ข่าวมอนิเตอร์ประจำวันที่ 27 มีนาคม 2552


 




การเมือง



 


จตุพร ลั่นชุมนุมจนกว่ารัฐบาลลาออก


เว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจ : นายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำคนเสื้อแดง กล่าวภายหลังยึดพื้นที่รอบทำเนียบรัฐบาลได้ว่า การชุมนุมของคนเสื้อแดงจะยืดเยื้อไปจนกว่านายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี จะไม่อยู่ในตำแหน่ง คนเสื้อแดงมองว่านายกรัฐมนตรีเป็นเพียงจิ๊กซอว์เล็กๆ ตัวหนึ่ง ใต้ระบอบอมาตยาธิปไตย หัวหน้าอำมาตย์ คือประธานองคมนตรี หัวหน้ารัฐบาลก็จะเป็นนายกฯ ในเรือนทาส ไม่ว่าเสียงของประชาชนมามากเท่าใด หากขัดใจประธานองคมนตรีก็จะมีอันเป็นไป


 



แกนนำคนเสื้อแดง กล่าวอีกว่า ขณะนี้กลุ่มคนเสื้อแดงได้ยึดพื้นที่รอบทำเนียบรัฐบาลได้ร้อยเปอร์เซ็นต์แล้ว สำหรับการส่งอาหารให้กับเจ้าหน้าที่ได้มีการประสานระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจกับการ์ดคนเสื้อแดง เพื่อให้อำนวยความสะดวกอย่างเต็มที่


 



สำหรับตู้คอนเทนเนอร์ที่มีการวางสกัดกั้น พื้นที่หลายจุดรอบทำเนียบรัฐบาล กลุ่มผู้ชุมนุมรู้สึกไม่สบายใจที่ตู้ดังกล่าวจะปิดบังภูมิทัศน์ทำให้ไม่สามารถเห็นพื้นที่โดยรอบจึงต้องมีการนำออกไป เพื่อความปลอดภัยของผู้ชุมนุม


 



ทักษิณดิ้นสู้ยึดทรัพย์-ยื่นศาลแถลงเปิดคดีใช้วีดิโอคอนเฟอเรนซ์


เว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจ : ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง วานนี้ (26 มี.ค.) นายสมศักดิ์ เนตรมัย ผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา เจ้าของสำนวนคดีพร้อมองค์คณะรวม 9 คน ออกนั่งบัลลังก์นัดตรวจพยานหลักฐาน คดีหมายเลขดำที่ 14/2551 ที่อัยการสูงสุด (อสส.) ยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งยึดทรัพย์สินที่ร่ำรวยผิดปกติ และได้มาเนื่องจากการกระทำที่เป็นการขัดกัน ระหว่างประโยชน์ส่วนบุคคลและประโยชน์ส่วนรวม ของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จำนวน 76,621,603,061.05 บาท พร้อมดอกผลตกเป็นของแผ่นดิน


 


ศาลอธิบายว่า กระบวนการพิจารณานั้น ตาม พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พ.ศ.2542 ม.35 วรรค 1 กำหนดไว้ว่า ผู้ใดกล่าวอ้างโต้แย้งว่าทรัพย์สินที่ร้องขอให้ตกเป็นของแผ่นดิน มิได้เกิดจากการร่ำรวยผิดปกติก็ดี มิได้เป็นทรัพย์สินเพิ่มขึ้นผิดปกติก็ดี ผู้นั้นมีภาระพิสูจน์ต่อศาล และข้อกำหนดเกี่ยวกับการดำเนินคดีของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พ.ศ.2543 ข้อ 26 กำหนดว่า ให้องค์คณะผู้พิพากษาไต่สวนพยานหลักฐานของผู้ถูกกล่าวหาและคำคัดค้านของบุคคลภายนอกถ้าหากมีก่อน แล้วจึงไต่สวนพยานหลักฐานของผู้ร้อง เว้นแต่จะเห็นสมควรเป็นประการอื่น


 


ดังนั้นผู้ถูกกล่าวหาและผู้คัดค้านจึงมีหน้าที่พิสูจน์ที่มาของทรัพย์สิน และจะพิจารณาพยานหลักฐานผู้ร้องและผู้คัดค้านก่อน ซึ่งฝ่าย อสส.ผู้ร้อง ได้ยื่นเอกสารหลักฐานจำนวน 46 แฟ้ม ส่วน พ.ต.ท.ทักษิณ ผู้ร้องและผู้คัดค้านทั้ง 22 คน ยื่นหลักฐานจำนวน 52 แฟ้ม


 


คดีนี้นอกจาก พ.ต.ท.ทักษิณ ผู้ถูกกล่าวหาแล้ว มีผู้มีรายชื่อถือครองทรัพย์สินที่ อสส. ร้องขอให้ตกเป็นของแผ่นดินยื่นคำร้องในฐานะผู้คัดค้านอีก 22 คน โดยก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 20, 25 และ 26 มี.ค.2552 ผู้คัดค้านที่ 2 (คุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์) และผู้คัดค้านที่ 3, 7, 8, 19 และ 17 ยื่นคำร้องขอให้ศาลวินิจฉัยชี้ขาดข้อกฎหมายในประเด็นอัยการสูงสุดผู้ร้องไม่มีอำนาจยื่นคำร้องขอให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน เนื่องจากผู้คัดค้านดังกล่าวไม่ได้เป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง


 


นอกจากนี้ นายบรรณพจน์ ดามาพงศ์ ผู้คัดค้านที่ 5 ยังได้ยื่นคำร้องเมื่อวันที่ 23 มี.ค.2552 ขอให้ศาลส่งคืนทรัพย์สินเฉพาะในส่วนของ ผู้คัดค้านที่ 5 และนางบุษบา ดามาพงศ์ ผู้คัดค้านที่ 6 คืน ศาลจึงมีคำสั่งให้สำเนาคำร้องทั้ง 2 ฉบับให้ อสส. ผู้ร้อง ยื่นคำร้องคัดค้านภายใน 7 วัน หากไม่ยื่นถือว่าไม่ติดใจคัดค้าน โดยศาลนัดฟังคำสั่งเกี่ยวกับคำร้องทั้ง 2 ฉบับในวันที่ 20 เม.ย. นี้ เวลา 14.00 น.


