อัพเดทล่าสุดเมื่อ 2 ชั่วโมง 59 นาที ที่ผ่านมา

Silence of the Lamp: หรือเราจะไร้ความเมตตาต่อเพื่อนมนุษย์ เพียงเพราะสีเสื้อ?

 

เมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา (9 พ.ค. 52) ที่ จังหวัดนครราชสีมา เกิดเหตุน่าตกใจอย่างยิ่ง เมื่อหนุ่มเสื้อเหลืองวัย 33 ปีได้ใช้ดาบซามูไรแทงและปาดคอหญิงรายหนึ่ง ด้วยเหตุผลเพียงเพราะว่า เธอใส่เสื้อสีแดง
 
เหตุการณ์นี้เปรียบได้ดั่งสัญญาณเตือนภัย ที่กำลังบอกเราว่า ความเกลียดชังระหว่างสีเหลืองและสีแดงได้เพิ่มความรุนแรงขึ้นอีกระดับแล้ว
 
“มึงพวกเสื้อแดงเหรอ นายสนธิ (ลิ้มทองกุล) ลูกพี่กูถูกยิง เพราะพวกมึงใช่หรือไม่” (อ้างอิงจากเดลินิวส์)
 
นายประทีป ตรีรัตน์ฤดี ฆาตกรวัย 33 ปื ถามนางพรศิริ โอษฐ์จันทร์ศรี ผู้ซึ่งกำลังตั้งหน้าตั้งตารับประทานก๋วยเตี๋ยวในชามตรงหน้า แต่เมื่อไร้คำตอบจากนางพรศิริ นายประทีปจึงใช้ดาบซามูไรในมือแทงเธอเข้าที่หน้าอกถึงสองครั้ง และซ้ำด้วยการปาดคอนางพรศิริอย่างบ้าคลั่ง 
 
การกระทำของนายประทีป อาจเรียกได้ว่าเป็นอาการ “คลั่งสี” ซึ่งเป็นผลพวงจากภาวะความขัดแย้งทางการเมืองที่รุนแรงในขณะนี้
 
แกน นำเสื้อแดงคนหนึ่งถึงกับกล่าวกับที่ชุมนุมเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (10 พ.ค. 52) ว่า เขาไม่สามารถใส่เสื้อแดงเดินบนท้องถนนได้แล้วเพราะอาจโดนทำร้ายได้ เขาจึงได้แต่เก็บความเป็นคนเสื้อแดงไว้แต่ในใจเท่านั้น 
 
อย่างไรก็ตาม เมื่อกลับมาพิจารณากรณีเหลืองพิฆาตแดงข้างต้น ฆาตกรเสื้อเหลืองผู้นี้ไม่ทราบด้วยซ้ำไปว่า เหยื่อของเขานั้นเป็น “คนเสื้อแดง” จริงๆ หรือไม่ หากแต่เธอได้เป็น “คนเสื้อแดง” ในสายตาเขาไปแล้วตั้งแต่เธอนำเสื้อสีแดงมาใส่
 
และการใส่เสื้อสีแดงนั่นเองที่ทำให้เธอถูกมองว่าเป็น “พวกมัน” ที่ไม่ใช่ “พวกเรา” และเมื่อเป็น “พวกมัน” เธอก็ไม่มีค่าพอที่จะได้รับการปฏิบัติเยี่ยงมนุษย์คนหนึ่ง หากแต่สมควรได้รับการปฏิบัติเยี่ยงวัตถุแห่งความเกลียดชังเท่านั้น
 
ผู้ เขียนขอยืนยันในที่นี้ว่า ไม่ใช่แต่เพียงคนเสื้อเหลืองบางคนเท่านั้นที่มีพฤติกรรมนี้ หากคนเสื้อแดงบางคนก็มีพฤติกรรมนี้เช่นกัน ดังจะเห็นได้จากเหตุการณ์การปะทะกันระหว่างชาวนางเลิ้งกับผู้ที่อาจเป็นคน เสื้อแดง จนทำให้มีคนตายถึง 2 คน
 
ถึง แม้จะยังไม่มีข้อสรุปว่า คนเสื้อแดงที่ปะทะกับชาวนางเลิ้งนั้นเป็นคนเสื้อแดงจริงๆ หรือไม่ และแกนนำเสื้อแดงบางคนก็ยังคงออกมายืนยันว่า กลุ่มคนที่ใส่เสื้อแดงในเหตุการณ์วันนั้นเป็นเจ้าหน้าที่ที่ปลอมมาเป็นคน เสื้อแดง มุ่งหวังจะป้ายสีให้คนเสื้อแดง
 
แต่ ไม่ว่าสุดท้ายแล้ว คนเสื้อแดงในวันนั้นจะเป็นแดงแท้หรือแดงเทียม ใครจะปฏิเสธได้บ้างว่า เหตุปะทะกันในวันนั้นทำให้คนบริสุทธิ์ถึง 2 คนต้องตาย
 
