PETA ร้องหวัดสายพันธุ์ใหม่เป็นผลจากปศุสัตว์แบบโรงงาน (และเรื่องอื่นๆ)

 

PETA ประท้วง หน้าสถานฑูตสหรัฐฯ ในกรุงมะนิลา กล่าวหาว่า ปศุสัตว์แบบโรงงานเป็นสาเหตุของไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ ขณะที่นักวิทยาศาสตร์จากศูนย์ควบคุมโรคฯ ศึกษาพบว่า คนอายุมากมีแนวโน้มต้านทานเชื้อได้ดีกว่าคนอายุน้อย ญี่ปุ่นและเม็กซิโกลดมาตรการควบคุมโรค ขณะที่ออสเตรเลียเพิ่มมาตรการควบคุมพร้อมปิดโรงเรียนที่มีเด็กติดเชื้อแล้ว

 

 

ผู้ประท้วงจาก PETA สวมชุดกันสารพิษประท้วงหน้าสถานฑูตสหรัฐฯ ในกรุงมะนิลา

(AP Photo/Bullit Marquez)

 

 

PETA ร้อง ไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่เป็นผลจากปศุสัตว์แบบโรงงาน

เมื่อวันที่ 21 พ.ค. 2009 กลุ่มป้องกันการทารุณกรรมต่อสัตว์ (People for Ethical Treatment of Animals หรือ PETA) ได้ออกมาประท้วงที่กรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ โดยพวกเขากล่าวหาว่าสาเหตุของไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ หรือ ไข้หวัดหมู มาจากการทำปศุสัตว์แบบโรงงาน (Factory-farm) พร้อมทั้งชวนให้ประชาชนหันมาเป็นมังสวิรัติ

 

ผู้ประท้วงกลุ่มนี้สวมชุดป้องกันวัตถุอันตราย (Hazmat) สีเหลือง พร้อมหน้ากากกันก๊าซพิษถือป้ายที่เขียนว่า เนื้อสัตว์เป็นพิษ ถ้าอยากเลี่ยงไข้หวัดใหญ่ ให้มาเป็นมังสวิรัติเดินขบวนไปยังสถานฑูตสหรัฐฯ ในกรุงมะนิลา

 

พวก เขาแจกจ่ายคู่มือการเป็นมังสวิรัติให้กับผู้คนที่ผ่านไปมาจนกระทั่งเจ้า หน้าที่ตำรวจปราบจลาจลเข้ามายับยั้งพวกเขาและนำพวกเขาออกจากสถานฑูต โดยผู้กลุ่มผู้ประท้วงได้กล่าวในแถลงการว่า ทาง กลุ่มต้องการเตือนผู้ที่เดินทางผ่านไปมารับทราบเกี่ยวกับที่มาของโรคอันตราย ทั้งหลาย รวมุถึงไข้หวัดหมูและไข้หวัดนก ว่าโรคเหล่านี้เกี่ยวข้องกับการทำฟาร์มปศุสัตว์ที่แออัดยัดเยียด

 

สัตว์ ในฟาร์มปศุสัตว์แบบโรงงานล้วนแต่สะสมความเครียดและมีโรคที่ซ่อนเร้นอยู่ ซึ่งเป็นผลมาจากการถูกจับยัดกันอยู่เป็นพัน ๆ ในเล้าโสโครก ซึ่งเป็นแหล่งเพาะพันธุ์สายพันธุ์ใหม่ ๆ ของเชื้อแบททีเรียและไวรัสกลุ่ม PETA กล่าวต่อ

 

ทาง PETA ยัง ได้เตือนด้วยว่า จากการที่หมูและสัตว์ชนิดอื่น ๆ ในฟาร์มปศุสัตว์แบบโรงงานถูกให้ยาซ้ำ ๆ เพื่อให้มันมีชีวิตอยู่รอดได้ในสภาพที่ไม่ถูกสุขอนามัยและภายใต้สภาพที่ ทำให้มันเครียด จึงมีโอกาสเป็นไปได้มากที่จะมีเชื้อโรคซึ่งพัฒนาตัวเองจนต้านทานฤทธิ์ยาได้

 

 

การทดสอบของนักวิทยาศาสตร์ชี้ผู้มีอายุมากมีแนวโน้มต้านทานเชื้อไวรัสสายพันธุ์ใหม่ได้ดีกว่าผู้มีอายุน้อย

