ข่าวมอนิเตอร์ประจำวันที่ 31 มีนาคม 2552

 

สลน. ยื่นศาลแพ่งเปิดทางครม.31มี.ค./ ชี้หวังเผด็จศึกก่อนสงกรานต์/ ชงครม.อนุมัติ4กองบช.ใหม่ ขึ้นตรงผบ.ตร./ รายชื่อผู้ผ่านการคัดเลือก เพื่อดำรงตำแหน่งตุลาการศาลปกครองสูงสุด รอบแรก/ พบ 1 ล้านคนยังไม่ขอรับเช็คช่วยชาติ/ ออกมติห้ามขายเหล้า 4 วันพระใหญ่ ไม่ห้ามขายช่วงสงกรานต์/ กู้อีก9.4หมื่นล.เต็มเพดานหนี้/ หวั่นกฎใหม่ EU กระทบส่งออกไทย/ เสนอเพิ่มรางวัลนำจับให้อายุต่ำกว่า20ดูหนังมีฉากรุนแรง
 
การเมือง
 
ยื่นศาลแพ่งเปิดทางครม.31มี.ค.
มติชน - นายเทพไท เสนพงศ์ โฆษกส่วนตัวนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวเมื่อวันที่ 30 มีนาคมว่า สอบถามนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรักษาการนายกฯได้รับการยืนยันว่าในวันที่ 31 มีนาคม จะยังมีการประชุม ครม.เหมือนเดิม ถ้ากลุ่มเสื้อแดงเปิดประตูให้ข้าราชการหรือ ครม.คนอื่นเข้าไปทำงานได้ก็จะเข้าประชุม ขณะนี้ยังไม่มีการเตรียมสถานที่สำรองแต่อย่างใด แต่หากไม่สามารถประชุม ครม.ได้ก็จะงดไม่มีการประชุม ครม. เพราะไม่มีวาระเร่งด่วนใดที่จำเป็นต้องนำเสนอเข้าที่ประชุมในสัปดาห์นี้เลย
 
นายเทพไทกล่าวว่า นายสุเทพสั่งให้รัฐมนตรีทุกคนเตรียมพร้อมเข้าประชุม ครม. เพราะปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (สลน.) ได้ไปยื่นศาลแพ่งเพื่อไต่สวนฉุกเฉินคุ้มครองการเปิดประตูเข้าออกทำเนียบรัฐบาล ถ้าหากว่าศาลมีคำสั่งคุ้มครองตามที่ยื่นฟ้องก็สามารถเข้าไปทำงานได้ ถ้าหากกลุ่มผู้ชุมนุมยังฝ่าฝืนคำสั่งศาล ปิดประตูเข้าทำเนียบอยู่อีก ก็คงจะให้เจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบนำคำสั่งศาลไปเจรจา เพื่อให้กลุ่มผุ้ชุมนุมปฏิบัติตามกฎหมาย และหวังว่าเจตนาแกนนำของกลุ่มผู้ชุมนุมก็คงเคารพในคำวินิจฉัยของศาล
 
รายงานข่าวแจ้งว่า เบื้องต้นได้มีการประสานสถานที่ประชุม ครม. ไว้ 4 แห่ง หากไม่สามารถเข้าประชุม ครม.ในทำเนียบรัฐบาลได้ คือ 1.อาคารรัฐสภา 2.กรมประชาสัมพันธ์ ซอยอารีย์ 3.กองบัญชาการกองทัพไทย และ 4.ห้องประชุมบริษัทการท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย ภายในสนามบินสุวรรรภูมิ
 
"ผมเชื่อว่าสังคมจะเข้าใจเองว่าระหว่างประธานองคมนตรีกับนักโทษหนีคดี และรัฐบุรุษกับโทสะบุรษ อย่างไหนที่น่าเชื่อถือกว่ากัน และการระบุว่า พล.อ.เปรม ไม่ใช่ราชวงศ์แต่เป็นไพร่นั้น ถือว่ามีเจตนาแอบแฝงต้องการแบ่งแยกชนชั้น ประชดประชันไปถึงสถาบันเบื้องสูง ซึ่งไม่สมควร"
 
 
รบ.มั่นใจ"ยูเออี"ส่งตัว"แม้ว"ให้
มติชน - นายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงการติดตามตัว พ.ต.ท.ทักษิณ ที่นครรัฐดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ หรือยูเออี กลับมาดำเนินคดีว่า กระทรวงการต่างประเทศหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งฝ่ายการเมือง และฝ่ายกฎหมายอย่างใกล้ชิด เตรียมข้อมูลและเอกสารให้พร้อม ขณะนี้สถานเอกอัครราชทูตไทยประจำสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ กำลังประสานช่วงเวลาการนัดหมายต่อไปและรอความพร้อมจากทางการดูไบ แต่คงไม่เดินทางไปด้วยตนเอง
 
ด้านนายปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า แม้ว่า 2 ประเทศจะไม่มีสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดนระหว่างกัน แต่ก็มีความร่วมมือหลายรูปแบบ เชื่อว่าที่สุดแล้วคนที่ทำผิดกฎหมาย ก่อความวุ่นวายในระบอบความสัมพันธ์ระหว่างประเทศก็จะมีความร่วมมือระหว่างประเทศที่สามารถนำตัวมาดำเนินการตามกฎหมายได้
 
 
ชี้วิดีโอลิงก์แค่บันทึกเทปธรรมดา
มติชน - แหล่งข่าวจากวงการโทรคมนาคมกล่าวว่า วิดีโอลิงค์ที่ พ.ต.ท.ทักษิณถ่ายทอดมายังกลุ่มคนเสื้อแดง เป็นลักษณะของการบันทึกเทปวิดีโอธรรมดา เพียงแต่การส่งสัญญาณมายังประเทศไทยสามารถดำเนินการได้หลายรูปแบบ ทั้งผ่านอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง (บรอดแบนด์) และการเช่าช่องสัญญาดาวเทียม ทั้งนี้ หากใช้บรอดแบนด์ที่ความเร็วตั้งแต่ 2 เมกะบิตต์ขึ้นไปก็สามารถทำให้ภาพและเสียงที่ถ่ายทอดมานั้นนิ่ง โดยเฉพาะถ้าช่องสัญญาณ (แบนด์วิธ) กว้างถึง 4 เมกะบิตต์ภาพและเสียงที่ได้รับเทียบเท่ากับการชมโทรทัศน์ปกติ สำหรับการส่งสัญญาณผ่านดาวเทียมนั้น การดำเนินการต้องขอปลดล็อคเพื่อขอใช้ช่องสัญญาณก่อน ซึ่งการตรวจสอบสามารถทำได้ แต่บนท้องฟ้าของประเทศไทยค่อนข้างมีดาวเทียมจำนวนมากถึง 100 ดวง ทั้งในประเทศและต่างประเทศ
 
