สุเทพลงพื้นที่ภาคใต้พรุ่งนี้ ให้ผู้ช่วยรัฐมนตรีชี้แจงโอไอซีกรณีผู้ก่อการร้ายยิงเข้าใส่ประชาชนในมัสยิด

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีเผยนายกรัฐมนตรีมอบผู้ช่วยรัฐมนตรี กต. ชี้แจงข้อเท็จจริงโอไอซีกรณีผู้ก่อการร้ายยิงเข้าใส่ประชาชนในมัสยิด ระบุติดตามใกล้ชิดว่าผู้ก่อการร้ายสากลช่วยเหลือผู้ก่อความไม่สงบหรือไม่

12 มิ.ย.52 -  ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่กลุ่มผู้ก่อการร้ายในภาคใต้ยิงพระภิกษุเสียชีวิตเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ซึ่งมีการมองว่าอาจจะเป็นการแก้แค้น ว่า ไม่ทราบสาเหตุ แต่ได้รับรายงานด้วยความสลดใจเหมือนกับพี่น้องประชาคนไทยกรณีที่มีการทำร้ายพระภิกษุซึ่งเหตุการณ์นี้หายไประยะหนึ่งแล้วแต่ก็กลับมาใหม่ ซึ่งวันที่ 13 มิถุนายนนี้ จะลงไปภาคใต้ก็จะไปพูดกับเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ให้ดูแลพระภิกษุสงฆ์ ดูแลชาวบ้านด้วยความเข้มข้น เข้มแข็งมากขึ้น จริง ๆ แล้วได้คุยกับพลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) แล้วช่วงนี้จะมีการพยายามทำให้สถานการณ์รุนแรง เราก็ต้องให้เจ้าหน้าที่ทำงานเต็มที่ ในพื้นที่ที่มีเหตุการณ์แรงมากขึ้นก็ให้เจ้าหน้าที่งดวันลาวันพักไว้ก่อน ต้องกราบเรียนถึงพี่น้องประชาชนว่าเราต้องอดทนเป็นพิเศษ ไม่มีเรื่องของการแก้แค้น เราช่วยกันแก้ปัญหา

ผู้สื่อข่าวถามว่า สามารถจับคนที่แจกใบปลิวได้แล้ว มีการสืบขยายผลอย่างไร รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เรื่องนี้เจ้าหน้าที่ทำเต็มที่ เพราะเห็นว่าเขาพยายามสร้างสถานการณ์ให้คนไทยรู้สึกแบ่งแยกกันมากขึ้น ต้องยับยั้ง ต้องขอบคุณทุกฝ่าย รวมทั้งสื่อมวลชนที่ให้ข้อมูลที่เป็นจริงตรงไปตรงมา

ต่อข้อถามว่า ประชาชนให้ความเชื่อมั่นหรือไม่ที่จะให้ความปลอดภัยกับเขา รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า แล้วแต่พื้นที่ แต่หลายพื้นที่ที่ตนลงไปดูมาแล้ว ประชาชนอุ่นใจมั่นใจขึ้น เราพยายามให้พี่น้องประชาชน อาสาสมัครบางส่วนออกมาช่วย เช่น อำเภอปัตตานี อาสาสมัครทั้งผู้หญิง ผู้ชาย ออกมาทำงานร่วมกับตำรวจ ทหาร แบ่งเบาภาระของกำลังเจ้าหน้าที่ได้มาก เราก็ได้เกลี่ยกำลังไปช่วยที่อื่นต่อไป เราพยายามทำอย่างนี้ทุกพื้นที่

ผู้สื่อข่าวถามว่า ในส่วนของข่าวลือ ข่าวปล่อย เกี่ยวกับกลุ่มผู้ก่อการร้ายบุกเข้าไปยิงชาวบ้านในมัสยิดดังไปทั่วโลกรัฐบาลจะดำเนินการอย่างไรกับเรื่องนี้ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีจะให้กระทรวงการต่างประเทศไปชี้แจงข้อเท็จจริง และยังจะให้ผู้ช่วยรัฐมนตรีไปที่องค์การการประชุมอิสลาม (โอไอซี) ไปชี้แจงข้อเท็จจริง เราพยายามทำตามความเป็นจริง

ผู้สื่อข่าวถามว่า จะมีการปรับอะไรหรือไม่เพื่อให้ทันกับฝ่ายตรงข้าม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า มี 2 เรื่องที่ทำควบคู่กันไปคือกองกำลังตำรวจ ทหารจะดูแลความปลอดภัย ถ้าไม่เพียงพอก็ต้องปรับในการทำงาน ซึ่งมีฝ่ายเสนาธิการ ฝ่ายวางแผนดำเนินการกันไป อีกเรื่องคือ เร่งรัดดูแลการพัฒนา ซึ่งทั้ง 2 เรื่องตนเป็นผู้กำกับแลควบคุม ส่วนรัฐมนตรีที่อยู่ในพื้นที่ตลอดเวลา ได้แก่ นายถาวร เสนเนียม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