แอตแลนต้า , 21 พ.ค. 2009 - มีผลจากการทดสอบที่ทำให้คาดคะเนได้ว่า คนที่มีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไปมีแนวโน้มสามารถสร้างภูมิคุ้มกันจากไวรัสไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ได้ดีกว่า

 

นัก วิทยาศาสตร์คิดว่า การที่ผลออกมาแบบนี้เป็นเพราะคนที่มีอายุมากเคยมีโอกาสสัมผัสกับไวรัสอื่น ๆ มาก่อนในอดีต ซึ่งไวรัสเหล่านั้นมีความคล้ายคลึงกับไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่มากกว่า ไวรัสของไขหวัดตามฤดูกาล

 

แต่อย่างไรก็ตามทางเจ้าหน้าที่จากศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของสหรัฐฯ (CDC) ก็ ออกมาบอกว่า ผลลัพธ์จากการทดสอบครั้งนี้มาจากการวิจัยในห้องทดลองและจากการคำณวนที่ซับ ซ้อน และยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าคนที่มีอายุมากจะปลอดภัยจากการติดเชื้อไวรัสสาย พันธุ์ใหม่นี้หรือไม่ ดังนั้นผู้สูงอายุจึงได้รับคำแนะนำให้ระมัดระวังตัวเองเท่ากับคนรุ่นลูกหรือ รุ่นหลาน

 

การทดลองในครั้งนี้ทำขึ้นโดยให้นักวิทยาศาสตร์จากศูนย์ CDC ผสม ไวรัสไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่กับเลือดของกลุ่มตัวอย่างที่ได้มาจากประชากรใน สหรัฐฯ และยุโรป เพื่อตรวจดูสารต้านเชื้อโรคหรือแอนติบอดี้ (Antibodies) ที่ จะมาต้านการติดเชื้อ ซึ่งเลือดของกลุ่มตัวอย่างที่นำมาทดลองในครั้งนี้นำมาจากประชากรที่มีสุขภาพ ดีและเป็นเลือดที่ได้มาตั้งแต่ก่อนเกิดกรณีการระบาดของไวรัสไข้หวัดสาย พันธุ์ใหม่

 

จากหนึ่งในสามของกลุ่มตัวอย่างที่เป็นประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไปพบว่าเลือดของพวกเขามีความสามารถป้องกันเชื้อไวรัสได้ดี ขณะที่ในกลุ่มประชากรอายุน้อยกว่านี้พบว่ามีเพียงหนึ่งในสิบเท่านั้นที่ สามารถป้องกันเชื้อไวรัสได้ดี ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ของ CDC ก็ บอกว่าผลที่ได้นี้ยังนำไปใช้ได้กับยุโรปและสหรัฐฯ เท่านั้น ยังต้องมีการทดลองมากกว่านี้เพื่อพิสูจน์ว่าผลในครั้งนี้จะนำมาใช้กับ เม็กซิโกได้หรือไม่

 

จำนวนของกลุ่มตัวอย่างในการทดลองครั้งนี้ยังถือว่าน้อย และทางศูนย์ทดลองก็ยังไม่ยืนยันผล ทำให้เจ้าหน้าที่ของ CDC ยังไม่อยากสรุปในเรื่องของภูมิคุ้มกันในผู้ที่มีอายุมาก

 

กระนั้น ก็ตาม การทดลองครั้งนี้ก็ช่วยบ่งบอกว่าความแตกต่างของประชากรมีผลต่อความสามารถใน การต้านทานไวรัสสายพันธุ์ใหม่นี้อย่างไร นอกจากนี้ หากทางรัฐบาลจะผลักดันให้มีการฉีดยาต้านไวรัสสายพันธุ์ใหม่ในอนาคต ก็จะทำให้ช่วยตัดสินใจได้ว่า การใช้ยาเพียงจำนวนหนึ่งก็เพียงพอแล้วกับประชากรที่มีอายุมาก

 

ทางเจ้าหน้าที่ของ CDC ยังได้กล่าวอีกว่า ไวรัสอย่างเช่นไวรัสไข้หวัดเอเชียในปี 1957 (หรือไวรัส H2N2 ซึ่งพบครั้งแรกในเดือนกุมภาพันธ์ 1957 ที่ประเทศจีน) ซึ่งทำให้เกิดการระบาดในวงกว้าง (Pandemic) และ ไวรัสไข้หวัดอื่น ๆ หลังจากนั้น ในปัจจุบันนี้ได้หลายเป็นสายพันธุ์เดียวกับพวกไข้หวัดตามฤดูกาลไปแล้ว แต่นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าก่อนปี 1957 เชื้อไข้หวัดชนิดที่ทำให้เกิดโรคในทุก ๆ ช่วงฤดูหนาว มีความคล้ายคลึงกับเชื้อไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ อย่างน้อยลักษณะปฏิกิริยาของระบบภูมิคุ้มกันเมื่อพบเชื้อก็มีความคล้ายคลึง กัน