 
อภิสิทธิ์ หาช่องทางกม.เอาผิดจาบจ้วง
มติชน - นายอภิสิทธิ์ให้สัมภาษณ์ที่รัฐสภา ถึงกระแสข่าวสั่งงดประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 31 มีนาคม ที่ทำเนียบว่า ต้องคุยกับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงก่อน แต่ตนประชุมไม่ได้อยู่แล้ว เนื่องจากในช่วงเช้าจะนำ ครม.เข้าเฝ้าฯ ถวายพระพรสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพ จากนั้นไปร่วมประชุม จี 20 ที่ประเทศอังกฤษ ส่วนการตัดสินใจงด หรือย้ายสถานที่ประชุม ครม. ในวันที่ 31 มีนาคมนั้น ให้เป็นเรื่องของนายสุเทพจะทำหน้าที่รักษาราชการแทน ต้องดูวาระการประชุมอีกครั้งว่ามีประเด็นสำคัญเร่งด่วนหรือไม่ แต่ไม่ใช่เพราะกลุ่มคนเสื้อแดง
 
ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีนายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทระทรวงการต่างประเทศ ระบุการชุมนุมขณะนี้เป็นสงครามอุดมการณ์ว่า ถ้าเกินเลยอย่างที่เห็นว่ามีการพาดพิงสถาบันอื่น ต้องพยายามหยุด เพราะไม่อยากให้สังคมขัดแย้งถึงจุดนั้น ไม่เป็นธรรม อยู่ที่การวิจารณ์ของประชาชน และอีกส่วนหนึ่งคือกฎหมาย ทั้งนี้ ได้ดูแง่มุมกฎหมายในบางเรื่องว่ามีส่วนไหนจะใช้กฎหมายดูแลได้ ก็เอามาพิจารณาหลายๆ จุด ทั้งในเรื่องเทคโนโลยีและต่างประเทศ
 
เมื่อถามว่า กลุ่มคนเสื้อแดงระบุว่า พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ เป็นไพร่ นายอภิสิทธิ์ปฏิเสธตอบคำถามดังกล่าว เมื่อถามว่ามีการตั้งข้อสังเกต พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ อาจอยู่ในประเทศไทย เพราะสัญญาณวิดีโอลิงก์ชัดเจนมาก นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า คิดว่าไม่ใช่ และยังมั่นใจว่า พ.ต.ท.ทักษิณไม่ได้อยู่ในประเทศไทย เมื่อถามว่า ทราบหรือไม่ว่า พ.ต.ท. ทักษิณใช้พื้นของประเทศใดในการส่งสัญญาณมาที่ประเทศไทย นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า จะมีการดำเนินการทั้งด้านต่างประเทศและเทคโนโลยี เมื่อถามว่า เป็นประเทศที่อยู่ใกล้ๆ ประเทศไทยหรือไม่ นายกฯเลี่ยงจะตอบ
 
เมื่อถามคิดว่าจะเดินทางไปต่างประเทศด้วยความสบายใจหรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า เรื่องสบายใจหรือไม่นั้นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่ตนต้องไปทำหน้าที่เพราะเป็นตัวแทนของอาเซียน ส่วนการดูแลความเรียบร้อยของผู้ชุมนุม ฝ่ายความมั่นคงยังยืนยันว่าสถานการณ์อยู่ภายใต้การควบคุม ไม่มีปัญหา
 
เมื่อถามว่า กังวลหรือไม่ว่าจะเกิดเหตุซ้ำรอยนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า "ไม่กังวลครับ" ส่วนในช่วงที่ไม่อยู่ ใครคือผู้มีอำนาจเต็มในการตัดสินใจเรื่องต่างๆ นั้น นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า นายสุเทพ แต่ความจริงแล้วนายสุเทพก็ติดต่อสอบถามตนได้เวลาที่อยู่ต่างประเทศ
 
เมื่อถามว่า ยืนยันการยุบสภาไม่ใช่แนวทางการแก้ปัญหา นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ยังไม่มีความจำเป็นอะไรที่จะต้องทำเช่นนั้น เมื่อถามว่า แต่ พ.ต.ท.ทักษิณต่อรองว่าหากมีการยุบสภา จะไม่กลับเข้าสู่เวทีการเลือกตั้งอีก นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า
 
"อย่างที่ผมบอกว่าท่านยังสับสนในตัวเองมาก รัฐธรรมนูญก็จะให้แก้ สภาก็จะให้ยุบ กฎหมายก็จะให้ออก มันทำไม่ได้หรอกครับทั้ง 3 อย่าง ผมคิดว่าท่านต้องไปแก้ความสับสนของตัวเองก่อน"
 
 
ชี้หวังเผด็จศึกก่อนสงกรานต์
มติชน - เวลา 13.30 น. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ ไปที่พรรคประชาธิปัตย์ พร้อมเรียกประชุม ส.ส.ประเมินสถานการณ์ชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดง ภายหลังการประชุม นายเทพไท เสนพงศ์ โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรค เปิดเผยว่า ประเมินสถานการณ์ว่ากลุ่มเสื้อแดงพยายามระดมคนให้ได้มากที่สุด และคงจะใช้แผนเผด็จศึกให้เสร็จก่อนสงกรานต์ เพราะถ้าชุมนุมยืดเยื้อไปถึงสงกรานต์ มวลชนคนเสื้อแดงจะมีปัญหา เนื่องจากเป็นช่วงที่ตรงกับการประชุมอาเซียนซัมมิทรอง 2 ที่พัทยา อาจจะทำให้ได้รับการคัดค้านจากคนส่วนใหญ่ และที่ผ่านมาแกนนำคนเสื้อแดงก็เคยประกาศว่าเคยยุติการเคลื่อนไหวตอนประชุมอาเซียนซัมมิทรอบแรก เพื่อรักษาหน้าประเทศ ดังนั้น การประชุมรอบนี้หวังว่าจะยึดแนวความคิดเดิม
 
"นอกจากนี้ในช่วง 13-15 เมษายน ช่วงเทศกาลสงกรานต์มวลชขนคนเสื้อแดงจะกลับบ้านเพื่อร่วมเทศกาลสงกรานต์ จะทำให้ผู้ชุมนุมบางตาและน้อยลง เชื่อว่าแกนนำต้องรีบให้การชุมนุมประสบผลสำเร็จก่อนช่วงเทศกาลสงกรานต์"
 
 
วอร์รูมปชป.ประเมิน2แผนก่อรุนแรง
มติชน - นพ.บุรณัชย์ สมุทรักษ์ โฆษก ปชป. กล่าวว่า คณะทำงานปฏิบัติการเพื่อประเมินสถานการณ์ทางการเมืองของพรรค (วอร์รูม) วิเคราะห์ความเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ชุมนุมเสื้อแดง พรรคเพื่อไทย และ พ.ต.ท.ทักษิณ ร่วมกันขับเคลื่อน 2 แผนการ คือ 1.การดำเนินการขับเคลื่อนมวลชนสู่การเผชิญหน้าทำให้เกิดความรุนแรง โดยนอกจากปิดศาลากลาง 4 จังหวัด ยังมีการก่อความรุนแรงที่ทำเนียบรัฐบาล โดยทำร้ายผู้ที่ใส่เสื้อเหลืองเข้าไปในพื้นที่ โดยทั้งหมดมีเป้าหมายนำไปสู่การเคลื่อนไหวขนาดใหญ่ของมวลชนใน 2 ลักษณะ คือ 1.เผชิญหน้าโดยทันที 2.ชุมนุมยืดเยื้อตามยุทธศาสตร์หรือแดงทั้งแผ่นดิน
 
นพ.บุรณัชย์กล่าวว่า 2.ขับเคลื่อนผ่านพรรคเพื่อไทย โดยอาศัยแผนที่ 1 กดดันสภาให้พิจารณาร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ซึ่งทั้ง 2 แผน เป็นการสร้างปฏิวัติโดยมวลชนทั่วประเทศ ที่ลุกขึ้นมาต่อต้านอำนาจรัฐและสถาบันหลักของชาติ โดยมีการพูดว่าทำให้เกิดสงครามชนชั้นและสงครามกลางเมืองขึ้นมาได้ รวมถึงทำให้เกิดภาวะสุญญากาศทางการเมือง โดยการยื่นเรื่องให้ยุบพรรคประชาธิปัตย์ เป็นการทำลายความน่าเชื่อถือของพรรคในการแก้ปัญหาวิกฤตของบ้านเมือง
 
 
"กษิต"เผยเร็วๆ นี้ไปดูไบแจ้งรัฐบาลไม่สบายใจแม้วใช้เป็นฐานโจมตีไทย
โพสต์ทูเดย์ - นายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ตอบข้อซักถามของสมาชิกพรรคถึงการดำเนินการกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในการประชุมใหญ่สามัญพรรคประชาธิปัตย์ว่า ตั้งแต่ที่รัฐบาลเข้ามาบริหารงาน ได้ให้ทางกระทรวงการต่างประเทศประสานไปที่คณะกรรมการกฤษฎีกา เพื่อตรวจสอบว่าสามารถยกเลิกพาสปอร์ตบุคคลทั่วไปของ พ.ต.ท.ทักษิณ ได้หรือไม่ ซึ่งคณะกรรมการกฤษฎีได้ตอบกลับมาว่า ไม่รับพิจารณา เพราะเป็นประเด็นทางการเมือง
 
นายกษิต กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมาได้ไปหารือกับประเทศที่พ.ต.ท.ทักษิณ เดินทางเข้าออกเป็นประจำ เช่น เกาะฮ่องกง และเมืองดูไบเพื่อพูดคุยในประเด็นดังกล่าว และในเร็วๆ นี้ จะเดินทางไปหารือกับเจ้าหน้าที่ของดูไบ เนื่องจากทราบว่าพ.ต.ท.ทักษิณ จะใช้ประเทศดังกล่าวเป็นฐานในการเคลื่อนไหว
 
นอกจากนี้ นายกษิต ให้สัมภาษณ์สั้นๆ ถึงกรณีที่นายนพดล ปัทมะ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวหาว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี จงใจละเลยการปฏิบัติหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญในการทวงคืนปราสาทพระวิหาร ว่า ตนไม่อยากให้ราคา และไม่ใส่ใจ เพราะเรื่องดังกล่าวนายนพดล คือต้นเหตุที่ทำให้ประเทศไทยต้องสูญเสียปราสาทพระวิหาร
 
 
ชงครม.อนุมัติ4กองบช.ใหม่ ขึ้นตรงผบ.ตร.
โพสต์ทูเดย์ - พล.ต.ท.วัชรพล ประสารราชกิจ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) หัวหน้าคณะทำงานปรับปรุงโครงสร้างสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) เปิดเผยว่า วันที่ 31 มี.ค. พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผบ.ตร. จะเสนอโครงสร้างใหม่ของสตช. ต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) และกำลังเร่งร่างพระราชกฤษฎีกาและกฎกระทรวงเพื่อออกมารองรับ
 
ทั้งนี้ โครงสร้างใหม่สตช. จะมีกองบัญชาการ (บช.) เกิดใหม่ 4 บช. ที่ขึ้นตรงกับผบ.ตร. ประกอบด้วย สำนักงานยุทธศาสตร์ตำรวจ สำนักงานส่งกำลังบำรุง สำนักงานกำลังพล และสำนักงานงบประมาณและการเงิน เพื่อรองรับผบช. ประจำสำนักงานผบ.ตร. 11 ตำแหน่ง และรองผบช. ประจำฯ 29 ตำแหน่ง และมีกองบังคับการ (บก.) เกิดใหม่ 46 บก. รวมถึงการเพิ่มบก. อารักขาและควบคุมฝูงชน ในสังกัดกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) เพื่อรองรับงานควบคุมผู้ชุมนุม ต่างๆ
 
นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า จะยื่นหนังสือถึงประธานวุฒิสภาให้ถอดถอนนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง ออกจากตำแหน่งในวันที่ 2 เม.ย. นี้ กรณีที่มีพฤติกรรมส่อว่าจงใจ ใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบ จากการเป็นประธานคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ เพื่อพิจารณาแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจโดยไม่มีอำนาจ และก้าวก่ายแทรกแซงการปฏิบัติงานของข้าราชการตำรวจ
 
 
คลังรอผลศึกษาก่อนเก็บภาษีชากาแฟ
โพสต์ทูเดย์ - นายพฤฒิชัย ดำรงรัตน์ รมช.คลัง เปิดเผยว่า การปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตทั้งระบบ ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะทำงานปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิต ที่มี น.ส.สุภา ปิยะจิตติ รองปลัดกระทรวงการคลังเป็นประธาน คาดว่าจะมีข้อสรุปได้ในเดือน เม.ย.นี้ ซึ่งจะมีการพิจารณาทั้งเรื่องการจัดเก็บภาษี ชา กาแฟ รวมถึง สินค้าในกลุ่ม Sin Tax หลังจากนั้นจะได้นำเสนอ ครม.ให้ความเห็นชอบต่อไป
 
ทั้งนี้ รัฐบาลยังวางเป้าหมายที่จะจัดเก็บภาษีสรรพสามิตจากการปรับโครงสร้างภาษี ครั้งนี้ไม่ต่ำกว่า 30,000 ล้านบาท/ปี นอกจากนี้ เป็นการปรับโครงสร้างภาษีเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมในระบบภาษีด้วย
 
"ที่นายกรัฐมนตรี บอกว่าจะพยายามไม่เก็บเก็บภาษี ชา กาแฟ ก็คงต้องรอดูว่าผลศึกษาของคณะทำงานฯ แล้วนำเข้า ครม.ว่ามีความคิดเห็นในเรื่องนี้อย่างไร ก็ต้องฟังเสียงจากกระทรวงอื่นๆ ด้วย ส่วนภาษีบาป (Sin Tax) เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพ ก็ควรดูให้อยู่ในขอบเขตเหมาะสม แต่ไม่ใช่จะไม่ให้มีการบริโภคเลย"นายพฤฒิชัย กล่าว
 
 
รายชื่อผู้ผ่านการคัดเลือก เพื่อดำรงตำแหน่งตุลาการศาลปกครองสูงสุด รอบแรก
www.admincourt.go.th เว็บไซต์ศาลปกครอง- รายชื่อผู้ผ่านการประเมินประสบการณ์หรือผลงานฯ และมีสิทธิเข้ารับการตรวจสุขภาพ ในการคัดเลือกบุคคลเพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งตุลาการศาลปกครองสูงสุด จำนวน 17 คน มีดังนี้
 
1.นายพรชัย มนัสศิริเพ็ญ รองอธิบดีศาลปกครองเชียงใหม่ 2.นายสมชาย งามวงศ์ชน รองอธิบดีศาลปกครองสงขลา 3.นายวิทย์ ลิมานนท์วราไชย ประธานกรรมการการเลือกตั้ง จังหวัดมหาสารคาม 4.ว่าที่ ร้อยตรี มนูญ ปุญญกริยากร รองปลัดกระทรวงแรงงาน 5.นายผดุงศักดิ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา อดีตอธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน
 
6.นายโสภณ บุญกูล ตุลาการหัวหน้าคณะศาลปกครองสงขลา 7.นาวาเอก วุฒิ มีช่วย อธิบดีศาลปกครองพิษณุโลก 8.นายปานชัย บวรรัตนปราณ ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ 9.นายประสิทธิ์ศักดิ์ มีลาภ รองอธิบดีศาลปกครองระยอง 10.นายประนัย วณิชชานนท์ ตุลาการหัวหน้าคณะศาลปกครองกลาง
 
11.นายเมฆินทร์ เมธาวิกูล อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี 12.นางมณีวรรณ พรหมน้อย อธิบดีศาลปกครองนครราชสีมา 13.นางกาญจนารัตน์ ลีวิโรจน์ รองเลขาธิการสำนักงานศาลปกครอง 14.นายไชยวัฒน์ ธำรงศรีสุข รองอธิบดีศาลปกครองสงขลา 15. นายสุชาติ มงคลเลิศลพ ตุลาการหัวหน้าคณะศาลปกครองกลาง
 
16.นายวรวิทย์ กนิษฐะเสน อดีตเอกอัครราชทูต กระทรวงการต่างประเทศ 17.นายสุเมธ รอยกุลเจริญ อธิบดีศาลปกครองนครศรีธรรมราช
 
โดยผู้ผ่านการประเมินประสบการณ์หรือผลงาน จะต้องเข้ารับการตรวจสุขภาพทางกายและสุขภาพทางจิตใจ ในวันพุธที่
8 เมษายน 2552 เวลา 08.00-12.00 น. ณ อาคาร ภปร. ชั้น 13 โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์
 
 
คุณภาพชีวิต
พบ 1 ล้านคนยังไม่ขอรับเช็คช่วยชาติ
โพสต์ทูเดย์ - นายไพฑูรย์ แก้วทอง รมว.แรงงาน กล่าวว่า ขณะนี้มีผู้ประกันตนมาลงทะเบียนขอรับเช็คช่วยชาติจำนวน 7.6 ล้านคนจากทั้งหมด 8.3 ล้านคน โดยมีผู้ที่ยังไม่ได้มาลงทะเบียนอีกกว่า 1 ล้านคน ดังนั้นจึงขอให้ผู้มีสิทธิ์ รีบมาลงทะเบียน ภายในวันที่ 31 พ.ค.นี้ เนื่องจากหากเกินวันที่กำหนดถือว่าสละสิทธิ์
 
ทั้งนี้สำหรับปัญหาการรับเช็คที่ได้รับการร้องเรียนมากที่สุด คือ การจ่ายเช็คล่าช้า และการมอบฉันทะให้ผู้อื่นไปรับเช็คแทน โดยเชื่อว่าสามารถจ่ายเช็คให้ได้ 5.5 ล้านคนทันในวันที่ 8 เม.ย.นี้
 
นายไพฑูรย์ กล่าวด้วย ในวันที่ 31 มี.ค.กระทรวงแรงงานจะรายงานผลการดำเนินการแจกเช็คช่วยชาติให้กับผู้ประกันตนทั่วประเทศตั้งแต่ 26-30 มี.ค.ให้ ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)รับทราบ โดยมียอดผู้ประกันตนที่มารับเช็คทั่วประเทศตั้งแต่วันที่ 26 - 29 มี.ค. มีจำนวน 2 ล้านกว่าคน คิดเป็นเงินกว่า 5,000 ล้านบาท
 
ขณะที่ในวันที่ 2 - 3 เม.ย.นี้ สปส.จะทำการแจกเช็คช่วยชาติล็อตที่ 2 จำนวน 1.2 ล้านฉบับผู้ประกันตน ขณะที่ล็อตที่ 3 จำนวน 3.7 แสน ฉบับจะแจกในวันที่ 5-8 เม.ย. สำหรับผู้ประกันตนมาตรา 38 (ผู้ที่ถูกเลิกจ้างหรือลาออกจากงานแต่ยังได้รับการคุ้มครองจาก สปส. 6 เดือน ) ซึ่งมีจำนวน 3 แสนราย ขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการตรวจสอบซึ่งจะได้รับเช็คในภายหลัง
 
"จากการสำรวจล่าสุดพบว่า สปส.เขตพื้นที่ 8 ยังมีปัญหาการแจกเช็คมาก เพราะมีผู้ประจำตนจำนวนมากกว่า 500,000 คน แต่ว่าเจ้าหน้าที่ได้ทำการนัดหมายมารับในวันเดียวกันถึง 30,000 คน คนจึงทะลักกันมา ทั้งที่ยังมีเวลาไปจนถึงวันที่ 8 เม.ย." นายไพฑูรย์ กล่าว
 
นายไพฑูรย์กล่าวว่า จากการดำเนินการเรื่องเช็คช่วยชาติในช่วงที่ผ่านมาถือว่า สปส.สามารถรับมือได้ แต่หากรัฐบาลมีนโยบายแจกเช็คหรือแจกอย่างอื่นในลักษณะนี้ กระทรวงแรงงาน ก็พร้อมที่จะเป็นเจ้าภาพอีก โดยควรมีการระบุรายละเอียดที่ชัดเจนมากกว่านี้ว่าใครเป็นคนรับผิดชอบส่วนต่างๆที่ชัดเจน
 
 
ออกมติห้ามขายเหล้า 4 วันพระใหญ่ ไม่ห้ามขายช่วงสงกรานต์
สำนักข่าวไทย - คณะกรรมการนโยบายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แห่งชาติ ไม่ห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในช่วงสงกรานต์ แต่ห้ามขาย 24 ชั่วโมง วันพระใหญ่ 4 วัน ใน 1 ปี
 
ที่ประชุมคณะกรรมการชุดดังกล่าว ให้เหตุผลที่ไม่ห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในช่วงสงกรานต์ เกรงกระทบการท่องเที่ยว โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศที่จะมาเที่ยวช่วงสงกรานต์ นอกจากนี้ อาจเกิดปัญหาสุราเถื่อนทะลักเข้ามาแทน โดยจะมีผลบังคับใช้ทันที ไม่ต้องเสนอเข้า ครม. และจะเพิ่มการรณรงค์เมาไม่ขับ ดื่มไม่ขับ อย่างเข้มข้น ตั้งจุดตรวจผู้ขับขี่ยานพาหนะเป็น 30,000 จุด หากยอดผู้เสียชีวิตไม่ลดลง จะหารือกับที่ประชุมอีกครั้ง
 
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังมีมติห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ตลอด 24 ชั่วโมง ในวันพระใหญ่ 4 วัน ได้แก่ วันมาฆบูชา วันวิสาขบูชา วันอาสาฬหบูชา และวันเข้าพรรษา เพื่อเป็นของขวัญให้ประชาชน ขณะที่ นพ.แท้จริง ศิริพานิช เลขาธิการมูลนิธิเมาไม่ขับ ยืนยันไม่ถอดใจที่จะรณรงค์ไม่ดื่มสุรา
 
 
เศรษฐกิจ
กู้อีก9.4หมื่นล.เต็มเพดานหนี้
ไทยโพสต์ - นายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 30 มีนาคมว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรีวันที่ 31 มี.ค. สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) กระทรวงการคลัง จะเสนอ ครม.พิจารณาอนุมัติให้กู้เงินอีก 9.4 หมื่นล้านบาท หรือกู้เต็มเพดานการก่อหนี้รายการเพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณ ตามกรอบภายใต้พระราชบัญญัติการบริหารหนี้สาธารณะ พ.ศ. 2548 และหลังจากนี้จะไม่มีเพดานเหลือสำหรับกู้เงินตามรายการนี้อีก
 
ด้านนายพงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ ผู้อำนวยการ สบน. กล่าวว่า การขอกู้เต็มเพดานเพื่ออุดช่องว่างจากกรณีที่รัฐบาลจัดเก็บรายได้ได้ต่ำกว่าประมาณการ หรือกู้เมื่อมีรายจ่ายสูงกว่ารายได้
 
สำหรับพระราชบัญญัติการบริหารหนี้ มาตรา 20 กำหนดให้กระทรวงการคลังกู้เงินได้เฉพาะเพื่อวัตถุประสงค์อย่างหนึ่งอย่างใด ประกอบด้วย (1) ชดเชยการขาดดุลงบประมาณหรือเมื่อมีรายจ่ายสูงกว่ารายได้ (2) พัฒนาเศรษฐกิจและสังคม (3) ปรับโครงสร้างหนี้สาธารณะ (4) ให้หน่วยงานอื่นกู้ต่อเงินบาทหรือเงินตราต่างประเทศที่ได้รับจากการกู้เงินตาม (2) ถึง (4) ให้นำไปใช้ได้ตามวัตถุประสงค์ของการกู้เงิน หรือตามที่คณะรัฐมนตรีอนุมัติ โดยไม่ต้องนำส่งกระทรวงการคลังตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณและกฎหมายว่าด้วยเงินคงคลัง
 
มาตรา 21 กำหนดว่า การกู้เงินเพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณหรือเมื่อมีรายจ่ายสูงกว่ารายได้ในปีงบประมาณหนึ่ง ให้กระทรวงการคลังกู้เป็นเงินบาทไม่เกินวงเงิน (1) ร้อยละยี่สิบของงบประมาณรายจ่ายประจำปีที่ใช้บังคับอยู่ในขณะนั้น และงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม และ (2) ร้อยละแปดสิบของงบประมาณรายจ่ายที่ตั้งไว้สำหรับชำระคืนเงินต้น
 
