มวลชนพันธมิตรฯ บุก สตช. ขอมอบตัวร่วมแกนนำ สนธิบอกใครเจอโฟนอินให้แก้ไขกันเอง

 
มวลชนให้กำลังใจ แกนนำพันธมิตรฯ รับทราบข้อกล่าวหากรณี 7 ต.ค.
ที่สโมสรตำรวจ ถ.วิภาวดี-รังสิต เช้าวานนี้ (30 มี.ค.) มีแกนนำพันธมิตรฯ 21 คน ประกอบด้วย 1.นายสนธิ ลิ้มทองกุล 2.นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ 3.นายสุริยะใส กตะศิลา 4.นายสำราญ รอดเพชร 5.นายสาวิตย์ แก้วหวาน 6.นายวีระ สมความคิด 7.นายกิตติชัย ใสสะอาด 8.นายสุชาติ ศรีสังข์ 9.นายพิภพ ธงไชย 10.นายสมศักดิ์ โกศัยสุข 11.นายอมร อมรรัตนานนท์ 12.นายศิริชัย ไม้งาม 13.นายพิชิต ชัยมงคล 14.นายอำนาจ พละมี 15.นายประยุทธ วีระกิตต์ 16.นายสมบูรณ์ ทองบุราน 17.นายประพันธ์ คูณมี 18.นายพิเชฐ พัฒนโชติ 19.นายศุภผล เอี่ยมเมธาวี 20.นางมาลีรัตน์ แก้วก่า และ 21.น.ส.อัญชลี ไพรีรัก ได้ทยอยเดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน ที่ห้องประชุมบุญจินดา 3 สโมสรตำรวจ เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาจากเหตุปิดล้อมอาคารรัฐสภา เมื่อวันที่ 7 ต.ค.51 ซึ่งมีพนักงานสอบสวนเตรียมสอบปากคำจำนวน42 นาย
 
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การเข้ามารับทราบข้อหาของแกนนำพันธมิตรฯในครั้งนี้ มีแนวร่วมมาให้กำลังใจโดยเริ่มทยอยมาเรื่อยๆตั้งแต่เวลา 07.00 น. เพื่อมาให้กำลังใจและมอบดอกไม้ให้กับแกนนำพันธมิตรฯ กว่า 2,000 คน ซึ่งการเดินทางมาของกลุ่มพันธมิตรฯ ส่งผลให้การจราจรถนนวิภาวดี ฝั่งขาเข้า ช่วงสโมสรตำรวจติดขัด ส่วนการรักษาความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้จัดกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจนครบาล1 จำนวน 1 กองร้อย คอย ดูแลความปลอดภัยอยู่ด้านนอกสโมสรตำรวจ ส่วนด้านในได้จัดกำลังเจ้าหน้าที่ชุดปราบจลาจลจากกองกำกับการ 2 กองบังคับการตำรวจปฏิบัติการพิเศษ (กก. 2 บก.ตปพ.) หรือ 191 จำนวน 1 กองร้อย
 
 
พล.ต.ต.อำนวยบอกเป็นการสอบถามผู้ต้องหาอยู่ในเหตุการณ์หรือไม่
ต่อมาเมื่อเวลา 10.00 น. พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน รอง ผบช.น. ในฐานะหัวหน้าคณะพนักงานสอบสวน กล่าวว่า ในวันนี้พันธมิตรฯ 21 คน ได้ทยอยเข้าให้ปากคำและรับทราบข้อกล่าวหา กรณีที่กลุ่มผู้ชุมนุมไปปิดล้อมรัฐสภา 7 ตุ.ค.51 ในข้อหาหาสมทบกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ก่อความวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง ขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงาน และหน่วงเหนี่ยวกักขังเจ้าหน้ารัฐ
 
พล.ต.ต.อำนวย กล่าวว่า การสอบปากคำผู้ต้องหาวันนี้ ตำรวจจะนำภาพวีดีโอและเสียง ที่ว่ามีการชุมนุมประท้วงที่ตำรวจได้บันทึกไว้ มาซักถามผู้ต้องหาแต่ละคนว่าอยู่ในเหตุการณ์หรือไม่ ผู้ชุมนุมมีส่วนร่วมในการกระทำใดๆ หรือไม่ ซึ่งผู้ต้องหาจะตอบหรือไม่ตอบก็ได้ เบื้องต้นทราบว่า ผู้ต้องหาทั้งหมดยังไม่ให้การในวันนี้ แต่จะทำเอกสารชี้แจงภายหลัง โดยขอเวลา 30 วัน ซึ่งทนายพันธมิตรฯ ได้นัดวันที่ 27 เม.ย. เป็นอย่างช้า ซึ่งทางตำรวจได้ให้โอกาสไม่มีปัญหาแต่อย่างใด เพราะหลักฐานสามารถเก็บไว้ได้ โดยตำรวจจะนำหลักฐานเสนอศาล ส่วนจะมีความผิด หรือถูก ขึ้นอยู่ที่ศาลจะเป็นผู้พิจารณาตัดสินชี้ขาด
 