 

จาก สิ่งที่กล่าวมาข้างต้นเป็นตัวช่วยอธิบายว่าเหตุใดไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่จึง ติดต่อไปยังกลุ่มประชากรอายุน้อยมากกว่ากลุ่มประชากรอายุมาก ตามปกติแล้วผู้ป่วยที่เป็นโรคเกี่ยวข้องกับไข้หวัดส่วนใหญ่ที่เข้ารับการ รักษาในโรงพยาบาลจะเป็นผู้สูงอายุ แต่กับไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่แล้ว ร้อยละ 40 ของผู้ที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลจะมาจากกลุ่มอายุ 18 ถึง 50 ปี และเมื่อนับรวมผู้ป่วยที่ไม่ได้เข้ารับการรักษาด้วยแล้ว มีมากกว่าร้อยละ 60 ที่เป็นคนที่กลุ่มอายุต่ำกว่า 25 ปี

 

แต่ อย่างที่เจ้าหน้าที่ของศูนย์ควบคุมฯ ได้เตือนไว้ ว่าแม้แต่คนที่อายุมากก็ยังต้องระวังตัวเองเท่ากับคนอื่น เพราะมีผู้ที่เกิดก่อนปี 1957 บางคนยังคงได้รับเชื้อและป่วยเป็นโรคไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ได้อยู่

 

จนถึงตอนนี้ในสหรัฐฯ มีกรณีผู้ติดเชื้อสูงถึงมากกว่า 5,700 ราย ทั้งที่ได้รับการยืนยันและผู้ที่สงสัยว่าติดเชื้อ ทางเจ้าหน้าที่ CDC ระบุว่า มีความเป็นไปได้ว่าจะมีชาวอเมริกันมากกว่า 100,000 คนที่ติดเชื้อ ขณะที่ทั่วโลกมีกรณีผู้ติดเชื้อแล้ว 11,000 รายที่ได้รับการรายงาน และมีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 85 ราย

 

 

การทดสอบวัคซีนไข้หวัดตามฤดูกาลกับไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ ไม่เกิดผลอะไรมากนัก

เป็นความพยายามของนักวิทยาศาสตร์ที่จะสร้างวัคซีนต้านไข้หวัดแบบครอบจักรวาล (Universal Influenza Vaccine) ซึ่งหมายความว่าจะเป็นวัคซีนที่สามารถต้านทางไวรัสไข้หวัดชนิดต่าง ๆ ได้ แม้ว่าพวกมันจะเปลี่ยนแปลงสายพันธุ์อยู่ตลอดเวลา

 

ศจ.แอนน์ ชูชาติ จากศูนย์ CDC กล่าวในการแถลงข่าวว่า "พวกเราอยากจะได้วัคซีนต้านเชื้อหวัดที่ไม่จำเป็นต้องกลับมาพัฒนาใหม่ทุกปี"

 

นักวิจัยจากศูนย์ CDC ร่วม มือกับหน่วยงานอาหารและยา สถาบันโรคภูมิแพ้และโรคติดต่อแห่งชาติ รวมถึงมหาวิทยาลัยและผู้ผลิตวัดซีน ร่วมมือกันศึกษาโดยอาศัยเลือดของประชากรกลุ่มตัวอย่างหลังจากที่ได้รับการ ฉีดวัคซีนต้านเชื้อหวัดตามฤดูกาลแล้ว

 

ซึ่งในตัววัคซีนของไข้หวัดตามฤดูกาลนั้นมีองค์ประกอบของสายพันธุ์ H1N1 สายพันธุ์ H3N2 และ สายพันธุ์ "ไข้หวัดใหญ่ไวรัสบี" (Influenza B) ผล ทดสอบออกมาว่าไม่พบการป้องกันไวรัสสายพันธุ์ใหญ่จากระบบภูมิคุ้มกันในเลือด ของเด็ก ขณะที่ในผู้ใหญ่อาจได้รับวัคซีนหรือมีภูมิต้านทานไข้หวัดสายพันธุ์ที่ใกล้ เคียงกับ H1N1 สายพันธุ์ใหม่นี้อยู่ก่อนแล้ว

