ทางการสหรัฐฯเปลี่ยนชื่อ "หวัดหมู" หลังผู้เลี้ยงหมูกดดัน

ทางการสหรัฐอเมริกาได้เปลี่ยนชื่อไวรัส "ไข้หวัดหมู" หลังจากเกษตรกรผู้เลี้ยงหมูอเมริกันพยายามผลักดันอย่างหนัก เพราะพวกเขาต้องสูญเสียผลประโยชน์จำนวนมาก ทั้งที่ไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับไวรัสนี้เลย

เอเอฟพี - "หมู" เสียชื่อเสียงอีกแล้ว หลังจากถูกนำไปโยงกับไวรัสไข้หวัดใหญ่ตัวร้ายที่กำลังแพร่ระบาดไปทั่วโลก และล่าสุดทางการสหรัฐฯ ก็ได้เปลี่ยนชื่อไวรัสดังกล่าวแล้ว หลังจากเกษตรกรผู้เลี้ยงหมูอเมริกันพยายามผลักดันอย่างหนัก เพราะพวกเขาต้องสูญเสียผลประโยชน์จำนวนมาก ทั้งที่ไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับไวรัสนี้เลย

"คนกลัวไข้หวัดใหญ่หมู แล้วก็ส่งผลไปถึงยอดขายเนื้อหมูด้วย ทั้งๆ ที่จนถึงตอนนี้ยังไม่มีรายงานว่ามีการติดเชื้อจากเนื้อหมูเลย" ลินน์ ฮูต กรรมการของสมาคมผู้ผลิตเนื้อหมูแห่งรัฐแมรีแลนด์ บอก

ทั้งนี้มีประเทศ 15 ประเทศรวมทั้งไทย ตลอดจนตลาดใหญ่อย่างจีนและรัสเซีย ที่สั่งคุมเข้มหรือห้ามนำเข้าเนื้อหมูและหมูเป็นจากสหรัฐฯ แคนาดา และเม็กซิโกซึ่งเป็นศูนย์กลางของการแพร่ระบาดโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์เม็กซิโก และมีผู้เสียชีวิตด้วยโรคดังกล่าวแล้วกว่า 150 ราย

ส่วนที่อียิปต์ทางการได้สั่งให้ฆ่าหมูจำนวน 250,000 ตัวทั่วประเทศด้วยข้ออ้างว่าเพื่อป้องกันการระบาดของไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่นี้ หมูเหล่านี้ส่วนใหญ่เลี้ยงและรับประทานโดยชาวคริสต์นิกายคอปติกในอียิปต์

อย่างไรก็ตาม นักวิทยาศาสตร์และทางการของสหรัฐฯ ต่างระบุว่า การฆ่าหมู หรือการห้ามนำเข้าเนื้อหมูนั้นล้วนแต่เป็นมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคที่เกินเลยและไร้เหตุผล

ทอม วิลแซ็ค รัฐมนตรีกระทรวงการเกษตรของสหรัฐฯ กล่าวยืนยันว่า "ไม่มีหลักฐานใดๆ บ่งชี้ว่าหมูในสหรัฐฯ มีการติดเชื้อไวรัสดังกล่าว" และเขายังได้เรียกร้องให้ประเทศคู่ค้ากับสหรัฐฯ "ตัดสินใจโดยใช้หลักฐานทางวิทยาศาสตร์ ไม่ใช่ใช้อารมณ์ความรู้สึก"

เอพริล จอห์นสัน ผู้ช่วยศาสตราจารย์ด้านระบาดวิทยาและการสาธารณสุขแห่งมหาวิทยาลัยเพอร์ดิว ก็ระบุว่า "ไข้หวัดใหญ่หมู" เป็นการตั้งชื่อผิด

