ขณะนี้อยู่ระหว่างการสอบสวน โดย น.ส. จีรนุช ปฏิเสธให้การใดๆ จนกว่าจะมีทนายความให้คำปรึกษา"

คณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชนแห่งเอเชีย (Asian Human Rights Commission -AHRC) ได้ตรวจสอบและขอยืนยันข้อมูลดังกล่าว  โดยพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ มาตรา 14 กำหนดว่า  ผู้ใดนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่ง "ข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ" ที่น่าจะ "เกิดความเสียหาย" ต่อสาธารณะหรือความมั่นคงของประเทศ หรือน่าจะก่อให้เกิด "ความตื่นตระหนกแก่ประชาชน" จะต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และ มาตรา 15 กำหนดว่า ผู้ให้บริการผู้ใดจงใจสนับสนุนหรือยินยอมให้มีการกระทำความผิดตามมาตรา 14 ในระบบคอมพิวเตอร์ที่อยู่ในความควบคุมของตน ต้องระวางโทษเช่นเดียวกับผู้กระทำความผิดตามมา



AHRC ขอประณามการเข้าค้นและการออกหมายจับผู้ดูแลเว็บไซท์ประชาไทอย่างที่สุด  ซึ่งแทบไม่ต้องสงสัยเลยว่า การเข้าค้นครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของวาระอนุรักษ์นิยมสุดขั้วที่กำลังดำเนินการอย่างเป็นระบบหลังจากการรัฐประหารเมื่อปี 2549 เพื่อคุกคามและปราบปรามการวิพากษ์วิจารณ์ของนักปกป้องสิทธิมนุษยชน และนักกิจกรรมทางสังคมในประเทศไทย กฎหมายอันน่ารังเกียจที่เป็นฐานของการเข้าค้นและการออกหมายจับครั้งนี้เป็นก้อนอิฐก้อนหนึ่งอันสำคัญในรากฐานที่ถูกก่อขึ้น เพื่อครอบผู้ที่เห็นต่างในประเทศไทยที่ออกมาโดยสภานิติบัญญัติที่แต่งตั้งโดยทหาร เมื่อปี 2550

AHRC สนับสนุนและขอให้กำลังใจแก่เจ้าหน้าที่ของประชาไทที่ได้ทำงานอย่างมุ่งมั่นในฐานะสื่ออิสระ ที่ต้องเผชิญกับสภาพการณ์ที่ยากลำบาก ในช่วงเวลาที่มีการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองและสังคมขนานใหญ่ในประเทศไทย อันเป็นช่วงเวลาที่การแสดงความเห็นอย่างตรงไปตรงมาและอย่างจริงใจ เป็นสิ่งที่พบเห็นได้ยากและเป็นสิ่งที่ทรงคุณค่าอย่างยิ่ง

AHRC ขอเรียกร้องให้องค์กรสื่อในภูมิภาคและระดับนานาชาติ กลุ่มสิทธิมนุษยชน และสภาสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ ซึ่งกำลังเริ่มการประชุมวาระที่ 10 ในกรุงเจนีวา และผู้รายงานพิเศษสหประชาชาติว่าด้วยเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น ได้ร่วมกันประนามการละเมิดเสรีภาพในการแสดงความเห็นและในการคิดในประเทศไทย และเรียกร้องให้ยุติการจับกุมและการคุกคามประชาไทและสื่ออื่นๆ และองค์กรสิทธิมนุษยชนในประเทศไทยโดยทันที


 



# # # 
เกี่ยวกับ
AHRC : คณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชนแห่งเอเชีย (The Asian Human Rights Commission : AHRC) เป็นองค์กรพัฒนาเอกชนในระดับภูมิภาค ซึ่งทำงานตรวจสอบและรณรงค์เกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนในภูมิภาคเอเชีย  AHRC ก่อตั้งขึ้นเมื่อปีพ.ศ. 2527 โดยมีสำนักงานอยู่ที่ฮ่องกง


 

The Other

ซึ่งเป็นหนึ่งในสื่ออิสระที่เสนอข้อมูลอย่างตรงไปตรงมาเพียงไม่กี่สื่อในประเทศไทย
-------- ----------------------------------------------

AHRC สนับสนุนและขอให้กำลังใจแก่เจ้าหน้าที่ของประชาไทที่ได้ทำงานอย่างมุ่งมั่นในฐานะสื่ออิสระ
----------------------------------------------------------

AHRC เข้าใจอะไรผิดหรือเปล่า

อิสระ ตรงไหนเหรอ

ตามา ตาใส

เห็นด้วยกับAHRC ประชาไทยเป็นสื่อที่คนบ้านนอก คนต่างจังหวัด ได้แสดงออก สะท้อนความคิดเห็น ว่าคิดอย่างไรต้องการอะไร อย่าคิดว่ากรุงเทพคือประเทศไทย

