มาร์คขำฉายา “กู้สิบทิศ” ยัน “มันก็กู้กันทุกรัฐบาล” กรณ์แจงเพิ่มภาษีน้ำมันเพราะไทยใช้น้ำมันเปลือง

มาร์คเผยจะนำ พ.ร.บ.มั่นคงดูแลประชุมอาเซียนภูเก็ต เข้าหารือประชุม ครม.
เมื่อ เวลา 15.40 น. วันที่ 11 พ.ค. ที่โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ เซ็นทรัลเวิลด์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการออก พ.ร.บ. ความมั่นคงเพื่อดูแลความสงบ ในช่วงการประชุมอาเซียนซัมมิทกับคู่เจรจาที่ จ.ภูเก็ต ในเดือน มิ.ย. ว่า คงยังไม่ได้ นำเข้าสู่การพิจารณาในที่ประชุม ครม.สัปดาห์นี้ ขณะนี้ กำลังรอการตอบรับจากประเทศต่างๆอยู่ คาดว่าวันที่ 12- 13 พ.ค.นี้ กระทรวงการต่างประเทศจะประมวลมาเสนอ ครม.ได้ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่มีการพิจารณาเลื่อนเวลาการประชุมออกไปแต่อย่างใด ผู้สื่อข่าวถามว่า มีผู้นำประเทศใดบ้างที่พูดถึงเรื่องการรักษาความปลอดภัย นายอภิสิทธิ์ตอบว่า ยังไม่มีการพูดถึงเรื่องนี้ เมื่อถามว่า มีข่าวว่าผู้นำบางประเทศจะขอใช้ชุดรักษาความปลอดภัยของตนเองพร้อมติดอาวุธ ด้วย นายอภิสิทธิ์ตอบว่า ปกติประเทศต่างๆจะมีชุดรักษาความปลอดภัยมาเองอยู่แล้ว แต่จะต้องมีการตกลงกันว่าจะนำมามากน้อยแค่ไหน อย่างไร เมื่อถามว่าการที่บางประเทศนำชุดรักษาความปลอดภัยมาเอง เพราะไม่มั่นใจมาตรการของเราหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ ตอบว่า ครั้งที่แล้วก็มีมาและบางประเทศก็มีอาวุธด้วย
 
ผู้ สื่อข่าวถามว่า แกนนำคนเสื้อแดงขู่ว่าถ้าไม่มีการจัดการกับคนเสื้อน้ำเงิน อาจจะพาคนเสื้อแดงไปชุมนุมที่ภูเก็ตอีก นายอภิสิทธิ์ตอบว่า ก็ต้องถามว่าจริงๆแล้วสิ่งที่ทำไปครั้งที่แล้ว ได้สร้างความเสียหายไป น่าจะเป็นจุดที่เอากลับไปทบทวน ส่วนปัญหาที่ใครจะติดใจเรื่องอะไร ก็มีวิธีการที่แสดงออกร้องเรียน ยืนยันไปแล้วว่าขณะนี้คดีทั้งเสื้อน้ำเงินเสื้อแดงที่พัทยา เดินหน้าไปทั้งสองฝ่ายอยู่แล้ว ดังนั้นไม่ควรหยิบยกมาเป็นเงื่อนไข และต้องตั้งคำถามว่าอยากจะล้มการประชุม ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพเพื่ออะไร เพราะความเสียหายไม่ได้เกิดขึ้นกับตนหรือรัฐบาล แต่เกิดขึ้นกับประเทศไทยทั้งประเทศ เพิ่งลงไปภูเก็ตบังเอิญได้มีโอกาสคุยกับ ผวจ.ภูเก็ต ภาคเอกชนและหลายฝ่าย เขามีความต้องการที่จะให้การจัดการประชุมครั้งนี้ เป็นไปด้วยความเรียบร้อยประสบความสำเร็จ เขาหวังมากด้วยว่าถ้าจัดการประชุมได้ จะช่วยฟื้นปัญหาการท่องเที่ยว เพราะรายได้กลุ่มจังหวัดอันดามัน เป็นรายได้หลักเข้าประเทศด้วย ถ้าสามารถจัดประชุมได้ในเดือน มิ.ย. จะช่วยเรื่องการท่องเที่ยวได้มาก
 
 
ยันรัฐบาลพร้อมร่วมมือคณะกรรมการสอบสวนสลายชุมนุม ทุกอย่างเป็นไปตามข้อเท็จจริง
ต่อ ข้อถามว่า กลุ่มคนเสื้อแดงจะมีการเคลื่อนไหวกลับไปชุมนุมที่ทำเนียบรัฐบาลอีกครั้ง นายอภิสิทธิ์ตอบว่า ยังไม่ทราบ อาจจะเป็นการพูดเพื่อดูทางเลือกต่างๆ ในการเคลื่อนไหว เมื่อถามว่าข้อมูลต่างๆที่กล่าวบนเวทียังมุ่งโจมตีรัฐบาล นายอภิสิทธิ์ตอบว่า "ผมไม่ได้ฟังครับ" ผู้สื่อข่าวถามว่า คณะกรรมการสอบสวนการสลายการชุมนุมของรัฐสภา จะเรียกนายกฯไปให้ข้อมูลพร้อมหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ตอบว่า พร้อมเสมอ บอกแล้วว่ารัฐบาลจะให้ ความร่วมมือทุกอย่าง เมื่อถามว่ากังวลหรือไม่ว่าสุดท้ายแล้วกลุ่มเสื้อแดงอาจจะไม่ยอมรับผลการ สอบสวนของคณะกรรมการที่สภาฯตั้งขึ้น นายอภิสิทธิ์ตอบว่า คณะกรรมการมีทุกฝ่ายจริงๆทุกอย่างต้องว่าไปตามข้อเท็จจริง หลักฐานและการประชุมปรึกษาหารือสังเคราะห์ทุกสิ่งทุกอย่างอยู่แล้ว คิดว่าไม่มีเหตุผลอะไรที่จะไม่ยอมรับ เมื่อถามว่าขณะนี้มีการเคลื่อนไหวโดยขายวีซีดีเพื่อมองให้เห็นว่า รัฐบาลสร้างสถานการณ์ทุบรถนายกฯ ที่กระทรวงมหาดไทยวันที่ 12 เม.ย. นายอภิสิทธิ์ตอบว่า ความจริงก็คือความจริง และเราจะรวบรวมทุกสิ่งทุกอย่าง ที่ยืนยันความจริงทั้งหลาย และให้ประชาชนสามารถเข้าถึงตรวจสอบได้
 
เมื่อ ถามถึงกรณีที่นายเสนาะ เทียนทอง หัวหน้าพรรคประชาราช ในฐานะประธานที่ปรึกษาคณะกรรมการสมานฉันท์ เพื่อปฏิรูปการเมืองและศึกษาแก้ไขรัฐธรรมนูญ เรียกร้องให้พรรคประชาธิปัตย์มีความชัดเจนเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 237 นายอภิสิทธิ์ตอบว่า เป็นเรื่องของคณะกรรมการของสภา ต่อข้อถามถึงกรณีที่สมาชิกบ้านเลขที่ 111 และ 109 นัดตีกอล์ฟที่สนามกอล์ฟอัลไพน์ มีนัยการเมืองหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ตอบว่า "เขาบอกเขายืนยันว่าไม่เกี่ยว"
 
 
ยันออก พ.ร.ก.กู้เงิน แสดงว่ารัฐบาลทำตามรัฐธรรมนูญ ไม่มีเจตนาหลบเลี่ยง
นาย อภิสิทธิ์กล่าวถึงกรณีที่ฝ่ายค้านเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญ ตีความการออก พ.ร.ก.เพื่อขอกู้เงินจำนวน 4 แสนล้านบาทว่า คงไม่ทบทวนเพราะได้ดูอย่างชัดเจนว่าเป็นไปตามเงื่อนไขของรัฐธรรมนูญ   นั่น คือเหตุผลหนึ่งว่าทำไมครั้งนี้เป็นครั้งแรก ที่จะมีการออกเป็น พ.ร.บ.ให้อำนาจในการกู้เงิน เพราะเราเห็นในการที่จะเข้าเงื่อนไขในการเป็น พ.ร.ก.นั้น ไม่ใช่ทั้ง 8 แสนล้าน เข้าเฉพาะ 4 แสนล้านบาท จึงเสนอเป็น พ.ร.ก. 4 แสนล้าน เสนอเป็น พ.ร.บ. 4 แสนล้าน แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลไม่มีเจตนาที่จะหลบเลี่ยงวิธีการใช้ พ.ร.บ. แต่จะพิจารณาเฉพาะส่วนที่เข้าเงื่อนไขของรัฐธรรมนูญ ที่ต้องออกเป็น พ.ร.ก.
 