พล.ต.ต.อำนวย กล่าวอีกว่า สำหรับการสอบสวนในวันนี้ จะสอบเฉพาะส่วนที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ชุมนุมวันที่ 7 ต.ค. 51 ยังไม่รวมการชุมนุมปิดล้อมสนามบินที่ทาง บช.น. รับผิดชอบคือ สนานบินดอนเมือง ซึ่งได้ทำการสอบสวนเสร็จแล้ว 90-95 เปอร์เซ็นต์ ส่วนการชุมนุมที่สนามบินสุวรรณภูมิ ทางกองบัญชาการตำรวจภูธร 1 (บช.ภ.1) เป็นผู้รับผิดชอบการสอบสวน ซึ่งตนยังไม่แน่ใจว่าใกล้เสร็จหรือยัง ส่วนของบช.น.ใกล้จะแจ้งข้อหาว่าใครมีส่วนเกี่ยวข้องบ้าง
 
 
แกนนำปฏิเสธทุกข้อหา-ไม่ตอบคำถาม จี้เปลี่ยนพนง.สอบสวนหากเกี่ยวข้องคดีพันธมิตรฯ
"ขั้นตอนในวันนี้ หลังจากแจ้งข้อหาแล้ว พนักงานสอบสวนจะสอบปากคำผู้ต้องหาทั้งหมด พร้อมพิมพ์ลายนิ้วมือ ลงบันทึกประจำวัน หลังรับทราบข้อหาแล้ว ให้กลับบ้านได้โดยไม่ต้องประกันตัวเพราะไม่ได้จับกุม ส่วนจะใช้เวลานานแค่ไหนขึ้นอยู่กับการให้ความร่วมมือของผู้ต้องหาแต่ละคนในการให้ปากคำ" รอง ผบช.น.กล่าว
 
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังเข้ารับทราบข้อกล่าวหา นายสนธิ ลิ้มทองกุล กล่าวว่า ได้ยื่นคำให้การกับพนักงานสอบสวนไปแล้ว ขึ้นอยู่กับพนักงานสอบจะสั่งฟ้องหรือไม่ โดยแกนนำทุกคนปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา และไม่ยอมตอบคำถามแม้แต่คำถามเดียว เพราะทางแกนนำพันธมิตรฯต้องการทราบรายชื่อพนักงานสอบสวนทั้งหมด เพื่อตรวจสอบว่ามีใครเกี่ยวข้องกับคดีเก่าๆของพันธมิตรฯ หรือไม่ หากมีก็จะดำเนินการยื่นเปลี่ยนตัวพนักงานสอบสวน
 
นายสนธิ กล่าวอีกว่า ทางกลุ่มพันธมิตรฯ ยังไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆ เพราะปัญหาที่เกิดขึ้นขณะนี้เป็นของกลุ่มเสื้อแดง ซึ่งมีการกล่าวพาดพิงถึง พล.อ.สุรยุทธ จุลานนท์ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ นายเนวิน ชิดชอบ ซึ่งเป็นการออกมาต่อต้านรัฐบาล ซึ่งสมัยที่กลุ่มเสื้อเหลืองออกมาเคลื่อนไหว สื่อไม่ค่อยประโคมข่าว แต่พอเสื้อแดงออกมาขับเคลื่อนกลับให้ความสนใจ
 
 
สนธิอัดพวกยึดอำนาจแล้วไม่ยอมรับว่าทำ แถมผ่องถ่ายอำนาจเหมือนสมบัติผลัดกันชม
ส่วนการที่ พ.ต.ท.ทักษิณ พูดผ่านวิดีโอลิงก์เข้ามาหากลุ่มผู้ชุมนุมเสื้อแดง และได้พาดพิงถึงระดับผู้ใหญ่หลายอยู่เบื้องหลังรัฐประหาร 19 ก.ย. นั้น นายสนธิกล่าวว่า เป็นเรื่องของใครก็ไปแก้ไขปัญหากันเอง คนพวกนี้ไม่ยอมรับว่า ตัวเองทำรัฐประหาร เนื่องจากยึดอำนาจได้แล้วก็ไม่สามารถบริหารประเทศให้ไปได้ด้วยดี เป็นเพียงการผ่องถ่ายอำนาจ เหมือนสมบัติผลัดกันชม ซึ่งการที่จะเอาตัว พ.ต.ท.ทักษิณ มาดำเนินคดี ตนเห็นแต่นายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ เท่านั้นทำงานอย่างจริงจัง นอกนั้นยังหน่อมแน้มเหมือนเดิม
 
นายสนธิ ยังกล่าวถึงการตั้งพรรคการเมืองของกลุ่มพันธมิตรฯ ว่า คงต้องหยั่งเสียงพันธมิตรฯ ทั่วประเทศ ซึ่งจะมีการประชุมใหญ่ในเดือนพ.ค.ที่จะถึงนี้ ถ้าพันธมิตรฯ ต้องการให้ตั้งพรรคการเมือง ก็จะต้องมีการหาเครื่องมือทางการเมือง เช่น เงินทุน สมาชิกพรรค ซึ่งต้องรอฟังการประชุมใหญ่ด้วย ตอนนี้ยังตอบไม่ได้ว่าจะมีหรือไม่
 
ส่วนนายสมศักดิ์ โกศัยสุข แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ได้ขึ้นเวทีปราศรัยชั่วคราวหน้าสโมสรตำรวจภายหลังรับทราบข้อกล่าวหาของพนักงานสอบสวน กล่าวว่าขอขอบคุณพันธมิตรทุกคนที่เดินทางมาให้กำลังใจวันนี้ ยังยืนยันว่าแกนนำพันธมิตรรุ่น 1 และ 2 จะเดินหน้าต่อสู้เพื่อให้เกิดการปฏิรูปการเมืองใหม่ รักษากำลังไว้ในที่ตั้งเมื่อไหร่สถานการณ์สุกงอมขอให้รอสัญญาณวันนั้น
 
จากนั้นแกนนำบางส่วนได้เดินทางกลับ เพื่อเตรียมความพร้อมเปิดแถลงข่าวที่บ้านพระอาทิตย์ในช่วงบ่ายวันนี้
 
 
มวลชนพันธมิตรฯ บุกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ร้องขอมอบตัวด้วย
และเมื่อเวลา 13.30 น. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ถนนพระราม 1 เขตปทุมวัน แนวร่วมพันธมิตรฯกว่า 1,000 คน นำโดยกลุ่มสมาพันธ์รัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ โดยนายสาวิทย์ แก้วหวาน   นายอมร อมรรัตนานนท์ แกนนำซึ่งร่วมอยู่ใน 21 คนที่ถูกออกหมายจับและไปรับทราบข้อกล่าวหาที่ สโมสรตำรวจ นายคำนูณ สิทธิสมาน แกนนำพันธมิตรฯ เดินทางมาชุมนุมที่บริเวณหน้า สตช. โดยกระจายเต็มพื้นที่ ด้นหน้าจนถึงแยกราชประสงค์ โดยมีรถบัส รถตู้จำนวนมาก พร้อมรถ 6 ล้อ ติดเครื่องขยายเสียง ขึ้นปราศรัยเรียกร้องให้ตำรวจตั้งโต๊ะรับดำเนินคดีกับแนวร่วม พันธมิตรฯ ทั้งหมด เช่นเดียวกับแกนนำพันธมิตรฯ ทั้ง 21 คน
 
ทั้งนี้โดยมีพล.ต.ท.ธีระเดช รอดโพธิ์ทอง ผู้บัญชาการตำรวจสันติบาล (ผบช.ส.) พล.ต.ต.วิทยา รัตนวิชช์ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล (ผบก.น.6) พล.ต.ต.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผบก.ส.3 นำกำลังตำรวจสันติบาล ตำรวจสน.ปทุมวัน และหน่วนตำรวจปฏิบัติการพิเศษ (191) จำนวนหนึ่งมาวางกำลังดูแลความสงบ โดยมีการนำแผงเหล็กมากั้นหน้าประตูรั้ว สตช.ด้วย จนทำให้การจราจรบริเวณนั้นติดขัดอย่างหนัก
 
โดยแกนนำได้ผลัดกันขึ้นปราศรัย โจมตีการทำงานของตำรวจที่ไม่ให้ความเป็นธรรมกับ พันธมิตรฯ และกล่าวหาโจมตีตำรวจที่ร่วมในการสลายการชุมนุมเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม ที่ผ่านและโจมตีการทำงานของพล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผบ.ตร.และเรียกร้องให้ลาออกจากตำแหน่ง ขณะเดียวกันแกนนำก็ประกาศให้ผู้ร่วมชุมนุมหยิบบัตรประชาชนเพื่อเตรียมพร้อมเข้ามอบตัวกับตำรวจในกรณีร่วมกันปิดล้อมรัฐสภา โดยประกาศจะแจกแบบฟอร์มให้กรอกด้วย
 
 
ตำรวจไม่รับมอบตัว เพราะไม่มีการแจ้งข้อหา "อมร" ให้ผู้ชุมนุมโหลดแบบฟอร์มมากรอก
ขณะที่ตำรวจยังคงปักหลักอยู่ในที่ตั้งและเฝ้าดูสถานการณ์ โดยไม่มีการดำเนินการใดๆ ทั้งนี้พ.ต.อ.สุทธินาท สุดยอด รองเลขานุการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แจ้งกับกับผู้สื่อข่าวว่า ตำรวจไม่สามารถรับมอบตัวได้ เนื่องจากไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหา
 
ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า การชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรฯยืดเยื้อ ทำให้การจราจรติดขัดกว่า 2 ชั่วโมง แกนนำยังคงผลัดเปลี่ยนกันพูดโจมตีตำรวจและกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.)โดยมีการประกาศผ่านเครื่องขยายเสียงว่ากลุ่มคนเสื้อแดงหรือนปช.มาเพื่อเผชิญหน้ากันด้วย ก่อนที่นายอมรจะประกาศให้กลุ่มพันธมิตรฯร่วมกันดาวน์โหลดแบบฟอร์มการแสดงตัวเป็นผู้ต้องหา และกรอกข้อมูล ส่งให้ทนายความพันธมิตรฯรวบรวมเพื่อจะยื่นต่อพล.ต.อ.พัชรวาท ในภายหลัง พร้อมประกาศจะมีผู้ชุมนุมมากกว่าวันนี้ 10 เท่า จากนั้นเวลา 15.45น. พันธมิตรฯ ได้ประกาศยุติการชุมนุม
 
 
พันธมิตรฯ จี้รัฐบาลหยุดโฟนอินทักษิณ อ้างมีขบวนการล้มล้างสถาบันฯ
ขณะที่ในเวลาประมาณ 14.30 น. ที่บ้านพระอาทิตย์ นายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ได้อ่านแถลงการณ์พันธมิตรฯ ฉบับที่ 1/2552 เพื่อแสดงจุดยืนต่อกรณีการเคลื่อนไหวของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ นักโทษหนีคุก ดังนี้
 

แถลงการณ์ฉบับที่ 1/2552
พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย
เรื่อง คำเตือนต่อการวางเฉยกรณีมีการบ่อนทำลายสถาบันพระมหากษัตริย์
 
กรณีที่มีกลุ่มผู้สนับสนุนนักโทษหนีอาญาแผ่นดิน ทักษิณ ชินวัตร ได้จัดการชุมนุมมาตั้งแต่วันพฤหัสบดีที่ 26 มีนาคม พ.ศ.2552 พร้อมกับการถ่ายทอดสดสัญญาณภาพและเสียงของนักโทษชาย ทักษิณ ชินวัตร ปราศรัยปลุกระดมมวลชนกล่าวใส่ร้ายโจมตีประธานองคมนตรี องคมนตรี ศาล ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาดังที่ทราบแล้วนั้น
 
นักโทษชาย ทักษิณ ชินวัตร และกลุ่มผู้สนับสนุนได้กระทำการปลุกระดมใส่ร้าย ฯพณฯ ประธานองคมนตรี และรัฐบุรุษ ว่า เป็นผู้มีบารมีนอกรัฐธรรมนูญ ที่ยุ่งเกี่ยวกับการเมือง แทรกแซงข้าราชการและศาล ใส่ความประธานศาลปกครองสูงสุด ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และกล่าวหาองคมนตรีผู้ที่เคยเป็นอดีตประธานศาลฎีกา ว่า เป็นผู้ร่วมกันวางแผนในการล้มรัฐบาลระบอบทักษิณ ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นการกล่าวอ้างตามคำบอกเล่าอย่างเลื่อนลอยที่ปราศจากหลัก ฐานและไร้ซึ่งความรับผิดชอบ
 
การปลุกระดมดังกล่าวทั้งหมดนั้น เป็นเพียงเล่ห์เพทุบาย เพื่อทำลายความน่าเชื่อถือต่อกระบวนการยุติธรรม และหาเหตุในการต่อรองเพื่อฟอกความผิดและนิรโทษกรรมให้กับนักโทษชาย ทักษิณ ชินวัตร และพวก ตลอดจนเรียกร้องทรัพย์สินของตัวเองที่ถูกอายัด และยึดคืนมาเท่านั้น มิใช่เป็นการต่อสู้เพื่อประชาชนหรือเพื่อประชาธิปไตยตามที่กล่าวอ้างแต่ประการใด
 
นักโทษหนีอาญาแผ่นดิน ทักษิณ ชินวัตร นอกจากจะหลบหนีคดีความอันเป็นการไม่เคารพต่อคำตัดสินของศาลในพระปรมาภิไธย แล้ว คณะทนายความของนักโทษชาย ทักษิณ ชินวัตร ยังเคยมีประวัติให้เงินสินบนใส่ถุง 2 ล้านบาท กับเจ้าหน้าที่ในศาลยุติธรรม จนถูกศาลฎีกาสั่งจำคุกโดยไม่รอลงอาญา อีกทั้งนักการเมือง และอันธพาลในระบอบทักษิณ ยังข่มขู่คุกคามองค์กรตรวจสอบอิสระตามรัฐธรรมนูญอย่างป่าเถื่อน ดังนั้น คนที่ไม่เคารพและแทรกแซงกระบวนการยุติธรรมมาโดยตลอด ก็คือ นักโทษชาย ทักษิณ ชินวัตร และพวกทั้งสิ้น
 
