ข่าวมอนิเตอร์ประจำวันที่ 1 พฤษภาคม 2552

ครูประทีปร้องดีเอสไอระบุมีเสื้อแดงสูญหาย 10 คน/วุฒิสภา ขอใช้สิทธิ์ ม.161 เปิดอภิปรายทั่วไปไม่ลงมติ "นายกฯ"เข้าแจงแก้วิกฤตขัดแย้ง พรุ่งนี้/กกต. รับลูกดีเอสไอ สอบเงินบริจาค 258 ล้าน อ้างเชื่อมโยง พรบ.พรรคการเมือง พร้อมตั้งคณะอนุฯ สอบเพิ่มให้เสร็จภายใน 30 วัน/"ประวิตร" สั่งกองทัพจัดหาอาวุธยุทโธปกรณ์ รับมือสถานการณ์/เผย กกต. ถกกรณี "นพดล" ชี้ พิจารณาข้อกม.อย่างเดียวไม่ได้ ต้องดูเจตนาขณะทำผิดด้วย
 
ครูประทีปร้องดีเอสไอระบุมีเสื้อแดงสูญหาย 10 คน
เว็บไซต์ไทยรัฐ - วันนี้ (30 เม.ย.) ที่กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม นางประทีป อึ้งทรงธรรม ฮาตะ ตัวแทนมูลนิธิบ้านเลขที่ 111 ไทยรักไทย พร้อมด้วยญาติผู้สูญหายจากเหตุสลายการชุมนุมบริเวณแยกสามเหลี่ยมดินแดง วันที่ 13 เม.ย. นำเอกสารรายชื่อผู้สูญหาย จำนวน 10 คน เข้ายื่นต่อนางสุวณา สุวรรณจูฑะ อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิฯ เพื่อขอให้ช่วยเร่งรัดติดตามผู้สูญหาย จากนั้นได้เข้ายื่นหนังสือต่อ พ.ต.อ.ฌรัตช์ เศวตนันทน์ รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เพื่อให้ตรวจสอบเช่นเดียวกัน
นาง ประธีป กล่าวว่า ในช่วงการสลายการชุมนุมได้มีผู้สูญหายบางรายโทรศัพท์แจ้งให้ญาติทราบว่า ถูกควบคุมตัว แต่ถึงขณะนี้ไม่สามารถติดตามตัวพบ ไม่ทราบว่าผู้สูญหายเสียชีวิตแล้วหรือไม่ มาตรการสลายการชุมนุมของรัฐบาลรุนแรงเกินไป ไม่เป็นไปตามหลักสากล มีการเล็งและยิงปืนใส่ฝูงชน
ด้าน นางสุวณา อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิ์ฯ กล่าวว่า จะตรวจสอบรายชื่อบุคคลที่ถูกระบุเป็นผู้สูญหายว่า มีรายใดถูกควบคุมตัวอยู่ในเรือนจำหรือไม่ หากตรวจสอบไม่พบ จะประสานตรวจสอบกับกรมการปกครอง ว่ามีการเดินทางออกนอกประเทศ หรือมีรายการเปลี่ยนแปลงในฐานข้อมูลทะเบียนราษฎรหรือไม่ อาจใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 2 เดือน
วุฒิสภา ขอใช้สิทธิ์ ม.161 เปิดอภิปรายทั่วไปไม่ลงมติ "นายกฯ"เข้าแจงแก้วิกฤตขัดแย้ง พรุ่งนี้
เว็บไซต์แนวหน้า - นาย นิคม ไวยรัชพานิช รองประธานวุฒิสภา คนที่ 1 เปิดเผยว่า การประชุมวุฒิสภา วันที่ 1 พ.ค. ในช่วงเช้าจะมีการพิจารณาให้ความเห็นชอบผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็น กกต. 1ตำแหน่ง และให้ความเห็นชอบผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็นกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ 7 คน จากนั้นจะเป็นการคัดเลือกรายชื่อ ส.ว.และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิที่จะเข้าไปเป็นกรรมการสอบการสลายการชุมนุม และกรรมการศึกษาแก้ไขรัฐธรรมนูญของรัฐสภาโดยแต่ละคณะจะมีส.ว. 7คนและผู้ทรงคุณวุฒิ 2 คน
จาก นั้นในช่วงบ่าย ที่ประชุมจะพิจารณาญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อให้ครม.แถลงข้อเท็จจริง หรือชี้แจงปัญหาสำคัญเกี่ยวกับการบริหารราชการแผ่นดินโดยไม่มีการลงมติ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 161 ที่ ส.ว. 51 คนได้ยื่นญัตติในกรณีการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองในช่วงที่ผ่านมา ทั้งนี้ ได้รับการประสานจากนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีว่า พร้อมที่เข้าร่วมประชุมได้ก่อนเที่ยง ในเบื้องต้นเจ้าของญัตติและคณะประมาณ 5 คน จะได้สิทธิ์อภิปรายเวลา 2 ชั่วโมง และส.ว.ที่ร่วมลงชื่อในญัตติประสงค์จะอภิปรายด้วยจำนวน 37 คน นอกจากนี้ ยังมี ส.ว.ที่จะอภิปรายเพิ่มเติมด้วย หากมีผู้แสดงความจำนงจะอภิปรายกันมาก เวลาในการอภิปรายจะน้อยลง
กกต. รับลูกดีเอสไอ สอบเงินบริจาค 258 ล้าน อ้างเชื่อมโยง พรบ.พรรคการเมือง พร้อมตั้งคณะอนุฯ สอบเพิ่มให้เสร็จภายใน 30 วัน
เว็บไซต์แนวหน้า - ที่สำนักงานคณะกรรมการเลือกตั้ง(กกต.) นายสุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการ กกต. กล่าว ถึงกรณีที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ ส่งสำนวนเงินบริจาค 258 ล้านบาท และเงินกองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมืองของพรรคประชาธิปัตย์ ปี 2548 มาให้กกต.ตรวจสอบว่า ที่ประชุม กกต. มีมติตั้งคณะอนุกรรมการขึ้นมาตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีดังกล่าว ตามความเห็นของคณะทำงานจากสำนักกิจการพรรคการเมือง ซึ่งมีหน้าที่ตรวจสอบเอกสารที่ทางดีเอสไอส่งมา ทั้งนี้ กกต.ได้มอบหมายให้คณะอนุกรรมกรรมการสอบสวนใน 2 ประเด็น คือ 1. สำนวนเงินบริจาคจำนวน 258 ล้านบาท   และ 2.สำนวนการใช้เงินกองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมือง ที่พรรคประชาธิปัตย์ใช้ผิดวัตถุประสงค์ โดยมีพรรคเพื่อไทยเป็นผู้ร้อง ซึ่งให้เวลาคณะอนุกรรมการฯ ตรวจสอบข้อเท็จจริง พร้อมทั้งเชิญบุคคลที่เกี่ยวข้องมาชี้แจงให้เสร็จสิ้นภายใน 30 วัน
"เบื้อง ต้นคณะทำงานตรวจสอบเอกสารของดีเอสไอ ได้สรุปความเห็นเสนอที่ประชุม กกต. ว่า เรื่องนี้มีข้อเท็จจริงที่เชื่อมโยงกับ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง 2550 ซึ่งเข้าข่ายอำนาจของ กกต. ที่จะตรวจสอบข้อเท็จจริง "นายสุทธิพล กล่าว
ด้าน นายอภิชาต สุขัคคานนท์ ประธาน กกต. กล่าวว่า การที่ กกต. ตั้งคณะอนุกรรมการขึ้นมานั้น เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติม เพราะสำนวนที่ดีเอสไอส่งมอบให้ กกต.นั้น ยังไม่ได้มีการเชิญฝ่ายพรรคประชาธิปัตย์มาให้ข้อมูล อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าไม่ได้ยืดเยื้อในการตรวจสอบเรื่องดังกล่าวแต่อย่างใด
รายงาน ข่าวแจ้งว่า กรณีเงินบริจาคของพรรคประชาธิปัตย์ 258 ล้านบาทนั้น ก่อนการอภิปรายไม่ไว้วางใจที่ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ออกมาระบุว่า รัฐบาลอาจมีการโยกย้ายพ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ออกจากตำแหน่งอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เพราะกำลังดำเนินการตรวจสอบข้อมูลการกระทำผิดของพรรคประชาธิปัตย์ ทางกกต.ทั้ง 5 คนในขณะนั้นได้รับเอกสารจำนวน 1 หน้ากระดาษ ที่ส่งมาทางไปรษณีย์ โดยระบุชื่อสำนักงานของอดีตสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์คนหนึ่ง ซึ่งมีเนื้อหาเล่าถึงการกระทำความผิดของพรรคประชาธิปัตย์ในกรณีดังกล่าว รวมทั้งยังให้ข้อมูลเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจผิดกฎหมายของรัฐมนตรีช่วยร่วม รัฐบาลคนหนึ่ง
ทั้ง นี้เอกสารดังกล่าวไม่ได้ระบุว่า เป็นหนังสือร้องเรียน รวมทั้งไม่มีการลงชื่อ จึงทำให้กกต.ไม่ให้ความสนใจ โดยเฉพาะนายอภิชาต สุขัคคานนท์ ประธานกกต.และนายทะเบียนพรรคการเมือง ซึ่งมองว่า เป็นเพียงบัตรสนเท่ห์หรือใบปลิวที่ส่งมาให้กกต.ดูเท่านั้น ทั้งที่ตามกฎหมายกกต. ได้เปิดช่องให้นายอภิชาต ในฐานะนายทะเบียนพรรคการเมือง สามารถดำเนินการสอบสวนได้ หากความปรากฏ ซึ่งแม้จะไม่การระบุชื่อผู้ส่ง แต่ระบุชื่อสำนักงานที่ส่งเอกสารมา ซึ่งก็เป็นที่รู้กันว่า มาจากที่ใดและถ้าจะสืบสวนขยายผลก็สามารถทำได้
อย่าง ไรก็ตามเมื่อวันที่ 29 เม.ย.พล.ต.มนูญกฤต รูปขจร อดีตส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ได้ให้คนมายื่นหนังสือต่อกกต.ขอให้พิจารณาคุณสมบัติของนายชัย ชิดชอบ ประธานสภาฯ โดยระบุว่าเนื่องจากมีการยุบพรรคพลังประชาชน ทำให้นายชัยที่เป็นส.ส.สัดส่วนของพรรคพลังประชาชนในขณะนั้นขาดคุณสมบัติการ ดำรงตำแหน่งประธานสภา ดังนั้น การทำหน้าที่ประธานในการประชุมเพื่อเลือกนายกรัฐมนตรี และอื่นๆ นั้นเป็นการกระทำที่ไม่ชอบ
"ประวิตร" สั่งกองทัพจัดหาอาวุธยุทโธปกรณ์ รับมือสถานการณ์
เว็บไซต์แนวหน้า - พล. ต.จิตตสักก์ เจริญสมบัติ โฆษกกระทรวงกลาโหม เปิดเผยผลการประชุมสภากลาโหมว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้เน้นย้ำให้กองทัพเน้นมาตรการรักษาความปลอดภัยให้มากยิ่งขึ้น หลังจากที่มีการกล่าวหาว่า ทหารใช้ความรุนแรงมีการใช้อาวุธสงครามและใช้กระสุนจริง ในการสลายกลุ่มคนเสื้อแดง
อย่างไรก็ตาม ได้ให้กองทัพพิจารณาเตรียมข้อมูลข่าวสาร และพิจารณาจัดหาอาวุธยุทโธปกรณ์ เช่น โล่, กระบอง,หมวก โดย เฉพาะอย่างยิ่งกระสุนยางแทน กระสุนแบลงค์ หรือ กระสุนซ้อมยิงที่อาจใช้ไม่ได้ผลในอนาคต รวมทั้งให้นำเหตุการณ์ครั้งที่ผ่านมา มารวบรวมและจัดทำ เพื่อเป็นข้อมูลในการวิเคราะห์เตรียมการในการแก้ไขปัญหาและสร้างความสงบ เรียบร้อยต่อไป
เผย กกต. ถกกรณี "นพดล" ชี้ พิจารณาข้อกม.อย่างเดียวไม่ได้ ต้องดูเจตนาขณะทำผิดด้วย
เว็บไซต์แนวหน้า - รายงาน ข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) แจ้งว่า กกต.ได้มีมติตั้งอนุกรรมการให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีนายนพดล พลซื่อ อดีตส.ส. ร้อยเอ็ด เขต 3 และอดีตรองเลขาธิการพรรคเพื่อแผ่นดินที่ถูกศาลฎีกาเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง(ใบ แดง) ซึ่งอาจเข้าข่ายมาตรา 237 ของรัฐธรรมนูญ ที่พรรคเพื่อแผ่นดินอาจถูกยุบพรรค โดยให้ตรวจสอบให้เสร็จภายใน 30 วัน เนื่องจากเห็นว่ายังมีปัญหาข้อกฎหมายตามที่คณะทำงานด้านกิจการพรรคการเมือง เสนอมายังกกต. เพราะนายนพดลได้กระทำผิดในช่วงวันที่ 20 และ 28 ตุลาคม, 10 ธันวาคม , 12 ธันวาคม และ 13 ธันวาคม 2550 ขณะมี พ.ร.ก.เลือกตั้ง ส.ส.เป็นการทั่วไป ซึ่งการกระทำผิดของนายนพดลอยู่ในช่วงก่อนและหลังได้รับเลือกจากที่ประชุม ใหญ่ของพรรคให้เป็นรองเลขาธิการพรรคเมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2550 และก่อนที่นายทะเบียนพรรคการเมืองจะตอบรับเมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2550
ข่าว แจ้งว่า หลังจากคณะทำงานด้านกิจการพรรคการเมืองได้ศึกษาคำพิพากษาของศาลฎีกาที่เพิก ถอนสิทธินายนพดลแล้ว จึงเสนอข้อเท็จจริงต่อที่ประชุมกกต.ว่ายังมีปัญหาข้อกฎหมายที่จะต้องพิจารณา อยู่ 2 ประเด็นคือ 1.นายนพดลเป็นกรรมการบริหารพรรคโดยยึดวันที่ประชุมใหญ่ของพรรคหรือไม่ และ 2.นายนพดลเป็นกรรมการบริหารพรรคสมบูรณ์เมื่อวันที่นายทะเบียนพรรคการเมือง ตอบรับตามมาตรา 41 ของพ.ร.บ.พรรคการเมืองหรือไม่ และเห็นควรตั้งที่ปรึกษากฎหมายขึ้น ทำให้ที่ประชุม กกต.ต้องถกเถียงว่าการกระทำความผิดของนายนพดลนั้นจะดูเพียงข้อกฎหมายไม่ได้ แต่ต้องดูเจตนาของนายนพดลด้วยว่ามีเจตนากระทำผิดขณะเป็นกรรมการบริหารพรรค ใช่หรือไม่ ไม่ใช่ยึดแต่ข้อกฎหมายความเป็นกรรมการบริหารพรรคสมบูรณ์เมื่อนายทะเบียนให้ การตอบรับ ที่ประชุมจึงมีมติให้ตั้งอนุกรรมการเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายอีก ครั้งก่อนเสนอความเห็นมายังกกต. เพื่อพิจารณาว่าพรรคเพื่อแผ่นดินจะถูกยุบพรรคหรือไม่
"ป๋าเหนาะ" ร่วม เป็น คกก.สมานฉันท์- แก้ไข รธน. เอง
เว็บไซต์แนวหน้า - ผู้สื่อข่าวรายงานล่าสุดว่า สำหรับ รายชื่อคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีเหตุการณ์การชุมนุมทางการเมือง ในส่วนของพรรคประชาราชและพรรคราษฎรซึ่งได้ 1 ที่นั่ง ได้ แก่ นายสมชัย เจริญ ชัยฤทธิ์ ส.ส.นครสวรรค์ พรรคประชาราช เช่นเดียวกับ คณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ในสัดส่วนของพรรคประชาราช และพรรคราษฎร ซึ่งได้ 1 ที่นั่ง ได้ส่งเชื่อ นายเสนาะ เทียนทอง หัวหน้าพรรคประชาราช ร่วมเป็นกรรมการดังกล่าว
ไทยเตรียมถกไข้หวัดเม็กซิโกในเวทีอาเซียน 7-8 พค.ที่ไทยเป็นเจ้าภาพ
เว็บไซต์แนวหน้า - นาย อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงสถานการณ์ไข้หวัดใหญ่ว่า ขอประชาชนอย่าวิตก รัฐบาลจะหาทางป้องกันอย่างเต็มที่ โดยสัปดาห์หน้า จะนำเรื่องนี้เข้าหารือในการประชุมรัฐมนตรีสาธารณสุขอาเซียน ที่ไทยจะเป็นเจ้าภาพ ในวันที่ 7 - 8 พฤษภาคมนี้
ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาไม่รับวัฒนาอุทธรณ์คดีคลองด่าน
เว็บไซต์คมชัดลึก
- ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาไม่รับอุทธรณ์คดี "วัฒนา อัศวเหม" อดีต รมช.มหาดไทย ทุจริต จูงใจ จนท. ที่ดิน สมุทรปราการ ออกโฉนดคลองด่านทับที่สาธารณะ ส่งผลให้คดีถึงที่สุด รอตามตัววัฒนา ที่หลบหนีไปต่างประเทศ รับโทษจำคุก 10 ปี ภายในอายุความ 15 ปี ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา มีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ คดีที่นายวัฒนา อัศวเหม อดีต รมช.