"การตั้งชื่อว่า 'ไข้หวัดใหญ่หมู' ก็เพราะหมูเป็นสัตว์ชนิดแรกที่ตรวจพบว่ามีการติดเชื้อไวรัสดังกล่าว แต่มันทำให้คนสับสนและคิดไปว่าหมูเป็นต้นตอของโรค ทั้งๆ ที่ จริงๆ แล้วเป็นคนต่างหากที่ติดเชื้อนี้" เธอบอกและเสนอให้ทั่วโลกเลิกใช้ชื่อ "ไข้หวัดใหญ่หมู" ด้วย

จอห์นสันระบุอีกว่า คณะกรรมการด้านเนื้อหมูแห่งชาติของสหรัฐฯ ตลอดจนมหาวิทยาลัยหลายแห่ง และองค์กรโลกเพื่ออนามัยของสัตว์ที่มีสำนักงานใหญ่อยู่ในปารีส ได้เสนอให้เปลี่ยนชื่อไข้หวัดใหญ่หมูเสียใหม่ว่า "ไข้หวัดใหญ่ชนิด A (เอช1เอ็น1) ในมนุษย์ที่พบในอเมริกาเหนือ" และอาจเรียกชื่อโดยย่อว่าไข้หวัดใหญ่อเมริกาเหนือ

จอห์นสันบอกว่า "เป็นทางเลือกใหม่ที่ดีเพราะเป็นการเรียกชื่อโดยอาศัยฐานทางภูมิศาสตร์ คล้ายกับการแพร่ระบาดของไข้หวัดใหญ่ในอดีต เช่น ไข้หวัดใหญ่สเปน" ซึ่งระบาดทั่วโลกเมื่อปี 1918 และมีผู้คนเสียชีวิตในราว 50 ล้านคน

ส่วนริชาร์ด เบสเซอร์ รักษาการณ์หัวหน้าศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคติดต่อ (ซีดีซี) ของสหรัฐฯ ได้กล่าวเมื่อวันพุธ (29) ว่ามีการตั้งชื่อไวรัสไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่นี้ว่า "ไข้หวัดใหญ่เอช1เอ็น1 2009"

ฮูตและสมาคมผู้ผลิตเนื้อหมูเห็นด้วยกับการเปลี่ยนชื่อใหม่ดังกล่าว แม้ว่าเธอจะเห็นว่าเป็นชื่อที่ดูเยิ่นเย้อไปบ้าง และยังสงสัยอยู่ว่าชื่อเก่าจะยังติดอยู่ในความทรงจำของคนทั่วไปหรือไม่

ทั้งนี้ คำว่า "หมู" ในภาษาอังกฤษนั้น ดูเหมือนจะบ่งชี้ความหมายในทางไม่ดีเรื่อยมา คนส่วนใหญ่มักเชื่อมโยงหมูกับการขาดสุขอนามัย ดังที่มีคำพูดว่า "สกปรกเหมือนหมู"

ฮูตกล่าวว่าคงต้องใช้เวลากว่าจะ "เปลี่ยนความคิดของผู้คนที่ว่าการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่เกี่ยวข้องกับหมู รวมทั้งความคิดที่ว่าหมูเป็นสัตว์ที่น่ารังเกียจมาก"

การเปลี่ยนความคิดเป็นเรื่องยากจริงๆ เพราะแม้แต่ในคำแถลงต่างๆ ของซีดีซี องค์การอนามัยโลก หรือแม้แต่กระทรวงสาธารณสุขของสหรัฐฯ เองก็ยังระบุชื่อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่นี้ว่าไข้หวัดใหญ่เอช1เอ็น1, หรือไข้หวัดใหญ่ที่มีต้นกำเนิดจากหมู, หรือไวรัส (เอส-โอไอวี) ของไข้หวัดใหญ่ชนิด A (เอช1เอ็น1) ที่มีต้นกำเนิดจากหมู, หรือบางทีก็ใช้แค่ว่า ไข้หวัดใหญ่หมู

ที่มา: ASTV ผู้จัดการรายวัน

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์