ในขณะที่นักโทษชาย ทักษิณ ชินวัตร กล่าวหาใส่ร้าย ว่า กระบวนการยุติธรรมของประเทศไทยถูกแทรกแซง และไม่เป็นธรรมในคดีที่ตัดสินว่าตัวเองมีความผิด แต่กลับใช้กระบวนการยุติธรรมของประเทศไทยไล่ฟ้องคดีหมิ่นประมาทคนอื่นอย่าง ไร้ยางอาย ย่อมเป็นการพิสูจน์ว่านักโทษชาย ทักษิณ ชินวัตร เป็นเพียงแค่พูดเอาแต่ได้เท่านั้น หาได้สำนึกความผิดของตัวเองไม่
 
การที่นักโทษชาย ทักษิณ ชินวัตร ได้อ้างว่า ตัวเองไม่ได้พาดพิงสถาบันพระมหากษัตริย์ การกล่าวหาโจมตีใส่ร้ายประธานองคมนตรี องคมนตรี ศาลล้วนแล้วแต่เป็นองค์กรที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างในพระราชอำนาจตามรัฐ ธรรมนูญทั้งสิ้น
 
การปราศรัยบนเวทียังคงมีการพูดโจมตี ใส่ความ และปลุกระดม มิได้จำกัดเฉพาะตัวบุคคลเท่านั้น แต่ยังพาดพิงต่อโครงสร้างสถาบันพระมหากษัตริย์ และสถาบันองคมนตรี ซึ่งสอดคล้องกับพฤติกรรมก่อนหน้านี้ที่มีความพยายามเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อที่จะลดพระราชอำนาจด้วยการยุบเลิกสถาบันองคมนตรี มีการออกแบบจัดตั้งขบวนการเคลื่อนไหวยกเลิกกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ควบคู่ไปกับการปราศรัยจงใจดูหมิ่น อาฆาต มาดร้าย ใส่ร้าย สถาบันพระมหากษัตริย์ ในช่วงเวลาที่ผ่านมาอย่างต่อเนื่อง
 
พฤติการณ์ของนักโทษชาย ทักษิณ ชินวัตร และพวกทั้งหมดนี้ ดำรงความมุ่งหมายเพื่อกำจัดและทำลายตัวบุคคลและสถาบันภายใต้พระราชอำนาจเสียก่อน เพื่อหวังที่จะกัดกร่อนสถาบันพระมหากษัตริย์ในท้ายที่สุด
 
พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ เป็นรัฐบุรุษที่ได้รับความไว้วางพระราชหฤทัยจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประธานองคมนตรี มีประวัติซื่อสัตย์สุจริต สร้างคุณูปการให้กับชาติบ้านเมืองมามากมายและยาวนาน การกล่าวหาโจมตี พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ด้วยถ้อยคำอันเป็นเท็จ และหยาบคายของนักโทษชายทักษิณ ชินวัตร และพวก จึงเป็นสิ่งที่ไร้เหตุผลและไม่อาจยอมรับได้
 
พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยจึงมีมติดังต่อไปนี้
 
1.ประณามการกระทำของนักโทษชาย ทักษิณ ชินวัตร และพวก
 
2.แม้จะมีความสงสัยกระบวนการยุติธรรมก่อนถึงศาล แต่พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยมีความเชื่อมั่นและเคารพต่อศาลไทย ซึ่งกระทำภายใต้พระปรมาภิไธย จึงพร้อมพิสูจน์ตัวเองและน้อมรับคำตัดสินโดยไม่หลบหนี และไม่เรียกร้องการนิรโทษกรรมใดๆ ดังนั้นนักโทษชาย ทักษิณ ชินวัตร จึงต้องยอมรับโทษตามคำพิพากษา และพิสูจน์ตัวเองในคดีทุจริตคอร์รัปชั่นทุกคดีโดยไม่ต้องเรียกร้องการนิรโทษ กรรมใดๆ
 
3.เราขอเรียกร้องต่อรัฐบาลให้ยกเลิกหนังสือเดินทาง และดำเนินการนำตัวนักโทษชาย ทักษิณ ชินวัตร ให้กลับมาลงโทษในประเทศไทย และทำตามข้อเรียกร้องของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยทั้ง 13 ข้อ ตามแถลงการณ์ฉบับที่ 29/2551 ลงวันที่ 12 ธันวาคม พ.ศ.2551
 
4.เราขอเรียกร้องต่อรัฐบาลให้แถลงความจริงและคดีทุจริตทั้งหมดในระบอบทักษิณผ่านสื่อของรัฐ และเร่งรัดปฏิรูปสื่อโดยด่วนที่สุด
 
5.เราขอเรียกร้องให้รัฐบาลและทหารทำหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญแห่งราช อาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 มาตรา 77 ต้องพิทักษ์ ปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ ความมั่นคงของรัฐ และการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
 
การวางเฉยต่อการจ้องทำลายสถาบันองคมนตรี และสถาบันพระมหากษัตริย์ ย่อมขัดต่อหน้าที่ มโนธรรมสำนึก และรัฐธรรมนูญ
 