มหาดไทย เป็นจำเลย ซึ่งศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มีคำพิพากษาให้จำคุกนายวัฒนา เป็นเวลา 10 ปี ในความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 148 ที่ ใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบ ข่มขืนใจ หรือจูงใจให้เพื่อให้บุคคลใด มอบให้ซึ่งทรัพย์สิน ด้วยการบังคับซื้อที่ดิน ต.บางเหี้ย ( คลองด่าน) อ.บางเหี้ย ( บางบ่อ ) จ.สมุทรปราการ จากราษฎรหลายราย และข่มขืนใจหรือจูงใจด้วยการบังคับขู่เข็ญ หรือกระทำการโดยวิธีการอื่นใด ให้ข้าราชการสังกัดกรมที่ดินแลกรมการปกครอง ปฏิบัติหรือละเว้นปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือโดยทุจริต ในการออกโฉนดที่ดิน 5 แปลง
วธ.ตั้งศูนย์ปราบสื่อลามกให้สตช.-ไอซีทีคุมเว็บ
เว็บไซต์ไทยรัฐ - 30 เม.ย. นายธีระ สลักเพชร รมว.วัฒนธรรม (วธ.) กล่าวว่าจากการประชุมศูนย์ปฏิบัติการสื่อปลอดภัย และสร้างสรรค์แห่งชาติ ครั้งที่ 1/2552 โดย วธ.ได้เป็นเจ้าภาพในการดำเนินการจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการฯ ให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม โดยเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวงมหาดไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักเลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการสำนักงาน เลขาธิการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติสถาบันวิจัยแห่งชาติเพื่อการพัฒนา เด็กและครอบครัว ม.มหิดล และสภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทย
ทั้ง นี้ รมว.วธ. กล่าวเพิ่มว่า ที่ประชุมได้มีการพิจารณาถึงแนวทางการดำเนินงานเกี่ยวกับการพัฒนาสื่อ ปลอดภัยและสร้างสรรค์โดยผู้แทนจากสำนักเลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ ได้เสนอความคิดเห็นว่า การทำงานของศูนย์ปฏิบัติการฯควรให้ความสำคัญในการส่งเสริมการผลิตสื่อที่ดี เนื่องจากมาตรการปราบปรามสื่อที่ไม่เหมาะสมการออกกฎข้อบังคับผู้ผลิตสื่อ หรือผู้บริโภค มักจะถูกมองว่าเป็นการออกมาตรการบังคับโดยภาครัฐ ซึ่งอาจจะไม่ได้รับการสนับสนุน อีกทั้งยังถูกต่อต้านจากคนในสังคมอย่างรุนแรง
นาย ธีระ กล่าวต่อว่า ที่ประชุมจึงมีความเห็นตรงกันว่าในระบบการทำงานของศูนย์ปฏิบัติการฯ จะต้องเร่งแก้ไขปัญหาด้านสื่อในปัจจับุนอย่างเร่งด่วนโดยมอบหมายให้สำนักงาน ตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ประสานกับกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ทำหน้าที่ปฏิบัติงานด้านการป้องกันและปราบปรามในเรื่องการปิดกั้นเว็บไซต์ ที่ไม่เหมาะ สม ได้แก่ เว็บไซต์ลามกอนาจารขัดต่อศีลธรรมอันดีของสังคม เป็นต้น ในส่วนของกระทรวงมหาดไทย โดยผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศร่วมกับเจ้าหน้าที่ปกครองส่วนท้องถิ่น และวัฒนธรรมจังหวัดเร่งกวดขันดูแลเรื่องร้านเกมอินเตอร์เน็ตในแต่ละจังหวัด
ครม.สั่งจับตา คุมพืช-สัตว์พันธุ์'เอเลี่ยนสปีชี่ส์'
เว็บไซต์ไทยรัฐ - 30 เม.ย. นางฉวีวรรณ หุตะเจริญ คณะทำงานชนิดพันธุ์ต่างถิ่น หรือเอเลี่ยนสปีชี่ส์ สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(สผ.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.) เปิดเผยว่า ขณะนี้คณะรัฐมนตรี(ครม.) ได้อนุมัติให้ทุกหน่วยงานเฝ้าระวังเรื่องชนิดพันธุ์ต่างถิ่นที่สร้างปัญหา และรุกรานที่จะเข้ามาในราชอาณาจักรไทยแล้ว โดยมีคำสั่งให้แต่ละหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปทำมาตรการและแผนดำเนินการที่จะ ต้องจัดการกรณีที่จะรับเอเลี่ยนสปีชี่ส์นั้นๆ ทั้งที่เป็นพืชและสัตว์ หากมีการแพร่ระบาดออกไป ทั้งจะนัดหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมป่าไม้ กรมอุทยานแห่งชาติ กรมประมง กรมวิชาการเกษตร ฯลฯ มาประชุมกันในวันที่ 12 พ.ค.นี้
นาง ฉวีวรรณ กล่าวว่า เอเลี่ยนสปีชี่ส์ที่สร้างปัญหา ที่หลายฝ่ายกำลังเป็นห่วงในขณะนี้ เช่น ต้นไมยราบยักษ์ กระถินยักษ์ หญ้าคา สาบเสือ สาบหมา สัตว์ เช่น เต่าญี่ปุ่น ปลาดุกรัสเซีย มดน้ำผึ้ง กุ้งขาว ซึ่งอย่างหลังสุดนี้ ทางกรมประมงกำลังจับตาดูอย่างใกล้ชิด โดยเอเลี่ยนสปีชี่ส์ที่เข้ามาในประเทศไทยส่วนใหญ่ คนนำเข้าจะรู้เท่าไม่ถึงการณ์ หรือคิดไม่ถึงว่าจะส่งผลกระทบอย่างมาก เช่น ที่มีการซื้อขายสัตว์แปลกซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นเอเลี่ยนสปีชี่ส์ในตลาดนัดสวน จตุจักร ทั้งคนซื้อและคนขายไม่มีใครคิดว่าผลของการเลี้ยงและกระจายพันธุ์พืชและสัตว์ เหล่านั้นจะส่งผลกระทบกับระบบนิเวศน์ในประเทศไทยอย่างมาก เช่น ที่เคยเอาปลาดุกรัสเซียมาเลี้ยงจนทำให้ปลาดุกอุยเกือบสูญพันธุ์ไปจากประเทศ ไทย อย่างไรก็ตาม หลังจาก ครม.มีมตินี้ออกมา หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องมีมาตรการเข้มงวดหากมีการครอบครองเลี้ยงดูพืชและ สัตว์เหล่านั้นมากขึ้น รวมถึงการจัดอบรมเจ้าหน้าที่ และประชาชนที่ทำงานอยู่ตามชายแดน เพื่อเฝ้าระวังการเข้าออกของพืชและสัตว์เหล่านี้ด้วย
รากหญ้า เฮ! รัฐกลับใจ ปรับงบโครงการชุมชนพอเพียงปี 53 เพิ่มอีก 20%
เว็บไซต์แนวหน้า - นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารโครงการชุมชนพอเพียง กล่าวยอมรับว่า งบประมาณรายจ่ายปี 2553 ที่รัฐบาลได้ปรับลดวงเงินไป 2.5 แสนล้านบาทนั้น ในส่วนของโครงการชุมชนพอเพียง ในปีงบประมาณ 2553 ที่มีกระแสข่าวจะปรับลดงบประมาณลง แต่ขณะนี้คาดว่ารัฐบาลอาจจะปรับงบประมาณเพิ่มอีกอย่างน้อย 20% เพราะถือว่าเป็นโครงการใหม่ที่จะต้องมีการทบทวนและปรับเปลี่ยนรูปแบบใหม่แทนของเก่าที่ได้รับ 1-3 แสนบาทต่อชุมชน
"การ ทบทวนจะดูความแข็งแกร่งของชุมชน ไม่ใช่เฉพาะจำนวนประชากรเราจะฝึกและให้ประชาชนในชุมชนทำให้เป็น แต่ตอนนี้ยังตอบไม่ได้ แต่คาดว่าปี 53 จะเพิ่มงบให้ได้อย่างน้อย 20% หรือประมาณ 3-4 พันล้านบาทในรูปแบบใหม่ ตรงนี้ไม่ได้เป็นการเปลี่ยนใจสำหรับโครงการนี้ อย่างไรก็ตามการประชุมครม.ในวันที่ 6 พ.ค.นี้จะมีความชัดเจนขึ้น"
ส่วนงบประมาณในโครงการต้นกล้าอาชีพที่อาจจะปรับลดลงด้วยนั้น นายกอร์ปศักดิ์ กล่าวว่า ตนยังไม่เปิดเผย แต่คาดว่างบประมาณปี 2553 ในโครงการนี้อาจจะอยู่ที่ 7 พันล้านบาท
นายกอร์ปศักดิ์ ยังตอบข้อสังเกตที่ว่า เหตุใดจึงจะปรับลดบประมาณ 53 ในส่วนของรากหญ้าแทนที่จะปรับงบจากโครงการขนาดใหญ่หรือโครงการประจำว่า โครงการประจำมีน้อยมากในงบ 53 ซึ่งเป็นคนละตัวกับโครงการงบผูกพัน และทุกอย่างก็ต้องไปหาแหล่งเงินที่เป็นทุนที่มาเป็นงบประมาณ
นายกฯ ยันกู้เพิ่มเพื่อแก้ไขปัญหา
เว็บไซต์โพสต์ทูเดย์  - นายกรัฐมนตรี แจงสภายัน กู้เงินเพิ่ม เพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น ทำเท่าที่จำเป็น   นาย อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ตอบกระทู้ถามสดในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร เรื่องการเพิ่มเพดานการกู้ยืมเงินของรัฐบาล ที่นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทยเป็นผู้ตั้งกระทู้ ว่า การจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2552 ได้จัดทำตั้งแต่เดือนมิถุนายนปี 2551 ซึ่งโครงการส่วนใหญ่รวมทั้งโครงการของกระทรวงกลาโหม และกองทัพ เป็นโครงการของรัฐบาลชุดที่แล้ว ที่ต้องใช้งบประมาณส่วนนี้ และเมื่อรัฐบาลเข้ามาบริหารงาน การใช้จ่ายงบประมาณ จะพิจารณาจากโครงการที่สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาล และหากโครงการไหนไม่สอดคล้องกับสภาวการณ์อย่างชัดเจนก็จะให้ทบทวนใหม่หรือ ปรับลดตามสมควร
นายก รัฐมนตรี กล่าวว่า ส่วนการจัดเก็บรายได้นั้น เกิดจากการหดตัวของการส่งออกและนำเข้า ซึ่งเกิดขึ้นกับทั่วโลก และรัฐบาลก็ดูแลประชาชนที่ได้รับผลกระทบ ดังนั้น งบประมาณที่จัดสรรเพิ่มเติมในภาคการเกษตร เป็นการอนุมัติและขยายเพิ่มเติมจากรัฐบาลชุดที่แล้ว ส่วนเรื่องเช็คช่วยชาติ 2,000 บาท ก็ใช้เพื่อบรรเทาความเดือนร้อนของประชาชน เมื่อต้องรับมือกับภาวะเศรษฐกิจก็เป็นเรื่องธรรมดาที่รายจ่ายของรัฐบาลต้อง เพิ่มขึ้น ซึ่งเกิดขึ้นกับทั่วโลก
นาย อภิสิทธิ์ กล่าวว่า ความจำเป็นในการกู้ยืมเงินเพิ่มเติม จะทำเท่าที่จำเป็นเท่านั้นและไม่ประสงค์หลีกเลี่ยงกระบวนการของรัฐสภา ในวันที่ 6 พฤษภาคมนี้ จะสรุปตัวเลขการใช้เงินทั้งในส่วนของปีงบประมาณ 2552 ต่อเนื่อง ไปจนถึงงบประมาณอีก 2 ปีข้างหน้า ทั้งในส่วนที่เป็นโครงการที่มีการใช้จ่ายอยู่แล้ว ไปจนถึงโครงการที่จะมีการลงทุนอีก 2-3 ปี ข้างหน้าที่มีความจำเป็นต่อไทย เช่น โครงการพัฒนาแหล่งน้ำ เส้นทางคมนาคม ปรับปรุงสถานศึกษา การปรับปรุงสถานบริการด้านสาธารณสุข ไปจนถึงการเตรียมความพร้อมเศรษฐกิจไทยที่จะดำเนินการต่อไป
100วัน"โอบามา"เจอปัญหารุมเร้า
โลกวันนี้ - วอชิงตัน : ประธานาธิบดีบารัค โอบามา บริหารงานในฐานะผู้นำสหรัฐครบ 100 วันเมื่อวันพุธที่ผ่านมาตามเวลาท้องถิ่น ท่ามกลางสารพัดปัญหาที่รุมเร้าทั้งในและนอกประเทศ ขณะที่นางมิเชลล์ โอบามา ภริยา ก็ถูกจับตามองในวาระนี้ด้วยเช่นกัน
สื่อ มวลชนในสหรัฐต่างรายงานข่าวนี้กันอย่างคึกคัก สวนทางกับทำเนียบขาวที่ดูไม่ค่อยให้ความสำคัญกับวาระนี้นัก ขณะที่นายโอบามาจะใช้โอกาสดังกล่าวเดินทางเยือนเมืองเซนต์หลุยส์ ในรัฐมิสซูรี เพื่อร่วมประชุมแก้ปัญหาเศรษฐกิจ จากนั้นจะเดินทางกลับสู่กรุงวอชิงตันเพื่อแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน ซึ่งคาดว่าอาจพูดเรื่องการประเมินผลงานของตัวเองในรอบ 100 วันที่ผ่านมาด้วย
ด้าน นายโรเบิร์ต กิบบ์ โฆษกทำเนียบขาว ให้คะแนนนายโอบามาอยู่ที่บีบวก และคิดว่านายโอบามาและรัฐบาลชุดนี้น่าจะพอใจกับผลงานที่ทำมาในรอบ 100 วัน เพราะรัฐบาลเข้ามาในช่วงที่สหรัฐต้องเผชิญกับวิกฤตสินเชื่อ และความผันผวนทางการเงิน แต่ล่าสุดได้มีแผนฟื้นฟูและฟื้นการลงทุนออกมาแก้ปัญหาดังกล่าว
นอกจากแผนกอบกู้เศรษฐกิจมูลค่า 787,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐแล้ว นายโอบามายังทำในสิ่งที่สวนทางกับนายจอร์จ ดับเบิลยู. บุช ประธานาธิบดีคนก่อน ด้วยการวางตัวอย่างถ่อมตนมากขึ้นในเวทีประชาคมโลก พยายามเข้าถึงกลุ่มมุสลิม และหวังยุติข้อขัดแย้งกับอดีตคู่อริอย่างคิวบาและอิหร่าน ทั้งยังปรับเปลี่ยนนโยบายที่มีต่อจีน เม็กซิโก และคิวบา รวมถึงขอโทษกลุ่มยุโรปที่สหรัฐมีท่าทีแข็งกร้าวในช่วงที่ผ่านมา
นาย โอบามายังมีแผนปิดศูนย์กักกันผู้ต้องสงสัยก่อการร้ายในอ่าวกวันตานาโม ไม่ให้มีการทรมานนักโทษ และสั่งให้ถอนทหารออกจากอิรัก พร้อมทั้งมุ่งเน้นไปที่การกวาดล้างกลุ่มก่อการร้ายในอัฟกานิสถาน และปากีสถาน ทั้งยังให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาการเปลี่ยนแปลงของอากาศ และเรียกร้องให้โลกปลอดอาวุธนิวเคลียร์ ซึ่งถือเป็นการวางนโยบายที่ท้าทายที่สุดนับจากทศวรรษ 1960
ด้านผลสำรวจความเห็นของซีเอ็นเอ็น/โอพิเนี่ยน รีเสิร์ช คอร์ป พบว่าคนอเมริกัน 63% ให้การรับรองการบริหารงานของนายโอบามา 75% บอกว่านายโอบามามีคุณสมบัติที่จำเป็นเพียงพอต่อการเป็นประธานาธิบดี และ 57% เห็นด้วยกับนายโอบามาในเรื่องต่างๆ
ในขณะที่นางมิเชลล์ที่ปฏิบัติหน้าที่สุภาพสตรีหมายเลข 1 มาได้ครบ 100 วันเช่นกัน ดูเหมือนจะประสบพบเจอแต่เรื่องที่น่าสนุกเสียเป็นส่วนใหญ่ ทั้งการได้รับเชิญให้โพสท่าเป็นนางแบบขึ้นปกนิตยสารชื่อดัง และอื่นๆ
ช่วง 100 วันที่ผ่านมา นางมิเชลล์ได้ทำหน้าที่ตามอย่างที่อดีตสุภาพสตรีหมายเลข 1 คนก่อนๆทำกันคือ การปรากฏตัวร่วมกับประธานาธิบดีสหรัฐในงานสำคัญหรือขึ้นพูดในที่สาธารณะ สำหรับบางประเด็นที่น่าสนใจ แต่มีบางครั้งที่นางมิเชลล์ตัดสินใจแหวกกรอบของสุภาพสตรีหมายเลข 1 ด้วยการโอบกอดกับสมเด็จพระราชินีเอลิซาเบธที่ 2 แห่งอังกฤษ ด้วยความสนิทสนม หรือการลงมือลงแรงปลูกผักในสวนที่ทำเนียบขาว เพื่อสนับสนุนการบริโภคอาหารปลอดสารพิษ นางมิเชลล์ยังมักสวมเสื้อแขนกุดออกงานเป็นประจำ และเป็นชุดที่หาซื้อได้ตามร้านทั่วไป ต่างจากสุภาพสตรีหมายเลข 1 คนก่อนๆที่นิยมสวมชุดสูทหรูหราราคาแพงเป็นหลัก
การที่สื่อมวลชนต่างจับตาความเป็นไปของนางมิเชลล์ทุกฝีก้าว ทำให้เกิดความรู้สึกว่านางโอบามาเป็นสุภาพสตรีหมายเลข 1 ที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ และมีความเป็นมิตร อาจเรียกได้ว่าเป็นกลยุทธ์การประชาสัมพันธ์ตัวเองให้เข้าถึงใจของประชาชน
นาง ดีดี ไมเยอร์ส โฆษกทำเนียบขาวสมัยประธานาธิบดีบิล คลินตัน มองว่านางมิเชลล์สอบผ่านในเรื่องบุคลิกท่าทาง และการสร้างความประทับใจแก่ประชาชน ผลสำรวจของแกลลัพ โพล เมื่อเร็วๆนี้ยังพบว่านางโอบามามีคะแนนนิยมมากกว่าสามีเสียอีก โดยอยู่ที่ 72 : 69%
 

แสดงความคิดเห็น

ข่าวรอบวัน

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์