 

ศจ.แอนน์ ระบุว่าเป็นเรื่องแปลกที่ผลการวิเคราะห์ทางพันธุศาสตร์แสดงให้เห็นว่าไวรัสไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่มีความแตกต่างจากไวรัสชนิด H1N1 สายพันธุ์อื่นที่เคยพบเจอก่อนหน้านี้มาก ทำให้เป็นไปได้ที่ระบบภูมิคุ้มกันของมนุษย์จะจดจำลักษณะของไวรัสไข้หวัดได้ ซึ่งไม่ได้แสดงออกมาให้เห้นในระดับยีนส์

 

เชื้อไวรัสในชนิด H1N1 มีการค้นพบเป็นครั้งแรกในการระบาดของไข้หวัดใหญ่ในปี 1918 (1918 flu Pandemic - หรือบ้างก็เรียกไข้หวัดสเปน) ซึ่งไวรัสชนิด H1N1 นี้นวนเวียนติดต่ออยู่ระหว่างคนกับหมู โดยตัวมันเองมักจะมีการปรับตัวและกลายพันธุ์อยู่เป็นระยะ ๆ

 

มีการค้นคว้าโดยทีมจาก CDC ที่ นำโดย รีเบกก้า การ์เทน พบว่ายีนส์ที่อยู่ในไวรัสไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่วนเวียนอยู่กับหมูมานานนับ ทศวรรษแล้วโดยไม่มีการตรวจพบ ซึ่งไวรัสสายพันธุ์นี้อาจเข้าฝังอยู่ในหมูที่ใดสักแห่งในโลกโดยที่หมูตัว นั้นไม่ได้แสดงอาการป่วย แต่นักวิทยาศาสตร์ก็ยังหาข้อสรุปไม่ได้ว่า ไวรัสติดต่อจากหมูไปสูคนได้อย่างไร

 

 

นายกเทศมนตรีเมืองเม็กซิโกซิตี้ มาร์เซโล เอบราด

กล่าว ในการแถลงข่าวว่า สถานการณ์ไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ในเมืองเม็กซิโกซิตี้ขณะนี้อยู่ในระดับต่ำสุด แล้ว พร้อมเชิญให้นักท่องเที่ยวและนักลงทุนกลับมายังเมืองหลวงของเม็กซิโก

(AP Photo , Eduardo Verdugo)

 

 

นายกเทศมนตรี เมืองเม็กซิโกซิตี้ ลดระดับการเตือนภัยไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่แล้ว

เม็กซิโกซิตี้ , 21 พ.ค. 2009 - มาร์ เซโล เอบราด นายกเทศมนตรีประจำเมืองเม็กซิโกซิตี้ เมืองหลวงของเม็กซิโกออกมาแถลงข่าวว่าได้ลดระดับการเตือนภัยไข้หวัดสาย พันธุ์ใหม่จากระดับสีเหลือง มาสู่ระดับสีเขียวแล้ว เนื่องจากไม่พบการติดเชื้อเพิ่มขึ้นเลยตลอดสัปดาห์

 

เอ บราดกล่าวว่าความเสี่ยงต่อการติดเชื้อในตอนนี้อยู่ในระดับต่ำ สถานการณ์อยู่ภายใต้การควบคุม และภาพของคนที่สวมหน้ากากกันเชื้อจำนวนมากเดินอยู่ริมถนน ตามร้านอาหาร ตามโรงภาพยนตร์ หรือในรถ จะกลายเป็นเพียงประวัติศาสตร์ เขายังได้บอกอีกว่า "ไม่จำเป็นต้องใช้หน้ากากอีกต่อไป" และ "คุณสามารถเข้ามาในเมืองได้โดยปราศจากความเสี่ยง"

 

อาร์ม านโด อาฮูด เลขาธิการสาธารณสุขของเมือง เปิดเผยว่า ไม่พบผู้ที่ติดเชื้อทางเดินหายใจเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลมาสามวันแล้ว และไม่พบกรณีของผู้ติดเชื้อไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ที่ได้รับการยืนยันมา ตั้งแต่วันที่ 14 พ.ค. "เราพบว่ากรณีผู้ติดเชื้อลดลงไปกว่าร้อยละ 96.1 เป็นเหตุผลที่เราลดระดับการเตือนภัยเป็นสีเขียวในวันนี้" อาฮูด กล่าว

