นายจ้างไม่ยอมขึ้นศาลคดีเรียกค่าสินไหมแรงงานไทใหญ่เสียชีวิต ศาลสั่งปิดหมายศาลนัดจำเลย

ศาลแรงงานภาค 5 พิจารณานัดที่ 7 คดีเรียกค่าสินไหมกรณี "จายเส่งทุน" แรงงานข้ามชาติประสบอุบัติเหตุระหว่างการทำงานและเสียชีวิต ด้านนายจ้างยังไม่มาศาล ลงทุนเปลี่ยนชื่อเปลี่ยนที่อยู่ ศาลสั่งปิดหมายศาลนัดจำเลยหน้าบ้าน หากติดแล้วถือว่าเป็นการรับหมายทันที ด้านทนายจำเลยร่วม เสนอเงินช่วยเหลือ 40,000 บาท แต่โจทก์ยังไม่ตกลง ด้านศาลนัดพิจารณารอบใหม่ 3 ก.ค.

 

 

จากกรณีที่นายเส่ง ทุน หรือ จายเส่ง ทุน แรงงานข้ามชาติชาวไทใหญ่ คนงานก่อสร้างปรับปรุงเขื่อนป้องกันตลิ่ง บริเวณถนนป่าตัน ซึ่งเป็นโครงการของเทศบาลนครเชียงใหม่ และได้ประสบอุบัติเหตุระหว่างการทำงานจากเหตุรถผสมปูนถอยเข้ามาใกล้จนทำให้ ดินถล่มทับพร้อมเพื่อนคนงานอีก 1 ราย เมื่อ 19 มิ.ย. 50 จนได้รับบาดเจ็บและ ต่อมาเสียชีวิตเมื่อ 24 มิ.ย. 50 นั้น

และในเดือน มิ.ย. 51 หลัง จากที่ไม่มีความคืบหน้าในการจ่ายเงินทดแทน ตาม พ.ร.บ.เงินทดแทน พ.ศ.2537 ต่อสำนักงานประกันสังคม (สปส.) แล้วนั้น ได้มีการฟ้องต่อศาลแรงงานเพื่อเรียกร้องค่าสินไหมจากนายจ้างเป็นเงิน 450,000 บาท โดยมีน้าชายของนายซาย เส่ง ทุน เป็นผู้รับมอบอำนาจฟ้องแทน แต่กรณีดังกล่าวไม่สามารถหาข้อยุติได้ เนื่องจากนายจ้างไม่ได้มาขึ้นศาลและหายตัวไป ส่วนบริษัทที่รับเหมาช่วงปฏิเสธความรับผิดชอบ จึงได้มีการฟ้องร้องบริษัทรับเหมาต้นทางที่รับผิดชอบโครงการ และเทศบาลนครเชียงใหม่เป็นจำเลยร่วม โดยคดีดังกล่าวศาลได้นัดพิจารณาคดีแล้ว 6 ครั้ง แต่ไม่มีความคืบหน้าเนื่องจากมีการเปลี่ยนผู้พิพากษา

ล่าสุดวันที่ 18 พ.ค. ที่ผ่านมา ที่ศาลแรงงานภาค 5 บริเวณศูนย์ราชการ จ.เชียงใหม่ ศาลได้นัดฝ่ายโจทก์และจำเลยมาร่วมกระบวนการพิจารณาของศาลนัดที่ 7 โดยจำเลยในคดีนี้คือผู้รับเหมาช่วงซึ่งเป็นนายจ้างโดยตรงของผู้ตาย และบริษัทวังสิงห์คำวิศวกรรม จำกัด ที่ 1 ซึ่ง เป็นบริษัทรับเหมาต้นทางที่รับผิดชอบโครงการเป็นจำเลยร่วม ซึ่งเป็นผู้ว่าจ้างผู้รับเหมาช่วงอีกทอดหนึ่ง โดยในวันดังกล่าวจำเลยที่เป็นนายจ้างโดยตรงและเป็นผู้รับเหมาช่วงไม่มาฟัง การพิจารณาคดี โดยมีการเปลี่ยนชื่อและที่อยู่

ดังนั้นศาลจึงนัดพิจารณาคดีในครั้งต่อไปโดยกำหนดในวันที่ 3 ก.ค. ที่จะถึงนี้ โดยทางเจ้าหน้าที่ของศาลจะดำเนินการปิดหมายศาลเพื่อนัดจำเลยและให้มีผล เป็นการรับหมายทันที ขณะที่ทนายของบริษัทวังสิงห์คำวิศวกรรม จำกัด ได้เสนอเงินช่วยเหลือจำนวน 40,000 บาท ขณะที่ฝ่ายโจทก์เรียกค่าเสียหายจำนวน 150,000 บาท ทำให้ทนายฝ่ายจำเลยขอนำข้อเสนอฝ่ายโจทก์ดังกล่าวไปเสนอกรรมการผู้มีอำนาจและ จะแถลงต่อศาลในนัดหน้า โดยศาลแนะนำให้ทั้งสองฝ่ายได้มีการเจรจาตกลงในประเด็นนี้ก่อนที่จะถึงนัดใน ครั้งหน้า ซึ่งหากคู่ความไม่สามารถตกลงกันได้ในนัดหน้าศาลได้ให้ทั้งสองฝ่ายเตรียมข้อ เท็จจริงรวมทั้งเอกสารที่เกี่ยวข้องมาศาลให้พร้อมเพื่อให้ศาลตรวจสอบ และสอบข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้อง

สำหรับประเด็นเรื่องเอกสารหลักฐานของญาติผู้ตายที่ทางฝ่ายจำเลยร่วมที่ 2 คือ เทศบาลนครเชียงใหม่ ตั้งข้อสงสัยว่าไม่มีน้ำหนักนั้น ศาลได้เสนอให้มีการรับรองโดยหน่วยงานหรือสถาบันที่มีความน่าเชื่อถือ หรือนักวิชาการที่มีความรู้ภาษาพม่า ซึ่งอาจเป็นอาจารย์ในมหาวิทยาลัย เพื่อให้มีการดำเนินการต่างๆ รวดเร็วขึ้น โดยศาลนัดพิจารณาคดีนัดที่ 8 วันที่ 3 ก.ค.

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์