6.ขอให้รัฐบาลหยุดยั้งการถ่ายทอดภาพและเสียงของนักโทษชาย ทักษิณ ชินวัตร โดยทันที เพราะการปล่อยให้นักโทษหนีอาญาแผ่นดิน ปลุกระดมใส่ความกระบวนการยุติธรรมในประเทศโดยไร้ความรับผิดชอบเช่นนี้ เป็นการทำลายความมั่นคงของชาติในที่สุด
 
ด้วยจิตคารวะ
พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย
วันที่ 30 มีนาคม พ.ศ.2552
 
 
สนธิลั่นพันธมิตรฯ พิทักษ์สถาบันพระมหากษัตริย์ เสื้อแดงทำเพื่อทักษิณ
นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย กล่าวตอบคำถามสื่อมวลชน (ดูทั้งหมดที่นี่) ที่บ้านพระอาทิตย์ ภายหลังการอ่านแถลงการณ์ฉบับที่ 1/2552 ต่อท่าทีในการเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดงที่จัดการชุมนุมและอ้างว่าเป็น การเคลื่อนไหวตามแบบอย่างของกลุ่มพันธมิตรฯ ว่าทั้งเจตนารมณ์ คุณภาพและเนื้อหาแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง พันธมิตรฯ ได้ออกมาปกป้องกระบวนการยุติธรรมไม่ให้ถูกแทรกแซงจากผู้มีอำนาจรัฐ และพิทักษ์สถาบันกษัตริย์ไม่ให้ใครออกมาจาบจ้วง แต่ในขณะที่กลุ่มคนเสื้อแดงได้ออกมาต่อสู้ทั้งในระบบสภา และนอกสภา ล้วนแล้วแต่เพื่อวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือนักโทษชายที่ชื่อ พ.ต.ท.ทักษิณ เท่านั้น
 
อีกทั้งเป็นที่น่าจับตาว่า การปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ตำรวจต่อกลุ่มคนเสื้อแดงไม่มีการดำเนินคดีใดๆ แม้จะใช้รถเครนยกตู้คอนเทนเนอร์ทิ้งลงคอง ซึ่งต่างจากการดำเนินคดีต่อพันธมิตรฯ ที่เร่งรีบเป็นพิเศษ ขณะที่รัฐบาลและกองทัพยังปล่อยนักโทษชายจาบจ้วงสถาบันองคมนตรีเสมือนตีวัว กระทบคราดไปถึงเบื้องสูง ด้วยการโฟนอินปลุกระดมได้อย่างไร
 
 
อัด "พัลลภ" เสียมารยาทเอาเรื่องดินเนอร์องคมนตรี-ศาลมาเผย
นายสนธิ ยังกล่าวตอบโต้ พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี ผู้ที่ชอบอ้างว่าเป็น นายพลดักลาส แม็กอาเธอร์ วีรบุรษที่ไม่มีวันตาย แต่ตรงกันข้าม วันนี้ตายไปเรียบร้อยแล้ว ที่เสียมารยาทนำการพูดคุยระหว่างองคมนตรีและประมุขศาล ที่บ้าน นายปีย์ มาลากุล ณ อยุธยา ประธานกรรมการบริษัท แปซิฟิค คอร์ปอเรชั่น จำกัด ไปให้ข้อมูล พ.ต.ท.ทักษิณ ซึ่งจะจริงหรือไม่ไม่มีใครรู้ แต่การที่ พล.อ.พัลลภ ไปหา พ.ต.ท.ทักษิณ ที่ประเทศจีนกำลังเป็นที่ครหาของสังคมในวันนี้ว่าจะมีผลประโยชน์ต่างตอบแทน หรือไม่ และคำพูดของ พล.อ.สุรยุทธ์ และ พล.อ.พัลลภ จริงเท็จแค่ไหนก็ไม่ทราบ แต่ที่ตอบคำสังคมไม่ได้ คือ พล.อ.พัลลภ บินไปพบทักษิณเพื่อขายข้อมูลใช่หรือไม่
 