 
มาร์คขำฉายา “กู้สิบทิศ” ยัน “มันก็กู้กันทุกรัฐบาล”
เมื่อ ถามว่า คิดอย่างไรกับฉายาที่ว่าเป็นนักสู้กู้สิบทิศ นายกฯหัวเราะก่อนตอบว่า "มันก็กู้กันทุกรัฐบาล พ.ร.ก.กู้เงินฉบับสุดท้ายที่ออกมา ก่อนที่รัฐบาลนี้จะทำคือสมัยนายกฯทักษิณนั่นแหละ" เมื่อถามว่า มั่นใจหรือไม่ว่าจะสามารถชี้แจงในสภาได้ นายกฯตอบว่า มั่นใจ เมื่อถามย้ำว่า สมาชิกรัฐสภาจะโหวตรับและไม่คว่ำร่างดังกล่าวใช่หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ตอบว่า มั่นใจครับ เชื่อว่าทุกคนต้องการเห็นการลงทุน ในเรื่องที่เป็นประโยชน์กับเกษตรกร ที่เป็นประโยชน์กับธุรกิจ การศึกษา การสาธารณสุข การโหวตครั้งนี้เพื่อให้รัฐบาลสามารถสร้างถนน แหล่งน้ำ ปรับปรุงโรงเรียน สถานีอนามัยได้ หากใครคัดค้านก็ต้องชี้แจงให้ได้ว่าทำไมเราจึงไม่ควรทำสิ่งเหล่านี้
 
เมื่อ ถามว่า แต่ยังมีสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์เองที่ออกมาติงเรื่องการกู้เงิน 8 แสนล้านนี้ นายอภิสิทธิ์ตอบว่า ความจริงแล้วในยามนี้รัฐบาลต้องเป็นผู้ลงทุน เพราะทั่วโลกก็มองคล้ายๆกันว่าภาครัฐมีความพร้อมที่สุด และอยู่ในฐานะที่จะทำได้เร็ว ซึ่งนอกจากกระตุ้นเศรษฐกิจแล้ว ก็เป็นสิ่งที่เราจะทำอยู่แล้วเพื่อให้ประเทศไทยเข้มแข็งขึ้น
 
 
ภาษีมรดก-ที่ดินเพื่อความเป็นธรรม
นาย อภิสิทธิ์กล่าวถึงกรณีนโยบายการขึ้นภาษีมรดกและภาษีที่ดินว่า ภาษีมรดกและภาษีที่ดิน เป็นนโยบายซึ่งนายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง พูดมาตั้งแต่ต้นรัฐบาล เพียงแต่เป็นภาษีใหม่ ดังนั้น ต้องทำเป็นกฎหมาย แต่จะมีรายละเอียดค่อนข้างมาก คงต้องใช้เวลา เพราะ ฉะนั้นหลักสำคัญที่รัฐบาลดำเนินการขณะนี้คือ รัฐบาลเห็นว่าขณะนี้เศรษฐกิจจะได้รับผลกระทบ รัฐบาลต้องการที่จะลงทุนเพื่อให้ประเทศมีความพร้อม และเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจด้วย ดังนั้น หากเราเพิ่มพื้นที่แหล่งน้ำ การกระจายน้ำ เพิ่มผลผลิตทางการเกษตรได้ มีถนนที่ดีขึ้น มีรถไฟรางคู่และมีระบบขนส่งมวลชน เราก็สามารถแข่งขันได้ แต่ปัญหาคือเราจะเอาเงินมาจากไหน รัฐบาลไม่มีความคิดที่จะขึ้นภาษีเงินได้ เพราะอัตราภาษีเงินได้ค่อนข้างสูงอยู่แล้ว ที่เราจะเลือกเก็บเพิ่มขึ้นคือภาษีสรรพสามิต เช่น บุหรี่ สุรา ซึ่งคิดว่าทุกคนน่าจะยอมรับได้ ส่วนภาษีทรัพย์สิน ภาษีมรดกเป็นภาษีที่จะทำให้ เกิดความเป็นธรรมมากขึ้นในสังคม เรื่องรายได้อาจจะเป็นเรื่องรอง ผู้สื่อข่าวถามว่า มีการโจมตีว่าการขึ้นภาษีเหล้าบุหรี่ ทำให้มีการลักลอบนำสินค้าหนีภาษีเข้ามามากขึ้น นายกฯตอบว่า ก็ต้องไปป้องกันเพื่อไม่ให้เกิดการลักลอบ ไม่ว่าจะเป็น 5% หรือกี่เปอร์เซ็นต์ก็แล้วแต่ เมื่อเทียบฐานเดิมแล้วก็ไม่ได้มากขนาดที่จะส่งผลมากขนาดนั้น
 