 

นับตั้งแต่การประกาศการระบาดเกิดขึ้นในวันท่ 23 เม.ย. ที่ผ่านมา เม็กซิโกซิตี้ก็ใช้งบประมาณกว่า 4,500 ล้านเปโซ (ราว 11,648 ล้านบาท) เพื่อซื้อยาและเจลต้านแบททิเรีย รวมทั้งเป็นเงินช่วยเหลือด้านเศรษฐกิจช่วงที่ถูกสั่งให้หยุดกิจการชั่วคราว และทำความสะอาดสถานที่สาธารณะ

 

อย่างไรตามในวันเดียวกัน (21 พ.ค.) ทางกระทรวงสาธารณสุขก็ออกมาระบุว่ามีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นอีกสามราย ทำให้ยอดผู้เสียชีวิตภายในเม็กซิโกเพิ่มขึ้นเป็น 78 ราย และมียอดผู้ติดเชื้อทั่วประเทศ 4,008 ราย นายกเทศมนตรียังคงเตือนให้ชาวเม็กซิกันคอยป้องกันตัวเอง ดูแลตัวเองให้อยู่ในสภาพที่ถูกสุขอนามัยเมื่ออยู่ในที่ชุมชน เช่น ในรถไฟใต้ดินหรือในโรงเรียน และสนับสนุน "วัฒนธรรมเพื่อสุขภาพ" (Culture of Health)

 

กระทรวงสาธารณสุขของเม็กซิโกได้ระบุไว้ว่า ร้อยละ 80 ของผู้เสียเสียชีวิตอยู่ในช่วงอายุตั้งแต่ 20 ถึง 54 ปี แต่ส่วนใหญ่ก็ประสบปัญหาด้านสุขภาพอยู่ก่อนแล้ว เกือบร้อยละ 30 ของผู้เสียชีวิตเป็นโรคอ้วนและมีปัญหาด้านการเผาผลาญอาหาร (metabolism) ขณะที่อีกร้อยละ 13 มีปัญหาเกี่ยวกับหลอดเลือดหัวใจ

 

 

ญี่ปุ่นก็ลดมาตรการต้านไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่แล้ว

โตเกียว , 22 พ.ค. 2009 - แม้ในญี่ปุ่นจะมีรายงานผู้ติดเชื้อ 307 คน และมีมาตรการสั่งปิดทำการสถานศึกษาหลายแห่งชั่วคราวก่อนหน้านี้ แต่ทางการญี่ปุ่นก็ประกาศลดมาตรการต้านไวรัสไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ลง

 

จ้าหน้าที่กระทรวงสาธารณสุขญี่ปุ่นเปิดเผยว่า แม้จะมีผู้ติดเชื้อไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ถึง 307 ราย แต่ส่วนใหญ่ก็มีอาการในระดับอ่อนและยังไม่พบผู้เสียชีวิตจากการติดเชื้อ นอกจากนี้ยังได้ระบุอีกว่าไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่นี้มีลักษณะใกล้เคียงกับไข้ หวัดตามฤดูกาล โดยแม้ว่าไวรัสจะแพร่กระจายเร็วมากแต่ผู้ป่วยหลายคนก็มีอาการดีขึ้นโดยที่ ไม่ป่วยหนัก และยาต้านโรคหวัดที่นำมาใช้ก็ได้ผลดี

 

ทำให้ ทางการญี่ปุ่นคิดจะยกเลิกมาตรการควบคุมผู้โดยสารที่มาจากเที่ยวบินเม็กซิโก และอเมริกาเหนือลง เว้นแต่มีการเตือนล่วงหน้าว่ามีผู้โดยสารที่แสดงอาการป่วย นอกจากนี้ก็ยังยกเลิกมาตรการควบคุมผู้โดยสารที่นั่งใกล้กับผู้โดยสารที่ติด เชื้อด้วย มาตรการที่เข้มงวดในการออกวีซ่าให้กับชาวเม็กซิกันก็มีการผ่อนผัน

 

 

โรงเรียนประถมคลิฟตัน ฮิลล์ ในกรุงเมลเบอร์น ประเทศออสเตรเลีย

ประกาศปิดโรงเรียนชั่วคราวหลังพบว่ามีนักเรียนสองรายติดเชื้อไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่

(AFP , William West)

 

 

ออสเตรเลียเพิ่มระดับการเตือนภัยการระบาดของไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่