นายสนธิ กล่าวต่อว่า พล.อ.พัลลภ ไปหา พ.ต.ท.ทักษิณ หลังจากที่ พล.ต.จำลอง ศรีเมือง ถูกจับ แล้ว พล.อ.พัลลภ ไม่ได้เป็นแกนนำพันธมิตรฯ ทั้งนี้ พล.ต.จำลอง เป็นคนพูดเองว่าเพื่อนคนนี้ไม่เหมาะที่จะเป็นแกนนำพันธมิตรฯ เป็นได้อย่างมากแค่ที่ปรึกษา ทำให้ พล.อ.พัลลภโกรธ หลังจากไป พบ พ.ต.ท.ทักษิณ แล้วกลับมาก็ข่มขู่พันธมิตรฯ ต่างๆ นานา แล้วยังมาให้สัมภาษณ์ว่า พล.ต.จำลองเป็นเพื่อนที่สร้างแต่ปัญหาให้เขา ทั้งที่ในข้อเท็จจริง พล.ต.จำลองไม่เคยสร้างปัญหาให้เพื่อนเลย ตอนที่ พล.อ.พัลลภ ทำรัฐประหารเมษาฮาวายไม่สำเร็จ ขณะนั้น พล.ต.จำลอง เป็นเลขาธิการนายกฯ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ หลังจากนั้นได้ลาออกมาสมัครผู้ว่า กทม.เมื่อได้รับเลือกตั้ง ก็เอา พล.อ.พัลลภ เพื่อนที่ไม่มีอะไรทำ ไปเป็นที่ปรึกษา เพราะฉะนั้น พล.ต.จำลองไม่ได้สร้างปัญหาให้ พล.อ.พัลลภ แต่เป็นคนที่ช่วยเหลือ พล.อ.พัลลภต่างหาก และเมื่อ พล.อ.พัลลภ หันไปอยู่กับ พ.ต.ท.ทักษิณ แล้ว พล.ต.จำลองก็ไม่อยากจะต่อว่าเพื่อน เพราะหยิกเล็บก็เจ็บเนื้อ ได้แต่พูดสั้นๆ ว่า อย่าพูดถึงเพื่อนคนนี้อีกเลย นี่คือความเป็นชายชาติทหารของ พล.ต.จำลอง
 
 
สมศักดิ์ลั่นต้านทักษิณชอบธรรม เพราะซื้อเสียง มีที่มาไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ
นายสมศักดิ์ โกศัยสุข แกนนำพันธมิตรฯ กล่าวว่าการชุมนุมของคนเสื้อเหลืองถือว่าเป็นการชุมนุมตามรัฐธรรมนูญ เพื่อขัดขวางการรัฐบาลที่ได้อำนาจมาโดยมิชอบโดยวิถีทางรัฐธรรมนูญ ตามสิทธิปวงชนชาวไทยจะมีเพื่อพิทักษ์สิทธิ์ จนกระทั่งศาล รธน. มีคำสั่งยุบพรรค หรือชี้ว่าการเลือกตั้งมีการซื้อเสียง ส่วนคดีทุจริตคอร์รัปชันต่างๆ ก็กำลังอยู่ในกระบวนการยุติธรรม พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งออกมาจัดการการโฟนอินของนักโทษแม้ว
 
"รัฐบาลทักษิณนั้น ได้อำนาจรัฐมาโดยไม่เป็นไปตามวิถีทางแห่งรัฐธรรมนูญ คือซื้อเสียงเลือกตั้ง ตามมาตรา 69 มาตรา 69 ประชาชนมีสิทธิ์จะต่อต้านโดยสันติวิธี มาตรา 68 บัญญัติว่า ผู้ใดที่ได้อำนาจรัฐโดยไม่เป็นไปตามวิถีทางแห่งรัฐธรรมนูญนั้น ย่อมได้อำนาจมาโดยมิชอบ เรามีสิทธิ์ต่อต้านโดยสันติวิธี โดยใช้สิทธิและหน้าที่ตามมาตรา 70 ที่ปวงชนชาวไทยมีหน้าที่ พิทักษ์รักษาไว้ซึ่งชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และระบบการปกครองแบบประชาธิปไตย หลักฐาน คือโกงการเลือกตั้ง มีการยุบพรรคไปแล้ว
 
2.ผิดรัฐธรรมนูญ ศาลรัฐธรรมนูญมีคำพิพากษาแล้ว กรณีมาตรา 190 วรรค 2 กรณียกปราสาทพระวิหาร อันนี้ คือชี้ให้เห็น และการโกง การทุจริต ที่อยู่ระหว่างคดี ดังนั้น นั่นคือการต่อสู้ของเราในฐานะพลเมืองที่ใช้สิทธิในการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ ตามมาตรา 87 ซึ่งมันต่างจากพวกนี้ ที่ทำหน้าที่ตามที่นักโทษชาย ซึ่งเป็นคนที่มีคำพิพากษาของศาลฎีกา แผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองพิพากษาแล้วว่า ผิด และออกมาโฟนอินปลุกระดมมวลชนให้ก่อความวุ่นวาย อันนี้เป็นความผิด รัฐบาลต้องจัดการ ไม่งั้นนักโทษอีก 2 แสน 3 แสนคน จะขอออกทีวีบ้าง ฉันไม่ผิดต้องปล่อยฉันด้วย อันนี้ คือสิ่งที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง กรณีพันธมิตรฯ เพราะฉะนั้น จะใช้คำว่าลอกเลียนแบบพันธมิตรฯไม่ได้ อันนี้แบบโจร พันธมิตรฯแบบหน้าที่พลเมืองดี" นายสมศักดิ์กล่าว
 