 
กรณ์ยันเพิ่มภาษีน้ำมันเพื่อลดการนำเข้าน้ำมัน และไทยใช้น้ำมันเปลืองสุดในเอเชีย
ด้านนายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง เปิดเผยวานนี้ (11 พ.ค.) ว่า สำหรับการเตรียมเสนอจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเป็นความตั้งใจแต่แรก ของรัฐบาลชุดนี้ที่จะเพิ่มรายได้จากภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง เพื่อสร้างความเป็นธรรมจากความเหลื่อมล้ำของการครอบครองที่ดิน และเพิ่มรายได้ให้รัฐ แต่การจัดเก็บจะไม่เกิดขึ้นในปีนี้แน่
 
ส่วน การปรับเพิ่มภาษีสรรพสามิตน้ำมัน ที่อยู่ระหว่างรอพระราชกฤษฎีกามีผลบังคับใช้นั้น ขอยืนยันว่าหากรัฐบาลจะปรับเพิ่มภาษีสรรพสามิตน้ำมัน จะบริหารจัดการให้ไม่กระทบกับกำลังซื้อของประชาชนและเพิ่มต้นทุนให้กับผู้ ประกอบการ เนื่องจากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงจะเข้ามาแบกรับภาระในช่วงแรกแต่เป็นเวลา หลายเดือน ด้วยการปรับลดเงินนำส่งกองทุนลง จึงไม่มีผลต่อราคาขายปลีก ซึ่งการปรับเพิ่มภาษีสรรพสามิตน้ำมันจำเป็นต้องทำเพื่อลดการนำเข้าน้ำมันลง เพราะต่อปีไทยใช้น้ำมันสิ้นเปลืองที่สุดในเอเชียหากเปรียบ เทียบในแง่ขนาดธุรกิจ อีกทั้งเพื่อช่วยพัฒนาอุตสาหกรรมพลังงานทดแทน และส่งผลในทางอ้อมให้ราคาพืชผลเกษตรปรับเพิ่มขึ้นด้วย
 
นายกรณ์ กล่าวว่า ส่วนกรณีที่ค่าเงินบาทที่แข็งค่าต่ำกว่า 35 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ถือเป็นเรื่องปกติเมื่อในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้ที่ดุลบัญชีเดินสะพัดของไทยเป็นบวกกว่า 1 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ จึงจำเป็นที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะต้องติดตามว่าค่าเงินของประเทศเพื่อนบ้าน ประเทศคู่ค้าและคู่แข่งของไทย แข็งค่าเช่นเงินบาทหรือไม่ เพราะถ้าค่าเงินบาทแข็งค่ากว่าคู่แข่งจะทำให้ความสามารถในการแข่งขันของไทย ลดลง ซึ่งจะไปซ้ำเติมกลุ่มผู้ส่งออกมากขึ้น
 
ด้าน นายดุสิต นันทะนาคร ประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า รัฐบาลต้องดูแนวโน้มอัตราแลกเปลี่ยนให้เหมาะสมว่าเคลื่อนไหวอยู่ในระดับใกล้ เคียงกับประเทศคู่แข่งอย่างเวียดนาม หรือ เกาหลีใต้หรือไม่ ถ้าค่าเงินของเขาอ่อนมากจะทำให้ไทยค้าขายสู้เขาไม่ได้ ดังนั้นธปท.จึงต้องรักษาสมดุลของอัตราแลกเปลี่ยนให้มากที่สุด อย่างไรก็ตามที่ผ่านมา ธปท.สามารถดูแลอัตราแลกเปลี่ยนได้ค่อนข้างดีแล้ว
 
นาย ประเสริฐ บุญสัมพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า แนวทางปรับเพิ่มภาษีสรรพสามิตน้ำมันของรัฐบาล คาดว่าต้องทยอยปรับภาษีขึ้นแบบค่อยเป็นค่อยไป และอีกด้านหนึ่งจะมีกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงคอยดูแลภาระให้กับประชาชนไม่ให้ ได้รับผลกระทบมากนัก แต่การปรับเพิ่มราคาน้ำมันเป็นไปตามทิศทางเศรษฐกิจโลกที่เริ่มมีสัญญาณดี ขึ้น ขณะที่ดัชนีตลาดหุ้นไทยได้ปรับสูงขึ้นต่อเนื่อง และมองว่าราคาน้ำมันดิบตลาดโลกแม้จะสูงขึ้นคงอยู่ที่ระดับประมาณ 65 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล คงไม่ทะลุไปถึง 70 ดอลลาร์สหรัฐ เหมือนกับที่หลายฝ่ายคาดการณ์
 
นพ.พฤฒิ ชัย ดำรงรัตน์ รมช.คลัง กล่าวว่า การปรับขึ้นภาษีบุหรี่และยาสูบในขณะนี้ เป็นเพียงการเสนอแนวทางให้ที่ประชุม ครม. รับทราบเท่านั้น และหากจะดำเนินการจริง คงต้องออกเป็นพ.ร.ก.เชื่อว่าคงต้องใช้เวลาทั้งหมดในการขึ้นภาษีบุหรี่ได้ไม่ ถึง 1 เดือน แต่ขอยืนยันว่าขณะนี้ เป็นเพียงแนวคิดในการเพิ่มรายได้ให้กับรัฐบาลเท่านั้น
 
 
เทพไท เสนพงศ์ ลั่น ‘กู้สิบทิศ’ ดีกว่า ‘โกงร้อยแปด’
ขณะ ที่วานนี้ (11 พ.ค.52) เว็บไซต์พรรคประชาธิปัตย์ เผยแพร่คำแถลงของนายเทพไท เสนพงศ์ โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงที่วัดไผ่เขียวเมื่อวานนี้ (10 พ.ค.52) ว่า จากการติดตามการขึ้นเวทีของนายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำ นปช. ที่นำภาพหลักฐานมาโชว์กรณีที่ระบุว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ไม่ได้นั่งอยู่บนรถยนต์ที่กระทรวงมหาดไทย ก็ยังไม่เห็นว่ามีอะไรใหม่ เป็นเพียงภาพเดิมๆ แต่อธิบายบิดเบือนเปลี่ยนประเด็นไปจากเดิมที่บอกว่านายกฯ ไม่ได้อยู่บนรถ เป็นนายกฯ เปลี่ยนรถที่นั่งภายในเวลา 1 นาที ซึ่งตนขอยืนยันว่านายกฯ ไม่ได้มีพฤติกรรมเช่นนั้น และคงไม่สามารถเปลี่ยนรถได้ในเวลาอันรวดเร็วได้ เพราะนายกฯ ไม่ใช่นักมายากล ทั้งนี้ รถกันกระสุนยี่ห้อเมอซิเดสเบนซ์ สีน้ำเงินอมดำมีอยู่ในประเทศไทย 3 คันคือ ทะเบียน ษห 3834 ให้ผู้นำจากประเทศจีนนำไปใช้ในการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน ซึ่งขณะนี้ซ่อมอยู่ ส่วน ษห 3835 ที่นายกฯ ใช้ในวันที่ถูกผู้ชุมนุมทุบที่กระทรวงมหาดไทย และ ทะเบียน ชพ 1420 เป็นคันที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน 3 คันนี้ถูกจัดซื้อในสมัยพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ เป็นรัฐบาล
 
นาย เทพไท กล่าวต่อว่า อยากให้นายจตุพรกลับไปย้อนดูคลิปย้อนหลังที่นายสุพร อัทถาวงศ์ แกนนำเสื้อแดง ที่เป็นผู้นำมวลชนไปที่กระทรวงมหาดไทย พร้อมกับยึดปืนอูซี่กลับมาที่ทำเนียบ พร้อมกับปลุกระดมมวลชนว่า การไปที่กระทรวงมหาดไทยเพราะต้องเอาตัวนายกฯ ที่อยู่ในรถ มาเป็นตัวประกันเพื่อแลกกับการปล่อยตัวนายอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง ที่ถูกจับก่อนหน้านี้ ซึ่งหากหาข้อมูลได้ก็ให้มาหาที่ตน เพราะตนมีทั้งภาพถ่าย และคลิปวีดีโอไว้แล้ว
 
นาย เทพไท กล่าวว่า การที่กลุ่มแกนนำเสื้อแดงมีพฤติกรรมในลักษณะนี้ ที่ระบุว่านายกฯ ไม่ได้อยู่ในรถ เป็นการเปิดประเด็นที่ผิดพลาด ซึ่งตนอยากแนะนำแกนนำหลังจากเสร็จภารกิจนี้แล้วควรจะไปประกอบอาชีพ 4 อย่างคือ 1.ฟาร์มเลี้ยงแกะ 2.โรงน้ำแข็ง 3.หัวหน้าคณะตลก และ4.นักมายากล ทั้งนี้ ตนเห็นว่าการที่แกนนำนปช.หยิบเรื่องนี้ขึ้นมาพูดมีเหตุผล 3 ข้อคือ 1.เพื่อ ต้องการรำเรื่องนี้มาเป็นประเด็นเคลื่อนไหวต่อ เพราะหมดมุขไปแล้ว สังเกตจากการปราศรัยเมื่อคืนว่าหากรัฐบาลยังบิดเบือนเรื่องนี้ก็จะเดินขบวน ไปที่ทำเนียบเร็วขึ้น ถือเป็นการนำเรื่องนี้มาดิสเครดิตรัฐบาล ให้กลุ่มคเสื้อแดงเกลียดชังรัฐบาล 2.ปัดความรับผิดชอบ พยายามโยนให้มือที่ 3 โดยกล่าวหาว่าเป็นบุคคลอื่นมาสร้างสถานการณ์ และ 3.ป้ายสีความรุนแรงว่าเกิดจากอำนาจรัฐ และทหาร แต่เหตุการณ์วันที่ 13 เม.ย. แตกต่างจากเหตุการณ์อื่นอย่าง 16 ตุลาฯ เพราะกลุ่มผู้ชุมนุมเป็นผู้ใช้ความรุนแรงกับเจ้าหน้าที่ทหาร
 
“ผม อยากให้การชุมนุมดังกล่าวยุติตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เพราะการปัจฉิมนิเทศจบลงแล้ว และอยากให้นำข้อมูลต่างๆ ไปให้คณะกรรมการตรวจสอบเหตุการณ์การชุมนุมทางการเมืองฯ ที่สภาตั้งขึ้น ได้ตรวจสอบต่อไป” นายเทพไทกล่าว
 
นาย เทพไท กล่าว ต่อว่า กล่าวถึงกรณีที่โฆษกพรรคเพื่อไทยตั้งฉายาให้รัฐบาลว่า รัฐบาลกู้สิบทิศ ต้องเข้าใจว่าในภาวะเศรษฐกิจแบบนี้รัฐบาลจำเป็นต้องหาเงินมาแก้เศรษฐกิจ หนทางเดียวที่จะไม่กระทบต่อต่อประชาชนคือการกู้เงินในและนอกประเทศ ซึ่งรัฐบาลจะไม่เลือกเหมือนรัฐบาลชุดก่อนคือ ขายสมบัติชาติ ให้พวกพ้องเข้ามาตักตวงค้ากำไรในตลาดหลักทรัพย์ ทั้งนี้ ยืนยันว่าการกู้เงินจะนำมาใช้แก้ปัญหาให้เป็นประโยชน์อย่างเต็มเม็ดเต็ม หน่วย จะไม่มีการทุจริตคอร์รัปชั่น ซึ่งถือว่ายังดีกว่ารัฐบาลชุดก่อนๆ คือ เป็นรัฐบาลโกงร้อยแปดที่โกงทุกอย่าง
 
 
บุรณัชย์ลั่นออก พ.ร.ก.กู้ ดีกว่าแปรรูปรัฐวิสาหกิจ
ด้าน นพ.บุรณัชย์ สมุทรักษ์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงกรณีที่พรรคเพื่อไทยที่กล่าวหาว่าการจัดทำงบประมาณภายใต้โครงการไทย เข้มแข็งปี 2555 เป็นไปด้วยเจตนาทางการเมือง และอาจขัดต่อบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ ว่า พรรคประชาธิปัตย์ขอสนับสนุนแนวทางรัฐบาล ซึ่งเป็นครั้งแรกที่จัดให้มีการพิจารณาการใช้เงินนอกงบประมาณเข้าสู่สภาฯ ภายใต้ พ.ร.ก.และ พ.ร.บ. ขอยืนยันว่าในอดีตการใช้จ่ายเงินนอกงบประมาณ ไม่เคยมีที่จัดทำให้ในรูปแบบที่รัฐสภามีส่วนรู้เห็น เพราะที่ผ่านมาจะมีการเสนอรัฐสภา หลังจากที่มีการก่อหนี้ไปแล้ว ในส่วนของ พ.ร.ก. การกู้เงิน 4 แสนล้านบาท ขอยืนยันว่าเป็นความจำเป็นเร่งด่วน ที่ต้องเสริมสภาพคล่อง เพื่อบริหารให้เกิดความสัมฤทธิ์ผล เนื่องมาจากปัญหาภาวะวิกฤตเศรษฐกิจและการเมือง ที่อาจส่งผลกระทบไปถึงสังคม จึงต้องหาเงินมาทดแทนเงินภาษีอากรที่เก็บได้น้อยกว่าปกติ จาก เหตุการณ์ความไม่สงบของบ้านเมือง เนื่องมาจากปัญหาทางการเมือง
 
โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ในส่วนเงินกู้อีก 2 แสนล้านบาทใน พ.ร.ก. ที่พรรคเพื่อไทยกล่าวหาว่าดำเนินการเพราะมีแรงจูงใจทางการเมืองนั้น พรรคขอยืนยันว่าเงิน 2 แสนล้านบาท ก้อนหลังที่อยู่ใน พ.ร.ก. เป็นการใช้จ่ายในโครงการที่มีความพร้อมดำเนินการได้ทันที ก่อนวันที่ 1 ตุลาคมนี้ ซึ่งเป็นปีปฏิทินงบประมาณตามปกติ และได้เลือกเฉพาะโครงการที่กระจายประโยชน์สู่ทุกพื้นที่ของประเทศ มีการจ้างงานและสร้างงานในชุมชนท้องถิ่น โดยประเมินว่าจะสามารถจ้างงานได้ประมาณ 1.6 – 2 ล้านตำแหน่ง โดยไม่เลือกปฏิบัติเหมือนในอดีตที่จัดให้เฉพาะพื้นที่ที่เป็นฐานเสียงทางการ เมือง ดังนั้น การจัดงบครั้งนี้จึงมีความโปร่งใส เพราะนายกรัฐมนตรี ได้ให้มีการนำเสนอรายละเอียดของการใช้งบประมาณต่อสภาฯ ด้วย
 
นพ.บุรณัชย์ กล่าวว่า โครงการที่เป็นสาระหลักของงบเงินกู้ 2 แสนล้านบาทจะเป็นโครงการจัดทำแหล่งน้ำ และระบบชลประธานทั่วประเทศ 4 หมื่นล้านบาท โครงการสร้างถนนสู่หมู่บ้านทั่วประเทศ 1.9 - 2 หมื่นล้านบาท โครงการบูรณะซ่อมแซมยกระดับโรงเรียนทั่วประเทศให้มีอุปกรณ์ที่มีความพร้อม และห้องสมุด 800 อำเภอกว่าหมื่นแห่ง และจะยกระดับสถานีอนามัยขึ้นเป็นโรงพยาบาลสร้างเสริมสุขภาพประจำตำบล 9,000 แห่งทั่วประเทศ โครงการ เหล่านี้ขอให้ทุกฝ่ายได้ร่วมกันพิสูจน์ว่าเป็นโครงการที่เป็นประโยชน์ครอบ คุมทั่วถึงทุกพื้นที่ของประชาชนจริงหรือไม่ ต่อกรณีที่บอกว่ารัฐบาลประชาธิปัตย์ถนัดแต่การสร้างภาระ ตนขอชี้แจงว่าความรับผิดชอบในการจัดหาแหล่งรายได้ ไม่ว่าจะเป็นการขึ้นภาษี บุหรี่ สุรา ซึ่งถือว่าเป็นการแบ่งเบาภาระของประชาชนส่วนใหญ่ในประเทศ
 
ทั้งนี้ ขอท้าไปยังพรรคเพื่อไทยที่กล่าวหาว่าตัวแทนของพรรคประชาธิปัตย์ในภาคใต้ ได้รับประโยชน์จากการขึ้นภาษีสรรพสามิตน้ำมันว่า ขอให้พรรคเพื่อไทยเปิดเผยมาให้ชัดว่าหมายถึงใครที่ได้ประโยชน์ และ ถ้าการขึ้นภาษีครั้งนี้เป็นอย่างที่นายอภิสิทธิ์ ยืนยัน คืออาศัยเงินจากกองทุนพลังงานมาชดเชย เพื่อไม่ให้ราคาหน้าปั้มสูงขึ้น ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงพรรคเพื่อไทยจะให้การสนับสนุนหรือไม่
 
“การ ที่พรรคเพื่อไทยจะยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ พ.ร.ก. เงินกู้ฯ พรรคประชาธิปัตย์พร้อมที่จะให้การตรวจสอบเป็นไปตามขั้นตอน แต่หากทำให้โครงการล่าช้าออกไป ผู้ได้รับผลกระทบคือประชาชน ซึ่งหากยังกังวลว่าการออก พ.ร.ก.เป็นการเอื้อประโยชน์ทางการเมืองเหมือนกับ รัฐบาลในอดีตที่ออก พ.ร.ก. ภาษีสรรพสามิตโทรคมนาคม จนเกิดปัญหาก็สามารถยื่นให้ศาลตรวจสอบได้ แต่ขอยืนยันว่ารัฐบาลไม่มีการทับซ้อนของผลประโยชน์ทางการเมืองเหมือนในอดีต โดยยืนยันว่า การทำงานของรัฐบาลอยู่บนพื้นฐานของการไม่ขายสมบัติของชาติ ไม่มีการแปรรูปรัฐวิสาหกิจที่ให้สัมปทานผูกขาดตกอยู่ในมือเอกชน โดยการขึ้นภาษีที่มีฐานจำกัดและรัฐบาลกู้เงินมาเพื่อลงทุนไม่ใช่กู้มาเพื่อ เป็นค่าใช้จ่ายหรือกู้มาเพื่อให้ประชาชนกู้ต่อ และเป็นหนี้เหมือนในอดีต ที่กู้เงินโดยไม่รับผิดชอบ ถือว่ามีความแตกต่างกันมาก” นพ.บุรณัชย์ กล่าว
 
ผู้ สื่อข่าวถามถึงแนวคิดในการเก็บภาษีที่ดินและภาษีมรดก นพ.บุรณัชย์กล่าวว่า เรื่องนี้มีการพูดคุยในพรรคหลายครั้ง ยืนยันว่าการเก็บภาษีดังกล่าวจะคำนึงถึงการให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย โดยนายกฯ ได้สั่งให้กระทรวงการคลังไปศึกษาการออกกฎหมายอย่างจริงจังและรอบคอบ
 
 
ที่มาของข่าว: เว็บไซต์พรรคประชาธิปัตย์ [1] [2] ข่าวสด และไทยรัฐ

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์