แต่ที่ผ่านมา ทำไมเรากลับไม่เคยได้ยินแม้แต่คำว่า “เสียใจ” จากแกนนำคนเสื้อแดง
 
ชีวิตของคน 2 คนที่ต้องสูญเสียไป ยังไม่มีค่าพอกับคำว่า “เสียใจ” เช่นนั้นหรือ
 
แล้ว ถ้าในทางกลับกันบ้าง ถ้าหากผู้ที่ตายในวันนั้นเป็นคนเสื้อแดง หรืออาจบังเอิญใส่เสื้อสีแดงในวันนั้นแล้ว คงไม่ต้องสงสัยเลยว่า คนเสื้อแดงจะยกย่องเขาเหล่านั้นดั่งวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ ผู้ซึ่งได้สละชีวิตตนเพื่ออุดมการณ์
 
หรือ เป็นเพราะชาวนางเลิ้งที่ตายไม่ใช่คนเสื้อแดงเช่นนั้นหรือ เขาจึงไม่มีค่าพอที่จะได้รับความเห็นใจจากคนเสื้อแดง และถ้าเป็นเช่นนั้นแล้ว มันก็คงไม่ต่างอะไรกับคนเสื้อเหลือง ที่เอเอสทีวีและหนังสือพิมพ์ผู้จัดการของพวกเขาไม่ยอมเสนอข่าวเหตุการณ์ที่ ชายเสื้อเหลืองแทงหญิงเสื้อแดงตาย
 
การเมือง คงจะเต็มไปด้วยความรุนแรง หากแค่การมีความคิดทางการเมืองต่างกัน ทำให้คนต้องเกลียดชังซึ่งกันและกัน ไปจนถึงขั้นที่มองว่า ผู้ที่คิดต่างจากเหล่านั้นสมควรตาย
 
ใน เมื่อความแตกต่างทางความคิดนั้นเป็นเรื่องธรรมชาติของระบอบประชาธิปไตย ศัตรูทางการเมืองก็เป็นเพียงผู้ที่มีอุดมการณ์ทางการเมืองแตกต่างออกไป แต่ไม่ว่าเขาจะคิดอย่างไร สิ่งที่สำคัญที่สุด ที่ทุกคนควรพึงตระหนักไว้เสมอก็คือ ไม่ว่าเขาคนนั้นจะมีจุดยืนทางการเมืองอย่างไร เขาก็ยังเป็นมนุษย์ ผู้ซึ่งสมควรได้รับความเมตตาปราณีเช่นเดียวกับมนุษย์คนอื่นอยู่เช่นเดิม 
 
ผู้ อ่านควรลองถามตนเองว่า ตัวเองมีแนวโน้มที่จะมีปฏิกิริยาในทางลบต่อผู้ที่ใส่เสื้อสีแดง หรือเหลือง หรือทั้งสองสีอย่างอัตโนมัติเลยหรือไม่ และถ้าคำตอบคือใช่ นั่นไม่ใช่สัญญาณที่ดี เพราะมันแสดงว่า ความเกลียดชังต่อผู้ที่มีความเห็นต่างของคุณได้ฝังรากลึกลงไปในระดับ สัญลักษณ์แล้ว
 
เมื่อ ความคิดเห็นที่แตกต่างหลากหลายเป็นของคู่กันกับระบอบประชาธิปไตย การสนใจที่จะแสดงออกทางการเมือง จึงเป็นสิ่งที่มีความสำคัญพอๆ กับการรู้จักเคารพและอดทนต่อความเห็นที่แตกต่างนั้น และการลองที่จะปรับเปลี่ยนทัศนคติของคุณให้กลายเป็นความเข้าใจ หรือแม้กระทั่งชื่นชมต่อสีตรงข้ามจึงเป็นเรื่องที่มีค่าอย่างยิ่ง
 
อาจ ฟังดูเพ้อเจ้อและไม่ตรงประเด็นไปบ้าง ที่จะมาพูดถึงประเด็นความเมตตาต่อเพื่อนมนุษย์ในตอนนี้ แต่เมื่อลองพิจารณาดูแล้ว ความขัดแย้งทางการเมืองในขณะนี้นั้นรุนแรงจนเรียกได้ว่าเกินเลย ไม่สมเหตุสมผล เกินเลยจนถึงขั้นที่มนุษย์สามารถลุกขึ้นมาเข่นฆ่าคนอื่นได้เพียงเพราะว่า เขานิยม “ผิด” สี และมีความคิดทางการเมืองที่ “ผิด”
 
การ หยิบยกประเด็นนี้มาพูดถึงไม่ใช่เรื่องที่เร็วเกินไปหรือเป็นเรื่องไม่สำคัญ เพราะความเกลียดชังต่อความเห็นต่างอาจพัฒนาไปเป็นพฤติกรรมที่รุนแรงยิ่งขึ้น กว่านี้ได้
 

โปรด อย่าปล่อยให้อุดมการณ์ทางการเมืองมาครอบงำคุณ จนทำให้สายตาคุณมืดบอดจากความสวยงามของสีรุ้งแห่งความแตกต่าง หยุดการลดค่าความเป็นมนุษย์เพียงเพราะเขาเป็นคนเสื้อสีเหลืองหรือสีแดง ก่อนที่จะไม่มีคนสีใดๆ เหลือค่าความเป็นมนุษย์อีกต่อไป

 

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai