ภาษาของอำนาจ กับความหมายหลายระดับในกรณีลอบสังหารสนธิ

วาด รวี


เผยแพร่ครั้งแรกใน onopen.com, 4 พ.ค. 52


 


 


ภาษาของอำนาจไม่จำเป็นต้องผ่านคำพูด ในวัฒนธรรมของอำนาจและการใช้ความรุนแรงระดับบุคคล "การกระทำ" คือการพูดที่ชัดเจนโดยมิต้องกล่าวขยายความ และในบทสนทนาต่อรองทางการเมือง การพูดผ่าน "ปฏิบัติการ" ก็เป็นการสื่อสาร ทั้งในกรณีที่ไม่สามารถยกหูพูดกันตรง ๆ และในกรณีที่ไม่มีอะไรต้องพูดกันอีกต่อไป


 


มีฉากหนึ่งในนิยายเรื่องสนิมสร้อยของ "รงค์ วงษ์สวรรค์ ซึ่งผมพอจะเล่าจากความทรงจำได้โดยเข้าใจว่าจะผิดเพี้ยนในรายละเอียด ในบ้านซึ่งถูกจัดไว้เป็นสถานบริการทางเพศแห่งหนึ่ง ระหว่างที่ตัวเอกกำลังเพลิดเพลินกับการดื่มอยู่ เสียงเอะอะก็ดังขึ้นจากโต๊ะของนักเลงต่างถิ่น เมื่อหนุ่มคุมซ่องเข้าไปพยายามไกล่เกลี่ย หนึ่งในชายกลุ่มนั้นก็เปิดชายเสื้อให้ดูด้ามปืนที่เหน็บไว้กับสะเอว ระหว่างที่แมงดาหนุ่มกำลังถูกคุกคามและตกอยู่ในสถานการณ์ลำบาก ตัวเอกก็เข้ามาสอดแทรก แน่นอนว่าตัวเอกมีเพียงคนเดียวและปราศจากอาวุธ ขณะที่ฝ่ายตรงข้ามมีหลายคนพร้อมอาวุธ วิธีคลี่คลายสถานการณ์ของตัวเอกก็คือ บอกให้หนุ่มคุมซ่องซึ่งสนิทกันผู้นั้นไปหยิบเหล้ามาสองขวด ตัวเอกนั่งลงต่อหน้าคู่กรณี เมื่อเหล้าสองขวดวางลงตรงหน้าแล้วเขาจึงยกขวดหนึ่งขึ้นกระดกดื่มอย่างต่อเนื่อง จนหมดเหล้าหยาดสุดท้าย เขาวางขวดเปล่าลงตรงหน้า และส่งเหล้าอีกขวดให้กับคู่กรณีพร้อมสายตาท้าทาย กลุ่มชายฝ่ายตรงข้ามต่างพากันนิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง ตัวหัวโจกลังเลที่จะหยิบขวดเหล้าตรงหน้า สุดท้ายชายกลุ่มนั้นก็พากันถอยออกไปจากบ้านหลังนั้น (หลังจากชายกลุ่มนั้นจากไปแล้ว ตัวเอกก็เฉลยกับหนุ่มคุมซ่องว่า ด้วยอารามรีบร้อนพ่อหนุ่มคงจะหยิบขวดผิด เพราะสิ่งที่เขาดื่มไปจนหมดเมื่อครู่นั้นเป็นน้ำชาหาใช่เหล้า -โชคดีจริง! ถ้าเป็นเหล้าจริงกูอาจตายไปแล้ว HA HA!)


 


ผมอ่านนิยายเรื่องนี้มานานหลายปีแล้ว แต่ก็ยังจดจำเค้าโครงของเรื่องราวในฉากนี้ได้ เชื่อว่าคนอ่านหลายคน รวมถึงตัวผมเองก็อดที่จะสงสัยไม่ได้ว่า หากเกิดเรื่องทำนองนี้ขึ้นในชีวิตจริงแล้วมีใครอุตริไปทำอย่างตัวเอก ผลลัพธ์จะเป็นเช่นเดียวกับในนิยายนี้จริง ๆ หรือ


 


ในสมัยปัจจุบันนี้ คงเป็นการยากที่จะเชื่อว่าเรื่องจะลงเอยเหมือนในนิยาย แต่ในสมัยหนึ่งของอดีต ก็คงเป็นการไม่ยากนักที่จะเชื่อว่าเรื่องนี้เคยเป็นเรื่องจริงมาก่อน


 


ฉากจบของการ "ดวล" กันในลักษณะนี้จะเหมือนเดิมหรือไม่ในปัจจุบันอาจเป็นเรื่องที่เราต้องทิ้งไว้ก่อน แต่สิ่งหนึ่งซึ่งสะท้อนจากนิยายฉากนี้ก็คือความรุนแรงสามารถเปลี่ยนระดับได้ระหว่างการต่อรองด้วยชั้นเชิงทางอำนาจ (เหล้า/ปืน) และในการสนทนาผ่านอำนาจและการใช้ความรุนแรง ไม่ว่าจะอดีตหรือปัจจุบัน ย่อมจะมีสิ่งที่เป็นเสมือนไวยากรณ์อยู่เสมอ (และไวยากรณ์นี้ย่อมจะเป็นที่เข้าใจกันสำหรับผู้อยู่ในบทสนทนา)


 


การสื่อความง่าย ๆ อย่างการหยิบปืนลูกซองขึ้นมาขัดของตาเฒ่าเมื่อมีหนุ่มต่างบ้านเข้ามาก้อร่อก้อติกกับลูกสาวถึงชานเรือนกลายเป็นเรื่องเล่าคลาสสิกที่ทุกคนเข้าใจความหมายกันเป็นอย่างดี เช่นเดียวกับการแสดงออกทางการเมืองในสถานการณ์ที่รัฐบาลประกาศว่า "ฉุกเฉินร้ายแรง" โดย นายกรัฐมนตรี, รองนายกรัฐมนตรี ผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (หรือตัวแทน) และ ผบ.เหล่าทัพ (ครบทุกทัพ) มาออกทีวีให้เห็นหน้าค่าตาโดยพร้อมเพรียงเพื่อให้รู้กันว่าอยู่ครบทุกท่าน ก็สื่อความหมายที่ทุกคน (รวมถึงฝ่ายตรงข้าม) เข้าใจได้เป็นอย่างดี


 


ในระหว่างการชุมนุมของคนเสื้อแดงที่ผ่านมาได้เกิดขบวนการแฉผ่านวิดีโอลิงก์ขึ้น แม้ว่าผู้ที่ถูกพาดพิงในขบวนการแฉนี้จะออกมาปฏิเสธ หากแต่ก็เป็นการปฏิเสธเพียงครึ่งเดียว (เพราะมีคลิปเป็นหลักฐานมัดอยู่) ดังนั้น ไม่ว่าจะเป็นการสนทนาเรื่อง "ใครจะเป็นนายกหลังรัฐประหาร" หรือ "จะทำให้ทักษิณหายไปได้ยังไง" จะพิสูจน์ว่าใครทำอะไรจริงหรือไม่อย่างไรไม่ได้ แต่ก็สามารถยืนยันได้ว่า "การสนทนาในที่ลับ" นี้ ไม่ได้เป็นเพียงจินตนาการของนักหนังสือพิมพ์หรือนักวิเคราะห์การเมือง หากแต่เป็นสิ่งที่มีอยู่จริงอย่างแน่นอน (ส่วนในการสนทนานั้นจะไม่ได้พูดอย่างนั้นหรือเป็นเพียงการพูดเล่นหรือไม่ก็ไม่สำคัญอีกต่อไปในข้อนี้)


 


การชุมนุมประท้วง, การเข้ายึดปิดสถานที่สำคัญ, การยื่นข้อเสนอต่อกัน หรือการแสดงความเห็นผ่านสื่อ ทั้งหมดนั้นเปรียบได้กับ "ไดอะล็อกของการต่อสู้ทางอำนาจและการใช้ความรุนแรง" ที่ปรากฏให้คนอื่นเห็น ซึ่งแน่นอนว่ายังมีการสนทนาในอีกพื้นที่อันเป็นส่วนหนึ่งของไดอะล็อกเดียวกันนี้ ซึ่งไม่ปรากฏให้ใครเห็น หรือถึงแม้ปรากฏก็มีเพียงผู้ที่อยู่ในบทสนทนาเท่านั้นที่จะเข้าใจได้


 


ดังนั้น การเข้าใจความหมายของข้อความแต่ละวรรคที่ถูกพูดผ่านปฏิบัติการทางการเมืองต่าง ๆ มากมาย ทั้งบนดินและใต้ดิน ย่อมไม่สามารถพิจารณาความหมายเฉพาะปฏิบัติการนั้น ๆ   หากแต่จำเป็นจะต้องเข้าใจไดอะล็อกทั้งหมดของการสนทนาซึ่งต่อเนื่องกันมา ทั้งในส่วนของบทสนทนาที่ปรากฏ และบทสนทนาที่ไม่ปรากฏ (แต่อาจจะถูกแฉ)


 


กรณีการลอบสังหารนายสนธิ ลิ้มทองกุลในระหว่างการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินของรัฐบาลที่ผ่านมานั้น  หากพยายามเข้าใจกรณีนี้ด้วยการมองแต่เพียงปมเหตุหรือแรงจูงใจในการสังหาร  ก็เท่ากับมองเหตุการณ์นี้เป็นเพียงกรณีอาชญากรรมเหมือนดังวินิจฉัย (หรือการพยายามชักจูง) ของท่าน ผบ.ทบ.  แต่สิ่งที่ปฏิเสธไม่ได้คือกรณีนี้เป็นส่วนหนึ่งของ "ไดอะล็อก" ในเรื่องอำนาจและการใช้ความรุนแรงที่ผ่านมาตลอดตั้งแต่รัฐประหาร 2549  ปมเหตุหรือแรงจูงใจในการสังหารอาจไม่สำคัญเท่ากับ "คำพูด" ที่ถูกพูดโดย "ปฏิบัติการ" นี้ เพราะไม่ว่าการสังหารจะสำเร็จหรือไม่  ตัว "ปฏิบัติการ" ยังคงส่งความหมายไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ทั้งความหมายที่เป็นการเฉพาะต่อใครคนใดคนหนึ่ง และความหมายที่อาจจะถูกตีความโดยสาธารณะ


 


ระดับแรก ความหมายสำหรับผู้ที่อยู่ในบทสนทนา ส่วนหนึ่งย่อมมีแต่ผู้ที่ร่วมสนทนาเท่านั้นที่จะเข้าใจ แต่อีกส่วนหนึ่งคนนอกวงสนทนาก็อาจจะสามารถตีความได้ ประการแรก ความหมายของการลอบสังหารครั้งนี้สื่อความชัดเจนกับ "ผู้นำของฝ่ายการเมืองบนท้องถนน" ทุกฝ่าย ไม่เลือกว่าเหลืองหรือแดง (หรือแม้แต่น้ำเงิน) ว่าชีวิตของพวกท่านนั้น ไม่มีหลักประกันในเรื่องความปลอดภัย  ประการต่อมา หากการกระดกดื่มเหล้าหมดทีเดียวทั้งขวดนั้น เป็นการแสดงความ "แข็ง" กว่า หรืออวด "เบอร์กระดูก" ว่าใหญ่กว่า การระดมอาวุธสงครามนานาชนิดอย่างไม่เหนียมอายของการลอบสังหารครั้งนี้ ก็อาจจะเป็นการแสดงความแข็ง หรือเบอร์กระดูกได้เช่นกัน หรืออาจจะมีความหมายอื่นใดซึ่งแตกต่างโดยสิ้นเชิงจากการตีความที่ยกขึ้นเป็นตัวอย่าง ก็ขึ้นอยู่กับการเปิดโอกาสของไวยากรณ์ที่ผ่านมา


 


ระดับที่สอง ความหมายสำหรับผู้ที่อยู่นอกบทสนทนา หรืออันที่จริง คือความหมายสำหรับคนไทยทั่วไปทุกคน โดยเฉพาะคนที่ต้องการความสงบสุข  ตามที่มีผู้วิเคราะห์วิจารณ์ไว้แล้วจำนวนไม่น้อย ซึ่งผมเองก็เห็นเป็นความจริงว่า การลอบสังหารครั้งนี้คือการยกระดับความเข้มข้นของการละเมิดกติกาในการอยู่ร่วมกัน หากเกมที่ผ่านมาคือเกม "เธอทำได้ ฉันก็ทำได้" ซึ่งเริ่มตั้งแต่การ "ล้ำเส้น" ของคนเสื้อเหลือง โดยเฉพาะการเข้ายึดปิดสนามบินสุวรรณภูมิ (แม้ว่าก่อนหน้านั้นคนเสื้อเหลืองจะชุมนุมประท้วงมาอย่างต่อเนื่องและเข้ายึดปิดสถานที่สำคัญอย่างทำเนียบรัฐบาล แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าพื้นที่ดังกล่าวยังคงอยู่ในกรอบของการปะทะกันระหว่างฝ่ายต่อต้านรัฐบาลกับฝ่ายรัฐบาล แต่เมื่อเข้ายึดปิดสนามบินสุวรรณภูมิ การล้ำเส้นจึงเกิดขึ้นชัดเจน และการล้ำเส้นที่ว่าก็คือ กรอบของความขัดแย้งที่จำกัดฝักฝ่ายนั้น ได้ถูกพังลงไปแล้วตั้งแต่คราวนั้น)


 


ดังนั้น แม้ว่าระหว่างดูทีวีเราจะหงุดหงิดกับการตอบคำถามแบบพาซื่อของคนเสื้อแดงในท่วงทำนองเลียนแบบคำตอบของคนเสื้อเหลือง  เพื่อที่จะแสดงเกม "เธอทำได้ ฉันก็ทำได้" ออกมา แต่เราก็ทำอะไรไม่ได้เพราะเส้น (ในข้อนี้) ได้ขาดไปแล้ว และผู้ที่พังกติกา ก็คือผู้ที่คุมกติกาเอง เป็นเรื่องที่ยากเย็นอย่างยิ่งในการกอบกู้กติกาที่ตนเองได้พังลงไปกับมือ ในเมื่อผู้ที่ละเมิดนั้นไม่ถือว่ากติกาข้อนี้ยังมีอยู่ (และฉันก็ไม่ได้เป็นคนพังด้วย)


 


การพร่ำพูดว่าขอให้เห็นแก่ส่วนรวม หรือเห็นแก่ประเทศนั้น จึงกลายเป็นคำพร่ำพูดของคนที่หลับตาข้างหนึ่งให้กับการละเมิดกฎ และในเมื่ออีกฝ่ายพร้อมที่จะแตกหัก ก็ไม่มีกฎใด ๆ หรือแม้แต่หลักศีลธรรมเกี่ยวกับความชอบธรรมจะมากดเอาไว้ได้  เพราะในเมื่อคนไม่ตระหนักถึงความศักดิ์สิทธิ์ของกฎ กฎก็ไร้ความหมาย ทำนองเดียวกันเมื่อคนไม่เคารพในผู้ปกครอง หรือกระทั่งไม่ต้องการให้ปกครองแล้ว รัฐจะดื้อดึงปกครองได้อย่างไร


 


อย่างไรก็ตาม แม้ว่าการสนทนาที่ผ่านมาทั้งหมดจะเห็นว่าไดอะล็อกนี้มีการใช้อำนาจและความรุนแรงในลักษณะต่าง ๆ แต่ก็ยังไม่ปรากฏ "การลอบสังหารด้วยอาวุธสงคราม" ขึ้นเป็นไวยากรณ์อย่างชัดเจน จนกระทั่งเกิดกรณีการลอบสังหารสนธิ ลิ้มทองกุล


 


โดยไม่ต้องเข้าถึงไดอะล็อกทั้งหมดก็สามารถมองเห็นได้ว่า การลอบสังหารด้วยอาวุธสงครามในครั้งนี้ส่งสารที่ชัดเจนอย่างน้อยสองประการ หนึ่ง ไดอะล็อกในที่ลับนั้นบัดนี้ถูกพูดผ่าน "ปฏิบัติการ" (ที่ไม่ปรารถนาจะพูดกันอีกต่อไป) แล้ว สอง ปฏิบัติการนั้น คือการละเมิดกฎข้อต่อมา หรือการล้ำเส้นครั้งที่สองนั่นเอง


 


หากสังคมไม่สามารถควบคุมการล้ำเส้นครั้งที่สองนี้ได้ ไวยากรณ์ "เธอฆ่าได้ ฉันก็ฆ่าได้" ย่อมจะเริ่มต้นขึ้นไปพร้อมกับยกระดับความรุนแรง ในเมื่อวันนี้มีข่าวลอบสังหารสนธิ จะแปลกอะไรถ้าพรุ่งนี้มีข่าวลอบสังหารทักษิณ และจะแปลกอะไรถ้าจะมีข่าวลอบสังหารนายก หรือคนต่อไป และต่อไป  เมื่อชนวนของการฆ่ากันถูกจุดขึ้น  ฝักฝ่ายจะไม่ได้มีเพียงสอง แต่อาจจะมีสาม สี่ ห้า หรือต่อ ๆ ไป ไม่ว่าจะเสื้อเหลือง เสื้อแดง เสื้อน้ำเงิน เสื้อดำ เสื้อเขียว1 เสื้อเขียว2 เสื้อกากี1 เสื้อกากี2 ฯลฯ  สถานการณ์อันโกลาหล (ยิ่งกว่าที่เป็นอยู่) จะเกิดขึ้น ใครก็อาจฆ่าใครได้ เพราะทุกฝ่ายมีความเป็นไปได้ที่จะหันมาเป็นศัตรูกันอยู่ตลอดเวลา ส่วนปฏิบัติการที่เกิดขึ้นจะเข้มมากเข้มน้อยแค่ไหน ก็ขึ้นอยู่กับ "เบอร์กระดูก" ของแต่ละคน เมื่อเวลานั้นมาถึง เฉกเช่นเดียวกับห้างสรรพสินค้าที่ถูกยึดเป็นสนามรบของเด็กช่างกลต่างโรงเรียน ไดอะล็อกของความรุนแรงซึ่งครอบคลุมทั้งประเทศก็จะไม่เปิดโอกาสให้การเป็นคนนอกบทสนทนาดำรงอยู่อีกต่อไป


 


คนที่ไม่อยากร่วม ก็จำเป็นต้องอยู่ร่วม โดยอาจจะทำได้เพียงหลับตาข้างที่เหลืออยู่

คอหนัง

หนังเรื่อง "ประเทศไทย" เรื่องนี้ ผู้กำกับนำเอามาสร้างแล้วก็สร้างอีก เพียงแต่เปลี่ยน Details ของเรื่องเสียใหม่ แต่เนื้อหาสำคัญก็เรื่องเดียวกัน ดังนั้นหนังเรื่อง "ประเทศไทย" เรื่องนี้ไม่มีวันเจริญก้าวหน้าสู่สากลได้ เพราะถูกผู้กำกับกำหนดให้เจริญไว้แค่นี้

สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล

ผู้เขียน "ดัดจริต" พูดถึง การ "ทำตามกติกา" แต่กลับบอกว่า การยึดทำเนียบ ยังโอเค เพราะถือว่า เป็นส่วนหนึ่งของความขัดแย้ง
"แม้ว่าก่อนหน้านั้นคนเสื้อเหลืองจะชุมนุมประท้วงมาอย่างต่อเนื่องและเข้ายึดปิดสถานที่สำคัญอย่างทำเนียบรัฐบาล แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าพื้นที่ดังกล่าวยังคงอยู่ในกรอบของการปะทะกันระหว่างฝ่ายต่อต้านรัฐบาลกับฝ่ายรัฐบาล"
ถึงกับ "ปฏิเสธไม่ได้" เลยหรือครับ? แล้วตกลง "กติกา" นี่คืออะไรกันครับ?
ใช้ตรรกะ และเหตุผลหน่อยครับ ถ้าไม่ใช่ บทความก็ห่วยแตกอย่างปฏิเสธไม่ได้ครับ
(ถ้าผมขัดแย้งทางความคิด การเมืองกับคุณ แล้วผมบุกเข้ายึดบ้าน และทรัพย์คุณ ก็พอไหวใช่ไหมครับ เป็น "ปฏิเสธไม่ได้ว่าพื้นที่(บ้านคุณ)ดังกล่าวยังอยู่ในกรอบของการปะทะกันระหว่างคุณกับผม" (คุณนั่งพิมพ์คอมฯอยู่ที่บ้านเป็นต้น)

เบื่อ พวกดัดจริตจริงๆครับ
ที่ openonline นี่เยอะมาก

ไพร่

ภาพยนต์เรื่องฆ่าไม่ตายเพราะมีบารมีสูง พูดไม่รู้เรื่องสมมุติอย่างนี้อย่างโน้น สุดท้ายก็คือความกลัวปากกล้าขาสั่นเหมือนคนอื่นไม่กล้าพูดชัดเจน กลัวอำนาจมืดเหมือนกันคุยใหญ่โตเป็นคนรักชาติปกป้องสถาบันสุดท้ายก็ต้องใบ้รัปทาน ต้องหนีเหมือนกันเวรกรรมติดจรวดนะจะบอกให้ทำกรรมอะไรไว้ตามสนองจำไว้นะพวกพัธมิตร กองทัพ ประชาธิปัตย์

วัยทอง

ถ้าเข้าใจไม่ผิด
การยึดทำเนียบเป็นการกระทำที่ฝ่ายตรงข้ามยังจำกัดวงอยู่ที่รัฐบาล
แต่การยึดสนามบินเป็นการก่อความเดือดร้อนกับประชาชนทั่วไปที่ไม่ใช่รัฐบาลด้วย
ถึงแม้จะขอบคุณความเห็นที่สองที่ทำให้ต้องย้อนกลับไปพินิจและอ่านเอาใหม่
แต่ปริมณฑลของความเห็นต่าง และการกวาดเป็นฝ่ายตรงข้ามก็ซ้อนทับแคบเข้ามาเรื่อยๆ
ทำให้คิดว่า
ความล่มสลายของอาณาจักรทั้งหลายบนดินแดนแห่งนี้มีมาไม่น้อยครั้งแล้ว
จะมีอีกครั้งก็ไม่แปลกหรอก
กว่าคนในอนาคตจะถามหาต้นทุนที่ถูกทำลายไป
คนวันนี้ก็คงไม่อยู่รอเพื่อรับผิดชอบหรอก

Maple Leaf

ผู้เขียนพูดถึงการพยายามฆ่านายสนธิครั้งนี้ดูเหมือนเกิดจากโจทย์ที่อยู่ฝั่งตรงข้าม มันอาจจะไม่ใช่สมการที่ถูกต้องทีเดียวก็ได้ งานนี้น่าจะเป็นยืมมือศัตรูฆ่ามากกว่า กาลเวลาผ่านไปน่าจะเฉลยอะไรๆ ออกมาได้ คิดว่ายากที่จะสาวไปถึงตอ

แพ

ขออย่าให้เกิดพฤติกรรมเลียนแบบในการฆ่าฟันและใช้อาวุธสงครามถล่มกันอีกเลย ไม่อยากเห็นสงครามกลางเมืองและชีวิตของผู้ที่ไม่รู้อิโหน่ฯ
ไอ้ประเภทมึงทำได้กูก็ทำได้นี่น่ากลัวมาก ต้องรีบให้ความยุติธรรมเกิดขึ้นในสังคมโดยเร็วเพื่อขจัดการ ลอก การกระทำอย่างนี้

ประชา

แป๊ะลิ้มมองแค่ 2 มิติ แต่เราว่ามิติที่ 3 ใบสั่งตายออกมาเก็บตัวป่วนเมือง เหยื่อรายแรกคือแป๊ะลิ้ม เป้าหมายหลักคือตัดกำลังและให้เหลืองแดงระแวงกันเอง เข้าหลัก Divided and Conquer ส่วนพวกหัวอ่อนสั่งได้ให้คุมการเมืองต่อไป สังเกตกันไหมว่าเขานิ่งและเงียบ แต่แฝงความอำมะหิต มันเป็นเช่นนี้มาทุกยุคไม่ใช่หรือ ??

ส่วนเหยื่อที่กำลังจะหนีตายอย่างแป๊ะลิ้ม อยู่ในอาการน้ำท่วมปาก สัญญาณชัดแล้ว มันถึงชี้เป้าไปที่คนใกล้ชิด ณ เวลานี้ถ้าเห็นว่าสีเหลืองจะเริ่มรวมตัวกันใหม่เป็นภัยขึ้นมาอีก ชีวิตน้อยๆ ของตาแป๊ะอาจไม่รอดถึงกะไดเครื่องบินก็เป็นได้

ประชาชนไท

เรื่องสนธิถูกยิงวิเคราะห์ได้กว้าง
เช่น
1.ต้องการให้ตายจริงๆแต่พลาด
เหตุผล เพราะผู้มีอำนาจเห็นว่าบุคคลผู้นี้น่าสพรึงกลัวยิ่งกว่าเสื้อแดง
เสื้อแดงแค่ละอ่อน เสื้อเหลืองเป็นขิงแก่เป็นหอกข้างแคร่
จัดการส่วนหัวซะฐานปากสว่าง รู้มากเห็นมากเกินเหตุ ส่วนอื่นๆจะฝ่อไปเอง
แต่ทีมงานดันพลาด
(อย่างไรก็ตามอาจมีภาค 2-3เพราะการเปิดปากของสนธิที่พาดพิงไปถึงไหนๆ
ทำให้อาจมีคนจองกฐินกันมากขึ้น)
2.ต้องการแค่ให้เจ็บ
เหตุผล เพื่อให้หลาบ ให้เกรงกลัว
เจอกระสุนนับร้อยนัด ใครจะไม่กลัว เมื่อกลัวก็ปอด เมื่อปอดก็หายซ่า
ส่วนหัวยังเจออย่างนี้ ส่วนกลางแลส่วนหางควรหายซ่าไปหลายกิโลขีด
ยังมีเจตนาเลี้ยงไว้ดูเล่น
เพราะหมอนี่ไม่ธรรมดา เมื่อยังอยู่รอดก็จะป่วนเมืองได้อีกนาน
สมใจผู้ต้องการให้เป็น

คนรากหญ้า

การลอบสังหารสนธิลิ้มมันเป็นเพียงเกมส์ๆหนึ่งของฝ่ายอำมาตย์เท่านั้นไม่ใช่เป็นการสั่งให้ตายจริงหรอกพวกวัวเคยค้าม้าเคยขี่ไม่จำเป็นให้ถึงกับต้องตายเพียงแต่เป็นการสั่งสอนเตือนหรือปรามเรื่องการพูดที่เริ่มเลอะเทอะของสนธิลิ้มเท่านั้นขืนฝ่ายอำมาตย์ไม่รีบเบรคด้วยวิธีนี้แล้วอาจจะถึงตัวเอ้ก็อเป็นได้ฉะนั้นจึงต้องแจ้งเตือนด้วยลูกปืนมันศักสิทธ์และได้ผลกว่าคำพูดดีนักแลๆๆๆ

ทหาร(แดง)

วันนี้ของสังคมไทย มีสีทุกคน รักชาติทุกคน และรักชาติไม่แพ้กัน
ถ้ายังหาความยุติธรรมไม่พบ วันนี้และวันข้างหน้าจะเป็นอย่างไร
รัฐฯ และอมาตยา ต้องตามกันไปแน่นอน

ใครบาป ใครมีบุญ ใครทำกรรม ??

ก่อนหน้าที่จะเกิดการลอบยิงกลางกรุง
คุณสนธิ เดินสายโจมตี สุรยุทธและอำมาตย์บางคนว่า หน้าด้าน กล้าทำแต่ไม่กล้ารับ เป็นทหารอีแอบหลบหลังผ้าถุง
แถมยังสมน้ำหน้าด้วยซ้ำที่ถูกคนเสื้อแดงนำเอาเรื่องเลวๆมาประจานต่อสาธารณะ

เรียกว่า เป็นการใช้ช่วงจังหวะขยายบาดแผลของการฟาดฟันของคนเสื้อแดงกับเหล่าอำมาตย์ให้ดุเดือดเลือดพล่านมากทวีคูณ

นอกจากนี้ คุณสนธิยังให้สัมภาษณ์ โดยเรียกชื่อ พลเอกเปรมแบบมีคำนำหน้าที่อลังการงานสร้างมากจนน่าประหลาดใจ
น่าประหลาดใจที่คุณสนธิไม่เรียกว่าพลเอกเปรม แต่เรียกชื่อท่านด้วยการใช้คำนำหน้าที่ยิ่งใหญ่อย่างนั้น
หลายคนสงสัยว่า คุณสนธิกำลังบอกใบ้อะไรหรือเปล่า?

หลังจากการเที่ยวเดินสายของคุณสนธิ ก็มีการออกมาคำรามของ 3นายพลเฒ่า ตอบโต้ทันที
ท่านดูมีท่าทีขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน จนถึงกับสาปแช่งพวกคิดไม่ดี

ท่านได้ออกมาสาปแช่งคนที่คิดร้าย ขอให้มีอันเป็นไป
ซึ่งสามท่านประสานเสียงด่าทอวันละหลายๆหน ออกสื่อทุกสื่อ

จะนับว่าเป็นความขลัง หรือว่าเป็นอิทธิปาฎิหารย์ หรือว่าฤทธานุภาพอันแกร่งกล้าของความโกรธเกรี้ยวต่อคนที่ท่านเห็นว่าคิดไม่ดีต่อบ้านเมือง

จึงเกิดเหตุการณ์มากมายติดตามมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งล้วนแต่น่าตื่นตะหนกจริงๆ

.........................................................................................

...............ท่านทั้งสาม นับเป็นบุคคลสูงส่งที่มีบารมีเหลือล้นจริงๆ
คุณสนธิอย่าริอาจไปก้าวล่วงท่าน
แต่ควรจะขอประณีประนอม ยอมหลบหน้าออกไปต่างประเทศเสีย
แล้วพร้อมใจ โยนระเบิดอุจาระใส่ ศัตรูที่ขวางทางของผู้มากบารมีซะ

คุณสนธิจะสามารถอยู่รอดปลอดภัย

ใครบาป ใครบุญ กรรมของใครก่อ???

พลเอกเปรม พลเอกสุรยุทธ พลเอกพิจิตร ท่านต่างก็ออกมาคำรามเตือนหลายครั้งหลายหนแล้ว
พวกที่คิดไม่ดี จะต้องมีอันเป็นไป !!!!!!!!

พวกที่คิดไม่ดี จะต้องมีอันเป็นไป !!!!!!!!

ใครยิ่งหากกำความลับไว้มากมาย แต่ไม่รู้จักปิดปากปิดหูรูด
จะต้องได้รับกรรมอย่างสาสม

ว ณ ปากนัง

*ถือว่าตน ครองสื่อ คือครองโลก
อยากจะโขก สับใคร ได้ดั่งหมาย
ทั้งใส่ร้าย ป้ายสี ที่เลวร้าย
วันนี้ยัง ไม่ตาย นับว่าบุญ

*ผู้เริ่มต้น สื่อชี้นำ ทำลายล้าง
สื่อเอียงข้าง สุดขั้ว ตัวนำหนุน
เล่นการเมือง นอกระบบ รบหาทุน
ก็เป็นบุญ แล้ววันนี้ ที่ไม่ตาย

*ผู้อ้างความ จงรัก ความภักดี
เที่ยวต่อตี ผู้คน จนเสียหาย
เป็นตัวดึง ฟ้าต่ำ ตัวทำลาย
ยังไม่ตาย วันนี้ ดีมากแล้ว

*ผู้คิดว่า ตนเอง เก่งกว่าใคร
ก่นด่าไป ทุกที่ ทุกถิ่นแถว
อาศัยสื่อ ชี้นำ ล้ำเลิศแนว
ก็ดีแล้ว ยังไม่ตาย ในวันนี้

*ผู้ชี้นำ ปฏิวัติ รัฐประหาร
ผู้ชื่นชอบ เผด็จการ ผลาญศักดิ์ศรี
ผู้มองเห็น แต่ตน เป็นคนดี
ผู้ที่ผี ยังไม่รับ ระดับใด

สมน้ำหน้ามัน

คำว่าพระองค์ท่าน ที่เจ็กลิ้มใช้คำแทน พลเอกเปรม มันกระเทือนหนักนะ มิควรอย่างยิ่ง มันรู้ตัวหรือปล่าว ไอ้เจ็กไม่เจียมบอดี้

คน

ผมขอถามคุณบ้างนายสมศักดิ์ เจียมธีรสกุล127.0.0.1 124.120.77.194
การทุบทำลายข้าวของ เผารถเมล์ทำลายทรัพย์สินของทางราชการ ขัดขวางการประชุมทำลายทรัพย์สินเอกชน ปิดถนนทั่งกรุง สิ่งเหล่านี้คือการกระทำที่ถูกต้องใช่ไหม คุณอย่ามองเฉพาะคนเหล่นนี้เป็นแนวร่วมของคุณ สามารถกำจัดสิ่งที่พวกคุณเกลียดได้ซีครับ คนบางตระกูลที่คุณไม่ชอบ ผมก็ไม่ได้เห็นว่าเขาดีแต่อย่างไร แต่การกระทำของเสื้อแดงมันไม่เข้าท่าครับ คุณอยากจะผลักดันใครก็เชิญตามสบายเพื่อสกัดดาวรุ่งคนที่คุณไม่ชอบ แต่คุณอย่าไปหนุนทักษิณเพราะมันเลว ถ้าชนะวันข้างหน้ามันต้องกำจัดพวกคุณ

The Other

คุณวาด รวี

ผมอ่านงาน คอลัมนิสต์ ใน way เป็นประจำ รวมทั้งงานเขียนอื่นๆ งานแปลเล่มขาวๆ เล่มเล็กๆ นะ ชอบมาก

แต่ในเชิงวิเคราะห์ การเมืองเรื่องนี้ ผมว่า "คุณจับเอาแจ้งใบตองมาเจอโนบิตะไปหน่อย ในเรื่อง ลับ ลวง พราง" นะ

คิดมากนา แต่ถ้าคุณรู้อะไร ชัดๆ กว่านี้ จะดียิ่ง อย่ามัวแต่ สำนวนโวหาร มากไป มัน ตีกิน ไปหน่อย
ไม่ได้ โชว์เหนือ อะไรเลย

ทุเรียน

ประเด็นหลักของเรื่องบ้านประเทศไทยที่มีห้องเล็ก ๆ เต็มไปหมด เปรียบเหมือนมุมเล็กในห้องใหญ่ที่มีเพียงไม่กี่ห้อง ซึ่งห้องเล็กของใครของมันเหมือนที่มีเอกสิทธิ์ครอบครองและจัดการให้เกิดประโยชน์ แต่ก็มีการนำเอาพื้นที่ส่วนรวมและสิทธิ์ในการจัดการเป็นของตน โดยอ้างความชอบธรรมที่ห้ามปฏิเสธเรื่องความดีงามบนพื้นฐานความเป็นคนที่เท่ากัน หากแต่มาก่อน จัดการก่อน ขอผูกขาด ยึดโยงมิให้ใครเข้ามาร่วมจัดการ มาตรฐานของฉัน ห้องฉัน ทั้งบ้านต้องทำตาม และการกระทำผิดละเมิดสิทธิ์ที่ชอบธรรมของห้องอื่นเป็นข้อยกเว้นสำหรับฉัน ห้องอื่นห้ามทำและเลียนแบบ เพราะฉันอธิยายได้อย่างชัดเจนว่าไม่ชอบธรรม ส่วนฉันชอบธรรมเสมอ
คงพักเรื่องนี้ไว้ก่อนเพราะมัววิวาทะแล้วหาทางออกอันใดไม่ มีแต่ต้องเดินบนหนทางที่ฉันกำหนดจึงจะชอบธรรมก็แย่ เรื่องประชาธิปไตยที่แท้เลยไม่ต้องมาดูหลักการกัน แล้วจะสร้างสรรค์บ้านประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยได้อย่างไร

แต่ละห้องในบ้านมีแต่ผลประโยชน์และอำนาจเฉพาะตนและพวกพ้อง ห้องฉันสวยและดี บ้านฉิบหาย....ช่างหัวมัน....

ขำซะบ้างจะได้ไม่เป็นมะเร็งในอารมณ์

ไม่มีความเห็น แต่ชอบบทความนี้ (ถูกหรือผิดไม่รู้) แต่ช๊อบชอบ ชอบเจง ๆ
(บางที เราอาจลืมอารมณ์ขันไปแล้ว. . .ตั้งแต่เมื่อไรไม่รู้. . .และใครทำให้เราขำไม่ออก)

ตายซะเสือกรู้มาก

เสร็จนาฆ่าโคถึก เสร็จศึกฆ่าไอ้ถึกแป่ะ เพราะมันรู้มากไปหน่อย

สมศักดิ์ เจียมธีรกสุล

ตอบความเห็นที่ 4 "วัยทอง"
เขียนว่า :

"ถ้าเข้าใจไม่ผิดการยึดทำเนียบเป็นการกระทำที่ฝ่ายตรงข้ามยังจำกัดวงอยู่ที่รัฐบาล
แต่การยึดสนามบินเป็นการก่อความเดือดร้อนกับประชาชนทั่วไปที่ไม่ใช่รัฐบาลด้วย"

คุณเข้าใจผิดครับ
ใครว่า การยึดทำเนียบ "ยังจำกัดวงอยู่ที่รัฐบาล"

รัฐบาลเป็นรัฐบาลที่ประชาชนส่วนใหญ่เลือกมา คุณไปยึดที่ทำงาน ไม่ให้เขาทำงานให้ประชาชน จะเป็นการ "จำกัดวง" ได้อย่างไร
และที่พูดว่า "ยึดสนามบิน" "ก่อความเดือดร้อนกับประชาชนทั่วไป" ถ้าในความหมายที่เอามา contrast (เปรียบเชิงแย้ง) กับการยึดทำเนียบ ก็ไม่จริงอีก
ประชาชนเลือกรัฐบาลมา รัฐบาลไม่มีที่ทำงาน ประชาชนจะไม่เดือดร้อนได้อย่างไรไม่ทราบ ไม่มีรัฐบาลที่ตัวเองเลือก ได้ทำงานในที่เหมาะสม

สรุปอีกทีว่า คนเขียน (วาดระวี) ดัดจริต คับแคบ
และ คุณ "วัยทอง" เข้าใจผิด

มั่นคง

เสร็จนา ฆ่าโคถึก เสร็จศึกฆ่าขุนศึก

นที

เจ้าของเลี้ยงหมาไว้เฝ้าบ้าน ไล่กัดคนที่เป็นอริ หรือ คิดร้ายกับเจ้าของ
แต่บังเอิญ หมาสายพันธ์ไม่ดี สันดานไม่ดี ถูกเลี้ยงมาไม่ดี เลี้ยงไม่เชื่อง เห่า ขู่ และแว้งกัดมือเจ้าของ
เจ้าของเจ็บใจ กะจะตีหมาให้แรงๆ ถ้าตีแรงไปหน่อย หมาจะตายก็ไม่เป็นไร
แต่ถ้าไม่ตาย อย่างน้อยหมามันคงจะไม่กล้ากัดเจ้าของอีก

นายสนธิรอดตาย ไม่กล้าแถลงอะไรเหมือนที่คุยไว้
โธ.............สนธิ ร๊อตไวเลอร์

คำเตือนสำหรับผู้ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง

หากวันใดที่คุณขึ้นเครื่องบินกำลังจะเดินทางไปต่างประเทศแล้วพบว่ามีผู้โดยสารร่วมเครื่องลำเดียวกับคุณชื่อสนธิ ลิ้มทองกุล ขอแนะนำให้ยอมสละตั๋วไปเที่ยวบินอื่น เพราะอาจจะรับเคราะห์จากการถูกยิงเครื่องบินตกได้

เหมือนกับคำปกาศิตที่ว่า หากทักษิณนั่งเครื่องบินมาประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นสายการบินใด จะมีผู้โดยสารร่วมลำมากี่ร้อยคนก็ช่าง จำต้องสอยให้เครื่องตกตายหมดลำ

เอ๊ะ เราคิดมากไปเปล่า?

ปัญญา รุ่งทอง

วาด ระวี
กำลัง "ติดกับดัก" โครงสร้าง ไวยากรณ์ ที่ ตัวเองก็ข้ามไม่พ้น
เลิก "วิเคราะห์" การเมือง ด้วย การเล่นคำด้วยอักษร เถอะ
มันหลุดลอยจาก สภาพความเป็นจริง

DDT

ด้วยความที่นายสนธิเป็น คนที่สืบสายเลือด คนคดในข้องอในกระดูก จึงมีลักษณะนิสัย ปลิ้นปล้อน สับปรับ ได้ทางไหน เอาทางนั้น ไม่เคยมีความจริงจัง จริงใจให้ใคร แม้แต่ตัวของมันเอง เชื่อมั่น ในเล่ห์เพทุบาย ที่ตนมี รอบจัด พลิกลิ้นได้ตลอดเวลา และหน้าด้าน
ด้วยนิสัยเฉพาะตัวของมัน บวกความทะเยอทะยาน เห่อเหิมกับอำนาจ ที่เขาหยิบยื่นให้ หลงไหลได้ปลื้ม กับมวลชนจัดตั้ง ที่รายล้อมมันอยู่ มันจึงคิดว่า มันน่าจะถึงเวลาของมันเสียที พรรคการเมือง กับฐานเสียงทับซ้อน ทางภาคใต้ และเหล่าคนไทยใหม่ เชื้อสายจีน ในเขตุกรุงเทพฯ. ทำให้สนธิฝันถึงตำแหน่งนายกฯ.ได้เหมือนกัน และสันดานอย่างนายสนธิ ย่อมไม่รอช้า
มันจึงคิดเทียบรัศมี ใครต่อใคร ที่มันเองก็รู้จักดี แต่เพราะคิดว่า กำความลับอะไรๆไว้มากๆ น่าจะเป็นแต้มต่อสำหรับมัน ซึ่งก็ทำให้นัก"แบลคเมล์"อย่างมัน พลาดพลั้งได้ง่ายๆ
เสียงปืนนาๆชนิดจากยมฑูต จึงคำรามลั่น ใส่รถของมัน ด้วยการตัดสินใจของคนมีอำนาจบารมี ที่จนตรอง...หมดหนทางแก้ไข กับสิ่งที่ตนเองสร้างขึ้นทั้งสิ้น แต่จะปล่อยให้เป็นอย่างนี้ต่อไป คงไม่เป็นผลดีแน่ อีกทั้งอาจส่งผลร้ายแก่ตนและพวกได้เสมอ การใช้กำลังอำนาจแบบแตกหักรุนแรง จึงเป็นทางเลือกสุดท้าย ซึ่งไม่มีทางเลือกอื่น ไอ้นัก"แบลคเมล์" จึงเป็นได้เพียง เครื่องมือทางการเมืองที่หมดความจำเป็นใช้อีกต่อไป แถมเก็บไว้ยังอาจเป็นโทษได้...ทางเลือกสุดท้ายของมันคือ "ตาย"....สมน้ำหน้า ...

ต๋อม อุบล

สนธิ เองหน้าจะตายให้รู้แล้วรู้รอด ตอนยังไม่โดนยิงพูดแข็ง แต่พอโดนเข้าหน่อยพูดออก กั๊กๆถ้าแน่ก็ปาก จอ เหมือนเดิมซิ

สมาน

ฮ่วย ! m16 ak m79 นะเว้ย พูดไม่ออกบอกไม่ถูก ปลีกวิเวกไปเมกาดีก่า ไม่ได้กลัว แต่เกรงนิดๆ

แมว

สงครามกลางเมืองคงไม่เกิดแน่นอน แต่ประชาชนสองฝ่ายตีกันนั้นมีแน่นอน ไม่เชือคอยดูฝ่ายทักษิณย่อมเป็นฝ่ายแพ้แน่นอน

รักเชียงหใม่

เสื้อแดงไม่มีวันแพ้ อย่างน้อยคนที่มีโอกาสกว่าวันนี้มันก็ไม่เคยนอนตาหลับ

หงอคง

หงอเลยว่ะ ลิ้มเรา สงสัยคนบงการนี่ใหญ่จริงๆ ว่ะ ไอ้ลิ้มมันถึงไม่กล้าหือกล้าอือ ดูท่ามันสับสนกับชีวิตน่าดู จะแฉก็ต้องติดคุกแน่ แต่ไม่แฉตัวเองก็อาจตายฟรี เพราะคนบงการคงไม่ยอมปล่อยมันไว้เป็นหอกข้างแคร่หลอก

ไอ้ลิ้ม หอกข้างแคร่ พร้อมทิ่มศักดินาใหญ่เสมอ

เสรีภาพ

คนอะไรชั่วสุดๆขนาดนรกยังเมิน กรรมเลยตกอยู่กับคนไทยที่มีคนร่วมชาติเลวระยำระยำขนาดนี้

ตั๊บหนอตั๊บ

ไอ้บัง ไอ้พรั่ง ใช้เงิน สบายไป ไม่มีใครไปกล้ายุ่งกะมัน เพราะกลัวลูกตะกั่ว ไอ้ตั๊บเลยรับคนเดียว ซวยเจงๆ เสือกเกิดเป็นตั๊บ โดนหลอกใช้ไปวันๆ

แช่ม

โต้ตอบกันไปมาบน Website

บางทีก็น่าเบื่อเหมือนกันน๊ะ

วนเวียนแต่เรื่องเดิมๆ

เองผิดข้าถูก ได้แค่เนี๊ย....

ยังไงก็ดีกว่า

ถกเถียงกันในเวป ก็ยังดีกว่าเอาเอ็ม๑๖ ออกมาไล่ยิงอีกฝ่ายที่มือเปล่าๆ

pad nont

คงอีกไม่เกิน 2 อาทิตย์ เรื่องนี้คงกระจ่างแล้วครับ คุณนปช.ทั้งหลายอย่าเดาเลยครับ พล.ต.อ.ธานี สมบูรณ์ทรัพย์ ท่านทำเรื่องนี้อยู่ ท่านเชื่อใจได้ โชคดีที่ไม่ใช่ไอ้จงรักทำคดี ไม่งั้นผลคงลงเอยว่าเป็นเรื่องชู้สาวแน่ๆ เหมือนคดีซานติก้าที่ไปโทษนักดนตรีเฉยเลย พอเขาเอาคลิปออกมาเผย จงรักก็หน้าแหกไป เย็บไม่ติด ไอ้เวรนี่รับแต่เงิน แล้วก็ทำเรื่องชั่วๆได้ทุกเรื่อง และ คดีอาวุธในทำเนียบที่จงรักมันเอามาโชว์ หน้าขาววอกหน้ากล้องเหมือนเล่นลิเก มันก็พูดได้ทุกเรื่องเหมือนกัน ยกเว้น เรื่ิองจริงเท่านั้นที่มันพูดไม่เป็น
อาวุธของพธม. จริงๆแล้วจงรักมันหาไม่เคยเจอหรอก เพราะพธม.ใช้ "ปัญญา" เป็นอาวุธครับ จงรัก มันคงนึกไม่ถึง...น่ะ

พธม.นนท์

แช่ม

ท่านทักษิณ..บอกว่า

อย่าใช้ความรุนแรง ให้ใช้วิธีทางสันติ

ฟังๆ กันบ้างน๊ะ,,,

300

คิดการใหญ่จะเล่นบทเพื่อนรักหักเหลี่ยมโหด ไปตั้งพรรคแย่งพื้นที่อันน้อยนิดของ ปชป. กล้องวงจรปิด 5 ตัวของ กทม. เลยสามัคคีดับไปพร้อมกัน

งานนี้อย่าไปโทษแป๊ะ เพราะหันไปทางไหนก็มีแต่ศัตรู แล้วจะไปรู้ได้ไงว่าใครเป็นใคร จึงได้แต่ร้องเอ๋ง ม้วนหาง โกยลูกเดียว

เอาไว้ภาค 2 ถ้าแป๊ะมีชีวิตรอดถึงเมกา มันจะจับแพะชนแกะ แฉแหลกทุกวงการ คราวนี้คงได้เห็นทั้งกฐินสามัคคีกับกฐินหลวงไปพร้อมกัน

คน เชียร์แป๊ะ

พูดมาเถอะท่าน แป๊ะเอ๊ย อะไร ๆ มันจะได้เดินหน้าเสียที ตอนนี้ท่านก็เป็นศาสดาของมวลหมู่ชนหลาย ๆ คน อันนี้ไม่ได้พูดเล่น ตอนนี้ประเทศไทยก็มี เพียง 2 คน ที่พูดแล้วคนไทยชอบสะดุ้ง คือ ท่านสนธิ กับท่านทักษิณ แต่ท่านทักษิณแพ้คำพูดของท่านสนธิไปแล้วหละ คงกลับมายาก เหลือเพียงหนึ่งเดียวในประเทศเท่านั้น คนอื่น ๆ จะพูดอย่างไรตอนนี้เขาไม่ค่อยสนหรอก แต่ถ้าท่านสนธิพูดมันจะมีน้ำหนักเหมือนท่านศาสดา(ยกให้)พูดเลย ท่านจะเอายังไงก็เอา คนมีอำนาจหลายคนเขาพร้อมที่จะเอากับท่านถ้าขืนรอช้ามันจะเสร็จกันหมดทุกคนไหน ๆ ก็ ไหนแล้ว ดู ๆ แล้วถ้าติดตามข่าวและดูให้ดี ๆ ท่านสนธิมีบารมีคำพูดเหนือคนอื่น ๆ มากนัก ตอนนี้ท่านสนธิได้เปรียบทุกอย่าง รีบ ๆ จัดการเรื่องต่าง ๆ ให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว รู้สึกทุกอย่างจะพร้อมแล้ว เรื่องท่านทักษิณไม่ต้องไปออกข่าวท่านหรอก เพราะยิ่งออกยิ่งจะเป็นผลเสียต่อตนเองมากกว่ายังไงตอนนี้ก็สู้ท่านที่ยืนอยู่ในประเทศไม่ได้หรอก ได้เปรียบกว่าหลายเท่าตัว

ธงชัย เปาอินทร์

ผมเคยดูคลิปสนธิเล่าเรื่องก่อนการปฏิวัตรว่า มีคนในวังโรมาหาเยอะ ทหาร พรรคประชาธิปัตย์ และองคมนตรีสุที่สนธิอ้างว่า "สุรยุทธิ์บอกให้อดทน ลำบากหน่อย ถ้าผมเป็นนายกรัฐมนตรีแล้วจะให้ฟรีทีวีช่องหนึ่ง" แต่พอเป็นนายกแล้ว สุรยุทธ์ไม่ได้ให้อะไรผมเลย"
ผมก็เลยมีความรู้สึกว่า สนธิมันเปิดเผยความลับสวรรค์หรือเปล่าที่มันถูกสั่งเก็บ ตัวละครในเรื่องที่สนธิกล่าวถึง กลุ่มใดกลุ่มหนึ่งต้องเกิดผลกระทบมาก ดิสเครดิตได้มหาศาล และน่าอับอาย กลุ่มหนึ่งเป็นกลุ่มในวัง(ตามที่สนธิพูด) อีกกลุ่มหนึ่งองคมนตรี และอีกกลุ่มหนึ่งพรรคประชาธิปัตย์ เป็นการร่วมกันรุมยำทักษิณอย่างมีเจตนา อย่างที่คนอย่างกษิตว่า กูจะต้องล้มมึงให้ได้ไอ้ทักษิณ
ในสามกลุ่มนั้น ผมว่าต้องมีใครคนใดคนหนึ่งสั่งเก็บสนธิ และผมก็เชื่อว่าที่สนธิมันรอดตายนี่ก็เพราะว่า ฟ้าไม่เป็นใจจึงให้มันรอดตาย เพื่อที่จะแก้คำสั่งสวรรค์ให้ได้(เปิดโปงความจริง) ผมเชื่อว่าคงไม่มีใครแกล้งยิง ไม่มีการสร้างฉากแน่ แต่ต้องการให้มันตายจริงๆ ปิดฉากโสมมที่อาจจะเหมือนกรณีซูซานเศรษฐีฝรั่งเศสที่จิ๊กกาโล่แบล็คเมล์ไม่หยุดก็อาจจะเป็นได้ มันปากมอมต้องปิดบัญชี
แต่อย่างไรก็ตาม ความยุธติธรรมในบ้านเมืองนี้ได้หมดสิ้นไปแล้ว หมดที่พึ่งพิงของปวงชนชาวไทยแล้ว ผมจึงต้องออกไปเรียกร้องหาความยุติธรรมคืนมา ผมกลัวว่าวันหนึ่งลูกไอ้เทพเอาปืนมายิงลูกผมตายไปแล้วมันก็ไม่มีความผิดเพราะว่าพ่อมันใหญ่คับฟ้า ศาลสถิตยุติธรรมอยู่ในมือมันหมด ตำรวจ ทหารอยู่ใต้อุ้งตีนมันหมด แล้วผมจะไปพุ่งใครได้ครับ

แซม

พธม. พันทมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ก็คือ พธกม. พันทมิตรประชาชนเพื่อเผด็จการอำมาตยาธิปไตย ของนายสนธิ

รากหญ้า

ยังไงๆ สนธิมันต้องตายโหง ในอีกไม่นานนี้แหละ.!!!
เพราะพระพรหมได้ลิขิตชีวิตมันไปแล้ว...

ยิ่งปลีกวิเวกไปอยู่ต่างประเทศ ยิ่งตายง่ายขึ้น เรียกว่า "เข้าทางปืน"

สนธิ กำลังเข้าตาจน... เดินหน้าทางเดิมก็ไม่ได้ "ตายแน่ๆ"
อยู่เฉยๆ ก็ไม่ได้ "ตายแน่ๆ"

ทางรอดมีทางเดียว คือ "ใส่เกียร์ถอย แล้วเหยีบให้ควันดำ"
หมายความว่า ให้หนีไปตั้งหลักต่างประเทศซะ เก็บตัวในที่ปลอดภัยแล้ว "รุกกลับ"
แฉแหลก... ทำให้ประชาชน "ตาสว่าง"
สนับสนุนให้ประชาชนรวมพลังกันทั้งสองสี
ลุกขึ้นทำการเปลี่ยนแปลงประเทศไทย
ให้ได้การปกครอง "ประชาธิปไตยสากล"
แล้วค่อยกลับมาอยู่ประเทศไทย อย่าง "ฮีโร่" ผู้จุดชนวนการเปลี่ยนแปลงได้สำเร็จ
สนธิก็รอดตาย... ไม่ต้องตกเป็น "เหยื่อของจ้าวป่า"

สนธิเอ๊ย... เขา "สั่งเก็บ" มึงแล้ว.!!! มึงยังไม่เปลี่ยนข้างอีกหรือ??? บ้าป่าวว่ะ.!!!!
กูบอกหลายครั้งแล้วว่า ไอ้พวกศักดินา อำมาตย์ นี่มัน"โคตรโหด" มึงก็ไม่เชื่อ...
กูบอกว่า มึงอย่าหลอกประชาชน แต่ให้ทำเพื่อประชาชน มึงก็ไม่เชื่อ...
แล้วเสือกคุยว่า..."เรียนประวัติศาสตร์" เสือกจบมาได้ไงว่ะ...

ประชาธิปไตย ใครผิดใครถูก เขาใช้กฎหมายตัดสินกันบนศาล
ไม่ใช่ใช้อาวุธสงครามถล่มกันกลางถนนอย่างที่มึงโดน...

กูถึงบอกให้มึงสู้เพื่อประชาธิปไตย แต่มึงเสือกสู้เพื่อศักดินา อำมาตย์
ถุ...ย...ย..ไอ้ควาย.!!! คิดผิด ก็คิดใหม่ซิว่ะ.!!!!!

pad nont

ตอบคุณธงชัย เปาอินทร์

ผมลองเข้าไปฟังคุณสนธิพูดที่เวอร์จิเนียแล้ว ไม่เห็นมีเรื่องขอฟรีทีวีเลยนี่ครับ ลองลิงค์ไปฟังดูด้วยตนเองดีกว่าอย่าไปฟังใครมาเล่าต่อเดี๋ยวข้อมูลจะตกหล่นหรือเบี่ยงเบนได้ครับ mms://tv.manager.co.th/videoclip/11News1/Thaiwatch/Sondhi2_240807.wmv
เรื่องใครยิงคุณสนธิตอนนี้เราทราบหมดแล้วครับ รอท่านนายกตัดสินใจบางอย่างอยู่ แต่ไม่ใช่อย่างที่พวกคุณเข้าใจหรอกครับ อีกไม่เกิน2สัปดาห์คงกระจ่าง ลองหาเนชั่นสุดสัปดาห์มาอ่านดู ไม่ใช่มติชนนะครับอย่าสับสน เขาสัมภาษณ์คุณสนธิไว้อ่านก็เข้าใจง่ายๆไม่ต้องจินตนาการเอาเอง
พธกม..เป็นกลุ่มไหนครับ ทำไมมาตั้งชื่อคล้ายพธม.แต่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับพธม.แน่นอนครับคุณแซม หรือคุณจะเป็นคนตั้งขึ้นมาเองแล้วมีมวลชนถึง10คนหรือยัง จะจัดชุมนุมที่ไหนเมื่อไหร่บอกกันด้วยนะ ผมจะได้ไปให้กำลังใจครับ

พธม.นนท์

BOM

สนธิ ลิ้ม

คนไท

ไม่มีศักดินาคนไหนเห็นบุญคุณความพยายามที่สนธิป้ายขี้ให้คนอื่นจนเชื่อไปทั่วไทยและแตกเป็นเสี่ยงๆๆๆในขณะนี้ มันหมดความหมายสำหรับศักดินาแล้วมึงจะอยู่ไปทำไม ปากก็มาก เดี๋ยวความลับก็เปิดหมด คนไทยก็จะทราบว่าไอ้อยู่เบื้องหลังแห่งความวุ่นวายในไทยไม่รู้จบสิ้น คือใคร........เก็บมันซะ...ขอให้คนบงการตายอย่างทุกข์ทรมาน...สุดๆๆๆๆๆๆๆๆ...คนไทยขอสาปแช่ง.....พวกศักดินา....ไม่เคยเห็นหัวคนจน...

bug

กำลังวางแผนกันอยู่ครับ ใจเย็นๆ ว่าจะให้แพะรับบาป แสดงบทบาทยังไงถึงจะแนบเนียน ให้มันสมจริง ในการยิงนายสนธิ เรื่องมันจะได้จบๆ และเลือนหายไปในที่สุด และมีการฟันธงกันล่างหน้าแล้ว ว่ากำลังจะจับตัวคนร้ายได้แล้วอีกไม่กี่วันนี้ ไม่ใช่หรือ รวดเร็วเหมือนมีตาวิเศษเลยเน๊าะ เฮ้อคนไทยเจ้าแผนการและจอมจินตนาการ จริง จริ้ง คนที่รู้ความจริงที่สุดเวลานี้คือ คนที่ยิงนายสนธิ นั่นแหละ ว่าอะไร คืออะไร ยังไงหาวิธีช่วยบอกใบ้ให้คนทั้งชาติรู้หน่อยดิ ด้วยวิธีใหนก็ได้ เขาจะได้ไม่ต้องเถียงกัน น่าเบื่อ ม๊าก

skyman

เชื่อว่าทุกกลุ่มทุกสีมีความรักชาติกันหมดทุกคน เราควรหันมาร่วมมือกันแก้ปัญหาของประเทศให้พ้นวิกฤติ

pad nont

เห็นด้วยอย่างยิ่งครับ คุณ sky man ศัตรูของเราคือนักการเมือง ข้าราชการ ทหาร ตำรวจเลวๆ ต้องช่วยกันให้กำลังใจนักการเมืองที่ดีกำจัดคนพวกนี้ออกไปให้หมด

พธม.นนท์

เจอตอครับ

ระเบิดป่วนกรุง ส่งท้ายปีเก่า 2550

ยังจับตัวคนทำไม่ได้เลย

แล้วคดียิงแป๊ะลิ้ม จะจับแมวที่ไหนได้

ตอนนี้ พล.ต.ท. อัศวิน ขวัญเมือง

ที่ประกาศว่า จะจับคนร้ายได้ ในเจ็ดวัน

หายหัวไปไหนแล้วครับ พี่น้อง

นวมทอง

ไอ้พวกสมาชิกอาเชี่ยนที่จะมารประชุมซัมมิตเดือนมิถุนายน

มันอ่านเว็บเกี่ยวกับเมืองไทยแล้ว

กูไม่เสี่ยงตายมาประชุมดีกว่า

มันมีค่าหัวกันทั่วเมือง

อำมาตย์ใหญ่ชาย-หญิง ถูกถลกผ้าออกหมด

แล้วเอาแซ่ชุบน้ำเยี่ยวตีช้ำทุกวัน

จะประชุมก็ต้องออก พรก.ฉุกเฉิน

มีที่ไหนในโลกเขาทำกัน

เมื่อมันไม่สงบก็อย่าประชุม

อยากพูดภาษาอังกฤษนักก็ไปสมัครเป็น

ผู้ประกาศข่าว ชีเอ็นเอ็น ประจำประเทศไทย

ภูเก็ตเป็นเมืองใต้เป็นฐานของ ปชป

ภูเก็ตเป็นเมืองสีเหลือง

แล้วนี่ต้องประกาศ พรก.

ประกาศเพื่อป้องกันไอ้โกเต็กมันแก้แค้นใช่ไหม

อย่างลืมสั่งรถหุ้มเกราะอีก 60 คันๆละ 60 ล้าน

ให้กับพวกสมาชิกซัมมิตนั่งด้วย

ไม่หุ้มเกราะไม่มาประชุม

pad nont

ตอบ คุณนวมทอง

โอโฮ...... คุณคิดได้ไงเนี่ย ไม่ให้เขาประชุม ทั้งๆที่เป็นประโยชน์ของคนตั้งครึ่งโลก ความคิดคุณมันช่างคล้ายๆกับทักษิณสิ้นดี หาความดีไม่ได้เลย ไม่ต้องสงสัยทำไมแดงถึงตกต่ำมากขนาดนี้ คุณน่าไปเชียร์ข้างเนวินบ้างนะ มันจะได้เจ๊งตามเสื้อแดงไปด้วย

เป็ด

อาจารย์สมศักดิ์เป็นครูบาอาจารย์ น่าจะวิจารณ์ด้วยภาษาที่นำไปสู่วัฒนธรรมการวิจารณ์มากกว่านี้หน่อย ใช้คำพูดแบบว่าเขา 'ดัดจริต' หรือการไปด่าแบบเหมารวมกับคนเขียนในโอเพ่นออนไลน์ว่าเป็นพวกดัดจริต ไม่ได้แสดงถึงวัยวุฒิและคุณวุฒิที่คุณมีเลย เหมือนถ้าผมเริ่มประโยคว่า อาจารย์สมศักดิ์ 'ปากหมา' ถึงแม้จะตามด้วยข้อถกเถียงแบบเข้มข้น มันก็ลดทอนบรรยากาศในการถกเถียงแล้วครับ