 


สำหรับคำร้องที่ทนายความของ พ.ต.ท. ทักษิณ ได้ยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งอนุญาตให้แถลงเปิดคดีโดยระบบการประชุมทางจอภาพ (VIDEO CONFERENCE) นั้นและคำร้องอื่นๆ ของผู้คัดค้านนั้น ศาลจะมีคำสั่งในวันที่ 27 มี.ค.เวลา 16.00 น.


 


นายธนา เบญจาธิกุล ทนายความผู้คัดค้าน เปิดเผยว่า เป็นความประสงค์ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่ต้องการแถลงเปิดคดีด้วยตัวเอง ซึ่งสามารถทำได้ตามข้อกำหนดเกี่ยวกับการดำเนินคดีของศาลฎีกาข้อ 20 โดยให้ผู้ขอเป็นผู้ดำเนินการเพื่อจัดให้มีการไต่สวน โดยระบบดังกล่าวและเป็นผู้เสียค่าใช้จ่ายทั้งหมด และให้ถือว่าพยานเบิกความในห้องพิจารณาของศาล หากศาลอนุญาตให้ พ.ต.ท.ทักษิณ แถลงเปิดคดีผ่านทาง VIDEO CONFERENCE ได้ พ.ต.ท.ทักษิณ ก็พร้อมที่จะแถลงเปิดคดีตามวันที่ศาลกำหนดทันที ส่วนจะแถลงมาจากที่ใดนั้นตนยังไม่ทราบ


 


ศาลรับฟ้องคดี 'สนธิ-สโรชา' หมิ่น 'ทักษิณ'


เว็บไซต์เดลินิวส์ : 26 มี.ค. ที่ห้องพิจารณาคดี 909 ศาลอาญานัดฟังคำสั่งคดีที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นโจกท์ยื่นฟ้องนายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย นางสโรชา พรอุดมศักดิ์ ผู้ดำเนินรายการเอเอสทีวี และบริษัทเมเนอร์เจอมิเดียกรุ๊ป จำกัด มหาชน จำเลยที่ 1-3 ในความผิดฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณาด้วยเอกสาร


 


สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 24 ส.ค. 2550 จำเลยที่ 1 และ 2 ร่วมกันจัดรายการยามเฝ้าแผ่นดิน ทางสถานีโทรทัศน์เอเอสทีวี และลงตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์ผู้จัดการรายวันของจำเลยที่ 3 โดยนำเอาเทปบันทึกรายการที่จำเลยที่ 1 และ 2 กล่าวปราศรัยที่สหรัฐอเมริกามาเผยแพร่ โดยอ้างคำบอกเล่าของนายสุรเกียรติ์ เสถียรไทย อดีตรองนายกรัฐมนตรี ว่าสาเหตุที่ต้องออกจากรัฐบาลสมัย พ.ต.ท.ทักษิณ เนื่องจากทนไม่ได้ที่ 8 ชั่วโมงแรก หลังการยึดอำนาจรัฐประหาร วันที่ 19 ก.ย. 2549 โจกท์ได้พูดจาจาบจ้วงสถาบันเบื้องสูง ซึ่งการกระทำดังกล่าวทำให้โจกท์ได้รับความเสียหายและเสื่อมเสียชื่อเสียง


 


ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานแล้วเห็นว่า คดีมีมูลจึงมีคำสั่งประทับรับฟ้องจำเลยที่ 1 และ 2 และนัดสอบคำให้การและตรวจพยานหลักฐาน วันที่ 29 มิ.ย.นี้ เวลา 13.00 น. ส่วนจำเลยที่ 3 ยกฟ้อง เนื่องจากพยานโจกท์นำสืบไม่ได้ว่าร่วมกันกระทำผิดกับจำเลยที่ 1 และ 2


 


วิปรัฐบาลไม่เห็นด้วยกับร่างพรบ.ปรองดอง


เว็บไซต์แนวหน้า : ที่รัฐสภา มีการประชุมคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล โดยมีนายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะประธานวิปรัฐบาล เป็นประธานที่ประชุม ภายการหารือ นายชินวรณ์ แถลงถึงกรณีมีพรรคร่วมฝ่ายค้านได้เสนร่างพ.ร.บ.ปรองดองแห่งชาติ ว่า ก่อนหน้านี้มีความพยายามจะเสนอร่างดังกล่าวเข้าสู่สภาฯแล้วครั้งหนึ่งแต่เมื่อเห็นว่าคนส่วนใหญ่ไม่เห็นความจำเป็นในการเสนอร่างนี้ เนื่องจากต้องการให้รัฐบาลขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาของประเทศ และปากท้องของประชาชนก่อน เรื่องนี้จึงเงียบไป แต่เมื่อปรากฎว่าขณะนี้พรรคร่วมฝ่ายค้านมีความพยายามที่จะเสนอกฎหมายฉบับนี้เข้ามาอีก ย่อมแสดงให้เห็นชัดถึงความพยายามของพรรคร่วมฝ่ายค้านที่เดินไปตามยุทธศาสตร์ของกลุ่มคนเสื้อแดงที่พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯกำหนดไว้ คือการใช้พื้นที่โลกล้อมประเทศไทย เพื่อดิสเครดิตประเทศไทย หลังจากมีหลายพฤติกรรมที่ผ่านมาใช้การชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง เพื่อป่วนการบริหารราชการแผ่นดิน และยังใช้เครื่องมือในสภาทำการป่วนในสภาอีก เห็นได้จากใช้วิธีนับองค์ประชุมบ่อยครั้ง และล่าสุดจึงใช้ร่างพ.ร.บ.ปรองดองแห่งชาติเป็นเครื่องมือป่วนในสภา เพื่อไม่ให้รัฐบาลทำงานเดินหน้าต่อไปได้


 