ซิดนีย์ , 22 พ.ค. 2009 - ทางการอสเตรเลียประกาศเพิ่มระดับเตือนภัยการระบาดของไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ หลังจากที่มีรายงานผู้ติดเชื้อเพิ่มขึนเป็น 12 ราย โดยอนุญาตให้สถานศึกษาหยุดการเรียนการสอน ปิดทำการสถานที่สาธารณะ และหยุดกำหนดการสำคัญ

 

ก่อนหน้านี้ในออสเตรเลียมีเด็กหญิงอายุ 10 ปีติดเชื้อไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่จากเพื่อร่วมชั้นที่ป่วยหลังกลับจากการไป เที่ยวในสหรัฐฯ มีวัยรุ่นในเมลเบอร์นและในแอดัลเลดได้รับการตรวจพบเชื้อไวรัสทั้งที่ไม่ได้ เดินทางออกนอกประเทศ หรือใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อ

 

รัฐมนตรีสาธารณสุขของออสเตรเลีย นิโคลา รอคซอน บอกว่า การเพิ่มมาตรการเป็นระดับ "จำกัดวง" (containment) จะ ช่วยให้รัฐบาลสามารถสอดส่องและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคได้มีประสิทธิ์ภาพ มากขึ้น รอคซอนยังได้กล่าวอีกว่าการดำเนินการสร้างระยะห่างในการติดต่อสัมพันธ์ทาง สังคมเช่นการปิดโรงเรียนจะช่วยให้ทางรัฐบาลมีความคล่องตัวมากขึ้น

 

"ระดับ การจำกัดวงยังไม่ใช่ระดับสูงสุด ยังมีระดับสูงกว่านี้อีกสามระดับ" รอคซอนเสริม โดยยังได้กล่าวอีกว่า ออสเตรเลียดูเหมือนจะเริ่มเข้าไปอยู่ในระดับขั้นที่การติดต่อของโรคจะกระจาย วงกว้างมากขึ้น

 

มีการปิดโรงเรียนแห่งหนึ่งในเมลเบอร์น และอีกแห่งหนึ่งในแอดัลเลด หลังพบว่ามีเด็กนักเรียนติดเชื้อและมีการให้ยาต้านไวรัส "ทามิฟลู" (Tamiflu) กับเพื่อนร่วมชั้นของนักเรียนที่ติดเชื้อ โดยทางรัฐบาลกำลังตรวจหาสาเหตุที่ทำให้นักเรียนดังกลาวติดเชื้ออยู่

 

"ไม่มีเหตุผลที่เราจะตื่นตระหนก แต่เราก็ควรทำให้เรื่องนี้เป็นเรื่องจริงจัง" นิโคลา รอคซอนกล่าว

 

 

 

ที่มา - แปลและเรียบเรียงจาก

 

Animal rights activists blame filthy factory farms for swine flu , DPA , Earthtimes , 21-05-2009

http://www.earthtimes.org/articles/show/269800,animal-rights-activists-blame-filthy-factory-farms-for-swine-flu.html

 

Mexico City ends swine flu alert, no cases in week , AP , Istra Pacheco , 21-05-2009

http://news.yahoo.com/s/ap/20090522/ap_on_re_la_am_ca/lt_swine_flu_mexico

 

Tests show more swine flu immunity in older folks , AP , Mike Stobbe , 21-05-2009

http://news.yahoo.com/s/ap/20090521/ap_on_he_me/med_swine_flu_older_immunity

 

Regular flu vaccine little help against new strain , Reuters , Maggie Fox , 21-05-2009

http://news.yahoo.com/s/nm/20090522/hl_nm/us_flu_immunity

 

Japan eases anti-swine flu measures , AFP , 22-05-2009

http://news.yahoo.com/s/afp/20090522/wl_asia_afp/healthflujapan_20090522122034

 

Australia ups swine flu pandemic threat level , AFP , Amy Coopes , 22-05-2009

http://news.yahoo.com/s/afp/20090522/wl_asia_afp/healthfluaustralia_20090522085936


Swine flu genes circulated undetected for years , AP , Randolph Schmid , 22-05-2009

http://news.yahoo.com/s/ap/20090522/ap_on_he_me/us_med_swine_flu_origins

 

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
Facebook : https://www.facebook.com/prachatai
Twitter : https://twitter.com/prachatai
YouTube : https://www.youtube.com/prachatai
Prachatai Store Shop : https://prachataistore.net

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

พื้นที่ประชาสัมพันธ์