รายงานข่าวแจ้งว่า หลังจากรัฐบาลจัดทำงบประมาณกลางปีเพิ่มเติม 1.67 แสนล้านบาท กระทรวงการคลังมีแผนกู้เงินเพื่อชดเชยการขาดดุลราว 3.5 แสนล้านบาท ซึ่งยังเหลือช่องว่างให้กู้เงินได้อีกราวกว่า 9 หมื่นล้านบาท จากเพดานที่กู้ได้ 4.41 แสนล้านบาท ซึ่งหากรัฐบาลจำเป็นต้องกู้เพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณอีก ก็ต้องออกพระราชกำหนดพิเศษเพื่อกู้เพิ่มเติมเกินกรอบกฎหมาย
 
 
อุตฯ ชี้ 3 เดือนสรุปอีไอเอมาบตาพุดตัดไฟชะลอลงทุน
ไทยโพสต์ - นายชาญชัย ชัยรุ่งเรือง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวภายในงานสัมมนาเรื่อง "ผลักดันการลงทุนกระตุ้นเศรษฐกิจภาคตะวันออก" ที่จัดโดยสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ว่า ยอมรับว่าการประกาศให้พื้นที่นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดเป็นเขตควบคุมมลพิษมีผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนบ้าง แต่ไม่ถึงขั้นทำให้อุตสาหกรรมได้รับผลกระทบมากมาย โดยกรอบการจัดทำแผนจัดการด้านสิ่งแวดล้อมใหม่ (อีไอเอ) คาดว่าจะใช้เวลาไม่เกิน 3 เดือน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นกับนักลงทุน ซึ่งปัญหาที่นักลงทุนวิตกมากกว่า คือการส่งออกที่ลดลงตามสภาพเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลง
 
ทั้งนี้ การลงทุนภาคอุตสาหกรรมในภาคตะวันออกในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา (47-52) มีโครงการที่ขอรับการส่งเสริมรวม 2 พันโครงการ มูลค่าลงทุน 1.4 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็น 53% ของมูลค่าคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนทั้งหมด โดยอุตสาหกรรมส่วนใหญ่เป็นการลงทุนในระบบสาธารณูปโภค ปิโตรเคมี ยานยนต์ และชิ้นส่วนยานยนต์และอิเล็กทรอนิกส์ เป็นต้น แม้ว่าวิกฤติเศรษฐกิจอาจกระทบการลงทุนลดต่ำลงแต่ก็ยังหวังว่าปีนี้จะมีการยื่นขอรับส่งเสริมการลงทุนในระดับ 6.5 แสนล้านบาท
 
นางอรรชกา สีบุญเรือง บริมเบิล เลขาธิการบีโอไอ กล่าวว่า แนวโน้มปีนี้การลงทุนในโครงการขนาดใหญ่คงมีไม่มาก เพราะโครงการขนาดใหญ่มีการลงทุนไปแล้วเมื่อ 2 ปีก่อน เช่น โครงการด้านปิโตรเคมีและรถยนต์ ซึ่งหลังจากมีคำสั่งศาลฯ ให้พื้นที่มาบตาพุดเป็นเขตควบคุมมลพิษก็น่าจะทำให้นักลงทุนชะลอการลงทุนไปบ้าง โดยเฉพาะเรื่องความชัดเจนของหลักเกณฑ์เงื่อนไขการจัดการด้านสิ่งแวดล้อมว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงไปหรือไม่ ซึ่งหากเรื่องนี้มีความชัดเจนเร็วก็จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุน
 
"ต้องยอมรับว่าภาคตะวันออกคือแหล่งลงทุนสำคัญสุดของประเทศโดยเฉพาะมาบตาพุด รองลงมาคือชลบุรี ระยะสั้นไม่ง่ายนักที่เราจะไปชูการลงทุนยังพื้นที่อื่นๆ ซึ่งโครงการในมาบตาพุดที่ได้ดำเนินการลงทุนไปแล้วและอยู่ระหว่างลงทุนประมาณ 3 แสนล้านบาท ถ้าหากไม่กังวลเกินไปคงไม่หนีหายไปไหน ส่วนการขอรับส่งเสริมฯ การลงทุนปีนี้ที่มองไว้ระดับ 6.5 แสนล้านบาท ยอมรับว่าวิกฤติเศรษฐกิจที่ชะลอหากไม่มีโครงการขนาดใหญ่ก็อาจทำให้เป้าหมายยากขึ้น โดยช่วง 2 เดือนแรกของปีนี้มียอดขอรับส่งเสริมการลงทุนแล้ว 1.8 แสนล้านบาท" นางอรรชกากล่าว
 
 
หวั่นกฎใหม่ EU กระทบส่งออกไทย
สยามรัฐ - มร.แพทริก เดอบัวเซ อัครราชทูตที่ปรึกษาด้านความปลอดภัยอาหาร สำนักงานคณะผู้แทนคณะกรรมาธิการยุโรปประจำประเทศไทย เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมาธิการยุโรปประจำประเทศไทย ได้เร่งเผยแพร่ข้อมูลที่ชัดเจนเกี่ยวกฎระเบียบที่สหภาพยุโรป (EU)จัดทำขึ้นใหม่ 2 ฉบับ ให้หน่วยงานภาครัฐของประเทศสมาชิกอาเซียน 10 ประเทศ ได้รับทราบและเกิดความเข้าใจในรายละเอียด โดยเฉพาะการประกาศใช้กฎระเบียบRegulation (EC) No 396/2005 ว่าด้วยการกำหนดค่าสารตกค้างของสารปราบศัตรูพืชในอาหารมนุษย์และอาหารสัตว์ที่มีแหล่งกำเนิดจากพืชและสัตว์ ซึ่งมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2551 ที่ผ่านมา
 