นายชินวรณ์ กล่าวด้วยว่า ส่วนที่มีส.ส.ของพรรคร่วมรัฐบาลร่วมเสนอร่างพ.ร.บ.นี้ด้วยจำนวน 6 คน คือจากพรรคเพื่อแผ่นดิน พรรครวมใจไทยชาติพัฒนา พรรคชาติไทยพัฒนา นั้น จากการหารือของวิปรัฐบาลทุกพรรค รวมถึงผู้ใหญ่ทุกคนในพรรคร่วมรัฐบาล ต่างยืนยันเป็นเสียงเดียวกันว่ายังไม่มีความจำเป็นที่จะเสนอร่างพ.ร.บ.ปรองดองเข้ามาในขณะนี้ เพราะบ้านเมืองกำลังอยู่ในกระบวนการปฎิรูปการเมือง เพื่อสนองตอบต่อการพัฒนาประเทศที่ยั่งยืน และต้องการให้เวลารัฐบาลในการขับเคลื่อนกลไกในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ ส่วนส.ส.ของพรรคร่วมรัฐบาลที่ไปลงชื่อกับฝ่ายค้านก็ต้องชี้แจงเหตุผลให้ภายในพรรคของตัวเองได้รับทราบ ทั้งนี้พรรคร่วมรัฐบาลขอเรียกร้องกลับเช่นกันว่าขอให้การชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงเป็นไปโดยเปิดเผยปราศจากอาวุธ ไม่ให้มีความรุนแรง นอกจากนี้จากการที่พ.ต.ท.ทักษิณ ได้กล่าวผ่านวีดิโอลิงค์ทุกวัน ทำให้เห็นได้ชัดเจนว่ามีความพยายามให้สังคมไทยเกิดความแตกแยก และหลายประเด็นพาดพิงบุคคลสำคัญ ซึ่งเป็นการไม่สมควรอย่างยิ่ง


 



นายชินวรณ์ กล่าวอีกว่าจากการที่วิปรัฐบาลได้พิจารณา เนื้อหาของร่างพ.ร.บ.ปรองดองแห่งชาติ ที่พรรคร่วมฝ่ายค้านเสนอ เห็นว่าไม่มีเหตุผลอะไรที่จะเขียนกฎหมายนิรโทษกรรมล่วงหน้าถึงวันที่ 5 พ.ค. 52 ยกเว้นมีคนเตรียมการจะทำความผิด ซึ่งน่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง เพราะวันที่ 5 พ.ค.เป็นวันสำคัญของไทยคือวันฉัตรมงคล จึงอยากถามไปถึงผู้เสนอกฎหมายว่าเป้าหมายที่แท้จริงเป็นอย่างไร นอกจากนี้การนิรโทษกรรมที่ให้ยกเว้นทั้งผู้กระทำ ในฐานะตัวการ ผู้สนับสนุน ผู้ใช้ให้กระทำ หรือผู้ถูกใช้ให้กระทำ แสดงให้เห็นชัดเจนว่าผู้ร่างกฎหมายประสงค์ให้คุ้มครองบุคคลที่กระทำผิด ไม่เฉพาะความผิดทางการเมืองแต่หมายถึงความผิดทางอาญาก็ให้นิรโทษกรรมด้วย ทั้งที่ผู้กระทำผิดทางอาญาก็ควรได้รับโทษทางอาญาแผ่นดิน หากไม่ผิดกระบวนการยุติธรรมย่อมให้ความคุ้มครองอยู่แล้ว จึงไม่ควรจะทำการเคลื่อนไหวเพื่อคนเพียงคนเดียวเพราะ หากพ.ต.ท.ทักษิณยุติบทบาททางการเมืองก็จะทำให้บ้านเมืองสงบขึ้น



 






สังคม


 


"เช็คช่วยชาติ" วันแรกทะลุ15ล้าน


เว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจ : บรรยากาศการรับเช็คช่วยชาติวันแรก บริเวณลานคนเมือง ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (กทม.) ตั้งแต่เวลา 07.00 น. ซึ่งสำนักงานประกันสังคม (สปส.) เปิดให้ผู้ประกันตน มาตรา 39 (ประกันตนที่ถูกเลิกจ้างแต่ยังอยู่ในสิทธิว่างงาน 6 เดือน) และมาตรา 33 (ผู้ประกันตนในระบบ) ของสำนักงานประกันสังคมพื้นที่ 1 จำนวน 1.5 แสนคนลงทะเบียนเพื่อรับเช็ค ระหว่างวันที่ 26-28 มี.ค. 2552



 


ผู้ประกันตนจำนวนมากต่างเดินทางมารับเช็คช่วยชาติกันจำนวนมากตั้งแต่ 06.00 น. จนแน่นลานคนเมือง ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร โดยพบว่าตลอดทั้งวันของการเปิดรับเช็คช่วยชาติ ปรากฏว่าจนถึงเวลา 16.00 น. มีผู้ประกันตนทั้งมาตรา 33 และมาตรา 39 นำเช็คมาขึ้นเงินกับธนาคารกรุงเทพ ซึ่งตั้งโต๊ะภายในเต็นท์ จำนวน 7,500 ราย คิดเป็นเงิน 15 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ธนาคารกรุงเทพจะเปิดรับเช็คไปจนถึงเวลา 20.00 น.


 


ธ.กรุงเทพ ขยายเวลาให้บริการรับเช็คช่วยชาติถึง 20.00 น.


เว็บไซต์แนวหน้า : นายธีระ อภัยวงศ์ กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ธนาคารขยายเวลาให้บริการเฉพาะโครงการเช็คช่วยชาติทั่วประเทศ จนถึงเวลา 20.00 น. และเพิ่มการให้บริการในวันเสาร์ ระหว่างเวลา 9.00 น. - 16.00 น. สำหรับสาขาในห้างสรรพสินค้า เปิดให้บริการทุกวันถึงเวลา 20.00 น. ตั้งแต่วันนี้ ถึง วันที่ 10 เม.ย. เพื่อรองรับการให้บริการแก่ผู้ได้รับสิทธิ ที่นำเช็คช่วยชาติมาเบิกเงินสดที่สาขาของธนาคาร


 



ทั้งนี้ เช็คช่วยชาติสามารถเปลี่ยนมือได้และมีค่าเสมือนเงินสด จึงไม่สามารถอายัดได้ ดังนั้น ผู้ได้รับเช็คจึงต้องดูแลเก็บรักษาเป็นอย่างดี อีกทั้งเช็คช่วยชาติมีอายุการใช้งาน 6 เดือน นับจากวันที่ระบุบนเช็คตามกฎหมาย หากเช็คช่วยชาติสูญหาย ชำรุด หรือชื่อ-นามสกุล หมายเลขบัตรประจำตัวประชาชนไม่ถูกต้อง ผู้มีสิทธิรับเงินต้องติดต่อส่วนราชการหรือสำนักงานประกันสังคมผู้จ่ายเช็คช่วยชาติให้เป็นผู้ดำเนินการโดยตรงเท่านั้น


 


ส่วนในกรณีนำเช็คช่วยชาติเข้าบัญชีเงินฝากนั้น สามารถนำเช็คเข้าบัญชีได้ทุกธนาคารทั่วประเทศ โดยธนาคารจะนำเงินเข้าบัญชีให้ใน 5 วันทำการ นับถัดจากวันที่รับฝาก โดยผู้ได้รับสิทธิต้องระบุเลขที่บัญชี และหมายเลขโทรศัพท์ที่ติดต่อได้ด้านหลังเช็คก่อนนำฝาก ในส่วนของร้านค้าทั่วไปที่รับเช็คช่วยชาติ ต้องให้ผู้นำเช็คช่วยชาติมาชำระค่าสินค้าหรือบริการ ระบุชื่อ-นามสกุล เลขที่บัตรประจำตัวประชาชน หมายเลขโทรศัพท์ที่ติดต่อได้ ด้านหลังเช็ค เพื่อเป็นหลักฐานหากพบปัญหาเกี่ยวกับเช็ค รวมถึงระบุเลขที่บัญชี และชื่อบัญชีที่จะนำฝากด้านหลังเช็คทุกฉบับ ก่อนนำฝากเช่นกัน


 


ส.ป.ก.ไม่อนุญาตให้สำรวจแร่เหล็กศิลาลอย
เว็บไซต์มติชน : เมื่อวันที่ 26 มีนาคม นายสุรพล สุทธจินดา หัวหน้าสำนักงานอุตสาหกรรม จ.ประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า ได้ชี้แจงให้ชาวบ้านหมู่ 7 ต.ศิลาลอย อ.สามร้อยยอด รับทราบว่า ขณะนี้ผู้ที่ยื่นคำขออาชญาบัตรผูกขาดสำรวจแร่เหล็ก เนื้อที่ 915 ไร่ ยังไม่ได้เปิดหน้าเหมืองบนภูเขาในเขตชุมชน และการออกใบอนุญาตของทางราชการเป็นไปตามขั้นตอน ส่วนผู้ที่ขอใบอนุญาตจะสำรวจได้หรือไม่ต้องมีเงื่อนไข เนื่องจากขณะนี้สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) ยังไม่แจ้งว่าอนุญาตให้เข้าไปสำรวจในที่ดิน ส.ป.ก. จึงยังไม่มีการสำรวจใดๆ ทั้งสิ้น


 


ศาลนัดสืบพยานคดียิง"อธิวัฒน์"นักข่าวมติชน
เว็บไซต์มติชน : ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 26 มีนาคม ที่ศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช ศาลออกนั่งบัลลังก์สืบพยานโจทก์ล่วงหน้า 1 ปาก ในคดีคนร้ายยิง นายอธิวัฒน์ ไชยนุรัตน์ ผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์มติชน ประจำ จ.นครศรีธรรมราช โดยอัยการจังหวัดนครศรีธรรมราชได้ยื่นฟ้องนายศักดิ์ชาย หรือ โกบ อับดุลอารีย์ และนายลำดวน แก้วสีสด ผู้ต้องหาฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและไตร่ตรองไว้ก่อน เหตุเกิด เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2551 ทั้งนี้ พยานในคดีมีทั้งสิ้น 24 ปาก จะเริ่มนัดสืบคดีในปี 2553 แต่ที่สืบพยานโจทก์ล่วงหน้าเนื่องจากโจทก์อยู่ต่างจังหวัด จึงนัดหมายให้สืบพยานปากนี้ในวันที่ 26 มีนาคม และ 31 มีนาคม 2552


 


"กยศ."กันเงินอุ้มเด็กตกค้าง


เว็บไซต์ไทยโพสต์ : ดร.สุเมธ แย้มนุ่น เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ว่า สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) เสนอให้บอร์ด กยศ.พิจารณาให้สิทธิ์นักศึกษาตกค้างที่มหาวิทยาลัยประกาศว่ามีสิทธิ์กู้ แต่ไม่ได้กู้ในปีการศึกษา 2551 ที่ผ่านมา จำนวน 11,288 คน ให้ได้รับสิทธิ์กู้เฉพาะค่าเล่าเรียน เป็นเงินจำนวน 431.8 ล้านบาท ซึ่งที่ประชุมได้ให้คณะอนุกรรมการด้านกฎหมายของ กยศ.ไปตรวจสอบว่าการปล่อยกู้ย้อนหลังจะขัดกับกฎหมายหรือไม่ และให้นำมาเสนอบอร์ด กยศ.อีกครั้ง อย่างไรก็ตาม ที่ประชุมมีมติจะให้เด็กกลุ่มนี้เป็นกลุ่มแรกที่จะได้สิทธิ์กู้ยืมในปีการศึกษา 2552 โดยไม่นับรวมกับโควตาของปี 52 และปีถัดไป แต่ให้ถือว่าเป็นการให้สิทธิ์เด็กกลุ่มนี้เป็นกรณีพิเศษให้สามารถกู้ได้จนกว่าจะจบการศึกษา



 


"กยศ.มีงบประมาณให้เด็กเหล่านี้อยู่แล้ว แต่ต้องดูข้อกฎหมายก่อนว่าการปล่อยกู้ย้อนหลังขัดต่อกฎหมายหรือไม่ แต่ขณะนี้ขอให้มหาวิทยาลัยรวบรวมรายชื่อคนที่ตกค้างไม่ได้กู้ในปี 51 และยังเรียนอยู่ว่ามีอยู่จำนวนเท่าไหร่ ซึ่งมหาวิทยาลัยก็ได้รวบรวมมาให้แล้ว ส่วนนักศึกษาจะต้องผ่อนชำระเงินค่าเล่าเรียนที่ค้างชำระในเทอมที่ผ่านมาต่อหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับข้อกำหนดของแต่ละแห่ง" ดร.สุเมธกล่าว


 



ดร.สุเมธกล่าวอีกว่า ที่ประชุมยังพิจารณาตามที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติให้ขยายเวลาการชำระหนี้จาก 15 ปี เป็น 20 ปีด้วย โดยที่ประชุมมีมติว่าขอให้ยึดหลักการการกำหนดการชำระหนี้ตามเดิม คือ ภายในเวลา 15 ปีก่อน แต่หากผู้กู้มีความจำเป็นทางเศรษฐกิจค่อยพิจารณาขยายเพิ่มเป็น 20 ปี แต่ไม่เกินจากนี้ เพื่อเป็นการช่วยผ่อนคลายในภาวะวิกฤติเศรษฐกิจ


 


หนี้สาธารณะพุ่ง 39.91% ของจีดีพี


เดลินิวส์ : นายพงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) เปิดเผยว่ายอดหนี้สาธารณะคงค้าง ณ วันที่ 31 ม.ค.ที่ผ่านมา มีทั้งสิ้น 3.542 ล้านล้านบาท หรือ 39.91% ของจีดีพี เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า หนี้สาธารณะเพิ่มขึ้น 71,514 ล้านบาท โดยเป็นหนี้ที่รัฐบาลกู้โดยตรง 2.208 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 73,762 ล้านบาท หนี้รัฐวิสาหกิจที่ไม่เป็นสถาบันการเงิน 1.047 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 164 ล้านบาท หนี้รัฐวิสาหกิจที่เป็น สถาบันการเงินที่รัฐบาลค้ำประกัน 169,731 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 25,793 ล้านบาท ขณะที่เป็นหนี้กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน 113,520 ล้านบาท ลดลง 23,394 ล้านบาท และหนี้หน่วยงานอื่นของรัฐ 3,683 ล้านบาท ลดลง 4,811 ล้านบาท


 


หนี้สาธารณะที่เพิ่มขึ้นหลัก ๆ เกิดจากการเพิ่มขึ้นของหนี้ที่รัฐบาลกู้โดยตรง และหนี้รัฐวิสาหกิจที่เป็นสถาบันการเงินที่รัฐบาลค้ำประกัน โดยรายการที่สำคัญเกิดจากการปรับเพิ่มระดับตั๋วเงินคลัง 65,000 ล้านบาท เพื่อให้สอดคล้องกับฐานะดุลเงินสดของรัฐบาล ประกอบกับรัฐบาลได้ออกพันธบัตรรัฐบาล เพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณวงเงิน 19,000 ล้านบาท


 


นอกจากนี้รัฐบาลได้ออกพันธบัตร รัฐบาล 20,000 ล้านบาท และนำเงินไปชำระ คืนหนี้เงินกู้ระยะสั้นและเงินในบัญชีเงินฝาก กระทรวงการคลัง 21,913.83 ล้านบาท ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการปรับโครงสร้างหนี้เงินกู้เพื่อชดใช้ความเสียหายให้กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงินในส่วนของ เอฟไอดีเอฟ 1 วงเงิน 49,999 ล้านบาท ซึ่งรัฐบาลได้กู้เงินระยะสั้นสมทบกับเงินในบัญชีเงินฝากกระทรวงการคลัง มาทดรองจ่ายไปก่อน จากนั้นจึงทยอยออกพันธบัตรรัฐบาลเพื่อปรับโครงสร้างหนี้ ช่วง ธ.ค. 51-ก.พ. 52 เพื่อทยอยชำระคืนเงินกู้ระยะสั้นและเงินในบัญชีเงินฝากกระทรวงการคลัง


 


 






ต่างประเทศ


 


สื่อมะกันปูดกองทัพปากีสถานหนุนเงินตาลีบันทำศึกอัฟกาฯ


เว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจ : หนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทมส์ รายงานอ้างแหล่งข่าวเจ้าหน้าที่ในรัฐบาลสหรัฐ ว่า การต่อสู้ของกลุ่มตาลีบัน และกลุ่มหัวรุนแรงอื่นๆ ทางตอนใต้ของอัฟกานิสถาน ได้รับความช่วยเหลือทั้งด้านเงินทุน อาวุธยุทโธปกรณ์ และคำแนะนำในการวางแผนยุทธศาสตร์ จากเจ้าหน้าที่ในหน่วยข่าวกรองของกองทัพปากีสถาน หรือไอเอสไอ


 



แหล่งข่าวรายนี้ ระบุว่า มีหลักฐานที่ยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ของหน่วยไอเอสไอ พบปะกับผู้บัญชาการกลุ่มตาลีบันเป็นประจำ เพื่อหารือเกี่ยวกับการเพิ่ม หรือลดการก่อเหตุรุนแรง ซึ่งสิ่งที่พิสูจน์ถึงความสัมพันธ์ดังกล่าวมาจากการควบคุมดูแลด้วยอิเล็กทรอนิกส์ และข้อมูลจากแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้


 



รายงานข่าวชิ้นนี้ ได้รับการเผยแพร่ในช่วงที่ความรุนแรงในอัฟกานิสถาน ดำเนินมาถึงระดับสูงสุด นับตั้งแต่สหรัฐได้ส่งกองกำลังเข้าบุกโจมตีกลุ่มก่อการร้ายดังกล่าว เมื่อปี 2544 อีกทั้งช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา สหประชาชาติ (ยูเอ็น) ได้ออกแถลงการณ์เตือนว่า สถานการณ์จะเลวร้ายยิ่งขึ้นในปีนี้


 



นายบารัก โอบามา ประธานาธิบดีสหรัฐ ได้สั่งเพิ่มกำลังทหาร 17,000 นาย เข้าร่วมกับทหารอเมริกัน 38,000 นาย และกองกำลังชาติพันธมิตรองค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ (นาโต) อีก 30,000 นาย


 



อย่างไรก็ตาม คณะผู้นำของปากีสถาน ปฏิเสธว่ารัฐบาลไม่ได้มีความสัมพันธ์กับกลุ่มก่อการร้ายแต่อย่างใด ซึ่งสอดคล้องกับรายงานข่าวของนิวยอร์ก ไทมส์ ที่ว่า เจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลปากีสถาน อาจไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ แต่เจ้าหน้าที่ระดับกลางอาจมีส่วนรู้เห็น โดยที่ไม่ได้รับความเห็นชอบจากเจ้าหน้าที่ระดับอาวุโส


 


บาดาวีอำลาตำแหน่งหัวหน้าพรรคอัมโนทั้งน้ำตา


เว็บไซต์คมชัดลึก : นายอับดุลเลาะห์ อาหมัด บาดาวี นายกรัฐมนตรีมาเลเซียที่กำลังจะพ้นตำแหน่งในอีกไม่กี่วันข้างหน้า กล่าวคำอำลาตำแหน่งในฐานะหัวหน้าพรรคสหมาเลย์แห่งชาติ (อัมโน) เมื่อวันพฤหัสบดี (26 มี.ค.) ทั้งน้ำตา โดยเรียกร้องให้พรรครัฐบาลกอบกู้ภาพลักษณ์ที่เสียหายไปขึ้นมาใหม่ และมุ่งนำพาประเทศชาติต่อไป


 


นายบาดาวีกล่าวอย่างเต็มไปด้วยความรู้สึก และพยายามที่จะกลั้นน้ำตาไม่ให้ไหลตลอดเวลาที่กล่าวคำปราศรัยเปิดการประชุมใหญ่ของพรรคอัมโน โดยบอกว่าตัวเองมีโอกาสได้เห็นพัฒนาการ และการเติบโตของพรรคอัมโนตลอดหลายปีที่ผ่านมา และได้เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับการดิ้นรนฟันฝ่าภายในพรรคด้วย อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันนี้คะแนนนิยมของพรรคอยู่ในจุดต่ำสุดเป็นประวัติการณ์จึงได้เรียกร้องให้เหล่าผู้แทนร่วมแรงร่วมใจกันทำให้พรรคเข้าถึงคนส่วนใหญ่ได้อีกครั้ง


 


บาดาวีกล่าวว่า พรรคอัมโนซึ่งเป็นกระดูกสันหลังของพรรคแนวร่วมแห่งชาติอันเป็นพรรคร่วมรัฐบาล อาศัยชื่อเสียงที่บ่มเพาะมานานเกินไปจนหลงลืมความต้องการที่แท้จริงของประชาชน และว่าปัจจุบันพรรคอัมโนกำลังเผชิญกับ "บททดสอบความน่าเชื่อถือที่หนักหนาสาหัสมาก"


 


"เราถูกครอบงำไปด้วยความละโมบ การต่อสู้แย่งชิงกันเอง เราล้มเหลวในการจัดการความสำเร็จของเราเอง" นายบาดาวีกล่าว


 


นายบาดาวียังกล่าวด้วยว่าพรรครัฐบาลจะพังทลายลงหากยังคงใช้วิธีเผด็จการแบบเก่าๆ ในการทำให้เสียงวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลเงียบลง จำคุกฝ่ายตรงข้าม และเลือกปฏิบัติต่อชนกลุ่มน้อย


 


ทั้งนี้ พรรคอัมโน และพรรคแนวร่วมแห่งชาตินั้นอยู่ในอำนาจมาตลอด 52 ปีที่ผ่านมา ส่วนนายบาดาวีนั้นต้องก้าวลงจากตำแหน่งก่อนครบวาระเพราะพรรคร่วมรัฐบาลภายใต้การนำของเขาต้องสูญเสียเสียงข้างมากในรัฐสภาให้แก่พรรคฝ่ายค้านเป็นครั้งแรกในรอบ 51 ปีในการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อปีที่แล้ว อันนำไปสู่เสียงเรียกร้องให้ตัวเขาลาออกเพื่อแสดงความรับผิดชอบ


 


ในวันเดียวกันนี้ นายนาจิบ ราซัค รองนายกรัฐมนตรี ได้รับการประกาศอย่างเป็นทางการให้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคอัมโน แต่ยังไม่มีการกำหนดวันก้าวขึ้นรับตำแหน่งนายกฯ แทนนายบาดาวี แต่คาดกันว่านายนาจิบจะได้รับการแต่งตั้งจากพระมหากษัตริย์ในวันที่ 3 เมษายนนี้


 


นายนาจิบซึ่งเป็นลูกของอดีตนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ได้ให้คำมั่นว่าจะยกเครื่องพรรคอัมโนครั้งใหญ่ แต่นักวิเคราะห์มองว่าคะแนนนิยมที่ต่ำของนายนาจิบ รวมถึงเรื่องที่ยังไม่สามารถเคลียร์ข้อกล่าวหาคอรัปชั่น และมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีฆาตกรรมนางแบบสาวชาวมองโกเลียจะทำให้สถานะผู้นำประเทศของนายนาจิบต้องตกต่ำลง


 


โสมแดงเตรียมยิงขีปนาวุธแล้ว ฝ่ายทหารสหรัฐฯขู่อาจยิงสกัด


ASTV ผู้จัดการรายวัน : รอยเตอร์ - เกาหลีเหนือดำเนินการติดตั้งขีปนาวุธพิสัยไกลที่ฐานปล่อยจรวดแล้ว ทำให้สหรัฐฯออกโรงเตือนว่า การกระทำดังกล่าวเป็นการฝ่าฝืนมาตรการคว่ำบาตรของสหประชาชาติ ขณะที่ฝ่ายทหารอเมริกันก็ระบุว่ามีความเป็นไปได้สูงที่จะทำการยิงสกัดโสมแดง ทางด้านเกาหลีใต้ระบุว่าการกระทำของเกาหลีเหนือจะสร้างปัญหาด้านความมั่นคงในภูมิภาคครั้งใหญ่


 


การยิงขีปนาวุธในครั้งนี้จะกลายเป็นการทดสอบครั้งแรกต่อประธานาธิบดีบารัค โอบามา แห่งสหรัฐฯ ในแง่การรับมือกับปัญหาเกาหลีเหนือ ซึ่งพยายามที่จะสร้างอาวุธนิวเคลียร์ จนกลายเป็นภัยคุกคามความมั่นคงอันดับแรกต่อภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงเหนือ ที่มีศักยภาพทางเศรษฐกิจอย่างสูงแห่งหนึ่งของโลก และทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ กับเกาหลีเหนือเลวร้ายมาหลายปี


 


หนังสือพิมพ์รายวัน โชซัน อิลโบ ของเกาหลีใต้ได้อ้างแหล่งข่าววงการทูตว่าเกาหลีเหนืออาจจะยิงจรวดซึ่งมีพิสัยทำการไกลถึงรัฐอะแลสกาของสหรัฐฯ ภายในสุดสัปดาห์นี้ ซึ่งเร็วกว่ากำหนดการเดิมที่รัฐบาลเกาหลีเหนือเคยประกาศว่าจะทำการปล่อยจรวดยิงดาวเทียมสื่อสารในระหว่างวันที่ 4-8 เมษายน


 