ผู้สื่อข่าวถามว่า นายกรัฐมนตรีระบุว่าได้เน้นย้ำในที่ประชุมคณะกรรมการรัฐมนตรีพัฒนาพื้นที่พิเศษ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ว่าจะต้องจับคนร้ายมาให้ได้เพื่อพิสูจน์ว่าไม่ใช่ฝีมือของเจ้าหน้าที่รัฐหรือฝ่ายตรงข้ามอย่างที่ต้องการให้เป็น รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ไม่ต้องพิสูจน์แล้ว มีพยานหลักฐานชัดเจนว่าเป็นการกระทำของพวกก่อการร้าย แต่นายกรัฐมนตรีบอกว่าต้องพยายามเอาตัวมาลงโทษดำเนินคดี เพราะการที่ผู้ก่อการร้ายทำความผิดแล้วเราดำเนินการจับกุมไม่ได้ทำให้ฝ่ายนั้นได้ใจ และทำความผิดซ้ำแล้วซ้ำอีก ซึ่งกรณีนี้ผลพิสูจน์หลักฐานเห็นว่าจากปลอกกระสุนปืนเป็นปลอกกระสุนที่ยิงมาจากปืนที่เคยก่อเหตุมาจากที่อื่นแล้ว ซึ่งเป็นหลักฐานที่ดีแต่ตัวบุคคลยังติดตามอยู่

ต่อข้อถามว่า มั่นใจว่าจะทำให้สถานการณ์ไม่รุนแรง เนื่องจากเหตุการณ์เคยเงียบแล้วแต่กลับรุนแรงขึ้นทุกวัน รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า จะพยายามทำให้ดีที่สุด ทั้งเรื่องการให้ความปลอดภัยพี่น้องประชาชนกับเรื่องการพัฒนา ที่รัฐบาลเน้นพิเศษคือเรื่องการพัฒนายกระดับชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน ตนลงพื้นที่ตลอดและพยายามเร่งรัดโครงการต่าง ๆ

ผู้สื่อข่าวถามว่า ผบ.ทบ.ระบุว่ามีการตั้งอำนาจซ้อนอำนาจรัฐขึ้นมาได้มีการรายงานในที่ประชุมหรือไม่ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ได้รายงานทั้งหมด คือ กระบวนการแบ่งแยกดินแดนเมื่อเห็นว่าฝ่ายรัฐบาลได้ทำโครงการพัฒนาเป็นพิเศษในพื้นที่เหล่านี้เขาพยายามแสดงศักยภาพว่าเขายังมีอิทธิพลในพื้นที่นี้อยู่ เราจึงต้องพยายามทำงานแข่งกับเขา อย่างไรก็ตามตั้งแต่มีการแก้ปัญหาพื้นที่ปัญหาภาคใต้ รัฐบาลนี้ได้ทำชัดเจนที่สุด มีครม.ภาคใต้ขึ้นมาเป็นการเฉพาะโดยมีตนเป็นผู้กำกับดูแล ทั้งเรื่องการพัฒนาและเรื่องการรักษาความปลอดภัย และมอบให้นายถาวร เสนเนียม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยลงพื้นที่ทุกสัปดาห์และต่อไปตนจะลงพื้นที่ถี่มากขึ้น

ผู้สื่อข่าวถามว่า การลงไปในพื้นที่ภาคใต้จะมีการไปเคลียร์กรณีตากใบหรือไม่ เพราะชาวบ้านยังคาใจกับคำตัดสินของศาล รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ขอความกรุณาอย่าวิจารณ์ศาล แต่เรื่องของชาวบ้านพวกตนตั้งใจจะดูแลเยียวยาพี่น้องประชาชนทุกคนที่ได้รับผลกระทบด้วยความเท่าเทียมกัน ผู้สื่อข่าวถามว่า ในที่ประชุมยังมีความเป็นห่วงว่าจะกลายเป็นสงครามด้านศาสนาหรือไม่ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ไม่มีใครพูดเรื่องสงครามศาสนา เชื่อว่าพี่น้องไทยพุทธและพี่น้องมุสลิมเข้าใจในสถานการณ์ดี คงไม่เอาความรู้สึกเข้ามาปนสถานการณ์ที่เกิดขึ้น

ผู้สื่อข่าวถามว่า เป็นไปได้หรือไม่ที่รัฐบาลจะเป็นเจ้าภาพในการฟ้องอาญาต่อไป รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า คดีก็ดำเนินการต่อไปตามปกติ รัฐบาลไม่เข้าไปแทรกแซงกระบวนการยุติธรรมในขั้นตอนใด ๆ ทั้งสิ้น แต่เรื่องของการเยียวยาดูแลประชาชนรัฐบาลก็จะทำ ผู้สื่อข่าวถามว่า การไปเพิ่มกำลังอาสาสมัครอีกในเมื่อกำลังในพื้นที่มีจำนวนมากแล้ว รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เราเพิ่มตามความจำเป็น กำลังตำรวจ ทหารเราอาจจะดูว่ามีมาก แต่พื้นที่ภาคใต้กว้างและมีความจำเป็นต้องมีอาสาสมัคร มีกำลังของภาคประชาชนเข้ามาร่วมทำงานด้วย ผู้สื่อข่าวถามว่าหลายฝ่ายเสนอให้ปรับปรุงด้านการข่าวที่เรามีจุดบอดอยู่เยอะ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ก็จะปรับปรุง

ผู้สื่อข่าวถามว่า นายกรัฐมนตรีได้ออกมาตำหนิกระบวนการสืบสวนสอบสวนว่ายังทำได้ไม่มีประสิทธิภาพมากนักจะมีการปรับปรุงเรื่องนี้ด้วยหรือไม่ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พยายามจะกวดขัน ส่วนเจ้าหน้าที่ตำรวจเห็นว่าเขาทำงานได้ดีมากในภาคใต้ และทำงานในระบบ ซึ่งยืนยันว่าไม่มีเป้าหมายที่จะไปเข่นฆ่า อุ้มฆ่า ผู้ก่อการร้าย หรือใช้วิธีนอกกฎหมาย เพราะการดำเนินคดีต้องดำเนินคดีตามพยานหลักฐานเท่าที่รวบรวมได้ บางครั้งรวบรวมได้ส่งไปอัยการไม่ฟ้องไม่พอ เมื่อถึงศาล ๆ ปล่อยก็ได้เพราะหลักฐานไม่ครบถ้วน เรื่องนี้ก็ต้องทำใจ แต่ตำรวจจะท้อถอยไม่ได้ต้องทำตามหน้าที่ พยายามทำให้ดีขึ้น รวบรวมพยานหลักฐานมากขึ้น สัปดาห์ที่แล้วตนลงไปได้กำชับตำรวจในพื้นที่ว่าให้ร่วมมือกับทุกฝ่ายในการแสวงหาหลักฐาน ทั้งนี้ ได้มีการพูดคุยว่าวิธีการตรวจตรา ควบคุมรถน่าจะมีการนำมาใช้อย่างเข้มงวดมากขึ้น

ผู้สื่อข่าวถามว่า รัฐบาลต้องเจอปัญหาการเมืองในสภาฯ เรื่องปัญหาภาคใต้ จะตั้งตัวอย่างไร รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตั้งก็อย่างที่ตั้งอยู่ เพราะก่อนมาเป็นรัฐบาลก็รู้อยู่แล้วว่าต้องเผชิญกับสิ่งเหล่านี้ก็พยายามทำให้ดีสุด ตอนนี้ก็พยายามประคองตัวอยู่ ผู้สื่อข่าวถามว่า จนถึงขณะนี้สามารถแยกแยะได้หรือไม่ว่าระดับแกนนำ และระดับปฏิบัติการเป็นใคร รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เขาแยกแยะได้อยู่แล้ว มีบัญชีแยกแยะชัดเจนว่ามีแกนนำจริง ๆ กี่คน ซึ่งมีเป็นพัน ๆ คน แต่เราไม่มีเป้าหมายตามล่า ฆ่าฟันคนเหล่านี้ เราพยายามทำให้เขาเห็นว่าเมืองไทยสามารถอยู่ร่วมกันได้ด้วยสันติ เขาควรจะเปลี่ยนความคิด ต่อข้อถามว่า มีการบอกว่าเป็นกลุ่มพลูโลเดิมที่เคยมีการออกมาแถลงข่าว รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า คงตอบไม่ได้ แต่ส.ส.ที่พูดอาจจะมีความรู้ของท่านก็ไม่เป็นไร เอาข้อมูลมาจะตรวจสอบให้

ผู้สื่อข่าวถามว่า พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ไม่ได้บอกหรือว่าเป็นฝีมือกลุ่มไหนเพราะเห็นท่านบอกว่าเรารู้แล้วว่าสู้อยู่กับใคร รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เราทราบ ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า พอจะบอกได้หรือไม่ว่าเป็นกลุ่มเก่าหรือกลุ่มใหม่ รองนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า เอาเป็นว่าทำหน้าที่ไปดีกว่า อย่าพูดเลย ถ้าพูดจะยุ่งไปกันใหญ่ ผู้สื่อข่าวถามว่ากลุ่มที่ก่อการร้ายได้รับการสนับสนุนจากต่างประเทศมากน้อยแค่ไหน รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ยังติดตามอยู่ยังไม่ชัดเจน เราก็พยายามจะดู

         


ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์