กฎระเบียบฉบับใหม่นี้ ได้กำหนดระดับค่าสารเคมีตกค้างสูงสุด (MRL) ของสารเคมีกำจัดศัตรูพืชที่ตกค้างในอาหารมนุษย์และอาหารสัตว์ บังคับให้สมาชิกสหภาพยุโรป 27ประเทศใช้เป็นมาตรฐานเดียวกัน เน้นกำหนดค่า MRL ในสารเคมีที่ใช้กับพืชที่เพาะปลูกในสหภาพยุโรปเป็นหลัก เพื่อไม่ให้เกิดความเหลื่อมล้ำที่แตกต่างในการปฏิบัติต่อสินค้าที่ผลิตได้จากประเทศสมาชิก รวมถึงสินค้านำเข้าจากประเทศที่สาม
 
ทางด้าน นางสาวเมทนี สุคนธรักษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) กล่าวว่า การปรับลดรายการสารเคมีที่มีการกำหนดค่า MRL ลงจะส่งผลกับสารเคมีบางชนิดที่ไทยยังมีการใช้อยู่ โดยเฉพาะกลุ่มสารเคมีที่อยู่นอกเหนือจากบัญชีรายการ Harmonized MRLs ซึ่งจะทำให้ไทยไม่สามารถส่งออกผักและผลไม้ที่มีการตกค้างของสารเคมีเหล่านั้นไปสหภาพยุโรปได้ แม้ว่าจะมีปริมาณตกค้างในระดับที่ปลอดภัยตามมาตรฐานโคเด็กซ์ (Codex) ก็ตาม อนาคตอาจทำให้มูลค่าการส่งออกสินค้าเกษตรและอาหารไทยไปยังสหภาพยุโรปลดต่ำลงกว่าทุกปี โดยปีที่ผ่านมา มีอัตราการส่งออกสูงถึง 87,000 ล้านบาท
 
 
 
ศิลปวัฒนธรรม
เสนอเพิ่มรางวัลนำจับให้อายุต่ำกว่า20ดูหนังมีฉากรุนแรง
ไทยรัฐ - นางฉวีรัตน์ เกษตรสุนทร เลขาธิการคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ (กวช.) เปิดเผยว่า สำนักภาพยนตร์และวิดีทัศน์ (สภว.) สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ (สวช.) ได้สรุปความคิดเห็นเกี่ยวกับ แนวทางปฏิบัติและรับฟังความคิดเห็นผู้ที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายลูกที่ออกตาม พ.ร.บ.ภาพยนตร์และวิดีทัศน์ พ.ศ.2551 ครั้งที่ 1/2552 มารายงานให้ตนได้รับทราบ พบว่า ผู้ประกอบกิจการภาพยนตร์วีดิทัศน์/บริษัท เจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งในส่วนกลางและภูมิภาค วัฒนธรรมจังหวัด ได้เสนอข้อคิดเห็นเกี่ยวกับร่างกฎกระทรวงทั้ง 5 ฉบับ ว่า ร่างกฎกระทรวงกำหนดอัตราค่าธรรมเนียมสำหรับประกอบกิจการภาพยนตร์และวิดี ทัศน์ ควรระบุเรื่องค่าธรรมเนียมการเพิ่มเครื่อง/เพิ่มพื้นที่ให้ชัดเจนกว่านี้ ส่วนค่าปรับและค่าธรรมเนียมประกอบกิจการถูกเกินไป
 
นางฉวีรัตน์ กล่าวต่อไปว่า สำหรับ ร่างกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์ในการกำหนดประเภทภาพยนตร์ ควรเพิ่มรางวัลนำจับให้เจ้าหน้าที่ กรณีที่โรงภาพยนตร์ปล่อยให้ผู้ชมภาพยนตร์ไม่ตรงกับประเภทที่กำหนดไว้ เช่น ห้ามอายุไม่ต่ำกว่า 20 ปีดู แต่ก็มีการอนุญาตให้ผู้ต่ำกว่า 20 ปี ชม ภาพยนตร์ที่มีภาพต้องห้าม อาจมีฉากอันตราย ความรุนแรง ยาเสพติดการมีเพศสัมพันธ์ เป็นต้น รวมทั้งควรระบุรายละเอียดของประเภทให้ชัดเจนมากกว่านี้ ขณะที่ร่างกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์การขอใบอนุญาต เช่า แลกเปลี่ยน หรือจำหน่ายภาพยนตร์และวิดีทัศน์ ควรให้องค์กร คณะกรรมการ (เจ้าของสิทธิ์) รับรองความประพฤติผู้ขอใบอนุญาตด้วย เพราะเจ้าของสิทธิ์จะทราบว่า ร้านที่ขายของจริงหรือของปลอม ซึ่งร้านขายของปลอมทำให้เกิดปัญหาการนำภาพยนตร์ไม่ผ่านการตรวจพิจารณา สื่อลามก มาจำหน่าย
 
"ร่างกฎกระทรวง กำหนดหลักเกณฑ์ในการขออนุญาตประกอบกิจการร้านวิดีทัศน์ ร่างดังกล่าวมีการเสนอข้อคิดเห็นมากที่สุด อาทิ ไม่ควรจำกัดเวลา ค่าปรับมีมูลค่าสูง ช่วงปิดภาคเรียน ควรพิจารณาเกณฑ์ให้รอบคอบ คำจำกัดความ ร้านเกม กับ ร้านอินเทอร์เน็ต ควรระบุความแตกต่างให้ชัดเจน และขอให้มีการตัดข้อความ ห้ามเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี เข้าใช้บริการเกิน3 ชั่วโมงและเงื่อนไขที่เกี่ยวข้องกับเด็กและเยาวชนอื่นๆในหมวด 2 ของ ร่างกฎกระทรวงดังกล่าวออก เพราะเห็นว่า ไม่เหมาะสม การบริการไม่ได้เป็นการเล่นเกมเสมอไป อาจจะมีการใช้งานอย่างอื่น เช่น พิมพ์งาน ใช้หาข้อมูล เป็นต้น อย่างไรก็ตาม สวช. จะนำข้อมูลดังกล่าวเสนอต่อกระทรวงวัฒนธรรม เพื่อนำเสนอคณะกรรมการกฤษฎีกาต่อไป" เลขาธิการ กวช. กล่าว
 