เสธ.ดำ

ถ้าจะปิด ถ้าจะจับ ก็ให้ปิดให้จับทุกเวบก็แล้วกัน อย่าเลือกปฏิบัติ สงสัยตำรวจไม่เคยเข้าไปอ่านเวบผู้จัดการ

ดช.เฟียม

FFFFFFFFFFFFFFFFFFFFFFFFF

เอ๊ะ ! พวกองค์กรฯพวกนี้จะมาล้มล้างประเทศไทยให้เป็นระบอบสาธารณะรัฐรึงัย?......
ก็บอกแล้วว่าที่จะปิดเว็ปประชาไทน่ะ ก็เพื่อเป็นการลดการใช้พลังงานไฟฟ้าแก้ปัญหาโลกร้อน....
"รัฐบาลคุณหนู"จะแก้ปัญหาโลกร้อน ไม่ดีรึงัย-ฮึ?.......
คนอะไรพืดไม่รื้อเรื่อง !

Tian

ในหลวงพระองค์ทรงไม่ละทิ้งประชาชนของพระองค์ แม้พระองค์จะทรงงานหนักและเหนื่อยมานาน

สองมาตรฐาน

กฎหมายหมิ่นประมาทของไทยมีสองมาตรฐาน

1.สำหรับ คนทั่วๆไป คุณวิจารณ์เขาได้
ถ้าสิ่งที่คุณวิจารณ์เป็นเรื่องจริง
และเป็นประโยชน์ ต่อส่วนรวม คุณไม่ต้องรับโทษ
ยกตัวอย่างเช่น มีคนคิดกังหันยอดพัฒนาขึ้นมา
คุณสามารถวิจารณ์ได้ ว่ากังหันยอดพัฒนาไม่ดีอย่างไร

2.สำหรับในหลวง ราชินี รัชทายาท ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์
ถ้าคุณวิจารณ์
แม้จะเป็นเรื่องจริง และเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม
คุณก็ต้องติดคุก 3-15 ปี

นี่คือกฎหมายหมิ่นประมาทของไทยที่มีสองมาตรฐาน

เอวัง

การแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ ไม่สามารถแก้ปัญหาได้
และอาจมีปัญหาอื่นตามมาอีกไม่รู้จบ
งบประมาณที่ตั้งไว้เพื่อรณรงค์และปิดหูปิดตาประชาชน
เป็นการขี่ช้างจับเชื้อไวรัส ไม่คุ้ม ไม่จบ บานปลาย

ว ณ ปากนัง

*คุกคามสื่อ คือคุกคาม ประชาชน
เกิดเป็นผล ความมั่นคง หลงสมัย
ความอ่อนด้อย ของประชาธิปไตย
จะเป็นภัย ความมั่นคง ของปวงชน

*ในวันนี้ ประชาชน ตาสว่าง
รู้เลือกทาง จะยอมรับ ไม่สับสน
มีความคิด ผลิตข่าวสาร อ่านเล่ห์กล
ประชาชน รู้จักสู้ ชูความจริง

*รู้ไว้เถิด เกิดเป็นคน มีความคิด
อภิสิทธิ์ อิทธิพล คนชังยิ่ง
รู้ว่าใคร สดใส ใครช่วงชิง
ใครคือสิ่ง ที่เคารพ ควรบูชา

*ความคิดเห็น ไม่ควรเป็น อาชญากรรม
อย่ากระทำ รุกรานสิทธิ์ คิดกล่าวหา
อย่าคุกคาม สื่อออนไลน์ ให้มรนา
คนจะฆ่า ท่านคืน หากขืนใจ

The Other

จจ
127.0.0.1 61.7.177.186

ข อ บ คุ ณ ค รั บ

เดียวจะไปเยี่ยมที่บ้านนะ

แดงทั้งแผ่นดิน

เมื่อไหร่จะดำเนินคดีกับพวกทำผิดกฎหมายยึดสนามบิน ยึดทำเนียบ แทงตำรวจ วะ พวกเผด็จการ ศักดินา บ้าอำนาจ ตอแหล สอพลอ พวกคุณที่มีอำนาจช่วยทำให้ศรัทธาความเป็นคนไทยกลับมาได้ไหม ก่อนที่จะไม่มีสถาบันอะไรเหลือนอกจากสถาบันประชาชน พวกคุณเจ้านายทั้งหลายช่วยทำกฎหมายให้ศักดิ์สิทธิ์ และยุติธรรมได้ไหม ถ้าไม่ได้เอาไปเลยส้นตีน