 
พิภพลั่นทักษิณไม่มีสิทธิพูดอย่างเสรีภาพเพราะหนีคดี ต้องถูกจำกัดเสรีภาพ
ขณะที่ นายพิภพ ธงไชย แกนนำพันธมิตรฯ กล่าวว่านักโทษทักษิณ ไม่มีสิทธิพูดอย่างเสรีภาพ และไม่มีสิทธิใช้สื่อสาธารณะเพราะเป็นนักโทษต้องคำพิพากษาและหนีคดี จึงต้องถูกจำกัดสิทธิและเสรีภาพ ทั้งที่กระบวนการเปิดโอกาสให้ใช้สิทธิในการต่อสู้ก็ตาม
 
"อาจมีการถกเถียงกันว่า นักโทษชายทักษิณ มีสิทธิ และมีเสรีภาพเพื่อแก้ต่างตัวเองในที่ถูกพิพากษาหรือไม่ ตามรัฐธรรมนูญแล้ว นักโทษชาย ทักษิณ ชินวัตร มีสิทธิ และเสรีภาพ แต่ต้องต่อสู้ในกระบวนการยุติธรรม แต่เมื่อนักโทษชายทักษิณ ได้หลบในการแถลง และต่อสู้ตามกระบวนการยุติธรรม และเมื่อศาลตัดสินแล้ว ย่อมไม่มีสิทธิและเสรีภาพในการที่จะพูดนอกศาล โดยใช้สื่อ ผมอยากย้ำคำนี้ "ใช้สื่อและคลื่นสาธารณะที่เป็นของรัฐ" สื่อคลื่นทั้งหมดเป็นของรัฐหมด ไม่ใช่รัฐบาลนะ เป็นของรัฐหมดไม่มีสิทธิ์ใช้
 
เพราะฉะนั้น การที่รัฐบาลต้องทำหน้าที่ ในการดูแลเรื่องการใช้สิทธิเสรีภาพของประชาชน จะต้องจำแนกระหว่างบุคคลที่ถูกกล่าวหา และถูกนำตัวไปขึ้นศาล ได้ให้สิทธิและเสรีภาพในการต่อสู้คดีอย่างเต็มที่หรือไม่ ปรากฏว่า ในกระบวนการยุติธรรมได้ให้สิทธิและเสรีภาพในการต่อสู้คดีของ พ.ต.ท.ทักษิณ อย่างเต็มที่ แต่ พ.ต.ท.ทักษิณ สละเอง หนีหมายศาลเอง เพราะฉะนั้นต้องแยกให้ดี เพราะฉะนั้นการที่เราบอกให้ทำหน้าที่ให้ครบ คือตัวนี้ ว่าใครควรมีสิทธิ มีหน้าที่ มีบทบาทในที่สาธารณะ ตอนนี้นักโทษชาย ทักษิณ ชินวัตร ไม่มีสิทธิและอภิสิทธิ์ใดๆ ในฐานะที่เป็นนักโทษ เพราะฉะนั้น รัฐบาลต้องดูแลเรื่องพวกนี้" นายพิภพกล่าว
 
 
จำลอง-สมเกียรติ ยุกองทัพทำหน้าที่
ด้าน พล.ต.จำลอง ศรีเมือง กล่าวทิ้งท้ายว่า คงไม่ต้องไปบอกอย่างเป็นรูปธรรมว่า จะต้องให้กองทัพพิทักษ์สถาบันกษัตริย์หรือความมั่นคงของชาติที่ถูกกระทบ อย่างรุนแรงเพราะถือเป็นหน้าที่ แต่ขอเรียกร้องให้ออกมาชี้แจงประชาชนให้ชัดเจน แต่ไม่จำเป็นต้องชี้แนะว่าจะต้องให้กระทำเพราะทหารต้องมีหน้าที่ดูแลความมั่นคงและปกป้องสถาบันสถาบันกษัตริย์อยู่แล้ว
 
ส่วนนายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ กล่าวว่า ทหารควรทำหน้าที่ตามพระราชบัญญัติการรักษาความสงบเรียบร้อยภายในประเทศ กอ.รมน. ที่ตั้งกันไปเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา มีการตั้งทหารไปเป็นรองผู้ว่าทุกจังหวัด และมีผู้อำนวยการ กอ.รมน.ยับยั้งการกระทำที่ทำลายความมั่นคงแห่งชาติ ผมอยากให้ทหารได้ทำหน้าที่นี้ นอกจากจะใช้สื่อของทหารที่เอาไปผูกขาดตัดตอนหาผลประโยชน์ ทำประโยชน์ให้ชาติสักครั้งหนึ่ง อันนี้หมายถึงข้อเรียกร้องทหาร และก็ทหารเป็นหน่วยงานเดียวที่ซุ่มซ่อนรอคอยโอกาสจะเอาแต่รัฐประหารอย่าง เดียว เอาประโยชน์ เวลาชาติบ้านเมืองต้องการ ทหารกลับซื่อบื้อ เป็นส่วนใหญ่นะครับ
 
 
 
ที่มาของข่าวเรียบเรียงจาก
ไอเอ็นเอ็น [1] พิมพ์ไทย ไทยรัฐ [2] ผู้จัดการออนไลน์ [3] [4]

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์