ส่วนสหรัฐฯ ก็ได้ใช้ดาวเทียมจารกรรมเก็บข้อมูลบริเวณฐานปล่อยจรวดมูซูดาน ที่บริเวณชายฝั่งตะวันออกของเกาหลีเหนือ ซึ่งเป็นสถานที่สำหรับปล่อยจรวด "แตโปดอง-2"


 


โดยในวันพุธ (25) เจ้าหน้าที่ด้านการตรวจสอบการขยายอาวุธนิวเคลียร์ของสหรัฐฯ ระบุว่าเกาหลีเหนือได้ติดตั้งจรวดที่ฐานยิงแล้ว ขณะที่เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ อีกคนหนึ่งบอกว่าเกาหลีเหนือได้ทำการติดตั้งจรวดไปแล้วสองขั้นตอนด้วยกัน จากทั้งหมดที่คาดว่ามีสามขั้นตอน แต่เมื่อติดตั้งจรวดแล้วยังต้องใช้เวลาอีกหลายวันในการเติมเชื้อเพลิงในจรวด


 


"เราขอเรียกร้องอย่างหนักแน่นให้เกาหลีเหนือหยุดการยิงขีปนาวุธพิสัยไกลทันที เพราะนี่เป็นการฝ่าฝืนมติของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติที่ 1718" โฆษกกระทรวงกลาโหมเกาหลีใต้ระบุด้วยว่าการดำเนินการของเกาหลีเหนือเป็นการท้าทายอย่างรุนแรงต่อความมั่นคงในภูมิภาคและถือเป็นพฤติการณ์รุกราน


 


ความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นในคาบสมุทรเกาหลียังเริ่มสร้างความกังวลให้กับพวกนักลงทุนในตลาดการเงินเกาหลีใต้ด้วย แม้ว่าที่ผ่านมาผลกระทบดังกล่าวจะยังเล็กน้อยก็ตาม


 


ด้าน ฮิลลารี คลินตัน รัฐมนตรีการต่างประเทศสหรัฐฯ กล่าวระหว่างการเยือนเม็กซิโกว่า การยิงขีปนาวุธของเกาหลีเหนือจะส่งผลกระทบต่อการเจรจาระหว่างประเทศหกฝ่ายตามแผนการยุติอาวุธนิวเคลียร์ในเกาหลีเหนือ ทั้งนี้การเจรจาดังกล่าวต้องหยุดชะงักไปตั้งแต่เดือนธันวาคมที่ผ่านมาเมื่อที่ประชุมตกลงกันไม่ได้เกี่ยวกับวิธีการเข้าไปตรวจสอบว่าเกาหลีเหนือได้หยุดเดินเครื่องเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์แล้วหรือยัง


 


"แต่การกระทำเชิงยั่วยุครั้งนี้จะไม่ผ่านเลยไปโดยไร้การตรวจสอบ และจะต้องมีผลลัพธ์บางประการเกิดขึ้นด้วย" คลินตันยังย้ำถึงคำเตือนก่อนหน้านี้ด้วยว่าสหรัฐฯ จะนำประเด็นดังกล่าวเข้าสู่คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติเพื่อขอให้มีมาตรการคว่ำบาตรเพิ่มเติม



ขณะนี้ เกาหลีเหนือถูกคว่ำบาตรจากสหประชาชาติอยู่แล้ว จากกรณีการทดสอบนิวเคลียร์ครั้งแรกเมื่อปี 2006 ส่วนพวกนักวิเคราะห์ก็ตั้งข้อสงสัยว่าจีนอาจคัดค้านการคว่ำบาตรเพิ่มเติมในที่ประชุมคณะมนตรีความมั่นคง เนื่องจากจีนเป็นพันธมิตรที่ใกล้ชิดที่สุดของเกาหลีเหนือ


 


หากการยิงจรวดประสบความสำเร็จก็จะยิ่งเสริมฐานสนับสนุนให้กับคิม จอง-อิล ผู้นำของเกาหลีเหนือหลังจากที่เขาตกเป็นข่าวว่าล้มป่วยอย่างหนัก ส่วนเกาหลีใต้ก็จะเป็นฝ่ายเสียหน้า เพราะกำลังเตรียมการยิงดาวเทียมของตนเองภายในปีนี้เช่นกัน


 


อนึ่ง พล.ร.อ.ทิโมธี คีตติ้ง ผู้บัญชาการทหารสหรัฐฯประจำภูมิภาคแปซิฟิกระบุว่า "อาจเป็นไปได้สูง"ที่สหรัฐฯจะเข้าสกัดขีปนาวุธของเกาหลีเหนือที่มุ่งหน้ามายังดินแดนของสหรัฐฯ หากได้รับคำสั่งให้ทำเช่นนั้น


 


ก่อนหน้านี้ โสมแดงเคยแถลงว่าหากจรวดของตนถูกยิงตก ก็จะถือว่าการประกาศทำสงคราม


 


สหรัฐฯชี้ทัพจีนทำเอเชียเสียสมดุล


เว็บไซต์สยามรัฐ : สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน โดยอ้างแถลงการณ์จากกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ที่ออกมาแสดงความคิดเห็นเกี่ยวการการเพิ่มศักยภาพทางการทหารของจีนว่า นำมาซึ่งการเสียสมดุลในภูมิภาคเอเชีย นอกจากนี้แถลงการณ์ยังระบุชัดเจนด้วยว่า การพัฒนาอาวุธยุทโธปกณ์ของจีน เพื่อเอื้อประโยชน์ให้จีนเข้ามามีส่วนร่วมในกองกำลังเสริมสร้างสันติภาพของนานาชาติ งานกิจกรรมด้านมนุษยชน และเข้าร่วมภารกิจต่อต้านโจรสลัดนั้น มีนัยแอบแฝงถึงการขยายอำนาจของจีนสู่ไต้หวัน และแพร่อิทธิพลสู่พื้นที่ทะเลจีนใต้ต่างหาก


 



ทั้งนี้ แถลงการณ์ของกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ เกี่ยวกับการพัฒนากองทัพจีนฉบับนี้เป็นการออกมาแสดงความคิดเห็น หลังจากที่จีนประกาศแผนเพิ่มงบประมาณทางทหารถึงร้อยละ 18 โดยอ้างว่า เพื่อปรับโครงสร้างเงินเดือน และสวัสดิการให้แก่ทหาร รวมทั้งพัฒนาระบบการสื่อสารทางทหารของประเทศ


 