 
ต่างประเทศ
อังกฤษเริ่มถอนทหารจากอิรักหลังปักนาน6ปี
ไอเอ็นเอ็น - กองกำลังผสมที่นำโดยอังกฤษ ในฐานทัพเมืองบาสรา ของอิรัก จะเชิญธงชาติลงจากเสา และส่งมอบการควบคุมให้แก่ทหารอเมริกันที่จะเข้าไปปฏิบัติภารกิจต่อจากทหาร อังกฤษ อาทิ การฝึกฝนตำรวจอิรัก พล.ต.แอนดี้ แซลมอน ผู้บัญชาการฐานทัพอังกฤษ ในเมืองบาสรา ระบุว่า ความเคลื่อนไหวครั้งนี้เป็นสัญญาณของการสิ้นสุดภารกิจของทหารอังกฤษ ในเมืองนี้
 
อังกฤษถือเป็นพันธมิตรสำคัญของสหรัฐ ในสมัยที่อดีตประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู บุช ส่งทหารบุกอิรัก เมื่อเดือน มี.ค.2546 ซึ่งระหว่างเดือน มี.ค.-เม.ย. ปีนั้น กองทัพอังกฤษได้ส่งทหารไปประจำการในอิรักมากเป็นอันดับ 2 จำนวน 46,000 นาย ระหว่างภารกิจในอิรัก มีทหารอังกฤษต้องสละชีพไป 179 นาย รัฐบาลอิรักและอังกฤษ ได้ตกลงเมื่อปีก่อนที่จะคงทหารอังกฤษในอิรักเพียง 4,100 นาย เพื่อปฏิบัติภารกิจต่าง ๆ อาทิ การฝึกสอนทหารอิรักจนถึงเดือนมิถุนายน ก่อนจะถอนทหารออกไปทั้งหมดในปลายเดือนกรกฎาคมนี้
 
 
โอบามาขีดเส้นจีเอ็มปรับองค์กร
กรุงเทพธุรกิจ - แหล่งข่าววงใน เปิดเผยวานนี้ (30 มี.ค.) ว่า รัฐบาลสหรัฐ ภายใต้การนำของนายบารัก โอบามา ประธานาธิบดี มีแผนให้ความช่วยเหลือแก่ เจนเนอรัล มอเตอร์ส คอร์ป (จีเอ็ม) เพื่อให้ปรับโครงสร้างองค์กรได้สำเร็จภายใน 60 วัน พร้อมทั้งเตรียมให้เงินช่วยเหลือจำนวน 6,000 ล้านดอลลาร์ แก่ ไครสเลอร์ เพื่อควบรวมกิจการกับ เฟียต ค่ายรถยนต์ของอิตาลี ให้สำเร็จภายใน 30 วัน
 
ทั้งนี้ แหล่งข่าวสองคนซึ่งใกล้ชิดกับแผนให้ความช่วยเหลืออุตสาหกรรมรถยนต์ของรัฐบาลสหรัฐ ระบุว่า นายโอบามาต้องการให้ค่ายรถยนต์ชั้นนำทั้งสองแห่ง เสียสละมากกว่านี้ และถ้ายังปรับโครงสร้างองค์กรไม่สำเร็จ ตามกำหนดเวลาที่รัฐบาลกำหนดไว้ ค่ายรถเหล่านี้อาจต้องล้มละลาย
 
นอกจากนี้ รัฐบาลสหรัฐ ยังกดดันให้ค่ายรถจีเอ็ม ปรับเปลี่ยนองค์กรครั้งใหญ่ ด้วยการให้นายริค แวโกเนอร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) ลาออกจากตำแหน่ง ซึ่งล่าสุด นายแวโกเนอร์ ยินดีที่จะปฏิบัติตามข้อเรียกร้องของรัฐบาล
 
นายแวโกเนอร์ วัย 56 ปี เข้ามาร่วมงานกับจีเอ็มเมื่อปี 2520 และบริหารธุรกิจให้จีเอ็มในหลายประเทศทั้งในสหรัฐ บราซิล และยุโรป ก่อนได้รับแต่งตั้งเป็นประธานบริหารและซีอีโอเมื่อวันที่ 1 พ.ค. 2546
 
แหล่งข่าวทั้งสองคน ปฏิเสธที่จะเปิดเผยชื่อ เนื่องจากรายละเอียดของแผนปรับโครงสร้างเพื่อฟื้นฟูภาคอุตสาหกรรมรถยนต์ ยังไม่ได้รับการเปิดเผยต่อสาธารณชนอย่างเป็นทางการ โดยที่ผ่านมา นายโอบามา ระบุว่า จีเอ็มและไครสเลอร์ ต้องปรับโครงสร้างธุรกิจ เพื่อแลกกับการสนับสนุนเงินช่วยเหลือจากรัฐบาลเพิ่ม ทุกวันนี้ ค่ายรถยนต์ทั้งสองแห่งดำเนินธุรกิจอยู่ได้ เพราะเงินช่วยเหลือจำนวน 17,400 ล้านดอลลาร์จากรัฐบาล และต้องการรับเงินช่วยเหลือเพิ่มเติมอีก 21,600 ล้านดอลลาร์
 
ขณะเดียวกัน รายงานข่าว ระบุว่า รัฐบาลสหรัฐ เตรียมจัดสรรงบประมาณ 6,000 ล้านดอลลาร์ ให้ ไครสเลอร์ เพื่อใช้เป็นทุนในการควบรวมกิจการกับ เฟียต ค่ายรถยนต์ของอิตาลี เนื่องจากมองว่า ไครสเลอร์ไม่สามารถเดินหน้าธุรกิจโดยลำพัง และหากไครสเลอร์ปฏิบัติตามข้อตกลงไม่ได้ หรือประคองกิจการต่อไปไม่สำเร็จ ก็จะไม่ได้รับความช่วยเหลือเพิ่มเติมจากภาครัฐอีก
 
จีเอ็ม และไครสเลอร์ เป็น 2 ค่ายรถยนต์รายใหญ่ ที่ว่าจ้างพนักงานมากถึง 140,000 คน ในสหรัฐ ขณะที่รัฐบาลขีดเส้นตายให้ค่ายรถ 2 แห่ง ยื่นแผนปรับโครงสร้างองค์กรก่อนวันนี้ (31 มี.ค.) แต่คาดว่า ทั้งสองบริษัทไม่น่าจัดทำแผนปรับโครงสร้างได้ทันตามกำหนดเส้นตาย ทางรัฐบาลสหรัฐจึงเตรียมออกมาตรการเพิ่มเติม เร่งให้พวกเขาปรับโครงสร้างองค์กรโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้

แสดงความคิดเห็น

ข่าวรอบวัน

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์