ขณะที่ นายฉิน กัง โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของจีน ออกมากล่าวเตือนไปยังรัฐบาลสหรัฐฯ ให้หยุดการกระทำที่เข้าข่ายแทรกแซงกิจการภายในระหว่างจีนกับไต้หวัน หลังจากเมื่อวันอังคารที่ผ่าน สภาคองเกรสผ่านมติให้ความคุ้มครองไต้หวันออกมา โดยมติดังกล่าวมีรายละเอียดว่า สหรัฐฯจะให้การสนับสนุนไต้หวันเพื่อการปกป้องตัวเองด้วยการช่วยเหลือในเรื่องการจัดหาอาวุธให้


 

The Other

เป้าหมายของทักษิณ และกลุ่มเสื้อแดงในตอนนี้ ไม่มีอะไรมากไปกว่า การก่อกวน สร้างเหตุให้เป็นข่าวความ
------------------------------------------
รุนแรง ไร้ความสงบ เพื่อบั่นทอนความน่าเชื่อถือของคุณอภิสิทธิ์และรัฐบาล
-----------------------

ประเมินแล้ว คุณทักษิณคงคิดไว้เพียงเท่านี้
-----------------------------------------------

เพราะว่า ถึงคุณทักษิณจะทุ่มเงินจนหมดตัวเพื่อระดมกลุ่มเสื้อแดงเป็นแสน ๆ คนเข้ายึดทำเนียบหรือสนามบินเหมือนกับกลุ่มพันธมิตร ก็ไม่สามารถโค่นล้มรัฐบาลของคุณอภิสิทธิ์ได้

เนื่องจากไม่มีไม้ตายไว้ปิดบัญชี
-------------------------------------

คุณทักษิณต้องลองกลับไปทบทวนดูว่า จุดวิบัติของรัฐบาลพรรคไทยรักไทยเกิดขึ้นอย่างไร และจบลงอย่างไร ใครเป็นคนทำให้วิบัติ แล้วเงื่อนไงความวิบัติดังกล่าวจะเกิดขึ้นกับรัฐบาลคุณอภิสิทธิ์หรือไม่

ถ้าได้คำตอบว่า ไม่มี
----------------------

การชุมนุมประท้วงก่อความรุนแรงตลอดจนการโฟนอิน ก็จะเป็นได้แค่ นปก. อันนี้ไม่ใช่ชื่อกลุ่ม แต่เป็นตัวย่อของคำข่าว “หน่วยปั่นป่วนและก่อกวน”
------------------------------

ซึ่งไม่สามารถยกระดับการต่อสู้ให้สูงขึ้นจนมีพลังพอที่จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง

เท่าที่ประเมินดูคร่าว ๆ ถ้าอภิสิทธิ์ไม่สะดุดเท้าตัวเองหกล้ม ทักษิณ น่าจะมีแรงดิ้นได้จนถึงสิ้นปีนี้ นั่นหมายถึงเป็นช่วงเวลาที่เริ่มท้อถอยเมื่อเห็นว่า

การลงแรงลงเงินเป็นความสูญเปล่า
--------------------------------------

การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองอาจจะเกิดขึ้นได้ โดยที่ไม่เกี่ยวกับขบวนการ นปก.ของทักษิณ แม้แต่น้อย.
-------------------------------------------------------------------------------------------------------------

สอยดาว

ความเห็น1

หัดประเมินตัวเองบ้าง...

ขี้ตีนทักษิณแท้ๆ...รู้ไว้..

The Other

ทักษิณ คนเก่งที่สุดในโลก ของ เสื้อแดง
-----------------------------------------------

เพราะทักษิณมองเห็นสภาพบ้านแตกเช่นที่เป็น เหล่านอมินีในพรรคเอาไม่อยู่ และหากพรรคเพื่อไทยล่มฐานอำนาจเก่าก็แหลกไม่เหลือ ฐานทัพของตัวก็ถึงกาลล่มสลาย

ระยะหลังจึงโดดมากำกับเองทุกพื้นที่ รีโมตคอนโทรลจากดูไบมั่ง โมนาโกมั่ง... ภาษาปลุกปั่นคนเสื้อแดงก็เริ่มใส่สีตีไข่เกินที่จะเชื่อได้ว่าเป็นความจริง

เช่น ถ้าผมอยู่ปีนี้ 2552 คนจนหมดประเทศ ปัญหาเศรษฐกิจ(ซึ่งเป็นวิกฤติโลก)ทักษิณชี้ว่าง่ายกว่าที่ตัวเองเคยแก้เมื่อ ปี 44 บอกรากหญ้าด้วยว่าถ้าอยู่จะเสกเงิน 8 แสนล้านลงพื้นที่

คำพูดลักษณะนั้นไม่เพียงอวดว่าเก่งที่สุดในประเทศไทย ทำได้จริงก็เก่งที่สุดในโลกทันที อเมริกา,ยุโรป,
--------------------------------------------------------------------------------------------------
ญี่ปุ่น,จีนคิดวิธีแก้หัวแทบแตกวันนี้ยังร่อแร่อยู่

การยอมขายตัวเองแบบทุ่มหมดหน้าตักโดยเป็นขบวนการวางแผนรุกพื้นที่สื่อมา อย่างดี เท่ากับส่งสัญญาณลุยปิดจ๊อบไล่รัฐบาลช้าโอกาสของอำนาจเก่าจะย่อยสลายหายหมด

ตั้งใจเตือนผู้มีหน้าที่ด้านความสงบเรียบร้อยในบ้านเมือง อย่าชะล่าใจ

หลายวันมานี้ผู้อำนวยการสร้างโดดลงมากำกับการแสดงเอง โดยแกนนำเดิมก็แค่จัดให้แล้ว ถอยไปอยู่แถว 2 จึงไม่ใช่การชุมนุมระดับพื้นๆ เช่นครั้งก่อนๆ

หากมีใบสั่งเผด็จศึกรัฐบาลก็จะเป็นปฏิบัติการเหนือกฎหมาย และก่อนนี้แกนนำเสื้อแดงก็ประกาศเสมอต้องชนะ

ชนะเพื่อ safe ทักษิณ(ที่ลงทุน ลงแรง มากกว่าเดิม) ไม่ใช่ เพื่อ ประชาธิปไตย หน้าฉาก ที่ชอบกล่าวอ้างแต่อย่างใด
-------------------------------------------------------------------------------------------------